หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 401)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Pan American University owns __________________ telescope and observatory in Texas.

(มหาวิทยาลัยแพนอเมริกันเป็นเจ้าของกล้องโทรทัศน์และหอดูดาว ____________ ในรัฐเท็กซัส)

(a) the second is the largest of

(b) the second-largest is the

(c) the second-largest    (ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสอง)

(d) second-largest of the

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ต้องเรียงโครงสร้างในแบบดังกล่าว  เช่น

  • Thammasat University is the second-oldest university in Thailand.

(มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสองของไทย)

 

2. Meat can be purchased not only fresh __________________________ canned and frozen.

(เนื้อสามารถถูกซื้อไม่เพียงแต่ (แบบ) สด _____________ (แบบ) บรรจุกระป๋องและแช่แข็ง _____________)

(a) also

(b) not also

(c) and also

(d) but also    (แต่ยัง .......................(บรรจุกระป๋องและแช่แข็ง)....................... อีกด้วย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เป็นการใช้   “คำคู่”   คือ  “Not only”  และ  “But also           

 

3. All manufactured products can be classified as either consumer goods __________ producer goods.

(สินค้าทั้งหมดที่ถูกผลิต  สามารถแบ่งประเภท (จัดกลุ่ม) ถ้าไม่เป็นสินค้าผู้บริโภค (สินค้าที่กินและใช้หมดไป) ___________ (เป็น) สินค้าผู้ผลิต)  (คือ  สินค้าประเภทเครื่องจักรกลที่ใช้ผลิตสินค้าผู้บริโภค)

(a) and

(b) but

(c) or    (ก็)

(d) so

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้   “คำคู่”   คือ  “Either”   และ  “Or”  (ถ้าไม่................................ก็)

                                              ดูเพิ่มเติมการใช้คำคู่   เช่น   “Both…….....…and……..........”  (ทั้ง...............และ……......)  “Either…........…or………......”  (............... หรือ............. คนใดคนหนึ่ง)   “Neither…..….....…nor……....…...”   (ไม่ทั้ง…….......และ................)   “Not only……..but also………”  (ไม่เพียงแต่.............. แต่.............ด้วย)   จากตัวอย่างข้างล่าง

  • Either John or his sister will come to my party.

(จอห์นหรือน้องสาวของเขาคนใดคนหนึ่ง – ระหว่างเขากับน้องสาว – จะมางานเลี้ยงของผม)

  • Neither you nor I can achieve the goals.

(ไม่ทั้งคุณและผมสามารถบรรลุจุดหมาย)  (คือ  ทั้งคุณและผมไม่สามารถบรรลุจุดหมาย)

  • Not only Peter but also Frank passes the test.

(ไม่เพียงแต่ปีเตอร์  แต่ยังแฟร้งค์อีกด้วยที่ผ่านการสอบ)  (คือ  สอบผ่านทั้ง    คน)

  • Both Mary and her sister have divorced their husbands.

(ทั้งแมรี่และพี่สาวของเธอได้หย่าร้างกับสามี)

 

4. Eastern meadowlarks abound in places __________, but eat harmful insects rather than grain.

(นกร้องเพลงชนิดหนึ่ง  มีปากและหลังสีน้ำตาลอมดำและหน้าอกสีเหลือง  ทางภาคตะ วันออก (ของสหรัฐฯ)  มีมากมายในสถานที่ ____________,  แต่กินแมลงที่เป็นอันตราย (ต่อพืชผล) มากกว่า (กิน) เมล็ดข้าว-เมล็ดพืชที่กินเป็นอาหาร)

(a) where is cultivated land

(b) there is cultivated land

(c) land is cultivated there

(d) where land is cultivated    (ซึ่งที่ดินได้รับการเพาะปลูก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ  ข้อ  (a)  แต่ต้องแก้เป็น   “Where there is cultivated land”  (ซึ่งมีที่ดินที่ได้รับการเพาะปลูก)

 

5. ___________________________________________ map dates back to about 3000 B.C.

(แผนที่ ___________________ นับเวลาย้อนหลังไปจนประมาณ  ๓,๐๐๐  ปีก่อนคริสตศักราช)

(a) Known to be the oldest

(b) The oldest known    (เก่าแก่ที่สุดซึ่งเป็นที่รู้จักกัน)

(c) It was the oldest known

(d) Known as the oldest

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นส่วนที่ขยายประธานของประโยค  (Map)  ส่วนกริยา  คือ  “Dates back”  (นับเวลาย้อนหลัง)  หรืออาจตอบ  ข้อ  (c)  แต่ต้องแก้เป็น  “It was the oldest known map which dates back to……........…….”  (มันเป็นแผนที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งเป็นที่รู้จักกัน  ซึ่งนับเวลาย้อนหลังไป..........................)   หรือตอบแบบลดรูปอนุประโยค  ของประโยคข้างต้น  คือ  “It was the oldest known map dating back to…………......…...

       

6. Sylvia Paula Ruddick was an American social reformer ___________ for the right of women to own property and to vote.

(ซิลเวีย พอล่า  รัดดิก  เป็นนักปฏิรูปสังคมอเมริกัน _________________ เพื่อสิทธิของสตรี  เพื่อให้ (สามารถ) เป็นเจ้าของทรัพย์สินและลงคะแนนเสียง (เลือกตั้ง) ได้)

(a) worked

(b) who worked    (ผู้ซึ่งทำงาน)

(c) whose work

(d) that works

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นประธาน  (Who)  และกริยา  (Worked)  ของอนุประโยค  (Who worked for the right of women to own property and to vote)   หรืออาจตอบ  “That worked”   เพราะต้องใช้กริยาในรูป  “Past tense”  (Verb 2)  เพื่อให้สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่   คือ  “Was”  (สำหรับ  “That”  ใช้แทนได้ทั้งคน, สัตว์  และสิ่งของ)   หรืออาจตอบแบบลดรูปอนุประโยคให้เหลือเพียงวลี  คือ  จาก  “Who worked”  หรือ  “That worked”  เป็น  “Working”  ก็ได้  คือ  แสดง  “Active voice”  เนื่องจาก  นักปฏิรูปฯ  เป็นผู้ทำกริยา  “ทำงาน

 

7. We got three seats in the front ____________________________________ of the theater.

(เราได้ที่นั่ง    ที่  ใน ___________________________ หน้าของโรงภาพยนตร์-โรงละคร)

(a) passage    (ทางผ่าน, ทางไป, ระเบียง, ทางเข้า, การผ่าน, การข้าม, การอนุญาตให้ผ่าน, ตอนหนึ่งของข้อเขียน, ข้อปลีกย่อย)

(b) bench    (ม้านั่ง)

(c) deck    (ดาดฟ้าเรือ, ชั้น, หัวเข็มและอุปกรณ์อื่นๆ)

(d) row    (แถว)

 

8. He bought a _________________ T.V. set because he wanted to carry it from room to room.

(เขาซื้อโทรทัศน์ _______ เครื่องหนึ่ง  เพราะว่าเขาต้องการถือ-ยกมันจากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่ง)

(a) visible    (สามารถมองเห็นได้, แน่ชัด, ชัดเจน, ชัดแจ้ง)

(b) sensible    (ฉลาดในการตัดสินใจ, มีวิจารณญาณ)

(c) portable    (หิ้วได้, กระเป๋าหิ้ว, นำติดตัวไปได้, เคลื่อนย้ายได้ด้วยมือ, สะดวก, เบา)

(d) current    (ปัจจุบัน, แพร่หลาย, เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป, ซึ่งหมุนเวียนอยู่, ทั่วๆไป)

 

9. It took me a long time to get over my cold.

(มันใช้เวลาผมนานทีเดียว   ที่หายจาก   ไข้หวัดของผม)

(a) finish    (ทำเสร็จสิ้น)

(b) get medicine for    (ได้ยาสำหรับ)

(c) be away from    (อยู่ห่างจาก)

(d) recover from    (หายเป็นปกติ, ฟื้นจากไข้, คืนสภาพเดิม, คืนสภาพ, กลับอย่างเดิม, ทำให้คืนสภาพ, ทำให้กลับอย่างเดิม, เอากลับคืน, กู้, เอามาได้อีก)

 

10. On Sundays, many children spend their time _________________________________.

(ในวันอาทิตย์  เด็กๆ จำนวนมากใช้เวลาของตน ________________________________)

(a) to watch a television

(b) to watch the television

(c) watching television    (ดูโทรทัศน์)

(d) to watch television

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Spend + Time + Verb + ing

 

11. I don’t know _____________________________________ to do to prepare for my exam.

(ผมไม่ทราบว่าจะทำ ______________________________ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการสอบ)

(a) where

(b) what    (อย่างไร, อะไร)

(c) when

(d) how

ตอบ   -   ข้อ   (b)   สำหรับ   “How”  มักใช้ในรูป   “How to swim  (วิธีว่ายนำ้-จะว่ายนำ้อย่างไร),  How to cook  (วิธีปรุงอาหาร-จะปรุงอาหารอย่างไร),  How to play golf  (วิธีเล่นกอล์ฟ-จะเล่นกอล์ฟอย่างไร),  How to solve the problem  (วิธีแก้ปัญหา-จะแก้ปัญหาอย่างไร),  How to tell her the truth  (จะบอกความจริงแก่เธออย่างไร),  How to get there in time  (จะไปถึงที่นั่นได้ทันเวลาอย่างไร), etc.”

 

12. A young man is accepted in the Royal Thai Air Force ___________________ trained to fly.

(ชายหนุ่มคนหนึ่งได้รับ (เข้าทำงาน) ในกองทัพอากาศ ____________ ฝึกฝนให้บิน)  (คือ  ฝึกขับเครื่องบิน)

(a) in spite of being    (ทั้งๆ ที่เป็น)

(b) in case of being    (ในกรณีที่เป็น)

(c) in order that    (เพื่อที่ว่า)  (ต้องตามด้วยประโยค คือ  “Subject + Verb”  เช่น  “…….......……in order that he will be trained to fly”)

(d) in order to be    (เพื่อที่จะถูก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ต้องใช้   “…………....….to be trained”  (Passive voice)   เนื่องจาก  “ถูกกระทำ”  คือ  “ถูกฝึก”  หรืออาจใช้   “So as to be”  (เพื่อที่จะถูก)  ก็ได้

 

13. I noticed that the children were ____________ to clean the garden after my offering them a cake for the job.

(ผมสังเกตว่าพวกเด็กๆ ได้รับการ ____________ ให้ทำความสะอาดสวน  หลังจากที่ผมเสนอเค้กให้กับพวกเขาสำหรับงานนั้น)  (คือ  ถูกกระตุ้นให้ทำงานเพื่อแลกกับเค้ก)

(a) motivating    (ซึ่งกระตุ้น)

(b) motivated    (กระตุ้น)

(c) motivation    (การกระตุ้น, แรงกระตุ้น, แรงขับ)

(d) being motivated

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากอยู่ในรูป  “Passive voice”   คือ  “เด็กๆ ถูกกระตุ้น”  สำหรับข้อ  (d)  ก็อยู่ในรูป   “Passive voice”  เช่นกัน  แต่เน้นว่า  “กำลังถูกกระตุ้น”  ซึ่งไม่ควรใช้   เพราะเหตุการณ์นี้เกิดหลังจากที่มีผู้เสนอเค้กให้เป็นสิ่งตอบแทน  ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ว่า   “กำลังถูกกระตุ้น”   แต่อย่างใด

 

14. The first witness’s version of the accident was quite _____________ from the second witness’s version.

(คำให้การของพยานคนแรกในเรื่องอุบัติเหตุ  ______________ มากทีเดียว  กับคำให้การของพยานคนที่สอง)

(a) differ    (แตกต่าง)  (คำกริยา)

(b) difference    (ความแตกต่าง)  (คำนาม)

(c) different    (แตกต่าง)  (คำคุณศัพท์)

(d) differently

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากขยาย  “Verb to be” (Was)   จึงต้องอยู่ในรูปคำคุณ ศัพท์

 

15. A: “We’ve all worked well.”

(พวกเราทั้งหมดทำงานกันได้ดี)

     B: “_____________________________________________________________”

(a) Yes, we have.

(b) We have so.

(c) We have either.

(d) So have we.    (พวกเราก็  –  ทำงานได้ดี  –  เช่นเดียวกัน)

ตอบ   –   ข้อ  (d)   (หรืออาจใช้อีกแบบ  คือ   “So we have”  ก็ได้เช่นกัน)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้าง   “So have I”,  “So do I”  จากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่          {จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก (๑) – (๔)}

  • As inevitably as (1) human culture has (2) changed with (3) the passing of time, so (4) does the environment.

(อย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้   เหมือนกับวัฒนธรรมของมนุษย์ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับการผ่านไปของเวลา   สภาพแวดล้อมก็เช่นเดียวกัน)   (ที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา)

ตอบ    –    ข้อ  (4)   ก้เป็น   “Has”   เนื่องจากต้องใช้กริยาในรูป   “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  ให้เหมือนกับในประโยคข้างหน้า  และเพราะว่า   “Environment”   อยู่ในรูปเอกพจน์   จึงต้องใช้กริยา  “Has” (changed)  ตัวอย่างอื่นๆ  ในแบบเดียวกัน   เช่น

  • He has studied hard, so have they.

(เขาขยันเรียน – พวกเขาก็เช่นกัน)

  • She had gone to the party, so had I.

(เธอได้ไปงานเลี้ยง – ผมก็เช่นกัน)

  • They are working hard, so are we.

(พวกเขากำลังทำงานหนัก – พวกเราก็เช่นเดียวกัน)

  • She is reading. So is he.

(เธอกำลังอ่านหนังสือ – เขาก็เช่นเดียวกัน

  • I will go to the movies tonight.  So will they.

(ผมจะไปดูหนังคืนนี้ – พวกเขาก็จะไปเช่นเดียวกัน)

  • He would travel by plane to Hong Kong, so would his parents.

(เขาจะเดินทางโดยเครื่องบินไปฮ่องกง – พ่อแม่ของเขาก็เช่นเดียวกัน)

  • We can swim well, so can our neighbors.

(พวกเราสามารถว่ายน้ำได้เก่ง – เพื่อนบ้านของเราก็สามารถเช่นเดียวกัน)

  • He could speak Japanese well.  So could his sister.

(เขาสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดี – น้องสาวของเขาก็เช่นเดียวกัน)

หมายเหตุ   –   ในกรณีที่ประโยคข้างหน้าอยู่ในรูป  “Present simple tense”  หรือ  “Past simple tense”  กริยาในประโยคหลังจะต้องใช้  “Do”,  “Does”,  หรือ  “Did”  ทั้งนี้   แล้วแต่   “Tense”   ของประโยคข้างหน้า  และประธานของประโยคหลัง  (ว่าเป็นเอกพจน์  หรือพหูพจน์)   ยกเว้นเมื่อประโยคหน้าเป็น   “Past simple”   กริยาในประโยคหลังจะใช้   “Did”   กับประธานทุกตัว   ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • They speak French very fluently, so does he.

(พวกเขาพูดฝรั่งเศสคล่องมาก – เขาก็เช่นเดียวกัน)

  • She sings beautifully, so do her sisters.

(เธอร้องเพลงเพราะ – น้องสาวของเธอก็เช่นเดียวกัน)

  • We get up early in the morning.  So does she.

(พวกเราตื่นแต่เช้า – เธอก็เช่นเดียวกัน)

  • He goes for a walk in the afternoon.  So do his neighbors.

(เขาออกเดินในตอนบ่าย – เพื่อนบ้านของเขาก็เช่นเดียวกัน)

  • They used to play football when they were young, so did we.

(พวกเขาเคยเล่นฟุตบอลตอนเป็นเด็ก – พวกเราก็เช่นเดียวกัน)

  • She liked to play sports when she was in college.  So did her sister.

(เธอชอบเล่นกีฬาตอนเธอเรียนมหาวิทยาลัย – น้องสาวของเธอก็เช่นเดียวกัน)

 

16. I got married __________________________________________________________.

(ผมแต่งงาน _______________________________________________________)

(a) at the age of thirty years old

(b) at the age of thirty    (เมื่ออายุ  ๓๐)

(c) at the age of thirty years

(d) at thirty years old

ตอบ    –    ข้อ   (b)   ทั้งนี้อาจใช้รูปแบบ   “at thirty”   และ   “when I was thirty (years old)   ก็ได้เช่นกัน   ส่วนแบบอื่นใช้ไม่ได้เลย

 

17. It is getting quite late.  You _____________________________________ go home now.

(มันสายมากแล้ว   คุณ _____________________________________ กลับบ้านได้แล้ว)

(a) would better    (รูปนี้ไม่มีใช้)    

(b) would rather    (อยากจะ)

(c) had better    (ควรจะ)

(d) should better    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เพราะได้ความหมายดีที่สุด

 

18. Tell me the reason ________________________________________ your coming here.

(จงบอกเหตุผล ________________________________________ การมาที่นี่ของคุณ)

(a) of

(b) for    (ของ, สำหรับ)

(c) in

(d) why

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ   “………….....….the reason why you come here”  ก็ได้

                                                 สำหรับคำคุณศัพท์ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job.  =  เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียม พร้อมต่อ)  -  “Are you ready for your new job?”  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  “Thailand is famous for the hospitality of its people.”  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  “I’m sorry for any damage I may occur.”  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม)  -  “These clothes are fit for me.”  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมาก  สำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                                               ส่วนคำกริยาที่ใช้กับ   “For”  เช่น   “Buy something for someone”  (ซื้ออะไรให้ใคร)  -  “I bought a present for her on her birthday.”  (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด),  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “They will vote for the Republican only.”  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “I’ ll pay for the meal this time.”  (ผมจะจ่ายค่าอา หารให้มื้อนี้),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  “Thank you for your help.”  (ขอบ คุณสำหรับความช่วยเหลือ), “Search  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  “She is looking for her lost watch.”  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  “They have to struggle for their survival.” (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  “The criminals begged for the judge’s mercy.”  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็น ต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  “We hope for better life in the future.”  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต),  “Apply”  (สมัคร)  -  “She will apply for a job immediately after graduating.”  (เธอจะสมัครงานในทันทีที่เรียนจบ),  เป็นต้น

                                               สำหรับวลีอื่นๆ ที่ใช้กับ  “For”   ด้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป  ๑ เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐  เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน้ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับใน ขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่ว คราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),   “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ  ไม่แน่ใจ),  “Demand”  (ความต้อง การ)  -  The demand for our goods is increasing.  (ความต้องการสินค้าของเรากำลังเพิ่มมากขึ้น),  เป็นต้น

 

19. She is English _____________________________________________________ birth.

(เธอเป็นคนอังกฤษ ______________ กำเนิด)  (คือ  เกิดในอังกฤษ  หรือ พ่อแม่เป็นชาวอังกฤษ)

(a) for

(b) from

(c) since

(d) by    (โดย)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   

                                               สำหรับวลีที่ใช้  “By”  ได้แก่   “By my watch”  {(เวลา  ๑๐  โมง)  จากนาฬิกาของผม},  “He died by his own hands.  (เขาตายด้วยน้ำมือของตนเอง),  “by chance” (โดยบังเอิญ)  -  I met my own friend at the party by chance.  (ผมเจอเพื่อนเก่าที่งานเลี้ยงโดยบังเอิญ),   “by birth”  (โดยกำเนิด)  -  She is English by birth.  (เธอเป็นคนอังกฤษโดยกำเนิด),  “by mistake”  (โดยการเข้าใจผิด) -  He took my book by mistake.  (เขาเอาหนังสือของผมไปโดยเข้าใจผิด  คือ คิดว่าเป็นของเขา), “by heart”  (โดยการท่องจำ)  -  I learn English vocabularies by heart.  (ผมเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยการท่องจำ), “by car” (= in a car) (โดยรถยนต์),  “by bus” (= in a bus) (โดยรถประจำทาง),  “by train” (= in a train) (โดยรถไฟ)  “by plane” (= in a plane)  (โดยเครื่องบิน)  “by air”  (โดยทางอากาศ) “by sea”  (โดยทางทะเล)  “by telephone”  (โดยทางโทรศัพท์)  “by telegram” (โดยทางโทรเลข)  “by letter”  (โดยทางจดหมาย)  “by trade”  (โดยทางการค้า)  “by radio” (โดยทางวิทยุ)  “by force” (โดยใช้กำลัง)  “I know him (them) by name” (ผมรู้จักเขาแต่ชื่อ  -  ไม่เคยพบตัว)  “by himself/herself” (โดยตัวเขา/เธอเอง  ตามลำพัง หรือ ไม่มีใครช่วย)  -  He did all the work by himself.  (เขาทำงานทั้งหมดด้วยตนเอง), “by machinery” (โดยเครื่องจักร)  “by hand” (= with his hands) {(ทำ) ด้วยมือ} “The room is 20 feet by 10 feet.” (ห้องยาว ๒๐ ฟุต กว้าง ๑๐ ฟุต)  “Sugar is sold by the pound/kilogram.” (= by weight) {น้ำตาลถูกขายเป็นปอนด์/กิโลกรัม = (ขาย) เป็นน้ำหนัก}  “The road was widened by 5 meters.”  (ถนนถูกขยายออกไปอีก ๕ เมตร)  “remarks by Mr. Schmidt”  (คำพูดโดยมิสเตอร์ชมิดท์) “She was brought up by her aunt.” (เธอได้รับการอบรม-เลี้ยงดูโดยป้าของเธอ)  “new legislation announced by the government” (กฎหมายใหม่ประกาศโดยรัฐบาล)  “I was startled by his anger.”  (ผมสะดุ้งตกใจจากความโกรธของเขา)  “by and large” (= on the whole) (โดยทั่วๆ ไป, เมื่อพิจารณาทุกด้านแล้ว)  “by mistake”  (โดยการเข้าใจผิด)  “by accident”  (โดยอุบัติเหตุ, โดยมิได้ตั้งใจ)“by degrees” (ทีละน้อย)  “by the way”  (อ้อ, เอ้อ, อนึ่ง – ใช้พูดเกริ่นนำ ก่อนจะเข้าเรื่อง)  “by all means”  (โดยแน่นอน)  “by no means” (ไม่โดยแน่นอน)  “by-pass” (= short cut)  (ทางลัด)“passer-by” (ผู้ที่ผ่านไปมา)  “by-gone”  (สิ่งหรือเรื่องที่ผ่านไปแล้ว)  “by-product” (ผลพลอยได้)  “I will pay by cheque.” (ผมจะจ่ายเป็นเช็ค)  “read a book by candlelight”(อ่านหนังสือโดยใช้แสงเทียน)  “by chance” (โดยบังเอิญ)  “She came in by the back door.”  (เธอเข้ามาทางประตูหลัง)  “I sat by her bed.” (ผมนั่งข้าง – หรือใกล้ – เตียงของเธอ)  “by 1960”  (ราวๆ ปี ๑๙๖๐)  “By the time I went to bed, I was absolutely exhausted.”  (ราวๆเวลาที่ผมเข้านอน  ผมเหน็ดเหนื่อยโดยสิ้นเชิง)  “He is rich by Chinese standards.”  (เขาร่ำรวย  โดยมาตรฐานของชาวจีน)  “She was standing by herself in a corner of the room.(เธอกำลังยืนอยู่ตามลำพัง – คนเดียว – ที่มุมห้องด้านหนึ่ง)  “I think I could manage by myself.”  (ผมคิดว่าผมสามารถทำสำเร็จด้วยตัวของผมเอง – โดยไม่ต้องมีคนคอยช่วยเหลือ)  “Twelve divided by three is four.”  (๑๒ หารด้วย    เหลือ  )  “Multiply the amount by three.”  (จงคูณจำนวนนั้นด้วย ๓),  “Cars are now made by the million.” (รถยนต์ในปัจจุบันได้รับการผลิตเป็นล้านๆคัน)  “one by one” (ทีละคน)  “year by year”  (แต่ละปี)  “She took him by the hand.”  (เธอจับมือเขา)  “Hold it by the handle!” (จงถือมันไว้ที่ด้าม หรือมือจับ)  “Her salary went up by half.”  (เงินเดือนของเธอขึ้นไปครึ่งหนึ่ง)  “The economic growth increased by 10 %.” (เศรษฐกิจเติบโต  ๑๐  เปอร์เซ็นต์)  “They are Buddhists by birth, not by practice.”  (พวกเขาเป็นชาวพุทธโดยกำเนิด  มิใช่โดยการปฏิบัติ – ศาสนกิจ)  “By night, a number of animals seek their preys, while by day, they tend to sleep.”  (ระหว่างกลางคืน   สัตว์จำนวนมากเสาะหาเหยื่อ  ในขณะที่ตอนกลางวัน  พวกมันมักจะนอน)  “walk side by side”  (เดินเคียงข้างกัน)  “walk hand in hand”  (เดินจูงมือกัน)  “by-election”  (การเลือกตั้งซ่อม)  “by comparison (= in comparison)”  (โดยการเปรียบเทียบ)  -  He made me look, by comparison (= in comparison), a good, calm, reasonable person.  (เขาทำให้ผมดู (มีท่าทาง ), โดยเปรียบเทียบ, เป็นคนดี  เยือกเย็น  และมีเหตุผล)  (หมายถึง  เมื่อเปรียบเทียบผมกับเขา)  (เขาไม่มีลักษณะดังกล่าว),    เป็นต้น

 

20. The bank refused to cash your check because you ___________________________ it.

(ธนาคารปฏิเสธขึ้นเงินเช็คของคุณ  เพราะว่าคุณ _________________________ มัน)

(a) don’t sign

(b) didn’t sign    (มิได้เซ็นชื่อ หรือลงนาม)

(c) are not signing    (มิได้กำลังเซ็นชื่อ)

(d) shall not sign    (จะไม่เซ็นชื่อ)

ตอบ   -   ข้อ   (b)    ใช้กริยาในประโยคย่อยเป็น  "Past tense"  (ในรูปปฏิเสธ)  ให้สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่  (Refused)   ซึ่งเป็นอดีต

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป