หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 399)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. The difference between libel (ไล้-เบิล) and slander is that libel is printed while _____________.

(ความแตกต่างระหว่างการหมิ่นประมาท (กล่าวโทษใส่ร้าย) และการทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง (การกล่าวร้าย) คือว่า  การหมิ่นประมาทถูกตีพิมพ์  ในขณะที่ ____________)

(a) spoken is slander

(b) is spoken slander

(c) slander is spoken    (การทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงถูกพูดออกมา)

(d) is slander spoken

 

2. __________ Macbeth Steiner an excellent political speaker but she was also among the first members of the populist party.

(____________ แมคเบธ  สไตเนอร์  เป็นนักพูดทางการเมืองที่ยอดเยี่ยม  แต่เธอยังอยู่ในบรรดาสมาชิกคนแรกๆ ของพรรคประชานิยมด้วย)

(a) Not only

(b) If only    (ถ้าเพียงแต่ว่า)

(c) Only was

(d) Not only was    (ไม่เพียงแต่)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างประโยค  เมื่อนำ  “Not only”  หรือคำอื่นๆ  เช่น  “Not until, Neither, Nor, Only when, Never, Never before, Rarely, Hardly, Scarcely, Seldom, etc.)   มาวางไว้ข้างหน้าประโยค  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • No longer ________________ given in countries where the disease is under control.

(ไม่ต่อไปอีกแล้วที่ ____________ ถูก (ทำ) ให้ในประเทศที่ซึ่งโรคนี้อยู่ภายใต้การควบคุม)  (หมายถึง  ไม่มีการฉีดวัคซีนต่อไปอีกแล้ว  ในประเทศที่โรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษ  ได้รับการควบคุม)

(a) smallpox vaccinations are

(b) than smallpox vaccinations are

(c) are smallpox vaccinations    (การฉีดวัคซีนโรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษ)

(d) than are smallpox vaccinations

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ตามโครงสร้าง  “No longer + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) + ส่วนขยาย   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • ____________ was the Panama Canal an engineering triumph, it quickly proved a financial success as well.

(_______________ คลองปานามาจะเป็นชัยชนะทางด้านวิศวกรรม,  มันได้พิสูจน์อย่างรวดเร็วว่าเป็นความสำเร็จทางการเงินด้วยเช่นกัน)

(a) Only    (เพียง...............................เท่านั้น)   

(b) Not only    (ไม่เพียงแต่ ..................(คลองปานามา...............วิศวกรรม)................... เท่านั้น)

(c) It

(d) Neither    (ไม่ทั้ง  ๒  คนหรือสิ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ   “Not only was the …….....………triumph, but it also quickly proved a financial success”   หรือ   “The Panama Canal was not only an engineering triumph, but it also quickly proved a financial success.”  ก็ได้

                                                ตัวอย่างที่ 

  • My mother doesn’t drink coffee.  __________________________ does she drink tea.

(แม่ของผมไม่ดื่มกาแฟ  และเธอก็ ________________ ดื่มชา _________________) 

(a) Not

(b) So

(c) Whether

(d) Neither    (ไม่ ……….......................(ดื่มชา)..………................….. เช่นกัน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เป็นไปตามโครงสร้าง  “Neither (Nor) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่  

  • Traveling by air is not cheap.  Neither ____________________________________.

(การเดินทางโดยทางอากาศมิได้ราคาถูก  __________________________________

(a) it is enjoyable

(b) enjoyable it is

(c) is it enjoyable    (มันมิได้สนุกสนานเช่นเดียวกัน  -  Neither is it enjoyable.)  

(d) enjoyable is it

ตอบ   -   ข้อ  (c)   “Neither + Verb to be + Subject + Adjective”  หรือ  “Neither + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                                                   ตัวอย่างที่  

  • Never before in my life _______________________ with such a wonderful welcome.  

(ไม่เคยมาก่อนเลยในชีวิตของผมที่ ___________________ กับการต้อนรับที่วิเศษเช่นนั้น)

(a) I have met

(b) I meet

(c) have I met    (ผมได้พบ)

(d) I met

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                                   ตัวอย่างที่  

  • Not only _______________________________________, but he also took his wife.

(ไม่เพียงแต่  ____________________ เท่านั้น  แต่เขายังพาภรรยาไปด้วย)  (= เขาไม่เพียงแต่ไปเท่านั้น  แต่เขายัง....................................)

(a) he went

(b) did he go   (เขาไป)

(c) had he gone

(d) went he

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Not only + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)”  เช่น  “Not only did she go……….............”  “Not only have they seen………….......…”  “Not only will we play……….....….”  สำหรับ  “Not only” (ไม่เพียงแต่. .................... เท่านั้น)   และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค   อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ   เช่น  “No longer  (ไม่ต่อไปอีกแล้ว), Never (ไม่เคยเลย), Hardly  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Seldom  (แทบจะไม่,  ไม่ใคร่จะ),  Never before  (ไม่เคยมาก่อนเลย), Never in my life   (ไม่เคยเลยในชีวิต),  No sooner,  In vain   (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  Not often, Not only  (ไม่เพียงแต่),  Not even once  (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  Not until   (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  จะต้องเรียงรูปประโยคใหม่  ดังนี้  คือ   {Not only (neither, never, no sooner (ในทันทีที่), hardly, never in my life, not until, etc.) + Verb (พิเศษ)  (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might must, etc.) + Subject + Verb (แท้)}  เช่น

  • No longer do we use street cars in our city.

(= We no longer use street cars in our city.)

(เราไม่ใช้รถรางต่อไปอีกแล้วในเมืองของเรา)

  • No longer are they friends after a serious conflict.

(= They are no longer friends after a serious conflict.)

(พวกเขาไม่เป็นเพื่อนกันต่อไปอีกแล้ว  หลังจากความขัดแย้งอย่างรุนแรง)

  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น – เน้นตรงคำว่า  “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

  • Not until 1988 was capital punishment terminated in Texas.

(การลงโทษประหารชีวิตมิได้ถูกยกเลิกในรัฐเทกซัส  จนกระทั่งปี  ๑๙๘๘)

  • Not until she had a secure job did she get married.

(เธอมิได้แต่งงาน  จนกระทั่งเธอมีงานที่มั่นคง)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า  “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า  “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)

                                             ทั้งนี้  สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้  คือ

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place.  

(ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.

(เธอแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย) 

  • Never + กริยาพิเศษ  + Subject  + กริยาแท้  +ส่วนขยาย
  • Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

3. In the wild the gorilla has never been seen eating meat, nor _____________ to drink water.

(ในป่า  ลิงกอริลล่าไม่เคยถูกเห็นว่ากินเนื้อ, และ ____________________ มิได้ดื่มน้ำเช่นกัน)

(a) it seems

(b) with it seems

(c) does it seem    (มันดูเหมือนว่า)

(d) it does seem

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูคำอธิบายโครงสร้างประโยคที่ใช้   “Nor, Neither”  ในข้อ    ของข้อสอบชุดนี้

 

4. Stars and planets are important components _______________ the structures of a galaxy.

(ดาวและดาวเคราะห์เป็นองค์ประกอบสำคัญ ________________ โครงสร้างของกาแล็กซี)

(a) and

(b) among    (ในบรรดา)

(c) but

(d) that

 

5. Some parts of Arizona State have a limited water supply ___________________ little rainfall.

(บางส่วนของรัฐอริโซนา (ของสหรัฐฯ) มีการจัดหา (ทรัพยากร) น้ำที่จำกัด ___________ ปริมาณฝนตกเล็กน้อยมาก ___________)

(a) because their

(b) is it because

(c) is because their

(d) because of their    (เนื่องมาจาก ...............(ปริมาณฝนตกเล็กน้อยมาก)................ ของมัน)

 

6. ____________ periods of economic stability, manufacturers may be able to estimate their production costs rather accurately.

(_____________ ช่วงเวลาของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ, ผู้ผลิตอาจจะสามารถประมาณการ (ประเมินค่า) ต้นทุนการผลิตได้อย่างค่อนข้างแม่นยำ)

(a) During    (ในระหว่าง)

(b) Even    (แม้กระทั่ง, แม้แต่)

(c) While    (ในขณะที่)

(d) Because    (เพราะว่า, เนื่องมาจาก)

 

7. He gave the best performance of his acting career in the ____________ of Professor Higgins.

(เขาให้การแสดงที่ดีที่สุดของอาชีพการแสดงของเขา  ใน _________ ของศาสตราจารย์ฮิกกินส์)

(a) theme    (หัวข้อหนังสือ-การอภิปราย-การสนทนา, ใจความ, สาระสำคัญ, แก่นสาร, หัวข้อความเรียง, แนวบทเพลง)

(b) action    (การแสดง, การกระทำ)

(c) role    (บทบาท)

(d) type    (ชนิด, ประเภท)

 

8. My neighbor and his wife have decided to _____________________________ to Canada.

(เพื่อนบ้านของผมและภรรยาได้ตัดสินใจที่จะ _________________________ ไปยังแคนาดา)

(a) distinguish    (บอกความแตกต่าง, เห็นความแตกต่าง, แยกแยะความแตกต่าง)

(b) penetrate    (เพ้น-นิ-เทรท)  (ฝ่าเข้าไป, ทะลุเข้าไป, ผ่านทะลุ, เจาะทะลุ, บุกเข้าไป, แทง, ลอด, แทรกซึม, มองทะลุ)

(c) immigrate    (อพยพเข้า)

(d) emigrate    (อพยพออก)  (จากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง)

 

9. All the windows of the house were ____________________________ by the explosion.

(หน้าต่าง (กระจก) ทุกบานของบ้านถูก ___________________________ โดยการระเบิด)

(a) overcome    (เอาชนะ, พิชิต, มีชัยเหนือ)

(b) crashed    (พุ่งชน, ชนโครม, ปะทะโครม, มีเสียงลั่นดังเปรี้ยง, มีเสียงกระทบหรือชนกัน, พังพินาศ, ล้มเหลว)

(c) shattered    (ทำแตกเป็นเสี่ยงๆ-ชิ้นๆ, ทำให้แตกละเอียด, ทำให้เสียหาย-เสื่อมเสีย-ป่นปี้, ทำลาย, แตกละเอียด-เป็นชิ้นๆ, เสื่อมเสีย, เสียหาย)

(d) deteriorated    (ทำให้เลวลงหรือเสื่อมเสีย, เลวลง, เสื่อมลง, ชำรุด, แตกสลาย)

 

10. Everyone knows _______________________ she is.  She is very nice, gentle and helpful.

(ทุกคนรู้ว่าเธอเป็น __________ คือ เธอเป็นคนที่ดี  นุ่มนวล และชอบช่วยเหลือคนเป็นอย่างมาก)

(a) what kind of a woman

(b) what kind of woman    (ผู้หญิงประเภทไหน)

(c) what a kind of woman

(d) what a woman’s kind

ตอบ   –   ข้อ   (b)   อีกรูปแบบที่ใช้ได้  คือ   “what kinds of women they are  (ต้องใช้กับผู้หญิงหลายคน)   โดยทั้ง    รูปแบบเป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Knows

 

11. He is always at the bottom of the __________________.  He can never remember dates !

(เขามักจะได้ที่โหล่ใน __________________ (เนื่องจาก) เขาไม่เคยจดจำวันที่ต่างๆ ได้เลย)

(a) history class    (ชั้นเรียนวิชาประวัติศาสตร์, ห้องเรียน (วิชา) ประวัติศาสตร์)

(b) class history

(c) historical class    (ห้องเรียนในประวัติศาสตร์, ห้องเรียนสมัยโบราณ)

(d) historic class    (ห้องเรียนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้คำนามขยายคำนาม  หรือ  “นามประกอบ”  (Compound noun)   ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • Wait a minute, I’ll look up Mary’s phone number in the ______________ and then call her.

(รอประเดี๋ยวนึงนะ  ผมจะค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของแมรีใน ______ และ (ต่อจากนั้น) จะโทรฯ ไปที่เธอ)

(a) phone’s book

(b) phone book    (สมุดโทรศัพท์)

(c) phones book

(d) book of phone

ตอบ   -   ข้อ    (b)    เนื่องจากเป็นการใช้คำนามขยายคำนาม  ที่เรียกว่า  “นามประกอบ”  (Compound noun)

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • I told my mom that I had bought this bulb for the ____________________________.

(ผมบอกแม่ว่า  ผมซื้อหลอดไฟดวงนี้เพื่อใช้กับ _______________________________)

(a) desk’s lamp

(b) lamp of the desk

(c) lamp on desk

(d) desk lamp    (โคมไฟตั้งโต๊ะ)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นการใช้คำนามขยายคำนาม  ที่เรียกว่า  “นามประกอบ”  (Compound noun)

                                                ตัวอย่างที่ 

  • To the best of my knowledge, all of them are efficient _____________________.

(เท่าที่ผมรู้มาอย่างดีที่สุด  พวกเขาทุกคนเป็น ____________________ ที่มีประสิทธิภาพ)

(a) language’s teachers

(b) languages teachers

(c) teaching languages

(d) language teachers    (ครูสอนภาษา)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เป็นการใช้นามขยายนาม  หรือ  “นามประกอบ”  (Compound noun)

                                                ตัวอย่างที่ 

  • She broke a _________________________________ while she was washing up.

(เธอทำ __________________________________ แตก  ในขณะที่เธอกำลังล้างจาน)

(a) glass wine

(b) wine glass    (แก้วไวน์)

(c) glass for wine

(d) glass of wine

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการใช้คำนามขยายคำนาม  ซึ่งเรียกว่า  “นามประกอบ”  (Compound noun)  

                                                ตัวอย่างที่ 

  • Jim bought his new shoes from the _________________________ near his house.

(จิมซื้อรองเท้าใหม่จาก ___________________________________ ใกล้บ้านของเขา)

(a) shoes’ store

(b) shoes store

(c) shoes’s store

(d) shoe store    (ร้านรองเท้า)

ตอบ   -   ข้อ   (d)    เนื่องจากเป็นการใช้นามขยายนาม  หรือ  “นามประกอบ”  (Compound noun)   โดยนามตัวหน้ามักอยู่ในรูปเอกพจน์เสมอ  และถ้าต้องการใช้คำนามประกอบในรูปพหูพจน์  จะแสดงรูปพหูพจน์ที่คำนามตัวหลัง  ตัวอย่าง  เช่น

   -  service bus (es)  (รถบริการ – คือรถรับ-ส่งพนักงาน)

   -  bus service (s)   (บริการรถประจำทาง)

   -  flower garden (s)  (สวนดอกไม้)

    -  color television (s)   (ทีวีสี)

   -  room number (s)   (หมายเลขห้อง)

   -  bookstore (s)   (ร้านขายหนังสือ)

   -  development plan (s)   (แผนการพัฒนา)

   -  population increase   (การเพิ่มประชากร)

   -  table lamp (s)   (ตะเกียง-โคมไฟตั้งโต๊ะ)

   -  war criminal (s)   (อาชญากรสงคราม)

   -  traffic jam   (รถติด)

   -  newspaper article   (บทความหนังสือพิมพ์)

   -  conference room   (ห้องประชุม)

   -  peace talk   (การเจรจาสันติภาพ)

   -  car key   (กุญแจรถ)

   -  car park   (ที่จอดรถ)

   -  railway station   (สถานีรถไฟ)

   -  art exhibition   (นิทรรศการศิลปะ)

   -  show room   (ห้องแสดงสินค้า หรือตัวอย่างสินค้า)

   -  show business   (ธุรกิจการแสดง)

   -  flood victim   (เหยื่ออุทกภัย)

   -  energy management   (การบริหารพลังงาน)

   -  drain pipe   (ท่อระบายน้ำ)

   -  wastewater disposal   (การกำจัดน้ำเสีย)

   -  energy conservation   (การอนุรักษ์พลังงาน)

   -  interest rate   (อัตราดอกเบี้ย)

   -  premium payment   (การจ่ายเบี้ยประกัน)

   -  office building   (อาคารสำนักงาน)

   -  rubbish bin   (ถังขยะ)

   -  community development   (การพัฒนาชุมชน)

   -  road safety rally   (การรณรงค์ความปลอดภัยบนถนน)

   -  flood relief center   (ศูนย์บรรเทาน้ำท่วม)

   -  production method   (วิธีการผลิต)

   -  goods outlet  (ตลาด-ช่องทางระบายสินค้า)

   -  distribution channel   (ช่องทางการจำหน่าย)

  -  contract period  (ระยะเวลาของสัญญา)

  -  loan amount limit   (การจำกัดปริมาณเงินกู้)

  -  debt payment   (การชำระหนี้)

  -  audit procedure   (กระบวนการตรวจสอบ)

  -  risk assessment   (การประเมินความเสี่ยง)

   -  reforestation activity   (กิจกรรมการปลูกป่า)

   -  government sector   (ภาครัฐบาล)

   -  tourism sector   (ภาคการท่องเที่ยว)

   -  border patrol police school   (โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน)

   -  toilet construction   (การสร้างห้องน้ำ)

   -  implementation plan   (แผนการดำเนินงาน)

   -  duty performance   (การปฏิบัติหน้าที่)

   -  business partner   (คู่ค้า, หุ้นส่วนธุรกิจ)

   -  business competitor   (คู่แข่งทางธุรกิจ)

   -  business growth   (การเติบโตของธุรกิจ)

   -  emergency use   (การใช้กรณีฉุกเฉิน)

   -  donation reception   (การรับบริจาค)

   -   wood house (s)   (บ้านไม้)

   -  steel table (s)   (โต๊ะเหล็ก)

   -  government policy  (นโยบายรัฐบาล)

   -  personnel development   (การพัฒนาบุคลากร)

   -  insurance policy   (กรมธรรม์ประกันภัย)

   -  growth rate   (อัตราการเติบโต)

    -  oil price rise  (การขึ้นราคาน้ำมัน)

    -  birthday party   (งานเลี้ยงวันเกิด)

    -  dividend payment   (การจ่ายเงินปันผล)

    -  debt payment  (การชำระหนี้)

    -  income tax deduction   (การหักภาษีเงินได้)

    -  motor insurance   (การประกันภัยรถยนต์)

    -  fire insurance   (การประกันอัคคีภัย)

    -  capital market   (ตลาดทุน)

    -  exchange rate (s)   (อัตราการแลกเปลี่ยน)

    -  traffic problem (s)  (ปัญหาจราจร)

    -  greenhouse gas   (กาซเรือนกระจก)

    -  tourism sector   (ภาคการท่องเที่ยว)

    -  climate change   (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ)

    -  terrorism risk (s)  (การเสี่ยงภัยการก่อการร้าย)

    -  commodity price (s)  (ราคาสินค้า)

    -  price competition   (การแข่งขันด้านราคา)

    -  household debt   (หนี้ครัวเรือน)

    -  car sale (s)   (การขายรถยนต์)

    -  distribution channel   (ช่องทางการจำหน่าย)

    -  accident occurrence   (การเกิดอุบัติเหตุ)

    -  branch office (s)   (สำนักงานสาขา)

    -  insurance company   (บริษัทประกันภัย)

    -  business partner (s)   (คู่ค้า)

    -  leather belt   (เข็มขัดหนัง)

    - business transaction (s)   (การดำเนินธุรกิจ)

    - business mind   (จิตใจคิดแต่เรื่องธุรกิจ)

    - heart disease treatment   (การรักษาโรคหัวใจ)

 

12. He will come with his _______________________________________________ niece.

(เขาจะมากับหลานสาว ___________________________________________ ของเขา)

(a) seventeen years old

(b) seventeen-years-old

(c) seventeen year old

(d) seventeen-year-old    (อายุ  ๑๗  ปี)

ตอบ    –   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างแบบนี้

 

13. It is said that the _________________ has improved a great deal in Thailand in recent years.

(มันกล่าวกันว่า ____________ ได้กระเตื้องขึ้นอย่างมากในประเทศไทย  ในช่วงปีต่างๆ ที่เพิ่งจะผ่านมาไม่นานนี้)

(a) finance    (การเงิน)

(b) money    (เงิน)

(c) economics    (วิชาเศรษฐศาสตร์)

(d) economy    (เศรษฐกิจ)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด

 

14. __________________________________________________, Jim saw a car accident.

(___________________________________________, จิมเห็นอุบัติเหตุทางรถยนต์)

(a)  He was standing on the road

(b)  Stood on the road

(c)  Standing on the road    (ยืนอยู่บนถนน)

(d)  Stand on the road

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Standing on the road”  เป็น   “Present participle phrase”   ที่ลดรูปมาจากอนุประโยค   “Adverb clause of time”  (While he was standing on the road,)  ทำหน้าที่ขยายประธานของประโยค  (Jim)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                     ตัวอย่างที่ 

  • Returning to my apartment, ___________________________________________.

(กลับไปยังอพาร์ตเมนต์ของผม __________________________________________)

(a) my watch was missing

(b) I found my watch disappeared

(c) I found my watch missing    (ผมพบว่านาฬิกาของผมหายไป)

(d) the watch was missed

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากประโยคนี้ขึ้นต้นด้วยวลีซึ่งนำหน้าด้วย  “Present participle”  (Returning)   ดังนั้น  ประธานของประโยค  ซึ่งอยู่หลังเครื่องหมายคอมม่า  จะต้องสามารถทำกริยา  “Return”  ได้  ซึ่งมีสอง  “Choice”  คือ  (b)  และ  (c)   ทั้งนี้  ถ้าจะตอบ  ข้อ  (b)  ต้องแก้เป็น  “I found my watch disappear (หรือ  disappearing)”  (ผมพบว่านาฬิกาของผมหายไป)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • ___________________ a man of action, he found it difficult to sit still for long periods.

( _____________ คนที่ไม่อยู่นิ่ง (มีงานยุ่งเสมอ), เขาพบว่ามันยากที่จะนั่งอยู่นิ่งๆ เป็นเวลานาน)  (คือ  ต้องหาอะไรทำอยู่เสมอ)

(a) Been

(b) Be

(c) Being    (เป็น)

(d) He is

ตอบ   -   ข้อ    (c)    เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “He”  กริยาซึ่งนำหน้าวลี  ที่อยู่ตอนหน้าสุดของประโยค  จึงต้องอยู่ในรูป  “Present participle”  (Verb + ing)  (คือ   “Being”)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • Searching in the library, I came __________________ an old forgotten manuscript.

(ค้นคว้าในห้องสมุด  ผม _________________________ ต้นฉบับเก่าแก่ที่ถูกลืมไปแล้ว)

(a) off

(b) without

(c) over

(d) across   (Come across  =  พบหรือเจอโดยบังเอิญ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   และดูโครงสร้างกริยา   “Verb + ing”  (Present participle)   ขึ้นต้นวลีและอยู่หน้าประโยค  โดยขยายประธานฯ ที่อยู่ในประโยค  (หลังเครื่องหมายคอมม่า)  เพื่อบอกว่า  ประธานฯ เป็นผู้ทำกริยานั้นๆ   คือ  แสดงการเป็นผู้กระทำ  (Active voice)  จากประโยคข้างล่าง

                                                      ตัวอย่างที่  ๔ 

  • While traveling through the Rocky Mountains, ____________________________.

(ในขณะเดินทางผ่านเทือกเขาร็อกกี้  ______________________________________)

(a) the breath-taking scenes attracted the travelers    (ทัศนียภาพที่น่ากลัวมาก  ทำให้นักเดินทางหลงเสน่ห์)

(b) the scenes attracted the travelers deeply   (ทัศนียภาพทำให้นักเดินทางหลงเสน่ห์อย่างลึกล้ำ)

(c) the travelers attracted the scenes   (นักเดินทางทำให้ทัศนียภาพหลงเสน่ห์)

(d) the travelers were awed by the breath-taking scenes    (นักเดินทางรู้สึกกลัว (เกรงขาม-หวาดเสียว)  จากภาพภูมิประเทศ (ทัศนียภาพ)  ที่น่ากลัวมาก-น่าตื่นเต้นยินดีมาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   การใช้วลี   “While traveling”  หรือ  “Traveling” (Present participle)  ขึ้นต้นประโยค  โดยมีประธานฯ อยู่ข้างในประโยค  (หลังเครื่องหมายคอมม่า)   เพื่อต้องการแสดงว่า  ประธานฯ เป็นผู้ทำกริยาที่อยู่ข้างหน้าประโยคนั้น   ซึ่งในประโยคข้างบน  คือ  “Traveling” (เดินทาง)  ซึ่งประธานฯ จะต้องเป็นสิ่งมีชีวิต  (คนหรือสัตว์)  เท่านั้น  จึงจะทำกริยานี้ได้  ดังนั้น  จึงต้องตัด ข้อ  (a)  และ (b) ทิ้งไป  เนื่องจากมีประธานฯ  คือ  “Scenes” (ทัศนียภาพ) ซึ่งไม่สามารถทำกริยา  “เดินทาง”  ได้  สำหรับข้อ   (c)   ผิดความหมาย   เพราะกล่าวว่า  “นักเดินทางทำให้ทัศนียภาพหลงเสน่ห์”   ซึ่งความจริงกลับกัน  คือ  “นักเดินทางหลงเสน่ห์ในทัศนียภาพ”  (the travelers were attracted by the scenes)

                                                  ตัวอย่างที่  

  • _____________ how the engine worked, Peter began to study books that told about the techniques used.

(_______________ ว่าเครื่องจักรทำงานอย่างไร,  ปีเตอร์เริ่มศึกษาหนังสือ  ซึ่งบอกเกี่ยวกับเทคนิคต่างๆ ที่ถูกใช้)  (ในเครื่องจักร)

(a) Wonder

(b) Wondered

(c) To wonder

(d) Wondering    (รู้สึกประหลาดใจ-สงสัย)  

ตอบ   -   ข้อ   (d)    เนื่องจากประธานของประโยค  (Peter)  เป็นผู้ทำกริยา  “รู้สึกประหลาดใจ-สงสัย”  คำกริยาที่นำหน้าวลี   ขยายความ  “ปีเตอร์”  จึงต้องอยู่ในรูป  “Verb + ing” (Present participle)  แสดง  “Active voice”  ว่าปีเตอร์เป็นผู้ทำกริยา

                                                   ทั้งนี้  เมื่อประธานซึ่งอยู่ข้างในประโยค  (หลังคอมม่า)   เป็นผู้กระทำกริยา (Active voice)  จะต้องนำหน้าประโยคด้วย  “Verb + ing” (Present participle)  ดังตัวอย่าง  เช่น

  • Walking along the road, he met his old friend.

(เดินไปตามถนน  เขาพบเพื่อนเก่าของเขา)  (เขาเป็นผู้ทำกริยา  “เดิน”)

  • Seeing her teacher, Jane went to greet him.

(เห็นครูของเธอ  เจนเข้าไปทักทายเขา)  (เจนเป็นผู้ทำกริยา  “เห็น”)

  • Looking out of the window, we could see beautiful scenery.

(มองออกไปนอกหน้าต่าง  เราสามารถเห็นทัศนียภาพที่สวยงาม) (เราเป็นผู้ทำกริยา  “มอง”)

  • Hoping to be there in time, Kim started early in the morning.

(หวังว่าจะไปที่นั่นให้ทันเวลา  คิมเริ่มออกเดินทางแต่เช้าตรู่)  (คิมเป็นผู้ทำกริยา  “หวัง”)

                                                 สำหรับ   “Present participle” (Verb + ing)  ถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง  จึงสามารถใช้ขยายคำนามได้เหมือนกับคำคุณศัพท์ทั่วๆไป  (โดยอาจอยู่หน้าหรือหลังคำนามที่มันขยาย)   เพื่อที่จะบอกว่า   คำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ   (แสดง  “Active voice”)   เช่น

  • Working men are constructing a bridge.

(คนทำงานกำลังก่อสร้างสะพาน)

  • Drinking horses were seen near the bank of the river.

(ม้าที่ดื่มน้ำถูกมองเห็นใกล้ตลิ่งของแม่น้ำ)

  • The mother took good care of her sleeping baby.

(แม่ดูแลทารกที่นอนหลับเป็นอย่างดี)

  • The audience appreciated the good works of the producing team.

(ผู้ชมยกย่อง-ชื่นชมผลงานที่ดีของทีมผู้สร้าง – ภาพยนตร์)

  • The people working in the office are my colleagues.

(ผู้คนที่ทำงานในสำนักงาน  คือเพื่อนร่วมงานของผม)

  • The woman walking across the street is my sister.

(ผู้หญิงที่เดินข้ามถนนเป็นน้องสาวของผม)

  • The man living next door is a bank manager.

(ชายที่อาศัยอยู่บ้านหลังถัดไปเป็นผู้จัดการธนาคาร)

  • The children playing in the field are my neighbors’ kids.

(เด็กๆที่เล่นอยู่ในสนามเป็นลูกของเพื่อนบ้านของผม)

                                                     สำหรับในกรณีที่ประธานที่อยู่ข้างในประโยค  เป็นผู้ถูกกระทำ (Passive Voice)   กริยาที่นำหน้าวลี  และอยู่หน้าประโยค  (ทำหน้าที่ขยายประธาน)  จะต้องอยู่ในรูป กริยาช่องที่  ๓   (Past Participle)  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่ 

  • ______________________________________________ by the tiger, he ran away.

(________________________________________________ โดยเสือ   เขาวิ่งหนีไป)

(a) Seeing   (เห็น)

(b) To see

(c) Seen   (ถูกเห็น)

(d) Having seen

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค  (He)  เป็นผู้ถูกเห็นโดยเสือ  กริยาข้างหน้าประโยคจึงต้องเป็นกริยาช่อง    (Past participle)  เพื่อแสดงการถูกกระทำ  (Passive voice)

                                                  ตัวอย่างที่  

  • ___________________ in wine, snails are a great luxury in various parts of the world. 

(________________ ในไวน์  หอยทากเป็นอาหารราคาแพงอย่างมากในหลายๆส่วนของโลก)

(a) To cook

(b) Cooking    (ปรุง)

(c) Cooked    (ถูกปรุง)

(d) Cook

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค คือ  “Snails”  ซึ่งถูกปรุงในไวน์  (Cooked)  หรือเป็นผู้   “ถูกกระทำ”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่  ๓  (แสดง “Passive voice)

 

15. Let’s go out for dinner tonight after work, _____________________________________?

(พวกเราออกไปข้างนอกเพื่อกินอาหารเย็นกันนะคืนนี้  หลังงานเลิก, ___________________)

(a)  don’t we

(b)  don’t you

(c)  shan’t we

(d)  shall we     (เอาไหม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากในประโยคชักชวนที่ขึ้นต้นด้วย  “Let’s”   ในส่วนต่อท้าย  (Tag)  จะต้องใช้   “shall we”  เสมอ  ส่วนถ้าเป็นประโยคคำสั่งหรือขอร้อง  ในส่วน  “Tag”  จะต้องใช้   “will you”   เช่น

  • Please come and see me at home tomorrow, will you?

(กรุณามาและพบผมที่บ้านวันพรุ่งนี้,   ได้ไหม)

  • Stop smoking in the bus, will you?

(หยุดสูบบุหรี่บนรถประจำทาง,  ได้ไหม)

                                                ในกรณีเป็นการชักชวน  “มิให้กระทำ”  ไม่จำเป็นต้องมีส่วน  “Tag”  ต่อท้ายประโยค  เช่น

  • Let’s not go to the concert tonight.

(เราอย่าไปฟังคอนเสิร์ตกันเลยคืนนี้)

  • Let’s not get up late tomorrow morning.

(เราอย่าตื่นสายกันเลยเช้าพรุ่งนี้)

(ทั้ง    ประโยคข้างบนไม่ต้องมีส่วน  “Tag”  ห้อยท้าย)

 

16. When companies cannot supply what is ordered, they usually try to ship a __________ product.

(เมื่อบริษัทไม่สามารถจัดหาสิ่งที่ถูกสั่งซื้อได้  พวกเขามักพยายามที่จะขนส่ง  ผลิตภัณฑ์ _________)

(a) remaining    (ที่เหลืออยู่)

(b) substitute    (สิ่งแทน, ตัวแทน, สิ่งที่เป็นตัวแทน, วัตถุแทน)  (เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  แทน, แทนที่, ทำการแทน, เข้าแทนที่, สับเปลี่ยน)

(c) defective    (เสีย, ชำรุด, บกพร่อง)

(d) stored    (ที่เก็บไว้ในโกดัง)

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากได้ใจความดีที่สุด  และเป็นการใช้คำนามขยายคำนาม  (นามประกอบ)  ดูเพิ่มเติม  “นามประกอบ”  ใน ข้อ  ๑๑  ของข้อสอบชุดนี้

 

17. A hundred dollars _______________________________ too expensive for this camera.

(เงิน  ๑๐๐  เหรียญ ______________________________ แพงเกินไปสำหรับกล้องตัวนี้)

(a)  are

(b)  were

(c)  have been

(d)  is    (มีราคา)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากคำนามที่เป็น  “จำนวนเงิน, ระยะทาง, เวลา, ชื่อหนังสือ”  ไม่ว่าจะมากอย่างไรก็ตาม  (คือมีรูปพหูพจน์)   จะถือเป็นเอกพจน์เสมอ  และต้องใช้กับกริยาเอกพจน์   เช่น

  • Ten kilometers is a long distance to walk in one hour.

(๑๐  กิโลเมตรเป็นระยะทางยาวที่จะเดินใน    ชั่วโมง)

  • Five hundred pounds is a large amount of money.

 (๕๐๐  ปอนด์เป็นเงินจำนวนมาก)

  • The Stories of Shakespeare’s Plays” is an interesting book.

  (เรื่องบทละครของเช็คสะเปียร์เป็นหนังสือที่น่าสนใจ)

  • Two months is too long time to wait.  

   ( เดือนเป็นเวลานานเกินไปที่จะรอคอย)

 

18. The Headmaster in our school speaks __________________________ deliberate manner.

(ครูใหญ่ในโรงเรียนของเรา  พูดในอากัปกริยาที่ใคร่ครวญ-ระมัดระวัง _________________)

(a) with a most

(b) in a most    (ที่สุด)

(c) by a most

(d) for a most

 

19. Usually I _________________________________ home much earlier; today I overslept.

(โดยปกติแล้ว  ผม _________________ บ้านแต่เนิ่นๆ กว่านี้มาก  (แต่)  วันนี้ผมหลับเลยเวลา)

(a) should leave

(b) leave    (ออกจาก)

(c) will leave

(d) shall leave

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ใช้   “Leave”  (Present simple tense)  เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดเป็นประจำ สม่ำเสมอ   โดยดูจาก   “Usually”   จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  “Subject + Verb 1)

 

20. He is a well-known author and during the past few years _______________ many books.

(เขาเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียง  และในระหว่าง  -   ปีที่ผ่านมา _________ หนังสือจำนวนมาก)

(a) writes

(b) had written

(c) is writing

(d) has written    (ได้เขียน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ช้   “Has written”  (Present perfect tense)  กับเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  ๒ - ๓  ปีที่ผ่านมา (เขียนหนังสือ)  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันขณะที่พูดประโยคนี้  ก็ยังเขียนหนังสืออยู่

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                 

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป