หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 394)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Hawks serve an important purpose in the scheme of nature ____________ on destructive rodents, such as mice and rats.

(เหยี่ยวทำหน้าที่ตามวัตถุประสงค์สำคัญในระบบการจัดการของธรรมชาติ ___________ สัตว์ที่ใช้ฟันแทะซึ่งทำให้เกิดความเสียหาย, เช่น หนูและสัตว์ที่คล้ายหนู)

(a) that they prey

(b) than to prey

(c) by preying    (โดยการล่าเหยื่อหรือจับกินเป็นอาหาร)

(d) in order that preying

 

2. In the United States advertising revenue pays all the direct costs of television and radio broadcasting and ____________ less than seventy percent of the cost of newspaper publishing.

(ในสหรัฐฯ  รายได้จากการโฆษณาจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายโดยตรงทั้งหมดของการกระจายเสียง (ออกอากาศ) ทางทีวีและวิทยุ  และ (จ่าย) ____________ น้อยกว่า  ๗๐  เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายของการตีพิมพ์หนังสือพิมพ์)  (หมายถึง  รายได้จากการโฆษณา  จ่ายเต็ม  ๑๐๐  เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายการออกอากาศทางทีวีและวิทยุ  และจ่ายไม่ต่ำกว่า  ๗๐  เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายการออกหนังสือพิมพ์)

(a) nor

(b) none

(c) neither

(d) no    (ไม่)

 

3. Elected to the United States House of Representatives in 1968, Shirley Chisholm quickly gained _____________ as an outspoken advocate of the interests of the poor.

{เมื่อได้รับเลือกตั้งเข้าสภาผู้แทนฯ ของสหรัฐฯ ในปี  ๑๙๖๘, เชอร์ลีย์  ชิสโฮล์ม  ได้รับ  ________ อย่างรวดเร็ว  ในฐานะผู้สนับสนุนผลประโยชน์ของคนยากคนจน  ซึ่งพูดจาโผงผาง (ขวานผ่าซาก)  -  หมายถึงตัวเชอร์ลีย์}

(a) attention national

(b) national attention    (ความสนใจระดับชาติ)

(c) national as attention

(d) as national attention

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หมายถึง  “คนทั่วสหรัฐฯ ให้ความสนใจเธอ”

 

4. The mastoid is located at the side of the skull, ____________________________________.

(แมสทอยด์ (ปุ่มกกหูของกระดูกขมับ – อยู่หลังใบหู) ตั้งอยู่ข้างกะโหลกศีรษะ, ______________)

(a) just the ear is behind

(b) just behind the ear    (หลังใบหูพอดี)

(c) the ear just behind

(d) is just behind the ear

ตอบ   -   ข้อ   (b)    โดยลดรูปมาจากอนุประโยค  “………........…..skull, which is just behind the ear

 

5. Dried leaves continue to hang on the branches of some deciduous trees ____________ the new leaves appear.

(ใบไม้แห้งยังคงห้อยอยู่บนกิ่งไม้ของต้นไม้ผลัดใบบางชนิด ___________ ใบไม้ใบใหม่โผล่ออกมา)

(a) until    (จนกระทั่ง)

(b) that

(c) by

(d) from

 

6. Economists regard land as the natural wealth of the earth from which all goods _____________.

(นักเศรษฐศาสตร์ถือว่าที่ดินเป็นความอุดมสมบูรณ์ (ทรัพย์สิน) ตามธรรมชาติของโลก  ซึ่งสินค้าทุกชนิด ____________ จากมัน)  (หมายถึง  ที่ดิน)

(a) produced

(b) are produced    (ถูกผลิต)

(c) produce them

(d) they produce

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นกริยาในรูป   “Passive voice”   ของอนุประโยค  (From which all goods are produced)

 

7. Everyone is responsible for __________________________________ own composition.

(ทุกคนรับผิดชอบต่อเรียงความ ________________________________________ เอง)

(a) their

(b) nobody’s

(c) all their

(d) his    (ของตน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)    “Everyone”  เป็นเอกพจน์  แทนด้วยสรรพนาม  “He”  และเมื่อแสดงความเป็นเจ้าของ  ใช้  “His

 

8. George gave the doughnuts to _____________________________________________.

(จอร์ชให้ขนมโดนัทแก่ __________________________________________________)

(a) Elsie and I

(b) me and Elsie

(c) Elsie and me    (เอลซี่และผม)

(d) I and Elsie

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ฝรั่งถือเป็นความสุภาพที่จะกล่าวถึงตนเองทีหลังผู้อื่น  หรือทีหลังสุด  และต้องใช้   “Me”  เนื่องจากเป็นกรรมของ  “Preposition” (To)

 

9. He _________________________________ walking for several hours and was very tired.

(เขา ___________________________ เดินอยู่เป็นเวลาหลายชั่วโมง  และเหน็ดเหนื่อยมาก)

(a) is

(b) has been

(c) began

(d) had been    (ได้กำลัง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)    ใช้กริยาในรูป   “Past perfect continuous tense”  (Subject + Had + Been + Verb + ing)  (He had been walking)  เนื่องจากแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์   คือ  เริ่มเดินมาแล้วหลายชั่วโมง  และขณะที่พูดประโยคนี้ก็กำลังเดินอยู่  (ซึ่งที่จริงแล้ว  ต้องใช้รูป  “He has been walking”  -  Present perfect continuous tense)  แต่ต้องเปลี่ยนไปอยู่ในรูป  “Past perfect cont.”  เพื่อให้สอดคล้องกับกริยาตัวที่   (Was)  ซึ่งอยู่ในรูป  “Past tense

 

10. The sun _______________________________________________ early in the summer.

(ดวงอาทิตย์ ____________________________________________ แต่เช้าตรู่ในฤดูร้อน)

(a) raises     (เพิ่ม, ยก, ยกขึ้น, ชูขึ้น, ทำให้สูงขึ้น, ยกระดับ)  (ต้องตามด้วยกรรม)

(b) roses    (รูปนี้ไม่มีใช้ เนื่องจากกริยา  ๓  ช่องของ  “Rise”  คือ  “Rise, Rose, Risen”)

(c) rises    (ปรากฏขึ้น, ลอยขึ้น, ผุดขึ้น, กำเนิดขึ้น, เพิ่มขึ้น, สูงขึ้น, ลุกขึ้น, ยืนขึ้น, ตื่นขึ้น, ยืนตรง, ลุกขึ้นต่อสู้, เจริญเติบโต)  (ไม่ต้องมีกรรมมารับ)

(d) rises up    (รูปนี้ไม่มีใช้)

 

11. The teacher was delighted to tell us _______________________ passed the examination.

(ครูยินดี-พอใจที่บอกเราว่า _______________________________________ สอบผ่าน)

(a) we all having

(b) we had all    (พวกเราทุกคน)

(c) we all have

(d) all we have

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ  “We all had”   หรือ   “All of us had”  (ทั้ง    ข้อความมีความหมายว่า  “พวกเราทุกคน”)   ก็ได้

 

12. Enjoying herself tremendously, she asked her father’s permission to __________ her holiday.

(เพราะสนุกสนานอย่างมาก,  เธอขออนุญาตพ่อเพื่อ _______________ วันหยุดพักผ่อนของเธอ)

(a) delay    (ทำให้ล่าช้า, ล่าช้า)

(b) enlarge    (ขยายให้ใหญ่ขึ้น)

(c) expose    {แสดง, เปิดเผย, ตาก (แดด), ผึ่ง (ลม)}

(d) extend    {ขยายเวลาออกไป, ต่อเวลา, ต่อเติม (บ้าน), ขยาย (กิจการ)}

 

13. In this restaurant you can order whatever you wish because there is an endless _________ of special foods.

(ในภัตตาคารนี้  คุณสามารถสั่ง (อาหาร) อะไรก็ตามที่คุณต้องการ  เพราะว่ามี __________ อย่างไม่รู้จบสิ้น-ไม่สิ้นสุด ของอาหารพิเศษ)  (คือ มีอาหารพิเศษมากมายหลายชนิด  ไม่สิ้นสุด)

(a) opportunity    (โอกาส)

(b) variety    (ความหลากหลาย, ประเภทต่างๆ, ชนิดต่างๆ)

(c) quality    (คุณภาพ)

(d) quantity    (ปริมาณ)

 

14. A loud cry by a frightened person is a ________________________________________.

(เสียงร้องดังของบุคคลที่ตกใจกลัว  คือ _____________________________________)

(a) sigh    (เสียงถอนหายใจ, การถอนหายใจ)

(b) grumble    (เสียงบ่น, การบ่น, การแสดงความไม่พอใจ)

(c) whisper    (เสียงกระซิบ, การกระซิบ, การพูดเสียงแผ่วเบา, เรื่องกระซิบ, ข่าวเล่าลือ)

(d) scream    (เสียงกรีดร้อง, เสียงแหลมและดัง, เสียงดังแสบแก้วหู)

 

15. This is the site _________________________________________________________.

(นี่เป็นสถานที่ (ทำเลที่ตั้ง) ______________________________________________)

(a) which the university plans to build a new office

(b) where the university plans to build a new office    (ซึ่งมหาวิทยาลัยวางแผนที่จะสร้างสำนักงานแห่งใหม่)

(c) in that the university plans to build a new office

(d) the university plans to build a new office

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากขยายสถานที่  (site)  จึงต้องใช้   “where”  หรือ  “in which”  หรือ  “which the………………..office in”  (แต่แบบนี้ไม่นิยมใช้เหมือน    แบบแรกส่วนข้อ   (c)   “in that”   ไม่มีการใช้รูปนี้  (มีใช้  แต่ไม่ใช่ในกรณีนี้)

 

16. The car rent business was run quite _______________________________________.

(ธุรกิจรถเช่าถูกดำเนินไป _______________________________________ มากทีเดียว)

(a) profit    (กำไร)

(b) profiting

(c) profitably    (อย่างมีกำไร)

(d) profiteer    (ผู้เอากำไรเกินควร, พ่อค้าหน้าเลือด, เอากำไรเกินควร, ขูดรีดกำไรเกินควร)

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากขยายกริยา  (was run)   จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์ (Adverb)

 

17. The nervous old lady asked ______________________ the train would reach London.

(หญิงชราที่วิตกกังวลคนนั้นถาม (ว่า) _____________________ รถไฟจะไปถึงลอนดอน)

(a) that when

(b) the time so that

(c) when    (เมื่อไร, เมื่อใด)

(d) how long

ตอบ   -   ข้อ    (c)   หรืออาจตอบ  “………......……asked how long the train would take to reach London

 

18. She explained __________________________________________________________.

(เธออธิบาย ________________________________________________________)

(a) him the idea    (ไม่ใช้รูปแบบนี้สำหรับกริยา  “Explain” )

(b) the idea him

(c) to him the idea

(d) the idea to him    (ความคิดให้เขาฟัง)

 

19. I’ve been working on my design every evening _________________________________.

(ผมได้กำลังทำงานด้านการออกแบบของผมทุกคืน _______________________________)

(a) during the last three months

(b) for the last three months    (สำหรับช่วงเวลา    เดือนที่ผ่านมา)  (ในขณะที่พูดนี้ก็ยังทำฯ อยู่)  (ต้องใช้  “For” )

(c) three months ago    (๓  เดือนผ่านมาแล้ว)  (เป็นอดีต)

(d) in the last three months

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากใช้กับ   “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  ดูเพิ่มเติม   “Tense”  นี้จากประโยคข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่  

  • She ___________________________________________ in London for 20 years.

(เธอ _____________________________________ ในลอนดอนเป็นเวลา  ๒๐  ปีแล้ว)

(a) has come to live

(b) has been living    (ได้กำลังอาศัย)

(c) comes to live

(d) is living

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ใช้รูป  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}  เพื่อแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์หนึ่ง   (เธออาศัยอยู่ในลอนดอน)   ซึ่งเกิดขึ้นในอดีต  และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  (ขณะ ที่พูดประโยคนี้)

                                                  ตัวอย่างที่  

  • Although Mark ______________ for years, he ______________ has not graduated. 

(แม้ว่ามาร์ค _______________ เป็นเวลาหลายปี  เขา _____________ ไม่จบการศึกษา)

(a) has been studying …….........….. already   (ได้กำลังศึกษา ......................... แล้ว)

(b) has been studied ……..........…still

(c) has been studying ……........…..still   (ได้กำลังศึกษา ........................... ยังคง)

(d) has been studied………...........….already

ตอบ    -    ข้อ   (c)   ใช้โครงสร้าง  “Present perfect continuous tense” {Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing}   ในแบบ  “Active voice”  (ข้อ  (b)  และ  (d)   เป็น  “Passive voice”)  เนื่องจาก  มาร์คเป็นผู้กระทำ  (ศึกษา)  สำหรับข้อนี้หมายความว่า  “มาร์คเรียนหนังสือมาหลายปี  แต่ยังคงไม่จบการศึกษา”   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมการใช้    “Present perfect continuous”  จากประโยคข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่  

  • Miss Kim ______________________________________ with us since last October.

(มิสคิม ____________________________________ กับเราตั้งแต่เดือนตุลาคม  ปีที่แล้ว)

(a) works

(b) worked

(c) has been working     (ได้กำลังทำงาน)

(d) is working

หมายเหตุ   –    ตอบข้อ    (c)    เนื่องจากเป็น  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Have (Has) + Been + V. ing}   โดยสังเกตจาก  “Since last October”  ทั้งนี้   “Present perfect continuous”  ใช้บอกเหตุการณ์ในอดีตที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน   และเน้นความยาวของช่วงเวลา  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันด้วย   ซึ่งอาจจะเป็นหลายๆ วัน,   เดือน,   ปี,   หลายๆ ปี,   หรือเพียง  ๒ – ๓  ชั่วโมงก็ได้   ซึ่งประโยคข้างบนมีความหมายว่า    “มิสคิมทำงานกับเราตั้งแต่ตุลาฯ ปีที่แล้ว”  และปัจจุบันก็ยังคงทำอยู่   และเน้นความต่อเนื่องของการทำงาน   ว่าทำมานานหลายเดือนแล้ว   อนึ่ง  สามารถใช้รูป  “Present perfect” (Subject + Have (Has) + V. 3)   แทนก็ได้   โดย   “Present perfect”   ก็บอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีตและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเช่นกัน   แต่ไม่เน้นความต่อเนื่อง  หรือยาวนานเหมือนกับ  “Present perfect continuous”  นอกจากนั้น  “Present perfect”   ยังบอกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งจะจบสิ้นลงไปแล้ว   หรือเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต   แต่ไม่ระบุเวลาที่แน่ชัด  หรือใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำๆ ในอดีต

                                              รูปแบบของ   “Tense”   ทั้ง    ที่กล่าวมาข้างต้น   มักจะมีคำจำพวกนี้อยู่ในประโยค  ได้แก่  since  (ตั้งแต่)  for  (เป็นเวลา)  recently  (หมู่นี้)  lately  (เมื่อเร็วๆนี้)  so far  (เท่าที่ผ่านมาหรือเป็นมา)  up to now  (จนกระทั่งถึงบัดนี้)  up till now  (จนถึงบัดนี้)  up to the present  (จนถึงปัจจุบัน)  already  (แล้ว)  yet  (ใช้ในประโยคคำถาม)  not yet  (ใช้ในประโยคปฏิเสธ)  ever  (เคย)  never  (ไม่เคย)  just  (เพิ่งจะ)  this is the first (second) time  (นี่เป็นครั้งแรก – ครั้งที่สอง)  หรือตามด้วยประโยคที่เป็น   “Past tense   เช่น   since we were born”  (ตั้งแต่เราเกิด)   “since they were at college”  (ตั้งแต่พวกเขาเรียนมหา วิทยาลัย)   ตัวอย่างประโยค   เช่น

  • I have already eaten my breakfast.

(ผมกินอาหารเช้าแล้ว – เน้นว่ากินแล้ว และยังไม่นานนัก)

  • She has not eaten her dinner yet.

(เธอยังมิได้กินอาหารเย็นเลย – เน้นว่ายังไม่ได้ทำ)

  • He has just gone out.

(เขาเพิ่งจะออกไป – เน้นว่าเพิ่งจะจบสิ้น)

  • I have seen her on TV several times.

(ผมได้เห็นเธอทางทีวีหลายครั้ง – เน้นว่าทำซ้ำๆ)

  • They have lived here for ten years.

(พวกเขาอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว – เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)

  • We have not seen each other since 2010.

(เราไม่ได้เจอกันตั้งแต่ปี  ๒๐๑๐ – เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)

  • They have been playing since the morning.

(พวกเขาเล่นกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว – เน้นว่าต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความยาวของเวลาว่าหลายชั่วโมง)

  • They have been waiting here for two hours.

(พวกเขารอคอยอยู่ที่นี่มา    ชั่วโมงแล้ว – เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันและความนานของเวลาคือ    ชั่วโมง)

  • We have been living here since we were born.

(เราอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เราเกิด - เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความยาวนานของการอาศัยที่นี่  คือ  หลายสิบปีแล้ว)

 

20. A main clause is sometimes called a ___________________________________ clause.

(ประโยคใหญ่บางครั้งถูกเรียกว่า  ประโยค __________________________________)

(a) principle    (หลัก,  หลักการ)  (เป็นคำนาม)

(b) principal    (หลัก, สำคัญที่สุด)  (ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์)

(c) principality    (เทศบาล)  (เป็นคำนาม)

(d) principles

ตอบ   -   ข้อ   (b)   สำหรับ   “Principal”  เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “เงินต้น, ต้นทุน, ครูใหญ่, ผู้อำนวยการ, หัวหน้า, ตัวการสำคัญ

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

 

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป