หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 392)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Legumes take nitrogen into their roots ___________________________________ the air.

(พืชฝักเล้กกูม (ลิกูม) นำกาซไนโตรเจนเข้าสู่รากของมัน _____________________ อากาศ)

(a) except    (ยกเว้น, เว้นแต่)

(b) however    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)

(c) but    (แต่)

(d) from    (จาก)

 

2. Glass that has been tempered may be up to __________________________________.

(แก้วซึ่งได้ผ่านการหลอมเหลว  อาจจะถึงขนาด _______________________________)

(a) as hard as ordinary glass five times

(b) hard as ordinary glass times five

(c) five times as hard as ordinary glass    (แข็งเป็น    เท่าของแก้วธรรมดา)

(d) ordinary glass as hard as five times

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ต้องเรียงโครงสร้างวลีในแบบดังกล่าว

 

3. Not every pearl that is found ______________________________________________.

(มิใช่ไข่มุกทุกเม็ดที่ถูกพบ ______________________________________________)

(a) of value

(b) is valuable    (มีค่า)

(c) to be valued

(d) valuable

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Is”  เป็นกริยาของประโยคใหญ่  (Not every pearl is valuable)  ส่วน  “Valuable”  เป็น  “Complement”  ของ  “Is”  สำหรับข้อนี้อาจตอบ  “Is of value”  (มีค่า)  ก็ได้

 

4. Trumpeter Wynton Marsalis has won Grammy awards for his recordings of __________ jazz and classical music.

(นักทรัมเป็ต  วินตัน มาร์ซาลิซ  ได้รับรางวัลแกรมมี่สำหรับการบันทึกเสียง (แผ่นเสียง) ของเขา  ของ __________ ดนตรีแจซและคลาสสิค)

(a) also

(b) together

(c) the two

(d) both    (ทั้ง)

 

5. ____________ mirror the ideals and opinions of women in the United States in the latter part of the 1800’s.

(_____________ สะท้อนให้เห็นอุดมการณ์และความคิดเห็นของสตรีในสหรัฐฯ  ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่  ๑๘)

(a) Whether the novels of Mary Jane Holmes    (ไม่ว่านิยายของแมรี่ เจน โฮลเมส  สะท้อนให้เห็น............................ศตวรรษที่  ๑๘  หรือไม่ก็ตาม)

(b) The novels of Mary Jane Holmes    (นิยายของแมรี่ เจน โฮลเมส)

(c) Mary Jane Holmes wrote novels    (แมรี่ เจน โฮลเมส  เขียนนิยาย)

(d) Why Mary Jane Holmes wrote novels    (ทำไม แมรี่ เจน โฮลเมส  เขียนนิยาย)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “The novels”  เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Of Mary Jane Holmes”  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  “Mirror”  (สะท้อนให้เห็น) เป็นกริยา  สำหรับข้อนี้  อาจตอบ  ข้อ  (c)  ก็ได้  แต่ต้องแก้เป็น  Mary Jane Holmes wrote novels which (that)”  (แมรี่ เจน โฮลเมส  เขียนนิยายซึ่ง)  โดยประโยคนี้  ประกอบด้วยประโยคใหญ่  (Mary Jane Holmes wrote novels)  และประโยคย่อย (อนุประโยค)  “Which (that) mirror the ideals and opinions of women in the United States in the latter part of the 1800’s” 

 

6. ___________________, a leader of the Mingo tribe, won fame for a stirring speech in 1774.

(_______________, ผู้นำคนหนึ่งของอินเดียนแดงเผ่ามิงโก, ได้รับชื่อเสียงจากสุนทรพจน์ที่ปลุกเร้า (กระตุ้น) (ให้ชาวเผ่าต่อสู้เพื่อสิทธิของตน) ในปี  ๑๗๗๔)  (มิงโกเป็นอินเดียนแดงในรัฐโอไฮโอ  ในช่วงกลางศตวรรษที่  ๑๘)

(a) It was Logan

(b) Logan was

(c) Logan    (โลแกน)

(d) When Logan

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Logan”   เป็นประธานของประโยค   โดยมี  “Won”  (ได้รับ) เป็นกริยา

 

7. _______________________________________ 700,000 recognized species of insects.

{_______________________ ๗๐๐,๐๐๐ พันธุ์ของแมลงที่เป็นที่รู้จัก (หรือได้รับการยอมรับ)}

(a) About    (ประมาณ)

(b) For about    (สำหรับประมาณ, เพื่อประมาณ)

(c) About the

(d) There are about    (มีประมาณ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นประธาน  (There)  และกริยา  (Are)  ของประโยค

 

8. Have you finished your homework ___________________________________________?

(คุณทำการบ้านเสร็จแล้ว _______________________________________________)

(a) still    (ยังคง)

(b) ready    (พร้อม, เตรียมพร้อม, เสร็จ, ฉับพลัน, ทันที)

(c) yet    (หรือยัง)  (ใช้กับประโยคคำถาม  และปฏิเสธ)

(d) all ready    (ทุกอย่างพร้อม-พร้อมแล้ว)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ   “Already”  (แล้ว, เรียบร้อยแล้ว)  (ใช้กับประโยคบอกเล่า  และคำถาม)  ก็ได้

 

9. The teacher is drinking ___________________________________________________.

(คุณครูกำลังดื่ม _____________________________________________________)

(a) a coffee    (ไม่ใช้รูปนี้)  (“Coffee”  เป็นนามนับไม่ได้)

(b) a cup of some coffee    (ไม่ใช้รูปนี้)

(c) a cup of coffee    (กาแฟ  ๑  ถ้วย)

(d) a coffee-cup    (ถ้วยกาแฟ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  “Coffee”  (นามนับไม่ได้)  ก็ได้

 

10. ‘Mutter’ is the German word _________________________________________ ‘mother’.

(“มัตเตอร์”  เป็นคำภาษาเยอรมัน _____________________________________ “แม่”)

(a) of

(b) as

(c) instead    (แทนที่)

(d) for    (สำหรับ)

(e) means    (หมายถึง, หมายความว่า)   

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                                               สำหรับคำคุณศัพท์ที่ใช้กับ  “For”  ด้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job. = เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียม พร้อมต่อ)  -  “Are you ready for your new job?”  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  “Thailand is famous for the hospitality of its people.”  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  “I’m sorry for any damage I may occur.”  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม)  -  “These clothes are fit for me.”  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมาก  สำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                                              ส่วนคำกริยาที่ใช้กับ  “For” เช่น  “Buy something for someone”  (ซื้ออะไรให้ใคร)  -  “I bought a present for her on her birthday.”  (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด),  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “They will vote for the Republican only.”  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “I’ ll pay for the meal this time.”  (ผมจะจ่ายค่าอาหารให้มื้อนี้),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  “Thank you for your help.”  (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ), “Search  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  “She is looking for her lost watch.”  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  “They have to struggle for their survival.” (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  “The criminals begged for the judge’s mercy.”  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  “We hope for better life in the future.”  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต),  “Apply”  (สมัคร)  -  “She will apply for a job immediately after graduating.”  (เธอจะสมัครงานในทันทีที่เรียนจบ),  เป็นต้น

                                               สำหรับวลีอื่นๆที่ใช้กับ  “For”   ด้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป  ๑ เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน้ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),   “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ  ไม่แน่ใจ),  “Demand”  (ความต้องการ)  -  The demand for our goods is increasing.  (ความต้องการสินค้าของเรากำลังเพิ่มมากขึ้น),  เป็นต้น

 

11. Come back as _________________________________________________ as possible.

(จงกลับมาให้ ____________________________________________ เท่าที่จะเป็นไปได้)

(a) quick

(b) quickly    (อย่างเร็ว)  (หมายถึงเดินหรือวิ่ง)  (แต่ในประโยคข้างบน ต้องการบอกเพียงว่า  “กลับมาให้เร็วเท่าที่ทำได้”  ไม่เน้นว่าจะโดยวิธีใด)

(c) soon    (เร็ว)

(d) earlily    (คำนี้ไม่มีใช้  มีแต่  “Early”  ซึ่งเป็นทั้งคำคุณศัพท์ และกริยาวิเศษณ์)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ   “Early”  (แต่เนิ่นๆ, เช้า, แต่เช้า)  ก็ได้

 

12. I _______________________________________________ a salesman for ten years.

(ผม ______________________ พนักงานขายฯเป็นเวลา  ๑๐  ปีแล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังเป็นอยู่)

(a) have become

(b) became

(c) have been    (ได้เป็น)

(d) am

ตอบ   -   ข้อ   (c)   อยู่ในรูป   “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  โดยเหตุการณ์เกิดในอดีต  (เป็นพนักงานขาย)  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูดประโยคนี้)

 

13. The gardener waters the trees lest _________________________________________.

(ชาวสวนรดน้ำต้นไม้  โดยเกรงว่า __________________________________________)

(a) they may die

(b) they should die    (มันจะตาย)

(c) they will die

(d) they would die

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Lest”  (โดยเกรงว่า)  +  Subject  +  Should  +  Verb 1

 

14. If you were to touch that wire, you ___________________________________ instantly.

(ถ้าคุณมีเจตนาที่จะสัมผัสลวดเส้นนั้นละก็  คุณ ________________________ ในทันทีทันใด)

(a) would kill

(b) would be killed    {จะ (ถูกฆ่า) ตาย}

(c) will kill

(d) will be killed

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เพื่อให้สอดคล้องกับ   “If you were to……………….”  สำหรับประโยคข้างบน  เป็น  “If clause”  แบบที่    ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในปัจจุบัน  ดูเพิ่มเติม   “If clause”  แบบที่     จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • _____________ photosynthesis were to stop, most living things would disappear from the Earth in a few years.

(_______________ การสังเคราะห์แสงจะต้องหยุดไป  (ในขณะนี้)  สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่จะสูญหายไปจากโลกในเวลาไม่กี่ปี)

(a) Besides    (นอกจาก, นอกจากนั้น)

(b) If    (ถ้า)

(c) So

(d) For

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่  ๒  “Present unreal”   (ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน)  ซึ่งมี  ๒  นัย  คือ  (๑) เหตุการณ์ไม่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน  หรือ  (๒) เหตุการณ์เกิดขึ้นได้ยาก  หรือมีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดขึ้น  (ในปัจจุบัน)  สำหรับประโยคข้างบน  เป็นการสมมติที่ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน  (หรือเกิดขึ้นได้ยาก)  เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง  คือ  “(ในปัจจุบัน)  การสังเคราะห์แสงไม่หยุด  ทำให้สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ไม่สูญหายไปจากโลก”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • _________________________________________ next month, I would give a party.

(___________________________________________ เดือนหน้า  ผมจะจัดงานเลี้ยงให้)

(a) If she comes

(b) Should she comes

(c) Were she to come    (ถ้าเธอมีความตั้งใจ (มุ่งมั่น) ที่จะมา)

(d) If she would come

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากมาจากข้อความ  “If she were to come”  (ถ้าเธอมีความตั้งใจ (มุ่งมั่น) ที่จะมา)  เป็น  “If clause”  แบบที่   หรือ  “Present unreal”  (ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน – หรืออนาคต)  คือ มีความหมายเป็น    นัย  คือ  () ไม่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน  เช่นในประโยค  “If I were a bird (= Were I a bird), I would fly to the moon.”  (ถ้าฉันเป็นนก  ฉันจะบินไปดวงจันทร์) (หมายถึง  ถ้าเป็นนกในปัจจุบัน  ซึ่งเป็นไปไม่ได้  หรือไม่อาจเกิดขึ้นได้จริง)  ()  เกิดขึ้นได้ยาก  หรือผู้พูดคิดว่าคงมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก  เช่นในประโยคข้างบน (ตัวอย่างที่  และ)  ผู้พูดเชื่อว่า  “เป็นไปได้ยากที่การสังเคราะห์แสงจะหยุดไป  ดังนั้น  สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่จะไม่สูญหายไปจากโลก”  หรือ  “เป็นไปได้ยากที่เธอจะมาเดือนหน้า  ดังนั้น  ผมคงไม่ต้องจัดงานเลี้ยงให้”  ดูเพิ่มเติม  “If clause” แบบที่    จากประโยคข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • If I _________________________________________ you, I should leave quickly.

(ถ้าผม _____________________________ คุณ  ผมจะจากไป (ออกไป) อย่างรวดเร็ว)

(a) was

(b) am

(c) were    (เป็น)

(d) like

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็น   “If clause”   แบบที่ ๒   “Present unreal”  (ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน)  (เพราะผมไม่ใช่คุณ  ผมจึงไม่ต้องรีบจากไป)  (เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน)

                                               ตัวอย่างที่  

  • This test is in English.  If it were in Thai, I__________________________ it at all.  

(แบบทดสอบนี้เป็นภาษาอังกฤษ  ถ้ามันเป็นภาษาไทย  ผม __________________ มันเลย)

(a) shall not mind

(b) am not minding

(c) would not mind    (จะไม่รังเกียจ)

(d) would not be minded

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็น  “If clause”  แบบที่  ๒  “Present unreal”   คือการสมมติที่ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน  (การทดสอบไม่ได้ใช้ภาษาไทย  แต่ใช้ภาษาอังกฤษ  ผมจึงรังเกียจมัน)  (เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน)

                                               ตัวอย่างที่ 

  • If you lived closer to the office, you ________________ trouble getting to work on time.

(ถ้าคุณอาศัยอยู่ใกล้กับสำนักงานมากกว่านี้  คุณ ___________ ปัญหาเรื่องไปทำงานทันเวลา)

(a) don’t have

(b)  didn’t have

(c)  won’t have

(d) wouldn’t have    (จะไม่มี)

ตอบ   -    ข้อ   (d)   เนื่องจากประโยคนี้เป็นประโยค  “If clause”  แบบที่    “Present unreal”  (ไม่เป็นจริงในปัจจุบัน)   คือ   “ประโยคเงื่อนไขในปัจจุบันที่ไม่เป็นความจริง”  กล่าวคือ  “ถ้าในปัจจุบัน  คุณอาศัยอยู่ใกล้ออฟฟิศมากกว่านี้  คุณก็จะไม่มีปัญหาเรื่องการมาทำงานสาย”  แต่ในความเป็นจริงคือ  “บ้านคุณอยู่ไกลจากออฟฟิศมาก  คุณก็เลยมาทำงานสายบ่อย”  (คือ  คุณอาศัยอยู่ใกล้ออฟฟิศ  ไม่เป็นความจริง  -  ความจริง คือ อยู่ไกลจากออฟฟิศ)  ประโยคเงื่อนไข  “If clauseแบบที่    (Present unreal)  ในประโยคใหญ่  (Main clause)  จะใช้รูป  “Subject + V.  ช่องที่ 2”  และในกรณีมี   “Verb to be”   ให้ใช้  “Were”  กับประธานทุกตัว  (He, She, It, I, We, You, They)  ส่วนในประโยคย่อยหรืออนุประโยค  (Subordinate clause)  จะใช้รูป  “Subject + Would + (Not) + V. ช่องที่ 1

                                             สำหรับการใช้   “If clause”  แบบที่    นี้  มักใช้เมื่อ  () เหตุการณ์ไม่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน  ดังประโยคข้างบน (ตัวอย่างที่  ๓,  ๔  และ  ๕)   หรือไม่ก็   ()  ผู้พูดมีความเชื่อว่า  ข้อความที่พูดออกมามีโอกาสเกิดขึ้นได้ยาก   เช่น  ประโยคในตัวอย่างที่   และ     และประโยคข้างล่าง  บางประโยคมีความกำ้กึ่งกันระหว่าง  (๑)  และ  (๒)  เช่น  ในตัวอย่างที่  ๑

  • If you came to the party today  (หรือ tomorrow), you would meet my wife.

(ถ้าคุณมางานเลี้ยงวันนี้ – หรือพรุ่งนี้ – คุณก็จะได้พบภรรยาผม)  (ในข้อนี้ผู้พูดค่อนข้างจะมั่นใจว่า  “คุณคงจะไม่มาหรอก  และคุณก็จะไม่ได้พบภรรยาผม”   แต่ถ้าผู้พูดมั่นใจว่า  “คุณ”  คงมางานเลี้ยงแน่  และคงได้พบภรรยาผมแน่  ผู้พูดก็จะพูดในรูป  “If clauseแบบที่ 1”  คือ  “If + Subject + Verb 1, Subject + Will + Verb 1”  คือ

  • If you come to the party today (tomorrow), you will meet my wife.

(ถ้าคุณมางานเลี้ยงวันนี้ (วันพรุ่งนี้)  คุณก็จะได้พบภรรยาผม)  (ผู้พูดมั่นใจว่า  “คุณ”  จะมางานเลี้ยงแน่ๆ  และก็จะได้พบภรรยาผมแน่)

                                             ตัวอย่างอื่นๆ  ของ  “If clause”  แบบที่    เช่น

  • If I were a poor student, I would not go on holiday as often as I would.

(ถ้าผมเป็นเด็กนักเรียนยากจน (ในขณะนี้)  ผมก็คงจะไม่ไปเที่ยววันหยุดพักผ่อนบ่อยเหมือนกับที่ผมทำอยู่)   (ผู้พูดมั่นใจว่า  ตนไม่ได้เป็นนักเรียนยากจน (การที่ตนเป็นนัก เรียนยากจนไม่เป็นความจริง)  ตนเลยได้ไปเที่ยววันหยุดบ่อยๆ)

  • If I were you, I would not let him say such things.

(ถ้าผมเป็นคุณ (ในขณะนี้)  ผมจะไม่ปล่อยให้เขาพูดเช่นนั้น)   (แต่เพราะว่าผมไม่ได้เป็นคุณ  (ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้) ผมเลยปล่อยให้เขาพูดเช่นนั้นออกไป)

  • If you met the Queen, how would you address her?

(ถ้าคุณพบราชินี (ในตอนนี้)  คุณจะพูดกับพระองค์อย่างไร)   (แต่ผู้พูดมั่นใจว่า  มีโอกาสน้อยมาก หรือ เกิดขึ้นได้ยากมาก  ที่คุณจะได้พบกับราชินี)

  • If she were a princess, she would be very happy.

(ถ้าเธอเป็นเจ้าหญิง (ในขณะนี้)  เธอคงจะมีความสุขมาก)   (แต่เธอมิได้เป็นเจ้าหญิง (เป็นเรื่องสมมติที่เป็นไปไม่ได้)  เธอเลยไม่มีความสุข)

  • If I were a bird, I would fly to the moon.

(ถ้าผมเป็นนก (ในตอนนี้)  ผมจะบินไปดวงจันทร์)  (เป็นเรื่องสมมติที่เป็นไปไม่ได้  ที่ผมจะเป็นนก  ผมก็เลยไม่ได้บินไปดวงจันทร์)

  • If you ever met the Queen, what would you do?

(ถ้าคุณพบกับราชินี  คุณจะทำอย่างไร)  (ผู้พูดมั่นใจว่า  คุณคงไม่มีโอกาสได้พบหรอก  หรือยากเต็มทีที่จะได้พบ)

  • I could not possibly go there unless my parents gave me some money.  (Unless = if ………….........……not)

(ผมคงไม่สามารถไปที่นั่นได้ (ในขณะนี้ หรือ อนาคต)  ถ้าพ่อแม่ไม่ให้เงินผม)  (ผู้พูดมั่นใจว่า  ตนคงไปที่นั่นได้แน่  เพราะพ่อแม่ให้เงิน)

  • Can you come?  I would if I could but I can’t.  

(คุณมาได้ไหมล่ะ  ผมจะมาถ้าผมสามารถทำได้ (ในปัจจุบัน)   แต่ผมก็ไม่สามารถมาได้)  (ผู้พูดมั่นใจว่า  คงเป็นไปไม่ได้  หรือมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก  ที่ตัวเขาจะมา)

                                              สำหรับใน  “If clause”  แบบที่    ที่มีกริยา  Were”  เราสามารถใช้รูป  “ผกผัน”  (Inversion)  ได้  โดยนำ  “Were”  มาขึ้นต้นอนุประโยค  แทน  “If”  ได้  ไม่ว่าอนุประโยค  (If clause)  จะอยู่ข้างหน้า  หรือข้างหลังประโยคใหญ่  (Main clause)  ดังประโยคข้างล่าง

  • Were he to leave today, he would be there by Friday.

(= If he were to leave today, he would be there by Friday.)

(ถ้าเขาตั้งใจ-มุ่งมั่นที่จะออกเดินทางวันนี้ (เป็นการสมมติเหตุการณ์ปัจจุบัน)  เขาคงไปถึงที่นั่นราววันศุกร์)   (ผู้พูดมั่นใจว่า  เป็นไปได้ยากมาก  หรือเป็นไปไม่ได้เลย  ที่เขาจะออกเดินทางวันนี้)

  • Were it less expensive, we would buy it.

(= If it were less expensive, we would buy it.)

(ถ้ามันราคาแพงน้อยกว่านี้ (ในขณะนี้ หรือ ในอนาคต)   เราจะซื้อมัน)   (แต่เนื่องจากมันราคาแพง  เราเลยไม่ซื้อ)  (ผู้พูดมั่นใจว่า  สินค้าราคาถูกไม่เกิดขึ้นจริง  หรือ เกิดขึ้นได้ยากมาก)

  • Were I you, I would not let him say such things.

(= If I were you, I would not let him say such things.)

(คำแปลอยู่ข้างบน)

  • I would not go to school every day were I a poor student.

(= I would not go to school every day if I were a poor student.)

(ผมจะไม่ไปโรงเรียนทุกวัน  ถ้าผมเป็นนักเรียนยากจน  -  ในปัจจุบัน)   (ผู้พูดมั่นใจว่า  ตนได้ไปโรงเรียนทุกวัน  เพราะตนไม่ได้เป็นนักเรียนยากจน)  (การที่ตนเป็นนักเรียนยากจนไม่เป็นความจริง)

  • She would give me a million baht (now) were she a millionaire.

(= She would give me a million baht (now) if she were a millionaire.

(เธอจะให้ผม    ล้านบาท (ในขณะนี้)  ถ้าเธอเป็นเศรษฐี)  (แต่เพราะว่าเธอมิได้เป็นเศรษฐี  เธอจึงมิได้ให้เงินล้านแก่ผม)  (การเป็นเศรษฐีของเธอมิได้เกิดขึ้นจริง  หรือเป็นไปไม่ได้)  (เป็นการสมมติที่มิได้เกิดขึ้นจริง  หรือเป็นไปไม่ได้  ในปัจจุบัน  จงเปรียบเทียบความแตกต่างกับ  “If clause”  แบบที่   (Past unreal)  -  เหตุการณ์ไม่เกิดขึ้นจริงในอดีต  หรือเกิดตรงข้ามกับข้อความในประโยค) 

  • She would have given me a million baht (last year) if she had been a millionaire.

(เธอคงจะได้ให้เงิน  ๑  ล้านบาทแก่ผมแล้ว  (เมื่อปีที่แล้ว)  ถ้าเธอเป็นเศรษฐี)  (แต่เธอมิได้เป็นเศรษฐี  เธอจึงมิได้ให้เงิน  ๑  ล้านบาทแก่ผม)  (เมื่อปีที่แล้ว)

 

15. My brother doesn’t drink, and I don’t, ______________________________________.

(พี่ชายของผมไม่ดื่มเหล้า  และผมก็ไม่ (ดื่ม) ___________________________________)

(a) too

(b) either    (เช่นเดียวกัน)

(c) also

(d) neither

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Either,  Neither”  จากประโยคข้างล่าง

                                              ตัวอย่างที่  

  • Kimberly won’t have enough time and Betty ______________________________.

(คิมเบอร์ลี่คงจะไม่มีเวลาพอ   และเบ็ตตี้_____________________________________)

(a) won’t too.

(b) doesn’t either

(c) won’t either    (ก็จะไม่มีเวลาพอเช่นเดียวกัน)

(d) does neither

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก    “Either”   ที่ใช้ในประโยคข้างบน  ถือเป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  เมื่อใช้ในประโยคปฏิเสธ   ในความหมาย  “เช่นกัน, เช่นเดียวกัน”  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • She does not like dogs.  I don’t like dogs either. (= I don’t either.) 

(เธอไม่ชอบสุนัข  (และ)  ผมก็ไม่ชอบเช่นกัน)

                                               ทั้งนี้  อาจใช้  “Neither”  หรือ  “Nor”  ก็ได้   โดยต้องวางไว้หน้าประโยค   และต้องใช้กับรูปกริยาบอกเล่าเท่านั้น  เนื่องจาก  “Neither”  (Nor)   มีความหมายในทางปฏิเสธอยู่แล้ว   คือ  “ไม่เช่นเดียวกัน”   ทั้งนี้ต้องให้อยู่ใน  “Tense”  เดียวกันด้วย   และต้องให้สอด คล้องกับประธานของประโยคด้วย  ดังประโยคข้างล่าง

  • She does not like dogs.  Neither do I. (= Nor do I.)

(เธอไม่ชอบสุนัข  (และ)  ผมก็ไม่ชอบเช่นกัน)

                                              สำหรับตัวอย่างอื่นๆ  ได้แก่

  • They didn’t work hard.  We didn’t either. (= Neither did we. = Nor did we.)

(พวกเขามิได้ทำงานหนัก  เราก็ไม่ได้ทำงานหนักเช่นกัน)

  • She doesn’t like her new home.  Her sisters don’t either. (= Neither do her sisters. = Nor do her sisters)

(เธอไม่ชอบบ้านหลังใหม่  พี่สาวน้องสาวของเธอก็ไม่ชอบเช่นกัน)

                                             สำหรับการใช้   “Either”  (อี๊-เธอะ  หรือ ไอ๊-เธอะ)  ในความหมายอื่นๆ  เช่น   เมื่อเป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  หมายถึง   “แต่ละ, อันละ, ชิ้นละ, อันใดอันหนึ่ง (ของ ๒ อัน),  ด้านใดด้านหนึ่ง  (ใน ด้าน),  คนใดคนหนึ่งใน    คน”  แต่เมื่อเป็นคำสรรพนาม  (Pronoun)  หมาย ถึง   “หนึ่งในระหว่างสอง, อย่างใดอย่างหนึ่ง”  แต่ถ้าเป็นคำสันธานหรือคำเชื่อม   (Conjunction)  หมายถึง   “(ถ้า) ไม่........................ก็........................”   ส่วนเมื่อเป็นคำกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  หมายถึง  “ด้วย, เหมือนกัน, เช่น เดียวกัน”   ดังตัวอย่างประโยค

  • There are shops on either side.  (เป็นคำคุณศัพท์)

(มีร้านค้าอยู่บนถนนแต่ละด้าน – คือมีทั้ง ด้าน)

  • Either train goes to London.  (เป็นคำคุณศัพท์)

(รถไฟขบวนใดขบวนหนึ่ง – ใน ขบวน – ไปลอนดอน)

  • You may take either seat.  (เป็นคำคุณศัพท์)

(คุณอาจจะนั่งเก้าอี้ตัวใดตัวหนึ่ง - ใน ตัว – ก็ได้)

  • On either side of the street is a pavement.  (เป็นคำคุณศัพท์)

(บนถนนแต่ละด้านมีทางเดินเท้า – คือมีทางเดินเท้าทั้ง ด้าน)

  • Either of the men is her father.  (เป็นคำสรรพนาม)

(ชายคนใดคนหนึ่ง – ใน คน – เป็นพ่อของเธอ)

  • Either the mother or her children have to come.  (เป็นคำสันธาน)

(ถ้าไม่แม่ก็ลูกๆของเธอ  จำเป็นจะต้องมา)

  • John can’t swim and Bob can’t either(เป็นคำกริยาวิเศษณ์)

(จอห์นว่ายน้ำไม่เป็น  และบ๊อบก็ว่ายฯไม่เป็นเช่นเดียวกัน)

 

16. I think he will join us, ___________________________________________________?

(ผมคิดว่า  เขาจะมาร่วมกับพวกเรา  _________________________________________)

(a) don’t I

(b) won’t he    (ใช่หรือไม่)

(c) doesn’t he

(d) will he

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ตามปกติรูป   “Tag”  จะต้องใช้ตามประธาน-กริยาของประโยคใหญ่  คือ  “I think”   คือเป็น  “don’t I”  แต่ในกรณีที่ประโยคขึ้นต้นด้วย  “I”  จะถือเป็นข้อยกเว้น  ให้ไปใช้ตามประธาน-กริยาของประโยคย่อย  ซึงในที่นี้  คือ   “he will join”   โดยมีรูป   Tag”  (won’t he)  เนื่องจากพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่ว่า  “ไม่มีผู้ใดถามตนเอง  ว่าเป็นอย่างนั้น-อย่างนี้   ใช่หรือไม่”  จึงต้องจำข้อยกเว้นแบบนี้

 

17. A: Let’s go to the country tomorrow.

(A: พวกเราไปบ้านนอก (ชนบท) กันนะ  วันพรุ่งนี้)

     B: All right, if it ___________________________________________________ rain.

(B: ตกลง  ถ้าฝน  ___________________________________________________)

(a) won’t

(b) isn’t

(c) doesn’t    (ไม่ตก)

(d) isn’t being

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ในประโยค   “If clause”   (แบบที่  )  ใช้   “Present simple tense

 

18. A: What do you think of the rain we’ve been having?

(คุณคิดอย่างไรกับฝนที่เรากำลังมี  -  กำลังตก  -  อยู่ในตอนนี้)

      B: I’ve never seen ________________________________________ terrible weather.

(ผมไม่เคยเห็นอากาศที่เลวร้าย _________________________________________)

(a) such the

(b) such a

(c) such    (มากมายเช่นนั้น)

(d) so

ตอบ   -   ข้อ    (c)   {Such + a (an) + Adjective + Noun (เอกพจน์  นับได้)}   รือ   {Such + Adjective + Noun (นับไม่ได้)}   “Weather”  เป็นนามนับไม่ได้)  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • She is such a nice girl that everyone loves her.

(เธอเป็นเด็กดีมาก  จนกระทั่งทุกคนรักเธอ)

  • It was such dirty water that nobody could drink it.

(มันเป็นน้ำที่สกปรกมาก  จนกระทั่งไม่มีใครดื่มมัน)

 

19. He _________________________________________ unhappy since he is very poor.

(เขา ________________________________ ไม่มีความสุข  เพราะว่าเขายากจนมาก)

(a) is

(b) was

(c) has been

(d) is being

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากกริยาในอนุประโยค  (Since he is very poor)  อยู่ในรูป   “Present simple tense”  (Is)

 

20. I studied in London ________________________________________ five years ago.

(ผมเรียนหนังสือในลอนดอน _____________________________________   ปีที่แล้ว)

(a) since    (ตั้งแต่)

(b) for    (เป็นเวลา)

(c) during    (ระหว่าง)

(d) (No word is needed.)  (ไม่ต้องเติมคำใดเลย)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”                

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป