หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 390)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. A marsupial is an animal ______________ babies are raised in a pouch in the mother’s body.

(สัตว์จำพวกจิงโจ้เป็นสัตว์ __________ ลูกอ่อน _________ ถูกเลี้ยงในกระเป๋าหน้าท้อง (ที่อยู่) ในร่างกายของแม่)

(a) its

(b) who its

(c) that

(d) whose    {ซึ่ง ................... (ลูกอ่อน) ..................... ของมัน}

 

2. Homemaking in preindustrial America required __________________________ and skill.

(การสร้างบ้านในอเมริกาในยุคก่อนอุตสาหกรรม  ต้องการ ____________ และทักษะ-ความชำนาญ)  (หมายถึง  ของผู้สร้าง)

(a) and strength

(b) strength additional

(c) both strength    (ทั้งพละกำลัง)

(d) strength besides

ตอบ   -   ข้อ    (c)   หรืออาจตอบ  “Strength and skill”  (พละกำลังและทักษะ)  หรือ  “Strength besides skill”  (พละกำลังนอกจากทักษะ)  ก็ได้

 

3. The Yazoo Basin contains the finest agricultural land in Mississippi, but floods and poor drainage have ____________ this area.

(ลุ่มน้ำยาซูมีที่ดินทางด้านเกษตรกรรมที่ดีที่สุดในรัฐมิสซิสซิปี้, แต่น้ำท่วมและการระบายน้ำที่ไม่มีคุณภาพได้ ____________ พื้นที่นี้)

(a) caused always problems in

(b) caused problems in always

(c) always caused problems in    (ทำให้เกิดปัญหาอยู่เสมอใน)

(d) always problems in caused

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมการวางตำแหน่ง  “Adverb of frequency”  (Always, Generally, Frequently, Often, Occasionally, Hardly, Seldom, Rarely, Never, etc.)  จากประโยคข้างล่าง

                                              ตัวอย่างที่ 

  • He always tries to avoid ______________________________________________.

(เขาพยายามที่จะหลีกเลี่ยง ________________________________________ อยู่เสมอ)

(a) work hard

(b) hard works

(c) hard work    (งานหนัก)

(d) every hard work

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Work”  (งาน)  เป็นคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  จึงไม่สามารถเติม  “S”  ได้  (ตัดข้อ (b)  ทิ้ง)  และไม่สามารถนำหน้าด้วย  “Every  เพราะว่าใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์  (ตัดข้อ (d)  ทิ้ง)  สำหรับ ข้อ  (a)  ามารถใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “Working hard”  เนื่องจากหลัง  “Avoid”   ต้องใช้รูป  “Gerund” (Verb + ing)    ดูเพิ่มเติมการใช้   “Work hard”  (ทำงานหนัก)  และ  “Hardly work”  (ไม่ใคร่จะทำงาน)  จากตัวอย่างประโยคข้างล่าง  

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • Those people are working very ________________________________________.

(ผู้คนเหล่านั้นกำลังทำงาน ___________________________________________  มาก)

(a) hardly

(b) hard    (หนัก)

(c) harder

(d) successful

ตอบ  –  ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Hard”  เป็นทั้งคำคุณศัพท์ (Adjective) และกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ในคำเดียวกัน  โดยหมายถึง  “หนัก”  ดังนั้น  เมื่อขยายกริยา  “are working”  จึงไม่ต้องเปลี่ยนเป็น  “hardly”  (หรือ อาจตอบข้อ  (d)  แต่ต้องแก้เป็น “successfully”  -  อย่างประสบความสำเร็จ)  สำหรับ  “Hardly”  เป็น  “Adverb of frequency”  (แสดงความ “บ่อย” หรือ “ถี่”)   หมายถึง  “ไม่ใคร่จะ, แทบจะไม่”  โดยมีความหมายเหมือนกับ  “Seldom, Rarely, Scarcely”  ดังตัวอย่าง

  • He hardly works.

(เขาไม่ใคร่จะทำงาน หรือ เขาแทบจะไม่ทำงาน)

  • She is hardly patient.

(เธอไม่ใคร่จะอดทน)

  • They had hardly finished their work when it began to rain.

(พวกเขาทำงานยังไม่ใคร่จะเสร็จ  เมื่อฝนเริ่มตก)

                                                              สำหรับการวางตำแหน่งของ  “Adverb of frequency” (seldom, hardly, always, often, generally, usually, occasionally, rarely, never)   ในประโยค  มีดังนี้  คือ

                                             ๑. วางไว้หน้าคำกริยาทั่วไป  เช่น

  • They always come late.  

(พวกเขามาสายเสมอ)

  • She usually goes shopping.  

(เธอไปซื้อของเป็นประจำ)

  • He seldom drives to work.  

(เขาแทบจะไม่ได้ขับรถไปทำงาน)

                                             ๒. วางไว้หลัง  “Verb to be”  เช่น

  • He is often late for class.

(เขาเข้าห้องเรียนสายบ่อยๆ)

  • They are always busy with their work.  

(พวกเขามักยุ่งอยู่กับงานเสมอ)

  • She is never contented with her life.  

(เธอไม่เคยพอใจในชีวิตเลย)

                                            ๓. ถ้ามีคำกริยา  ๒  ตัวในประโยค  ให้วางไว้ตรงกลางคำกริยานั้น  เช่น

  • They have always had lunch there.  

(พวกเขากินอาหารกลางวันที่นั่นเสมอ)

  • She will never love him.  

(เธอจะไม่มีวันรักเขา)

  • You should never come to class late.  

(คุณไม่ควรจะมาเรียนสาย)

  • He is always asking me.  

(เขาถามคำถามผมอยู่เสมอ)

  • We have never traveled to New York.  

(เราไม่เคยเดินทางไปนิวยอร์ก)

                                             ๔. สำหรับ  “Never”  และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค  อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ  เช่น  “never,  hardly,  seldom, never before (ไม่เคยมาก่อนเลย),  never in my life (ไม่เคยเลยในชีวิต), no sooner,  in vain (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  not often,  not only (ไม่เพียงแต่),  not even once  (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  not until  (ไม่จนกระทั่ง)   อย่างไรก็ตาม  ต้องเรียงรูปประโยคใหม่ดังนี้  คือ  {Never (no sooner, hardly, never in my life, not until, etc.) + Verb (ช่วย)  (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might, must, etc.)  + Subject + Verb (แท้)}   เช่น

  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น –  เน้นตรงคำว่า “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)                    

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place

(ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.

(เธอแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย)

  • Never + กริยาพิเศษ  + Subject  + กริยาแท้  + ส่วนขยาย
  • Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

4. _____________, Lois Weber either wrote or adapted all but seven of the hundreds of films she produced.

(_____________, ลอยส์  เวเบอร์  หากไม่เขียนก็ดัดแปลงทั้งหมด,  ยกเว้น    เรื่อง,  ของภาพยนตร์จำนวนหลายร้อยเรื่องที่เธอสร้าง)  (หมายถึง  เธอเขียนเอง  หรือไม่ก็ดัดแปลงภาพยนตร์ทั้งหมดจำนวนหลายร้อยเรื่องที่เธอสร้าง  ยกเว้น    เรื่อง)

(a) A prolific writer that

(b) A prolific writer    (เป็นนักเขียนที่มีวัตถุดิบในการเขียนมากมาย)

(c) She was a prolific writer

(d) A writer as prolific as

ตอบ   -   ข้อ   (b)    เป็นการใช้วลี  (A prolific writer)  นำหน้าประโยค  เพื่อขยายประธาน  (Lois Weber)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • The capital of Thailand, Bangkok is one of the crowded cities.

(เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย, กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่แออัดยัดเยียดเมืองหนึ่ง)

  • The son of a carpenter, Jimmy learned a lot from his father.

(เป็นลูกของช่างไม้, จิมมี่เรียนรู้มากมายจากพ่อของเขา)

  • A diplomat and statesman, Winston Churchill was born in a wealthy family.

(เป็นนักการทูตและรัฐบุรุษ, วินสตัน  เชอร์ชิลล์  เกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย)

  • A schoolteacher and writer, Joan Silverton became Nebraska’s representative in 1956.

(เป็นครูโรงเรียนและนักเขียน, โจแอน  ซิลเวอร์ตัน  เป็น  ส.ส. ของรัฐเนบราสก้าในปี  ๑๙๕๖)

 

5. ___________ cubic mile of seawater contains about 12 billion pounds of dissolved magnesium.

(_______________ ลูกบาศก์ไมล์ (กว้าง    ไมล์  ยาว    ไมล์  และสูง    ไมล์) ของน้ำทะเล  มีธาตุแมกนีเซียมที่ละลายน้ำอยู่ประมาณ  ๑๒  พันล้าน  (  หมื่น    พันล้าน) ปอนด์

(a) Whole

(b) In a

(c) For the

(d) Each    (แต่ละ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ  “A”  ก็ได้

 

6. Animals get energy from carbohydrates and fats, _________________________________.

(สัตว์ได้รับพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตและไขมัน, _________________________________)

(a) oxidized in the body by them

(b) the body oxidizes them

(c) which are oxidized in the body    (ซึ่งถูกรวมตัวกับออกซิเจนในร่างกาย)

(d) which they are oxidized in the body

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบแบบลดรูป  คือ  “Oxidized in the body”  ก็ได้

 

7. _____________ sandal is among the earliest forms of footwear, dating from prehistoric times

(_______________ รองเท้าแตะ (รองเท้าโปร่งมีสายรัด) อยู่ในบรรดารูปแบบเริ่มแรกสุดของสิ่งที่ใช้สวมเท้า, นับจากยุคก่อนประวัติศาสตร์)

(a) It was the

(b) The   

(c) That the

(d) There was the

ตอบ   -   ข้อ    (b)    เนื่องจาก  “The sandal”  เป็นประธานของประโยค

 

8. Long, long time ago, there was a merchant ____________ Bob Simon, who made his great fortune by trading with the red Indians.

(นานมากมาแล้ว  มีพ่อค้าคนหนึ่ง ___________ บ๊อบ  ซิมมอน,  ผู้ซึ่งสร้างความร่ำรวยอย่างมหาศาล  โดยการค้าขายกับพวกอินเดียนแดง)  (ในอเมริกา)

(a) name

(b) named    (ชื่อ, ชื่อว่า)

(c) naming

(d) was named

ตอบ   -   ข้อ   (b)   โดยลดรูปมาจาก  “……….....…. a merchant who was named Bob………....….”  (....................พ่อค้า  ผู้ซึ่งได้รับการตั้งชื่อว่า  บ๊อบ...................)

 

9. Let’s not stay here any longer, ______________________________________________.

(พวกเราอย่าพักที่นี่กันต่อไปอีกเลย __________________________________________)

(a) shall we?

(b) will you?

(c) shan’t we?

(d) (No word is needed.)  (ไม่ต้องเติมคำใดเลย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เมื่อชักชวนมิให้กระทำ  ไม่จำเป็นต้องมีส่วน  “Tag”  ต่อท้าย  แต่ถ้าชักชวนให้กระทำ (สิ่งใดสิ่งหนึ่ง)  ในส่วน  “Tag”  ใช้  “Shall we ?”  หรือถ้าเป็นการสั่ง  หรือขอร้องให้ทำ  ในส่วน   “Tag”  ใช้  “Will you ?”   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • Let’s not go to the concert tonight.

(พวกเราอย่าไปฟังคอนเสิร์ตเลย  คืนนี้)  (ไม่ต้องมี  “Tag”)

  • Let’s study harder for the exam next month, shall we?

(พวกเราขยันเรียนให้มากขึ้นสำหรับการสอบเดือนหน้า, เอาไหม)

  • Bring me some coffee, will you?

(ไปเอากาแฟให้ผมหน่อย, ได้ไหม)

 

10. The price of books may seem high, but their _____________ to a student who is educating himself may be great.

(ราคาของหนังสืออาจดูว่าสูง (แพง) แต่ _____________ ของมันที่มีต่อนักเรียน  ผู้ซึ่งกำลังให้การศึกษาแก่ตนเอง  อาจจะมากมาย)  (หมายถึง  ราคาหนังสืออาจแพง  แต่คุณค่าของหนังสืออาจมากมาย-ยิ่งใหญ่)

(a) price    (ราคาขาย)     

(b) cost    (ราคาทุน, ต้นทุน)

(c) worthy    (คุ้มค่า, มีค่าเพียงพอ, มีมูลค่า, มีราคา, คู่ควร)  (เป็นคำคุณศัพท์)     

(d) value    (คุณค่า, ค่า, มูลค่า)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรือ อาจตอบ   “Worth”  (คุณค่า, ค่า, ประโยชน์, ความสำคัญ, ราคา, ทรัพย์สมบัติ)  ก็ได้

 

11. Everybody _______________________________________________________ free.

(ทุกคน _______________________________________ มีอิสรเสรี)  (ไม่เป็นทาสใคร)

(a) is born    (เกิดมา, ถูกให้กำเนิด)

(b) was born

(c) has been born

(d) has born

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ต้องใช้ในรูป  “Passive voice”  เนื่องจากคนเราถูกให้กำเนิด  หรือถูกคลอด  (“Bear”  =   “ให้กำเนิด, คลอด”)  (Bear,  Bore,  Born)  และต้องใช้ในรูปปัจจุบัน  (Present simple tense)  เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริง  (Fact)  (จึงไม่เลือก ข้อ B)

 

12. Don’t go out _____________________________________________; you will catch cold.

(อย่าออกไป _____________________________________________, คุณจะเป็นหวัด)

(a) in rain

(b) in a rain

(c) in the rain    (ตากฝน, อยู่ท่ามกลางฝน)

(d) in the raining

 

13. Please allow Susan ________________________________________ with you this time.

(โปรดอนุญาตให้ซูซาน ______________________________________ กับคุณคราวนี้)

(a) go

(b) going

(c) to go    (ไป)

(d) goes

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Allow +  กรรม + To + Verb 1 +  ส่วนขยาย”  สำหรับกริยาที่ใช้แบบเดียวกับ  “Allow”  ดูจากประโยคข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่  

  • I want you __________________________________ on an errand for me tomorrow.

(ผมต้องการให้คุณ ___________________________________ ทำธุระให้ผมวันพรุ่งนี้)

(a) go

(b) to do

(c) to go    (ไป)

(d) going

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Want + กรรม + To + Verb 1”  และ   “Go on an errand”  =   ไปทำธุระ

                                                   ตัวอย่างที่  

  • We don’t allow anyone ______________________________________ in this pond.

(เราไม่อนุญาตให้ใครก็ตาม ______________________________________ ในสระน้ำนี้)

(a) swim

(b) swimming

(c) to swim    (ว่ายน้ำ)

(d) for swimming

ตอบ  -  ข้อ   (c)    เนื่องจาก  “Allow + กรรม + To + Verb 1

                                                 ตัวอย่างที่  

  • He told one of the men ________________________ with his back against the wall. 

(เขาบอกชายคนหนึ่งให้ ______________________ โดยเอาหลังชิด (หรือพิง) กำแพง)

(a) turn and sit

(b) to turn and sit    (หันมาและนั่ง)

(c) turned and sat

(d) turning and sitting

ตอบ   -    ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Subject + Tell + กรรม  + To + Verb 1”  กล่าวคือ  กริยาที่อยู่หลังกรรมรอง  (บุคคลหรือสิ่งของ)  ของคำกริยาต่อไปนี้   จะต้องเป็นรูป  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  เสมอ  ได้แก่  “Expect, Want, Cause,  Force,  Compel,  Invite,  Advise,  Instruct, Persuade,  Allow,  Permit,  Encourage,  Press,  Warn,  Order,  Request,  Tempt,  Teach,  Tell,  Oblige”    ตัวอย่างประโยค  เช่น

  • We ordered him to leave.

(เราสั่งให้เขาไปซะ)

  • She forced her servant to finish the work by noon.

(เธอบังคับให้สาวใช้ทำงานให้เสร็จในตอนบ่าย)

  • They invited her to go to their party.

(พวกเขาเชิญเธอไปร่วมงานเลี้ยง)

  • The teacher instructed him to study hard.

(ครูแนะนำเขาให้ขยันเรียน)

  • I told him to play outside.

(ผมบอกให้เขาไปเล่นข้างนอก)

  • She taught him (how) to cook.

(หล่อนสอนเขา (วิธี) ปรุงอาหาร)

  • We encouraged her to fight against cancer.

(พวกเราให้กำลังใจเธอต่อสู้กับมะเร็ง)

  • The flood caused the train to move slowly.

(น้ำท่วมเป็นเหตุให้รถไฟเคลื่อนไปอย่างช้าๆ)

  • She requested him to buy her a new dress.

(เธอขอร้องเขาให้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ)

  • The manager advised his staff to work harder.

(ผู้จัดการแนะให้สตาฟของเขาทำงานให้หนักขึ้น)

 

14. Would you mind _________________________________________________ your class?

(คุณจะรังเกียจ ___________________________________ (ใน) ห้องเรียนของคุณหรือไม่) 

(a) me observing

(b) me to observe

(c) my observe

(d) my observing    (การสังเกตการณ์ของผม)  (คือ มาดูคุณสอน  หรือมาดูว่านักเรียนของคุณอยู่กันอย่างไร  เป็นต้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Mind + Verb + ing”  หรือคำนาม  และเนื่องจาก  “Verb + ing” (Gerund)  เป็นคำนามประเภทหนึ่ง  จึงสามารถนำหน้าด้วย  “Possessive adjective” (my, your, his, her, their, our, its)   ได้  เหมือนคำนามทั่วๆไป  ดังประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่  

  • Does Betty object to ______________________________________ for her every night?

(เบ็ตตี้คัดค้าน (ไม่เห็นด้วย) กับ ____________ สำหรับเธอทุกๆ คืน  ใช่หรือไม่)   (หมายถึง  เบ็ตตี้ไม่ต้องการให้คุณมารอเธอทุกๆ คืน  ใช่หรือเปล่า)

(a) your waiting    (การรอคอยของคุณ)

(b) for waiting

(c) that you wait

(d) because you wait

ตอบ  -  ข้อ   (a)   เนื่องจาก  “To”  ใน  “Object to”  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย)  เป็น   “Preposition”  จึงต้องตามด้วยคำนาม  หรือ  “Gerund” (Verb + ing)  ซึ่งก็ถือเป็นคำนามประเภทหนึ่งด้วย   ดังนั้น  จึงสามารถใช้   “Possessive adjective” (His, Her, My, Your, Our, Their, Its)  นำหน้ามันได้เหมือนคำนามทั่วไป  เช่น  “His walking”  “Her laughing”  “My singing”  “Their speaking”   เป็นต้น 

                                                กล่าวโดยสรุป   คือ  “Gerund” (Verb + ing)  อาจมีคำแสดงความเป็นเจ้าของ  (Possessive adjective)  ประกอบข้างหน้าได้  เหมือนคำนามทั่วไป   เช่น

  • His walking quickly makes him tired.

(การเดินเร็วของเขาทำให้เขาเหนื่อย)

  • We appreciated on your coming.

(เราชื่นชม-ยกย่องกับการมาของคุณ)

  • Her being afraid of snakes is well-known.

(การกลัวงูของเธอเป็นที่รู้กันดี)

  • It was no use your telling him to stop smoking.

(ไม่มีประโยชน์กับการบอกเขาของคุณให้หยุดการสูบบุหรี่)

  • The audiences were informed of his being a great scientist.

(ผู้ชมได้รับการบอกเกี่ยวกับการเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของเขา)

  • I had to postpone my writing to him to a later date.

(ผมจำเป็นต้องเลื่อนการเขียน (จดหมาย) ถึงเขาของผมออกไปอีก)

  • You should not delay your sending of the application form.

(คุณไม่ควรเลื่อน (หรือ ถ่วงเวลา) การส่งใบสมัครของคุณ)

 

15. The modern businessman does not write his letters by hand.  He dictates them to a shorthand typist, usually ____________.

(นักธุรกิจสมัยใหม่ไม่เขียนจดหมายของเขาด้วยมือ  เขาบอกให้เขียนมัน (จดหมาย) แก่นักจดชวเลข  ซึ่งโดยปกติเป็น ____________)

(a) woman

(b) women

(c) a woman    (ผู้หญิง)

(d) the woman

ตอบ   -   ข้อ  (c)   โดยพิจารณาจาก  “………….......….to a shorthand typist”   ซึ่งอยู่ในรูปเอกพจน์

 

16. My job is _________________________ different from _________________________.

(งานของผมแตกต่าง ______________________ จาก _______________________)

(a) little _____________ her

(b) no _____________ herself

(c) much ____________ hers    (อย่างมาก _____________ งานของเธอ)

(d) so _____________ she

ตอบ   -   ข้อ   (c)   Possessive pronoun  “hers”  มาจาก  “her job”   สำหรับ  ข้อ   A, B   คำหน้า  (little, a little, no)  สามารถใช้ได้   แต่คำหลัง  ต้องแก้เป็น  “hers

 

17. The temperature went below the _________________________________ point last night.

(อุณหภูมิลดลงต่ำกว่าจุด _____________________________________ เมื่อคืนที่ผ่านมา)

(a) frozen    (กริยาช่องที่  ๓  ของ “Freeze”)   

(b) freezing    (เยือกแข็ง, เย็นจนเป็นน้ำแข็ง)

(c) froze    (กริยาช่องที่  ๒  ของ “Freeze”)

(d) freeze    (แข็งตัว, กลายเป็นน้ำแข็ง, เย็นจนแข็ง)

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เป็น  “Gerund”  (Verb + ing)   ขยายคำนาม  “Point”  เพื่อบอกว่า  เป็นจุดที่ (สำหรับ) น้ำเย็นจนแข็ง  หรือ  จุดเยือกแข็ง  กล่าวคือ  หน้าที่อย่างหนึ่งของ   “Gerund”   คือใช้ประกอบหน้าคำนาม  คล้ายกับเป็นคำคุณศัพท์  เพื่อบอกว่าคำนามนั้นมีไว้สำหรับทำกริยานั้นๆ  (คือ กริยาที่อยู่หน้าคำนาม)   และมักนิยมใช้เครื่องหมาย  “hyphen” (-)  มาคั่นไว้ระหว่างคำ  แต่ก็ไม่จำเป็นเสมอไป  (ไม่ต้องมีเครื่องหมาย (-) มาคั่นกลางก็ได้)   เช่น

  • a sleeping-room (ห้องนอน)  (แต่ถ้า “a sleeping dog” หมายถึง  “หมาที่นอนอยู่”)  (ไม่ต้องมีเครื่องหมาย “hyphen” (-) คั่นกลาง)
  • a dancing-hall (ห้องเต้นรำ)  (แต่ถ้า “a dancing girl” หมายถึง  “เด็กผู้หญิงที่ (กำลัง) เต้นรำ”)
  • a dancing-teacher (ครูสอนเต้นรำ)  (แต่ถ้า  “a dancing teacher”  ที่ไม่ต้องมีเครื่องหมาย (-) หมายถึง  “ครูที่ (กำลัง) เต้นรำ”
  • a reading-room (ห้องอ่านหนังสือ)  (แต่ถ้า  “a reading boy”  หมายถึง  “เด็กที่อ่านหนังสือ”)
  • a swimming-pool (สระว่ายน้ำ)  (แต่ถ้า  “a swimming girl”  หมายถึง  “เด็กหญิงที่ว่ายน้ำ”)
  • a walking-stick (ไม้เท้า -ไม้สำหรับเดิน)  (แต่ถ้า “a walking boy”  หมายถึง  “เด็กที่ (กำลัง) เดิน”)
  • drinking-water (น้ำสำหรับดื่ม)  (แต่ถ้า  “a drinking horse”  หมายถึง “ม้าที่ดื่มน้ำ”)
  • a knitting-needle (เข็มถัก)  (แต่ถ้า  “a knitting woman” หมายถึง  “ผู้หญิงที่ (กำลัง) ถัก”)
  • a cooking-utensil (เครื่องมือสำหรับทำครัว)  ( แต่ “a cooking woman”  หมายถึง  “ผู้หญิงที่ปรุงอาหาร”)
  • a killing-field (ทุ่งสำหรับสังหาร)  (แต่  “a killing man” หมายถึง  “ผู้ฆ่า, มือสังหาร”)
  • looking-glasses (แว่นตา)  (แต่ถ้า “a looking boy” หมายถึง  “เด็กที่  (กำลัง) มอง”)
  • a sewing machine (จักรเย็บผ้า)  (แต่ถ้า “a sewing woman”  หมายถึง  “ผู้หญิงที่ (กำลัง) เย็บผ้า”)
  • freezing point (จุดเยือกแข็ง)   (“freezing water”  =  น้ำที่เย็นจนแข็ง)  (“frozen food”  =  อาหารแช่แข็ง  คือ อาหารที่ถูกทำให้เย็นจนแข็ง)

หมายเหตุ   –   Verb + ing” (Gerund)  ขยายหน้าคำนาม  มีความหมายว่า  คำนามนั้นมีไว้เพื่อทำกริยานั้นๆ   เช่น  “a swimming-pool” (สระว่ายน้ำ)  แต่สำหรับ “Verb + ing”  ในวงเล็บข้างหลัง  ที่ขยายหน้าคำนาม  มีความหมายว่า   คำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ    ในกรณีนี้  เราเรียก  “Verb. + ing”   นั้นว่า   “Present participle”   เช่น   “a drinking horse”   (ม้าที่ดื่มน้ำ)  (ไม่ต้องมีเครื่องหมาย (-)  คั่นกลาง)

 

18. He left Bangkok in 1985 and I haven’t seen him ________________________________.

(เขาจากกรุงเทพฯไปในปี  ๑๙๘๕  และผมก็ไม่ได้เห็นเขาอีก _______________________)

(a) then   (ต่อจากนั้น)

(b) since    (นับตั้งแต่นั้นมา,  ตั้งแต่นั้นมา)

(c) before

(d) meanwhile    (ในระหว่างนั้น,  ในขณะเดียวกัน)

 

19. I didn’t _________________________________________ work until almost eight o’clock.

(ผมมิได้ ________________________________________ งาน  จนกระทั่งเกือบ    ทุ่ม)

(a) get into

(b) get up

(c) get through    (ทำสำเร็จ,  ทำจนเสร็จสิ้น)  (หมายถึง ทำงานแล้วเสร็จ)

(d) get in

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Get through”  =  complete

 

20. You should read _______________________________________ one book every month.

(คุณควรอ่านหนังสือ ______________________________________  เล่ม ทุกๆ เดือน)

(a) least    (น้อยที่สุด)

(b) at least    (อย่างน้อยที่สุด)

(c) at the least

(d) at a least

ตอบ   -   ข้อ   (b)   นอกจากนี้  ยังมีวลี    “In the least”  ซึ่งใช้เน้นข้อความปฏิเสธ  เช่น   “I don’t mind in the least, I really don’t.”  (ผมมิได้รังเกียจแม้แต่นิดเดียว   มิได้รังเกียจจริงๆ),  “She wasn’t in the least jealous.”  (เธอมิได้มีความหึงหวง  (หรืออิจฉา)  แม้แต่นิดเดียว),  “It was changing me in a way that I had not in the least expected.”  (มันกำลังเปลี่ยนแปลงผม  ในแบบที่ว่า  ผมมิได้เคยคาดฝันไว้แม้แต่นิดเดียว),  เป็นต้น

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป