หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 389)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Sidney Lanier was most famous for his poetry, but ____________ a schoolteacher, a literary critic, and a musician.

(ซิดนีย์ เลเนียร์  มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในเรื่องการประพันธ์บทกวีของเขา, แต่ ____________ ครูสอนในโรงเรียน, นักวิจารณ์วรรณกรรม, และนักดนตรี)

(a) including

(b) moreover he

(c) he was also    (เขาเป็น ..............(ครูฯ..........นักดนตรี)............... ด้วยเช่นกัน)

(d) together with

 

2. Automatons programmed to perform a given task ____________ the flexibility and adaptability of human beings.

(หุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมให้ทำงานที่ได้รับมอบหมาย ______________ ความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวของมนุษย์)

(a) without

(b) lack    (ขาด, ขาดแคลน, ไม่มี, ปราศจาก, การขาดแคลน, ความไม่มี-ไม่เพียงพอ, ความบกพร่อง)

(c) together

(d) have no

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากเป็นกริยาแท้ของประโยค    หรืออาจตอบ  “Are without”  (ปราศจาก, ไม่มี)  หรือ  “Have not”  (ไม่มี)  ก็ได้   สำหรับกริยาไม่แท้  (Programmed)   ลดรูปมาจากอนุประโยค  “Automatons which are programmed to perform a given task

 

3. ____________________________, glasses can correct most sight defects in healthy eyes.

(_______________, แว่นตาสามารถแก้ไขความบกพร่องทางสายตาส่วนใหญ่  ในดวงตาที่แข็งแรง-สมบูรณ์)

(a) If well fitted when

(b) Well fitted if

(c) Well fitted when

(d) When well fitted    (เมื่อถูกปรับอย่างดีหรือเหมาะสม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  (When they are well fitted)  ทั้งนี้  อาจตอบ  “If well fitted”  หรือ  “If they are well fitted”  (ถ้ามันถูกปรับอย่างเหมาะสม)  ก็ได้

 

4. In _____________, the advent of the telephone, radio, and television has made rapid long-distance communication possible.

(ใน _____________, การปรากฏขึ้นของโทรศัพท์, วิทยุ, และโทรทัศน์  ได้ทำให้การสื่อสารทางไกลที่รวดเร็วเป็นไปได้)

(a) one hundred years later    (๑๐๐  ปีที่ผ่านมา)

(b) one hundred years ago    (๑๐๐  ปีมาแล้ว)

(c) the one hundred years since

(d) the last one hundred years    {ช่วงเวลา  ๑๐๐  ปีสุดท้าย (ล่าสุด)} (หมายถึง  เวลา  ๑๐๐  ปีที่ผ่านมา)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ  ข้อ  (a)  หรือ  (b)  ก็ได้   แต่ต้องตัด  “In”  หน้าประโยคทิ้งไป

 

5. The juice contained in the bristles of the nettle causes an intensive itch when __________ a person’s skin.

(น้ำที่ (ถูก) บรรจุอยู่ในขนแข็งของพืชที่มีขนคัน (เช่น หมามุ่ย) ทำให้เกิดความคันอย่างรุนแรงเมื่อ ____________ ผิวหนังของคน)

(a) entering it

(b) it enters    (มันเข้าสู่)

(c) it is entered    (ไม่ใช้รูปนี้เนื่องจากเป็น  “Passive voice”)

(d) its entry into

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “When”  ตามด้วยประโยค  (Subject + Verb)  หรืออาจตอบ   “Entering”  ก็ได้  ซึ่งเป็นการลดรูปอนุประโยค  (When it enters)  ให้เหลือเพียงวลี

 

6. Ice that has floated from the place ________________________ formed is called drift ice.

(น้ำแข็งซึ่งล่องลอยจากสถานที่ _________ สร้าง (ก่อตัว) ขึ้นมา  ถูกเรียกว่าน้ำแข็งเลื่อนลอย)

(a) where it was    (ที่ซึ่งมันถูก)

(b) it was where

(c) where was it

(d) where was

 

7. Many people want to wear clothes like ________________________________________.

(ผู้คนจำนวนมากต้องการสวมเสื้อผ้าเหมือนกับ ________________________________)

(a) those wear by film stars

(b) those wore by film stars

(c) those worn by film stars    {เสื้อผ้าที่ (ถูก) สวมโดยดาราภาพยนตร์}

(d) that worn by film stars

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใช้   “Those”  แทน  “Clothes”  (คำนามพหูพจน์)  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวซ้ำคำนี้   สำหรับ  “That”   ใช้แทนคำนามนับไม่ได้  ซึ่งต้องเป็นเอกพจน์เสมอ  เช่น  “Water, Weather, Air, Information, Advice, Equipment, Rice, Sugar, etc.”  และใช้   “One”  แทนคำนามนับได้  เอกพจน์  (Boy, Girl, Car, House, Dog, Cat, Pen, Radio, etc.)  (เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำซ้ำ)  สำหรับ  “Worn”  ลดรูปมาจากอนุประโยค   “……….those which (that) are worn by film stars”  และต้องใช้ในรูป  “Passive voice”  เนื่องจากเสื้อผ้า  “ถูกสวม

 

8. You two boys won’t start a fight today, _______________________________________?

(พวกแก  ๒  คน  จะไม่ชกต่อยกันวันนี้, ______________________________________)

(a) would you

(b) will you    (ใช่ไหม)

(c) would they

(d) will they

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากประธานของประโยค  คือ   “You”  โดยมี   “Two boys” เป็นส่วนขยาย  และกริยาในประโยค  คือ   “Won’t  (Will not) start”  กริยาในส่วน  “Tag”   จึงเป็น  “Will you

 

9. I want everything ____________________________________________ by four o’clock.

(ผมต้องการให้ทุกอย่าง ______________________________________ ตอน    โมงเย็น)

(a) is ready

(b) already    (แล้ว, เรียบร้อยแล้ว)

(c) ready    (พร้อม, เตรียมพร้อม, เสร็จ)

(d) readily    (อย่างรวดเร็ว, อย่างทันที, อย่างสะดวก, อย่างง่าย)

 

10. The work must be done, ____________________________________ difficult it may be.

(งานจะต้องถูกทำ, _____________________ มันอาจจะยาก ______________________)

(a) how

(b) however    {ไม่ว่า ..............(มันอาจจะยาก)............... อย่างไรก็ตาม}

(c) whatever

(d) no matter

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “However + Adjective + Subject + Verb to be”  หรือ  “However + Adverb + Subject + Verb”  (ไม่ว่าประธานฯ จะ......................อย่างไรก็ตาม)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่  

  • _____________________________________________________, she is unhappy.

(___________________________________________________,  เธอไม่มีความสุข)

(a) However she is wealthy

(b) However wealthy she may be    (ไม่ว่าเธออาจจะร่ำรวยอย่างไรก็ตาม)

(c) However wealth she has

(d) However she has wealth

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง   “However + Adjective + Subject + is (are, was, were), + Subject + verb)  ดูเปรียบเทียบกับ“Whatever”  ากตัวอย่างข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่  

  • _____________ the truth may have been, many Thai people concluded that the previous government was clearly to blame for the corruption and the police’s abuse of power.

{(ไม่ว่า) ความจริงจะเป็น ____________ คนไทยจำนวนมากสรุปว่า  รัฐบาลชุดก่อนควรถูกตำหนิอย่างชัดเจนสำหรับการทุจริต  และการใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้องของตำรวจ}

(a) Whoever   (ใครก็ตาม)

(b) However   (อย่างไรก็ตาม)

(c) Whatever    (อะไรก็ตาม, อย่างไรก็ตาม)

(d) Whenever    (เมื่อไรก็ตาม)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูการใช้   “Whatever”  จากประโยคข้างล่าง

                                               ตัวอย่างที่  

  • _______________________________________ you may say, I still think I am right.

(คุณอาจจะพูด ________________________________ ผมยังคงคิดว่าผมเป็นฝ่ายถูก)

(a) However   (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)

(b) Whatever   {ไม่ว่า ................(คุณอาจจะพูด)................. อะไรก็ตาม}

(c) Though   (ถึงแม้ว่า)

(d) As   (เพราะว่า, ในขณะที่)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Whatever”  และ  “However” จากประโยคข้างล่าง

  • Whatever he may say, she doesn’t believe him.

(ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ตาม  เธอไม่เชื่อเขาเลย)

  • Whatever happens, keep calm.

(ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม  ให้นิ่งเข้าไว้  - หรือใจเย็นเข้าไว้)

  • He volunteered to do whatever he could.

(เขารับอาสาทำ  อะไรก็ตามที่เขาสามารถทำได้)

  • Bill had given up whatever hopes he may have had.

(บิลได้ยกเลิกความหวังอะไรก็ตาม  ที่เขาอาจจะเคยมี)

  • I have to bring my family back whatever happens.

(ผมจำเป็นต้องนำครอบครัวกลับมา  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม)

  • Whatever you do, don’t take a trip to the Arctic.

(ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม  จงอย่าเดินทางไปอาร์คติก  - หรือขั้วโลกเหนือ)

  • He will never succeed however hard he may try.

(เขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ  ไม่ว่าเขาจะพยายามอย่างหนักอย่างไรก็ตาม)

  • However quickly they walked, they could not catch the bus.

(ไม่ว่าพวกเขาจะเดินเร็วอย่างไรก็ตาม  พวกเขาไม่สามารถไปขึ้นรถได้ทัน)

  • However carefully she walked, she was hit by a car.

(ไม่ว่าเธอจะเดินอย่างระมัดระวังอย่างไรก็ตาม  เธอถูกรถชน)

  • He studied hard; however, he did not pass the exam.

(เขาขยันเรียน   อย่างไรก็ตาม (= แต่)  เขาสอบตก)

 

11. We wanted to give him ______________________________ help, but he turned us down.

(เราต้องการให้ความช่วยเหลือเขา _____________ ,  แต่เขาปฏิเสธ (ความช่วยเหลือของ) เรา)

(a) few    (น้อยมากจนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)    

(b) a few    (นิดหน่อย, เล็กน้อย, บ้าง)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)

(c) little    (น้อยมากจนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)   

(d) a little    (นิดหน่อย, เล็กน้อย, บ้าง)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Help”  เป็นคำนาม นับไม่ได้

 

12. Be careful with that lamp; it’s fragile (แฟร้จ-ไจล).

(จงระวังกับตะเกียงใบนั้น,  มัน  แตกง่าย-หักง่าย-เปราะ-บอบบาง-อ่อนแอ-เสียหายง่าย)

(a) broken    (แตก, หัก)

(b) breakable    (ซึ่งแตกได้)   

(c) dirty    (สกปรก)

(d) hazardous    (มีอันตราย)

 

13. She concealed the truth.

(เธอ   ปิดบัง-ปกปิด   ความจริง)

(a) disclosed    (เปิดเผย, เปิดโปง, ทำให้ปรากฏ)

(b) hid    (ปิดบัง, ซ่อนไว้, อำพราง, ปกคลุม)  (เป็นกริยาช่องที่  ๒  ของ  “Hide”)

(c) distorted    (บิดเบือน, ทำให้ผิดรูป, ทำให้ผิดส่วน)

(d) adored    (เคารพ, บูชา, นิยม, รักคลั่งไคล้)

 

14. You must have been deceived.  This is not ___________________________ golden ring.

(คุณจะต้องได้ถูกหลอกลวง-ต้มตุ๋นแล้ว  นี่มิใช่แหวนทอง ________________________)

(a) a precise    (แม่นยำ, แน่นอน, เที่ยงตรง, ถูกต้อง)

(b) an exact    (แน่นอน, แน่ชัด, ถูกต้อง, เที่ยง, แม่นยำ)

(c) an accurate    (ถูกต้อง)

(d) a genuine    (แท้, แท้จริง, จริงใจ, ไม่เสแสร้ง)

 

15. He will ________________________________________ my duties a week after I leave.

(เขาจะ ______________________________ หน้าที่ของผม  หนึ่งสัปดาห์หลังจากผมจากไป)

(a) take down    

(b) take after    (เหมือน, คล้าย)  (ด้านรูปร่างหน้าตา-นิสัยใจคอ)

(c) take over    (รับช่วงงาน, รับหน้าที่, รับผิดชอบ)  (หมายถึง  ทำงานแทน)

(d) take turns    (สลับกัน, ผลัดกัน, หมุนเวียน)

 

16. ________________________________________________ of the children is sick today.

(เด็ก _______________________________________________________ ป่วยวันนี้)

(a) One    (คนหนึ่ง)

(b) Fewer

(c) Many

(d) Some

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากกริยา คือ   “Is”  ถ้าเลือกข้ออื่นๆ  ต้องใช้กริยา   “Are”  ทุกข้อ

 

17. My father said that he would let ________________________ go to the dance tomorrow.

(พ่อของผมพูดว่า  เขาจะอนุญาตให้ ________________________ ไปงานเต้นรำวันพรุ่งนี้)

(a) you and I

(b) I and you

(c) you and me    (คุณและผม)

(d) I with you

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ต้องใช้สรรพนาม   “You”  และ   “Me”  ซึ่งอยู่ในรูปกรรม  เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา   “Let”  และต้องเอา   “Me”  (หรือ  “I”  ในกรณีเป็นประธานฯ)  ไว้หลังสรรพนามตัวอื่นเสมอ  เนื่องจากฝรั่งถือว่าเป็นความสุภาพและให้เกียรติผู้อื่น   โดยการกล่าวถึงตัวเองทีหลังสุด  เช่น   “They enjoyed talking with him, her and me.”   หรือ   “He, you and I will go to the party together tomorrow.”  เป็นต้น

 

18. I won’t give it to you _____________________________________ you come and get it.

(ผมจะไม่ให้มันแก่คุณ ______________________ คุณมาและรับมันไป  -  ด้วยตัวคุณเอง)

(a) without    (โดยปราศจาก, โดยไม่มี)  (เป็น “Preposition”  ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี  หรือ  Verb + ing)

(b) except    (ยกเว้น)  (เป็น “Preposition”  ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี)

(c) because    (เพราะว่า)

(d) unless    (ถ้า................................ไม่)  (ถ้าคุณไม่มาและรับมันไป................................)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Unless” จากประโยคข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่  

  • I don’t like to begin writing a letter, _____________________________________.

(ผมไม่ชอบที่จะเริ่มต้นเขียนจดหมาย ______________________________________)

(a) unless I don’t have time

(b) unless I have plenty of time    (ถ้าผมมีเวลาไม่มาก)

(c) If I have plenty of time

(d) unless I have no time

ตอบ   -  ข้อ   (b)

                                                ตัวอย่างที่  

  • Don’t open a shop ______________________________ to smile.  (Chinese proverb)

(จงอย่าเปิดร้าน (ทำการค้า) _______________________________ ที่จะยิ้ม)  (สุภาษิตจีน)

(a) if you like

(b) as you don’t like

(c) not like

(d) unless you like    (ถ้าคุณไม่ชอบ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)

                                                 ตัวอย่างที่  

  • He won’t pass his examination __________________________________________.

(เขาจะสอบไม่ผ่าน ___________________________________________________)

(a) if he is not enough diligent   (ต้องใช้  “diligent enough”)

(b) unless he is not diligent enough   (หลัง  “Unless” ต้องเป็นรูปบอกเล่า)

(c) unless he is not enough diligent

(d) unless he is diligent enough    (ถ้าเขาไม่ขยันเพียงพอ)

ตอบ     –    ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “Unless  =  If……….........…… not”   ต่ต้องอยู่ในโครงสร้าง  “Unless + Subject + Verb (บอกเล่า)  ทั้งนี้   “อนุประโยคที่ตามหลัง  Unless”  จะต้องอยู่ในรูปบอกเล่าเสมอ”  เนื่องจาก “Unless”   มี  “not”  ซึ่งเป็นปฏิเสธรวมอยู่ในคำด้วยแล้ว   ตัวอย่าง  เช่น

  • He will not come unless he has time.

(เขาจะไม่มาถ้าเขาไม่มีเวลา)

  • I shall not help him unless he asks me.

(ผมจะไม่ช่วยเขา ถ้าเขาไม่ขอร้องผม)

  • You couldn’t get a grant unless you had five years’ teaching experience.

(คุณไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือ  ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์สอน ๕ ปี)

  • Unless you work hard, you won’t succeed.

(ถ้าคุณไม่ขยัน  คุณจะไม่ประสบความสำเร็จ)

  • She said nothing unless she was spoken to.

(เธอไม่พูดอะไร  ถ้าเธอไม่ถูกพูดด้วย  -  คือ ถ้าไม่มีใครพูดกับเธอ)

  • Unless they respected us, we wouldn’t care for what they said.

(ถ้าพวกเขาไม่เคารพเรา  เราจะไม่ใส่ใจในสิ่งที่เขาพูด)

 

19. A: Whose is this knife?

(มีดเล่มนี้เป็นของใคร)

     B: It _________________________________________________________________.

(มัน ____________________________________________________________)

(a) is Tim

(b) is Tim’s    (เป็นของทิม)

(c) is belonged to Tim

(d) is Tim’s owner.

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ต้องใช้รูป  Apostrophe “s”  เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ  หรือใช้  “It belongs to Tim.”  เนื่องจากกริยา  “Belong” (เป็นของ)  ไม่มีการใช้รูป   “Passive voice”  แบบในข้อ  (c)

 

20. This house needs ________________________________________________________.

(บ้านหลังนี้จำเป็นต้อง _________________________________________________)

(a) being repaired

(b) repairing    (ซ่อมแซม)

(c) repaired

(d) to repair

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Need”   เมื่อหมายถึง   “จำเป็นต้อง”   มีโครงสร้าง    แบบ  คือ“Need + Verb + ing”  หรือ  “Need + To + Be + Verb 3”  สำหรับข้อนี้  อาจตอบอีกแบบว่า  “…………....….needs to be repaired”  ก็ได้   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่  

  • That little child will need ______________________________________________.

(เด็กเล็กๆคนนั้นจำเป็นต้อง (มี)_____________________________________________)

(a) looking after    (การดูแล, การเอาใจใส่)

(b) to look after

(c) being looked after

(d) to be looking after

ตอบ   -   ข้อ  (a)  เนื่องจาก  “Need”  (จำเป็นต้อง)  สามารถตามด้วยโครงสร้าง ๒ แบบ  โดยมีความหมายเหมือนกัน  คือ  “Need + Verb + ing” (Need + Looking after)  และ “Need + To + Be + Verb 3” (Need + To + Be + Looked after)

                                                   ตัวอย่างที่  

  • Our car needs _____________________________________________________.

(รถยนต์ของเราจำเป็นต้อง _______________________________________________)

(a) mend

(b) mended

(c) being mended

(d) to mend

(e) to be mended    (ได้รับการซ่อมแซม, ถูกซ่อมแซม)

ตอบ   -   ข้อ   (e)   หรืออาจตอบว่า   “………..........……...needs mending”   ก็ได้

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป