หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 388)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. A logarithm is _______________________________________ in algebra as an exponent.

(เลขยกกำลังของฐาน  คือ _____________ ในพีชคณิต  ว่าเป็นเลขยกกำลังที่อยู่เหนือสัญลักษณ์)  (เช่น  xn ,  เป็นเลขยกกำลังของ  x)

(a) known what

(b) known what it is

(c) what is known    (สิ่งที่ (ถูก) รู้จัก)

(d) what it is known

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ข้อความ  “What is known in algebra as an exponent” เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “Complement”  ของ  “Verb to be”  (“Is”  ตัวหน้า)  ดูเพิ่มเติมหน้าที่ของ  “Noun clause”  จากประโยคข้างล่าง

                                            ๑.  เป็นประธานของ  “Verb”  หรือประโยค  เช่น

  • What he wants is a new house.

(สิ่งที่เขาต้องการคือบ้านหลังใหม่)

  • When she left is not certain.

(เธอจากไปเมื่อใดไม่แน่นอน)  (ไม่มีใครรู้แน่นอนว่าเวลาใด)

  • How he did it surprised everyone.

(วิธีการที่เขาทำมัน – หรือ เขาทำมันอย่างไร – ทำให้ทุกคนประหลาดใจ)

  • Where he lives is not known.

(ที่ที่เขาอาศัยอยู่ – หรือ เขาอาศัยอยู่ที่ไหน – ไม่มีใครรู้)

  • Why he killed his wife is a mysterious thing.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเขาฆ่าภรรยา  - หรือ ทำไมเขาฆ่าภรรยา – เป็นเรื่องลึกลับ)

  • That he is a smart person is certain.

(ที่ว่าเขาเป็นคนฉลาดเป็นเรื่องแน่นอน)

  • Whether she will come or not is not my business.

(ไม่ว่าเธอจะมาหรือไม่ก็ตาม  ไม่ใช่ธุระของผม)

                                            ๒.  เป็นกรรมของ  “Verb”  หรือประโยค  เช่น

  • I don’t know when he left.

(ผมไม่ทราบว่าเขาจากไปเมื่อใด)

  • She asked me where I lived.

(เธอถามผมว่าผมอาศัยอยู่ที่ไหน)

  • They did what they had promised.

(พวกเขาทำในสิ่งที่ได้ให้สัญญาไว้)

  • We believe that he is innocent.

(เราเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์)

  • She did not believe what he told her.

(เธอไม่เชื่อในสิ่งที่เขาบอกเธอ)

  • The police investigated how the bank was robbed.

(ตำรวจสืบสวนวิธีการที่ธนาคารถูกปล้น – หรือ ธนาคารถูกปล้นอย่างไร)

  • I don’t know whether (if) she is happy with her new workplace.

(ผมไม่รู้ว่าเธอมีความสุขกับสถานที่ทำงานแห่งใหม่ของเธอหรือไม่)

                                            ๓.  เป็นกรรมของ  “Preposition”  เช่น

  • She is interested in what he says.

(เธอสนใจในสิ่งที่เขาพูด)

  • They believed in what the minister preached.

(พวกเขาศรัทธาในสิ่งที่บาทหลวงเทศน์)

  • We are surprised at how he could do it.

(เราประหลาดใจว่าเขาสามารถทำมันได้อย่างไร)

  • They were satisfied with what she had provided to them.

(พวกเขาพอใจในสิ่งที่เธอได้จัดหาให้กับพวกเขา)

                                            ๔.  เป็น  “Complement”  (สิ่งที่มาช่วยเติมให้สมบูรณ์)  ของ  “Verb to be”  เช่น

  • This is what I want.

(นี่คือสิ่งที่ผมต้องการ)

  • That was why he did it.

(นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงทำมัน)

  • Ten o’clock was when we started our trip.

(๑๐  โมงเป็นเวลาที่เราเริ่มการเดินทางของเรา)

                                             ๕.  วางไว้ข้างหลังคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่แสดงความรู้สึก  (Sure, Confident,  Happy, Sorry, Grateful, Doubtful, Suspicious, Certain, Delighted,  Delightful,  Anxious,  Worried, etc.)  เช่น

  • I am sure that he will arrive here on time.

(ผมมั่นใจว่า  เขาจะมาถึงที่นี่ตรงเวลา)

  • He is sorry that he could not keep his words.

(เขาเสียใจว่า  เขาไม่สามารถรักษาคำพูดได้)

  • They are confident that they will get the job.

(พวกเขามั่นใจว่าพวกเขาจะได้งานทำ)

  • We are anxious that the plane will be delayed for a few hours.

(เราวิตกกังวลว่า  เครื่องบินจะล่าช้าไป ๒ - ๓ ชั่วโมง)

                                             ๖.  ใช้แทนคำนาม  (Noun)  ที่มาข้างหน้ามัน  เช่น

  • The fact that he graduated with first-class honor is known to all.

 (ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ  ๑  เป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  (“The fact”  คือ  “that he graduated with first-class honor”  ดังนั้น  “that he graduated with first-class honor”  จึงเป็น  “Noun clause”)  อย่างไรก็ตาม  ในประโยค  “The fact that (which) he told me is known to all.   (ข้อเท็จจริงซึ่งเขาบอกผมเป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)   The fact”  ไม่ใช่  “that (หรือ which) he told me”  แต่เป็นสิ่งอื่นต่างหาก  ดังนั้น  “that (which) he told me”  จึงเป็น  “Adjective clause”  มาขยาย  “the fact

  • The belief that all men are born equal is not held by everyone.

(ความเชื่อที่ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน   มิได้ยึดถือ (ยอมรับ) กันโดยทุกคน)   (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause”  เนื่องจาก  “The belief”   คือ  “that all men are born equal”  ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกัน)

  • The notion that wealthy men are always happy is rejected by many people. 

(ความคิดที่ว่าคนที่ร่ำรวยมีความสุขเสมอ  ถูกปฏิเสธโดยคนจำนวนมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause”  เนื่องจาก  “The notion”  คือสิ่งเดียวกับ   “that wealthy men are always happy”)

หมายเหตุ   –   จากตัวอย่างข้างบน  ถ้าเป็น  “Noun clause”  จะใช้  “that” (ที่ว่า) นำหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  (ไม่ใช้  “which”)  และ  “that”  จะไม่ทำหน้าที่ประธาน หรือกรรม  แต่ถ้าเป็น   “Adjective clause”  จะใช้  “that”  หรือ  “which”  ก็ได้    (และแปลว่า  “ที่”  หรือ  “ซึ่ง”)  และมันจะทำหน้าที่ประธาน  หรือกรรมของอนุประโยค  (Adjective clause)  อย่างใดอย่างหนึ่ง  เช่น

  • The book which (that) is on the table is mine.

(หนังสือซึ่งอยู่บนโต๊ะเป็นของผม)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น   “Adjective clause”  ขยาย  “The book” โดย  “which (that)” ทำหน้าที่เป็นประธานของClause

  • The book which (that) you gave me is very interesting.

(หนังสือซึ่งคุณให้ผม  น่าสนใจอย่างมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Adjective clause”  ขยาย   “The book”  โดย  “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของ  “Clause”   ส่วน  “me”  เป็นกรรมรอง)

 

2. A square meter is ______________________________________________ a square yard.

(  ตารางเมตร ___________________   ตารางหลา)  (คือ  ใหญ่กว่า    ตารางหลาเล็กน้อย)

(a) than slightly larger

(b) larger than slightly

(c) slightly than larger

(d) slightly larger than    (ใหญ่กว่าเล็กน้อย

 

3. The importance of mythology within a culture _______________ in the status of storytellers.

(ความสำคัญของเรื่องอภินิหารที่เป็นนิยายหรือตำนานที่เล่าต่อๆ กันมาภายในวัฒนธรรมหนึ่ง _____ ในสถานภาพของผู้เล่าเรื่อง)  (หมายถึง  ถ้าผู้เล่าเรื่องดังกล่าวมีสถานภาพสูง  ผู้ฟังก็มีแนวโน้มจะให้ความสำคัญ  หรือเชื่อเรื่องเหล่านี้มากกว่าปกติ)

(a) as reflected

(b) reflected

(c) is reflected    (ถูกสะท้อนภาพให้เห็น)

(d) reflected there

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้ในรูป  “Passive voice

 

4. __________________________________________ the zero was invented is not known.

(เลขศูนย์ถูกประดิษฐ์ขึ้น _______________ ไม่เป็นที่ล่วงรู้)  (= ____________ ที่เลขศูนย์ถูกประดิษฐ์ขึ้น  ไม่เป็นที่รู้กัน)

(a) After    (หลังจาก)

(b) Since    (ตั้งแต่, เพราะว่า)

(c) Although    (แม้ว่า)

(d) When    (เมื่อใด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ข้อความ  “When the zero was invented”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  หรือของกริยา  “Is”  ดูเพิ่มเติมหน้าที่ของ   “Noun clause”  ใน ข้อ    ของข้อสอบชุดนี้

 

5. Regardless of __________________ or facilities, a park is intended for the enjoyment of all.

(โดยไม่คำนึงถึง ____________ หรือสิ่งอำนวยความสะดวก (ของมัน),  สวนสาธารณะถูกมุ่งหมายไว้สำหรับความเพลิดเพลิน (สนุกสนาน) ของทุกคน)

(a) the location of it

(b) its location    (สถานที่ตั้งของมัน)

(c) what location it has

(d) whether its location

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการใช้โครงสร้างในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  “……….....…of its location or (its) facilities, a park………......….”  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Regardless of   จากตัวอย่างข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่ 

  • He has kept on working, _________________________________ being told to stop.

(เขาทำงานต่อไป ________________________________________ ถูกบอกให้หยุดทำ)

(a) sooner than    (เร็วกว่า)

(b) no matter what    (ไม่ว่า........................อย่างไรก็ตาม)

(c) regardless of    (โดยไม่คำนึงถึงว่า, โดยไม่สนใจว่า)

(d) in addition to    (นอกเหนือจาก)

                                                ตัวอย่างที่ 

  • If they are determined to strike, they will do so _________________ what the law says.

(ถ้าพวกเขามุ่งมั่นที่จะนัดหยุดงาน, พวกเขาก็จะทำเช่นนั้น _________ กฎหมายกล่าวไว้อย่างไร)

(a) due to    (เพราะว่า, เนื่องมาจาก)

(b) regardless of     (โดยไม่คำนึงถึงว่า, โดยไม่สนใจว่า)

(c) despite    (ทั้งๆ ที่)

(d) instead of    (แทนที่จะ)

 

6. When he reaches the age of retirement, he will get his _________ for his government service.

(เมื่อเขามาถึงอายุเกษียณจากงาน  เขาจะได้รับ ________________ สำหรับงานราชการของเขา)

(a) wage    (ค่าจ้าง)

(b) salary    (เงินเดือน)

(c) bonus    (เงินโบนัส, เงินแถมพิเศษประจำปี)

(d) pension    (เงินบำเหน็จบำนาญ)

 

7. Father seemed to be ____________ by the loud noise the children made.  He shouted at them to play outside.

(พ่อดูเหมือนว่าจะ _____________ จากเสียงที่ดังที่พวกเด็กๆ ทำ  เขาตะโกนใส่เด็กพวกนั้น  เพื่อให้ออกไปเล่นข้างนอก)

(a) excited    (ตื่นเต้น)

(b) astonished    (ประหลาดใจ)

(c) annoyed    (ขุ่นเคือง, รำคาญ, รู้สึกถูกรบกวน)

(d) amazed    (ทึ่ง, ประหลาดใจ, งงงวย)

 

8. Please keep an eye on my purse while I telephone.

(โปรด  เฝ้าดู-เฝ้าระวัง   กระเป๋าสตางค์ของฉันด้วย  ขณะที่ฉันโทรศัพท์)

(a) hold    (ถือ, จับ, กุม, เกาะ, คว้า)

(b) clean out    (ทำความสะอาดจนหมดจด)

(c) look through    (มองทะลุ, มองผ่าน)

(d) watch    (เฝ้าดู, มอง, ระมัดระวัง, ชม, จ้องมอง)

 

9. She is a person who always speaks her mind.

(เธอเป็นบุคคลผู้ซึ่ง  พูดออกมาตรงๆ ตามที่ตนเองคิด   เสมอ)

(a) talks too much    (พูดมากเกินไป)

(b) speaks without thinking    (พูดโดยไม่คิด)

(c) hesitates to speak    (รีรอ หรือลังเลใจที่จะพูด)

(d) gives her frank opinion    (ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา หรือเปิดเผย)

 

10. He has scarcely ___________________ money ____________________ for his old age.

(เขาแทบจะไม่มีเงิน ______________ ซึ่งได้ถูก _____________ สำหรับในวัยชราของเขา)

(a) some ________________ to save

(b) any ________________ saving

(c) some ________________ saved

(d) any ________________ saved    (อยู่เลย ________________ ออมไว้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ใช้   “Any”  กับ   “Scarcely”   เนื่องจากใจความเป็นไปในทางปฏิเสธ  (แทบจะไม่)  และใช้  “Saved”  เนื่องจากลดรูปมาจาก  “………..........…money which is (has been, was) saved for his………......……

 

11. My brothers are all _________________________________________________ I am.

(พี่ชายน้องชายของผมล้วนแต่ ______________________________________ ผมทุกคน)

(a) more tall than

(b) tallest of

(c) taller from

(d) taller than    (สูงกว่า)

 

12. Sitting on the beach, she watched the ships ___________________________ the harbor. 

(นั่งบนชายหาด  เธอมองดูเรือ ___________________________________ ในท่าเรือ)

(a) to enter

(b) entered

(c) having entered

(d) entering    (เข้ามา, กำลังเข้ามา)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ  “Enter”  ก็ได้  ดูเปรียบเทียบกับกริยา   “See”  (เห็น, มอง, มองเห็น, ดู)  (กริยา  “See”  และ  “Watch”  ใช้ได้เหมือนกัน)  จากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่  

  • Across the street he saw a man __________________________ a boy with a stick.

(ข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่ง  เขาเห็นชายคนหนึ่ง ______________ เด็กชายคนหนึ่งด้วยไม้)

(a) beating    (กำลังตี)

(b) to beat

(c) having beaten

(d) to have beaten

ตอบ   -   ข้อ   (a)   สำหรับกริยา  “See”  หรือ  “Watch”  มีที่ใช้ดังนี้   คือ

                                            ๑. “See” (Watch) + กรรม + Verb 1  =  เห็นกรรมทำกริยา

  • We saw (watched) him go out and walk in the park.

(เราเห็นเขาออกไป และเดินในสวน)

(แต่เมื่อเป็น  “Passive voice”  ต้องใช้   “He was seen to go out and walk in the park.”)  (เขาถูกมองเห็นว่าออกไปและเดินในสวน)

                                             ๒. “See” (Watch) + กรรม + Verb + ing”  =  เห็นกรรมกำลังทำกริยา

  • We saw (watched) students playing in the field.

(เราเห็นนักเรียนกำลังเล่นในสนาม)

                                            ๓. “See” (Watch) + กรรม + Verb 3  =  เห็นกรรมถูกกระทำ

  • We saw (watched) an elephant killed by hunters.

(เราเห็นช้างถูกฆ่าโดยนายพราน)

 

13. His friends thought he was ill yesterday, ____________________________________?

(เพื่อนของเขาคิดว่า  เขาป่วยเมื่อวานนี้ ____________________________________)

(a) did they

(b) was he

(c) didn’t they    (ใช่หรือไม่)

(d) wasn’t he

ตอบ   -   ข้อ   (c)   นส่วน  “Tag”  ต้องใช้กริยาตามประธานและกริยาในประโยคใหญ่  “Main clause” (His friends thought….............…)  มิใช่ใช้ตามประธานและกริยาในประโยคย่อย (He was ill yesterday)  และเนื่องจาก  “Thought”  อยู่ในรูปบอกเล่า  ในส่วน   “Tag”  จึงต้องใช้   “Did”  ในรูปปฏิเสธ  (= didn’t)

 

14. My car still isn’t working right; the mechanic ___________________________________.

(รถของผมยังคงไม่ทำงานเป็นปกติ  ช่างเครื่องยนต์ _______________________________)

(a) must not have fixed it    (จะต้องไม่ได้ซ่อมมัน)  (ในอดีต)

(b) just fixed it    (เพิ่งจะซ่อมมัน)

(c) might have fixed it    (อาจจะได้ซ่อมมัน)  (ในอดีต)

(d) should not have fixed it    (ไม่ควรจะได้ซ่อมมัน)  (ในอดีต)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากผู้พูดมั่นใจมากว่าจะต้องเป็นเช่นนั้น  เพราะรถยังคงทำงานไม่ปกติ

 

15. I don’t know_______________________________________________________ to do.

(ผมไม่รู้ว่าจะทำ _____________________________________________________)

(a) how

(b) whom

(c) what    (อย่างไรดี)

(d) why

ตอบ   -   ข้อ    (c)   หรืออาจใช้   “How to do it”  สำหรับ   “How”  นิยมใช้กับวลี  เช่น   “how to cook”  (วิธีปรุงอาหาร)  “how to swim”  (วิธีว่ายน้ำ)  “how to play golf”  (วิธีเล่นกอล์ฟ)  “how to solve the problem”  (วิธีแก้ปัญหา  หรือ จะแก้ปัญหาอย่างไร)  “how to tell my parents”  (จะบอกพ่อแม่อย่างไร)  , etc.

 

16. Three months after the manager had engaged the cashier, he ____________ him for dishonesty.

(สามเดือนหลังจากผู้จัดการได้ว่าจ้างแคชเชียร์  เขาก็ ___________ แคชเชียร์คนนั้น  ด้วยเรื่องความไม่ซื่อสัตย์สุจริต)

(a) disliked    (ไม่ชอบ, เกลียด)  

(b) displayed    (แสดง)

(c) dismissed    (ไล่ออก, บอกเลิกแถว, ไม่พิจารณา, ไม่รับฟ้อง, ยกฟ้อง)

(d) disclosed    (เปิดเผย, เปิดโปง, ทำให้ปรากฏ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Dismiss”   ในที่นี้  หมายถึง  “ไล่ออก

 

17. Although many people thought that the man was guilty, the judge and jury found him ________.

(แม้ว่าผู้คนจำนวนมากคิดว่าชายคนนั้นมีความผิด  ผู้พิพากษาและคณะลูกขุนพบว่าเขา _________)

(a) carefree    (ไร้กังวล)

(b) talkative    (ช่างพูด, คุยจ้อ)

(c) economical    (ประหยัด, มัธยัสถ์)  

(d) innocent    (บริสุทธิ์, ไร้มลทิน, ไร้เดียงสา, ซื่อ, ไม่เป็นภัย)

 

18. Such clothes ______________________________ these are called ready-made clothes.

(เสื้อผ้า ___________________________________ เหล่านี้  ถูกเรียกว่าเสื้อผ้าสำเร็จรูป)

(a) like

(b) alike

(c) as    (ดังเช่น, เช่น)

(d) the same as

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เป็นการใช้คำคู่  คือ    Such………......…….as

 

19. So far I’ve been learning about England and British ways of living.

(เท่าที่ผ่านๆ มา (ที่แล้วๆ มา)  ผมได้กำลังเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศอังกฤษ  และวิถีการดำรง ชีวิตแบบอังกฤษ)

“So far” here means “_____________________________________________________”.

(“So far”  ในที่นี้  มีความหมายว่า __________________________________________)

(a) So much    (มากเหลือเกิน)

(b) Very far    (ไกลมาก)

(c) For a long time    (เป็นเวลานาน)

(d) Until now    (จนกระทั่งบัดนี้)

 

20. When all the students___________________________, the professor began his lecture.

(เมื่อนักเรียนทุกคน _________________________ อาจารย์ก็เริ่มต้นการบรรยายของเขา)

(a) seated

(b) sit

(c) were seated    (ถูกพาเข้าที่นั่งที่จัดไว้ให้)

(d) seat

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “Seat”  เมื่อเป็นคำนาม หมายถึง  “ที่นั่ง”  แต่เมื่อเป็นคำกริยา หมายถึง  “จัดหาที่นั่งให้, พาเข้าที่นั่ง, จัดตั้งเข้าที่ๆจัดไว้, นั่งลงไป”   มักใช้ในรูป  “Passive voice”  (Be + seated)  เสมอ

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป