หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 385)

 

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. It is less expensive to build machine parts _________________ than to build a few at a time.

(มันราคาแพงน้อยกว่ากันที่จะสร้างชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องจักร ____________ (เมื่อเทียบกับ) สร้างทีละ  ๒ – ๓  ชิ้นในแต่ละครั้ง)

(a) mass quantities in

(b) mass in quantities

(c) quantities in mass

(d) in mass quantities    (ในปริมาณมากๆ)

 

2. No longer _____________________ given in countries where the disease is under control.

(ไม่ต่อไปอีกแล้วที่ ______________ ถูก (ทำ) ให้ในประเทศที่ซึ่งโรคนี้อยู่ภายใต้การควบคุม)  (หมายถึง  ไม่มีการฉีดวัคซีนต่อไปอีกแล้ว  ในประเทศที่โรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษได้รับการควบคุม)

(a) smallpox vaccinations are

(b) than smallpox vaccinations are

(c) are smallpox vaccinations    (การฉีดวัคซีนโรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษ)

(d) than are smallpox vaccinations

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ตามโครงสร้าง  “No longer + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) + ส่วนขยาย   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • ____________ was the Panama Canal an engineering triumph, it quickly proved a financial success as well.

(__________________ คลองปานามาจะเป็นชัยชนะทางด้านวิศวกรรม,  มันได้พิสูจน์อย่างรวดเร็วว่าเป็นความสำเร็จทางการเงินด้วยเช่นกัน)

(a) Only    (เพียง.......................เท่านั้น)   

(b) Not only    (ไม่เพียงแต่ ...................(คลองปานามา..............วิศวกรรม)...................เท่านั้น)

(c) It

(d) Neither    (ไม่ทั้ง  ๒  คนหรือสิ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ  “Not only was the ……........…triumph, but it also quickly proved a financial success”  หรือ  “The Panama Canal was not only an engineering triumph, but it also quickly proved a financial success.”  ก็ได้

                                                ตัวอย่างที่ 

  • My mother doesn’t drink coffee.  _________________________ does she drink tea.

(แม่ของผมไม่ดื่มกาแฟ  และเธอก็ _____________________________ ดื่มชาด้วยเช่นกัน) 

(a) Not

(b) So

(c) Whether

(d) Neither    (ไม่ …………….....…….. เช่นกัน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เป็นไปตามโครงสร้าง  “Neither (Nor) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่  

  • Traveling by air is not cheap.  Neither ___________________________________.

(การเดินทางโดยทางอากาศมิได้ราคาถูก  _________________________________

(a) it is enjoyable

(b) enjoyable it is

(c) is it enjoyable    (มันมิได้สนุกสนานเช่นเดียวกัน  -  Neither is it enjoyable.)  

(d) enjoyable is it

ตอบ   -   ข้อ  (c)  “Neither + Verb to be + Subject + Adjective”  หรือ  “Neither + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                                                ตัวอย่างที่  

  • Never before in my life _______________________ with such a wonderful welcome.  

(ไม่เคยมาก่อนเลยในชีวิตของผมที่ ___________________ กับการต้อนรับที่วิเศษเช่นนั้น)

(a) I have met 

(b) I did meet

(c) have I met    (ผมได้พบ)

(d) I met

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                                 ตัวอย่างที่  

  • Not only ________________________________________, but he also took his wife.

(ไม่เพียงแต่  ____________________ เท่านั้น  แต่เขายังพาภรรยาไปด้วย)  (= เขาไม่เพียงแต่ไปเท่านั้น  แต่เขายัง....................................)

(a) he went

(b) did he go   (เขาไป)

(c) had he gone

(d) went he

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Not only + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) เช่น “Not only did she go………....”  “Not only have they seen………….…”  “Not only will we play………….”  สำหรับ  “Not only” (ไม่เพียงแต่.....................เท่านั้น)   และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค   อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ  เช่น  “No longer  (ไม่ต่อไปอีกแล้ว), Never (ไม่เคยเลย), Hardly  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Seldom  (แทบจะไม่,  ไม่ใคร่จะ),  Never before  (ไม่เคยมาก่อนเลย), Never in my life   (ไม่เคยเลยในชีวิต),  No sooner,  In vain   (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  Not often, Not only  (ไม่เพียงแต่),  Not even once  (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  Not until   (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  จะต้องเรียงรูปประโยคใหม่  ดังนี้ คือ   {Not only (neither, never, no sooner (ในทันทีที่), hardly, never in my life, not until, etc.) + Verb (พิเศษ)  (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might must, etc.) + Subject + Verb (แท้)}  เช่น

  • No longer do we use street cars in our city.

(= We no longer use street cars in our city.)

(เราไม่ใช้รถรางต่อไปอีกแล้วในเมืองของเรา)

  • No longer are they friends after a serious conflict.

(= They are no longer friends after a serious conflict.)

(พวกเขาไม่เป็นเพื่อนกันต่อไปอีกแล้ว  หลังจากความขัดแย้งอย่างรุนแรง)

  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น – เน้นตรงคำว่า  “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า  “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า  “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)

                                           ทั้งนี้  สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้  คือ

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place.  

(ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.

(เธอแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย) 

  • Never + กริยาพิเศษ  + Subject  + กริยาแท้  +ส่วนขยาย
  • Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

3. ______________ colonial period the great majority of New York’s settlers came from Holland.

(________________ ช่วงเวลาการเป็นอาณานิคม  ผู้ตั้งรกรากถิ่นฐานในนิวยอร์กส่วนใหญ่มาจากประเทศฮอลแลนด์)

(a) Since

(b) The time

(c) During the    (ในระหว่าง)

(d) It was

 

4. A crocodile often fools its preys ______________________________________ to be dead.

(จระเข้หลอกเหยื่อของมันบ่อยๆ ____________________________________ เป็นตาย)

(a) to pretend

(b) by pretending    (โดยการแสร้งทำ)

(c) pretend

(d) to be pretending

 

5. Natural resources provide the raw materials ________________ to produce finished goods.

(ทรัพยากรธรรมชาติให้วัตถุดิบ (ซึ่ง) ______________________ เพื่อที่จะผลิตสินค้าสำเร็จรูป)

(a) are needed

(b) needed    (ถูกต้องการ)

(c) need

(d) needing

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “……….....…raw materials which are needed to produce finished goods

 

6. Please read ______________ thoroughly before answering the questions on the backboard.

(โปรดอ่าน ____________________ อย่างละเอียดถี่ถ้วน  ก่อนตอบคำถามบนกระดานดำ)

(a) chapter two    (บทที่  ๒)

(b) second chapter

(c) two chapter

(d) chapter second

ตอบ   -   ข้อ    (a)   หรืออาจตอบ   “the second chapter”  ก็ได้

 

7. Would you please ____________________________ the door open when it is cold outside?

(คุณจะกรุณา _______________________ ประตูเปิดไว้  เมื่ออากาศเย็นข้างนอก  ได้หรือไม่)

(a) don’t leave

(b) don’t to leave

(c) not to leave

(d) not leave    (ไม่ทิ้ง, ไม่ปล่อย)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   “Would + Verb 1”  โดย  “Not”  ต้องอยู่ระหว่าง  “Please”   และ  “Verb 1”  (please not leave)  เสมอ

 

8. I asked her _______________________________________________ was on the phone.

(ผมถามเธอ (ว่า) ___________ กำลังพูดโทรศัพท์อยู่)  (หมายถึงพูดอยู่ปลายสายอีกด้านหนึ่ง  หรือถามว่า  ใครโทรฯ มานั่นเอง)

(a) which

(b) whom

(c) who    (ใคร)  (เป็นประธานประโยคย่อย  “Who was on the phone”)

(d) whoever    (ใครก็ตาม)  

 

9. Tomorrow at 8.00 a.m. Jenny has to _______________________ a history examination.

(พรุ่งนี้  เวลา    โมงเช้า  เจนนี่จำเป็นต้อง ________________ การสอบวิชาประวัติ ศาสตร์)

(a) pass

(b) take    (เข้ารับ)

(c) succeed

(d) fail

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Take an examination  -  เข้าสอบ

 

10. I was late arriving at the examination room; _______________________ I couldn’t get in.

(ผมล่าช้าในการมาถึงห้องสอบ ________________________ ผมไม่สามารถเข้าห้องสอบได้)

(a) subsequently    (ในเวลาต่อมา)

(b) generally    (โดยทั่วไป)

(c) consequently    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

(d) indeed     (จริงๆ, อย่างแท้จริง)   

 

11. _______________________ the hall is already full, I think the meeting should now begin. 

(____________________ ห้องโถงมีคนเต็มแล้ว  ผมคิดว่าการประชุมควรเริ่มต้นได้ในขณะนี้)

(a) Seeing that    (เมื่อเห็นว่า)

(b) Providing that    (ถ้า)  (= If)

(c) Whereas    (ในทางตรงกันข้าม, อย่างไรก็ตาม, แต่ทว่า)

(d) As a result of     (เป็นผลมาจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่  

  • Walking down the street the other day, ___________________________________.

(ขณะเดินไปตามถนนเมื่อวันก่อน __________________________________________)

(a) I saw unusual something happen

(b) a terrible accident occurred    (อุบัติเหตุน่ากลัวเกิดขึ้น)

(c) something unusual was seen by me    (บางสิ่งที่ผิดปกติถูกเห็นโดยผม)

(d) I witnessed a terrible accident    (ผมเห็นอุบัติเหตุน่ากลัว)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากประโยคขึ้นต้นด้วย   “Walking”  (Present participle)  แสดงว่าประธานของประโยค  ซึ่งอยู่หลังเครื่องหมายคอมม่า  (ในที่นี้ คือ “I” )  จะต้องเป็นผู้ทำกริยา  “เดิน”  ดังนั้น  จึงตัดข้อ  B, C  ทิ้งไป  สำหรับ ข้อ  (a)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น   “I saw something unusual happen.”  (ผมเห็นบางสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น)  เนื่องจาก  “Something”  เป็นคำสรรพนาม  (Pronoun)  ไม่สามารถใช้คำคุณศัพท์  (Unusual)  ขยายข้างหน้าได้  ต้องเอามาขยายข้างหลังแทน

 

12. Bill went to hospital to have ___________________________________ on the stomach.

(บิลไปโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับ ______________________________________ ที่ท้อง)

(a) a cure    (การรักษาให้หาย)

(b) a mending    (การปะ, การซ่อมแซม)

(c) an operation    (การผ่าตัด, การปฏิบัติงาน, การดำเนินงาน)

(d) a cut    (การตัด, การหั่น, การทำมีดบาด, การลดราคา, การลดเงินเดือน)   

 

13. All the workers complained that the price of food had increased, so their _____ of living had fallen.

(คนงานทั้งหมดบ่น-ร้องเรียนว่า  ราคาอาหารได้เพิ่มขึ้น  ดังนั้น ___________ การครองชีพของพวกเขาได้ลดต่ำลง)  (เหมือนกับรายได้ลดลง  เพราะค่าจ้างเท่าเดิม)

(a) cost    (ค่า)

(b) price    (ราคา, ราคาขาย)

(c) value    (ค่า, คุณค่า, มูลค่า, ราคา)

(d) standard    (มาตรฐาน)

 

14. This book is too difficult.  I spent more time _____________ up words in the dictionary than ____________ it.

(หนังสือเล่มนี้ยากเกินไป  ผมใช้เวลา _________ คำในพจนานุกรม  มากกว่า _________ มัน

(a) to look ______________ to read

(b) to look ______________ reading

(c) looking ______________ reading    (ค้นหา ______________ อ่าน)

(d) looking ______________ read

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Spend + Time + Verb + ing +  (ส่วนขยาย) + (Than) + (Verb + ing)  และต้องใช้โครงสร้างให้สมดุล  คือ   “Looking”  และ  “Reading

 

15. I think you ought to pay, _______________ it was you who _______________ the glass.

(ผมคิดว่าคุณควรจ่ายเงิน _________ ว่าคุณเป็นคนซึ่ง __________ กระจก)  (ทำกระจกแตก)

(a) considered _______________ broke

(b) considering _______________ breaking

(c) to consider _______________ break

(d) considering ______________ broke    (พิจารณา _____________ ทำแตก)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ต้องใช้   “Broke”  เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีต (ทำกระจกแตก)  โดยดูจาก  “It was you

 

16. This letter is _________________________________ from the one you wrote last week.

(จดหมายฉบับนี้ ________________________ จากจดหมายที่คุณเขียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

(a) no difference    (ไม่มีความแตกต่าง)

(b) no differing

(c) no different    (ไม่แตกต่าง)

(d) not differently

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้คำคุณศัพท์  (Different) กับ   “Verb to be”  (Is)  หรืออาจตอบ  “Not different”  ก็ได้

 

17. __________________ the summer holidays we hope to swim, fish and do some sailing.

(_________________ วันหยุดหน้าร้อน  เราหวังจะได้ว่ายน้ำ,  ตกปลา  และแล่นเรือ-ขับเรือ)

(a) While    (ในขณะที่)  (ตามด้วย “Subject + Verb”)

(b) When    (เมื่อ)  (ตามด้วย “Subject + Verb”)

(c) During    (ระหว่าง - ใช้กับเรื่องเวลา)  (ตามด้วยคำนามหรือวลี)

(d) Between    (ระหว่าง)  (ใช้กับคนหรือสิ่งของ ๒ สิ่ง)

 

18. “Would you like to have your sandwiches now?”

(คุณอยากจะทานแซนด์วิชของคุณตอนนี้ไหม)

“Yes, I’d ______________________________________________________________.”

(ใช่ครับ  ผม ______________________________________________________)

(a) like

(b) like to    (อยากทาน)

(c) liked to

(d) had them

ตอบ  -  ข้อ   (b)   เนื่องจากย่อมาจากข้อความเต็มๆ ว่า   “Yes, I would like to have my sandwiches now.”   แต่นิยมตอบเพียงสั้นๆว่า  “I would like to.”  ทั้งนี้   ต้องมี  To  แต่ไม่ต้องมีกริยา  (Have)”  กล่าวคือ  เราใช้  “To + Verb 1”  โดยละ  “Verb”  นั้นไว้    ใช้แต่   “To”  เพียงคำเดียว  เพื่อแทนคำกริยาที่พูดไว้ครั้งหนึ่งแล้ว  เพื่อที่จะไม่ต้องกล่าวคำกริยาตัวนั้นซ้ำอีกครั้ง  เช่น

  • I am not going to read this book.  Would you like to (read)?

(ผมจะไม่อ่านหนังสือเล่มนี้นะ  คุณอยากจะอ่านไหมล่ะ)  (ไม่นิยมพูดหรือเขียน  “read” ต่อท้าย “to”)

  • She has not finished the work yet, but she has to (finish) very soon.

(เธอยังทำงานไม่เสร็จเลย  แต่เธอจำเป็นต้องทำให้เสร็จโดยเร็ว)  (ไม่นิยมพูดหรือเขียน  “finish”  ต่อท้าย “to”)

 

19. The river has ____________________________ its bank into the surrounding community.

(แม่น้ำได้ ________________________________________ ตลิ่งของมันเข้าสู่ชุมชนรอบๆ)

(a) overflown

(b) overflew

(c) overflowed    (ไหลล้น, เอ่อล้น, ไหลบ่า, ล้น, ท่วม)

(d) overfly

ตอบ  -  ข้อ  (c)  กริยาช่อง    และ    ของ  “Overflow”   คือ  “Overflowed” สำหรับข้อ  (a), (b), (d)  ไม่มีการใช้รูปนี้

 

20. His daughter wrote to him that she was looking forward to ___________________ home soon.

(ลูกสาวของเขาเขียนจดหมายถึงเขา  บอกว่าเธอกำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอย __________ บ้านเร็วๆ นี้)

(a) come

(b) coming    (การกลับมา)

(c) be coming

(d) have come

ตอบ  -  ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “Look  forward to + Verb + ing”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                              ตัวอย่างที่  

  • I shall look forward _______________________________________ from you soon.

(ผมจะตั้งตารอ __________________________________________ จากคุณโดยเร็ว)

(a) to hear

(b) for hear

(c) to hearing     (ที่จะได้ยินข่าว – คือได้รับจดหมายหรือการติดต่อด้วยวิธีอื่นๆ)

(d) for hearing

ตอบ  -  ข้อ (c)

                                                 ตัวอย่างที่  

  • I wish you and your wife many years of happiness together and look forward ________ you both.

(ผมขออวยพรให้คุณและภรรยามีความสุขด้วยกันตลอดไป  และหวังอย่างยิ่งกับ (หรือ “ตั้งตารอ”) ___________ คุณทั้ง    คน)  (หมายถึง  ในวันข้างหน้า) 

(a) to see

(b) to seeing    (การได้พบ)

(c) for seeing

(d) to be seeing

ตอบ  -  ข้อ    (b)   เนื่องจาก  “To”  ที่ตามหลังคำกริยาต่อไปนี้  ถือเป็น  “Preposition”  จึงต้องตามด้วยคำนามหรือ   “Gerund” (Verb + ing)   ได้แก่  “Look forward to”  (ตั้งตารอคอย),  “Be opposed to”  (คัดค้านหรือไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง),  “Object to” (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย)“Admit”  (ยอมรับ),  “Devote…............to”   (อุทิศ...............ให้กับ),  “Dedicate……......…to” (อุทิศ.................ให้กับ),  “Apply………...…to”  (ประยุกต์...................เข้ากับ)   ดังประโยคตัวอย่าง

  • She looks forward to buying a new home next year.

(เธอตั้งตาคอยซื้อรถคันใหม่ปีหน้า)

  • He looks forward to his birthday party next week.

(เขาตั้งตารอคอยงานเลี้ยงวันเกิดของเขาในสัปดาห์หน้า)       

  • We object to going to bed late tonight as we will have to start our trip early tomorrow.

(เราไม่เห็นด้วยกับการนอนดึกคืนนี้  เพราะเราจะต้องออกเดินทางแต่เช้าวันพรุ่งนี้)

  • She objected to his plan to move to London after their marriage.

(เธอคัดค้านแผนการของเขาที่จะย้ายไปลอนดอนหลังการแต่งงาน)

  • He admitted to having an extramarital affair that ended in a pregnancy.

(เขายอมรับว่ามีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนอื่นที่มิใช่ภรรยา  ซึ่งจบลงด้วยการตั้งครรภ์)

  • He devotes most of his time to studying in the library.

(เขาอุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้กับการศึกษาในห้องสมุด)

  • We were opposed to paying a lot of money for luxurious goods.

(เราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการจ่ายเงินจำนวนมากกับสินค้าฟุ่มเฟือย)

  • The President was opposed to the development of nuclear weapons.  (หรือwas opposed to developing nuclear weapons”)

(ท่านประธานาธิบดีไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์)        

  • They applied their knowledge gained from training overseas to performing their daily work. 

(พวกเขาประยุกต์ความรู้ที่ได้จากการอบรมในต่างประเทศ  เข้ากับการทำงานประจำวัน)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป