หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 380)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. The University of Fiji, _____________ in 1898, is administered by a president and governed by a twenty-one-member board of regents.

(มหาวิทยาลัยฟิจิ, ______________ ในปี  ๑๘๙๘, ได้รับการบริหารโดยประธาน (มหาวิทยาลัย) และกำกับโดยคณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย  จำนวน  ๒๑  คน)

(a) founding

(b) was founded

(c) founded    (ได้รับการก่อตั้ง)

(d) to have been founded

ตอบ   -   ข้อ   (c)   โดยลดรูปมาจากอนุประโยค  (Adjective clause)  คือ  “…………..…Fiji, which was founded in 1898, is…………….”  ทั้งนี้  มาจากกริยา  “Found, Founded, Founded”  (ก่อตั้ง, สร้าง, วางรากฐาน)

 

2. Currently, it has been found in Thailand that the number of people ____________ a newspaper has risen considerably.

(ในปัจจุบัน  มันถูกพบในประเทศไทยว่า  จำนวนของผู้คน (ซึ่ง)  ______________ หนังสือพิมพ์ _____________ ได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก)

(a) read regularly

(b) who reading regularly

(c) are reading regularly

(d) regularly reading    (อ่าน ................(หนังสือพิมพ์)................. อย่างสม่ำเสมอ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  (Adjective clause)  คือ  “….…...……of people who regularly read (หรือ  who are regularly reading) a newspaper..….......……

 

3. ___________________________ raw materials into useful products is called manufacturing.

(__________________ วัตถุดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์ (สินค้า) ที่มีประโยชน์ ถูกเรียกว่า  “การผลิต”)

(a) In transforming

(b) For transforming

(c) Transforming    (การเปลี่ยนรูป)

(d) To be transformed

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Is called”  เป็นกริยา  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • ______________ is statistically much safer than most other forms of transport, but this fact doesn’t stop many people feeling nervous about it.

(____________ ในทางสถิติแล้วปลอดภัยกว่ารูปแบบอื่นๆของการขนส่งอย่างมาก, แต่ข้อเท็จจริงนี้มิได้หยุดยั้งผู้คนจำนวนมากมิให้รู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับมัน)  (โดย เฉพาะผู้ที่คิดจะเดินทางโดยเครื่องบิน)

(a) Having flown

(b) To have flown

(c) Flying    (การบิน, การโดยสารเครื่องบิน)

(d) In flying

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1” (Infinitive with to)  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค 

                                            ตัวอย่างที่ 

  • She told me she looked sleepy because _____________ ten hours a day in the hospital was quite tiring.

(เธอบอกผมว่าเธอมีอาการง่วงนอน  เพราะว่า _____________ ๑๐  ชั่วโมงใน   วันในโรงพยาบาล  น่าเหน็ดเหนื่อยมาก)

(a) in working

(b) by working

(c) work

(d) working    (การทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นประธานของประโยคย่อย  “Because working ten hours a day in the hospital was quite tiring”  โดยมี   “Ten hours a day in the hospital”  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  “Was”  เป็นกริยา  และ  “Quite tiring”  เป็น  “Complement”  ของ  “Verb to be”  (Was)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • Refrigerating meats ________________________________ the spread of bacteria.

(การแช่เย็นเนื้อ _______________________________ การแพร่กระจายของแบคทีเรีย)

(a) is retarded

(b) retards    (ขัดขวาง, ทำให้ช้า, หน่วงเหนี่ยว)

(c) to retard

(d) retarding

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Refrigerating” (การแช่เย็น)  เป็นประธานของประ โยค  โดยมี  “Meats”  ขยายประธาน (เป็นกรรมของประธาน)  และมี  “Retards”  เป็นกริยาของประโยค   ซึ่งต้องเติม  “S”  เนื่องจาก  “Refrigerating”  (Gerund)  ถือเป็นคำนามเอกพจน์  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากประโยคข้างล่าง

  • Swimming is a good exercise.

(= To swim is a good exercise.)

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

  • Playing badminton is his favorite hobby.

(= To play badminton is his favorite hobby.)

(การเล่นแบดมินตันเป็นงานอดิเรกที่โปรดปรานของเขา)

  • Working in cool weather is pleasure.

(= To work in cool weather is pleasure.)

(การทำงานในอากาศที่เย็นเป็นความรื่นรมย์)

  • Breathing is indispensable to all living things.

(= To breathe is indispensable to all living things.)

(การหายใจเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด)

  • Sleeping is necessary to health.

(= To sleep is necessary to health.)

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

  • Walking for three hours makes him tired.

(= To walk for three hours makes him tired.)

(การเดินเป็นเวลา    ชั่วโมงทำให้เขาเหนื่อย)

  • Fishing in the river gave them much relaxation.

(= To fish in the river gave them much relaxation.)

(การตกปลาในแม่น้ำให้ความผ่อนคลายกับพวกเขาอย่างมาก)

 

4. ______________ time and labor, cartoonists generally draw the hands of their characters with only three fingers and a thumb.

(_______________ เวลาและแรงงาน, นักเขียนการ์ตูนโดยทั่วไปจะวาดมือของตัวละคร (ตัวการ์ตูน) เพียงนิ้วมือ    นิ้ว และนิ้วหัวแม่มือเท่านั้น)  (คือ  วาดนิ้วมือของตัวการ์ตูนเพียง    นิ้ว)

(a) Save

(b) Saving

(c) Having saved

(d) To save    (เพื่อที่จะประหยัด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เป็นการใช้  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  นำหน้าวลีที่ขึ้นต้นประโยค  เพื่อแสดงวัตถุประสงค์ของประธานประโยค  (อยู่หลังเครื่องหมายคอมมา)  ว่าทำกริยาเพื่อวัตถุประสงค์ใด  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่ 

  • ________________________________, you must make an appointment with him.

(_______________________________________, คุณจะต้องทำการนัดหมายกับเขา)

(a) Seeing the doctor at his office

(b) If you see the doctor at his office

(c) You see the doctor at his office

(d) To see the doctor at his office    (เพื่อที่จะพบแพทย์ที่สำนักงานของเขา)

ตอบ   –   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องใช้วลีที่ขึ้นต้นด้วย   “Infinitive with to” (To + Verb 1)  เพื่อแสดงวัตถุประสงค์  หมายถึง   “เพื่อที่จะ....................”   หรืออาจใช้   “in order to”   หรือ  “so as to”  แทนก็ได้  นอกจากนั้น   ยังสามารถเอาวลีที่ขึ้นต้นด้วย  “To + Verb 1”    ไปไว้ข้างท้ายประโยคก็ได้    โดยความหมายเหมือนเดิมทุกประการ  (แต่ควรมีการเปลี่ยนสรรพนามให้เหมาะสม)   ดังเช่นประโยคข้างบน  สามารถเขียนได้ใหม่เป็น

  • You must make an appointment with the doctor to see (so as to see  หรือ  in order to see) him at his office.

                                                ตัวอย่างประโยคอื่นๆในแบบนี้  เช่น

  • To succeed in life, one must work hard.

(เพื่อจะประสบความสำเร็จในชีวิต  คนเราต้องทำงานหนัก)

(= One must work hard to succeed in life.)

(= In order to succeed in life, one must work hard.)

(= So as to succeed in life, one must work hard.)

(= One must work hard in order to (so as to) succeed in life.)

  • To speak good English, you must practice speaking it every day.

(เพื่อที่จะพูดภาษาอังกฤษได้ดี  คุณจะต้องฝึกพูดมันทุกวัน)

(= You must practice speaking it every day to speak good English.)

  • To be there in time, you must get up early.

(เพื่อที่จะไปที่นั่นให้ทันเวลา  คุณจะต้องตื่นแต่เช้า)

(= You must get up early to be there in time.)

  • To get a scholarship to study abroad, you must spend more time with your study.

(เพื่อให้ได้ทุนไปเรียนต่างประเทศ  คุณจะต้องใช้เวลามากขึ้นในการเรียนของคุณ)

(= You must spend more time with your study to get a scholarship to study abroad.)

 

5. Doctors are not sure exactly ________________________________________________.

(แพทย์ไม่มั่นใจอย่างแท้จริงว่า ___________________________________________)

(a) how fever causes the disease    (ไข้ทำให้เป็นโรคได้อย่างไร)

(b) how the disease causes fever    (โรคทำให้เป็นไข้ได้อย่างไร)

(c) how the cause of disease and fever

(d) how was the cause of disease and fever

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  How the disease causes fever”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่ขยายคำคุณศัพท์  “Sure”   

 

6. The annual worth of Utah’s manufacturing is greater than ___________________________.

(มูลค่าประจำปีของการผลิตของรัฐยูทาห์  มีมากกว่า _______________________________)

(a) those of its mining and farming combined

(b) that of its mining and farming combined    (มูลค่าฯ ของการทำเหมืองแร่และการทำฟาร์มของรัฐฯ รวมกัน)

(c) mining and farming combination

(d) that its mining and farming combined

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากต้องใช้  “That”  แทนคำนามนับไม่ได้  (Annual worth  -  มูลค่าประจำปี)  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนี้ซ้ำอีกครั้ง  ดูเพิ่มเติมการใช้คำแทนคำนาม  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนั้นซ้ำ  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • His wages as a truck-driver were considerably higher _______________ a ditch-digger.

(ค่าจ้างของเขาในฐานะคนขับรถบรรทุก  สูงกว่า ________________ คนขุดคูน้ำอย่างมากมาย)

(a) than

(b) in comparison to the wages of

(c) than those of    (ค่าจ้างของ)

(d) if not higher than, better than

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้  “Those”  แทน  “Wages”  ซึ่งเป็นคำนามนับได้  พหูพจน์

                                               ตัวอย่างที่ 

  • Fossil evidence indicates that the earliest cockroaches looked very much like __________.

(หลักฐาน (จาก) ฟอสซิล (ซากพืชหรือสัตว์ที่เป็นหิน) บ่งชี้ว่า  แมลงสาบยุคแรกสุด  มีลักษณะเหมือนกันมากกับ _____________)

(a) today does

(b) those of today    (แมลงสาบในปัจจุบัน)

(c) what do cockroaches now

(d) the cockroaches which are now

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากใช้  “Those”  แทน  “Cockroaches”  ซึ่งเป็นคำนามนับได้  พหูพจน์   ดูเพิ่มเติมการใช้คำ  (Those, That, One)  แทนคำนามที่กล่าวมาก่อนหน้าแล้ว  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำซ้ำ  จากประโยคข้างล่าง

                                              ตัวอย่างที่ 

  • This school has a new pool, so ______________ should have _______________ too.

(โรงเรียนนี้มีสระว่ายน้ำใหม่  ดังนั้น _____________ ควรมี ______________ เช่นเดียวกัน)

(a) our school __________ new pool

(b) our __________ new one

(c) we __________ pool

(d) ours __________ one    (โรงเรียนของเรา .................. สระว่ายน้ำใหม่)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นการใช้คำแทนคำนามที่ได้กล่าวไปแล้วทั้งคู่  คือ  ใช้   “Ours”  แทน  “Our school”  (ต้องใช้คำให้สมดุลกัน  คือ  “Our school”  และ  “This school” )  และ  “One”  แทน  “A new pool”   ซึ่งเป็นคำนามนับได้  เอกพจน์

                                                ตัวอย่างที่ 

  • People in highly developed countries are generally better fed than ____________ in underdeveloped countries.

(ผู้คนในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างมาก  โดยทั่วไปจะมีอาหารการกินที่ดีกว่า ____________ ในประเทศด้อยพัฒนา)

(a) that

(b) those    (ผู้คน)

(c) them

(d) the one

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากต้องใช้  “Those”  แทนคำนามนับได้  พหูพจน์  (People)   

                                               ตัวอย่างที่ 

  • The furniture ____________ is manufactured here is as good as ____________ made anywhere else in the world.

(เฟอร์นิเจอร์ _________ ถูกผลิตที่นี่  ดีพอๆ กับ __________ (ซึ่งถูก) ผลิต  (ทำ) ที่อื่นใดในโลก)

(a) that ____________ which

(b) which ____________ that    (ซึ่ง  .........................  เฟอร์นิเจอร์)

(c) that ____________ those

(d) which ____________ which

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ในช่องแรกอาจตอบ  “Which”  หรือ  “That”  ก็ได้  แต่ในช่องหลัง   ต้องตอบ  “That”  เพียงอย่างเดียว  เนื่องจาก  ใช้แทน  “Furniture”  ซึ่งเป็นคำนามนับไม่ได้

                                               ตัวอย่างที่ 

  • I’ve lost my pen.  Have you got _______________________________ I can borrow?

(ผมได้ทำปากกาหาย  คุณมี ____________________________________ ให้ผมยืมไหม)

(a) them

(b) anyone

(c) it

(d) one    (ปากกาด้ามหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ใช้   “One”  แทนนามนับได้เอกพจน์  (Pen)

                                                ตัวอย่างที่ 

  • The Prime Minister is giving a press conference now; he also gave ___________ at this time last week.

(นายกรัฐมนตรีกำลังประชุมให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อยู่ในขณะนี้   และเขาได้จัดประชุม ______ ด้วย  ในเวลาเดียวกันนี้  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

(a) it

(b) the same

(c) them

(d) one    (ครั้งหนึ่ง, หนหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากแทนคำนามนับได้   เอกพจน์  (Press conference)

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • The houses here are a little less modern than _______________________ in the city.  

(บ้านที่นี่ทันสมัยน้อยกว่า ___________________________________ ในเมืองอยู่เล็กน้อย)

(a) that

(b) those    (บ้าน)

(c) they

(d) ones

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากแทน   “Houses”   ซึ่งเป็นคำนามนับได้พหูพจน์   แต่ถ้าเป็นคำนามนับได้เอกพจน์  (House, Car, Book, Pen, Dog)  ให้แทนด้วย  “One”   และถ้าเป็นคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสม)  (เช่นFurniture, Advice, News, Information, Equipment, Evidence, etc.)   ให้แทนด้วย  “That

                                                 ตัวอย่างที่  

  • When the boy saw the kite I had made, he asked me to make _____________ for him. 

(เมื่อเด็กคนนั้นเห็นว่าวที่ผมทำ  เขาขอร้องผมให้ทำ _________________________ ให้แก่เขา)

(a) other

(b) it

(c) one    (ตัวหนึ่ง)

(d) the kite

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Kite”   เป็นคำนามนับได้ เอกพจน์  เมื่อจะกล่าวถึงอีกครั้งหนึ่ง (กล่าวซ้ำ)   ต้องใช้  “One”  แทน

                                                 ตัวอย่างที่  ๑๐

  • The air of the hills is cooler than _________________________________________.

(อากาศของเนินเขาเย็นกว่า _______________________________________________)

(a) one of the plains

(b) of the plains

(c) that of the plains    (อากาศของที่ราบ)

(d) the plains

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Air”  เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงต้องแทนด้วย  “That” และตามด้วย   “of the plains”   เพื่อให้สมดุลกัน  ในกรณีเป็นนามนับได้  ให้ใช้ “One”  แทน  และถ้าเป็นนามพหูพจน์   ให้ใช้   “Those”   แทน   (สำหรับเหตุผลที่ไม่เลือกข้อ  (d)  เนื่องจาก   จะเป็นการเปรียบเทียบระหว่าง   “อากาศ”  และ   “ที่ราบ”   มิใช่   “อากาศของเนินเขา”   และ  “อากาศของที่ราบ”   ซึ่งผิดความหมายที่ต้องการเปรียบ เทียบ)   ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • The book you gave me is more informative than the one I bought from a bookstore.

(หนังสือที่คุณให้ผมให้ข้อมูลข่าวสารมากกว่าเล่มที่ผมซื้อจากร้านหนังสือ)  (Book เป็นนามเอกพจน์นับได้ จึงต้องใช้  One  แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The students in this class are more hard-working than those in that class.

(นักเรียนในห้องนี้ขยันมากกว่านักเรียนในห้องนั้น)  (Students เป็นนามพหูพจน์ จึงต้องใช้  Those แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The knowledge one obtains from self-study is sometimes much higher than that one derives from class.

(ความรู้ที่คนเราได้รับจากการศึกษาด้วยตนเอง  บางทีมากกว่าความรู้ที่ได้รับจากห้อง เรียนมากมายทีเดียว)  (Knowledge เป็นนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ – จึงต้องใช้ That แทน  เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

 

7. Tanya Holm is a dancer, choreographer, and ___________________________________.

(ทานย่า  โฮล์ม  เป็นนักเต้นรำ, นักออกแบบท่าเต้นรำ, และ __________________________)

(a) dance teacher    (ครูสอนเต้นรำ)

(b) teach dancing

(c) she teaches dancing

(d) teacher for dance

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  ๑. นักเต้นรำ,  ๒. นักออกแบบท่าเต้นรำ,  และ  ๓. ครูสอนเต้นรำ  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบสมดุลจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                   ตัวอย่างที่ 

  • That restaurant offers ______________________________________ and the elderly.

(ภัตตาคารแห่งนั้นเสนอ (มอบ) _________________________________ และผู้สูงอายุ)

(a) inexpensive meals and special services for children    (อาหารราคาถูกและบริการพิเศษสำหรับเด็ก)

(b) meals and special services for children that are inexpensive

(c) children to inexpensive meals and special services

(d) inexpensive meals for children and special services for

ตอบ   -   ข้อ    (a)   หรืออาจตอบ  ข้อ  (d)  แต่ต้องแก้เป็น  “Inexpensive meals for children and special services for the elderly”  (อาหารราคาถูกสำหรับเด็ก  และบริการพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ)  เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างในประโยคแบบสมดุล  คือ  (.............เสนอ............”อาหารราคาถูกและบริการพิเศษ”  และ  “สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ”)  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างในประโยคแบบสมดุล  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • The two most important problems facing the country today are __________________.

(ปัญหาสำคัญที่สุด    ประการที่เผชิญหน้ากับประเทศอยู่ในปัจจุบัน  คือ ________________)

(a) crime prevention and controlling pollution

(b) preventing crime and pollution control

(c) crime prevention and pollution control    (การป้องกันอาชญากรรมและการควบคุมมลภาวะ)

(d) preventing crime and the control of pollution

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างประโยคแบบสมดุล   คือ  “การป้องกันอาชญากรรม”  และ  “การควบคุมมลภาวะ”  ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบสมดุลจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • The technique of recording, classifying, and _____________ is known as accounting.

(เทคนิคของการบันทึก, แยกประเภท, และ __________ เป็นที่รู้จักกันในฐานะวิชาการทำบัญชี)

(a) an enterprise’s transactions summary

(b) the summarizing of an enterprise’s transactions

(c) transactions of an enterprise are summarized

(d) summarizing the transactions of an enterprise    {สรุปธุรกิจการค้าของกิจการ (บริษัท) แห่งหนึ่ง}

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการทำรูปประโยคให้สมดุล  หรือมี  “Format”  เดียวกัน  โดยถือว่าตามหลัง  “Preposition”  (Of)  ต้องอยู่ในรูป  “Verb + ing”  (Of recording, classifying, and summarizing……............…..)

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • A lumberjack, or logger, is a worker who cuts down trees in a forest, saws them into logs, and ____________.

(ช่างตัดไม้, หรือคนทำ (ตัด) ไม้, คือคนงานผู้ซึ่งตัด (โค่น) ต้นไม้ในป่า, เลื่อยมันเป็นท่อน, และ _____________)

(a) he takes them to the mill

(b) takes them to the mill    (นำมันไปยังโรงสี)

(c) taking them to the mill

(d) to take them to the mill

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการใช้ข้อความในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  ช่างตัดไม้ทำหน้าที่  (กริยา)    อย่าง  คือ  ๑. โค่นต้นไม้ในป่า,  ๒. เลื่อยมันเป็นท่อน, และ  ๓. นำมันไปยังโรงสี  ดูเพิ่มเติมการใช้ข้อความให้สมดุลจากประโยคข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่ 

  • Eddy’s classmates at the college still talk about him as an excellent writer _____________.

(เพื่อนร่วมชั้นของเอ็ดดี้ที่มหาวิทยาลัย  ยังคงพูดเกี่ยวกับตัวเขาว่าเป็นนักเขียนยอดเยี่ยม ________)

(a) and he taught at the college, too

(b) who also played football

(c) and a good football player    (และนักฟุตบอลที่เก่ง)

(d) good football player

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้คำในประโยคให้สมดุลกัน  คือ  “นักเขียนยอดเยี่ยม”  และ  “นักฟุตบอลที่เก่ง”  ดูเพิ่มเติมการใช้คำให้สมดุลกันจากประโยคข้างล่าง

                                                 ตัวอย่างที่ 

  • Freezing preserves meat because ____________, slows down the rate of enzyme action, and lowers the speed of spoilage.

(การทำให้เย็นจนแข็งตัวรักษาเนื้อไว้ได้  เพราะว่า _____________, ทำให้อัตราการเอนไซม์ (การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในสารอื่น โดยตัวมันเองไม่เปลี่ยนแปลง) ช้าลง, และทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง)

(a) the growth of microorganisms is prevented    (การเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวาง)

(b) preventing microorganisms from growing    (ขัดขวางเชื้อจุลินทรีย์จากการเจริญเติบโต)

(c) microorganisms are prevented from growing    (เชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวางจากการเจริญเติบโต)

(d) it prevents the growth of microorganisms    (มันขัดขวางการเจริญ เติบโตของเชื้อจุลินทรีย์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องทำโครงสร้างในอนุประโยค  (ขึ้นต้นด้วย  “Because”) ให้มีความสมดุลกัน  คือ  “มัน (การทำให้เย็นจนแข็ง)  ๑. ขัดขวางการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์,  ๒. ทำให้อัตราการเอนไซม์ช้าลง,  และ  ๓. ทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง  ดูเพิ่มเติมการทำให้โครงสร้างในประโยคมีความสมดุลจากประโยคข้างล่าง

                                               ตัวอย่างที่ 

  • Idaho’s natural resources include fertile soil, rich mineral deposits, thick forests, and ___________.

(ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐไอดาโฮประกอบด้วยดินดี, แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์, ป่าทึบ, และ ___________)

(a) water supplies are abundant

(b) abundant water supplies    (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)

(c) supplies of water are abundant

(d) supplies abundant water

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากต้องใช้รูปคำนาม (วลี)  (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Include”  เพื่อให้สมดุลกับคำนาม-วลี (ทำหน้าที่กรรม) อื่นๆ อีก  ๓  ตัว  คือ  ๑. ดินดี,  ๒. แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์,  และ  ๓. ป่าทึบ  ดูเพิ่มเติมการใช้คำให้สมดุลกัน  จากประโยคข้างล่าง

                                                    ตัวอย่างที่ 

  • Before starting on a sea voyage, prudent navigators learn the sea charts, __________ and memorize lighthouse locations to prepare themselves for any conditions they might encounter.

(ก่อนเริ่มต้นออกเดินทางทางทะเล  นักเดินเรือที่รอบคอบจะเรียนรู้แผนภูมิของทะเล, _________ และจดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ  เพื่อเตรียมพร้อมตนเองสำหรับสภาวะใดๆ ที่พวกเขาอาจจะต้องเผชิญ)

(a) sailing directions are studied

(b) to study the sailing directions   

(c) study the sailing directions    (ศึกษาทิศทางการเดินเรือ)

(d) studies direct sailing

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้รูปแบบของกริยาในประโยค  ซึ่งมี    ตัว ให้สมดุลกัน  คือ  “นักเดินเรือที่รอบคอบ (จะ) () เรียนรู้แผนภูมิของทะเล,  () ศึกษาทิศทางการเดินเรือ  และ  () จดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ

                                                ตัวอย่างที่ 

  • As a physiologist, Ida Hyde showed originality, breadth of interest, and _____________.

(ในฐานะนักสรีรวิทยา, ไอดา ไฮด์  ได้แสดงความคิดริเริ่ม (ความไม่ซ้ำแบบใคร), ความกว้างขวางของความสนใจ, และ ____________)

(a) scientific precision was admirable

(b) admirably scientifically precise

(c) admirable scientific precision    (ความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ที่น่าชมเชย)

(d) that precision was admirably scientific

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างคำนาม (วลี)  เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  โดยมีความสมดุลกับคำนามอื่นๆอีก  ๒  คำ ซึ่งเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  เช่นเดียวกัน  คือ  ๑. ความคิดริเริ่ม,  ๒. ความกว้างของความสนใจ

                                                 ตัวอย่างที่  ๑๐

  • We turn to books in moments of _________________________________________.

(เราหันไปหา (อ่าน) หนังสือ  ในช่วงเวลาของ ________________________________)

(a) sorrow, having boredom, or solitude is with us

(b) sorrow, boredom, or solitude    (ความเศร้าโศกเสียใจ  ความเบื่อหน่าย  หรือ ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง)

(c) sorrow and solitude as well as boredom

(d) sorrow that attacks us

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการใช้กรรม    ตัว  หลัง  “Preposition” (Of)  ให้สมดุลกัน  คือ   Sorrow, Boredom, Solitude”  สำหรับ  ข้อ  (c)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น   “sorrow, solitude as well as boredom

                                                   ตัวอย่างที่  ๑๑

  • Nearly all trees have seeds that fall to the earth, take root, and eventually ____________.

(ต้นไม้เกือบทั้งหมดมีเมล็ดซึ่งหล่นลงสู่พื้นดิน, งอกราก, และ _____________________ ในที่สุด)

(a) generate new seeds    (สร้างเมล็ดใหม่)

(b) new seeds generated

(c) by generating new seeds

(d) new seeds generated there

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากต้องใช้คำกริยา    ตัว ในอนุประโยค  (……….............that fall to earth, take root, and eventually generate new seeds)  ให้สมดุลกัน  (Balance)  คือ  “Fall to earth”,  “Take root”  และ  “Generate new seeds” 

                                                 ตัวอย่างที่  ๑๒

  • Among the advantages which Mr. Barlow has given his children  are a good college education and _____________.

(ในบรรดาข้อได้เปรียบต่างๆ ซึ่งมิสเตอร์บาร์โลว์ได้ให้แก่ลูกๆ ของเขา  คือ  การศึกษาอย่างดีในมหาวิทยาลัย  และ _____________)

(a) extensive travel abroad   (การเดินทางอย่างกว้างขวางมากในต่างประเทศ)

(b) to travel extensively abroad

(c) travel extensively abroad

(d) of extensive travelling abroad

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ต้องใช้ในรูปคำนาม (วลี)   (“Travel” ในที่นี้เป็นคำนาม)  ให้สมดุลกับคำนาม (วลี)   “A good college education”  ที่อยู่ข้างหน้า  “And

                                                   ตัวอย่างที่  ๑๓

  • James likes reading, hiking, and __________________________________________. 

(เจมส์ชอบการอ่านหนังสือ,  การเดินทางไกลด้วยเท้า,  และ ___________________________)

(a) he listens to music

(b) to listen to music

(c) listen to music

(d) listening to music    (การฟังดนตรี)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากต้องให้ข้อความสมดุลกัน   คือ  “Like + Gerund (Verb + ing)”    คือ  “Like reading, hiking and listening……................”   ทั้งนี้   กริยา  “Like”  อาจตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1    ก็ได้   ดังนั้น  ข้อนี้จึงอาจตอบ  “Like to read, to hike, and to listen to music”  โดยต้องให้สมดุลกัน  คือ  เป็น  “Format”  เดียวกัน

 

8. The colors of a rainbow _______________________________ arranged in the same order.

(สีต่างๆ ของรุ้ง __________________ จัดเรียงในลำดับเดียวกัน ____________________)

(a) always

(b) which are always

(c) are always    (ถูก .................(จัดเรียงในลำดับเดียวกัน).................... เสมอ)

(d) and they are always

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากต้องวาง  “Adverb of frequency”  (Always, Generally, Frequently, Often, Seldom, Hardly, Rarely, Scarcely, etc.)  ไว้ข้างหลัง  “Verb to be”  (Is, Am, Are, Was, Were)  ดูการวางตำ แหน่งของ  “Adverb of frequency”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                                  ตัวอย่างที่ 

  • He always tries to avoid ________________________________________________.

(เขาพยายามที่จะหลีกเลี่ยง __________________________________________ อยู่เสมอ)

(a) work hard

(b) hard works

(c) hard work    (งานหนัก)

(d) every hard work

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Work”  (งาน)  เป็นคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  จึงไม่สามารถเติม  “S”  ได้  (ตัดข้อ (b)  ทิ้ง)  และไม่สามารถนำหน้าด้วย  “Every”  เพราะว่าใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์  (ตัดข้อ (d)  ทิ้ง)  สำหรับ ข้อ (a) สามารถใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “Working hard”  เนื่องจากหลัง  “Avoid”  ต้องใช้รูป  “Gerund” (Verb + ing)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Work hard” (ทำงานหนัก)  และ  “Hardly work”  (ไม่ใคร่จะทำงาน)  จากตัวอย่างประโยคข้างล่าง  

                                                   ตัวอย่างที่  

  • Those people are working very __________________________________________.

(ผู้คนเหล่านั้นกำลังทำงาน __________________________________________ มาก)

(a) hardly

(b) hard    (หนัก)

(c) harder

(d) successful

ตอบ  –  ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Hard”  เป็นทั้งคำคุณศัพท์ (Adjective) และกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ในคำเดียวกัน  โดยหมายถึง  “หนัก”  ดังนั้น  เมื่อขยายกริยา “Are working”  จึงไม่ต้องเปลี่ยนเป็น  “Hardly”  (หรือ อาจตอบข้อ  (d)  แต่ต้องแก้เป็น “Successfully”  -  อย่างประสบความสำเร็จ)  สำหรับ  “Hardly”  เป็น  “Adverb of frequency” (แสดงความ “บ่อย” หรือ “ถี่”)  หมายถึง  “ไม่ใคร่จะ, แทบจะไม่”  โดยมีความหมายเหมือนกับ  “Seldom, Rarely, Scarcely”  ดังตัวอย่าง

  • He hardly works.

(เขาไม่ใคร่จะทำงาน หรือ เขาแทบจะไม่ทำงาน)

  • She is hardly patient.

(เธอไม่ใคร่จะอดทน)

  • They had hardly finished their work when it began to rain.

(พวกเขาทำงานยังไม่ใคร่จะเสร็จ  เมื่อฝนเริ่มตก)

                                                               สำหรับการวางตำแหน่งของ “Adverb of frequency” (seldom, hardly, always, often, generally, usually, occasionally, rarely, never)  ในประโยค มีดังนี้  คือ

                                              ๑. วางไว้หน้าคำกริยาทั่วไป  เช่น

  • They always come late.   (พวกเขามาสายเสมอ)
  • She usually goes shopping.   (เธอไปซื้อของเป็นประจำ)
  • He seldom drives to work.   (เขาแทบจะไม่ได้ขับรถไปทำงาน)

                                              ๒. วางไว้หลัง  “Verb to be”  เช่น

  • He is often late for class.   (เขาเข้าห้องเรียนสายบ่อยๆ)
  • They are always busy with their work.   (พวกเขามักยุ่งอยู่กับงานเสมอ)
  • She is never contented with her life.   (เธอไม่เคยพอใจในชีวิตเลย)

                                              ๓. ถ้ามีคำกริยา  ๒  ตัวในประโยค  ให้วางไว้ตรงกลางคำกริยานั้น  เช่น

  • They have always had lunch there.   (พวกเขากินอาหารกลางวันที่นั่นเสมอ)
  • She will never love him.   (เธอจะไม่มีวันรักเขา)
  • You should never come to class late.   (คุณไม่ควรจะมาเรียนสาย)
  • He is always asking me.   (เขาถามคำถามผมอยู่เสมอ)
  • We have never traveled to New York.   (เราไม่เคยเดินทางไปนิวยอร์ก)

                                              ๔. สำหรับ  “Never”  และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค  อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ เช่น  “never,  hardly,  seldom, never before  (ไม่เคยมาก่อนเลย),  never in my life  (ไม่เคยเลยในชีวิต), no sooner,  in vain  (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  not often,  not only  (ไม่เพียงแต่),  not even once   (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  not until  (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  ต้องเรียงรูปประโยคใหม่ดังนี้  คือ  {Never (no sooner, hardly, never in my life, not until, etc.) + Helping verb (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might, must, etc.)  + Subject + Verb  (แท้)}  เช่น

  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น –  เน้นตรงคำว่า “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)

                                                ทั้งนี้สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้  คือ

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place

(ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.

(เธอแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย)

  • Never + กริยาพิเศษ  + subject  + กริยาแท้  + ส่วนขยาย
  • Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

9. Some plants that are poisonous __________________ humans have little effect on animals.

(พืชบางอย่างซึ่งเป็นพิษ _________________________ มนุษย์  มีผลกระทบเล็กน้อยต่อสัตว์)

(a) with

(b) for

(c) of

(d) to    (ต่อ, กับ)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   สำหรับวลีที่ใช้กับ   To”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                                   สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)   ที่ใช้กับ “To”   ได้แก่   kind (กรุณา, ใจดี)  -  He is very kind to me.  (เขากรุณาต่อผมมาก),  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ)  -  Her house is very close to mine.  (บ้านของเธออยู่ใกล้กับบ้านของผมมาก),  cruel  (โหดร้ายกับ) -  We don’t like people who are cruel to animals.  (เราไม่ชอบคนที่โหดร้ายกับสัตว์),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ)  -  She was hostile to her ex-husband.  (เธอมุ่งร้ายต่ออดีตสามีของเธอ),  obvious  (ชัดเจนแก่)  -  It is obvious to me that she was wrong.  (มันเห็นได้ชัดสำหรับผมว่าเธอเป็นฝ่ายผิด),  obedient  (เชื่อฟังต่อ)  -  She is obedient to her parents.  (เธอเชื่อฟังพ่อแม่ของเธอ),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ),  equal  (เท่ากันกับ)  -  Her salary is equal to that of her colleagues.  (เงินเดือนของเธอเท่ากันกับของเพื่อนร่วมงาน),  grateful  (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)  -  I’m very grateful to your kind assistance.  (ผมขอบคุณอย่างมากต่อความช่วยเหลือของคุณ),  harmful  (เป็นอันตรายต่อ)  -  The new medicine may be harmful to your health.  (ยาใหม่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณ),  kind  (กรุณาต่อ)  -  She is very kind to me.  (เธอกรุณาต่อผมมาก),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธาต่อ),  junior  (อาวุโสน้อยกว่า),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  He is senior to me in the army.  (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ  -  คือมียศสูงกว่า),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ)  -  He is polite to everyone he meets.  (เขาสุภาพกับทุกคนที่เขาเจอะเจอ),  familiar  (คุ้นเคยกับ)  -  Most people at the party were familiar to me.  (คนส่วนใหญ่ที่งานเลี้ยงคุ้นเคยกับผม,  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  They are accustomed to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  The material is almost identical to limestone.  (วัตถุชิ้นนั้นเกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับหินปูน),  satisfactory (เป็นที่พอใจของ),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)   เป็นต้น

                                                  สำหรับคำกริยาที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   “happen”  (เกิดขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้น กับครอบครัวของเขานานมาแล้ว),  keep to the right  (ชิดด้านขวามือ)  -  In Germany, traffic keeps to the right.  (ในประเทศเยอรมัน  ยวดยานขับชิดด้านขวามือของถนน),  occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบ เทียบว่าเหมือนกับ)-  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบ เทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำแนะนำของอา จารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยิน ยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)   -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาดเจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)   -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)   - The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),   เป็นต้น

 

10. Sometimes when foreign students first arrive ____________ the country where they are studying, they find it difficult to adapt themselves to the very different way of life there.

(บางครั้ง  เมื่อนักเรียนต่างชาติมาถึงเป็นครั้งแรก ____________ ประเทศซึ่งพวกเขากำลังจะศึกษา, พวกเขาพบว่ามันยากที่จะปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตที่แตกต่างกันอย่างมาก (กับประเทศของตน) ที่นั่น)

(a) at

(b) in    (ใน)

(c) to

(d) for

ตอบ  –  ข้อ   (b)   สำหรับวลีที่ใช้  “In”  ได้แก่   in my opinion”  (ในความเห็นของผม)  -  In my opinion, she did not try hard enough to fulfil her objectives.  (ในความเห็นของผม  เธอมิได้พยายามมากพอที่จะบรรลุเป้าหมายของเธอ),  “in writing”  (เป็นลายลักษณ์อักษร, เป็นภาษาเขียน)  -  I want your answer in writing.  (ผมต้องการคำตอบจากคุณแบบเป็นลายลักษณ์อักษร  -  คือ  ทำเป็นหนังสือมา),  deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน)  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  -  We arrived in Tokyo after dark.  (เรามาถึงในโตเกียวหลังจากมืดแล้ว),  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”  -  They arrived at the bank before the robbery. (พวกเขามาถึงธนาคารก่อนที่จะมีการปล้น),  “interested in” (สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า), “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath”(ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),“in the area”  (ในพื้นที่), “in the garden” (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ), “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง), “in the direction of”  (ในทิศทางของ), “in a restaurant”  (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้อง น้ำ), “in school”  (ในโรงเรียน), “in hospital”  (ในโรงพยาบาล), “in the kitchen”  (ในครัว),“in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil” (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว), “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes”  (ใน ๒ นาที), “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)  “in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ), “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  She studied very hard in an effort to pass the exam.  (เธอเรียนหนักมาก  ในความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน), “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ), “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน)  -  At present the people have no confidence in the government.  (ในปัจจุบัน  ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาล), “take interest in”  (สนใจใน), “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....), “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ), “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion”  (ในความเห็นของผม), “in her view”   (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม), “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร), “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวาง แผน), “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕), “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม), “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิ้ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัท ธาใน), “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประ การ  เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก)  เป็นต้น

 

11. _____________________________________________ your advice, I would have failed.

(_____________ คำแนะนำของคุณ  ผมคงล้มเหลวไปแล้ว)  (แต่เนื่องจากคุณให้คำแนะนำผม  ผมจึงประสบความสำเร็จ)

(a) Besides    (นอกเหนือจาก)

(b) But that    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(c) But for    (=  Without  =  ปราศจาก)

(d) Unless    (=  If not  =  ถ้า...................................ไม่)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “But for  =   “ปราศจาก

 

12. It’s a pity I __________________________________________________ her yesterday.

(น่าเสียดายที่ผม ___________________________________________ เธอเมื่อวานนี้)

(a) did not meet    (ไม่ได้พบ)

(b) had not met

(c) wouldn’t have met

(d) could meet

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เพราะเป็นเหตุการณ์ในอดีต

 

13. _______________________________________________________, he is very happy.

(____________________________________________________ เขามีความสุขมาก)

(a) As he is poor    (เนื่องจากเขายากจน)

(b) Poor as he is    (ยากจนอย่างที่เขาเป็นอยู่)  (=  แม้ว่าเขาจะยากจน)

(c) As poor he is

(d) Is poor as he

ตอบ   -   ข้อ    (b)   มีโครงสร้าง    แบบ ที่มีความหมายเดียวกัน  คือ

  • Though + Subject + is (am, are) + Adjective, Subject + Verb
  • Adjective + As + Subject + is (am, are), Subject + Verb
  • However + Adjective + Subject + is (am, are), Subject + Verb

                                                 ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • Though (Although) he is poor, he is very happy.

(แม้เขายากจน  เขามีความสุขมาก)

  • Poor as he is, he is very happy.

(ยากจนอย่างที่เขาเป็นอยู่  เขามีความสุขมาก)

  • However poor he is, he is very happy.

(เขาจะยากจนอย่างไรก็ตาม  เขามีความสุขมาก)

                                                และ    ประโยคข้างล่างก็มีความหมายเดียวกัน

  • Though + Subject + Verb + Adverb, Subject + Verb
  • Adverb + As + Subject + Verb, Subject + Verb
  • However + Adverb + Subject + Verb, Subject + Verb

                                                ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • Though (Although) he walked quickly, he could not catch the bus.

(แม้เขาเดินอย่างเร็ว  เขาไม่สามารถไปทันรถเมล์)

  • Quickly as he walked, he could not catch the bus.

(อย่างเร็วอย่างที่เขาเดิน  เขาไม่สามารถไปทันรถเมล์)

  • However quickly he walked, he could not catch the bus.

(เขาเดินเร็วอย่างไรก็ตาม  เขาไม่สามารถไปทันรถเมล์)

 

14. Today, ____________________ medical science, we can expect to live to a good old age.

(ปัจจุบัน _____________ วิทยาศาสตร์การแพทย์  เราสามารถคาดหวังที่จะมีชีวิตอยู่จนถึงวัยชราที่มีความสุข)

(a) despite    (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(b) thank to    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(c) thanks to    (เนื่องมาจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) in addition to    (นอกเหนือจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เพราะได้ความหมายดีที่สุด  ทั้งนี้   “Thanks to  =  Due to  =  Because of  =  Owing to  =  On account of”  =  “เนื่องมาจาก, เพราะว่า”  เป็น   “Preposition”  ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี

 

15. I ____________________________ a book about my own adventure one of these days. 

(ผม _____________ หนังสือเกี่ยวกับการผจญภัยของตัวเอง  สักวันหนึ่งในปัจจุบันนี้  -  หรือ สักวันหนึ่งในอนาคต)

(a) shall write    (จะเขียน)

(b) wrote    (เขียน)  (ในอดีต)

(c) have written    (ได้เขียนแล้ว)

(d) used to write    (เคยเขียน)

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากเป็นอนาคต

 

16. Paper is usually ___________________________________________________ straw.

(กระดาษโดยปกติ _________________________________________ ฟาง หรือฟางข้าว)

(a) made of    (ทำด้วย)

(b) made with

(c) made by    (ทำโดย)

(d) made from    (ทำมาจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Made from”  =  “ทำมาจาก”  คือแปรสภาพมาแล้ว  มองไม่เห็นวัสดุเดิมที่ใช้ผลิต  ส่วน   “Made of”  =   “ทำด้วย”  ยังสามารถมองเห็นวัสดุที่ใช้ผลิต  ดูตัวอย่างข้างล่าง

  • My house is made of wood.

(บ้านของผมทำด้วยไม้)

  • That statue is made of stone.

(รูปปั้นนั้นทำด้วยหิน)

  • Bread is made from wheat.

(ขนมปังทำมาจากข้าวสาลี)

  • This wine is made from barley.

(ไวน์นี้ทำมาจากข้าวบาร์เลย์)

 

17. When he failed to pay his bill, the company __________________________ his electricity.

(เมื่อเขาไม่สามารถจ่ายค่าบิล  บริษัท _____________________________ ไฟฟ้าของบ้านเขา)

(a) cut down    (ลดลง, ทำให้น้อยลง)

(b) cut in

(c) cut off    (ตัด)

(d) cut away

 

18. I am used _______________________________________________________ at eight.

(ผมคุ้นเคยกับ _______________________________________________ ตอนแปดโมง)

(a) to rising    (การตื่นขึ้น, การลุกขึ้น)

(b) to be rising

(c) to rise

(d) rise

ตอบ   -    ข้อ   (a)  “Be (Get) used to”  =   “คุ้นเคย, เคยชิน”  + Verb + ing  หรือ คำนาม  ดังประโยคข้างล่าง

  • They are used to living in hot weather.

(พวกเขาคุ้นเคย-เคยชิน  กับการอาศัยในอากาศที่ร้อน)  (ปัจจุบันก็ยังคุ้นเคยอยู่)

  • We got used to cooking our own meal when we were at college.

(เราคุ้นเคย-เคยชินกับการปรุงอาหารของตัวเอง  ตอนที่เราเรียนมหาลัย)  (เป็นเรื่องในอดีต  ปัจจุบันไม่คุ้นเคยแล้ว)

 

19. Turn the radio ___________________________ a little.  I can scarcely hear the program.

(เปิดวิทยุให้ ___________________ อีกเล็กน้อย  ผมแทบจะไม่สามารถได้ยินรายการนั้นเลย)

(a) on    (“Turn on”  =  เปิดวิทยุ-ทีวี-ไฟฟ้า)

(b) up    (“Turn up”  =  เปิดหรือเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น)

(c) down    (“Turn down”  =  เปิดหรือลดเสียงให้เบาลง)

(d) over    (“Turn over”  =  เปลี่ยนใหม่, ผลัดใบ)

 

20. Accidents ________________________________________________________ easily.

(อุบัติเหตุ ________________________________________________ อย่างง่ายดาย)

(a) happen    (เกิดขึ้น)

(b) happened

(c) were happened

(d) are happened

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริง  (Fact)  จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  โดยใช้รูป  “Present simple tense  หรือ  Verb 1”  นอกจากนั้น  กริยา  “Happen, Occur, Take place  -  เกิดขึ้น”  ไม่ใช้ในรูป  “Passive voice”  แบบ ข้อ   C, D

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป