หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 376)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Most sociologists recognize _______________________________________________.

(นักสังคมวิทยาส่วนใหญ่ยอมรับ (หรือ จำแนกออกเป็น) __________________________)

(a) that social change of four main types

(b) four main types of social change    (ประเภทใหญ่ๆ ๔ ประเภทของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม)  (= การเปลี่ยนแปลงทางสังคม ๔ ประเภทใหญ่ๆ)

(c) are four main types of social change

(d) and social change of four main types

 

2. Soft materials such as cork and felt absorb ______________________ that strikes them.

(วัสดุอ่อนนุ่ม เช่น ไม้ก๊อกและสักหลาด (ที่ไม่ใช่ผ้าทอ) ดูดซับ ____________ ซึ่งกระทบมัน)

(a) most sound of it

(b) the sound most

(c) sound the most

(d) most of the sound    (เสียงส่วนใหญ่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา  “Absorb

 

3. All of the plants now raised on farms have been developed from plants _____________ wild.

(พืชทุกชนิดซึ่ง (ได้รับการ) เพาะปลูกในไร่ในปัจจุบัน  ได้รับการพัฒนาจากพืช _________ ในป่า)

(a) once they grew

(b) they grew once

(c) that once grew    (ซึ่งครั้งหนึ่ง (เคย) เจริญเติบโต)

(d) once grew

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “That once grew wild”  เป็นอนุประโยคแบบ  “Adjective clause”  ทำหน้าที่ขยายคำนาม  (Plants)  คำหลัง

 

4. In 1960, singer Cliff Richard bought a house in London, ____________ for nearly four decades.

(ในปี  ๑๙๖๐ นักร้อง (นาม) คลิฟ ริชาร์ด  ซื้อบ้านหลังหนึ่งในลอนดอน, ____________ เป็นเวลาเกือบ    ทศวรรษ)

(a) lived and worked there

(b) which did he live and work

(c) which he lived and worked

(d) where he lived and worked    (ที่ซึ่งเขาอาศัยและทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ  “In which he lived and worked”  เนื่องจาก  “Where  =  In which

 

5. _______________________________________________________, heat is produced.

(__________________________________________, ความร้อน (จะ) ถูกสร้างขึ้นมา)

(a) The mixing together of certain chemicals

(b) When certain chemicals are mixed together    (เมื่อสารเคมีบางชนิดถูกผสมเข้าด้วยกัน)

(c) Certain chemicals mixed together

(d) That certain chemicals are mixed together

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากเป็นอนุประโยคกริยาวิเศษณ์บอกเวลา  (Adverb clause of time)  ขยายกริยา  “Is produced”  ในประโยคใหญ่  (Heat is produced)  เพื่อบอกให้รู้ว่า  “ความร้อนถูกสร้างขึ้นมาเมื่อใด

 

6. __________________ was not incorporated as a city until almost two centuries later, in 1834.

(________________ มิได้ถูกรวม (ผนวก) เข้าเป็นเมือง (ในรัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯ) จนกระทั่งเกือบจะ ๒ ศตวรรษต่อมา, ในปี  ๑๘๓๔)  (เนื่องจากถือว่ามิได้เป็นชุมชนของชาวอเมริกัน  ซึ่งเป็นอาณานิคมของอังกฤษในขณะนั้น)

(a) Settling in Brooklyn, the Dutch    (ตั้งรกรากถิ่นฐานในเมืองบรูคลิน, ชาวดัชท์)

(b) The Dutch settled in Brooklyn    (ชาวดัชท์ตั้งรกรากถิ่นฐานในเมืองบรูคลิน)

(c) Brooklyn was settled by the Dutch    (เมืองบรูคลินถูกตั้งรกรากถิ่นฐานโดยชาวดัชท์)

(d) Settled by the Dutch, Brooklyn    (ถูกตั้งรกรากถิ่นฐานโดยชาวดัชท์, เมือง บรูคลิน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากประธานของประโยค  (Brooklyn)  เป็นผู้ถูกทำกริยา  (Settled)   (ถูกตั้งรกรากถิ่นฐานโดยชาวดัชท์)  กล่าวคือ  ในกรณีที่ประธานของประโยค  (หลังเครื่องหมายคอมมา)  เป็นผู้ถูกกระทำ  (Passive voice)  กริยาที่นำหน้าวลีซึ่งขึ้นต้นประโยค  (ทำหน้าที่ขยายประธาน)  จะต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (Past participle)  ดังตัวอย่างข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • _______________ in all parts of the state, pines are the most common trees in Georgia.

(________________ ในทุกส่วนของรัฐ  ต้นสนเป็นต้นไม้ธรรมดา-สามัญที่สุดในรัฐจอร์เจีย  -  ของสหรัฐฯ)  (คือ  ต้นสนมีอยู่ในทุกส่วนของรัฐ)

(a) They are found

(b) Found    (ถูกพบ)

(c) Finding them

(d) To find them

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (Passive voice)  เพราะว่าประธานของประโยค  (ต้นสน)  เป็นผู้ถูกกระทำ  (ถูกพบ)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากข้าง ล่าง

                                               ตัวอย่างที่ 

  • _______________________________________________ by the tiger, he ran away.

(_________________________________________________ โดยเสือ   เขาวิ่งหนีไป)

(a) Seeing    (เห็น)

(b) To see

(c) Seen    (ถูกเห็น)

(d) Having seen

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค   (He)  เป็นผู้ถูกเห็นโดยเสือ  กริยาข้างหน้าประโยคจึงต้องเป็นกริยาช่อง    (Past participle)  เพื่อแสดงการถูกกระทำ (Passive voice)

                                                ตัวอย่างที่  

  • ____________________ in wine, snails are a great luxury in various parts of the world. 

(__________________ ในไวน์  หอยทากเป็นอาหารราคาแพงอย่างมากในหลายๆส่วนของโลก)

(a) To cook

(b) Cooking    (ปรุง)

(c) Cooked    (ถูกปรุง)

(d) Cook

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “Snails”  ซึ่งถูกปรุงในไวน์  (Cooked)  หรือเป็นผู้   “ถูกกระทำ”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (แสดง “Passive voice)

                                              ตัวอย่างที่ 

  • ________________________ for several times, the student tried to improve himself.

(__________________________________ หลายครั้ง, นักเรียนพยายามปรับปรุงตนเอง)

(a) Punishing the teacher

(b) The teacher punished the student

(c) To punish the teacher

(d) Punished by the teacher    (ถูกลงโทษโดยครู)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “The student”  ซึ่งถูกลงโทษโดยครูฯ  กริยา  “Punished”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่ 

 

7. _____________ is statistically much safer than most other forms of transport, but this fact doesn’t stop many people feeling nervous about it.

(_______________ ในทางสถิติแล้วปลอดภัยกว่ารูปแบบอื่นๆของการขนส่งอย่างมาก, แต่ข้อเท็จจริงนี้มิได้หยุดยั้งผู้คนจำนวนมากมิให้รู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับมัน)  (โดย เฉพาะผู้ที่คิดจะเดินทางโดยเครื่องบิน)

(a) Having flown

(b) To have flown

(c) Flying    (การบิน, การโดยสารเครื่องบิน)

(d) In flying

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1” (Infinitive with to)  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                                ตัวอย่างที่ 

  • She told me she looked sleepy because _____________ ten hours a day in the hospital was quite tiring.

(เธอบอกผมว่าเธอมีอาการง่วงนอน  เพราะว่า ______________ ๑๐  ชั่วโมงใน   วันในโรงพยาบาล  น่าเหน็ดเหนื่อยมาก)

(a) in working

(b) by working

(c) work

(d) working    (การทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นประธานของประโยคย่อย  “Because working ten hours a day in the hospital was quite tiring”  โดยมี   “Ten hours a day in the hospital”  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  “Was”  เป็นกริยา  และ  “Quite tiring”  เป็น  “Complement”  ของ  “Verb to be”  (Was)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                               ตัวอย่างที่ 

  • Refrigerating meats ________________________________ the spread of bacteria.

(การแช่เย็นเนื้อ _______________________________ การแพร่กระจายของแบคทีเรีย)

(a) is retarded

(b) retards    (ขัดขวาง, ทำให้ช้า, หน่วงเหนี่ยว)

(c) to retard

(d) retarding

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Refrigerating” (การแช่เย็น)  เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Meats”  ขยายประธาน (เป็นกรรมของประธาน)  และมี  “Retards”  เป็นกริยาของประโยค   ซึ่งต้องเติม  “S”  เนื่องจาก  “Refrigerating”  (Gerund)  ถือเป็นคำนามเอกพจน์  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากประโยคข้างล่าง

  • Swimming is a good exercise.

(= To swim is a good exercise.)

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

  • Playing badminton is his favorite hobby.

(= To play badminton is his favorite hobby.)

(การเล่นแบดมินตันเป็นงานอดิเรกที่โปรดปรานของเขา)

  • Working in cool weather is pleasure.

(= To work in cool weather is pleasure.)

(การทำงานในอากาศที่เย็นเป็นความรื่นรมย์)

  • Breathing is indispensable to all living things.

(= To breathe is indispensable to all living things.)

(การหายใจเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด)

  • Sleeping is necessary to health.

(= To sleep is necessary to health.)

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

  • Walking for three hours makes him tired.

(= To walk for three hours makes him tired.)

(การเดินเป็นเวลา  ๓  ชั่วโมงทำให้เขาเหนื่อย)

  • Fishing in the river gave them much relaxation.

(= To fish in the river gave them much relaxation.)

(การตกปลาในแม่น้ำให้ความผ่อนคลายกับพวกเขาอย่างมาก)

 

8. By the end of this year, the television company _____________ this soap opera for ten years.

(ราวๆสิ้นปีนี้, บริษัทโทรทัศน์ ______________________ ละครทีวีซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นเวลา  ๑๐  ปี)

(a) will broadcast    (จะออกอากาศ)

(b) is broadcasting    (กำลังออกอากาศ)

(c) has been broadcasting    (ได้กำลังออกอากาศ...............แล้ว)

(d) will have been broadcasting    (จะได้กำลังออกอากาศ.............แล้ว)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องการบอกว่า  เมื่อถึงเวลาหนึ่งในอนาคต  (ราวๆสิ้นปีนี้)  จะมีเหตุการณ์หนึ่ง  (บริษัทฯ ออกอากาศละครทีวี)  ได้กำลังดำเนินอยู่  (และจะดำเนินต่อไป)  เป็นเวลา  ๑๐  ปีแล้ว  จึงใช้รูป  “Present future perfect continuous tense”  {Subject + Will (Shall) + Have + Been + Verb + ing}

 

9. The thing _____________ annoys me most about her is that she always keeps asking questions that make no sense.

(สิ่ง ______________ ทำให้ผมรำคาญ (ขุ่นเคือง) มากที่สุดเกี่ยวกับตัวเธอก็คือว่า  เธอมักจะถามคำถามที่ไม่มีสาระอยู่เป็นประจำ)

(a) who    (ผู้ซึ่ง)

(b) which    (ซึ่ง, ที่)

(c) when    (เมื่อ)

(d) often    (บ่อยๆ)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ  “That”  ก็ได้

 

10. Muskrats generally ____________ close to the edge of a bog, where their favorite plant foods grow plentifully.

(หนูตัวใหญ่ในทวีปอเมริกาเหนือ  โดยทั่วไปแล้ว _____________ ใกล้กับริมห้วย (หนอง, บึง), ที่ซึ่งอาหารประเภทพืชที่โปรดปรานของมัน  เจริญเติบโตอย่างอุดมสมบูรณ์)

(a) staying

(b) they are staying

(c) stay    (อยู่, พักอาศัย)

(d) to stay there

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นกริยาของประโยคใหญ่  (Main clause)

 

11. You should read ______________________________________ one book every month.

(คุณควรอ่านหนังสือ _______________________________________ เล่ม ทุกๆ เดือน)

(a) least    (น้อยที่สุด)

(b) at least    (อย่างน้อยที่สุด)

(c) at the least

(d) at a least

ตอบ   -   ข้อ   (b)   นอกจากนี้    ยังมีวลี   “In the least” ซึ่งใช้เน้นข้อความปฏิเสธ  เช่น  “I don’t mind in the least, I really don’t.  (ผมมิได้รังเกียจแม้แต่นิดเดียว   มิได้รังเกียจจริงๆ),  She wasn’t in the least jealous.  (เธอมิได้มีความหึงหวง  (หรืออิจฉา)  แม้แต่นิดเดียว),  It was changing me in a way that I had not in the least expected.  (มันกำลังเปลี่ยนแปลงผม  ในแบบที่ว่า  ผมมิได้เคยคาดฝันไว้แม้แต่นิดเดียว),  เป็นต้น

 

12. He was getting ______________________ the top of the mountain when it began to rain. 

(เขากำลังเข้าไป _____________________________________ ยอดเขา  เมื่อฝนเริ่มตก) 

(a) nearly    (เกือบจะ,  จวนจะ) 

(b) near    (ใกล้)

(c) nearby    (ข้างเคียง,  ใกล้เคียง, ใกล้ชิด, ถัดไป) 

(d) nearing    (“Verb + ing”  =  ใกล้เข้ามา)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ   “Near, Nearly”  จากประโยคข้างล่าง

                                              ตัวอย่างที่  

  • They were careful to seat the important guests ______________ the host so he could talk to them easily.

(พวกเขามีความรอบคอบที่จัดที่นั่งให้แขกคนสำคัญ _______________ กับเจ้าภาพ  เพื่อที่ว่าเขา (เจ้าภาพ) จะได้สามารถสนทนากับแขกคนสำคัญได้อย่างง่าย – สะดวก)

(a) near to

(b) near    (ใกล้, ใกล้เคียง)

(c) next    (ถัดไปจาก, ติดกัน, ใกล้กับ)

(d) nearly    (เกือบจะ, จวนจะ)

ตอบ  -  ข้อ    (b)   เนื่องจาก  “Near”  ไม่ต้องตามด้วย   “To”  ส่วน  “Next”  ต้องตามด้วย  “To”  เสมอ  (ในความหมาย  “ถัดไปจาก หรือ ติดกันกับ”)  ส่วน  “Nearly”  ใช้ดังนี้  คือ

  • She has been sitting here for nearly an hour.

(เธอนั่งอยู่ที่นี่เกือบชั่วโมงหนึ่งแล้ว)

  • He was nearly as tall as his sister was.

(เขาสูงเกือบจะเท่ากับพี่สาวของเขา)

  • It was nearly dark.

(มันจวนจะค่ำแล้ว)

  • I think about it nearly all the time.

(ผมคิดเกี่ยวกับมันเกือบจะตลอดเวลา)

 

13. _________________________________________ did your father go out of the house?

(พ่อของคุณออกไปนอกบ้าน ___________________________________________)

(a) Where

(b) How long

(c) When    (เมื่อไร)

(d) Since when

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ส่วนถ้าเลือก ข้อ   (a)  ต้องถามว่า  “Where did your father go?”  (พ่อของคุณไปที่ไหนถ้าเลือก ข้อ (b)  ต้องถามว่า  “How long ago did your father go out of the house?”  (นานเท่าใดมาแล้ว  ที่พ่อของคุณออกไปนอกบ้าน)  ซึ่งความหมายเหมือนข้อ  (c)  นั่นเอง  (How long ago = When)  และในกรณีเลือก ข้อ  (d)  ต้องแก้เป็น  “Since when has your father gone out of the house?”  (พ่อของคุณได้ออกไปนอกบ้านตั้งแต่เมื่อใดคือต้องใช้รูป  “Present perfect tense”  (…………has your father gone………)  เนื่องจากแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์   คือ  “พ่อของคุณออกไปนอกบ้าน  อาจเป็น  ๒ – ๓ ชั่วโมง ที่แล้ว  และขณะที่ถามคำถามประโยคนี้  พ่อฯ ก็ยังไม่กลับเข้าบ้าน”   ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต   และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูด)  จึงต้องใช้รูป  “Present perfect tense”  ดังกล่าว

 

14. Don’t enter ____________________________________________________ this cave.

(อย่าเข้าไปใน  ____________________________________________________ ถ้ำนี้)

(a) in

(b) to

(c) into

(d) (No word is needed.)   (ไม่ต้องใช้  “Preposition”  ใดๆ เลย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

 

15. Most of the people were saved from the flood.  Only five persons _________________.

(คนส่วนใหญ่ได้รับการช่วยชีวิตจากน้ำท่วม  มีเพียง  ๕  คนเท่านั้น __________________)

(a) dead     (ตาย)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) died    (ตาย)  (เป็นคำกริยา)

(c) were died

(d) would die

ตอบ   -   ข้อ   (b)  หรืออาจตอบ  “Were dead”  ก็ได้

 

16. ___________________________ has succeeded in life and become rich before he is fifty.

(___________________________ ได้ประสบความสำเร็จในชีวิต  และร่ำรวยก่อนอายุ  ๕๐ ปี)

(a) A many poor boy

(b) Many a poor boy    (เด็กยากจนจำนวนมาก)

(c) A many poor boys 

(d) Many poor boy

(e) Many poor boys

(f) Many a poor boys

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Many a poor boy”  =  “Many poor boys” (เด็กยากจนจำนวนมาก)  แต่ใช้กับโครงสร้างต่างกัน  ดังนี้

  • Many a wise student has got a scholarship.
  • Many wise students have got a scholarship.

(ทั้ง   ประโยคข้างบน  มีความหมายเหมือนกัน  คือ  “นักเรียนที่ฉลาดจำนวนมากได้รับทุนการศึกษา”)

 

17. Please inform me _______________________________________________________.

(กรุณาบอกให้ผมทราบ  _______________________________________________)

(a) your decision

(b) about your decision

(c) on your decision

(d) of your decision    (เรื่องการตัดสินใจของคุณ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  {Subject + Inform + Someone (Object) + Of + Something}  (ประธานฯ บอกใคร  เกี่ยวกับเรื่องอะไร)

                                                  สำหรับวลีที่ใช้  “Of”   ได้แก่   “of age”  (โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะแนนเลือกตั้ง  หรือซื้อเหล้า-เบียร์,  ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่)  -  Mary will be of driving age on her next birthday   (แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้  ในวันเกิดของเธอปีหน้า),  “of course”  (แน่นอน, ไม่ต้องสงสัยเลย, เป็นเรื่องธรรมดา, เหมือนที่คาดหวังไว้)  -  Of course you know that girl; she is in your class   (แน่นอน  คุณรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น  เธอเป็นเด็กนักเรียนของคุณ  -  หรือ เธอเรียนอยู่ในชั้นเดียวกับคุณ –  คือเป็นเพื่อนคุณ),  “remind someone of”  (เตือนใครให้นึกถึงเรื่อง.........)  -  She reminded me of her mother.  (เธอเตือนให้ผมนึกถึงแม่ของเธอ  -  ด้านรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอ),   “approve”  (อนุมัติ, เห็นชอบ),  “boast”  (คุยโม้),  “think”  (คิดถึงเรื่อง),  “warn”  (เตือน),   “accuse someone of”  (กล่าวหาใครในเรื่อง..........)  -  They accused him of stealing their car.  (พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์),  “suspect”  (สงสัย),  “consist”  (ประกอบด้วย),  “be composed of”  (ประกอบด้วย),  “dream”  (ฝัน),  “hear”  (ได้ยิน),  “beware”  (ระวัง),  “complain”  (บ่น, ร้องทุกข์),  “convince”  (ทำให้เชื่อ),  “disapprove”  (ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วย),  “assure”  (รับรอง),  “cure”  (รักษาให้หายจากโลก),  “smell”  (ได้กลิ่น),  “full”  (เต็มไปด้วย), “fond”  (ชอบ, หลงใหล), “careful”  (ระวัง, รอบคอบ), “frightened”  (ตกใจกลัว), “confident”  (มั่นใจ), “short”  (ขาดแคลน), “tired”  (เบื่อ, เหนื่อย), “sure”  (มั่นใจ), “aware”  (ตระหนัก, รู้ดี), “certain” (มั่นใจ, แน่นอน), “free”  (ยกเว้น), “proud”  (ภูมิใจ), “hopeful”  (มีความหวัง), “glad”  (ดีใจ), “capable”  (สามารถ), “ashamed”  (ละอายใจ), “suspicious”  (สงสัย, ระแว), “tolerant”"  (อดทนต่อ, ใจกว้างต่อ), “considerate”  (เกรงใจ), “ignorant”  (ไม่รู้), “convinced”  (เชื่อ), “ahead”  (ล่วงหน้า), “shy”  (อาย, ละอาย), “conscious”  (รู้สึกถึง), “jealous”  (อิจฉา, หึงหวง), “envious”  (อิจฉา, หึงหวง),  “a cup of tea”  (ชา ๑ ถ้วย),  “a sheet of paper”  (กระดาษ  ๑  แผ่น),  “a number of dogs”  (หมาจำนวนมาก),“the number of students”  (จำนวนนักเรียน),  “a pair of trousers”  (กางเกงขายาว ๑ ตัว), “millions of dollars”  (เงินหลายล้านดอลล่าร์),  “two gallons of water”  (น้ำ ๒  แกลลอน),  “10% of the population”  (๑๐  เปอร์เซนต์ของประชากร),  “a town of 2,000 people”  (เมืองที่มีประชากร  ๒,๐๐๐  คน),  “Half of the boats sank.”  (เรือจำนวนครึ่งหนึ่งจมลง),  “a bag of gold”  (ทองถุงหนึ่ง),  “at a rate of 20 dollars a day”  (ในอัตรา  ๒๐  เหรียญต่อวัน),  “a boy of sixteen”  (เด็กอายุ  ๑๖  ปี),  “at the age of five”  (ตอนอายุ  ๕  ขวบ),  “a baby of 6 months”  (ทารกอายุ    เดือน),  “the first of a series of movies”  (ตอนแรกของภาพยนตร์ซีรี่ส์),  “one of the problems”  (หนึ่งในหลายปัญหา),  “two of the three”  (๒  ใน  ๓), “many of the students”  (นักเรียนหลายคน),  “a meeting of executives”  (การประชุมผู้บริหาร),  “a map of Sweden”  (แผนที่ประเทศสวีเดน),  “a picture of the refugees”  (ภาพของผู้อพยพ),  “an account of the event”   (เรื่องราวของเหตุการณ์),   เป็นต้น

 

18. She began ___________________________________________ that she was in danger.

(เธอเริ่ม __________________________________________ ว่า  เธอตกอยู่ในอันตราย)

(a) to realize    (ตระหนัก)

(b) to realizing

(c) and realized

(d) realized

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจาก   “Begin + To + Verb 1”  หรือ  “Begin + Verb + ing”  โดยที่ความหมายเหมือนกันทุกอย่าง   ดูกริยาที่ใช้แบบเดียวกับ  “Begin”  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • I prefer reading to ____________________________________________________.

(ผมชอบการอ่านมากกว่า ________________________________________________)

(a) write

(b) to write

(c) writing    (การเขียน)

(d) to writing

ตอบ   –    ข้อ   (c)    เนื่องจากต้องใช้ให้สมดุลกับ  “Reading”  ทั้งนี้   “Prefer” สามารถตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  หรือ  “Infinitive with to” (To + verb 1)  ก็ได้   โดยมีความหมายเหมือนกัน   ดังนั้น ประโยคข้างบน  อาจใช้อีกอย่างหนึ่ง  คือ

  • I prefer to read to to write

(อย่างไรก็ตาม  ไม่นิยมใช้โครงสร้างนี้    เนื่องจากมี  “To”  ถึง  ๓  ตัว)

                                             กริยาต่อไปนี้ สามารถตามด้วย  “Infinitive with to” (To + verb 1)  หรือ  “Gerund” (V. + ing)   แล้วความหมายเหมือนกัน  ได้แก่  “Begin, Start, Continue  (ทำต่อไป), Like,  Dislike  (ไม่ชอบ, เกลียด), Love, Hate  (เกลียด), Propose  (เสนอ), Prefer  (ชอบมากกว่า), Help, Intend  (ตั้งใจ), Hear, Attempt  (พยายาม), Bear  (ทน)”  เช่น

  • They started to play football.

(= They started playing football.)

(เขาเริ่มเล่นฟุตบอล)

  • She likes to dance.

(= She likes dancing.)

(เธอชอบการเต้นรำ)

  • We continued to study for our exam.

(= We continued studying for our exam.)

(เราเรียนต่อไปเพื่อการสอบ)

  • She hates to stay in a dirty place.

(= She hates staying in a dirty place.)

(เธอเกลียดการพักในสถานที่สกปรก)

 

19. Sally is more beautiful than ________________________________ girl I have ever met.

(แซลลี่สวยกว่าเด็กหญิง ____________________________________ ที่ผมเคยพบมา)

(a) any

(b) other

(c) any other    (คนอื่นใดก็ตาม)

(d) the other

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ดูเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • Bangkok is the biggest city in Thailand.

(กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย)

  • Bangkok is bigger than any other city in Thailand.

(กรุงเทพฯ ใหญ่กว่าเมืองอื่นใดในประเทศไทย)

  • No other city in Thailand is as big as Bangkok. 

(ไม่มีเมืองอื่นใดในประเทศไทยใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

หมายเหตุ   -   ประโยคทั้ง    ข้างบน  มีความหมายเหมือนกัน  เพียงแต่พูดไปคนละแบบ  จงสังเกตว่า  ใน  “ขั้นกว่า”  และ  “ขั้นเสมอกัน”  ต้องมี  “Other”  เนื่องจาก   “Bangkok”  ป็น  “City”  ในประเทศไทย  แต่จงสังเกตความแตกต่างของโครงสร้างประโยค  จากประโยคข้างล่าง

  • Bangkok is bigger than any city in Laos.

(กรุงเทพฯ ใหญ่กว่าเมืองใดๆ ในลาว)

  • No city in Laos is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองใดในลาวใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

หมายเหตุ   -     ประโยคข้างบนมีความหมายเหมือนกัน  โดยไม่ต้องมี   “Other”  เพราะ  “Bangkok”  ไม่ได้เป็น  “City”  ในลาว

                                                   อนึ่ง  ให้สังเกตว่า  หลัง  “Any other”  หรือ   “Any”  ในขั้นกว่า  ควรเป็นคำนามเอกพจน์   เนื่องจาก  “Any”  ใช้ในความหมาย  “ใดก็ตาม”  ไม่ใช่ในความหมายแสดง  “จำนวน”  ดังเช่นในประโยค

  • Do you have any money?

(คุณมีเงินบ้างไหม)  (“Any” แสดงจำนวน)

  • Were there any women at the party?

(มีผู้หญิงบ้างไหมที่งานเลี้ยง)  (“Any” แสดงจำนวน)

                                                   ดูเพิ่มเติมการใช้ในความหมาย  “ใดก็ตาม”  จากประโยคข้างล่าง

  • He is bigger than any other man here.

(เขาตัวใหญ่กว่า  “ใครก็ตาม”  (ชายคนอื่นใด) ที่นี่)

  • He is bigger than some other men here.

(เขาตัวใหญ่กว่า  “ผู้ชายบางคน”  ที่นี่)

                                                   แต่หลัง   “No other”  หรือ   “No”   ใน  “ขั้นเสมอ”  อาจตามด้วยคำนามเอกพจน์  หรือพหูพจน์ก็ได้  แต่ถ้าใช้คำนามพหูพจน์   ก็ต้องใช้กริยาพหูพจน์ด้วย  เช่น  “Are, Were, Have, etc.”  เช่น

  • No students in the class are as smart as Jim.

(ไม่มีนักเรียนในชั้นที่ฉลาดเท่ากับจิม)

  • No river in Thailand is as long as the Chao Phraya River.

(ไม่มีแม่น้ำในประเทศไทยที่ยาวเท่ากับแม่น้ำเจ้าพระยา)

  • No other city in Thailand is as crowded as Bangkok.

 (ไม่มีเมืองอื่นในประเทศไทย  ที่มีประชากรหนาแน่นเท่ากับกรุงเทพฯ)

  • No other American presidents are as controversial as Donald Trump.

(ไม่มีประธานาธิบดีอเมริกันคนอื่น  ที่มีความขัดแย้ง (หรือเป็นที่โต้เถียง-ถกเถียง)  เท่ากับโดนัล  ทรัมพ์)

 

20. Experienced drivers have _____________________________ accidents than beginners.

(นักขับรถที่มีประสบการณ์  ประสบอุบัติเหตุ ______________ ผู้เริ่มขับรถ หรือมือ ใหม่หัดขับ)

(a) lesser    (น้อยกว่า, เล็กน้อย)

(b) fewer    (น้อยกว่า)  (ขยายคำนามพหูพจน์)

(c) not many    (ไม่มาก)  (ขยายคำนามพหูพจน์)

(d) very few    (น้อยมาก)  (ขยายคำนามพหูพจน์)

ตอบ  -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ   “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)  และ  “Accidents”  เป็นคำนามพหูพจน์  จึงต้องใช้   “Fewer       

 

21. After a _______________________________________ breakfast, he ran to the bus stop.

(หลังจากอาหารเช้าที่ ___________________________________ เขาวิ่งไปที่ป้ายรถเมล์)

(a) hurry    (รีบเร่ง, ความรีบเร่ง)  (เป็นคำกริยา และคำนาม)

(b) hurrying

(c) hurried    (เฮ้อ-รีด)  (เป็นคำคุณศัพท์)  (รีบเร่ง, รีบร้อน, ฉุกละหุก, ด่วน)

(d) hurry’s

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้คำคุณศัพท์ขยายหน้าคำนาม   “Breakfast

 

22. His favourite subject is ___________________________________________________.

(วิชาที่โปรดปรานของเขา  คือ _____________________________________________)

(a) mathematic    (mathematics  =  วิชาคณิตศาสตร์)

(b) arithmetic    (วิชาเลขคณิต, เกี่ยวกับเลขคณิต)

(c) physic    (ฟิซ-ซิค)  (ยาถ่าย, ยาเวชภัณฑ์, แพทยศาสตร์, อาชีพแพทย์)   (physics (ฟิซ-ซิคซ)  =  วิชาฟิสิกส์)

(d) economic    (เกี่ยวกับเศรษฐกิจ, ด้านเศรษฐกิจ)  (economics  =  วิชาเศรษฐศาสตร์)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นเพียงข้อเดียวที่เป็น   “วิชา

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป