หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 375)

 

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. With the exception of mercury, _________________ at standard temperature and pressure.

(ยกเว้นปรอท, __________________________________ ที่อุณหภูมิและความดันมาตรฐาน)

(a) metallic elements being solid

(b) which is a solid metallic element

(c) the metallic elements are solid    (ธาตุโลหะต่างๆจะเป็นของแข็ง)

(d) since the metallic elements are solid  

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นประธาน  (The metallic elements)  และกริยา   (Are)  ของประโยค

 

2. Beverly Sills, _________________, assumed directorship of the New York City Opera in 1979.

(เบฟเวอลี ซิลส์, _________________, เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการอุปรากร (ละครดนตรี) ของกรุงนิวยอร์กในปี  ๑๙๗๙)

(a) be a star soprano

(b) was a star soprano

(c) a star soprano and

(d) a star soprano    (นักร้องเสียงสูงสุดดาวรุ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “Beverly Sills, who was a star soprano, assumed……………”

 

3. The Grapes of Wrath, a novel about the Depression years of the 1930’s, is one of John Steinbeck’s _____________ books.

(“ผลพวงแห่งความคับแค้น” (ชื่อหนังสือแปลภาษาไทย), (ซึ่งเป็น) นิยายเกี่ยวกับช่วงเวลาเศรษฐกิจตกต่ำแห่งทศวรรษ  ๑๙๓๐, เป็นหนังสือ ___________ เล่มหนึ่งของจอห์น สไตน์เบ็ค)  (จอห์น สไตน์เบ็ค  เป็นนักเขียนนิยายและเรื่องสั้นชาวอเมริกัน  ผู้ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ ปี  ๑๙๔๐  และรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ปี  ๑๙๖๒)

(a) the most famous

(b) most famous    (มีชื่อเสียง (โด่งดัง) มากที่สุด)

(c) are most famous

(d) and most famous

 

4. During the flood of 1927, the Red Cross, _____________ out of emergency headquarters in Mississippi, set up temporary shelters for the homeless.

(ในระหว่างน้ำท่วมปี  ๑๙๒๗, สภากาชาด (อเมริกัน), _____________ จากกองบัญชาการภาวะฉุกเฉินในรัฐมิสซิสซิปี, ได้จัดตั้งที่พักชั่วคราวสำหรับผู้ไร้ที่อยู่อาศัย)

(a) operates

(b) is operating

(c) has operated

(d) operating    (ปฏิบัติงาน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “……..........…Red Cross, which operated (หรือ  was operating) out of emergency………....….”

 

5. ___________________________________________ other big cats, tigers are carnivorous.

(_______________________________ แมวใหญ่อื่นๆ (ส่วนใหญ่), เสือกินเนื้อเป็นอาหาร)

(a) Like the most

(b) They are like most

(c) Like most    (เหมือนกับ ..................(แมวใหญ่อื่นๆ).................... ส่วนใหญ่)

(d) The most like

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Like” (Preposition)  (เหมือน, เหมือนกับ, คล้ายกับ)  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • This car has an engine _________________________________ one in an airplane.

(รถยนต์คันนี้มีเครื่องยนต์ _____________________________ เครื่องยนต์ในเครื่องบิน)

(a) as    (ในฐานะ, เป็น-  เป็น  “Preposition”  ตามด้วยคำนามหรือวลี)  (เหมือน, เหมือนกับที่, ตามที่, ดังที่  -  เป็น “Conjunction”  ตามด้วยประโยค  “Subject + Verb”)

(b) the same    (เหมือนกัน, อย่างเดียวกัน)

(c) as like as    (โครงสร้างนี้ไม่มีใช้)

(d) like    (เหมือน, คล้าย)  (เป็น  “Preposition”)

ตอบ  -  ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Like  (เหมือน, คล้าย)  +  คำนามหรือวลี  ส่วน  “As  (ตามที่, ดังที่)  +  ประโยค” (As + Subject + Verb)  สำหรับอีกโครงสร้างหนึ่งที่สามารถใช้ได้สำหรับประโยคข้างบน  คือ  “This car has the same engine as one in an airplane.”  หรือ  “This car’s engine and one in an airplane are the same.  (หรือ  “are alike,  are similar”)  ดูเพิ่มเติมการใช้   “Like, As”  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                              ตัวอย่างที่  

  • What is the climate __________________________________ in your home town?

(อากาศ ____________________________ อย่างไร (เช่นไร) ในเมืองบ้านเกิดของคุณ)

(a) alike

(b) likely

(c) like    (เป็นเหมือน, เหมือน, คล้าย)

(d) (No word is needed.) (ไม่ต้องเติมคำใด)

ตอบ   -   ข้อ   (c)    ในที่นี้  “Like”  เป็น  “Preposition”  หมายถึง   “เป็นเหมือน, เหมือน,  คล้าย”   ใช้กับ  “Verb to be”  หรือ “Look”  (มีลักษณะ, มีท่าทาง)   ต้องตามด้วยคำนาม

                                                ตัวอย่างที่  

  • The sky is cloudy and it looks like _______________________________________.

(ท้องฟ้ามีเมฆมาก  และมันดูเหมือน _________________________________________)

(a) rain    (ฝน)

(b) to rain

(c) rainy

(d) it will rain

ตอบ   –    ข้อ  (a)   เนื่องจาก  “Like”  ในที่นี้เป็น  “Preposition”  หมายถึง  “เหมือน, คล้าย”  ต้องตามด้วยคำนาม  ซึ่งในที่นี้ คือ  “ฝน

                                                  ตัวอย่างที่  

  • He became a doctor ___________________________________________ his father.

(เขาเป็นหมอ _________________________________________________ พ่อของเขา)

(a) same as

(b) like     (เหมือน)

(c) such as

(d) as

ตอบ    –      ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “Like”  เมื่อหมายถึง  “เหมือน, คล้าย”  จะเป็น  “Preposition”  จึงต้องตามด้วยคำนาม   สำหรับข้อนี้อาจตอบได้อีกอย่าง  คือ  “the same as”   ส่วน   “As”  (เหมือนกับ)   ต้องตามด้วย  “Subject + Verb” (ดูความแตกต่างการใช้  “Like”  และ  “As”  จากประโยคข้างล่าง)

  • Like the other nations of Eastern Europe, Poland was politically dominated by the Soviet Union during the Cold War.

(เหมือนกับประเทศอื่นๆในยุโรปตะวันออก  โปแลนด์ถูกครอบงำทางการเมืองโดยสห ภาพโซเวียต  ในระหว่างสงครามเย็น)

หมายเหตุ  -  ประโยคข้างบนใช้  “Like”  เนื่องจาก  “Like” (หมายถึง  “เหมือน, เหมือนกับ, คล้าย”)   ต้องตามด้วยคำนามหรือวลี   เช่น  “Like the other nations”  (เหมือนกับประเทศอื่นๆ), “Like his father”  (เหมือนพ่อของเขา),  “Like most hard-working people” (เหมือนคนทำงานหนักส่วนใหญ่)  ส่วน  “as” (หมายถึง “เหมือนกับ”)   ต้องตามด้วยอนุประโยค  (As + Subject + Verb)   เช่น

  • He did as his father had told him to do.

(เขาทำเหมือนที่พ่อของเขาบอกให้ทำ)

  • She smiled as her mother did when she was young.

(เธอยิ้มเหมือนที่แม่ของเธอยิ้ม  เมื่อตอนที่ (แม่) เป็นเด็ก)

                                                 สำหรับ  “As”  เมื่อเป็น  “Preposition”  มีความหมายว่า  “ในฐานะ หรือ เป็น”  จะต้องตามด้วยคำนามหรือวลี  เช่น

  • She works as a doctor.

(เธอทำงานเป็นหมอ)

  • He is known as a man who keeps his words.

(เขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะคนที่รักษาคำพูด)

  • They have been recognized as the men who died for their country.

(พวกเขาได้รับการจดจำในฐานะคนที่ตายเพื่อชาติบ้านเมือง)

  • As a good citizen, everyone has to pay a proper amount of tax each year.

(ในฐานะพลเมืองดี  ทุกคนจำเป็นต้องจ่ายภาษีในจำนวนที่เหมาะสมทุกๆ ปี)

 

6. ____________________________ as an escape artist that Harry Houdini was best known.

(_______________ ในฐานะศิลปินแห่ง (วิธี) การหลบหนี  ที่แฮรี่ ฮูดินี่  เป็นที่รู้จักกันดีที่สุด)  (แฮรี่ ฮูดินี่  เป็นอดีตนักมายากลชื่อก้องโลก  ทางด้านคิดกลปลดตัวเองจากพันธนาการต่างๆ  เช่น โซ่ เชือก และกุญแจมือ  ทั้งในอากาศ (ขณะที่เครนยกตัวเขาอยู่) บนบก และใต้น้ำ  เขาตายเมื่ออายุ  ๕๒  ปี  ด้วยโรคเกี่ยวกับช่องท้อง)

(a) There was

(b) It was    (มันเป็น)

(c) It was being

(d) It was to be

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ตามโครงสร้าง  {It is (was) + วลี + That + Subject + Verb + ส่วนขยาย}  “มันเป็น (วลี) ที่ประธาน....................” เช่น  “It is in this house that I was born.”  (มันเป็นในบ้านหลังนี้ที่ผมเกิด),   “It was in 1914 that the First World War took place.”  (มันเป็นในปี  ๑๙๑๔  ที่สงครามโลกครั้งที่    เกิดขึ้น),  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                               ตัวอย่างที่ 

  • _____________________________ in May that the rainy season begins in Thailand.

(____________________________ ในเดือนพฤษภาคม  ที่ฤดูฝนเริ่มต้นในประเทศไทย)

(a) There is

(b) It is    (มันเป็น)

(c) He said

(d) It was

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้าง  {It Is (Was) + วลี + That + Subject + Verb}  จากประโยคข้างล่าง

                                               ตัวอย่างที่ 

  • It is because he is very rich ________________________________ she loves him.

(มันเป็นเพราะว่าเขารวยมาก ______________________________________ เธอรักเขา)

(a) so     (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

(b) that     (ที่)

(c) why

(d) therefore     (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) +วลี {มักนำหน้าด้วย  “Preposition” (in, on, at, with, during)  หรือ  “Because” + ประโยค} + That + Subject + Verb

                                                 ตัวอย่างที่  

  • _______________________________ on Saturday morning that we had our meeting.

(______________________________________ เช้าวันเสาร์  ที่พวกเรามีการประชุมกัน)

(a) There had

(b) It was    (มันเป็น)

(c) It is

(d) There was

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ต้องใช้  “It was”  เพราะกริยาในอนุประโยค  คือ   “Had”  และยังเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) + วลี  (มักนำหน้าด้วย  “Preposition”) + That + Subject + Verb”  เช่น

  • It is in this house that I was born.

(มันเป็นในบ้านหลังนี้แหละ  ที่ผมเกิด)

  • It is at night that we go to bed.

(มันเป็นเวลากลางคืน  ที่พวกเราเข้านอน)

  • It is on Sunday morning that people go to church.

(มันเป็นเช้าวันอาทิตย์  ที่ผู้คนไปโบสถ์)

  • It is in the country that we like to stay.

(มันเป็นในชนบท  ที่พวกเราชอบพัก)

  • It was in January that we went to England.

(มันเป็นในเดือนมกราคม  ที่เราไปอังกฤษ)

  • It was by mistake that she took my book.

(มันเป็นการเข้าใจผิด  ที่เธอเอาหนังสือของผมไป)

  • It was in 1917 that the First World War took place.

(มันเป็นในปี  ๑๙๑๗  ที่สงครามโลกครั้งที่    เกิดขึ้น)

  • It was because he was lazy that he failed.

(มันเป็นเพราะว่าเขาเกียจคร้าน  ที่เขาล้มเหลว)

  • It was under that sea that the nuclear weapon had been tested.

(มันเป็นใต้ทะเล  ที่อาวุธนิวเคลียร์ถูกทดลอง)

 

7. _________ relatively costly, the diesel engine is highly efficient and needs servicing infrequently.

(_________________ ค่อนข้างราคาแพง, เครื่องยนต์ดีเซลมีประสิทธิภาพสูง  และต้องการการบำรุงรักษาไม่บ่อย)

(a) It is

(b) There is

(c) Even    (แม้กระทั่ง, แม้แต่)

(d) Even though    (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   หรืออาจตอบ  “Though, Although”  (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า)  ก็ได้

 

8. People’s expectations for a higher standard of living increase ________________________.

(ความคาดหวังของผู้คนสำหรับมาตรฐานการครองชีพที่สูงขึ้น  (จะ) เพิ่มมากขึ้น ____________)

(a) conditions improve in their community.    (สภาพดีขึ้นในชุมชน)

(b) conditions in their community improve    (สภาพในชุมชนดีขึ้น)   

(c) as conditions in their community improve    (เมื่อสภาวะ (สภาพ) ในชุมชนของพวกเขาดีขึ้น)

(d) since conditions in their improving community

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็น  “Adverb clause of time”  (อนุประโยคกริยาวิเศษณ์บอกเวลา)  สำหรับ  “In their community”  ต้องขยายข้างหลัง  “Conditions”  เพราะหมายถึง  “สภาพในชุมชนฯ”

 

9. It is a general rule that you can hardly expect good quality ______________ the price of a product is low.

(มันเป็นกฎทั่วไปว่า  คุณแทบจะไม่สามารถคาดหวังคุณภาพที่ดีได้ ______________ ราคาของผลิตภัณฑ์ (สินค้า) ต่ำ)

(a) however    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)

(b) if    (ถ้า)

(c) therefore    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

(d) Although    (ถึงแม้ว่า)

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากเป็นข้อความที่เป็นเงื่อนไข  คือ  “คุณไม่อาจคาดหวังคุณภาพที่ดี  ถ้าสินค้าราคาถูก

 

10. The unbearable heat of the midday sun was ______________ of the many things he was trying to get accustomed to in South Africa.

(ความร้อนที่ไม่สามารถทนได้ของดวงอาทิตย์เที่ยงวัน ______________ ของหลายๆสิ่งที่เขากำลังพยายามที่จะคุ้นเคย (เคยชิน) ในประเทศแอฟริกาใต้)

(a) very bad    (แย่มาก, เลวร้ายมาก, เลวมาก)

(b) too bad    (แย่เกินไป, เลวร้ายเกินไป, เลวเกินไป)

(c) worse    (แย่กว่า)

(d) the worst    (แย่ที่สุด, เลวร้ายที่สุด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นสุด”  (Superlative degree)  คือ  “แย่-เลวร้ายที่สุด  (ในที่นี้  คือ  ความร้อนฯ เที่ยงวัน)  ในบรรดาหลายๆ สิ่งที่เขากำลังพยายามทำความคุ้นเคย

 

11. I sold my car _________________________________________________ a good price.

(ผมขายรถยนต์ของผม __________________________________________ ราคาที่ดี)

(a) at    (ใน)

(b) in

(c) with

(d) on

ตอบ   -   ข้อ   (a)  “At a good price”  =   “ในราคาที่ดี หรือสูง”  

                                                  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “At”  ได้แก่  “at a high speed” =  ด้วยความเร็วสูง)  -  “The car is moving at a high speed.”  (รถยนต์กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง),   “sit at a table”  (นั่งที่โต๊ะ)  “land at a small airport” (ร่อนลงที่สนามบินเล็กๆ)  “at both ends”  (ที่ปลายทั้ง ข้าง)  “a knock at the door”  (การเคาะที่ประตู)  -  “We heard a knock at the door at late night.”  (เราได้ยินเสียงเคาะที่ประตูตอนดึกมากแล้ว),  “at a beach club” (ที่สโมสร ณ ชายหาด) “at a funeral” (ที่งานศพ) “at a press conference” (ที่การให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์) “at a high school dance” (ที่งานเต้นรำของโรงเรียน) “at the office” (ณ ที่ทำงาน)  “at breakfast”  (เมื่อเวลาอาหารเช้า)  “to stare at a garage roof” (จ้องมองไปที่หลังคาโรงรถ)  “to wave down at him” (โบกมือให้เขา) “to throw petals at his car”  (โยน – โปรย – กลีบดอกไม้ที่รถของเขา)   “at a distance”  (ในระยะไกล)   “at a standstill”  (หยุดชะงัก, หยุดนิ่งอยู่กับที่)  “at 10:00 a.m.” (ตอน ๑๐ โมงเช้า)  “at dawn” (ตอนรุ่งอรุณ) “at once”  (โดยทันทีทันใด)  “at his wit’s end”  (เขาหมดปัญญา, จนปัญญา, ไม่รู้จะทำอย่างไรดี)  “at loose ends”  (ไม่มีอะไรทำ, ไม่มีงานทำ, ไม่รู้จะทำอะไร ดี, ยังไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรต่อไป, ยังไม่ตัดสินใจ)  “at a later stage”  (ในระยะหรือขั้นตอนต่อไป)   “at a time of high unemployment”  (ณ ช่วงเวลาที่มีการว่างงานสูง)  “to start work at sixteen” (เริ่มทำงานตอนอายุ ๑๖)  “to die at eighty-three”  (ตายเมื่ออายุ ๘๓“to grow at an astonishing rate” (เติบโตในอัตราที่น่าพิศวง)  “to buy or sell it at $ 100”  (ซื้อหรือขายที่ราคา ๑๐๐ เหรียญ)  “at 100 miles per hour” (ที่ ๑๐๐ ไมล์ต่อชั่วโมง)  “the radio playing at full volume” (วิทยุเปิดสุดเสียง)  “to set a pass mark at 60 percent” (ตั้งคะแนนผ่านที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์) “to work harder at his thesis”  (ขยันมากขึ้นกับวิทยานิพนธ์)  “to aim at bringing down the inflation rate” (มีเป้าหมายเพื่อลดอัตราเงินเฟ้อ)  “to go at the invitation of his neighbors” (ไปเพราะการเชื้อเชิญของเพื่อนบ้าน) “to leave at the director’s command” (จากไปเพราะคำสั่งของผู้อำนวยการ) “at liberty” (มีอิสรเสรีที่จะทำอะไร, มิได้ถูกขัดขวางหรือหยุดยั้ง) “to be at war”(ทำสงคราม)  “to put his life at risk” (ทำให้เขาต้องเสี่ยงชีวิต)  “to read at random”  (อ่านแบบสุ่มๆ – คือไม่เฉพาะเจาะจง)  “at gun point” (โดยเอาปืนจี้หัว)  “to fly at their expense”  (บินไปโดยค่าใช้จ่ายของพวกเขา)  “to be at her best”  (อยู่ในช่วงที่ดีที่สุดของเธอ)  “at a guess”  (โดยการเดาหรือทาย)  “at a rough estimate” (โดยประมาณการอย่างคร่าวๆ)  “good at swimming”  (ว่ายน้ำเก่ง)  “clever at mathematics” (เก่งคณิตศาสตร์)  “bad at cooking”  (ปรุงอาหารไม่เก่ง)  “an expert at shooting”  (เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการยิงปืน)  “be delighted at the success” (ปลาบปลื้ม-ยินดี กับความสำเร็จ) “feel sorry at his dismissal” (รู้สึกเสียใจกับการถูกไล่ออกของเขา) “feel glad at a new job”  (รู้สึกดีใจกับงานใหม่)“at first”  (ในตอนแรก)  “at last”  (ในที่สุด)  “at least”  (อย่างน้อยที่สุด)  “at leisure”  (มีเวลาว่าง, ไม่ได้ทำงาน, ไม่ได้มีงานยุ่ง)  “at length”  (อย่างละเอียด, อย่างเต็มที่, ในที่สุด)  “at most, at the most”  (อย่างมากที่สุด)  “at loggerheads”  (ทะเลาะกัน, ต่อสู้กัน, เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน)“at present”  (ในปัจจุบัน)  “at the same address” (ณ ที่อยู่เดิม)  “at 33 Albert Street” (บ้านเลขที่  ๓๓  ถนนอัลเบิร์ต)  “at the hairdresser’s”  (ที่ร้านทำผม)  “at church”  (ที่โบสถ์ – ไปทำพิธี)  “at home” (ที่บ้าน) “to be at work”  (กำลังทำงานหรือยุ่งอยู่กับกิจกรรมอะไรบางอย่าง, สถานการณ์หรือกระบวนการที่กำลังมีผลกระทบหรืออิทธิพล)  “at school” (ที่โรงเรียน) “at college”  (ที่มหาวิทยาลัย)  “arrive at the airport” (มาถึงที่สนามบิน) “at night”  (ตอนกลางคืน)  “at Easter” (ช่วงเทศกาลอีสเตอร์)  “at the weekend”  (ตอนสุดสัปดาห์)  “I don’t understand it at all.”  (ผมไม่เข้าใจมันเลย)  “I can hardly hear you at all.”  (ผมแทบจะไม่ได้ยินเสียงคุณเลย  –  เสียงคุณแผ่วเบามาก)  “It is not at all likely he will come.”  (แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมา  -  คือมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก)  “Can it be done at all?”  (มันจะสามารถทำได้ไหมนี่)  “She will walk with a limp, if she walks at all.”  (เธอจะต้องเดินขากระเผลก-ขาเป๋  ถ้าเธอยังเดินได้  -  หมายถึงเธออาจจะเดินไม่ได้อีกเลย)  “at all costs”  (ไม่ว่าจะต้องเสียเงิน เวลา หรือความพยายามเพียงใด  Carl is determined to succeed in his new job at all costs.”  (คาร์ลมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในงานใหม่ของเขา  โดยไม่สนใจว่าจะต้องทำงานหนักเพียงใด)  “Regardless of the results, Mr. Jackson intended to save his son’s eyesight at all costs.”  (โดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์  มิสเตอร์แจ๊คสันตั้งใจที่จะรักษาสายตาของลูกชายตน  ไม่ว่าจะต้องใช้เวลาหรือเงินมากมายเพียงใด)  “at a loss”  (ในสภาพที่ไม่แน่นอน, ไม่รู้อะไรเลย, งุนงงสับสนไปหมดจนทำอะไรไม่ถูก, จนปัญญา)  “A good salesman is never at a loss for words.”  (นักขายที่ดีไม่เคยจนปัญญาที่จะพูดเพื่อขายสินค้า)  “When Don missed the last bus, he was at a loss to know what to do.”  (เมื่อดอนตกรถเมล์เที่ยวสุดท้าย  เขางุนงงสับสนจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร  -  คือไม่รู้ว่าจะหาทางกลับบ้านอย่างไร)“at anchor”  (แอ๊ง-เคอะ  -  จอดลอยลำทอดสมออยู่)  “at any rate”  (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)  “keep him at arms length”  (ไม่คบค้าสมาคมกับเขา, ไม่ทำตัวสนิทสนมกับเขา)  “at a snail’s pace”  (อย่างเชื่องช้าอืดอาด, คืบหน้าไปทีละหน่อยเหมือนหอยทาก)  “one at a time”  {(เข้ามาในห้อง, ขึ้นรถเมล์) ทีละคน}  “run up the steps two at a time”  (ขึ้นบันไดทีละ ขั้น)  “at best, at the best”  (อย่างดีที่สุด)  “at ease”  (สบาย, ไม่มีความเจ็บปวดหรือสิ่งรบกวน)  “at every turn”  (ทุกครั้ง, ตลอดเวลา)  “at fault”  (ถูกตำหนิ, รับผิดชอบต่อความผิดพลาดหรือความล้มเหลว)  “at first glance, at first sight”  (เมื่อแรกเห็น, หลังจากมองครั้งแรกอย่างรวดเร็ว)  “at hand, at close hand”  (อยู่ใกล้ตัว, เอื้อมถึงได้ง่าย, กำลังจะมาถึงเร็วๆนี้)  “at large”  {(คนร้าย) ยังลอยนวล, ยังจับตัวไม่ได้}   เป็นต้น

 

12. Mr. Sims has joined ___________________________________________ a trade union.

(มิสเตอร์ซิมส์ได้เข้าร่วมกับ _____________ สหภาพการค้า)  (คือ เข้าเป็นกรรมการ หรือสมาชิก)

(a) with

(b) in

(c) to

(d) on

(e) (No word is needed.)    (ไม่ต้องเติมคำใด)

ตอบ   -   ข้อ   (e)  “Join”  ตามด้วยกรรมเลย  ไม่ต้องมี  Preposition  เช่น

  • He went for a walk before joining his brother for tea.

(เขาออกไปเดินเล่น  ก่อนร่วมวงกับพี่ชายเพื่อดื่มน้ำชา)

  • She flew out to join him on the first available plane.

(เธอบินมาเพื่อร่วม (งาน, สัมมนา, ประท้วง, โครงการ ) กับเขา  โดยเครื่องบินเที่ยวแรกที่จองได้)

  • They went off to join the queue for coffee.

(พวกเขาลุกจากโต๊ะ  เพื่อต่อแถวกาแฟ)

  • The van joined the row of cars.

(รถตู้ต่อท้ายแถวขบวนรถยนต์)

  • We both joined the Labor Party.

(เรา  ๒  คนเข้าเป็นสมาชิกพรรคแรงงาน)

  • He’s joined the army.

(เขาเข้าเป็นทหาร)

  • I joined the bank as a graduate trainee in 2004.

(ผมเข้าร่วมกับธนาคาร  ในฐานะผู้ฝึกงานปริญญาตรี  ในปี  ๒๐๐๔)

  • They were invited to join the feasting.

(พวกเขาได้รับเชิญให้เข้าร่วมในพิธีเลี้ยงฉลอง  -  หรือร่วมงานเลี้ยง)

  • After a little while she joined the dancing.

(หลังจากชั่วครู่หนึ่ง  เธอเข้าร่วมวงเต้นรำด้วย)

 

13. Smoking is forbidden while the plane is on the ground, while it is _____________, and until it has risen to a good height.

(การสูบบุหรี่ถูกห้ามในขณะที่เครื่องบินอยู่บนพื้นดิน  ในขณะที่มัน ______________ และจนกระทั่งมันได้บินขึ้นสู่ระดับสูงมากแล้ว)

(a) taking up

(b) taking out

(c) taking off    (กำลังบินขึ้นจากพื้นดิน)

(d) taking away

 

14. A ________________ is one that leaves the main road and goes off in a different direction.

(___________________ เป็นถนนซึ่งแยกจากถนนสายหลัก  และมุ่งไปในทิศทางที่แตกต่างกัน)

(a) small road

(b) little road

(c) branch road    (ถนนสายรอง)

(d) trunk-road    (ถนนสายใหญ่)

 

15. Have you found a new ___________________________________________________?

(คุณหา ______________________________________________________ ใหม่ได้หรือยัง)

(a) work    (งาน)  (นามนับไม่ได้)

(b) job    (งาน)  (นามนับได้)

(c) employment    (การจ้างงาน)  (นามนับไม่ได้)

(d) works    (สถานที่ผลิตสินค้า, งานติดตั้งระบบประปา-ไฟฟ้า หรืองานสร้างตึก-ถนน-สะพาน, ผลงาน)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ต้องใช้   “A new job”  เนื่องจากเป็นคำนามนับได้  เอกพจน์

 

16. How _____________________________________________ do you have your hair cut?

(คุณตัดผม ___________________________________________________ เท่าใด)

(a) much    (มาก)

(b) many times    (หลายครั้ง)

(c) often    (บ่อย)

(d) long    (ยาว, นาน)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   สำหรับข้อ   (b)  ก็อาจใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น  “How many times do you have your hair cut in a month  (in two months)?”  คือต้องบอกความถี่ด้วยว่า  “ใน    เดือน  หรือ    เดือน  หรือ    เดือน”  แต่ไม่นิยมใช้เหมือนกับ  "How often"

 

17. I prefer reading to ______________________________________________________.

(ผมชอบการอ่านมากกว่า ________________________________________________)

(a) write

(b) to write

(c) writing    (การเขียน)

(d) to writing

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้ให้สมดุลกับ  “reading”  ทั้งนี้  “Prefer”  สามารถตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  หรือ  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  ก็ได้   โดยมีความหมายเหมือนกัน   ดังนั้น  ประโยคข้างบนอาจใช้อีกอย่างหนึ่ง  คือ

  • I prefer to read to to write.

(อย่างไรก็ตาม  ไม่นิยมใช้โครงสร้างนี้   เนื่องจากมี  “To”  ถึง    ตัว)

                                              สำหรับคำกริยาต่อไปนี้  สามารถตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  หรือ  “Gerund” (V. + ing)  แล้วความหมายเหมือนกัน  ได้แก่  “Begin, Start, Continue  (ทำต่อไป), Like, Dislike  (ไม่ชอบ, เกลียด), Love, Hate  (เกลียด), Propose  (เสนอ), Prefer  (ชอบมากกว่า), Help,  Intend (ตั้งใจ), Fear, Attempt (พยายาม),  Bear  (ทน)”  เช่น

  • They started to play football.

(= They started playing football.)

(เขาเริ่มเล่นฟุตบอล)

  • She likes to dance.

(= She likes dancing.)

(เธอชอบการเต้นรำ)

  • We continued to study for our exam.

(= We continued studying for our exam.) 

(เราเรียนต่อไปเพื่อการสอบ)

  • She hates to stay in a dirty place.

(= She hates staying in a dirty place.)

(เธอเกลียดการพักในสถานที่สกปรก)

 

18. I will give you _________________________________________________ details later.

(ผมจะให้รายละเอียด ______________________________________ แก่คุณในภายหลัง)

(a) farer    (คำนี้ไม่มีใช้)

(b) farther   (ไกลกว่า)

(c) further    (เพิ่มเติม, มากขึ้น, ขยายออกไปอีก – เมื่อเป็นคำคุณศัพท์) (ต่อไป, ไกลออกไป, นานออกไป – เมื่อเป็นกริยาวิเศษณ์)

(d) longer    (ยาวกว่า, นานกว่า)

 

19. I shall come back ________________________________________________________.

(ผมจะกลับมา ______________________________________________________)

(a) long before    (ก่อนหน้า...........................เป็นเวลานาน)

(b) before long    (ในไม่ช้า)

(c) longer

(d) not long

ตอบ    -    ข้อ   (b)   เนื่องจากมีความหมายเหมือน  “Soon”  หรือ   “In a little while”   สำหรับตัวอย่างการใช้   “Long before”   เช่น

  • I have known his parents long before I know him.

(ผมรู้จักพ่อแม่ของเขาก่อนหน้าที่ผมจะรู้จักเขา  เป็นเวลานานทีเดียว)  (คือรู้จักพ่อแม่ของทอมมา  ๑๐  ปีแล้ว แต่เพิ่งรู้จักทอมได้เพียง    ปี)

                                                สำหรับตัวอย่างอื่นๆ ของ  “Before long”   (ในไม่ช้า)  เช่น

  • Class will be over before long.

(ชั้นเรียนจะเลิกเร็วๆนี้แล้ว)  (คือ  จะเลิกอีกในไม่ช้า)

  • We were tired of waiting and hoped the bus would come before long.

(เราเบื่อการรอคอย  และหวังว่ารถเมล์จะมาในไม่ช้า)

 

20. She managed to reach the telephone __________________________ her terrible wound.

(เธอไปถึงโทรศัพท์ได้สำเร็จ_____________________ มีบาดแผล (หรือการบาดเจ็บ) ร้ายแรง)

(a) although    (ถึงแม้ว่า)  (ตามด้วยประโยค คือ  “Subject + Verb”)

(b) notwithstanding    (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(c) because of    (เนื่องมาจาก, เพราะว่า)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) for fear of    (ด้วยเกรงว่า)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูตัวอย่างการใช้วลีข้างบน  จากประโยคตัวอย่าง

  • Although he is wrong, everyone can’t help admiring him.

(แม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายผิด ทุกคนอดไม่ได้ที่จะยกย่องชมเชยเขา)

  • Although he was late, he stopped to buy a sandwich.

(แม้ว่าเขาจะสาย  เขาแวะซื้อแซนด์วิช)

  • Jane kept her coat on although it was warm in the room.

(เจนยังคงสวมเสื้อคลุม  แม้ว่าอากาศในห้องจะอุ่น)

  • Although I advise my children about money, I never actually pay their debts.

(แม้ว่าผมแนะนำลูกๆเกี่ยวกับเรื่องเงิน  ผมไม่เคยใช้หนี้แทนพวกเขาเลย)

  • He hasn’t been able to get a good job notwithstanding his having had an expensive education.

(เขาไม่สามารถหางานดีๆทำได้  ทั้งๆที่มีการศึกษาที่แพง)  (ไม่สามารถหางานดีได้  ทั้งๆมีการศึกษาราคาแพง)

  • Notwithstanding (= Despite = In spite of) the bad storm, John delivered his papers on time.  

(ทั้งๆ ที่มีพายุเลวร้าย  ทอมก็ยังไปส่งหนังสือพิมพ์ได้ตรงเวลา)

  • Notwithstanding (= Despite = In spite of) all their differences, Mary and Ann remain friends.

(ทั้งๆที่แตกต่างกันอย่างมากมายอย่างนั้น  แมรี่และแอนยังคงเป็นเพื่อนกันได้)

  • They went out notwithstanding (= despite = in spite of) the heavy rain.

(พวกเขาออกไปข้างนอกทั้งๆที่ฝนตกหนัก)

  • Because of (= On account of = Owing to = Due to) the heavy rain, we could not go out.

(เนื่องมาจากฝนตกหนัก  เราไม่สามารถออกไปข้างนอก)

  • Because of (= On account of = Owing to = Due to) an accident, the train was delayed for 2 hours.  

(เนื่องมาจากอุบัติเหตุ  รถไฟถูกทำให้ล่าช้าไป ๒ ชั่วโมง)

  • He could not go to university because of (=owing to = on account of = due to) his poverty.  

(เขาไม่สามารถเรียนมหาวิทยาลัย  เนื่องมาจากความยากจน) 

  • He left an hour early for fear of missing his train.

(เขาออกไปก่อนเวลา ๑ ชั่วโมง  ด้วยเกรงว่าจะตกรถไฟ)

  • She worried for fear of the child’s being hurt.

(เธอวิตกกังวล  ด้วยเกรงว่าเด็กจะได้รับอันตราย)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป