หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 369)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. The temperature has really risen today.  It is __________________________ I can’t work.

(อุณหภูมิขึ้นสูงมากจริงๆ วันนี้  มัน ________________________ ผมไม่สามารถทำงานได้)

(a) too hot that

(b) very hot that

(c) so hot that    (ร้อนมากจนกระทั่ง)

(d) real hot that

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • The noise was ____________________________________ it woke everyone up.

(เสียง _______________________________________________ มันปลุกให้ทุกคนตื่น)

(a) very loud that

(b) very loud until

(c) so loud that    (ดังมากจนกระทั่ง)

(d) so loud until

ตอบ   -   ข้อ   (c)  มาจากโครงสร้าง  {Subject + Is (Was) + So + Adjective + That + Subject + Verb}

                                           ตัวอย่างที่ 

  • I have never experienced _________________________________________ before.

(ผมมิเคยประสบกับ ____________________________________________ มาก่อนเลย)

(a) so hot weather

(b) such a hot weather

(c) such hot weather    (อากาศที่ร้อนเช่นนั้น)

(d) a such hot weather

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจาก  “Weather”  เป็นนามนับไม่ได้  จึงไม่สามารถเลือก  ข้อ  (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้คำจากประโยคข้างล่าง

  • The boy is so good that everyone loves him.

(เด็กคนนั้นดีมากจนกระทั่งทุกคนรักเขา)

  • He is so good a boy that everyone loves him.

(เขาเป็นเด็กดีมากจนกระทั่งทุกคนรักเขา)

  • He is such a good boy that everyone loves him.

(เขาเป็นเด็กดีมากจนกระทั่งทุกคนรักเขา)

                                             แต่เมื่อใช้ในรูปพหูพจน์  สามารถทำได้เพียง    แบบเท่านั้น  คือ

  • The boys are so good that everyone loves them.

(เด็กพวกนั้นดีมากจนกระทั่งทุกคนรักพวกเขา)

  • They are such good boys that everyone loves them.

(พวกเขาเป็นเด็กที่ดีมากจนกระทั่งทุกคนรัก)

                                             ในกรณีของคำนามนับไม่ได้  (เป็นเอกพจน์เสมอ)  ก็ใช้ได้เพียง    แบบเช่นเดียวกัน  คือ

  • The water is so clean that we can drink it.

(น้ำสะอาดมากจนกระทั่งเราสามารถดื่มมัน)

  • It is such clean water that we can drink it.

(มันเป็นน้ำที่สะอาดมากจนกระทั่งเราสามารถดื่มมัน)

หมายเหตุ   -   ไม่สามารถใช้รูป  “It is such a clean water that……….........…                  

 

2. I can’t help _______________________________________________ that she is wrong.

(ผมอดไม่ได้ที่จะ _________________________________________ ว่าเธอเป็นฝ่ายผิด)

(a) thought

(b) think

(c) to think

(d) thinking    (คิด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Can’t help”  (อดไม่ได้ที่จะ......................)  ต้องตามด้วย   “Verb + ing”  ดูเพิ่มเติมกริยาที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  จากประโยคข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่ 

  • He seems quite unhappy about his colleague’s remark.  It is quite natural for him to resent ____________.

(เขาดูเหมือนว่าไม่มีความสุขอย่างมากเกี่ยวกับคำพูดของเพื่อนร่วมงาน  มันเป็นธรรมดามากสำหรับเขาที่จะไม่พอใจ-ขุ่นเคือง ____________)

(a) insulting    (การดูหมิ่น-เหยียดหยาม)  (ผู้อื่น)

(b) to insult

(c) being insulted    (การถูกดูหมิ่น-เหยียดหยาม)  (ที่ผู้อื่นทำกับตน)

(d) to be insulted

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากกริยา  “Resent”  (ไม่พอใจ-ขุ่นเคือง)  ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  (Gerund)  แต่เพราะว่าต้องอยู่ในรูป  “Passive voice”  (Verb to be + Verb 3)  จึงต้องเป็น  “Being insulted”  เพราะหมายถึง  “ถูกดูหมิ่น-เหยียดหยาม”  (ถูกกระทำ)  ดูเพิ่มเติมกริยาที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  จากประโยคข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่ 

  • Laura doesn’t appreciate being kept _____________, so make sure you get there on time.

(ลอร่าไม่ชื่นชมกับการถูกทำให้ ________________ ดังนั้น  จงมั่นใจว่าคุณจะไปถึงที่นั่นตรงเวลา)

(a) to wait

(b) to be waiting

(c) waiting    (รอคอย)

(d) having waited

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Keep” + Verb + ing  สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  ได้แก่

                                       ตัวอย่างที่ 

  • I know you don’t have time, but you should finish _______________ the letter by noon.

(ผมรู้ว่าคุณไม่มีเวลา  แต่คุณควรเสร็จสิ้น _______________________ จดหมายในตอนเที่ยง)

(a) to answer

(b) answering    (การตอบ)

(c) by answering

(d) answer

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากกริยา  “Finish + Verb + ing  

                                            ตัวอย่างที่ 

  • Jack has already considered ___________________________________ his studies.

(แจ๊คได้พิจารณา _______________ การศึกษาของเขาแล้ว)  (คือ  ได้พิจารณาที่จะศึกษาต่อ)  (เช่น  ระดับปริญญาโท-เอก)

(a) continue

(b) continuing    (การทำต่อไป)

(c) to continue

(d) continues

ตอบ   -   ข้อ    (b)   กริยา  “Consider + Verb + ing

                                             ตัวอย่างที่ 

  • They practiced ____________________________________________ at our school.

(พวกเขาฝึกหัด _________________________________________ ที่โรงเรียนของเรา)

(a) teach

(b) to teach

(c) teaching    (การสอน)

(d) taught

ตอบ   -   ข้อ    (c)   กริยา  “Practice”  ต้องตามด้วย  “Gerund”  (Verb + ing)

                                             ตัวอย่างที่ 

  • I can’t stand ___________________________________ the same word many times.

(ผมทนไม่ได้ที่จะ _______________________________________ คำพูดเดิมหลายๆครั้ง)

(a) repeat

(b) to repeat

(c) repeating    (พูดซ้ำ, ทำซ้ำ)

(d) repeated

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Can’t stand + Verb + ing”  =   “ทนไม่ได้ที่จะ.........................”

                                           ตัวอย่างที่ 

  • Don’t risk _______________________________________________ your car here.

(อย่าเสี่ยง ___________________ รถของคุณที่ตรงนี้)  (เพราะอาจโดนใบสั่ง หรือทุบกระจก)

(a) park

(b) to park

(c) parking    (จอด, จอดรถ)

(d) at parking

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Risk + Gerund (Verb + ing)” 

                                             ตัวอย่างที่ 

  • Do you mind __________________________________________ for me this time?

(คุณรังเกียจที่จะ _____________________________________ สำหรับผมไหม คราวนี้)

(a) pay

(b) paying    (จ่ายเงิน, ออกเงิน, จ่ายค่าอาหาร)

(c) to pay

(d) to paying

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากหลังกริยา  “Mind”  ต้องตามด้วย   “Gerund” (Verb + ing)   

                                              ตัวอย่างที่ 

A: Is your brother going to camp?”

(พี่ชายคุณจะไปค่ายพักแรมหรือไม่)

B: He signed up, but he’s considering ________________________________________.

(เขาลงชื่อแล้ว  แต่ว่าเขากำลังพิจารณา _____________________________________)

(a) not going    (จะไม่ไป, ไม่ไป)

(b) to not go

(c) not to go

(d) he doesn’t go

ตอบ   -   ข้อ   (a)   “Consider + Verb + ing”  =   “พิจารณาทำ.....................”  ส่วน  “Consider + Not + Verb + ing”  =    “พิจารณาไม่ทำ...................” เช่น   “She considered not applying for the job.”  (เธอพิจารณาไม่สมัครงานนั้น)

                                              ตัวอย่างที่  ๑๐

  • I don’t mind ______________________ to bed early, but I don’t like to get up early.

(ผมไม่รังเกียจ ________________________ นอนแต่หัวค่ำ  แต่ผมไม่ชอบตื่นแต่เช้าตรู่)

(a) go

(b) to go

(c) going    (ไป, เข้า)

(d) gone

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Mind + Verb + ing

                                               ตัวอย่างที่  ๑๑

  • He keeps _____________________________________ the most outrageous things.

(เขา ______________ ไม่หยุด (ต่อไปเรื่อยๆ) ในสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เจ็บแค้นใจ (หรือ ที่เกะกะระราน, ที่รุนแรง) มากที่สุด)

(a) to say

(b) say

(c) saying    (พูด)

(d) having said

ตอบ   -   ข้อ   (c)  กริยา  “Keep” =  (..................ต่อไปเรื่อยๆ, ไม่ยอมหยุด)  ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  เช่น  (Keep walking  (เดินต่อไปเรื่อยๆ), Keep reading  (อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ),  Keep talking  (คุยไปเรื่อย  ไม่ยอมหยุด)

                                           ตัวอย่างที่  ๑๒

  • Instead of playing as a small boy, he enjoyed nothing __________ the farm machines.

(แทนที่จะเล่นเหมือนเด็กเล็กๆ  เขามิได้สนุกเพลิดเพลินกับอะไร _______ เครื่องจักรกลในไร่นา)

(a) more to fix

(b) more than fix

(c) more than fixing    (มากไปกว่าการซ่อมแซม)

(d) more than having fixed

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   {Enjoy + (nothing more than) + Verb + ing  (Fixing)}

                                           ตัวอย่างที่  ๑๓

  • I can’t help ______________________________________ him in spite of his faults.

(ผมอดไม่ได้ที่จะ _________________________________ เขา  ทั้งๆที่เขามีข้อผิดพลาด)

(a) admire

(b) admired

(c) admiring    (ยกย่อง, ชื่นชม)

(d) to admire

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Can’t help + Verb + ing”  สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  ได้แก่  “Feel like”  (อยาก, ต้องการ)“Avoid”  (หลีกเลี่ยง),  “Consider” (พิจารณา),  “Suggest”  (แนะนำ),  “Enjoy” (สนุกสนาน),  “Finish”  (ทำเสร็จ),  “Keep  หรือ  Keep on”  (ทำต่อไป),  “Go on”  (ทำต่อไป),  “Insist on”  (ยืนกราน),  “Object to”  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย),  “Look forward to”  (ตั้งตารอคอย),  “Put off”  (เลื่อน, ผัดไป),  “Be opposed to”  (คัดค้าน)“  Appreciate”  (ยกย่อง, เห็นคุณค่า),  “Allow” (อนุญาต), “Permit” (อนุญาต), “Postpone”  (เลื่อนออกไป), Practice”  (ฝึกหัด, ฝึกซ้อม),  “Prohibit”  (ห้าม),   Mind”  (รังเกียจ), “Deny” (ปฏิเสธ),  “Resist”  (ยับยั้ง, ระงับ), “Recall”  (นึกได้, ระลึกได้)“Resent”  (ไม่ชอบ, ไม่พอใจ),  “Cannot stand”  (ทนไม่ได้)“Admit” (ยอมรับ),  “Delay” (ประวิงเวลา), “Confess”  (สารภาพ)“Imagine”  (นึกคิด, จินตนาการ)“Cannot help”  (อดไม่ได้, ช่วยไม่ได้),  “Excuse”  (ให้อภัย), “Forgive” (ให้อภัย), “Dislike”  (ไม่ชอบ),  “Miss”  (พลาดโอกาส)“Discuss”  (ประชุมปรึกษาหารือ, อภิปราย, สาธยาย)    ตัวอย่างประโยค   เช่น

  • She enjoys reading novels.   

(เธอสนุกสนานกับการอ่านนิยาย)

  • I cannot stand listening to his complaints any more.   

(ผมทนการฟังข้อร้องเรียนของเขาไม่ไหวต่อไปอีกแล้ว)

  • We could not avoid meeting him.    

(เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบกับเขา)

  • They enjoyed listening to music.   

(พวกเขาสนุกกับการฟังดนตรี)

  • She dislikes talking a lot.  

(เธอไม่ชอบการพูดมาก)

  • Jim finished writing a report last night.  

(จิมเสร็จสิ้นการเขียนรายงานเมื่อคืนที่ผ่านมา)

  • The man admitted taking the bicycle.  

(นายคนนั้นยอมรับว่าเอารถจักรยานไป)

  • She is sorry that she missed meeting you.  

(เธอเสียใจว่าเธอพลาดโอกาสการได้พบคุณ)

  • They practice speaking French every day.   

(พวกเขาฝึกซ้อมการพูดภาษาฝรั่งเศสทุกวัน)

  • We consider buying a new home.  

(เราพิจารณาจะซื้อบ้านหลังใหม่)

  • They allow smoking in this room.  

(เขาอนุญาตให้สูบบุหรี่ในห้องนี้ได้)

  • Do you mind opening the window?  

(คุณรังเกียจที่จะเปิดหน้าต่างไหมครับ)

  • The teacher suggested working harder.

(ครูแนะนำ   (นักเรียน) ให้ขยันมากขึ้น)

  • They object to smoking.

(พวกเขาไม่เห็นด้วยกับการสูบบุหรี่)

  • We look forward to meeting you soon.

(เราตั้งตารอคอยที่จะพบคุณเร็วๆนี้)

                                                      สำหรับคำคุณศัพท์และวลีที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  ดูจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่  ๑๔

  • Victor’s car was too badly damaged to be worth ____________________________.

(รถยนต์ของวิคเตอร์ได้รับความเสียหายมากจนเกินกว่าที่จะคุ้มค่า ___________________)

(a) repaired

(b) repair

(c) to repair

(d) repairing    (การซ่อมแซม)

(e) to be repaired

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “To be worth  (คุ้มค่า, ควรค่า) + Verb + ing”  ทั้งนี้   มีคำคุณศัพท์  ๒  ตัว  ที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  คือ  “Worth”  (คุ้มค่า, ควรค่า)   และ “Busy”  (ยุ่งอยู่กับ)  ดังประโยคข้างล่าง

  • She was busy reading in the library. 

(เธอยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือในห้องสมุด)

  • They are busy preparing for the party.

(พวกเขายุ่งอยู่กับการเตรียมงานเลี้ยง)

  • Lots of things in this shop are worth buying.

(หลายสิ่งในร้านนี้ควรค่า (คุ้มค่า) ต่อการซื้อ)

  • These newspapers are not worth reading.

(หนังสือพิมพ์เหล่านี้ไม่ควรค่าต่อการอ่าน)

                                                       นอกจากนั้น  ยังมีอีก    วลี ที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  คือ  “It is no good”  (ไม่ดีที่จะ)  และ  “It is no use”  (ไม่มีประโยชน์ที่จะ)   เช่น

  • It’s no good crying like a baby.

(ไม่ดีเลยที่จะร้องไห้เหมือนเด็ก)

  • It’s no use talking to him.

(ไม่มีประโยชน์ที่จะคุยกับเขา)

 

3. When we want to dictate letters, we use a ______________________________ machine.

(เมื่อเราต้องการบอกให้ (ผู้อื่น) เขียนจดหมาย, เราใช้เครื่อง ________________________)

(a) dictations    (การบอกให้เขียนตามคำบอก, การออกคำสั่ง, การบงการ)  (เป็นคำ นาม)

(b) dictating    (บอกให้เขียนตามคำบอก)  (เป็น  “Gerund”  ขยายหน้านามเพื่อบอกให้รู้ว่า  นามนั้นมีไว้เพื่อทำสิ่งนั้น หรือกริยาตัวนั้น)

(c) dictate    (บอกให้เขียนตามคำบอก, ออกคำสั่ง, สั่ง, บงการ)  (เป็นคำกริยา)

(d) dictates

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเราใช้  “Gerund” (Verb + ing)  ประกอบหน้าคำนามคล้ายกับเป็นคำ คุณศัพท์  แต่มักนิยมใช้  “hyphen” (-) มาคั่นไว้ระหว่างคำ  (หรืออาจไม่มีเครื่องหมายนี้ก็ได้)   เช่น

  • a sleeping-room (ห้องนอน)  (แต่ถ้า “a sleeping dog” หมายถึง “หมาที่นอนอยู่”)  (ไม่ต้องมีเครื่องหมาย “hyphen” (-) คั่นกลาง)
  • a dancing-hall (ห้องเต้นรำ)  (แต่ถ้า “a dancing girl” หมายถึง “เด็กผู้ หญิงที่ (กำลัง) เต้นรำ”)
  • a dancing-teacher (ครูสอนเต้นรำ)  (แต่ถ้า “a dancing teacher”  ที่ไม่ต้องมีเครื่องหมาย (-) หมายถึง  “ครูที่ (กำลัง) เต้นรำ”
  • a reading-room (ห้องอ่านหนังสือ)  (แต่ถ้า “a reading boy”  หมายถึง“เด็กที่อ่านหนังสือ”)
  • a swimming-pool (สระว่ายน้ำ)  (แต่ถ้า “a swimming girl”  หมายถึง “เด็กหญิงที่ว่ายน้ำ”)
  • a walking-stick (ไม้เท้า -ไม้สำหรับเดิน)  (แต่ถ้า “a walking boy” หมายถึง “เด็กที่ (กำลัง) เดิน”)
  • drinking-water (น้ำสำหรับดื่ม)  (แต่ถ้า  “a drinking horse” หมายถึง “ม้าที่ดื่มน้ำ”)
  • a knitting-needle (เข็มถัก)  (แต่ถ้า “a knitting woman” หมายถึง “ผู้หญิง ที่ (กำลัง) ถัก”)
  • a cooking-utensil (เครื่องมือสำหรับทำครัว)  (แต่ “a cooking woman” หมายถึง  “ผู้หญิงที่ปรุงอาหาร”)
  • a killing-field (ทุ่งสำหรับสังหาร)  (แต่ “a killing man” หมายถึง  “ผู้ฆ่า, มือสังหาร”)
  • looking-glasses (แว่นตา)  (แต่ถ้า “a looking boy” หมายถึง  “เด็กที่ (กำลัง) มอง”)

หมายเหตุ   –    Verb + ing” (Gerund)  ขยายหน้าคำนาม  มีความหมายว่า  คำนามนั้นมีไว้เพื่อทำกริยานั้นๆ  เช่น  “a swimming-pool” (สระว่ายน้ำ)  แต่สำหรับ  “Verb + ing”  ในวงเล็บข้างหลังของประโยคข้างบน  ที่ขยายหน้าคำนาม  มีความหมายว่า  คำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ  ในกรณีนี้  เราเรียก “V. + ing”   นั้นว่า  “Present participle”  เช่น  “a drinking horse”  (ม้าที่ดื่มน้ำ)  (ไม่ต้องมีเครื่องหมาย (-)  คั่นกลาง)   ดูเพิ่มเติมตัวอย่างข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่ 

  • Cubes of ice form in the ____________________ compartment of the refrigerator.

(น้ำแข็งรูปลูกบาศก์ก่อตัวขึ้นในช่อง _______________________________ ของตู้เย็น)

(a) freeze    (ทำให้เย็นจนเป็นน้ำแข็ง)

(b) froze    (กริยาช่องที่  ๒  ของ  “Freeze”)

(c) frozen    (ถูกแช่แข็ง, เย็นจนเป็นน้ำแข็ง)  (กริยาช่องที่  ๓  ของ  “Freeze”)

(d) freezing    (ทำให้เย็นจนแข็ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   “Freezing”  (ทำให้เย็นจนแข็ง)  เป็นกริยาที่ทำหน้าที่แบบคำนาม  ซึ่งเรียกว่า  “Gerund”  ทำหน้าที่ขยายนาม  “Compartment”  (ช่องแช่  -  ในตู้เย็น)  เพื่อบอกว่าคำนามนั้น  (ช่องแช่)  มีไว้เพื่อทำกริยานั้น  (ทำให้เย็นจนแข็ง)  ในที่นี้  คือ  “ช่องแช่สำหรับทำให้ (อาหาร) เย็นจนแข็ง”  สำหรับคำอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน  ได้แก่  “Swimming pool”  (สระ (สำหรับ) ว่ายน้ำ),  “Drinking water”  (น้ำดื่ม),  “Dancing hall”  (โรงเต้นรำ),  “Walking stick”  (ไม้เท้า  -  ไม้สำหรับเดิน),  “Killing field”  (ทุ่งสังหาร  -  ทุ่งสำหรับประหารชีวิตคน),  “Running track”  (ลู่ (สำหรับ) วิ่ง),  “Cooking utensil”  (อุปกรณ์ (สำหรับ) ทำครัว),  “Looking glasses”  (แว่นตา  -  แว่นสำหรับมอง)  เป็นต้น

 

4. When I say she doesn’t know my address, I mean that she doesn’t know where __________.

(เมื่อผมพูดว่า  เธอไม่รู้ที่อยู่ของผม  ผมหมายความว่า  เธอไม่รู้ว่า _____________ อยู่ที่ไหน)

(a) do I live

(b) I live    (ผมอาศัย)

(c) live I

(d) am I living

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากข้อความ  “Where I live”   เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Know”  ดูเพิ่มเติม  “Noun clause”  จากประโยคข้าง ล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • If I had the money, I would pay ____________________________________ I owe.

(ถ้าผมมีเงิน  ผมจะจ่ายเงิน (คืน) __________________________________ ผมเป็นหนี้)

(a) that

(b) which

(c) what    (ในสิ่ง)

(d) you

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “What I owe”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “กรรม”  ของกริยา  “Pay”  และนำหน้าด้วย  “Question word”  (What)  

                                            ตัวอย่างที่  

A: I can write and read German.

(ผมสามารถเขียนและอ่านภาษาเยอรมันได้)

B: I would like to ask you _____________________________________ to study German.

(ผมอยากจะถามคุณ (ว่า) _______________________________ ศึกษาภาษาเยอรมัน)

(a) when did you begin

(b) began

(c) when you began    (เมื่อใดคุณเริ่ม)   (=คุณเริ่ม  -  ศึกษาภาษาเยอรมัน  -  เมื่อใด)

(d) when you will begin

ตอบ   -   ข้อ   (c)    เนื่องจากข้อความ   “when you began to study German” เป็น   “Noun clause”   ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา  “Ask”   (กรรมรอง  คือ  “You”)   โดยต้องเรียงในแบบประโยคบอกเล่า  คือ  “When + Subject + Verb + ส่วนขยาย Verb”  ตัวอย่างอื่นๆของ  “Noun clause”   ได้แก่

                                         ตัวอย่างที่  

  • My friend would not tell me ______________________________ for his new car.

(เพื่อนของผมจะไม่บอกผม (ว่า) __________________ สำหรับรถยนต์คันใหม่ของเขา)

(a) how much did he pay

(b) how much he paid    (เขาได้จ่ายเงินไปมากเท่าใด)

(c) how he paid much

(d) how he would pay very much

ตอบ  -  ข้อ   (b)  “how much he paid”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา   “Tell”  (กรรมรอง  คือ “Me” )

                                         ตัวอย่างที่  

  • I can’t do exactly ____________________________________________ you want.

(ผมไม่สามารถทำได้ตรงเป๊ะ หรือได้ตรงเผง ________________________ คุณต้องการ)

(a) like

(b) while

(c) what    (ในสิ่งที่)

(d) that

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “What you want”  (ในสิ่งที่คุณต้องการ)  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Do”  สำหรับประโยคข้างบน  อาจใช้   “As you want”  (ดังที่ หรือ ตามที่คุณต้องการ)  ก็ได้

                                              ตัวอย่างที่  

  • Did you hear ________________________________________ he said to his wife?

(คุณได้ยิน _________________________________ เขาพูดกับภรรยาของเขาหรือไม่)

(a) that

(b) what    (สิ่งที่, เรื่องที่)

(c) when

(d) (No word is needed.)  (ไม่ต้องการคำมาเติม)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “What he said to his wife”  เป็น  “Noun clause”   ทำหน้าที่เป็น   “กรรม”   ของกริยา  “Hear

                                               ตัวอย่างที่  

  • She was unable to tell us __________________ house she had gone into by mistake.

(เธอไม่สามารถบอกเรา (ว่า)  บ้านหลังใด _________________ เธอเข้าไปโดยเข้าใจผิด)

(a) what    (อะไร)
(b) where    (ที่ไหน)

(c) that

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เพราะได้ใจความดีที่สุด  และไม่สามารถใช้ข้อ  (c)  ได้  เนื่องจากข้อความ  “Which house she had gone into by mistake”  เป็น “Noun clause”  (ทำหน้าที่เป็น  “กรรมตรง” ของกริยา  “Tell”  โดยมี  “กรรมรอง”  คือ  “Us”)   จึงต้องขึ้นต้นด้วย   “Question word”(What, When, Where, Why, How, Which, etc.)

                                            ตัวอย่างที่  

  • I don’t think I’ll buy this dress; it is not ___________________________ I really want. 

(ผมไม่คิดว่าผมจะซื้อเสื้อผ้าชุดนี้  มันไม่ใช่ ___________________ ผมต้องการอย่างแท้จริง)

(a) what    (สิ่งที่)

(b) whatever    (อะไรก็ตาม)

(c) that    (ที่, ซึ่ง)

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

(e) whom    (ผู้ซึ่ง, ผู้ที่)  (ใช้เป็นกรรม)

ตอบ    -    ข้อ   (a)  เนื่องจาก  “what I really want”  เป็น “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น   “Complement”  (สิ่งที่มาช่วยทำให้สมบูรณ์)  ของ “Verb to be” (Is)

                                             ตัวอย่างที่  

  • Tell me __________________________________________________________.

(บอกผมซิว่า _______________________________________________________)

(a) what do you want?

(b) you want what

(c) what you want    (คุณต้องการอะไร)

(d) that what you want

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “What you want”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “กรรมตรง” ของกริยา  “Tell”  ทั้งนี้   “Noun clause”   มักขึ้นต้น  (นำหน้า)  ด้วย  “Question words” (what, when, where, why, how, how much, how many, how often, who, whom, that, whether, if – หรือไม่)  (โดยไม่ต้องมี  “That” อยู่ข้างหน้าคำเหล่านี้)  ทั้งนี้ โครงสร้างของ  “Noun clause”  คือ  “Question word + Subject + Verb”  (และต้องเรียงคำแบบประโยคบอกเล่า)   สำหรับ   “Noun clause”  ทำหน้าที่ดังนี้   คือ

                                             ๑. เป็นประธานของ  “Verb”  หรือประโยค  เช่น

  • What he wants is a new house.

(สิ่งที่เขาต้องการคือบ้านหลังใหม่)

  • How he did it surprised everyone.

(วิธีการที่เขาทำมัน – หรือ เขาทำมันอย่างไร – ทำให้ทุกคนประหลาดใจ)

  • Where he lives is not known.

(ที่ที่เขาอาศัยอยู่ – หรือ เขาอาศัยอยู่ที่ไหน – ไม่มีใครรู้)

  • Why he killed his wife is a mysterious thing.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเขาฆ่าภรรยา  - หรือ ทำไมเขาฆ่าภรรยา – เป็นเรื่องลึกลับ)

  • That he is a smart person is certain.

(ที่ว่าเขาเป็นคนฉลาดเป็นเรื่องแน่นอน)

  • Whether she will come or not is not my business.

(ไม่ว่าเธอจะมาหรือไม่ก็ตาม  ไม่ใช่ธุระของผม)

                                              ๒. เป็นกรรมของ  “Verb”  หรือประโยค  เช่น

  • I don’t know when he left.

(ผมไม่ทราบว่าเขาจากไปเมื่อใด)

  • She asked me where I lived.

(เธอถามผมว่าผมอาศัยอยู่ที่ไหน)

  • They did what they had promised.

(พวกเขาทำในสิ่งที่ได้ให้สัญญาไว้)

  • We believe that he is innocent.

(เราเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์)

  • She did not believe what he told her.

(เธอไม่เชื่อในสิ่งที่เขาบอกเธอ)

  • The police investigated how the bank was robbed.

(ตำรวจสืบสวนวิธีการที่ธนาคารถูกปล้น – หรือ ธนาคารถูกปล้นอย่างไร)

  • I don’t know whether (if) she is happy with her new workplace.

(ผมไม่รู้ว่าเธอมีความสุขกับสถานที่ทำงานแห่งใหม่ของเธอหรือไม่)

                                             ๓. เป็นกรรมของ  “Preposition”  เช่น

  • She is interested in what he says.

(เธอสนใจในสิ่งที่เขาพูด)

  • They believed in what the minister preached.

(พวกเขาศรัทธาในสิ่งที่บาทหลวงเทศน์)

  • We are surprised at how he could do it.

(เราประหลาดใจว่าเขาสามารถทำมันได้อย่างไร)

  • They were satisfied with what she had provided to them.

(พวกเขาพอใจในสิ่งที่เธอได้จัดหาให้กับพวกเขา)

                                             ๔. เป็น  “Complement”  (สิ่งที่มาช่วยเติมให้สมบูรณ์)  ของ “Verb to be”  เช่น

  • This is what I want.

(นี่คือสิ่งที่ผมต้องการ)

  • That was why he did it.

(นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงทำมัน)

  • Ten o’clock was when we started our trip.

(๑๐ โมงเป็นเวลาที่เราเริ่มการเดินทางของเรา)

                                             ๕. วางไว้ข้างหลังคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่แสดงความรู้สึก  (Sure, Confident,  Happy, Sorry, Grateful, Doubtful, Suspicious, Certain, Delighted,  Delightful,  Anxious,  Worried, etc.)  เช่น

  • I am sure that he will arrive here on time.

(ผมมั่นใจว่า  เขาจะมาถึงที่นี่ตรงเวลา)

  • He is sorry that he could not keep his words.

(เขาเสียใจว่า  เขาไม่สามารถรักษาคำพูดได้)

  • They are confident that they will get the job.

(พวกเขามั่นใจว่าพวกเขาจะได้งานทำ)

  • We are anxious that the plane will be delayed for a few hours.

(เราวิตกกังวลว่า  เครื่องบินจะล่าช้าไป ๒ - ๓ ชั่วโมง)

                                             ๖. ใช้แทนคำนาม  (Noun)  ที่มาข้างหน้ามัน  เช่น

  • The fact that he graduated with first-class honor is known to all.

 (ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ  ๑  เป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  (“The fact”  คือ  “that he graduated with first-class honor”  ดังนั้น“that he graduated with first-class honor”  จึงเป็น  “Noun clause”)  อย่างไรก็ตาม  ในประโยค  “The fact that (which) he told me is known to all.” (ข้อเท็จจริงซึ่งเขาบอกผมเป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  The fact”  ไม่ใช่ “that (หรือ which) he told me”  แต่เป็นสิ่งอื่นต่างหาก  ดังนั้น  “that (which) he told me”   จึงเป็น“Adjective clause”   มาขยาย    “the fact

  • The belief that all men are born equal is not held by everyone.

(ความเชื่อที่ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน   มิได้ยึดถือ (ยอมรับ) กันโดยทุกคน)   (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause”  เนื่องจาก  “The belief”  คือ  “that all men are born equal”  ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกัน)

  • The notion that wealthy men are always happy is rejected by many people. 

(ความคิดที่ว่าคนที่ร่ำรวยมีความสุขเสมอ  ถูกปฏิเสธโดยคนจำนวนมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause”  เนื่องจาก  “The notion”  คือสิ่งเดียวกับ   “that wealthy men are always happy”)

หมายเหตุ   –   จากตัวอย่างข้างบน   ถ้าเป็น  “Noun clause”  จะใช้  “That”  (ที่ว่า) นำหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  (ไม่ใช้ “Which”)  และ  “That”  จะไม่ทำหน้าที่ประธาน หรือกรรม  แต่ถ้าเป็น   “Adjective clause”  จะใช้   “That”  หรือ  “Which”  ก็ได้    (และแปลว่า  “ที่”  หรือ  “ซึ่ง”)  และมันจะทำหน้าที่ประธาน หรือกรรมของอนุประโยค  (Adjective clause)  อย่างใดอย่างหนึ่ง  เช่น

  • The book which (that) is on the table is mine.

(หนังสือซึ่งอยู่บนโต๊ะเป็นของผม)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น   “Adjective clause”  ขยาย  “The book”  โดย “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นประธานของ  Clause

  • The book which (that) you gave me is very interesting.

(หนังสือซึ่งคุณให้ผมน่าสนใจอย่างมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Adjective clause”  ขยาย   “The book”   โดย  “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของ  “Clause”  ส่วน  “me”  เป็นกรรมรอง)

 

5. ________________________ by transferring the fault to others is often called scapegoating.

(_______________ โดยการถ่ายโอนความผิดไปให้บุคคลอื่น  มักถูกเรียกอยู่บ่อยๆ ว่า  “การหาแพะรับบาป”)

(a) To eliminating problems

(b) Eliminating problems    (การขจัดปัญหาต่างๆ)

(c) Problems eliminating

(d) To be eliminated problems

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจาก  “Eliminating”  (การขจัด, การกำจัด, การขับไล่, การทำลาย, การลบทิ้ง)  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  ซึ่งอยู่ในรูป  “Gerund” (Verb + ing)  โดยมี  “Problems”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยาตัวนี้  ซึ่งกลายมาเป็นคำนาม  (จัดเป็น  “Non-Finite Verb” ประเภทหนึ่ง  คือ  มีรูปเป็นคำกริยา  แต่มิได้ทำหน้าที่เป็นกริยาของประโยค  กลับมาทำหน้าที่แบบคำนาม  โดยเป็นประธานของประโยคทั้งนี้  กริยาของประโยคข้างบน  คือ  “Is called”  (ถูกเรียกว่า)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Gerund”  (Verb + ing)  หรือ  “Infinitive with to”  (To + Verb 1) มาทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่ 

  • She told me she looked sleepy because _____________ ten hours a day in the hospital was quite tiring.

(เธอบอกผมว่าเธอมีอาการง่วงนอน  เพราะว่า _____________ ๑๐  ชั่วโมงใน   วันในโรงพยาบาล  น่าเหน็ดเหนื่อยมาก)

(a) in working

(b) by working

(c) work

(d) working    (การทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นประธานของประโยคย่อย  “Because working ten hours a day in the hospital was quite tiring”  โดยมี   “Ten hours a day in the hospital”  เป็นส่วนขยายประธาน  และมี  “Was”  เป็นกริยา  และ  “Quite tiring”  เป็น  “Complement”  ของ  “Verb to be”  (Was)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่ 

  • Refrigerating meats ________________________________ the spread of bacteria.

(การแช่เย็นเนื้อ _______________________________ การแพร่กระจายของแบคทีเรีย)

(a) is retarded

(b) retards    (ขัดขวาง, ทำให้ช้า, หน่วงเหนี่ยว)

(c) to retard

(d) retarding

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Refrigerating” (การแช่เย็น)  เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Meats”  ขยายประธาน (เป็นกรรมของประธาน)  และมี  “Retards”  เป็นกริยาของประโยค   ซึ่งต้องเติม  “S”  เนื่องจาก  “Refrigerating”  (Gerund)  ถือเป็นคำนามเอกพจน์  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากประโยคข้างล่าง

  • Swimming is a good exercise.

(= To swim is a good exercise.)

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

  • Playing badminton is his favorite hobby.

(= To play badminton is his favorite hobby.)

(การเล่นแบดมินตันเป็นงานอดิเรกที่โปรดปรานของเขา)

  • Working in cool weather is pleasure.

(= To work in cool weather is pleasure.)

(การทำงานในอากาศที่เย็นเป็นความรื่นรมย์)

  • Breathing is indispensable to all living things.

(= To breathe is indispensable to all living things.)

(การหายใจเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด)

  • Sleeping is necessary to health.

(= To sleep is necessary to health.)

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

  • Walking for three hours makes him tired.

(= To walk for three hours makes him tired.)

(การเดินเป็นเวลา  ๓  ชั่วโมงทำให้เขาเหนื่อย)

  • Fishing in the river gave them much relaxation.

(= To fish in the river gave them much relaxation.)

(การตกปลาในแม่น้ำให้ความผ่อนคลายกับพวกเขาอย่างมาก)

 

6. Technology will play a key role in ______________________________ future life-styles.

(เทคโนโลยีจะแสดงบทบาทสำคัญใน _______________ วิถีทางการดำเนินชีวิตในอนาคต)

(a) to shape

(b) having shaped

(c) shaping    (หล่อหลอม, ก่อร่าง, ทำให้เป็นรูปร่างขึ้นมา)

(d) being shaped

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากหลัง  “Preposition”  (In)  ต้องตามด้วยคำนาม หรือ  “Verb + ing”  (Gerund)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • She is good at swimming and playing badminton.

(เธอว่ายน้ำและเล่นแบดมินตันได้เก่ง)

  • The device is for cutting paper.

(เครื่องมือนี้สำหรับตัดกระดาษ)

  • He is fond of watching TV late at night.

(เขาชอบดูทีวีรอบดึก)

  • Before leaving I didn’t forget to lock the door.

(ก่อนออกไป  ผมไม่ลืมที่จะล๊อกประตู)

  • They left without saying goodbye.

(พวกเขาจากไปโดยไม่กล่าวคำอำลา)

  • On coming here, they saw a terrible accident.

(ขณะมาที่นี่  พวกเขาเห็นอุบัติเหตุสยอง)

 

7. Because of the man’s health, _______________________________________________.

(เนื่องมาจากสุขภาพของชายผู้นั้น, ________________________________________)

(a) the doctor’s advice was him losing weight

(b) he was advised by the doctor to lose weight    (เขาได้รับการแนะนำโดยแพทย์ให้ลดน้ำหนัก)

(c) losing weight was advised him by the doctor

(d) to lose weight was what the doctor advised

 

8. Roaming in immense herds that tore up the prairies, ____________________________.

(ท่องเที่ยวไปเป็นฝูงขนาดใหญ่มากซึ่งทำให้ทุ่งหญ้าแหลกลาญ, _____________________)

(a) hunters could easily track buffaloes    (นักล่าสามารถตามรอยเหล่าควายได้อย่างง่ายดาย)

(b) hunters killed buffaloes for their food    (นักล่าฆ่าควายเพื่อเป็นอาหารของตน)

(c) tourists could see hunters prey on buffaloes    (นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นนักล่าจับควายกินเป็นอาหาร)

(d) buffaloes could be easily tracked by hunters    (เหล่าควายสามารถถูกตามรอย (ติดตาม) ได้อย่างง่ายดายโดยนักล่า)  (เช่น สิงโต หรือสัตว์กินเนื้ออื่นๆ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “ควาย”  เป็นผู้ทำกริยา  “ท่องเที่ยวไปเป็นฝูงขนาดใหญ่ฯ”  มิใช่  “นักล่า”  หรือ  “นักท่องเที่ยว”  ที่เป็นผู้ทำกริยานี้  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประ  โยคข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่ 

  • Entering the room, __________________________________________________.

(เข้ามาในห้อง, ______________________________________________________)

(a) Professor Collins was greeted with their smile

(b) a smile was given to the class

(c) what was greeting the students was Professor Collins’s smile.

(d) Professor Collins greeted his students with a smile    (อาจารย์คอลลินส์ทักทายนักเรียนด้วยการยิ้ม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากวลีที่ขึ้นต้นประโยคอยู่ในรูป  “Verb + ing”  (Present participle)  ดังนั้น  ประธานของประโยคที่อยู่ข้างหลังเครื่องหมายคอมมาจึงต้องสามารถทำกริยา (Entering)  ตัวนั้นได้  จึงต้องตัด ข้อ  (b)  และ  (c)  ทิ้งไป  (เพราะทำกริยา  “เข้ามาฯ”  ไม่ได้)  จึงเหลือ ข้อ  (a)  และ  (d)  (อาจารย์คอลลินส์สามารถทำกริยา  “เข้ามาฯ ได้)  แต่เลือก  ข้อ  (d)  เพราะใจ ความดีกว่า  และชัดเจนกว่า  (บอกชัดเจนว่าอาจารย์ทักทายนักเรียนด้วยการยิ้ม)  ส่วน ข้อ  (a)  ใจความไม่ชัดเจนว่าเป็นการยิ้มของใคร  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                               ตัวอย่างที่ 

  • Walking along the road, ___________________________________ at the college.

(ขณะที่เดินไปตามถนน, ______________________________ สมัยเรียนมหาวิทยาลัย)

(a) my old friend was seen by me    (เพื่อนเก่าถูกเห็นโดยผม)

(b) I saw my old friend    (ผมพบเพื่อนเก่า)

(c) a taxi hit my old friend    (รถแท็กซี่ชนเพื่อนเก่าของผม)

(d) a dog bit me    (สุนัขกัดผม)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากประธานของประโยค  (I)  เป็นผู้ทำกริยา “เดิน”  สำหรับ  ข้อ  (a)  ใช้ไม่ได้  เพราะแม้ว่า  “เพื่อนเก่า”  จะสามารถทำกริยา  “เดิน”  ได้ก็ตาม  แต่ข้อความในส่วนหลังผิดจากความเป็นจริง  เพราะบอกว่า  “เพื่อนเก่าถูกเห็นฯ สมัยเรียนมหาวิทยาลัย  หรือ ถูกเห็นที่มหาวิทยาลัย”  ซึ่งมิใช่ความหมายที่ผู้พูดต้องการจะสื่อ  สำหรับ  ข้อ  (c)  และ  (d)  ใช้ไม่ได้เลย  เนื่องจากหมายความว่า  “รถแท็กซี่ หรือ สุนัข เดินไปตามถนน”  (รถฯ ทำกริยาเดินไม่ได้  และสุนัขก็ไม่สามารถทำทั้งกริยา “เดิน”  และ  “กัดผม” ที่มหาวิทยาลัยในเวลาเดียวกันได้)  จงดูเปรียบเทียบประโยคที่ถูกและผิดจากข้างล่าง  (ประโยคที่ถูกต้อง  คือ  ประธานฯ ที่อยู่หลังเครื่องหมายคอมมา  ต้องสามารถทำกริยา  (Verb + ing)  ที่ขึ้นต้นประโยคได้)

ถูก  : Sitting in a chair, he saw a dog come to him.

(ขณะที่เขานั่งอยู่ในเก้าอี้  เขาเห็นสุนัขมาหาเขา)  (ประโยคนี้ถูก  เพราะผู้ทำกริยา  “Sitting”  คือ  “He)

ผิด  : Sitting in a chair, a dog came to him.

(ขณะที่สุนัขนั่งอยู่ในเก้าอี้  สุนัขมาหาเขา)  (ประโยคนี้ผิดหลักความเป็นจริง  เพราะสุนัขจะนั่งอยู่ในเก้าอี้  และมาหาเขาในเวลาเดียวกันไม่ได้)

ถูก  : Crossing the street, she was hit by a car.

(ขณะที่เธอข้ามถนน  เธอถูกชนโดยรถยนต์)  (ประโยคนี้ถูก  เพราะผู้ทำกริยา  “Crossing”  คือ  “She)

ผิด  : Crossing the street, a car hit her.

(ขณะที่รถยนต์ข้ามถนน  รถยนต์ชนเธอ)  (ประโยคนี้ผิดหลักความเป็นจริง  เพราะรถยนต์ไม่สามารถทำกริยา  “ข้ามถนน”  ได้)

(ที่ถูกต้องแก้เป็น  Going at full speed, a car hit her (รถวิ่งห้อมาเต็มเหยียด  รถชนเธอ)  (รถเป็นผู้ทำกริยา  “วิ่งห้อมาเต็มเหยียด”)

ถูก  : Going down the road, I saw many houses decorated with flags.

(ขณะที่ผมไปตามถนน  ผมเห็นบ้านเรือนมากมายประดับประดาไปด้วยธง)  (ประโยคนี้ถูก  เพราะผู้ทำกริยา  “Going”  คือ  “I”)

ผิด  : Going down the road, there were many houses decorated with flags.

(ขณะไปตามถนน  มีบ้านเรือนมากมายประดับประดาไปด้วยธง)  (ประโยคนี้ผิดหลักความเป็นจริง  เพราะ  “มี”  ไม่สามารถทำกริยา  “ไปตามถนน”  ได้)

ถูก  : Beating the second time, they killed the snake.

(ขณะที่พวกเขาตีงูเป็นครั้งที่  ๒  พวกเขาฆ่างู  -  ทำให้งูตาย)  (ประโยคนี้ถูก  เพราะผู้ทำกริยา  “Beating”  คือ  “They)

ผิด  : Beating the second time, the snake was killed by them.

(ขณะที่งูตีเป็นครั้งที่  ๒  งูถูกฆ่าโดยพวกเขา)  (ประโยคนี้ผิดหลักความเป็นจริง  เพราะ  “งู”  ไม่สามารถทำกริยา  “ตี”  ได้)

(ที่ถูกต้องแก้เป็น  Beaten the second time, the snake was killed by them.”  (ถูกตีเป็นครั้งที่  ๒  งูถูกฆ่าโดยพวกเขา)  (งูเป็นผู้ถูกตี)

                                                      ดูเพิ่มเติมโครงสร้างข้างต้นจากประโยคข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่ 

  • Going at full speed, _________________________________________________.

(วิ่งห้อเต็มเหยียด, ____________________________________________________)

(a) a little girl hit the car    (เด็กหญิงตัวเล็กๆชนรถ)

(b) a little girl was hit by the car    (เด็กหญิงตัวเล็กๆถูกรถชน)

(c) the car hit a little girl    (รถคันนั้นชนเด็กหญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง)

(d) the car was hit by a little girl    (รถคันนั้นถูกเด็กหญิงตัวเล็กๆชน)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ต้องดูว่าการ  “วิ่งห้อเต็มเหยียด”  เป็นกริยาของรถ  จึงตัด ข้อ  (a)  และ  (b)  ทิ้งไป  และเลือกข้อ   (c)  เพราะ  “รถชนเด็ก”  ไม่ใช่  ข้อ  (d)  “รถถูกเด็กชน”   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่  

  • Searching in the library, I came ___________________ an old forgotten manuscript.

(ค้นคว้าในห้องสมุด  ผม __________________________ ต้นฉบับเก่าแก่ที่ถูกลืมไปแล้ว)

(a) off

(b) without

(c) over

(d) across   (Come across  =  พบหรือเจอโดยบังเอิญ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   และดูโครงสร้างกริยา   “Verb + ing”  (Present participle)   ขึ้นต้นวลีและอยู่หน้าประโยค  โดยขยายประธานฯ ที่อยู่ในประโยค  (หลังเครื่องหมายคอมม่า)  เพื่อบอกว่า  ประธานฯเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ  คือ  แสดงการเป็นผู้กระทำ  (Active voice)  จากประโยคข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่  

  • While traveling through the Rocky Mountains, _____________________________.

(ในขณะเดินทางผ่านเทือกเขาร็อกกี้  ________________________________________)

(a) the breath-taking scenes attracted the travelers    (ทัศนียภาพที่น่ากลัวมาก  ทำให้นักเดินทางหลงเสน่ห์)

(b) the scenes attracted the travelers deeply    (ทัศนียภาพทำให้นักเดินทางหลงเสน่ห์อย่างลึกล้ำ)

(c) the travelers attracted the scenes    (นักเดินทางทำให้ทัศนียภาพหลงเสน่ห์)

(d) the travelers were awed by the breath-taking scenes    (นักเดิน ทางรู้สึกกลัว-เกรงขาม-หวาดเสียว  จากภาพภูมิประเทศ (ทัศนียภาพ)  ที่น่ากลัวมาก-น่าตื่นเต้นยินดีมาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  การใช้วลี   “While traveling” หรือ  “Traveling” (Present participle)  ขึ้นต้นประโยค  โดยมีประธานฯ อยู่ข้างในประโยค (หลังเครื่องหมายคอมม่า)   เพื่อต้องการแสดงว่า  ประธานฯ เป็นผู้ทำกริยาที่อยู่ข้างหน้าประโยคนั้น   ซึ่งในประโยคข้างบน  คือ  “Traveling” (เดินทาง)  ซึ่งประธานฯ จะต้องเป็นสิ่งมีชีวิต  (คนหรือสัตว์)  เท่านั้น  จึงจะทำกริยานี้ได้  ดังนั้น  จึงต้องตัด ข้อ (a) และ (b) ทิ้งไป  เนื่องจากมีประธานฯ  คือ  “Scenes” (ทัศนียภาพ) ซึ่งไม่สามารถทำกริยา  “เดินทาง”  ได้  สำหรับข้อ   (c)  ผิดความหมาย   เพราะกล่าวว่า  “นักเดินทางทำให้ทัศนียภาพหลงเสน่ห์”  ซึ่งความจริงกลับกัน   คือ   “นักเดินทางหลงเสน่ห์ในทัศนียภาพ”  (the travelers were attracted by the scenes)

                                            ตัวอย่างที่  

  • ______________ how the engine worked, Peter began to study books that told about the techniques used.

(_________________ ว่าเครื่องจักรทำงานอย่างไร  ปีเตอร์เริ่มศึกษาหนังสือ  ซึ่งบอกเกี่ยวกับเทคนิคต่างๆ ที่ถูกใช้  –  ในเครื่องจักร)

(a) Wonder

(b) Wondered

(c) To wonder

(d) Wondering     (รู้สึกประหลาดใจ-สงสัย)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจากประธานของประโยค  (Peter)  เป็นผู้ทำกริยา  “รู้สึกประหลาดใจ-สงสัย”   คำกริยาที่นำหน้าวลี   ขยายความ  “ปีเตอร์”  จึงต้องอยู่ในรูป  “Verb + ing”  (Present participle)  แสดง  “Active voice”  ว่าปีเตอร์เป็นผู้ทำกริยา

                                          ทั้งนี้  เมื่อประธานซึ่งอยู่ข้างในประโยค   (หลังคอมม่า)   เป็นผู้กระทำกริยา (Active voice)  จะต้องนำหน้าประโยคด้วย  “Verb + ing” (Present participle)  ดังตัวอย่าง  เช่น

  • Walking along the road, he met his old friend.

(เดินไปตามถนน  เขาพบเพื่อนเก่าของเขา) (เขาเป็นผู้ทำกริยา “เดิน”)

  • Seeing her teacher, Jane went to greet him.

(เห็นครูของเธอ  เจนเข้าไปทักทายเขา) (เจนเป็นผู้ทำกริยา “เห็น”)

  • Looking out of the window, we could see beautiful scenery.

(มองออกไปนอกหน้าต่าง  เราสามารถเห็นทัศนียภาพที่สวยงาม) (เราเป็นผู้ทำกริยา “มอง”)

  • Hoping to be there in time, Kim started early in the morning.

(หวังว่าจะไปที่นั่นให้ทันเวลา  คิมเริ่มออกเดินทางแต่เช้าตรู่)  (คิมเป็นผู้ทำกริยา “หวัง”)

                                              สำหรับ  Present participle” (Verb + ing)  ถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง  จึงสามารถใช้ขยายคำนามได้เหมือนกับคำคุณศัพท์ทั่วๆไป  (โดยอาจอยู่หน้าหรือหลังคำนามที่มันขยาย)   เพื่อที่จะบอกว่า  คำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ   (แสดง  “Active voice”)   เช่น

  • Working men are constructing a bridge.

(คนทำงานกำลังก่อสร้างสะพาน)

  • Drinking horses were seen near the bank of the river.

(ม้าที่ดื่มน้ำถูกมองเห็นใกล้ตลิ่งของแม่น้ำ)

  • The mother took good care of her sleeping baby.

(แม่ดูแลทารกที่นอนหลับเป็นอย่างดี)

  • The audience appreciated the good works of the producing team.

(ผู้ชมยกย่อง-ชื่นชมผลงานที่ดีของทีมผู้สร้าง – ภาพยนตร์)

  • The people working in the office are my colleagues.

(ผู้คนที่ทำงานในสำนักงาน  คือเพื่อนร่วมงานของผม)

  • The woman walking across the street is my sister.

(ผู้หญิงที่เดินข้ามถนนเป็นน้องสาวของผม)

  • The man living next door is a bank manager.

(ชายที่อาศัยอยู่บ้านหลังถัดไปเป็นผู้จัดการธนาคาร)

  • The children playing in the field are my neighbors’ kids.

(เด็กๆที่เล่นอยู่ในสนามเป็นลูกของเพื่อนบ้านของผม)

                                                      สำหรับในกรณีที่ประธานของประโยค  (หลังเครื่องหมายคอมมา)  เป็นผู้ถูกกระทำ  (Passive voice)  กริยาที่นำหน้าวลีซึ่งขึ้นต้นประโยค  (ทำหน้าที่ขยายประธาน)  จะต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (Past participle)  ดังตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • ____________ in all parts of the state, pines are the most common trees in Georgia.

(_______________ ในทุกส่วนของรัฐ  ต้นสนเป็นต้นไม้ธรรมดา-สามัญที่สุดในรัฐจอร์เจีย  -  ของสหรัฐฯ)  (คือ  ต้นสนมีอยู่ในทุกส่วนของรัฐ)

(a) They are found

(b) Found    (ถูกพบ)

(c) Finding them

(d) To find them

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (Passive voice)  เพราะว่าประธานของประโยค  (ต้นสน)  เป็นผู้ถูกกระทำ  (ถูกพบ)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากข้าง ล่าง

                                            ตัวอย่างที่ 

  • ______________________________________________ by the tiger, he ran away.

(_________________________________________________ โดยเสือ   เขาวิ่งหนีไป)

(a) Seeing    (เห็น)

(b) To see

(c) Seen    (ถูกเห็น)

(d) Having seen

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค   (He)  เป็นผู้ถูกเห็นโดยเสือ  กริยาข้างหน้าประโยคจึงต้องเป็นกริยาช่อง    (Past participle)  เพื่อแสดงการถูกกระทำ (Passive voice)

                                            ตัวอย่างที่  

  • ___________________ in wine, snails are a great luxury in various parts of the world. 

(_________________ ในไวน์  หอยทากเป็นอาหารราคาแพงอย่างมากในหลายๆส่วนของโลก)

(a) To cook

(b) Cooking    (ปรุง)

(c) Cooked    (ถูกปรุง)

(d) Cook

ตอบ   -    ข้อ   (c)   เนื่องจากประธานของประโยค คือ  “Snails”  ซึ่งถูกปรุงในไวน์  (Cooked)  หรือเป็นผู้   “ถูกกระทำ”   จึงต้องอยู่ในรูปกริยาช่องที่    (แสดง “Passive voice)

 

9. Chickens have been domesticated for many centuries _____________ commercially for their meat and eggs.

(ไก่ได้ถูกทำให้เชื่องมาเป็นเวลาหลายศตวรรษแล้ว ________________ ในเชิงพาณิชย์เพื่อเนื้อและไข่ของมัน)

(a) if raised    ()

(b) and are raised    (และถูกเลี้ยง)

(c) as raised as

(d) what are raised

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นคำเชื่อม  (Conjunction)  “And”  และกริยาตัวที่    ในแบบ  “Passive voice”  (ถูกกระทำ  คือ  “ถูกเลี้ยง”)  (Are raised)  ของประโยค  ทั้งนี้  กริยาตัวแรก  คือ   Have been domesticated

 

10. If you wish to speak with the director, you should _______________ an appointment first.

(ถ้าคุณปรารถนาจะพูดกับผู้อำนวยการ  คุณควรจะ ____________________ นัดหมายก่อน)

(a) will make

(b) made

(c) making

(d) make    (ทำการ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)   เพราะกริยาที่ตามหลัง   “Should”  จะต้องเป็น  “Verb”   ช่องที่   1   และไม่มี   “To”  นำหน้า  (Should + Verb 1)

 

11. We ____________________ finish this work soon because the deadline is approaching.

(เรา __________________ ทำงานนี้ให้เสร็จโดยเร็ว   เพราะว่าเส้นตายกำลังใกล้เข้ามาแล้ว)

(a) have

(b) will have

(c) had to    (จำเป็นต้อง)  (ความหมายเป็นอดีต)

(d) have to    (จำเป็นต้อง)  (ใช้ในความหมายปัจจุบัน  หรือ อนาคต)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ใช้  “Have to”  นรูปปัจจุบัน  (Present simple tense)  เพราะ   “Clause”  ที่ตามหลัง   “Because”   เป็น  “Present continuous tense” (Is approaching)  จึงต้องใช้   “Tense”  ให้สอดคล้องกัน คือ  “Present simple”   กับ   “Present continuous”  ส่วนข้อ  (c)  ผิดเพราะเป็น  “Past tense”  (เหตุการณ์ในอดีต)  สำหรับข้อ  (a)  และ ( b)  ผิดเพราะหลัง  “Verb”  Have  ต้องตามด้วย  “Verb” ช่องที่ 3  (Have finished)  เสมอ

 

12. The artist ____________ paintings are on the walls of the office building has won several awards for her work.

(ศิลปิน ______________ ภาพเขียน (ของเธอ) อยู่บนฝาผนังของอาคารสำนักงาน   ได้ชนะรางวัลมากมายสำหรับงานของเธอ)

(a) who

(b) whose    (ผู้ซึ่ง ...................(ภาพเขียน).................... ของเธอ)

(c) whom

(d) which

ตอบ   –    ข้อ   (b)   เนื่องจากแสดงความเป็นเจ้าของภาพ

 

13. _______________ of the committee members voted against the new construction project.

( _______ สมาชิกคนใดของคณะกรรมการ   ลงคะแนนคัดค้านโครง การก่อสร้างโครงการใหม่)

(a) someone

(b) anybody

(c) None    (ไม่มี)

(d) Any

ตอบ    –    ข้อ   (c)   แต่ถ้าต้องการจะบอกว่า   “สมาชิกบางคน”  จะต้องใช้ว่า  “Some of the…….........…

 

14. _____________ Air and Space Museum has the highest attendance record of all the museums in the world.

( ________________ พิพิธภัณฑ์ทางอากาศและอวกาศ   มีประวัติการเข้าชมสูงที่สุดในบรรดาพิพิธภัณฑ์ทั้งหมดในโลก)

(a) A

(b) An

(c) The

(d)  -

ตอบ   –   ข้อ    (c)   ชื่อพิพิธภัณฑ์  ต้องนำด้วย  Article  “The” นอกจากนั้น   ยังใช้  Article  “The”  กับ เทือกเขา  แม่น้ำ  หมู่เกาะ  ชื่อประเทศที่มีคำ  “Union” “United”  “Republic”  ชื่อประเทศและชื่อสถานที่ทางภูมิศาสตร์ที่เป็นรูปพหูพจน์  (Philippines, Alps)   มหาสมุทร  ทะเล  คลอง  คาบสมุทร  อ่าว  ช่องแคบ  กลุ่มทะเลสาบ  ทะเลทราย  เทือกเขา  แหลม  ขั้วโลก  ภาค  นามที่มีเพียงสิ่งเดียว  เส้นศูนย์สูตร  อุโมงค์  ห้องสมุด  และพิพิธภัณฑ์   เช่น

  • the United States of America    (ประเทศสหรัฐฯ)
  • the China’s People Democratic Republic    (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน)
  • the Atlantic   (มหาสมุทรแอตลันติค)
  • the Pacific Ocean, the Indian Ocean
  • the Danube    (แม่น้ำดานูบ)
  • the Chao Praya River    (แม่น้ำเจ้าพระยา)
  • the Thames   (แม่น้ำเทมส์)
  • the Panama Canal, the Suez Canal   (คลองปานามา – สุเอซ)
  • the Red Sea, the Mediterranean    (ทะเลแดง –เมดิเตอร์เรเนียน)
  • the East Indies    (หมู่เกาะอินเดียตะวันออก)
  • the Indo-China Peninsula    (คาบสมุทรอินโดจีน)
  • the Scandinavian Peninsula    (คาบสมุทรสแกนดิเนเวีย)
  • the Gulf of Thailand, the Persian Gulf    (อ่าวไทย – เปอร์เซีย)
  • the Bering Strait, the British Strait    (ช่องแคบเบอริ่ง– อังกฤษ)
  • the Geneva Lake    (ทะเลสาบเจนีวา)
  • the Kobe Desert, the Sahara Desert    (ทะเลทรายโกบี – ซาฮารา)
  • the Cape of Good Hope    (แหลมกู๊ดโฮพ)
  • the Rockies, the Alps    (เทือกเขาร็อคกี้ –แอลป์ส)
  • the North Pole, the South Pole    (ขั้วโลกเหนือ – ใต้)
  • the Equator     (เส้นศูนย์สูตร)
  • the North, the South    (ขั้วโลกเหนือ – ใต้)
  • the moon, the sun, the earth, the world, the universe, the sky
  • the Central Library    (หอสมุดกลาง)
  • the Thai National Museum     (พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติไทย)

 

15. Peter eats ________________________________________________ of all his friends.

(ปีเตอร์กิน ____________________________________ ในบรรดาเพื่อนทั้งหมดของเขา)

(a) most slowly

(b) the most slowly    (อย่างเชื่องช้าที่สุด)

 (c) more slowly

 (d) as slowly as

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ   “ขั้นสุด”  (Superlative)   จึงต้องใช้  “The most”  นำหน้า  “Slowly”   (เป็นการเปรียบเทียบตั้งแต่     คนขึ้นไป)

 

 16. ______________________________________________ help you with your luggage?

(_____________________________ ช่วยเหลือคุณยกสัมภาระ (หีบห่อ) ของคุณไหมครับ) 

(a) Can I    (ใช้เมื่อเป็นการขออนุญาตผู้อื่น  ทำอะไรบางอย่าง)   

(b) Am I able to    (=  Can I  -  แต่ไม่ใช้รูปนี้)

(c) Shall I    (จะให้ผม)   (ใช้เมื่อเป็นการเสนอตัวช่วยเหลือผู้อื่น)

(d) Do you want me

ตอบ   -   ข้อ   (c)  สำหรับ ข้อ   (a)  ใช้ในประโยค  เช่น   “Can I use your car?”  (ผมขอใช้รถของคุณได้ไหม)  หรือ  “Can I go into the room?”  (ผมขอเข้าไปในห้องได้ไหม)  ส่วน ข้อ   (d)  ต้องใช้เป็น  “Do you want me to help you……........…..?”  (คุณต้องการให้ผมช่วยยก.....................)

 

17. It’s always difficult for me to pick __________________________ a present for my wife. 

(มันยากเสมอสำหรับผมที่จะ _______________________ ของขวัญสำหรับภรรยาของผม)

(a) up    (“Pick up”  =  เด็ด (ดอกไม้), หยิบ (ของ) ขึ้นมาจากพื้น, ไปรับคน เช่นที่สนามบิน-สถานีรถไฟ)

(b) out    (“Pick out  =  เลือก)

(c) away

(d) for

(e) at

 

18. Have you ever had your voice _______________________________________________?

(คุณเคย ________________ เสียงของคุณหรือไม่)   (แปลตรงๆ คือ  คุณเคยให้เสียงของคุณถูกบันทึกหรือไม่)

(a) record

(b) to record

(c) recorded    (บันทึกเสียง)

(d) recording

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เป็น    “Causative use”  คือ  “ประธานฯ ใช้ให้ใครทำอะไร”  (Active voice)   หรือ  “ประธานฯ ใช้ให้อะไรถูกทำ  -  โดยใคร)  (Passive voice)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                      ตัวอย่างที่  

  • _____________________________________________ your hair cut yesterday?

(_________________________ ตัดผมเมื่อวานนี้  ใช่หรือไม่)  (คือ ให้ช่างฯ ตัดผมให้)

(a) Had you

(b) You had

(c) Have you had

(d) Did you have    (คุณ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Have”  เมื่อใช้  ในโครงสร้าง   “Causative use”  คือ  “ประธานฯ ใช้ให้ใครทำอะไร”  หรือ  “ประธานใช้ให้อะไรถูกทำโดยใคร”  จะถือว่า  “Have”  เป็นกริยาธรรมดาตัวหนึ่ง  ดังนั้น  เมื่อจะทำเป็นประโยคคำถาม หรือ ปฏิเสธ  จึงต้องใช้   “Verb to do” (Do, Does, Did)  ช่วยเสมอ      

                                             ตัวอย่างที่                

  • What would you ________________________________________ me do for you?

(คุณจะ _________________________________________ ให้ผมทำอะไรให้คุณครับ)

(a) want

(b) hope

(c) wish

(d) have

ตอบ   -   ข้อ    (d)  เนื่องจากเป็น  “Causative use”  (ประธานฯ ใช้ให้ใครทำอะไร)  (Subject + Have + Someone + Do + Something)  สำหรับ  “Want”  และ  “Wish”  จะต้องใช้โครงสร้างเป็น  “What would you want (wish) me to do?”

                                           ตัวอย่างที่  

  • Today if I finish my shopping early enough, I may go and ___________________.

(วันนี้  ถ้าผมไปช้อปปิ้งเสร็จแต่เนิ่นๆพอ  ผมอาจจะไป  และ ______________________)

(a) to have my hair done

(b) have my hair do

(c) have my hair done    (ทำผม)  (ให้ช่างทำผม)

(d) will have my hair done

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ต้องใช้  “Have”  เพราะถือว่าอยู่หลัง  “May”  เหมือนกับ “Go”  และดูคำอธิบายการใช้  “I have my hair done.”  จากประโยคข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่  

  • He had the cook _____________________________________________ some tea.

(เขาใช้ให้พ่อครัว _______________________________________________ น้ำชา)

(a) make    (ชง)

(b) making

(c) made

(d) did

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Have + Someone + Do + Something

                                             ตัวอย่างที่  

  • Please have the porter _________________________ these boxes up to my room.

(โปรดให้พนักงานแบกของ ___________________ ลังเหล่านี้ขึ้นไปบนห้องของผมด้วย)

(a) to carry

(b) carrying

(c) carried

(d) carry     (ยก, แบก, ถือ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Causative use” {Subject + Have (Has) + Someone + Do + Somethingคือ  {ประธานฯใช้ให้ใครทำอะไร}

                                             ตัวอย่างที่  

  • What would you have me _____________________________________________?

(คุณจะให้ผม _________________________________________________ อะไรครับ)

(a) mend    (ซ่อม)

(b) mending

(c) mended

(d) to mend

ตอบ   -    ข้อ    (a)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างของ  “Causative use” (Subject + Has (Have) + Someone + Do (Verb 1) + Something)  (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง)  โดยแบ่งออกเป็นโครงสร้างแบบ  “Active voice”  และ “Passive voice

                                           สำหรับการใช้โครงสร้าง  “Causative use”  ในแบบ “Active voice”  คือ  “Subject + have + someone + do  (กริยาอะไรก็ได้ช่องที่ ) + something”  หรือ  (= Subject + get +  someone + to do  (กริยาอะไรก็ได้  แต่ต้องมี  “To” นำหน้า) + something) (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง)มีดังนี้  คือ

           1. Subject + have + someone + do + something  (กรรมของ  verb “do”)

           2. Subject + get + someone + to do + something  (กรรมของverb “do”)

(ประธาน  +  ใช้ให้  +   ใครบางคน  +   ทำ (กริยาอะไรก็ได้)  +  บางสิ่งบางอย่าง)

                                                      ทั้ง    โครงสร้างข้างบน   ถือว่าอยู่ในรูปของ  “Active voice”  เนื่องจากประธานเป็นผู้ใช้ให้ใครบางคนไปทำอะไรบางอย่าง   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • He had the doctor examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • He got the doctor to examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • She has her maid wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • She gets her maid to wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • We had our neighbors clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We got our neighbors to clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

                                                     อย่างไรก็ตาม  ถ้าต้องการใช้ในรูป  “Passive voice”  คือ {Subject + have (get) + something + done + (by someone)} {(ประธาน  ใช้ให้บางสิ่ง  ถูกกระทำ  (กริยาอะไรก็ได้ อยู่ในช่องที่ ๓)  +  (โดยบางคน)}  ในกรณีนี้   ทั้ง “Have” และ  “Get”  ในโครงสร้างแบบนี้   จะใช้ในรูปประโยคที่เหมือนกันทุกประการ   ดังตัวอย่าง

  • He had his eyes examined (by the doctor).

(ถ้าแปลตรงๆตัว  คือ  “เขาให้ตาถูกตรวจโดยหมอ”  แต่ในภาษาไทยไม่นิยมพูดแบบนี้ โดยนิยมพูดแต่เพียงว่า  “เขาไปตรวจตา”)

  • He got his eyes examined (by the doctor).

(เขาไปตรวจตา)

  • She has her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

  • She gets her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

  • We had our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We got our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

  • He has his hair cut once a month.

(= He gets his hair cut one a month.)

(เขาตัดผมเดือนละ    ครั้ง – คือไปให้ช่างตัดให้)

  • She has her room cleaned every day.

(= She gets her room cleaned every day.)

(เธอทำความสะอาดห้องทุกวัน – คือให้คนรับใช้ทำให้)

  • We had our car washed once a week last year.

(= We got our car washed once a week last year.)

(เราล้างรถอาทิตย์ละ    ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว – คือให้อู่ล้างให้)

 

19. Have you decided ______________________________________________________?

(คุณได้ตัดสินใจ ______________________________________________________)

(a) which one of them do you want to buy

(b) you will buy which one of them

(c) which one of them you will buy    (คุณจะซื้ออัน-คัน-ตัว-ชิ้นไหน)

(d) whether you want to buy which one of them

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Which one of them you will buy”  เป็น  “Noun clause”   ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Decided”  จึงต้องเรียงคำในรูปบอกเล่า  คือประธานฯ อยู่หน้ากริยา  (You will buy)  ดูเพิ่มเติมรายละเอียดเรื่อง  “Noun clause”   ใน  ข้อ    ของข้อสอบชุดนี้

 

20. This is an urgent letter; it has to go ________________________________________.

(นี่เป็นจดหมายด่วน  มันจำเป็นต้อง (ส่ง) ไป _________________________________)

(a) by the air

(b) by mail-air

(c) by airmail    (ทางไปรษณีย์อากาศ)

(d) by the mail of air

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป