หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 367)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. _____________ her highly individual patterns of choreography, Martha Graham became a leading figure in modern dance. 

(_________________ รูปแบบที่มีความเป็นปัจเจกบุคลอย่างสูงของเธอในด้านการเต้นบัลเล่ต์ (หรือการออกแบบท่าเต้น, ศิลปะการเต้นรำ), มาร์ธา เกรแฮมได้เป็นบุคคลชั้นแนวหน้าในการเต้นรำสมัยใหม่)

(a) Instead of    (แทนที่จะ)

(b) Beyond    (พ้น, ไกลจาก, เหนือกว่า)

(c) Such as    (ดังเช่น)

(d) Because of    (เพราะว่า, เนื่องมาจาก)

 

2. Rarely ______________________________ occur without a corresponding physical ailment.

(น้อยครั้ง _______________ เกิดขึ้น  โดยปราศจากความเจ็บป่วยทางร่างกายที่สอดคล้องกัน)  (ความหมาย  คือ  เมื่อเกิดความอ่อนเพลียทางจิตใจแบบเรื้อรัง  ส่วนใหญ่แล้วมักตามมาด้วยความเจ็บป่วยทางร่างกายด้วย)

(a) chronic mental fatigue

(b) is chronic mental fatigue

(c) does chronic mental fatigue    (ที่ความเหน็ดเหนื่อย-อ่อนเพลีย (เมื่อยล้า) ทางจิตใจแบบเรื้อรัง)

(d) chronic mental fatigue does

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเมื่อนำ  (Rarely, Never, Seldom, Hardly, Scarcely, etc.)  มาขึ้นต้นประโยค  (เพื่อต้องการเน้นคำเหล่านี้)  ต้องเรียงรูปประโยคตามโครงสร้างข้างล่าง

  • Rarely + Verb (พิเศษ หรือช่วย) + Subject + Verb (แท้) + ส่วนขยาย

                                                     ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากตัวอย่างข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่ 

  • Never again _______________ political office after his 1928 defeat for the Presidency.

(ไม่เคยอีกเลย _______________ ตำแหน่งทางการเมือง  ภายหลังจากความพ่ายแพ้สำหรับตำแหน่งประธานาธิบดีในปี  ๑๙๒๘  ของเขา)  (หมายถึง  หลังจากแพ้เลือก ตั้งในปี  ๑๙๒๘  เขาไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งใดอีกเลย)

(a) Alfred E. Smith seriously sought

(b) seriously Alfred E. Smith sought

(c) when did Alfred E. Smith seriously seek

(d) did Alfred E. Smith seriously seek    (ที่อัลเฟร็ด อี. สมิทธ์  แสวงหาอย่างเอาจริงเอาจัง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเมื่อนำ  “Never”  มาไว้หน้าประโยค  เพื่อต้องการเน้นคำนี้   การเรียงรูปประโยคจะต้องเปลี่ยนไปในแบบดังกล่าว  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • Hardly _____________________________________ when the football match began.

(__________________________________________ เมื่อการแข่งขันฟุตบอลเริ่มต้นขึ้น)

(a) we had reached the field

(b) had we reached the field    (เรายังมิใคร่ (hardly) จะไปถึงสนามเลย)

(c) we reached the field

(d) did we reached the field

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Hardly + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb  (แท้)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                              ตัวอย่างที่  

  • Never before in my life ________________________ with such a wonderful welcome.  

(ไม่เคยมาก่อนเลยในชีวิตของผมที่ ____________________ กับการต้อนรับที่วิเศษเช่นนั้น)

(a) I have met

(b) I meet

(c) have I met   (ผมได้พบ)

(d) I met

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                               ตัวอย่างที่  

  • Not only __________________________________________, but he also took his wife.

(ไม่เพียงแต่  _____________ เท่านั้น  แต่เขายังพาภรรยาไปด้วย)  (= เขาไม่เพียงแต่ไปเท่านั้น  แต่เขายัง..............................)

(a) he went

(b) did he go    (เขาไป)

(c) had he gone

(d) went he

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Not only + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) เช่น “Not only did she go…..”  “Not only have they seen………”  “Not only will we play……….”  สำหรับ  “Not only” (ไม่เพียงแต่..........เท่านั้น)   และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค   อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ  เช่น  “Never (ไม่เคยเลย), Hardly  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Seldom  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ),  Never before  (ไม่เคยมาก่อนเลย),  Never in my life   (ไม่เคยเลยในชีวิต),  No sooner, In vain   (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  Not often, Not only  (ไม่เพียงแต่),  Not even once  (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  Not until   (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  จะต้องเรียงรูปประโยคใหม่  ดังนี้ คือ  {Not only (never, no sooner (ในทันทีที่), hardly, never in my life, not until, etc.) + helping verb  (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might must, etc.) + subject + verb (แท้)}  เช่น

  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น – เน้นตรงคำว่า  “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า  “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า  “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)

                                                  ทั้งนี้  สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้  คือ

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place.  

(ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.
  • Never + กริยาพิเศษ  + Subject  + กริยาแท้  + ส่วนขยาย
  • Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

3. One important lemon by-product is citric acid, _________________ white crystalline powder.

(ผลพลอยได้ของมะนาวที่สำคัญอย่างหนึ่ง  คือ  กรดมะนาว (มีรสเปรี้ยว ละลายน้ำได้), (ซึ่งเป็น) ผงที่เป็นผลึก (โปร่งแสง, ใสแจ๋ว) สีขาว _______________)

(a) which a

(b) is a

(c) a    (ชนิดหนึ่ง)

(d) that it is a

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “……….................…acid, which is a white crystalline powder

 

4. Rabbits make their homes in fields and prairies _______________ hide their young under bushes or among tall grasses.

(กระต่ายสร้างบ้านในทุ่งและทุ่งหญ้า ________________ ซ่อนลูกที่ยังเล็กของมันไว้ใต้พุ่มไม้ หรือในท่ามกลางหญ้าสูง)

(a) where can they

(b) where they can    (ที่ซึ่งมันสามารถ)

(c) where can

(d) can where they

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากข้อความ  “Where they can hide their young under bushes or among tall grasses”  เป็น  “Adjective clause” (อนุประโยคซึ่งขยายคำนาม  “Fields and prairies”

 

5. During the twentieth century there has been much concern ______________ the relationship between social conditions and mental health.

(ในระหว่างศตวรรษที่  ๒๐  มีความวิตกกังวลอย่างมาก _______________ ความสัมพันธ์ระหว่างสภาพทางสังคมและสุขภาพจิต)

(a) over    (เกี่ยวกับ)

(b) and over

(c) that over

(d) that

 

6. The first commercial film _________________________ in California was completed in 1907. 

(ภาพยนตร์เชิงพาณิชย์ (เก็บสตางค์คนดู) เรื่องแรก _______________ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย  (ถูก) สร้างเสร็จในปี  ๑๙๐๗)

(a) make

(b) was made

(c) to make    (ที่สร้าง)

(d) making

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

  • The first thing to do is to mend the tap.

(สิ่งแรกที่ต้องทำคือซ่อมก๊อกน้ำ)

  • Frank was the first man to arrive, and Tom was the second.

(แฟรงค์เป็นคนแรกที่มาถึง  และทอมเป็นคนที่สอง)

  • Susan was sick for a month and was the last student to finish her term paper.

(ซูซานป่วยเดือนนึง  และเป็นนักเรียนคนสุดท้ายที่ทำรายงานประจำภาคเสร็จ)

 

7. ____________________________ or more chemical elements unite, they form a compound.

(_________________ ธาตุทางเคมี (สองชนิด) หรือมากกว่านั้นรวมตัวกัน, มันจะสร้างสารประกอบขึ้นมาอย่างหนึ่ง)

(a) Two of

(b) The two

(c) When two    (เมื่อ .....................(ธาตุทางเคมี)....................... สองชนิด)

(d) Two such

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ข้อความ  “When two or more chemical elements unite”   เป็น  “Adverb clause of time”  (อนุประโยคกริยาวิเศษณ์บอกเวลา)  ขยายกริยา  “Form”  (สร้างขึ้นมา)  ในประโยคใหญ่  (Main clause)

 

8. Freezing preserves meat because _____________, slows down the rate of enzyme action, and lowers the speed of spoilage.

(การทำให้เย็นจนแข็งตัวรักษาเนื้อไว้ได้  เพราะว่า ______________, ทำให้อัตราการเอนไซม์ (การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในสารอื่น โดยตัวมันเองไม่เปลี่ยนแปลง) ช้าลง, และทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง)

(a) the growth of microorganisms is prevented    (การเจริญเติบโตของเชื้้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวาง)

(b) preventing microorganisms from growing    (ขัดขวางเชื้อจุลินทรีย์จากการเจริญเติบโต)

(c) microorganisms are prevented from growing    (เชื้อจุลินทรีย์ถูกขัดขวางจากการเจริญเติบโต)

(d) it prevents the growth of microorganisms    (มันขัดขวางการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องทำโครงสร้างในอนุประโยค  (ขึ้นต้นด้วย  “Because”)  ให้มีความสมดุลกัน  คือ  “มัน (การทำให้เย็นจนแข็ง)  ทำกริยา  ๓  อย่าง  คือ  ๑. ขัดขวางการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์,  ๒. ทำให้อัตราการเอนไซม์ช้าลง,  และ  ๓. ทำให้ความเร็วของการเน่าเสียลดลง  ดูเพิ่มเติมการทำให้โครงสร้างในประโยคมีความสมดุลจากประโยคข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่ 

  • Idaho’s natural resources include fertile soil, rich mineral deposits, thick forests, and _______________.

(ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐไอดาโฮประกอบด้วยดินดี, แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์, ป่าทึบ, และ _______________)

(a) water supplies are abundant

(b) abundant water supplies    (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)

(c) supplies of water are abundant

(d) supplies abundant water

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากต้องใช้รูปคำนาม (วลี)  (แหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Include”  เพื่อให้สมดุลกับคำนาม-วลี (ทำหน้าที่กรรม) อื่นๆ อีก  ๓  ตัว  คือ  ๑. ดินดี,  ๒. แหล่งแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์,  และ  ๓. ป่าทึบ  ดูเพิ่มเติมการใช้คำให้สมดุลกัน  จากประโยคข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่ 

  • Before starting on a sea voyage, prudent navigators learn the sea charts, ______________ and memorize lighthouse locations to prepare themselves for any conditions they might encounter.

(ก่อนเริ่มต้นออกเดินทางทางทะเล  นักเดินเรือที่รอบคอบจะเรียนรู้แผนภูมิของทะเล, _________ และจดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ  เพื่อเตรียมพร้อมตนเองสำหรับสภาวะใดๆ ที่พวกเขาอาจจะต้องเผชิญ)

(a) sailing directions are studied

(b) to study the sailing directions   

(c) study the sailing directions    (ศึกษาทิศทางการเดินเรือ)

(d) studies direct sailing

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้รูปแบบของกริยาในประโยค  ซึ่งมี    ตัว ให้สมดุลกัน  คือ  “นักเดินเรือที่รอบคอบ (จะ) () เรียนรู้แผนภูมิของทะเล,  () ศึกษาทิศทางการเดินเรือ  และ  () จดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ

                                            ตัวอย่างที่ 

  • As a physiologist, Ida Hyde showed originality, breadth of interest, and _____________.

(ในฐานะนักสรีรวิทยา, ไอดา ไฮด์  ได้แสดงความคิดริเริ่ม (ความไม่ซ้ำแบบใคร), ความกว้างขวางของความสนใจ, และ _______________)

(a) scientific precision was admirable

(b) admirably scientifically precise

(c) admirable scientific precision    (ความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ที่น่าชมเชย)

(d) that precision was admirably scientific

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างคำนาม (วลี)  เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  โดยมีความสมดุลกับคำนามอื่นๆอีก  ๒  คำ ซึ่งเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  เช่นเดียวกัน  คือ  ๑. ความคิดริเริ่ม,  ๒. ความกว้างของความสนใจ

                                           ตัวอย่างที่ 

  • We turn to books in moments of __________________________________________.

(เราหันไปหา (อ่าน) หนังสือ  ในช่วงเวลาของ ____________________________________)

(a) sorrow, having boredom, or solitude is with us

(b) sorrow, boredom, or solitude    (ความเศร้าโศกเสียใจ  ความเบื่อหน่าย  หรือ ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง)

(c) sorrow and solitude as well as boredom

(d) sorrow that attacks us

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการใช้กรรม  ๓  ตัว  หลัง  “Preposition” (Of)  ให้สมดุลกัน  คือ   Sorrow, Boredom, Solitude”  สำหรับ  ข้อ  (c)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น   “sorrow, solitude as well as boredom

                                          ตัวอย่างที่ 

  • Nearly all trees have seeds that fall to the earth, take root, and eventually ___________.

(ต้นไม้เกือบทั้งหมดมีเมล็ดซึ่งหล่นลงสู่พื้นดิน, งอกราก, และ _________________ ในที่สุด)

(a) generate new seeds    (สร้างเมล็ดใหม่)

(b) new seeds generated

(c) by generating new seeds

(d) new seeds generated there

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากต้องใช้คำกริยา    ตัว ในอนุประโยค  (……….............that fall to earth, take root, and eventually generate new seeds)  ให้สมดุลกัน  (Balance)  คือ  “Fall to earth”,  “Take root”  และ  “Generate new seeds” 

                                             ตัวอย่างที่ 

  • Among the advantages which Mr. Barlow has given his children  are a good college education and _______________.

(ในบรรดาข้อได้เปรียบต่างๆ ซึ่งมิสเตอร์บาร์โลว์ได้ให้แก่ลูกๆ ของเขา  คือ  การศึกษาอย่างดีในมหา วิทยาลัย  และ _______________)

(a) extensive travel abroad   (การเดินทางอย่างกว้างขวางมากในต่างประเทศ)

(b) to travel extensively abroad

(c) travel extensively abroad

(d) of extensive travelling abroad

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ต้องใช้ในรูปคำนาม (วลี)   (“Travel” ในที่นี้เป็นคำนาม)  ให้สมดุลกับคำนาม (วลี)   “A good college education”  ที่อยู่ข้างหน้า  “And

                                            ตัวอย่างที่ 

  • James likes reading, hiking, and _________________________________________. 

(เจมส์ชอบการอ่านหนังสือ,  การเดินทางไกลด้วยเท้า,  และ ________________________)

(a) he listens to music

(b) to listen to music

(c) listen to music

(d) listening to music    (การฟังดนตรี)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากต้องให้ข้อความสมดุลกัน   คือ  “Like + Gerund (Verb + ing)”    คือ  “Like reading, hiking and listening……...............”   ทั้งนี้   กริยา  “Like”  อาจตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1    ก็ได้   ดังนั้น  ข้อนี้จึงอาจตอบ  “Like to read, to hike, and to listen to music”  โดยต้องให้สมดุลกัน  คือ  เป็น  “Format”  เดียวกัน

 

9. When the pain from her broken leg became unbearable last night, the doctor _____________ her a pain-killing injection.

(เมื่อความเจ็บปวดจากขาหักของเธอ  เริ่มไม่สามารถทนได้เมื่อคืนที่ผ่านมา, หมอ ____________ การฉีดยาระงับความเจ็บปวดแก่เธอ)

(a) used to give    (เคยให้)  (ในอดีต)

(b) should give    (ควรให้)  (ในปัจจุบัน หรืออนาคต)

(c) had to give    (จำเป็นต้องให้)  (ในอดีต  คือ  เมื่อคืนที่ผ่านมา)

(d) must give    (จะต้องให้)  (ในปัจจุบัน หรืออนาคต)

 

10. __________________ the problems carefully yesterday, you would not find any difficulty now.

(______________ ปัญหาอย่างรอบคอบเมื่อวานนี้, คุณก็จะไม่พบกับความยุ่ง ยากใดๆ ในขณะนี้)

(a) If you have studied

(b) Unless you had studied    (ถ้าคุณมิได้ศึกษา)

(c) If you had studied    (ถ้าคุณได้ศึกษา)

(d) Although you had studied    (ถึงแม้ว่าคุณได้ศึกษา)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นการผสมโครงสร้างระหว่าง  “If clause”  แบบที่  ๓   (ในอนุประโยค  คือ  “If clause”) และ  “If clause”  แบบที่  ๒  (ในประโยคใหญ่  หรือ  “Main clause”คือ  “ถ้าคุณได้ศึกษาปัญหาฯ ในอดีต (เมื่อวานนี้), คุณก็คงไม่พบกับความยุ่งยากในขณะนี้”  แต่ในความเป็นจริง  คือ  “คุณมิได้ศึกษาปัญหาฯ เมื่อวานนี้,  คุณเลยพบความยุ่งยากในขณะนี้”  อย่างไรก็ตาม  ถ้าต้องการใช้  “If clause”  แบบที่  ๓    ทั้งในประโยคใหญ่และย่อย  เพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ในอดีตล้วนๆ  (ไม่เกี่ยวกับปัจจุบัน)  จะต้องใช้โครงสร้างข้างล่าง

  • If you had studied the problems carefully last year, you would not have found any difficulty then.

(ถ้าคุณได้ศึกษาปัญหาอย่างรอบคอบเมื่อปีที่แล้ว  คุณก็คงไม่พบกับความยุ่งยากใดๆ ในตอนนั้น  -  คือ เมื่อปีที่แล้ว)  (แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ คือ คุณมิได้ศึกษาปัญหาอย่างรอบคอบเมื่อปีที่แล้ว  คุณเลยพบกับความยุ่งยากในตอนนั้น)

 

11. My friend, with her parents, ______________________________________ left for Japan. 

(เพื่อน(หญิง) ของผม, พร้อมด้วยพ่อแม่ของเธอ, _______ จากไป (เดินทางไป) ประเทศญี่ปุ่นแล้ว)

(a) must

(b) did

(c) have

(d) has    (ได้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ประธานฯ    ตัว  (My friend  และ  Her parents)  เชื่อมด้วย  “With”   ให้ใช้กริยาตามประธานตัวหน้า  (My friend)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่ 

  • Donald, as well as the other trainees, has expressed ______________ willingness to assume responsibility.

(โดนัลด์  เช่นเดียวกับผู้เข้ารับการอบรมคนอื่นๆ  ได้แสดงความเต็มใจ ______________ ที่จะ (เป็นผู้) รับผิดชอบ)

(a) their

(b) his    (ของเขา)

(c) him

(d) hers

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นตามโครงสร้าง  เมื่อประธาน    ตัว  เชื่อมด้วย  “As well as, With, Together with, Along with, Including, Besides, Plus, Like, Not, Accompanied by”   ให้ใช้กริยาตามประธานตัวหน้า  (ในที่นี้  คือ  “Donald”)  และต้องใช้รูปสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ  หรือกรรมของประธานตัวหน้านี้ด้วย  ซึ่งในที่นี้  คือ  “His”   เช่น

  • My dog as well as my cats eats its special food twice a day.

(สุนัของผม  เช่นเดียวกับแมว (หลายตัว) ของผม  กินอาหารพิเศษของมันวันละ  ๒  ครั้ง)

(ใช้กริยา  “Eats”  และสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ  “Its”  ตาม  “My dog”)

  • John along with his friends spends much of his time swimming.

(จอห์น  เช่นเดียวกับเพื่อนของเขา  ใช้เวลามากมายในการว่ายน้ำ)

(ใช้กริยา  “Spends”  และสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของ  “His”  ตาม  “John”)

 

12.  The boy did not know that statistics _________________________ related to mathematics. 

(เด็กคนนั้นไม่รู้ว่าวิชาสถิติ ____________________________ สัมพันธ์กับวิชาคณิตศาสตร์)

(a) had

(b) are

(c) is being

(d) be

(e) is

ตอบ   -   ข้อ   (e)  “Statistics, Mathematics, etc.”  ถือเป็นเอกพจน์  จึงใช้กับ  “Is”  ดูเพิ่มเติมคำที่ลงท้ายด้วย “S”  แต่ถือเป็นคำเอกพจน์จากประโยคข้างล่าง

                                              ตัวอย่างที่  

  • ___________________________________________________ a childhood disease.

( ______________________________________________________ โรคในวัยเด็ก)

(a) Measle is

(b) Measles are

(c) Measles is    (โรคหัด (อีสุกอีใส) เป็น)

(d) Measle are

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Measles”  (โรคหัด)  ต้องเติม  “S”  ข้างท้ายเสมอ  และถือเป็นคำนามเอกพจน์  จึงต้องใช้กับกริยาเอกพจน์ด้วย  (ในที่นี้  คือ  “Is”)  ดูเพิ่มเติมคำนามเอกพจน์ที่ลงท้ายด้วย  “s”  และต้องใช้กับกริยาเอกพจน์  จากประโยคข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่        จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์ จากข้อ (๑) – (๔)

(1) Basic knowledge of (2) mathematic and electronics was (3) used to develop the high-speed (4) electronic computer.

(ความรู้พื้นฐานของคณิตศาสตร์และอิเล็กทรอนิกส์  ถูกใช้เพื่อพัฒนาคอมพิวเตอร์อิเลกทรอนิกส์ความเร็วสูง)

ตอบ   -   ข้อ   แก้เป็น  “mathematics”  เนื่องจาก  (คณิตศาสตร์)  ต้องเติม  “S”  เสมอ  แต่ถือเป็นเอกพจน์

                                              ตัวอย่างที่  

  • Physics _______________ taught in most American universities and said to be much more difficult than social science.

(วิชาฟิสิกส์ _________________ สอนในมหาวิทยาลัยอเมริกันส่วนใหญ่  และถูกกล่าวว่ายากกว่าสังคมศาสตร์อย่างมาก)

(a) are

(b) have been

(c) is    (ถูก, ได้รับการ)

(d) will be

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากชื่อวิชาที่แม้จะมีรูปพหูพจน์  แต่ต้องใช้กริยาเอกพจน์  เช่น  “economics  (เศรษฐศาสตร์), phonetics  (วิชาการออกเสียง), statics  (สถิตศาสตร์), dynamics  (พลศาสตร์), statistics  (วิชาสถิติ), psychics  (จิตศาสตร์), aeronautics  (วิชาการบิน), astrophysics  (วิชาว่าด้วยส่วนประกอบของดวงดาว), aesthetics  (วิชาว่าด้วยหลักความงาม), mathematics  (คณิตศาสตร์), politics  (การเมือง), รวมทั้ง  news  (ข่าว), mumps  (โรคคางทูม), measles  (โรคหัด),  means  (วิธี), ashes  (เถ้าถ่านศพ), alms  (ทาน),  billiards  (กีฬาบิลเลียด), cross-roads  (จุดที่ถนน ๒ สายมาตัดกัน)  เช่น

  • A cross-roads is a place where two roads cross.

(  แยก – หรือทางแยก – คือที่ซึ่งถนน    สายมาตัดกัน)

  • Politics is the subject he is very interested in.

(การเมืองเป็นหัวเรื่องที่เขาสนใจเป็นอย่างมาก)

  • Mathematics is a required subject.

(คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่จำเป็น)

  • Statistics is too difficult for me to understand.

(วิชาสถิติยากเกินไปสำหรับผมที่จะเข้าใจ)

 

13. Would you please keep the fire ________________________________________ for me? 

(คุณจะกรุณารักษาให้กองไฟ _________________________ อยู่ต่อไป  สำหรับผมได้ไหม)

(a) burnt

(b) burning    (ลุกไหม้)

(c) to burn

(d) burn

(e) being burnt

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นไปตามโครงสร้าง  “Keep +  กรรม + Verb + ing”  หรือ  “Keep + Verb + ing”  เช่น

  • She kept me waiting for two hours.

(เธอทำให้ผมรอคอยเป็นเวลา  ๒  ชั่วโมง)

  • They kept working the whole night.

(พวกเขาทำงานกันต่อไปตลอดคืน)

 

14. Kate is more beautiful than ___________________________________ girl I have ever met.

(เคทสวยกว่าเด็กหญิง _________________________________________ ที่ผมเคยพบมา)

(a) any

(b) other

(c) any other    (คนอื่นใดก็ตาม)

(d) the other

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • Bangkok is the biggest city in Thailand.

(กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย)

  • Bangkok is bigger than any other city in Thailand.

(กรุงเทพฯ ใหญ่กว่าเมืองอื่นใดในประเทศไทย)

  • No other city in Thailand is as big as Bangkok. 

(ไม่มีเมืองอื่นใดในประเทศไทยใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

หมายเหตุ   -   ประโยคทั้ง    ข้างบน  มีความหมายเหมือนกัน  เพียงแต่พูดไปคนละแบบ  จงสังเกตว่า  ใน  “ขั้นกว่า”  และ  “ขั้นเสมอกัน”  ต้องมี   “Other”  เนื่องจาก   “Bangkok”  เป็น   “City”   ในประเทศไทย    แต่จงสังเกตความแตกต่างของโครงสร้างประโยค  จากประโยคข้างล่าง

  • Bangkok is bigger than any city in Laos.

(กรุงเทพฯ ใหญ่กว่าเมืองใดๆ ในลาว)

  • No city in Laos is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองใดในลาวใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

หมายเหตุ   -     ประโยคข้างบนมีความหมายเหมือนกัน  โดยไม่ต้องมี   “Other”  เพราะ   “Bangkok”   ไม่ได้เป็น   “City”  ในลาว

                                                อนึ่ง  ให้สังเกตว่า  หลัง  “Any other”  หรือ   “Any”  ในขั้นกว่า  ควรเป็นคำนามเอกพจน์    เนื่องจาก  “Any”    ใช้ในความหมาย   “ใดก็ตาม”  ไม่ใช่ในความหมายแสดง   “จำนวน”  ดังเช่นในประโยค

  • Do you have any money?

(คุณมีเงินบ้างไหม)  (“Any”แสดงจำนวน)

  • Were there any women at the party?

(มีผู้หญิงบ้างไหมที่งานเลี้ยง)  (“Any”แสดงจำนวน)

                                                ดูเพิ่มเติมการใช้ในความหมาย  “ใดก็ตาม”  จากประโยคข้างล่าง

  • He is bigger than any other man here.

(เขาตัวใหญ่กว่า  “ใครก็ตาม”  (ชายคนอื่นใด) ที่นี่)

  • He is bigger than some other men here.

(เขาตัวใหญ่กว่า  “ผู้ชายบางคน”  ที่นี่)

                                                แต่หลัง   “No other”   หรือ   “No” ใน   “ขั้นเสมอ”  อาจตามด้วยคำนามเอกพจน์   หรือพหูพจน์ก็ได้   แต่ถ้าใช้คำนามพหูพจน์   ก็ต้องใช้กริยาพหูพจน์ด้วย    เช่น    “Are, Were, Have, etc.”  เช่น

  • No students in the class are as smart as Jim.

(ไม่มีนักเรียนในชั้นที่ฉลาดเท่ากับจิม)

  • No river in Thailand is as long as the Chao Phraya River.

(ไม่มีแม่น้ำในประเทศไทยที่ยาวเท่ากับแม่น้ำเจ้าพระยา)

  • No other city in Thailand is as crowded as Bangkok.

(ไม่มีเมืองอื่นในประเทศไทย  ที่มีประชากรหนาแน่นเท่ากับกรุงเทพฯ)

  • No other American presidents are as controversial as Donald Trump.

(ไม่มีประธานาธิบดีอเมริกันคนอื่น  ที่มีความขัดแย้ง (หรือเป็นที่โต้เถียง-ถกเถียง)  เท่ากับโดนัล ทรัมพ์)

 

15. What _________________________________________________ do you want from me?

(อะไร ______________________________________________ ที่คุณต้องการจากผม)

(a) thing

(b) things

(c) else    (อื่นอีก)

(d) other

ตอบ   -   ข้อ   (c)  จริงๆ แล้ว  ข้อ  (a)  และ  (b)  ก็ใช้ได้  แต่ความหมายเหมือนกัน  ทำให้ไม่สามารถเลือก     ข้อนี้ได้    เลยเหลือ ข้อ   (c)  เพียงข้อเดียว

 

16. I studied in Paris ______________________________________________ five years ago.

(ผมเรียนหนังสือในปารีส ________________________________________ ห้าปีมาแล้ว)

(a) since    (ตั้งแต่)

(b) for    (เป็นเวลา)

(c) during    (ในระหว่าง)

(d) (No word is needed.)    (ไม่ต้องเติมคำใดเลย)

 

17. You are not allowed to go home till you _________________________________ your work.

(คุณไม่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน  จนกระทั่งคุณ ________________________ งานของคุณ)

(a) finished

(b) will finish

(c) have finished    (ได้ทำ  -  งาน  -  เสร็จแล้ว)

(d) will have finished    (จะได้ทำเสร็จแล้ว)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  เพื่อจะบอกว่า  “ประธานฯ ได้ทำกริยาอย่างใดอย่างหนึ่งเสร็จสิ้นไปแล้ว”  ส่วนข้อ  (d)  ก็คล้ายๆกับ ข้อ  (c)  แต่ใช้บอกว่า  “เมื่อถึงเวลาหนึ่งในอนาคตตามที่ระบุไว้  ประธานฯ จะได้ทำกริยาอย่างใดอย่างหนึ่งเสร็จสิ้นไปแล้ว”  แต่  “Future perfect tense”  {Subject + Will (Shall) + Have + Verb 3}  นี้  จะไม่ใช้ตามหลังอนุประโยคที่นำด้วย   “Till, Until”  ดูเพิ่มเติม  “Present perfect tense”  (Subject + Has (Have) + Verb 3)  (ได้ทำกริยาเสร็จสิ้นไปแล้ว)  จากประโยคข้างล่าง

                                                 สำหรับกฎการใช้   “Present perfect tense”  ข้อหนึ่ง  คือ เพื่อบอกข้อความว่า   “ทำแล้ว, ยังไม่ได้ทำ, ทำหรือยัง”   มักมีคำว่า  “Already” (ใช้กับประโยคบอกเล่าและคำถาม)   และ “Yet” (ใช้กับประโยคปฏิเสธและคำถาม)   ทั้งนี้  อาจไม่ต้องมี   “Already” และ “Yet”   ก็ได้ เช่น

  • I have (already) eaten my dinner.

(ผมกินอาหารค่ำแล้ว)

  • She has not (yet) had her breakfast.

(= She has not had her breakfast yet.) 

(เธอยังไม่ได้กินอาหารเช้าเลย)

  • Have you (already) done your homework?

(คุณทำการบ้านแล้วหรือยัง)

  • I’ve (already) answered that question.

(ผมได้ตอบคำถามนั้นแล้ว)

  • Have you (already) finished your report?

(= Have you finished your report already?)

(คุณทำรายงานเสร็จหรือยัง)

 

18. ___________________________________ advice, he gave me a large amount of money.

(______________________________________ คำแนะนำ  เขาให้เงินผมเป็นจำนวนมาก)

(a) Not only

(b) Both

(c) Also

(d) Besides    (นอกเหนือจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ   “In addition to,  Apart from”  ก็ได้  ส่วนการใช้คำอื่นๆ   เช่น

  • He gave me not only advice but also a large amount of money.

(เขาให้ผมไม่เพียงแต่คำแนะนำ  แต่ยัง (ให้) เงินจำนวนมากด้วย)

  • He gave me both advice and a large amount of money.

(เขาให้ผมทั้งคำแนะนำและเงินจำนวนมาก)

  • He gave me advice and also a large amount of money (= ….................…and a large amount of money also)

(เขาให้คำแนะนำแก่ผม  และเงินจำนวนมากเช่นเดียวกัน)

 

19. I offer you my _____________________________________ on passing the examination.

(ผมขอมอบ ____________________________________ ของผมแก่คุณ  ที่ผ่านการสอบ)

(a) happiness    (ความสุข)

(b) wish    (ความปรารถนา)

(c) congratulations    (การแสดงความยินดี)

(d) sincere thanks    (การขอบคุณอย่างจริงใจ)

 

20. I will love you ________________________________________ to the last day of my life.

(ผมจะรักคุณ _________________________________________ วันสุดท้ายของชีวิตผม)

(a) until

(b) up    (“Up to”  =  จนกระทั่ง)

(c) in

(d) for

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ   “I will love you till (until) the last day of my life.”  (ผมจะรักคุณจนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิตผม)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                 ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป