หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 362)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Geysers are found near rivers and lakes, where water drains through the soil ____________.

(น้ำพุร้อนถูกพบใกล้กับแม่น้ำและทะเลสาบ, ที่ซึ่งน้ำค่อยๆ ไหลออกผ่านดิน ______________)

(a) the deep surface below

(b) surface below the deep

(c) deep below the surface    (ซึ่งอยู่ลึกใต้ผิวหน้า (ดิน) ลงไป)

(d) the deep below surface

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “………….the soil which is deep below the surface

 

2. Before starting on a sea voyage, prudent navigators learn the sea charts, ___________ and memorize lighthouse locations to prepare themselves for any conditions they might encounter.

(ก่อนเริ่มต้นออกเดินทางทางทะเล  นักเดินเรือที่รอบคอบจะเรียนรู้แผนภูมิของทะเล, _________ และจดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ  เพื่อเตรียมพร้อมตนเองสำหรับสภาวะใดๆ ที่พวกเขาอาจจะต้องเผชิญ)

(a) sailing directions are studied

(b) to study the sailing directions   

(c) study the sailing directions    (ศึกษาทิศทางการเดินเรือ)

(d) studies direct sailing

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้รูปแบบของกริยาในประโยค  ซึ่งมี    ตัว ให้สมดุลกัน  คือ  “นักเดินเรือที่รอบคอบ (จะ) (๑) เรียนรู้แผนภูมิของทะเล,  () ศึกษาทิศทางการเดินเรือ  และ  () จดจำสถานที่ตั้งของประภาคารไฟ  ดูเพิ่มเติมการใช้คำในประโยคให้สมดุลกัน  จากประโยคข้างล่าง

                                       ตัวอย่างที่ 

  • As a physiologist, Ida Hyde showed originality, breadth of interest, and _____________.

(ในฐานะนักสรีรวิทยา, ไอดา ไฮด์  ได้แสดงความคิดริเริ่ม (ความไม่ซ้ำแบบใคร), ความกว้างขวางของความสนใจ, และ _____________)

(a) scientific precision was admirable

(b) admirably scientifically precise

(c) admirable scientific precision    (ความแม่นยำทางวิทยาศาสตร์ที่น่าชมเชย)

(d) that precision was admirably scientific

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างคำนาม (วลี)  เนื่องจากเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  โดยมีความสมดุลกับคำนามอื่นๆอีก  ๒  คำ ซึ่งเป็นกรรมของกริยา  “Showed”  เช่นเดียวกัน  คือ  ๑. ความคิดริเริ่ม,  ๒. ความกว้างของความสนใจ  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                             ตัวอย่างที่ 

  • We turn to books in moments of _________________________________________.

(เราหันไปหา (อ่าน) หนังสือ  ในช่วงเวลาของ ___________________________________)

(a) sorrow, having boredom, or solitude is with us

(b) sorrow, boredom, or solitude    (ความเศร้าโศกเสียใจ  ความเบื่อหน่าย  หรือ ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง)

(c) sorrow and solitude as well as boredom

(d) sorrow that attacks us

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการใช้กรรม  ๓  ตัว  หลัง  “Preposition” (Of)  ให้สมดุลกัน  คือ   Sorrow, Boredom, Solitude”  สำหรับ  ข้อ  (c)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น   “sorrow, solitude as well as boredom

                                             ตัวอย่างที่ 

  • Nearly all trees have seeds that fall to the earth, take root, and eventually ____________.

(ต้นไม้เกือบทั้งหมดมีเมล็ดซึ่งหล่นลงสู่พื้นดิน,  งอกราก,  และ ___________________ ในที่สุด)

(a) generate new seeds    (สร้างเมล็ดใหม่)

(b) new seeds generated

(c) by generating new seeds

(d) new seeds generated there

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากต้องใช้คำกริยา    ตัว ในอนุประโยค  (………...that fall to earth, take root, and eventually generate new seeds)  ให้สมดุลกัน  (Balance)  คือ  “Fall to earth”,  “Take root”  และ  “Generate new seeds”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่ 

  • Among the advantages which Mr. Barlow has given his children  are a good college education and _____________.

(ในบรรดาข้อได้เปรียบต่างๆ ซึ่งมิสเตอร์บาร์โลว์ได้ให้แก่ลูกๆ ของเขา  คือ  การศึกษาอย่างดีในมหาวิทยาลัย  และ ____________)

(a) extensive travel abroad   (การเดินทางอย่างกว้างขวางมากในต่างประเทศ)

(b) to travel extensively abroad

(c) travel extensively abroad

(d) of extensive travelling abroad

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ต้องใช้ในรูปคำนาม (วลี)   (“Travel” ในที่นี้เป็นคำนาม)  ให้สมดุลกับคำนาม (วลี)   “A good college education”  ที่อยู่ข้างหน้า  “And

                                           ตัวอย่างที่ 

  • James likes reading, hiking, and _________________________________________. 

(เจมส์ชอบการอ่านหนังสือ,  การเดินทางไกลด้วยเท้า,  และ __________________________)

(a) he listens to music

(b) to listen to music

(c) listen to music

(d) listening to music    (การฟังดนตรี)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากต้องให้ข้อความสมดุลกัน   คือ  “Like + Gerund (Verb + ing)”    คือ  “Like reading, hiking and listening…….”   ทั้งนี้   กริยา  “Like”  อาจตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1    ก็ได้   ดังนั้น  ข้อนี้จึงอาจตอบ  “Like to read, to hike, and to listen to music”  โดยต้องให้สมดุลกัน  คือ  เป็น  “Format”  เดียวกัน

 

3. The most elaborate of all bird nests _____________, domed communal structure built by social weaverbirds.

(ที่ประณีต (ซับซ้อน) ที่สุดของรังนกทั้งหมด _____________ โครงสร้างแบบอยู่รวมกันเป็นหมู่ ซึ่ง ___________ และมียอดกลม  ซึ่งถูกสร้างโดยนกวีเวอร์เบิร์ด (นกที่สร้างรังได้สวยงามมาก) ที่ชอบเข้าสังคม  -  หรืออยู่รวมกันเป็นฝูง)

(a) larger

(b) largely is

(c) the large

(d) is the large    (คือ ............(โครงสร้างแบบอยู่รวมกันเป็นหมู่ ซึ่ง).............. มีขนาดใหญ่)

 

4. ______________________ Nat Turner who led a revolt against slavery in Virginia in 1831.

(_________ แนท เทอร์เนอร์  ผู้ซึ่งนำการกบฏเพื่อต่อต้านการมีทาสในรัฐเวอร์จิเนีย ในปี  ๑๘๓๑)

(a) He was

(b) It was    (มันคือ)

(c) That it was

(d) When it was

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • _____________ created the donkey and elephant that symbolize the Democratic and Republican parties.

(___________ ประดิษฐ์ (รูป) ลาและช้าง  ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพรรคเดโมแครต และรีพับลิกัน)

(a) Although Thomas Nast

(b) That Thomas Nast

(c) Thomas Nast, who

(d) It was Thomas Nast who    (มันคือโทมัส นาส์ท  ผู้ซึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากมาจากโครงสร้างประโยคข้างล่าง  

  • It + Is (Was) + Subject + Who (That) + Verb

(มันคือประธานฯ ผู้ซึ่งทำกริยานั้นๆ)

  • It is I who am the leader, not you.

(มันคือผม  ผู้ซึ่งเป็นผู้นำ  มิใช่คุณ)

  • It was she who helped me out of this difficulty.

(มันคือเธอ  ผู้ซึ่งช่วยผมให้พ้นจากความยากลำบาก)

  • It was the manager who dismissed John from the company.

(มันคือผู้จัดการ  ผู้ซึ่งไล่จอห์นออกจากบริษัท)

  • It was the dog that (which) killed the cat.

(มันคือสุนัขซึ่งฆ่าแมว)

  • It is his parents who got him a job.

(มันคือพ่อแม่ของเขา  ผู้ซึ่งหางานให้เขาทำ)

  • It is Tom and Tim who will travel abroad next month.

(มันคือทอมและทิม  ผู้ซึ่งจะเดินทางไปต่างประเทศเดือนหน้า)

หมายเหตุ***    “It”  ในทุกประโยคข้างบนมิได้มีความหมายแต่อย่างใด  หรือแทนสิ่งใด  แต่ถูกสมมติขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  เหมือนกับประโยคข้างล่าง

  • It is very cold today

(อากาศหนาวมากวันนี้)

  • It was hot last summer.

(อากาศร้อนเมื่อหน้าร้อนที่แล้ว)

  • It is in winter that some animals hibernate.

(ในหน้าหนาว  สัตว์บางชนิดจำศีล)

  • It is nice to see you again.

(ดีจริงที่ได้พบคุณอีกครั้ง)

 

5. _____________ ended traffic on the Mississippi River, Mark Twain left his job as a river pilot and moved west to Carson City.

(_______________ ทำให้การสัญจรบนแม่น้ำมิสซิสซิปี้สิ้นสุดลง, มาร์ค ทเวน  ทิ้งงานของเขาในฐานะผู้นำทางการเดินเรือในแม่น้ำ  และอพยพไปทางตะวันตก  สู่เมืองคาร์สัน)

(a) During the Civil War    (ในระหว่างสงครามกลางเมือง)  (ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(b) Because the Civil War was

(c) That the Civil War was

(d) When the Civil War    (เมื่อสงครามกลางเมือง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  หรืออาจตอบ  ข้อ  (b)  แต่ต้องแก้เป็น  “Because the Civil War ended”  (เพราะว่าสงครามกลางเมืองทำให้ .........(การสัญจรฯ)......... สิ้นสุดลงเนื่องจากต้องอยู่ในรูป  “Active voice”  เพราะ  “The Civil War”  เป็นผู้ทำกริยา  “Ended

 

6. Her father has ________________________________________________ for five years.

(พ่อของเธอ _____________________________________________ มาเป็นเวลา  ๕  ปี)

(a) died

(b) been dying

(c) been dead    (ตายแล้ว, เสียชีวิตแล้ว)

(d) been died    (ไม่ใช้รูปนี้เพราะเป็น “Passive voice”)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากหมายถึง  “ตายมา  ๕  ปีแล้ว”  ส่วนใน ข้อ   (a) “Has died”  (Present perfect tense)  และ ข้อ  (b)  “Has been dying”  (Present perfect continuous tense)  แม้จะดูว่าถูกหลักไวยากรณ์  แต่ถือว่าผิดหลักความเป็น จริง  เพราะทั้ง  ๒  ข้อ  หมายถึง  “พ่อฯ ทำกริยาตายมาเป็นเวลา  ๕  ปี”  คือ  เริ่มตายเมื่อ  ๕  ปีที่แล้ว  และปัจจุบันก็ยังตายอยู่  แต่เหตุการณ์ที่เกิดต่อเนื่องยาวนานแบบนี้  ไม่สามารถใช้กับกริยาบางตัวได้  เช่น  “Die”  หรือ  “Buy”  เพราะไม่เหมือนกับกริยาตัว อื่นๆ  โดยดูเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • She has worked here for ten years.

(= She has been working here for ten years.)

(เธอได้ทำงานที่นี่มาเป็นเวลา  ๑๐  ปีแล้ว)  (คือ  เริ่มทำเมื่อ  ๑๐  ปีที่แล้ว  และปัจจุบันก็ ยังทำอยู่)

  • He has lived in London since 1980.

(= He has been living in London since 1980.)

(เขาได้อาศัยอยู่ในลอนดอนตั้งแต่ปี  ๑๙๘๐)  (คือ  เริ่มอยู่ฯ ตั้งแต่ปี  ๑๙๘๐ และ ปัจจุบันก็ยังอยู่)

                                              จะเห็นว่าเราสามารถใช้กริยา  “Work, Live, etc.”  ในรูป  “Present perfect tense”  และ  “Present perfect continuous tense”  ได้  เพื่อแสดงความต่อเนื่องของเหตุการณ์  (ทำงาน, อาศัยอยู่, ฯลฯ)  ว่าเริ่มทำตั้งแต่ในอดีต  และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูดประโยคนั้น)  แต่สำหรับกริยาบางตัว  เช่น  “Die”  หรือ  “Buy”   ไม่สามารถใช้กับ  “Tense”  ทั้ง  ๒  ได้  นิยมเลี่ยงไปใช้   “Tense”  อื่น  หรือ  ถ้าต้องการใช้  ความหมายก็จะเป็นแบบอื่น  ที่มิได้แสดงความต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  เช่น   เราไม่พูดว่า  “He has died for 5 years.” แต่เรานิยมพูดว่า  “He has been dead for 5 years.” หรือไม่ก็  “He died 5 years ago.”  (เขาตายเมื่อ    ปีที่แล้ว)

                                              ในทำนองเดียวกัน  เราไม่พูดว่า  “I have bought this car for 10 years.”  (ผมได้ซื้อรถคันนี้มาเป็นเวลา ๑๐ ปีแล้ว(หมายถึง  เริ่มซื้อรถฯ เมื่อ  ๑๐  ปีที่แล้ว ปัจจุบันก็ยังซื้ออยู่  -  ซึ่งผู้พูดไม่ต้องการสื่อความหมายแบบนี้)  แต่นิยมพูดว่า   “I have owned this car for 10 years.”  (ผมได้เป็นเจ้าของรถคันนี้เป็นเวลา  ๑๐  ปีแล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังเป็นเจ้าของอยู่หรือ  “I bought this car 10 years ago.” (ผมซื้อรถคันนี้เมื่อ  ๑๐  ปีมาแล้ว)  สำหรับการใช้กริยา  “Buy”  ใน  “Present perfect tense”   ความหมายจะเป็นอย่างอื่น  เช่น 

  • I have bought a gift for her birthday.

(ผมได้ซื้อของขวัญสำหรับวันเกิดของเธอ)  (คือ  ได้ซื้อไปเรียบร้อยแล้ว)  (ผู้พูดมิได้ต้องการหมายความว่า  “ซื้อของขวัญตั้งแต่วันนั้น.........เวลานั้น  ปัจจุบันก็ยังซื้ออยู่”  เหมือนกับในกรณีของการใช้กริยาตัวอื่นๆ  เช่น  “Work”  หรือ  “Live”  เป็นต้น  จึงต้องเข้าใจการใช้  “Tense”  บาง “Tense” ของกริยาบางตัวด้วย  มิใช่ใช้ได้เหมือนกันทุกคำ  เพื่อจะสื่อความหมายแบบเดียวกัน)

 

7. Up to the present time most students ___________________ writing their term report yet.

(จนถึงปัจจุบัน  นักเรียนส่วนใหญ่ ___________________ การเขียนรายงานประจำภาคเลย)

(a) did not finish

(b) do not finish

(c) had not finished

(d) have not finished    (ยังมิได้เสร็จสิ้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ใช้รูป  “Have not finished”  (Present perfect tense)  กับวลี  “Up to the present time”  (จนถึงปัจจุบัน  )  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                      ตัวอย่างที่ 

  • It ____________________________________________ every day so far this week.

(ฝน __________________________________ ทุกวันเท่าที่ผ่านมา (หมู่นี้) ในสัปดาห์นี้)

(a) has rained    (ได้ตก)

(b) rained

(c) is raining

(d) rains

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ใช้  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  กับ  “So far

                                            ตัวอย่างที่ 

  • I __________________________________________ a policeman for fifteen years.

(ผม _________________________________________ ตำรวจมาเป็นเวลา  ๑๕  ปีแล้ว)

(a) have became

(b) became

(c) have been    (ได้เป็น)

(d) am

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใช้   “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3  หรือ  Subject + Has (Have) + Been + Noun  หรือ  Adjective}   เนื่องจากเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต  และดำเนินมาถึงปัจจุบัน  (คือการเป็นตำรวจนาน  ๑๕  ปี)   สำหรับข้อนี้  จะตอบ ข้อ   (a) ก็ได้  แต่ต้องแก้เป็น   “Have become”  ดูเพิ่มเติม  “Tense”  นี้จากประโยคข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่  

  • ___________________________________________ a lot of changes since you left.

(________________________________ ความเปลี่ยนแปลงมากมาย  ตั้งแต่คุณจากไป)

(a) There will be    (จะมี)

(b) There are    (มี)  (ปัจจุบัน)

(c) There were    (มี)  (อดีต)

(d) There have been    (ได้มี)

(e) There is(มี)    (ปัจจุบัน)

(f) There was(มี)    (อดีต)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  หรือ “There has been, There have been” (กรณีนี้  ใช้   “There have been” เพราะ  “Changes” เป็นรูปพหูพจน์)  เนื่องจากเหตุการณ์ (มีความเปลี่ยนแปลง) เกิดขึ้นต่อเนื่อง  เริ่มจากในอดีต  (ตั้งแต่คุณจากไป)  จนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูดประโยคนี้)  (คือ  ปัจจุบัน  ความเปลี่ยนแปลงก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่)

                                            ตัวอย่างที่  

  • As a mass production method, it _____________ great advances in the last few years.

(ในฐานะวิธีการผลิตสินค้าเป็นจำนวนมาก  มัน (วิธีการ) ______________ ความก้าวหน้าอย่างยิ่ง   ในช่วง   ๒  ถึง  ๓  ปีที่ผ่านมา)

(a) makes

(b) is making

(c)made

(d) has made    (ได้ทำให้เกิด)

ตอบ   -   ข้อ   (dเนื่องจากข้อความ   “In the last few years”  (ในช่วง    ถึง    ปีที่ผ่านมา)   แสดงการเกิดขึ้นของเหตุการณ์  (การผลิตครั้งละมากๆ  ซึ่งก่อให้เกิดความก้าวหน้า)   ในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน   (ขณะที่พูด)   จึงใช้  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}

                                             ตัวอย่างที่  

  • ______________ impressive increases in expenditure on the advertising of tobacco goods in recent years.

(________________ การเพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจ  ในค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณาสินค้ายาสูบ  ในช่วงไม่กี่ปีที่เพิ่งผ่านมานี้)

(a) There are

(b) There were

(c) There have been    (มี, ได้มี)

(d) There has been

ตอบ   -   ข้อ  (c)   ใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject +has (have) + Verb 3} (ต้องใช้  “Have been” เนื่องจาก  “impressive increases” อยู่ในรูปพหูพจน์)   เนื่องจากบอกการกระทำ  หรือเหตุการณ์  ที่เกิดขึ้นในอดีต  และยังคงดำเนินหรือมีผลต่อมาจนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูดประโยคนี้)  และคาดว่าเหตุการณ์นั้นยังจะปรากฏในอนาคตอีก   สังเกตจาก   “For” = (เป็นเวลา)  (For + ความยาวของเวลา),  “Since” =(ตั้งแต่),  (Since +จุดเริ่มต้นของเวลา),  “Up to now”     (= Up to the present time = Up until now) =  (จนถึงบัดนี้),  “So far”=     ( เท่าที่ผ่านมา, หมู่นี้),  “Lately” (= Recently) =   (หมู่นี้, เร็วๆ นี้),  “Over the past years”  (ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา),  “In recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีที่เพิ่งผ่านมา),  Since the sun set  (ตั้งแต่พระอาทิตย์ตก),  Since they were in college  (ตั้งแต่พวกเขาเรียนมหาวิทยาลัย),  Since we were young  (ตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก),  Since she was born  (ตั้งแต่เธอเกิด),   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • She has lived here for10 years.

(เธออาศัยอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • He has been in Chicago since last week.

(= He has gone to Chicago since last week.)

(เขาอยู่ในชิคาโกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • We have lived in Bangkok since we were young.

(เราอาศัยอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่เรายังเด็ก – ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • So far, you have not done your best.

(= You have not done your best so far.)

(เท่าที่ผ่านๆมา  คุณยังไม่ได้ทำดีที่สุดเลย)

  • I have sent him only one letter up to now.

(ผมส่งจดหมายให้เขาเพียงฉบับเดียว  จนถึงบัดนี้)

  • The climate has changed a great deal over the past years.

(ภูมิอากาศได้เปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  -  จนถึงปัจจุบัน  ขณะที่พูด)

  • Crime has significantly increased in recent years.

(อาชญากรรมได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา)

  • The gate has been closed since the sun set.

(ประตูได้ถูกปิดตั้งแต่พระอาทิตย์ตก)  (ขณะที่พูดประโยคนี้  ประตูก็ยังปิดอยู่)

  • I have known them since we were in college.

(ผมรู้จักกับพวกเขา  ตั้งแต่เราเรียนมหาวิทยาลัย)  (ปัจจุบันก็ยังรู้จักอยู่)

  • They have lived there since they were born.

(พวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิด)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

 

8. The landlord told the tenants that the beautiful furniture on the second floor of the residence _____________ from Italy.

(เจ้าของบ้านบอกผู้เช่าว่า  เฟอร์นิเจอร์ที่สวยงามบนชั้น  ๒  ของที่พัก ________ มาจากอิตาลี)

(a) were sent

(b) have been sent

(c) was sent    (ถูกส่ง)

(d) had sent    (ได้ส่ง)  (ผิดเพราะเป็น “Active voice”)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นกริยาในรูปอดีต  (สังเกตจากกริยาในประโยคใหญ่  คือ  "Told")  ในแบบ  “Passive voice”  (ถูกส่ง) ของอนุประโยค  (…….....the beautiful furniture on the second floor of the residence was sent from Italyโดยมีประธานของอนุประโยคที่เป็นคำนามเอกพจน์  (นามนับไม่ได้)  คือ  “The beautiful furniture

 

9. Examinations make me ____________________.  I always get _____________________.

(การสอบทำให้ผม ___________________ ผม __________________ (กับมัน) อยู่เสมอ)

(a) angry _____________ being nervous

(b) angry _____________ nervously

(c) angrily _____________ nervous

(d) angry _____________ nervous    (โกรธ ................... วิตกกังวล)

 

10. Our car is going to ________________________________________________, I think.

(รถของเรากำลังจะ ______________________________________________ ผมคิดนะ)

(a) break down    (เสีย, ไม่ทำงาน, ชำรุด)

(b) break out    {เกิดขึ้น (ไฟ, สงคราม, โรคระบาด, การต่อสู้, การโต้เถียง)}

(c) break away    {หลบหนีโดยฝ่าออกไป (เช่น แหกคุก)}

(d) break off    {หยุด (พูด หรือทำ) อย่างกะทันหัน, ตัดความสัมพันธ์, เลิกคบ}

 

11. I don’t know _________________________________________________ he is a rogue.

(ผมไม่ทราบว่าเขาเป็นอันธพาล ___________________________________________)

(a) that

(b) whether    (หรือไม่)

(c) where

(d) unless

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ทั้งนี้  อาจตอบ   “If” (หรือไม่)   ก็ได้

 

12. _________________________ interested in the subject is invited to attend the lecture.

(_______________________ ที่มีความสนใจในวิชานี้  ได้รับเชิญให้เข้าร่วมฟังการบรรยาย)

(a) Everything

(b) Everybody    (ทุกคน)

(c) Someone    (บางคน)

(d) Nobody

 

13. Can you read a book _____________________________________ Greek characters?

(คุณสามารถอ่านหนังสือ _____________________________ ตัวอักษรกรีก  ได้หรือไม่)

(a) with

(b) in    (เขียนด้วย,  ที่เป็น)

(c) on

(d) by

ตอบ   -   ข้อ    (b)   สำหรับวลีที่ใช้  “In”  ได้แก่   “In writing”  (เป็นลายลักษณ์อักษร, เป็นภาษาเขียน)  -  I want your answer in writing.  (ผมต้องการคำตอบจากคุณแบบเป็นลายลักษณ์อักษร  -  คือ  ทำเป็นหนังสือมา),  “deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน)  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”)  “interested in”(สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า), “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath”(ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),“in the area”  (ในพื้นที่), “in the garden” (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ), “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง), “in the direction of”  (ในทิศทางของ), “in a restaurant”  (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้อง น้ำ), “in school”  (ในโรงเรียน), “in hospital”  (ในโรงพยาบาล), “in the kitchen”  (ในครัว),“in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil” (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว), “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes”  (ใน ๒ นาที), “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)  “in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ), “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  She studied very hard in an effort to pass the exam.  (เธอเรียนหนักมาก  ในความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน), “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ), “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน)  -  At present the people have no confidence in the government.  (ในปัจจุบัน  ประชาชนไม่มีความเชื่อมั่นในรัฐบาล), “take interest in”  (สนใจใน), “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....), “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ), “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion”  (ในความเห็นของผม), “in her view”   (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม), “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร), “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวางแผน), “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕), “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม), “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิร์ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน), “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการ  เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก)  เป็นต้น

 

14. When were you married ______________________________________________ him?

(คุณแต่งงาน ________________________________________________ เขาเมื่อไร)  

(a) with

(b) to    (กับ)

(c) by

(d) for

ตอบ   -   ข้อ   (b)

                                               สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)   ที่ใช้กับ “To”   ได้แก่   kind (กรุณา, ใจดี)  -  He is very kind to me.  (เขากรุณาต่อผมมาก),  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ),  cruel  (โหดร้ายกับ),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ),  obvious  (ชัดเจนแก่),  obedient  (เชื่อฟังต่อ),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ),  equal  (เท่ากันกับ),  grateful  (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)  -  I’m very grateful to your kind assistance.  (ผมขอบคุณอย่างมากต่อความช่วยเหลือของคุณ),  harmful  (เป็นอันตรายต่อ),  kind  (กรุณาต่อ),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธาต่อ),  junior  (อาวุโสน้อยกว่า),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  He is senior to me in the army.  (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ  -  คือมียศสูงกว่า),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ)  -  He is polite to everyone he meets.  (เขาสุภาพกับทุกคนที่เขาเจอะเจอ),  familiar  (คุ้นเคยกับ)  -  Most people at the party were familiar to me.  (คนส่วนใหญ่ที่งานเลี้ยงคุ้นเคยกับผม,  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  They are accustomed to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  The material is almost identical to limestone.  (วัตถุชิ้นนั้นเกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับหินปูน),  satisfactory (เป็นที่พอใจของ),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)   เป็นต้น

                                              สำหรับคำกริยาที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   “happen”  (เกิดขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขานานมาแล้ว),  occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับ)-  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำแนะนำของอาจารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยินยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)   -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาดเจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)   -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)   - The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),   เป็นต้น

 

15. I shall spend the _____________________________________ of my life in the country.

(ผมจะใช้เวลา __________________________________________ ของชีวิตในชนบท)  

(a) end

(b) beginning

(c) rest    (ที่เหลือ, ส่วนที่เหลือ)

(d) whole

 

16. He who doesn’t go forward stays behind, ________________________________ he? 

(เขา  ผู้ซึ่งไม่ก้าวไปข้างหน้า  จะหยุดอยู่ข้างหลัง (ผู้อื่น) ________________________)

(a) does he

(b) doesn’t he    (ใช่หรือไม่)

(c) does not he

(d) did he

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ต้องสร้าง   “Tag”  จากกริยาของประโยคใหญ่  (Main clause  -  He stays behind.)  คือ  “Stays” 

 

17. There ________________________________________ to be a cinema near my shop.  

(___________________________________ มีโรงภาพยนตร์   โรง  ใกล้ร้านของผม)

(a) has

(b) used    (เคย)

(c) is

(d) was

 

18. Make ________________________________________________ while the sun shines.

(จงเก็บเกี่ยว _____________ ขณะที่ดวงอาทิตย์ยังส่องแสง)  (ประโยคข้างบนเป็นสุภาษิต  ความหมาย คือ  น้ำขึ้นให้รีบตัก)

(a) the hay

(b) a hay

(c) hay    (หญ้าเฮย์)

(d) hays

 

19. You can take everything you want; ___________________________ do not touch my wife. 

(คุณสามารถเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการไปได้,  ___________ อย่าแตะต้องภรรยาของผม)

(a) you

(b) please

(c) but that

(d) only    (ขอเพียงแต่ว่า)

 

20. That horse cannot run any more.  Its _______________________________ are broken.

(ม้าตัวนั้นไม่สามารถวิ่งต่อไปได้อีก ________________________________ ของมันหัก)

(a) frontlegs    (ต้องใช้เป็น  “Front legs”  =  ขาหน้า)

(b) beforelegs    (คำนี้ไม่มีใช้)

(c) forelegs    (ขาหน้า)

(d) behindlegs    (ต้องใช้  “Hindlegs”  =  ขาหลัง)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

 

21. How _______________________________________________________________?

(_____________________________________________________ หรือ มากเท่าใด)

(a) is this well deep

(b) many feet is this well deep

(c) is the depth of this well

(d) many feet is this well in depth    (บ่อน้ำนี้ลึกกี่ฟุต)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  หรืออาจถามว่า  “How deep is this well?”  (บ่อน้ำนี้ลึกเท่าใด)  หรือ  “What is the depth of this well?”  (ความลึกของบ่อน้ำนี้เป็นเท่าใด)  ก็ได้

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป