หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 354)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Ball-point pens require ___________________________________ than fountain pens do.

(ปากกาลูกลื่นต้องการ ___________________________________ ปากกาหมึกซึมต้องการ)

(a) the ink is thicker

(b) an ink and thicker

(c) a thicker ink    (น้ำหมึกที่เข้มข้นกว่า)

(d) the thicker than ink

 

2. The city of Montreal ______________________________________ over 70 square miles.

(เมืองมอนทรีอัล (ประเทศแคนาดา) _____________________ (พื้นที่) กว่า  ๗๐  ตารางไมล์)

(a) is covered    (ถูกครอบคลุม, ถูกปกคลุม)

(b) that covers    (ซึ่งครอบคลุม)

(c) covering

(d) covers    (ครอบคลุม, ปกคลุม)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นกริยาแท้ของประโยค

 

3. Some economists maintain that fluctuations in the economy __________ from political events.

(นักเศรษฐศาสตร์บางคนยืนยันว่า  ความเปลี่ยนแปลง (การขึ้นๆลงๆ) ในเศรษฐกิจ _________ จากเหตุการณ์ทางการเมือง)

(a) resulting

(b) which result    (ซึ่งเป็นผล, ซึ่งส่งผล)

(c) result    (เป็นผล, ส่งผล)

(d) these result

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นกริยาแท้ของอนุประโยค  “that fluctuations in the economy result from political events

 

4. The employers are planning a big party for Jennifer who _____________ the company for 25 years next September.

(นายจ้างกำลังวางแผนจัดงานเลี้ยงใหญ่ให้เจนนิเฟอร์  ผู้ซึ่ง _____________ บริษัทเป็นเวลา  ๒๕  ปี  ในเดือนกันยายนปีหน้า)

(a) has managed

(b) can manage

(c) will manage

(d) will have been managing    (จะได้กำลังบริหาร-จัดการ (บริษัทฯ ) แล้ว)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ใช้โครงสร้าง  “Present future perfect continuous tense”  (Subject + Will + Have + Been + Verb + ing)  (Who will have been managing) เมื่อต้องการบอกว่า  เมื่อถึงเวลาหนึ่งในอนาคต  (กันยายน ปีหน้า)  เหตุการณ์หนึ่งจะได้กำลังเกิดขึ้นแล้ว  และจะดำเนินต่อไปอีกด้วย  คือ มิหยุดอยู่เพียงแค่นั้น  ในที่นี้  คือ  “จะได้กำลังบริหาร-จัดการ (บริษัทฯ เป็นเวลา ๒๕ ปี) แล้ว  และจะทำต่อไปด้วย”  สำหรับ  “Tense”  นี้  คล้ายกับ  “Present future perfect tense”  (Subject + Will + Have + Verb 3)  (Who will have managed)  ซึ่งเพียงต้องการบอกว่า  “เมื่อถึงเวลาหนึ่งในอนาคต  เหตุการณ์หนึ่งจะได้เกิดขึ้นแล้ว”  เท่านั้น  โดยมิได้เน้นว่า  เหตุการณ์นั้นจะเกิดต่อไปอีกหลังจากนั้น  อย่างไรก็ตาม  โครงสร้าง  “Present future perfect continuous tense”  ต้องการเน้นว่า  “เหตุการณ์จะได้กำลังเกิดอยู่  และดำเนินต่อไปด้วย  หลังจากนั้น”  ดูเพิ่มเติม  “Tense”  นี้จากประโยคข้างล่าง 

                                         ตัวอย่างที่ 

  • I _________________________ in Phuket for 3 years when you return from France.

(ผม ________________________ ในภูเก็ตเป็นเวลา  ๓  ปี  เมื่อคุณกลับมาจากฝรั่งเศส)

(a) have lived

(b) have been living

(c) shall live

(d) shall have been living    (จะได้กำลังอาศัยอยู่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากเป็นการพูดถึงเหตุการณ์ในอนาคต  ว่า  เมื่อถึงเวลานั้นๆในอนาคต  (คือ  เมื่อคุณกลับมาจากฝรั่งเศส)  อีกเหตุการณ์หนึ่งคงจะได้เกิดขึ้นแล้ว  (ใช้ Present perfect tense -  Subject + Has (Have) + Verb 3)   หรือ  จะได้กำลังเกิดขึ้นแล้ว  และจะดำเนินต่อไปหลังจากนั้นด้วย  (ใช้  Present perfect continuous tense -  Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing )  (คือในกรณีของประโยคข้างบน  “ผมจะได้กำลังอาศัยอยู่ในภูเก็ตเป็นเวลา  ๓  ปี  และจะอาศัยอยู่ต่อไปหลังจากนั้นด้วย”)   อย่างไรก็ตาม  สำหรับข้อนี้  อาจตอบว่า  “Shall have lived”   ก็ได้  ถ้าไม่ต้องการเน้นว่า  “จะอาศัยอยู่ต่อไปอีก  หลังจากนั้น” 

 

5. Tourists are allowed to stay in the country for 3 months, _____________ they’ve got enough money to live on without taking a job.

(นักท่องเที่ยวได้รับอนุญาตให้พักอยู่ในประเทศเป็นเวลา  ๓  เดือน ______________ พวกเขามีเงินเพียงพอที่จะดำรงชีพอยู่ได้โดยไม่ต้องทำงาน)  (เพราะการทำงานเป็นสิ่งผิดกฎหมาย)

(a) whereas    (แต่ทว่า, ในทางตรงกันข้าม)

(b) even though    (ถึงแม้ว่า)

(c) provided that    (ภายใต้เงื่อนไขว่า, โดยมีข้อแม้ว่า, ถ้า)

(d) in spite of    (ทั้งๆที่)  (ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี)

 

6. Unlike _____________ rural areas, the crowded streets in urban areas are always filled with tourists and commuters.

(ไม่เหมือนกับพื้นที่ชนบทที่ _______________, ถนนที่พลุกพล่าน (แออัด) ในพื้นที่ที่เป็นเมือง  มักจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและผู้สัญจรไปมา  -  ระหว่างบ้านกับที่ทำงาน  -  อยู่เสมอ)

(a) quietly

(b) quiet    (เงียบสงบ)

(c) being quiet

(d) quietness    ()

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ใช้คำคุณศัพท์  (Quiet)  ขยายหน้าคำนาม  “Rural areas”

 

7. In radio and television _____________ impossible to draw the line between news and entertainment programs.

(ในวิทยุและโทรทัศน์ ______________ เป็นไปไม่ได้  (อยู่บ่อยๆ) ที่จะลากเส้น (แบ่งเขตแดน) ระหว่างรายการข่าว  และรายการบันเทิง) (คือ  สองรายการนี้ไม่สามารถแยกออกจากกันได้อย่างชัดเจน)

(a) frequently is

(b) are frequently

(c) it is frequently    (มัน ............(เป็นไปไม่ได้)............... อยู่บ่อยๆ)

(d) where they are frequently

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นประธาน  (It)  กริยา  (Is)  และกริยาวิเศษณ์แสดงความถี่  (Frequently)  ซึ่งขยายคำคุณศัพท์  (Impossible)

 

8. Last year, _______________ to the money given by Mr. Cooper, the school was able to build a library for the students.

(ปีที่แล้ว _________________ เงินที่มอบให้โดยมิสเตอร์คูเปอร์  โรงเรียนสามารถสร้างห้องสมุดสำหรับนักเรียนได้)

(a) thank

(b) thanking

(c) thanks    (เนื่องมาจาก)

(d) thanked

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Thanks to”  =  “เนื่องมาจาก”  มีความหมายเหมือนกับ  “Due to, Because of, Owing to, On account of

 

9. Take care of yourself; the weather is always ____________ at the beginning of the season.

(ดูแลตัวเองหน่อยนะ  อากาศ __________________________ อยู่เสมอในตอนเริ่มต้นฤดู)

(a) changed

(b) changes

(c) changing    (กำลังเปลี่ยนแปลง)

(d) to be changed

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใช้ในรูป  “Active voice”  (Present continuous tense)     เนื่องจาก   “Weather”  สามารถเปลี่ยนแปลงได้เอง  (เป็นผู้กระทำ)

 

10. I think she won’t find these clothes _________________________________________.

(ผมคิดว่า  เธอจะไม่พบว่าเสื้อผ้าเหล่านี้ _______________________________________)

(a) satisfy    (ทำให้พึงพอใจ) 

(b) satisfied    (รู้สึกพึงพอใจ)

(c) satisfactory    (น่าพึงพอใจ)

(d) satisfaction    (ความพึงพอใจ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เป็นไปตามโครงสร้าง   {Subject + Find + It (Them, Him, Her, etc.) + Adjective + To + Verb 1}  เช่น

  • I find it interesting to listen to his lecture.

(ผมพบว่าน่าสนใจในการฟังคำบรรยายของเขา) 

  • The judge found him guilty of the murder.

(ผู้พิพากษาพบว่าเขามีความผิดในการฆาตกรรม)  

 

11. Are you ___________________________________________ for your final examination?

(คุณ _____________________________________________ สำหรับการสอบไล่หรือยัง)

(a) prepare

(b) to prepare

(c) prepared    (เตรียมพร้อม)

(d) already    (แล้ว)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Be prepared”  =  Ready  ส่วนคำอื่นๆใช้ดังนี้  คือ

  • Are you ready for your final examination?
  • Are you prepared for your final exam?

(ประโยคข้างบนทั้ง  ๒  ประโยค  มีความหมายเหมือนกัน) 

 

12. It is time for you to leave ___________________________________________ this town.

(มันได้เวลาสำหรับคุณที่จะออก ____________________________________ จากเมืองนี้)

(a) from

(b) away from

(c) off

(d) (No word is needed.)    (ไม่ต้องเติมคำใดเลย)

ตอบ   -   ข้อ    (d)  “Leave”  +  “กรรม”  โดยไม่ต้องมี   “Preposition” เช่น  “Leave the room (ออกจากห้อง),  Leave the office (ออกจากสำนักงาน),  Leave the airport (ออกจากสนามบิน),  Leave the university (ออกจากมหาวิทยาลัย), etc.

 

13. A: I’m not staying here. 

(ผมจะไม่พักที่นี่แล้ว)

      B: I wish you __________________________________________________________.

(ผมปรารถนาว่าคุณ  ___________________________________________________)

(a) can

(b) are

(c) were    (พัก)

(d) stay

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากกริยาที่อยู่ในอนุประโยค  ที่ตามหลัง   “Wish”  จะต้องอยู่ในรูป  “Past simple tense”  (Verb 2)  (ถ้าเป็นการปรารถนาในปัจจุบัน  -  เช่น ในประโยคข้างบน  ที่ปรารถนาให้  “คุณ” พักอยู่ในปัจจุบัน)   และต้องอยู่ในรูป  ‘Past perfect tense”  (Had + Verb 3)  (ถ้าเป็นการปรารถนาในอดีต)  เราเรียกโครง สร้างแบบนี้ว่า  “Past subjunctive”  คือ เป็นการปรารถนาเหตุการณ์ที่ไม่เกิดขึ้นจริง  เป็นเพียงการอยากให้เป็นเช่นนั้นเช่นนี้  แต่ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้จริงตามความปรารถนา   ฝรั่งจึงใช้รูป  “Past”  อย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ

 

14. He denied ____________________________________________________________.

(เขาปฏิเสธ_________________________________________________________)

(a) that he had not murdered the old man

(b) that he had murdered the old man.    (ว่าเขา (มิได้) ฆ่าชายแก่คนนั้น)

(c) to murder the old man.

(d) to have murdered the old man.

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจาก  {Deny + (That) + Subject + Verb (บอกเล่า)}  กล่าวคือ  ประโยคข้างบน จะแปลตรงๆว่า  “เขาปฏิเสธว่า เขาฆ่าชายแก่คนนั้น”  ซึ่งผิดกับภาษาไทยที่นิยมพูดว่า  “เขาปฏิเสธว่า  เขาไม่ได้ฆ่าฯ”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • He denied that he was involved and demanded an apology.

(เขาปฏิเสธว่าเขา (มิได้) เกี่ยวข้องด้วย  และเรียกร้องการขอโทษ)

  • Bill denied doing anything illegal.  (Deny + Verb +ing)

(บิลปฏิเสธการทำอะไรที่ผิดกฎหมาย  -  คือ บอกว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมาย)

  • The government denied the workers social equality.

(รัฐบาลปฏิเสธความเท่าเทียมกันทางสังคมแก่คนงาน  -  คือ ไม่ยอมให้สิ่งนี้แก่คนงาน)

  • She has denied me access to some information.  (Deny + กรรมรอง + กรรมตรง)

(เธอไม่ยอมให้ผมเข้าถึงข้อมูลบางอย่าง)

 

15. _____________________________________ he comes or not, I shall go to the cinema.

(_______________________________________ เขาจะมาหรือไม่ก็ตาม  ผมจะไปดูหนัง)

(a) If    (ไม่ว่า)

(b) Unless    (ถ้า...................ไม่)

(c) Whether    (ไม่ว่า)

(d) I’m sure

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเมื่อนำหน้าประโยค  ต้องใช้   Whether”  เพียงอย่างเดียว  แต่ถ้าไว้ในประโยค   ใช้ได้ทั้ง  “Whether”  และ  “If”   เช่น

  • I don’t know whether (if) he will come or not.

(ผมไม่ทราบว่าเขาจะมาหรือไม่)    

 

16. I shall leave _____________________________________________ Germany tomorrow.

(ผมจะจาก ______________________________________________ เยอรมันวันพรุ่งนี้)

(a) to

(b) from

(c) in

(d) for    (ไป)

ตอบ   -   ข้อ    (d)  “Leave for Germany”  =  “จากไปประเทศเยอรมัน”  (ไม่ใช้ “To”)   ส่วน   “Leave Germany”  =  “ออกจากประเทศเยอรมัน”  (เพื่อจะไปประเทศอื่น)   อย่าใช้  “Leave from Germany”  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “For”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                            สำหรับคำคุณศัพท์ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job. = เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ)  -  “Are you ready for your new job?”  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  “Thailand is famous for the hospitality of its people.”  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  “I’m sorry for any damage I may occur.”  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม)  -  “These clothes are fit for me.”  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมาก  สำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                                           ส่วนคำกริยาที่ใช้กับ  “For” เช่น  “Buy something for someone”  (ซื้ออะไรให้ใคร)  -  “I bought a present for her on her birthday.”  (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด),  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “They will vote for the Republican only.”  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “I’ ll pay for the meal   -this time.”  (ผมจะจ่ายค่าอาหารให้มื้อนี้),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  “Thank you for your help.”  (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ), “Search  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  “She is looking for her lost watch.”  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  “They have to struggle for their survival.” (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  “The criminals begged for the judge’s mercy.”  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  “We hope for better life in the future.”  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตเป็นต้น

                                            สำหรับวลีอื่นๆที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป  ๑ เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน๊ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),   “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ),  เป็นต้น

 

17. This is my hat, and that is _________________________________________________.

(นี่คือหมวกของฉัน  และนั่นคือ _____________________________________________)

(a) her    (ของเธอ)  (ใช้ขยายหน้าคำนาม)

(b) hers    (ของเธอ  หมายถึง  หมวกของเธอ)

(c) her’s    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) hers’    (รูปนี้ไม่มีใช้) 

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Possessive pronoun”  (Hers, His, Mine, Yours, Theirs, Ours, Its)  ใช้ขยายหลัง  “Verb to be”  (Is, Am, Are, Was, Were)  ส่วน   “Possessive adjective” (Her, His, My, Your, Their, Our, Its)  ใช้ขยายหน้าคำนาม

 

18. You ought not _________________________________________________ that again.

(คุณไม่ควร ________________________________________________ อย่างนั้นอีก)

(a) do

(b) doing

(c) to do    (ทำ)

(d) to doing

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Ought + To + Verb 1”  =   “ควร.....................”   ส่วน  “Ought + Not + To + Verb 1”  “ไม่ควร.......................”

  • You ought to study harder.

(คุณควรขยันเรียนให้มากขึ้น)

  • She ought not to come home so late.

(เธอไม่ควรกลับบ้านดึกมากนัก)

 

19. Whenever we meet, we stop _______________________________________________.

(เมื่อใดก็ตามที่เราพบกัน  เราจะหยุด ________________________________________)

(a) talking

(b) talk

(c) to talk    (เพื่อที่จะคุยกัน)

(d) to talking

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Stop + To + Verb”  หมายถึง “หยุดเพื่อที่จะทำกริยานั้นๆ”  ส่วน  “Stop + Verb + ing” หมายถึง  “หยุดการกระทำกริยานั้นๆ”  เช่น

  • We stop to have lunch at 11.30 a.m. every day.

(เราหยุด (ทำงาน) เพื่อกินอาหารเที่ยง ตอน ๑๑.๓๐ น. ทุกๆวัน)

  • We stopped having lunch when the fire broke out.

(เราหยุดการกินอาหารเที่ยง เมื่อเกิดไฟไหม้ขึ้น)

  • They stopped to work until late at night.

(พวกเขาหยุด (กิน, เล่น, พูดคุย) เพื่อทำงานจนกระทั่งดึก)

  • They stopped working and went to a restaurant.

(พวกเขาหยุดการทำงาน  และไปภัตตาคารเพื่อกินอาหาร)

 

20. This is the first time that I _________________________________________ your town.

(นี้เป็นครั้งแรกที่ผม __________________________________________ เมืองของคุณ)

(a) visited

(b) have visited    (ได้ไปเยือน)

(c) had visited

(d) was visiting

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากอนุประโยค  “that I………..…your town” ที่นำหน้าด้วย   “This is the first time” (นี่เป็นครั้งแรก)  “This is the second time” (นี่เป็นครั้งที่ ๒)  “This is the last time” (นี่เป็นครั้งสุดท้าย)  จะใช้รูป “Present perfect tense”  ในอนุประโยคดังกล่าว  แต่ถ้าข้อความข้างหน้าเปลี่ยนเป็น “This was the first time”  ในอนุประโยคก็จะเปลี่ยนเป็น “Past perfect tense” (Subject + Had + Verb 3)  ตามไปด้วย  เช่น

  • This was the first time that I had tried to play tennis.

(นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้พยายามเล่นเทนนิส)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป