หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 351)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Unlike the budget of some countries, _______________ focuses chiefly on expenditures.

(ไม่เหมือนกับงบประมาณของบางประเทศ ________________ เน้นด้านการใช้จ่ายเป็นหลัก)

(a) and the United States

(b) that of the United States    (งบประมาณของสหรัฐฯ)

(c) the United States, which

(d) which the United States

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ใช้  “That”  แทน  “Budget”  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนี้ซ้ำ  ดูเพิ่มเติมการใช้คำแทนคำนาม  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวซ้ำ  จากประโยคข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่ 

  • His wages as a truck-driver were considerably higher _______________ a ditch-digger.

(ค่าจ้างของเขาในฐานะคนขับรถบรรทุก  สูงกว่า _______________ คนขุดคูน้ำอย่างมากมาย)

(a) than

(b) in comparison to the wages of

(c) than those of    (ค่าจ้างของ)

(d) if not higher than, better than

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้  “Those”  แทน  “Wages”  ซึ่งเป็นคำนามนับได้  พหูพจน์   ดูเพิ่มเติมการใช้คำแทนคำนามเพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนั้นซ้ำ  จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Fossil evidence indicates that the earliest cockroaches looked very much like ____________.

(หลักฐาน (จาก) ฟอสซิล (ซากพืชหรือสัตว์ที่เป็นหิน) บ่งชี้ว่า  แมลงสาบยุคแรกสุด  มีลักษณะเหมือนกันมากกับ _________________)

(a) today does

(b) those of today    (แมลงสาบในปัจจุบัน)

(c) what do cockroaches now

(d) the cockroaches which are now

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากใช้  “Those”  แทน  “Cockroaches”  ซึ่งเป็นคำนามนับได้  พหูพจน์   ดูเพิ่มเติมการใช้คำ  (Those, That, One)  แทนคำนามที่กล่าวมาก่อนหน้าแล้ว  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำซ้ำ  จากประโยคข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่ 

  • This school has a new pool, so ______________ should have ________________ too.

(โรงเรียนนี้มีสระว่ายน้ำใหม่  ดังนั้น ______________ ควรมี ______________ เช่นเดียวกัน)

(a) our school __________ new pool

(b) our __________ new one

(c) we __________ pool

(d) ours __________ one    (โรงเรียนของเรา .................. สระว่ายน้ำใหม่)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นการใช้คำแทนคำนามที่ได้กล่าวไปแล้วทั้งคู่  คือ  ใช้   “Ours”  แทน  “Our school”  (ต้องใช้คำให้สมดุลกัน  คือ  “Our school”  และ  “This school” )   และ  “One”  แทน  “A new pool”   ซึ่งเป็นคำนามนับได้  เอกพจน์   ดูเพิ่มเติมการใช้คำแทนคำนามที่กล่าวไปก่อนหน้าแล้ว  จากประโยคข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่ 

  • People in highly developed countries are generally better fed than _______________ in underdeveloped countries.

(ผู้คนในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างมาก  โดยทั่วไปจะมีอาหารการกินที่ดีกว่า ____________ ในประเทศด้อยพัฒนา)

(a) that

(b) those    (ผู้คน)

(c) them

(d) the one

ตอบ   -   ข้อ    (b)    เนื่องจากต้องใช้  “Those”  แทนคำนามนับได้  พหูพจน์  (People)   

                                          ตัวอย่างที่ 

  • The furniture _____________ is manufactured here is as good as ____________ made anywhere else in the world.

(เฟอร์นิเจอร์ __________ ถูกผลิตที่นี่  ดีพอๆ กับ _________ (ซึ่งถูก) ผลิต  (ทำ) ที่อื่นใดในโลก)

(a) that ____________ which

(b) which ____________ that    (ซึ่ง  .........................  เฟอร์นิเจอร์)

(c) that ____________ those

(d) which ____________ which

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ในช่องแรกอาจตอบ  “Which”  หรือ  “That”  ก็ได้  แต่ในช่องหลัง   ต้องตอบ  “That”  เพียงอย่างเดียว  เนื่องจาก  ใช้แทน  “Furniture”  ซึ่งเป็นคำนามนับไม่ได้  ดูคำอธิบายการใช้คำแทนนามนับได้  และนับไม่ได้จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • I’ve lost my pen.  Have you got _________________________________ I can borrow?

(ผมได้ทำปากกาหาย  คุณมี ___________________________________ ให้ผมยืมไหม)

(a) them

(b) anyone

(c) it

(d) one    (ปากกาด้ามหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ใช้   “One”  แทนนามนับได้เอกพจน์  (Pen)

                                          ตัวอย่างที่ 

  • The Prime Minister is giving a press conference now; he also gave ___________ at this time last week.

(นายกรัฐมนตรีกำลังประชุมให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อยู่ในขณะนี้   และเขาได้จัดประชุม ______ ด้วย  ในเวลาเดียวกันนี้  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

(a) i

(b) the same

(c) them

(d) one    (ครั้งหนึ่ง, หนหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากแทนคำนามนับได้   เอกพจน์  (Press conference)

                                           ตัวอย่างที่ 

  • The houses here are a little less modern than _______________________ in the city.  

(บ้านที่นี่ทันสมัยน้อยกว่า __________________________________ ในเมืองอยู่เล็กน้อย)

(a) that

(b) those    (บ้าน)

(c) they

(d) ones

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากแทน   “Houses”   ซึ่งเป็นคำนามนับได้พหูพจน์   แต่ถ้าเป็นคำนามนับได้เอกพจน์  (House, Car, Book, Pen, Dog)  ให้แทนด้วย  “One”   และถ้าเป็นคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  (เช่นFurniture, Advice, News, Information, Equipment, Evidence, etc.)   ให้แทนด้วย  “That

                                           ตัวอย่างที่  

  • When the boy saw the kite I had made, he asked me to make ____________ for him. 

(เมื่อเด็กคนนั้นเห็นว่าวที่ผมทำ  เขาขอร้องผมให้ทำ _______________________ ให้แก่เขา)

(a) other

(b) it

(c) one    (ตัวหนึ่ง)

(d) the kite

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Kite”   เป็นคำนามนับได้ เอกพจน์  เมื่อจะกล่าวถึงอีกครั้งหนึ่ง (กล่าวซ้ำ)   ต้องใช้  “One”  แทน

                                           ตัวอย่างที่  ๑๐

  • The air of the hills is cooler than _________________________________________.

(อากาศของเนินเขาเย็นกว่า _______________________________________________)

(a) one of the plains

(b) of the plains

(c) that of the plains    (อากาศของที่ราบ)

(d) the plains

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Air”  เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงต้องแทนด้วย  “That” และตามด้วย   of the plains”   เพื่อให้สมดุลกัน  ในกรณีเป็นนามนับได้  ให้ใช้ “One”  แทน  และถ้าเป็นนามพหูพจน์   ให้ใช้   “Those”   แทน   (สำหรับเหตุผลที่ไม่เลือกข้อ  (d)  เนื่องจาก   จะเป็นการเปรียบเทียบระหว่าง   “อากาศ”  และ   “ที่ราบ”   มิใช่   “อากาศของเนินเขา”   และ  “อากาศของที่ราบ”    ซึ่งผิดความหมายที่ต้องการเปรียบ เทียบ)   ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • The book you gave me is more informative than the one I bought from a bookstore.

(หนังสือที่คุณให้ผมให้ข้อมูลข่าวสารมากกว่าเล่มที่ผมซื้อจากร้านหนังสือ)  (book เป็นนามเอกพจน์นับได้ จึงต้องใช้  one  แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The students in this class are more hard-working than those in that class.

(นักเรียนในห้องนี้ขยันมากกว่านักเรียนในห้องนั้น)  (students เป็นนามพหูพจน์ จึงต้องใช้ those แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The knowledge one obtains from self-study is sometimes much higher than that one derives from class.

(ความรู้ที่คนเราได้รับจากการศึกษาด้วยตนเอง  บางทีมากกว่าความรู้ที่ได้รับจากห้อง เรียนมากมายทีเดียว)  (knowledge เป็นนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ – จึงต้องใช้ that แทน  เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

 

2. Cactus stems remain moist and juicy _________________________ plants become dry.

(ลำต้นของต้นตะบองเพชรยังคงชื้นและมีน้ำมาก _____ พืชหรือต้นไม้ (อื่นๆ) แห้ง (ไม่มีน้ำ) แล้ว)

(a) other after long

(b) long after other    (เป็นเวลานานหลังจาก ...............(พืชฯ)............. อื่นๆ)  (แห้ง หรือไม่มีน้ำแล้ว)

(c) and other long after

(d) after other long and

 

3. ______________________ goods and services are bought and sold, a market is created.

(_________________________ สินค้าและบริการถูกซื้อและขาย,  ตลาดได้ถูกสร้างขึ้นมา)

(a) Not only    (ไม่เพียงแต่)

(b) Whenever    (เมื่อใดก็ตาม)

(c) Those

(d) What

 

4. The American Red Cross ___________________________ by Clarissa Harlowe Barton.

(กาชาดอเมริกัน ______________________________ โดยแคลริสซ่า ฮาร์โลเว่ บาร์ตัน)

(a) organized it

(b) that was organized

(c) was organized    (ถูกจัดตั้ง)

(d) that it was organized

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นกริยาของประโยคในแบบ  “Passive voice”  (ประธานประโยคเป็นผู้ถูกกระทำ  คือ  ถูกจัดตั้ง)

 

5. It is prohibited by law to mail through parcel post any merchandise that might prove _________ in transport.

(มันถูกห้ามโดยกฎหมาย  ในการส่ง  -  ทางไปรษณียภัณฑ์ประเภทหีบห่อ  -  สินค้า (หรือวัตถุที่ซื้อขายกัน) ใดๆ  ซึ่งอาจจะพิสูจน์ได้ว่า ________ ในการขนส่ง)  (คือ  ห้ามส่งหีบห่อของสินค้า-วัตถุที่มีอันตราย  ทางไปรษณีย์)  (เนื่องจากอาจไม่ปลอด ภัยในการขนส่ง)

(a) dangerous    (มีอันตราย, เป็นอันตราย)

(b) with danger

(c) dangerously

(d) to the danger

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากกริยา  “Prove”  มีการใช้หลายโครงสร้าง  เช่น

                                      ๑. Prove + Adjective

  • Our internal security has so far proved excellent.

(ระบบความปลอดภัยภายในของเราเท่าที่ผ่านมา  ได้พิสูจน์แล้วว่ายอดเยี่ยม)

  • This information has proved useful to a great many people.

(ข่าวสารนี้ได้พิสูจน์ว่ามีประโยชน์กับคนจำนวนมาก)

                                      ๒. Prove + That + ส่วนขยาย

  • The autopsy proved that she had drowned.

(การชันสูตรศพพิสูจน์ว่าเธอจมน้ำตาย)

  • He has proved that his hypothesis is correct.

(เขาได้พิสูจน์ว่าสมมติฐานของเขาถูกต้อง)

  • Statistics never prove anything.

(สถิติ (ตัวเลข) ไม่เคยพิสูจน์อะไรเลย)  (เชื่อถือไม่ได้เลย)

  • It has been scientifically proven.

(มันได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์)  (“Proven” หรือ “Proved”  เป็นกริยาช่องที่  ๓  ของ  “Prove”)

                                      ๓. Prove + กรรม + ส่วนขยาย

  • I have proved it to be sound.

(ผมได้พิสูจน์มันแล้วว่าดี)

  • He has proved himself untrustworthy.

(เขาได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าไม่น่าเชื่อถือ  -  ไม่น่าไว้วางใจ)

  • Our strategy was proven (proved) correct.

(ยุทธศาสตร์ของเราได้รับการพิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง)

 

6. I won’t stay here ___________________________________________________ longer.

(ผมจะไม่พักที่นี่ต่อไป __________________________________________________)

(a) no

(b) not

(c) any    (อีกแล้ว)

(d) for

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใช้   “Any”  กับประโยคปฏิเสธ

 

7. I will get there, ____________________________________ if I have to walk all the way.

(ผมจะไปให้ถึงที่นั่น ______________________________ ผมต้องเดินไปตลอดทั้งทาง)

(a) as    (“As if  =  As though  =  ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)

(b) even    (“Even if  =  Even though  =  ถึงแม้ว่า,  แม้ว่า)

(c) or

(d) (No word is needed.)  (ไม่ต้องเติมคำใดเลย)

 

8. Whenever I see her, she _________________________________________________.

(เมื่อใดก็ตามที่ผมเห็นเธอ  เธอ ___________________________________________)

(a) reads    (อ่านหนังสือ)

(b) is reading    (กำลังอ่านหนังสือ)

(c) will read    (จะอ่านหนังสือ)

(d) has read    (ได้อ่านหนังสือแล้ว)

 

9. It is not a good thing ________________________ in front of a television set all evening.

(มันมิใช่สิ่งที่ดี _____________________________ หน้าเครื่องรับโทรทัศน์ตลอดทั้งคืน)

(a) for children sit

(b) for children to sit    (สำหรับเด็กๆที่จะนั่ง)

(c) for children will sit

(d) for children sitting

ตอบ   -   ข้อ   (b)   มีค่าเท่ากับ  “It is not good for children to sit….. ……………”  ซึ่งเป็นไปตามโครงสร้าง   “It + Is (Was) + (Not) + Adjective + (For someone) + To + Verb 1”  (สำหรับข้อความในวงเล็บ  จะมีหรือไม่ก็ได้)   ดังประโยคข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่  

  • Don’t do anything.  I believe _____________________ would be best to keep quiet.

(ไม่ต้องทำอะไร  ผมเชื่อ (ว่า) _________________________ จะดีที่สุดที่จะนิ่งเงียบเสีย)

(a) you

(b) it    (มัน)

(c) we

(d) everything

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was, Will be, Would be) + Adjective  (เช่น “Good, Better, Best”) + (For Someone) + To + Verb 1

                                         ตัวอย่างที่  

  • It is usually necessary for the international business person ____________ more than only his/her native language.

(มันเป็นสิ่งจำเป็นโดยปกติ  สำหรับนักธุรกิจระหว่างประเทศที่จะ ____________  มากไปกว่าภาษา  ที่ใช้มาตั้งแต่เกิดของเขา/เธอ   แต่เพียงภาษาเดียว  –  หมายถึงควรรู้ภาษาอื่นด้วย  นอกเหนือจากภาษาที่ตนใช้อยู่เป็นประจำ)

(a) to understand    (เข้าใจ)

(b) to observe     (สังเกต)

(c) knowing     (รู้)

(d) speaking     (พูด)

ตอบ   –    ข้อ   (a)   เนื่องจากถูกต้องตามหลักไวยากรณ์   ตามโครงสร้าง  {It is (was) + Adjective (necessary, important, possible, impossible, good, wise, foolish, etc.) + (For someone) + To do (กริยาอะไรก็ได้)  + Something}  เช่น

  • It is necessary (for you) to work harder.

(มันจำเป็นสำหรับคุณที่ต้องขยันให้มากขึ้น)

  • It is important (for young people) to pay respect to the elderly.

(มันสำคัญสำหรับคนหนุ่มสาวที่จะต้องให้ความเคารพผู้สูงอายุ)

  • It was possible (for them) to arrive there before noon.

(มันเป็นไปได้สำหรับพวกเขาที่จะไปถึงที่นั่นก่อนเที่ยง)

  • It is impossible (for me) to lend you the sum you want.

(มันเป็นไปไม่ได้สำหรับผมที่จะให้คุณยืมเงินจำนวนที่ต้องการ)

  • It is good (for her) to marry him.

(มันดีสำหรับเธอที่แต่งงานกับเขา)

  • It was wise (for us) to cancel our trip to Europe.

(มันฉลาดสำหรับเราที่ยกเลิกการเดินทางไปยุโรป)

 

10. Each of them ___________________________________________ answers very well.

(พวกเขาแต่ละคน ____________________________ คำตอบ (ของตนเอง) อย่างดีมาก)

(a) know his   

(b) know their

(c) knows his    (รู้  -  คำตอบ  -  ของตนเอง)

(d) knows their

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   Each  มื่อใช้เป็นคุณศัพท์  (Adjective)  ขยายคำนาม  จะมีโครงสร้าง   Each + นามเอกพจน์ (นับได้) + กริยาเอกพจน์ (เช่น  “Is, Was, Plays, Works”  ฯลฯ)   หรือ   Each + Of + The + นามนับได้  พหูพจน์ + กริยาเอกพจน์    หรือ   Each + of + them (us, you) + กริยาเอกพจน์  (ดังประโยคข้าง บน)    ดูเพิ่มเติมประโยคข้างล่าง

  • Each boy has his own books.

(เด็กแต่ละคนมีหนังสือของตัวเอง)

(= Each of the boys has his own books.)

                                      แต่เมื่อใช้   Each เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรูปกริยา  ต้องใช้กริยาในประโยคเป็นพหูพจน์  คือตามประธานพหูพจน์   เช่น

  • The women each play a significant role in their family.

(= Each woman plays a significant role in her family.)

(ผู้หญิงแต่ละคนมีบทบาทสำคัญในครอบครัวของตน)

  • The boys each have their own books.

(= Each boy has his own books.)

(เด็กชายแต่ละคนมีหนังสือของตัวเอง)

  • The eggs cost 2 baht each.

(= Each egg costs 2 baht.)

(ไข่แต่ละฟองราคา  ๒  บาท)

                                      และ   Each  แม้จะเชื่อมด้วย   And  ก็ต้องใช้กริยาเอกพจน์   เช่น

  • Each boy and each girl has to bring his or her clothes. 

(เด็กชายและหญิงแต่ละคน  จำเป็นต้องนำเสื้อผ้ามาเอง)

 

11. I can’t imagine her getting ______________________________________ to Mr. Jones.

(ผมนึกไม่ถึง (ไม่คาดคิดเลย) เรื่องที่เธอ __________________________ กับมิสเตอร์โจนส์)

(a) marriage

(b) marry

(c) married    (แต่งงาน)

(d) marrying

(e) to marry

 

12. This book is the result of ________________________________; he is very proud of it.

(หนังสือเล่มนี้เป็นผลลัพธ์ของ ______________________,  เขาภูมิใจกับมันเป็นอย่างมาก)

(a) many year’s work

(b) many years work

(c) many years’ work    (การทำงานเป็นเวลาหลายปี)

(d) many years’ works

 

13. Some people still think that actors ___________________________________ the devil.

(คนบางคนยังคงคิดว่า  นักแสดง ____________________________ ภูตผีปีศาจ-สิ่งชั่วร้าย)

(a) relate to

(b) are related to    (เกี่ยวพันกับ, สัมพันธ์กับ)

(c) are relating to

(d) are related with

 

14. That dress is much cheaper than this, and it’s just ________________________ pretty.

(เครื่องแต่งกายชุดนั้นราคาถูกกว่าชุดนี้มากเลย  และมันก็สวย __________________ ด้วย)

(a) like

(b) so

(c) alike

(d) look

(e) as    (เหมือนกัน)

 

15. She said that her husband had been killed ___________________________________.

(เธอกล่าวว่าสามีของเธอ (ถูกฆ่า) ตาย _______________________________________)

(a) in an accident road

(b) by a road accident

(c) by an accident road

(d) in a road accident    (ในอุบัติเหตุทางถนน)

 

16. The train ___________________________________ which he was traveling was late.

(รถไฟซึ่งเขากำลังเดินทางมา ___________________________________ (มัน)  ล่าช้า)

(a) for

(b) with

(c) in    (ใน)

(d) of

 

17. Across the street he saw a man _____________________________ a boy with a stick.

(ข้ามฝั่งถนนไป  เขาเห็นชายคนหนึ่ง _________________________ เด็กคนหนึ่งด้วยไม้)

(a) beating    (กำลังตี)

(b) to beat

(c) having beaten

(d) to have beaten

ตอบ   -   ข้อ    (a)  ดูการใช้ กริยา  “See”  จากประโยคข้างล่าง

                                      ๑. “See” + กรรม + Verb 1  =  เห็นกรรมทำกริยา

  • We saw him go out and walk in the park.

(เราเห็นเขาอออกไปข้างนอก  และเดินในสวนสาธารณะ)

(แต่เมื่อเป็น  “Passive voice”  ต้องใช้   “He was seen to go out and walk in the park.”)

                                     ๒. “See” + รรม + Verb + ing”  =  เห็นกรรมกำลังทำกริยา

  • We saw students playing in the field.

(เราเห็นนักเรียนกำลังเล่นในสนาม)

                                     ๓. “See” + กรรม + Verb 3  =  เห็นกรรมถูกกระทำ

  • We saw an elephant killed by hunters.

(เราเห็นช้างถูกฆ่าโดยนายพราน)

 

18. I think that the Concorde is more beautiful than ___________________________ plane.

(ผมคิดว่า  เครื่องบินคองคอร์ดสวยกว่าเครื่องบิน _______________________________)

(a) any

(b) any other    (อื่นใด)

(c) any others

(d) nearly any

ตอบ   -   ข้อ   (b)

 

19. I cannot tell who painted that picture since I’m not very __________________ modern art.

(ผมไม่สามารถบอกได้ว่า  ใครเป็นคนระบายสีภาพนั้น  เพราะว่าผมไม่ ____________ ศิลปะสมัยใหม่มากนัก) 

(a) familiar to

(b) familiar with    (คุ้นเคยกับ)

(c) familiar of 

(d) familiar from

 

20. Billy Carter hurt his brother’s chances ________________________________________.

(บิลลี่  คาร์เตอร์ ทำร้ายโอกาสของพี่ชายของตน (จิมมี่ คาร์เตอร์)  ______________________.     

(a) on a reelection

(b) into getting elected again

(c) for reelection    (สำหรับการ (ลงสมัคร) รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่  ๒)

(d) reelecting

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป