หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 350)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. It is only _________________ faceted that its brilliance and beauty are revealed to the eye.

(มันเป็นเฉพาะ ________________ เจียระไนเท่านั้น ที่ความแวววาวและ ความสวยงามของมันได้รับการเปิดเผยต่อสายตา)

(a) a rough diamond is

(b) that a rough diamond is

(c) when a rough diamond is    (เมื่อเพชรที่ยังมิได้เจียระไนได้รับการ)

(d) a rough diamond    (เพชรที่ยังมิได้เจียระไน)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  {It + Is (Was) + วลี + That + Subject + Verb  “มันเป็น (วลี) ที่ประธาน.............”} “It is in this house that I was born.”  (มันเป็นในบ้านหลังนี้ที่ผมเกิด)   “It was in 1919 that the First World War took place.”  (มันเป็นในปี  ๑๙๑๙  ที่สงครามโลกครั้งที่  ๑  เกิดขึ้น)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                       ตัวอย่างที่  

  • _____________________________ in May that the rainy season begins in Thailand.

(_______________________________ ในเดือนพฤษภาคม  ที่ฤดูฝนเริ่มต้นในประเทศไทย)

(a) There is

(b) It is    (มันเป็น)

(c) He said

(d) It was

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้าง  {It Is (Was) + วลี + That + Subject + Verb}  จากประโยคข้างล่าง  

                                        ตัวอย่างที่ 

  • It is because he is very rich __________________________________ she loves him.

(มันเป็นเพราะว่าเขารวยมาก ______________________________________ เธอรักเขา)

(a) so     (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

(b) that     (ที่)

(c) why

(d) therefore     (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) +วลี {มักนำหน้าด้วย  “Preposition” (in, on, at, with, during)  หรือ  “Because” + ประโยค} + That + Subject + Verb

                                           ตัวอย่างที่  

  • _______________________________ on Saturday morning that we had our meeting.

(________________________________________ เช้าวันเสาร์  ที่พวกเรามีการประชุมกัน)

(a) There had

(b) It was    (มันเป็น)

(c) It is

(d) There was

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ต้องใช้   “It was”  เพราะกริยาในอนุประโยค  คือ   “Had” และยังเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) + วลี (มักนำหน้าด้วย  “Preposition”) + That + Subject + Verb”  เช่น

  • It is in this house that I was born.

(มันเป็นในบ้านหลังนี้แหละ  ที่ผมเกิด)

  • It is at night that we go to bed.

(มันเป็นเวลากลางคืนที่พวกเราเข้านอน)

  • It is on Sunday morning that people go to church.

(มันเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ผู้คนไปโบสถ์)

  • It is in the country that we like to stay.

(มันเป็นในชนบท  ที่พวกเราชอบพัก)

  • It was in January that we went to England.

(มันเป็นในเดือนมกราคม  ที่เราไปอังกฤษ)

  • It was by mistake that she took my book.

(มันเป็นการเข้าใจผิด  ที่เธอเอาหนังสือของผมไป)

  • It was in 1917 that the First World War took place.

(มันเป็นในปี  ๑๙๑๗  ที่สงครามโลกครั้งที่  ๑  เกิดขึ้น)

  • It was because he was lazy that he failed.

(มันเป็นเพราะว่าเขาเกียจคร้าน  ที่เขาล้มเหลว)

  • It was under that sea that the nuclear weapon had been tested.

(มันเป็นใต้ทะเล  ที่อาวุธนิวเคลียร์ถูกทดลอง)

 

2. Pierre, South Dakota, __________________ capital, is almost in the exact center of the state.

(เมืองเพียร์เร่  รัฐเซาท์ดาโกต้า, __________________ (ซึ่งเป็น) เมืองหลวง, เกือบจะตั้งอยู่ใจกลางรัฐพอดิบพอดี)

(a) it is the

(b) the    (the capital  =  เมืองหลวง  ต้องใช้ “the” นำหน้า  เนื่องจากชี้เฉพาะว่า “ของรัฐเซาท์ดาโกต้า)

(c) there is the

(d) where is the

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “………Dakota, which is the capital, is………”

 

3. Frequently, _____________________________ prowl at night and sleep during the daytime.

(บ่อยครั้ง _____________ เที่ยวออกหากินในเวลากลางคืน  และนอนหลับในระหว่างเวลากลางวัน)

(a) animals are meat-eating

(b) meat-eating animals    (สัตว์กินเนื้อ)

(c) the meat-eating animals that

(d) of the animals are meat-eating

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นวลีที่แปลงมาจากข้อความ  “Animals which eat meat

 

4. From antiquity through the present, satirists have shared a common goal: _____________ human folly in all its guises.

(จากสมัยโบราณจนมาถึงปัจจุบัน  นักเขียนเรื่องเสียดสี-เหน็บแนม (เย้ยหยัน, ถากถาง) มีวัตถุประสงค์ทั่วๆไปร่วมกันอยู่อย่างหนึ่ง (คือ) ______________ ความโง่เขลา (การกระทำที่โง่ๆ) ของมนุษย์ในทุกๆลักษณะ-รูปแบบ)

(a) exposition    (การแสดงออก, การเปิดเผย, นิทรรศการ)

(b) the exposure    (การเปิดเผย, การเปิดโปง, การนำออกแสดง, การผึ่ง, การให้ถูกแสง, ระยะเวลาที่ให้ถูกแสง)

(c) expose

(d) to expose    (เพื่อที่จะเปิดเผย-เปิดโปง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ใช้   “To + Verb 1”  เพื่อแสดงวัตถุประสงค์  (Goal หรือ Objective)  ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • To be there in time, we must start early.

(เพื่อจะไปถึงที่นั่นให้ทันเวลา  เราจะต้องออกเดินทางแต่เนิ่นๆ)

  • To see the doctor, you should make an appointment with him.

(เพื่อที่จะพบแพทย์  คุณควรที่จะนัดหมายกับเขา)

  • To pass the exam, he had to study harder.

(เพื่อที่จะสอบผ่าน  เขาจะต้องเรียนให้หนักขึ้น)

  • One objective of the project is to increase the people’s income.

(วัตถุประสงค์ประการหนึ่งของโครงการ  คือ  เพื่อที่จะเพิ่มรายได้ของประชาชน)

 

5. In cities most of the ground is covered with concrete ________________________ asphalt.

(ในเมืองใหญ่  พื้นดินส่วนใหญ่ถูกปกคลุมด้วยคอนกรีต __________________ ยางแอสฟัลต์)  (คือ  ยางราดถนน)

(a) or it is

(b) is with

(c) or    (หรือ)

(d) its

 

6. Is this hammer _____________________________________________________ you?

(ค้อนตัวนี้ _________________________________________________ คุณบ้างไหม)

(a) any good with

(b) good for

(c) good to

(d) any good to    (เป็นประโยชน์กับ)

 

7. I _____________________________________________________ but it is very unlikely.

(ผม _________________ แต่ว่า  มันคงจะเป็นไปไม่ได้ (หรือไม่อาจเกิดขึ้นได้) อย่างยิ่งเลย)  (คือ คงจะไม่ไปเสียมากกว่า)

(a) will go    (จะไป)  (แสดงความมั่นใจว่าคงไปแน่ๆ)

(b) might go    (อาจจะไป)

(c) do go    (ไปจริงๆ)

(d) am going    (กำลังไป หรือจะไป)   

 

8. Which is __________________________________________________: thirty or thirteen?

(อัน (จำนวน) ไหน ________________________________________ สามสิบหรือสิบสาม)

(a) more    (มากกว่า)

(b) the more

(c) more than

(d) many 

 

9. ___________________________________________ is better, my drawing or Helen’s?

(____________________________________ ดีกว่ากัน  ภาพเขียนของผม หรือของเฮเลน)

(a) Do you think which    (คุณคิดว่าอันไหน)

(b) Which do you think    (อันไหนที่คุณคิดว่า)

(c) You think which

(d) Which you think

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ต้องเอา   “Question word”  (What, When, Where, Why, How, Which)  ขึ้นต้นประโยคก่อน  “Verb”  (To do, To have, To be)  เสมอ  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่  

  • __________________________________________________ will win the first prize?

(____________________________________________________ จะชนะรางวัลที่ )

(a) Do you think who

(b) Whom do you think

(c) Who do you think    (ใครที่คุณคิดว่า  หรือ คุณคิดว่าใคร)

(d) Who you think

ตอบ  -  ข้อ   (c)   ดูคำอธิบายจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่  

  • ______________________________________ is better, my mobile phone or Jim’s?

(__________________________________ ดีกว่ากัน,  โทรศัพท์มือถือของผมหรือของจิม)

(a) Do you think which

(b) Which do you think    (อันไหนที่คุณคิดว่า)

(c) You think which

(d) Which you think

ตอบ  –  ข้อ   (b)   ต้องเอา  “Question words” (what, when, where, why, how, how much, how many, how often)  ขึ้นหน้า  “Verb to do” (do, does, did)   เสมอ  เมื่อทำเป็นประโยคคำถาม เนื่องจาก  “Question wordsเหล่านั้น   ทำหน้าที่เป็นกรรมของประโยค  (ของกริยา)  (คือเป็น  “Object”)  หรือกรรมของ  “Preposition”  หรือเป็นส่วนขยายคำกริยา  คือเป็นกริยาวิเศษณ์  “Adverb”  (ในกรณีของประโยคข้างบน  “Which” เป็นกรรมของ  “think”)  เช่น

  • How often do you go shopping each month?

(คุณไปช้อปปิ้งบ่อยเพียงใดในแต่ละเดือน)  (“How often” เป็นส่วนขยายของ “go shopping” คือ  เป็นกริยาวิเศษณ์  “Adverb of frequency”)

  • How much does he get paid in a year?

(เขาได้รับค่าจ้างเท่าใดใน ๑ ปี)  (“How much” เป็นกรรมของกริยา“get paid”)

  • Where do you live in Bangkok?

(คุณอาศัยอยู่ที่ไหนในกรุงเทพฯ)  (“Where” เป็นส่วนขยายกริยา“live”คือ เป็น “Adverb of place”)

  • Why did she come to class so late?

  (ทำไมเธอมาเข้าเรียนสายจังเลย)  (“Why” เป็นส่วนขยายกริยา“come”คือเป็น “Adverb of reason”)

  • When did they finish their work last night?

(พวกเขาทำงานเสร็จเมื่อใดเมื่อคืนนี้)   (“When” เป็นส่วนขยายกริยา“finish”คือเป็น “Adverb of time”)

  • Which do you prefer, this car or that car?

(คุณชอบคันไหน  รถคันนี้หรือคันนั้น)   (“Which” เป็นกรรมของกริยา“prefer”)

                                           แต่ในกรณีที่  “Question words”  เป็นประธานของประโยคคำถาม  (คือ เป็นประธานของกริยาในประโยค)   ไม่ต้องใช้   “Verb to do” (Do, Does, Did)  มาช่วยสร้างประโยค   ให้ต่อด้วยคำกริยาเลย   เช่น

  • Who contributed most to your success?

(ใครมีส่วนช่วยเหลือมากที่สุดในความสำเร็จของคุณ)

(Who”  เป็นประธานของประโยค  หรือของกริยา  “Contributed)

(อย่าใช้  “Who did contribute most to……………?”)

  • What made you feel so angry?

(อะไรทำให้คุณโมโหจัด)

(What”  เป็นประธานของประโยค หรือของกริยา  “Made)

(อย่าใช้  “What did make you feel so angry?”)

  • Which impresses you more, London or New York?

(เมืองไหนทำให้คุณประทับใจมากกว่า, ลอนดอนหรือนิวยอร์ค)

(Which”  เป็นประธานของประโยค หรือของกริยา  “Impresses)

(อย่าใช้  “Which does impress you more, ………………?” )

แต่ใช้  “Which do you like more, London or New York?”

(คุณชอบเมืองไหนมากกว่ากัน – ลอนดอนหรือนิวยอร์ค)

(ต้องใช้  “Verb to do”  ช่วยสร้างประโยคคำถาม  เนื่องจาก “Which” เป็นกรรมของกริยา “Like)

 

10. ________________________________________ were sold before the end of the month.

( ________________________________________________ ถูกขายไปก่อนสิ้นเดือน)

(a) A large amount of products

(b) Much of the products

(c) Many of the products    (ผลิตภัณฑ์จำนวนมาก)

(d) A great deal of products

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้   “Many”   กับคำนามนับได้ พหูพจน์ (Products)  ส่วน   “A large amount, Much, A great deal”   ล้วนแต่ใช้กับนามนับไม่ได้   (และเป็นเอกพจน์เสมอ)

 

11. This book is _________________________________ the oil industry in the Middle East.

(หนังสือเล่มนี้ ____________________________ อุตสาหกรรมน้ำมันในตะวันออกกลาง)

(a) of

(b) on

(c) after

(d) about    (เกี่ยวกับ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   สำหรับวลีที่ใช้กับ   “About”  ได้แก่  “There were about 100 people at the wedding.  (มีคนประมาณ  ๑๐๐  คนที่งานแต่งงาน),  “He will arrive about 6 o’clock.”  (เขาจะมาถึงประมาณ  ๖  โมง),  “This book is about life on Mars.  (หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับชีวิตบนดาวอังคาร),  “They never think about their future.”  (พวกเขาไม่เคยคิดถึงอนาคตเลย),  She always boasts about (of) her richness.” (เธอคุยโม้เกี่ยวกับความร่ำรวย เสมอ),  We are excited about the news.”  (เราตื่นเต้นกับข่าวนั้น),  anxious  (วิตกกังวล)  -  “Her parents were anxious about her illness.”  (พ่อแม่วิตกกับความเจ็บ ไข้ของเธอ),  dubious  (สงสัย, แคลงใจ, ไม่แน่ใจ)  -  “We are dubious about the company’s choice of new manager.”  (เราคลางแคลงใจเกี่ยวกับการเลือก ผู้จัดการคนใหม่ของบริษัท),  enthusiastic  (กระตือรือร้น)  -  “Sarah is very enthusiastic about learning to read.”  (ซาราห์กระตือรือร้นมากเกี่ยวกับการ เรียนการอ่าน),  doubtful  (สงสัย-กังขา, ไม่แน่ใจ, ไม่แน่นอน)  -  “I was a little doubtful about accepting his proposal.”  (ผมมีข้อสงสัย-กังขานิดหน่อย เกี่ยวกับการรับข้อเสนอของเขา)  (ไม่แน่ใจว่าจะรับหรือไม่รับดี),  reluctant  (ไม่เต็มใจ)  -  “The company was reluctant about increasing wage.”  (บริษัทไม่เต็มใจเกี่ยวกับการขึ้นค่าจ้าง),  เป็นต้น   

 

12. How far _________________________________________________ is your birthday?

(วันเกิดของคุณ _______________________ ออกไปเท่าใด)  (= อีกนานไหมจะถึงวัน เกิดคุณ)

(a) ago

(b) is it

(c) away    (ห่างออกไป)

(d) does it take

ตอบ   -   ข้อ   (c)  อาจตอบ   “Off”  ซึ่งความหมายเหมือนกับ   “Away” ก็ได้

 

13. Why are you often late __________________________________________ your lesson?

(ทำไมคุณถึงสาย _____________________________________ ชั้นเรียนของคุณบ่อยๆ)

(a) in

(b) for    (สำหรับ)

(c) with

(d) on

ตอบ   -   ข้อ    (b)  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “For”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                       สำหรับคำคุณศัพท์ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job. = เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียม พร้อม ต่อ)  -  “Are you ready for your new job?”  (คุณเตรียม พร้อมสำหรับงาน ใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  “Thailand is famous for the hospitality of its people.”  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  “I’m sorry for any damage I may occur.”  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม)  -  “These clothes are fit for me.”  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะ สำหรับผม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมาก  สำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                                      ส่วนคำกริยาที่ใช้กับ  “For” เช่น  “Apply for”  (สมัคร)  -  “She would apply for a secretary job.”  (เธอจะสมัครงานเลขานุการ), “Buy something for someone”  (ซื้ออะไรให้ใคร)  -  “I bought a present for her on her birthday.”  (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด),  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลัง รอคอย เพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “They will vote for the Republican only.”  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “I’ ll pay for the meal this time.” (ผมจะจ่ายค่าอา หาร ให้มื้อนี้),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  “Thank you for your help.”  (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ), “Search  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  “She is looking for her lost watch.”  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  “They have to struggle for their survival.” (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  “The criminals begged for the judge’s mercy.”  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  “We hope for better life in the future.”  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตเป็นต้น

                                      สำหรับวลีอื่นๆที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป  ๑ เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน๊ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),   “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ),  เป็นต้น

 

14. A man _____________________________________ a large family needs a large house. 

(บุคคล __________________________________ ครอบครัวใหญ่  ต้องการบ้านหลังใหญ่)

(a) from

(b) with    (ที่มี, พร้อมด้วย)

(c) on

(d) by

ตอบ   -   ข้อ   (b)   สำหรับวลีที่ใช้   “With”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                          คุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่  “pleased”  (ยินดี, พอใจ)  -  “She is pleased with her new workplace.”  (เธอพอใจ-ยินดีกับที่ทำงานแห่งใหม่),  “popular”  (เป็นที่นิยม) – “Holiday camps are popular with married couples with young children.”  (ค่ายพักแรม วันหยุดเป็นที่นิยมสำหรับคู่สามีภรรยาที่มีลูกเล็กๆ),  “satisfied”  (พอใจ)  -  “The company is satisfied with its employees’ performance.”  (บริษัทพึงพอใจ กับการทำงานของพนักงาน),  “angry”  (โกรธ),  “busy”  (มีงานยุ่ง)  -  “She is busy preparing for her exam.”  (เธอยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวสอบ), “familiar”  (คุ้นเคย)  -  “He is not familiar with his new neighbors.”  (เขาไม่คุ้นเคย กับเพื่อนบ้านใหม่),  “patient”  (อดทน)  -  “His parents are very patient with him.”  (พ่อแม่ของเขามีความอดทนกับเขามาก),  “friendly”  (เป็นมิตร)  -  “She is friendly with everyone she meets.”  (เธอเป็นมิตรกับทุกคนที่เธอ พบเจอ),  “careful”  (ระมัดระวัง),  “content”  (พอใจ),  “identical”  (เหมือน กัน),  “annoyed”  (ขุ่นเคือง  -  เหตุการณ์, การกระทำ) (ถ้าขุ่นเคืองคน  ใช้  “At”-  “I was annoyed with his statement.”  (ผมขุ่นเคือง (โกรธ) คำพูดของเขา),  เป็นต้น

                                         กริยา (Verb) ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่   “charge”  (ฟ้องร้อง,  ดำเนินคดี),  compare  (เปรียบเทียบ)  -  “Compare this car with that one.”  (จงเปรียบเทียบรถยนต์คันนี้กับคันนั้น),  compete  (แข่งขัน),  “agree”  (ตกลง, เห็นพ้อง)  -  “I agree with you on this point.”  (ผมเห็นด้วยกับคุณในประ เด็นนี้),  “disagree”  (ไม่เห็นด้วย),  “acquaint”  (ทำให้คุ้นเคย หรือเคยชิน)  -  You should acquaint yourself with your new job.”  (คุณควรทำตัวเอง ให้คุ้นเคยกับงานใหม่ของคุณ),  “begin”  (เริ่มต้น)  -  “I will begin my reading with the first chapter.”  (ผมจะเริ่มต้นการอ่านด้วยบทแรก),  “interfere”  (แทรกแซง, เข้าไปยุ่งเกี่ยว)  -  “We should not interfere with other people’s business.”  (เราไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับธุระของคนอื่น),  “quarrel”  (ทะเลาะ, วิวาท)  -  “Some people often quarrel with their neighbors.”  (คนบางคนทะเลาะกับเพื่อนบ้านบ่อยๆ),  “argue”  (โต้แย้ง, โต้เถียง),  “help”  (ช่วยเหลือ),  “supply”  (จัดหาให้),  “cooperate”  (ร่วมมือ)  -  “The suspect did not cooperate with the police.  (ผู้ต้องหาไม่ยอมร่วมมือกับตำรวจ),  “deal”  (เกี่ยวข้อง, รับมือ)  -  “I don’t want to deal with that man.”  (ผมไม่ต้องการติดต่อ-เกี่ยวข้องกับเจ้าหมอนั่น),  “contrast”  (ขัดแย้ง, ตรงข้าม, แตกต่างกันอย่างมาก)  -  “This type of machine contrasts sharply with that one.”  (เครื่องจักรชนิดนี้แตกต่างอย่างมากกับชนิดนั้น),  เป็นต้น

 

15. _____________________________ other mountain in the world is as high as Everest. 

(_____________________________ ภูเขาอื่นใดในโลกที่สูงเท่ากับยอดเขาเอฟเวอร์เรสต์)

(a) None

(b) Not

(c) Any

(d) No   (ไม่มี)

 

16. Is your factory insured ______________________________________________ fire?  

(โรงงานของคุณประกันภัย ________________________________ ไฟไหม้ไว้หรือเปล่า)

(a) for

(b) with

(c) against    (กรณี)    

(d) on

 

17. Before going abroad you should change your money _______ at a post office but at a bank.

(ก่อนไปต่างประเทศ  คุณควรเปลี่ยนเงินของคุณ _________________ ที่ทำการไปรษณีย์  แต่ (เปลี่ยน) ที่ธนาคาร)

(a) is not

(b) not    (มิใช่, ไม่ใช่)

(c) not only

(d) both

 

18. The harder you work, the ________________________________________ you will die. 

(ยิ่งคุณทำงานหนักขึ้น  คุณก็ยิ่งตาย _________________________________________)

(a) more

(b) most

(c) sooner    (เร็วขึ้น)

(d) slower 

ตอบ   -   ข้อ    (c)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่                        

  • The fewer bags you take, _____________________ trouble you will have en route.

(ยิ่งคุณเอากระเป๋า (ติดตัว) ไปน้อยลง  คุณก็ยิ่งมีปัญหา ______________ ระหว่างทาง)

(a) the fewer    (น้อยลง)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์  เช่น  “Cars, Houses”)

(b) the little

(c) the less    (น้อยลง)  (ใช้กับนามนับไม่ได้  คือ  “Trouble”)

(d) the least    (น้อยที่สุด)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง   “ยิ่ง................ก็ยิ่ง................”  

                                      ตัวอย่างที่  

  • I select the most difficult jobs for myself, because I find that the more a job challenges me, ____________.

(ผมเลือกงานที่ยากที่สุดสำหรับตัวผม   เพราะว่าผมพบว่า   ยิ่งงานท้าทายผมมากขึ้น _______)

(a) I like it the most

(b) the more I am liking it

(c) I like it more

(d) the more I like it    (ผมก็ยิ่งชอบมันมากขึ้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                                         ตัวอย่างที่  

  • On enough logical reasons, the fewer seeds, ______________________________ .

(ตามเหตุผลที่เป็นไปตามหลักตรรกะอย่างเพียงพอ  ยิ่งเมล็ดน้อย  ___________________

(a) the less plants grow

(b) the fewer plants    (ก็ยิ่งต้นไม้ (หรือพืช) น้อย)  (ความหมาย คือ  ยิ่งหว่านเมล็ดลงไปน้อย  ก็ยิ่งได้ต้นไม้น้อย)

(c) the less plants

(d) the plants the fewer

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Fewer” (น้อยกว่า)  มาจาก  “Few”  ต้องใช้กับคำนามนับได้ พหูพจน์   ส่วน  “Less” (น้อยกว่า)  มาจาก  “Little”   ใช้กับคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)    ในประโยคข้างบน   “Seeds”  และ  “Plants”   เป็นนามนับได้ พหูพจน์   จึงต้องตัด   ข้อ   (a)  และ  (c)   ทิ้งไป   สำหรับการเรียงโครงสร้าง  “ยิ่ง.......................  ก็ยิ่ง  .................”   ดูจากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • The longer you stay here, ______________________________________________.

(ยิ่งคุณพักอยู่ที่นี่นานยิ่งขึ้น  _____________________________________________)

(a) it will be better

(b) it will be the better

(c) the better will it be

(d) the better it will be    (มันก็ยิ่งดีมากขึ้น)

ตอบ  -  ข้อ  (d)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง   “The + Adjective (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb, the + Adjective  (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb”  หรือ  แบบย่อๆ   เช่น

  • The sooner, the better.   (ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี)
  • The more, the merrier.   (ยิ่ง (คน) มาก  ก็ยิ่งสนุก)
  • The slower, the safer.   (ยิ่งช้า  ก็ยิ่งปลอดภัย)
  • The longer, the higher price.   (ยิ่งนานไป  ก็ยิ่งราคาสูงขึ้น)

                                         ตัวอย่างที่  ๕

  • The older he grows, ________________________________________ he becomes.

(ยิ่งเขาอายุมากขึ้น  เขาก็ ________________________________________________)

(a) more foolish

(b) foolish

(c) foolisher    (ไม่มีใช้รูปนี้)

(d) the more foolish   (ยิ่งโง่มากขึ้น)

ตอบ  -  ข้อ   (d)

                                         ตัวอย่างที่      (จงเลือกข้อที่ผิดไวยากรณ์จากข้อ  ๑ – ๔)

  • Sometimes (1) the more we attempt to explain (2) our mistake, the (3) worst our story (4) sounds.  

(บางครั้ง  ยิ่งเราพยายามที่จะอธิบายความผิดของเรา (คือแก้ตัว)  เรื่อง (ที่พูดแก้ตัว) ของเรา  ก็ดูเหมือนว่ายิ่งเลวร้ายมากยิ่งขึ้น)

ตอบ   –   ข้อ   (3)   แก้เป็น  “worse”  (มาจาก  “bad  worse  worst” – แย่-เลวร้าย, แย่กว่า-เลวร้ายกว่า, แย่ที่สุด-เลวร้ายที่สุด)  เนื่องจากมาจากรูป  “ยิ่ง...............ก็ยิ่ง................”   โดยมีโครงสร้าง  คือ   (The + Adjective (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb, the + Adjective (ขั้นกว่า) + Subject + Verb)   เช่น

  • The more one has, the more one wants.

(คนเรายิ่งมีมาก  ก็ยิ่งต้องการมาก)

  • The sooner she arrives, the better it is.

(ยิ่งเธอมาถึงเร็ว  ก็ยิ่งดี)

  • The bigger the house is, the more expensive it is.

(ยิ่งบ้านยิ่งหลังใหญ่ขึ้น  ราคาก็ยิ่งแพงขึ้น)

  • The more he tried to explain, the less she understood him.

(ยิ่งเขาพยายามอธิบายมากยิ่งขึ้น  เธอก็ยิ่งเข้าใจเขาน้อยลง)

  • The more the people come to our party, the funnier it will be.

(ยิ่งคนมางานเลี้ยงของเรามากขึ้น  มันก็ยิ่งสนุกมากขึ้น)

  • The heavier the boxes are, the more difficult it is to carry them.

(ยิ่งกล่องยิ่งใหญ่ขึ้น  ก็ยิ่งแบกมันลำบากมากยิ่งขึ้น)

  • The more he loves her, the less she loves him.

(ยิ่งเขารักเธอมากขึ้น  เธอก็ยิ่งรักเขาน้อยลง)

  • The more money we gave them, the more (money) they wanted from us. 

(ยิ่งเราให้เงินเขามากขึ้น  เขาก็ยิ่งต้องการ (เงิน) จากเรามากขึ้น)

  • The more we read, the wiser we become.

(ยิ่งเราอ่านมากขึ้น  เราก็ยิ่งฉลาดมากขึ้น)

  • The more loan he takes, the deeper he is in debt.

(ยิ่งเขากู้เงินมากขึ้น  เขาก็ยิ่งเป็นหนี้มากขึ้น)

 

19. Travelling by air will ______________________________________ you a lot of money.

(การเดินทางโดยทางอากาศจะ ________________________________ เงินจำนวนมาก)

(a) take

(b) give

(c) cost    (ทำให้ (คุณ) ต้องจ่าย)

(d) need

 

20. Tell the servant ________________________________ to disturb the papers on my desk. 

(บอกคนรับใช้ _______________________ มายุ่งเกี่ยว (ทำให้ยุ่ง) กับเอกสารบนโต๊ะของผม)

(a) how

(b) what

(c) not    (มิให้, ไม่ให้)

(d) when

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Tell + Someone + (Not) + To + Do + Something”

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป