หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 349)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Most living creatures depend on plants _______________________________________.

(สัตว์มีชีวิตส่วนใหญ่พึ่งพาอาศัยพืชต่างๆ ______________________________________)

(a) nourishment for them

(b) they have nourishment

(c) for their nourishment    (เพื่ออาหาร (สิ่งบำรุงเลี้ยงร่างกาย) ของตน)

(d) have their nourishment

 

2. The more arid the continent, the less the amount of annual precipitation _______________.

(ยิ่งผืนแผ่นดินใหญ่ (ทวีป) แล้ง (ไม่มีความชื้น) มากขึ้น  ปริมาณฝน (รวมน้ำค้าง, ลูกเห็บ, หิมะ) ________________ ก็ยิ่งน้อยลง)

(a) runs off that

(b) runs it off

(c) that runs it off

(d) that runs off    (ที่ตกลงมา)

 

3. _______________________________ is a term for the partial or complete inability to hear.

(____________ คือคำจำกัดความ (คำศัพท์) สำหรับการไม่สามารถได้ยินบางส่วน หรือทั้งหมด)

(a) Deafness that

(b) It is deafness

(c) Deafness    (การหูหนวก)

(d) There is deafness

 

4. The American colonies had a _________________________ before the Revolutionary War.

(อาณานิคมอเมริกัน (ในทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งต่อมากลายเป็นประเทศสหรัฐฯ) มี _________ ก่อนสงครามปฏิวัติ)  (คือ  สงครามกลางเมืองระหว่างรัฐทางเหนือและใต้  เพื่อเลิกทาส)

(a) merchant fleet was sizable

(b) merchant fleet was sizable when

(c) sizable merchant fleet    (กองเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่มาก)

(d) sizable merchant fleet it was

 

5. Neptune is about thirty times as far from the Sun ________________________________.

(ดาวเนปจูนอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ  ๓๐  เท่า ______________________________)

(a) is the Earth

(b) the Earth is

(c) is as the Earth

(d) as is the Earth    (ของโลก  -  หรือที่โลกห่าง)

 

6. I should like to stay here a little longer.  It is ____________________________ cool for me.

(ผมอยากจะพักอยู่ที่นี่นานขึ้นอีกสักหน่อย  อากาศ __________________ เย็นสบายสำหรับผม)

(a) hardly    (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ) 

(b) too    (มากเกินไป)

(c) fairly    (ค่อนข้าง, ปานกลาง)

(d) quite    (มาก, อย่างยิ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   คือ อากาศค่อนข้างเย็นสบาย   หรือ เย็นสบายปานกลาง  (ไม่ได้เย็นมาก  หรือ มากเกินไป)

 

7. In London taxis are _______________________ too expensive for any but the very rich.

(ในลอนดอน  (ค่า) รถแท็กซี่แพง ________ เกินไปสำหรับใครก็ตาม  ยกเว้นคนที่รวยมากๆ)

(a) very

(b) so

(c) quite

(d) far    (มาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจใช้  “Much” ก็ได้

 

8. _____________________________________________ we haven’t found out who he is.

(_______________________________________ เรายังไม่พบ (ทราบ) เลยว่า  เขาเป็นใคร)

(a) So long    (เป็นเวลานานมาก)

(b) So far    (เท่าที่เป็นมา, เท่าที่ผ่านๆ มา)

(c) So far as    (เท่าที่,  ตามที่)  (So far as I know, =  “เท่าที่ผมทราบ............”)

(d) So long as    (ตราบใดที่, ตราบเท่าที่)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “So far”  มักใช้ใน  “Present perfect tense”   ดังประโยคข้างบน  ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  “Tense”  นี้จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • The gate ____________________________________________ since the sun set.

(ประตูใหญ่ _______________________________________ ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดิน) 

(a) was closed

(b) closes

(c) has been closed     (ได้ถูกปิด)

(d) has been close

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้ในรูป   “Present perfect tense” (Passive voice)  {Subject + Has (Have) + Been + Verb 3} (ประธานฯ ถูกกระทำ  คือ ประตูถูกปิด)  เนื่องจากเหตุการณ์เกิดในอดีต  และต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันขณะที่พูดข้อความนี้   (คือ  ประตูถูกปิดตั้งแต่พระอาทิตย์ตก  และต่อเนื่องมาจนถึงขณะที่พูด)

                                          ตัวอย่างที่  

  • __________________ impressive increases in expenditure on the advertising of tobacco goods in recent years.

(___________________ การเพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจ  ในค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณาสินค้ายาสูบ  ในช่วงไม่กี่ปีที่เพิ่งผ่านมานี้)

(a) There are

(b) There were

(c) There have been    (มี, ได้มี)

(d) There has been

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject +Has (Have) + Verb 3}  (ต้องใช้  “Have been” เนื่องจาก  “Impressive increases” อยู่ในรูปพหูพจน์เนื่องจากบอกการกระทำ  หรือเหตุการณ์  ที่เกิดขึ้นในอดีต  และยังคงดำเนินหรือมีผลต่อมาจนถึงปัจจุบัน  และคาดว่าเหตุการณ์นั้นยังจะปรากฏในอนาคตอีก  สังเกตจาก  “For”  =   (เป็นเวลา)  (For + ความยาวของเวลา),  “Since”  =  (ตั้งแต่),(Since + จุดเริ่มต้นของเวลา),  Up to now (= Up to the present time = Up until now) = (จนถึงบัดนี้),  So far  =  “เท่าที่ผ่านมา, หมู่นี้”,  Lately  (= Recently)  =  (หมู่นี้, เร็วๆ นี้),  Over the past years  (ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา), In recent years  (ในช่วงไม่กี่ปีที่เพิ่งผ่านมา), Since the sun set  (ตั้งแต่พระอาทิตย์ตก),  Since they were in college  (ตั้งแต่พวกเขาเรียนมหาวิทยาลัย),  Since we were young  (ตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก),  Since she was born  (ตั้งแต่เธอเกิด),   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • She has lived here for10 years.

(เธออาศัยอยู่ที่นี่มา  ๑๐  ปีแล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • He has been in Chicago since last week. (= He has gone to Chicago since last week.)

(เขาอยู่ในชิคาโกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • We have lived in Bangkok since we were young.

(เราอาศัยอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่เรายังเด็ก)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • So far, you have not done your best. (You have not done your best so far.)

(เท่าที่ผ่านๆมา  คุณยังไม่ได้ทำดีที่สุดเลย)  (ปัจจุบันก็ยังเป็นเช่นนั้น)

  • I have sent him only one letter up to now.

(ผมส่งจดหมายให้เขาเพียงฉบับเดียว  จนถึงบัดนี้)

  • The climate has changed a great deal over the past years.

(ภูมิอากาศได้เปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา)  (จนถึงปัจจุบัน)

  • Crime has significantly increased in recent years.

(อาชญากรรมได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา)  (แม้กระทั่งปัจจุบัน)

 

9. He gave me advice, and some money, _______________________________________.

(เขาให้คำแนะนำผม  และเงินจำนวนหนึ่ง ______________________________________)

(a) as well as

(b) either

(c) as well    (ด้วย, เช่นเดียวกัน)

(d) besides

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ   “Too”   ก็ได้

 

10. I shall not be away _______________________________________________________.

(ผมจะไม่ไป ________________________________)  (อาจหมายถึง  จะไม่ออกจากบ้านไปนาน  หรือ เดินทางไปต่างประเทศหรือต่างจังหวัดนาน  ก็ได้  คือ  ไปแล้วรีบกลับ)

(a) long    (นาน)

(b) long time

(c) a long time

(d) the long time

ตอบ   -  ข้อ   (a)   หรืออาจตอบ   “For a long time”  ก็ได้

 

11. Please explain to me what this expression ____________________________________.

(โปรดอธิบายให้ผมฟังหน่อยซิว่า  คำพูด (หรือ ลักษณะท่าทาง) นี้ ____ ว่าอย่างไร  -  หรืออะไร)

(a) is meant

(b) means    (หมายความ)

(c) is the meaning

(d) meaning

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นกริยาแท้ของประโยคย่อย  “What this expression means”  ซึ่งอยู่ในรูปของ  “Noun clause”   ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา   “Explain” (กรรมรอง คือ  “Me)

 

12. He is a man who won’t __________________________________________ his promise.

(เขาเป็นบุคคลผู้ซึ่งจะไม่_________________________________________ คำมั่นสัญญา)

(a) destroy    (ทำลาย)

(b) ruin    (ทำลายย่อยยับ,  ทำลายจนเหลือแต่ซาก)

(c) break    (ผิด,  ละเมิด)

(d) hurt    (ทำอันตราย, ทำให้ได้รับบาดเจ็บ, ทำให้เสียใจ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

 

13. This bottle is __________________________________________________ with olive oil.

(ขวดนี้ _______________________________________________ ด้วยน้ำมันมะกอก)

(a) full    (+ “Of” = เต็มไปด้วย)

(b) filled    (เต็ม,  เต็มไป)

(c) contained    (บรรจุ,  มี.............อยู่ข้างใน)

(d) consisted    (ประกอบด้วย)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  มีความหมายเหมือนกับ  “This bottle is full of olive oil.”  หรือ   “This bottle contains olive oil.”  ส่วนตัวอย่างการใช้  “Consist”  เช่น  “The room consists of both boys and girls.”  (ห้องนี้ประกอบด้วยทั้งเด็กชายและหญิง)  สำหรับวลีที่ใช้   “With”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                            คุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่  “pleased”  (ยินดี, พอใจ)  -  “She is pleased with her new workplace.”  (เธอพอใจ-ยินดีกับที่ทำงานแห่งใหม่),  “popular”  (เป็นที่นิยม) – “Holiday camps are popular with married couples with young children.”  (ค่ายพักแรมวันหยุดเป็นที่นิยมสำหรับคู่สามีภรรยาที่มีลูกเล็กๆ),  “satisfied”  (พอใจ)  -  “The company is satisfied with its employees’ performance.”  (บริษัทพึงพอใจกับการทำงานของพนักงาน),  “angry”  (โกรธ),  “busy”  (มีงานยุ่ง)  -  “She is busy preparing for her exam.”  (เธอยุ่งอยู่กับการเตรียมตัวสอบ),  “familiar”  (คุ้นเคย)  -  “He is not familiar with his new neighbors.”  (เขาไม่คุ้นเคยกับเพื่อนบ้านใหม่),  “patient”  (อดทน)  -  “His parents are very patient with him.”  (พ่อแม่ของเขามีความอดทนกับเขามาก),  “friendly”  (เป็นมิตร)  -  “She is friendly with everyone she meets.”  (เธอเป็นมิตรกับทุกคนที่เธอพบเจอ),  “careful”  (ระมัดระวัง),  “content”  (พอใจ),  “identical”  (เหมือนกัน),  “annoyed”  (ขุ่นเคือง  -  เหตุการณ์, การกระทำ) (ถ้าขุ่นเคืองคน  ใช้  “At”-  “I was annoyed with his statement.”  (ผมขุ่นเคือง (โกรธ) คำพูดของเขา),  เป็นต้น

                                          กริยา (Verb) ที่ใช้กับ  “With”  ได้แก่   “charge”  (ฟ้องร้อง,  ดำเนินคดี),  compare  (เปรียบเทียบ)  -  “Compare this car with that one.”  (จงเปรียบเทียบรถยนต์คันนี้กับคันนั้น),  compete  (แข่งขัน),  “agree”  (ตกลง, เห็นพ้อง)  -  “I agree with you on this point.”  (ผมเห็นด้วยกับคุณในประเด็นนี้),  “disagree”  (ไม่เห็นด้วย),  “acquaint”  (ทำให้คุ้นเคย หรือเคยชิน)  -  You should acquaint yourself with your new job.”  (คุณควรทำตัวเองให้คุ้นเคยกับงานใหม่ของคุณ),  “begin”  (เริ่มต้น)  -  “I will begin my reading with the first chapter.”  (ผมจะเริ่มต้นการอ่านด้วยบทแรก),  “interfere”  (แทรกแซง, เข้าไปยุ่งเกี่ยว)  -  “We should not interfere with other people’s business.”  (เราไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับธุระของคนอื่น),  “quarrel”  (ทะเลาะ, วิวาท)  -  “Some people often quarrel with their neighbors.”  (คนบางคนทะเลาะกับเพื่อนบ้านบ่อยๆ),  “argue”  (โต้แย้ง, โต้เถียง),  “help”  (ช่วยเหลือ),  “supply”  (จัดหาให้),  “cooperate”  (ร่วมมือ)  -  “The suspect did not cooperate with the police.  (ผู้ต้องหาไม่ยอมร่วมมือกับตำรวจ),  “deal”  (เกี่ยวข้อง, รับมือ)  -  “I don’t want to deal with that man.”  (ผมไม่ต้องการติดต่อ-เกี่ยวข้องกับเจ้าหมอนั่น),  “contrast”  (ขัดแย้ง, ตรงข้าม, แตกต่างกันอย่างมาก)  -  “This type of machine contrasts sharply with that one.”  (เครื่องจักรชนิดนี้แตกต่างอย่างมากกับชนิดนั้น),  เป็นต้น

 

14. My brother is very __________________________________________ in mathematics. 

(น้องชายของผม _________________________________________ คณิตศาสตร์มาก)

(a) good    (“Good at” =  เก่ง, ชำนาญ)

(b) bad    (“Bad at” = อ่อน, ไม่ชำนาญ)

(c) weak    (อ่อน)

(d) fond    (“Fond of” =  ชอบ, รัก)

ตอบ   -    ข้อ   (c)  “Weak in” =  “อ่อน, ไม่ชำนาญ”  สำหรับวลีที่ใช้   “In”  ได้แก่   “In writing”  (เป็นลายลักษณ์อักษร, เป็นภาษาเขียน),  “deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน)  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน, ธนาคาร, วัด, บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”)  “interested in”  (สนใจใน), “qualified in  (มีคุณสมบัติในเรื่อง), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า), “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath”(ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),“in the area”  (ในพื้นที่), “in the garden” (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ), “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง), “in the direction of”  (ในทิศทางของ), “in a restaurant”  (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้อง น้ำ), “in school”  (ในโรงเรียน), “in hospital”  (ในโรงพยาบาล), “in the kitchen”  (ในครัว),“in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil” (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว), “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime”  (ในระหว่างนั้น), “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes”  (ใน ๒ นาที), “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)  “in the dark”  (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ), “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ), “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ), have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน), “take interest in”  (สนใจใน), “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....), “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ), “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion”  (ในความเห็นของผม), “in her view”   (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน), “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม), “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร), “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญ), “dressed in black”  (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวางแผน), “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕), “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม), “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิร์ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน), “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการ  เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก)  เป็นต้น

 

15. The number of cars _______________________________________________ risen.

(จำนวนรถยนต์ _________________________________________________ เพิ่มขึ้น)

(a) is

(b) are

(c) have

(d) has    (ได้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่  

  • The number of Europeans on the road, on the rails or in the air this summer _______ a record of 120 million, triple the level of 15 years ago. 

(จำนวนของชาวยุโรปบนถนน  (ในรถยนต์)   บนราง (ในรถไฟ) หรือ ในอากาศ (ในเครื่อง บิน)  (หมายถึงที่เดินทางท่องเที่ยว)  ในฤดูร้อนนี้  _______________สถิติของ  ๑๒๐  ล้านคน  -  เป็น  ๓  เท่าของระดับเมื่อ   ๑๕  ปีมาแล้ว)

(a) have reached

(b) has reached     (ได้ถึง, ได้มาถึง, ได้เจาะทะลุ)

(c) were reaching

(d) had reach

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจาก   “The number of + Noun (Plural)  =  จำนวนของ”  ถือเป็นเอกพจน์  (จำนวนรวม)   จึงต้องใช้กับกริยาเอกพจน์  (Has, Is, etc.)  (จึงตัดข้อ  A  และ  C  ทิ้ง)  สำหรับ  “This summer” จะถือเป็นปัจจุบัน  หรือ อดีตก็ได้  (โดยถ้าเป็นอดีต  สามารถใช้  “Past simple” (Reached)   หรือ   “Past perfect” (Had reached)  ได้)  แต่ไม่อาจเลือกข้อ  D  ได้ เพราะผิด  (ต้องเป็น  “Had reached”)  จึงเหลือ   B  เพียงข้อเดียว  โดยในประโยคข้างบน  ถือว่า  “This summer”  เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน

                                          ส่วน   “A number of” (จำนวนมาก)   +  คำนามพหูพจน์  และใช้กับกริยาพหูพจน์  (Are, Were, Have, Walk, Come, etc.)  เช่น

  • A number of people have come to the football match.

(ผู้คนจำนวนมากได้มาดูการแข่งขันฟุตบอล)

  • A number of students are playing in the field.

(นักเรียนจำนวนมากกำลังเล่นในสนาม)

  • A number of cars are in the street.

(รถยนต์จำนวนมากอยู่บนถนน)

 

16. The headmaster ____________________________________ several announcements.

(ครูใหญ่ ________________________________________ ประกาศหลายครั้งหลายหน)

(a) did

(b) spoke

(c) made    (ทำการ)

(d) said

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ต้องใช้   “Make announcements”  หรือ  “Make an announcement”   (ประกาศ)

 

17. He said he would come, and he did ____________________________________.

(เขาพูดว่าเขาจะมา  และเขาก็ ______________________________________ จริงๆ)

(a) came

(b) come    (มา)

(c) comes

(d) not come

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Do, Does, Did + Verb 1”  =   “ทำกริยานั้นๆจริงๆ”  (แสดงการเน้นกริยาตัวนั้น)   เช่น

  • He did love her.   (เขารักเธอจริงๆ)
  • She did enjoy the party.   (เธอสนุกกับงานเลี้ยงจริงๆ)
  • We do love our dog.    (เรารักหมาของเราจริงๆ)
  • She does cook her own meal.   (เธอปรุงอาหารของเธอเองจริงๆ)

 

18. He works _____________________________________ though he were a machine. 

(เขาทำงาน ___________________________________________ เขาเป็นเครื่องจักร)

(a) even

(b) all

(c) as    (As though = As if = ราวกับว่า, ประหนึ่งว่า)

(d) hard

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Clause”  ที่ตามหลัง   “As though, As if”  ต้องอยู่ในรูป  “Past simple tense”  (Subject + Verb 2)  -  ในกรณีเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  หรือ  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)  -  ในกรณีเป็นเหตุ การณ์ในอดีต   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Past subjunctive”  และใช้   “Were”   กับประธานทุกตัว  (หรือ  “Had been”)  ในกรณีของ  “Verb to be” ดูเพิ่มเติมการใช้  “As though, As if”  จากประโยคข้างล่าง

                                       ตัวอย่างที่ 

  • He acted as though he ____________________________________ a mad man.

(เขาทำราวกับว่า  (ประหนึ่งว่า) เขา __________________________________ คนบ้า)

(a) is

(b) was

(c) were    (เป็น)  (ใช้กับเหตุการณ์ปัจจุบัน)

(d) had been    (เป็น)  (ใช้กับเหตุการณ์ในอดีต)

(e) would have been

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูคำอธิบาย   “As though, As if”   (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่         {จงเลือกข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ (๑) – (๔)}

  • Despite its size, a whale can swim (2) as it (3) were (4) almost weightless

(ทั้งๆที่ขนาด (ใหญ่โต) ของมัน  ปลาวาฬสามารถว่ายน้ำได้ราวกับว่า (ประหนึ่งว่า)  มันเกือบจะไร้น้ำหนัก)

ตอบ   -   ข้อ    แก้เป็น   “as if  หรือ  as though”  เพราะมีความหมายว่า   “ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า”   และต้องตามด้วย   “Past simple tense” (Verb 2)  (ถ้าใช้ในความหมายปัจจุบัน  และต้องใช้  “Were”  กับประธานทุกตัวในกรณีของ “Verb to be”)   สำหรับในกรณีที่ใช้กับเหตุการณ์ในอดีต  ให้ใช้   “Past perfect tense” (Had + Verb 3)   อนึ่ง  ที่ต้องใช้รูป  “Past simple” (Verb 2)  หรือ “Past perfect” (Had + Verb 3)  หลัง  “As if, As though”  เนื่องจากเป็นเพียงการเปรียบเทียบว่า  “ราวกับว่าเป็นเช่นนั้น, ประหนึ่งว่าเป็นเช่นนี้”   ซึ่งมิใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ  หรือตรงข้ามกับความเป็นจริง  เหมือนกับการใช้  “Wish”  โดยเราเรียกการใช้โครงสร้างแบบนี้ว่า  “Past subjunctive” 

                                           ตัวอย่างที่  

  • He spends his money ______________________ though he were a very rich man.

(เขาใช้จ่ายเงิน ______________ เขาเป็นคนที่ร่ำรวยมาก)  (แต่จริงๆแล้วมิได้เป็นคนรวย)

(a) so much

(b) as     (ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า)

(c) very little

(d) (No word is needed.)

ตอบ    –     ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “As though”   หรือ  “As if”   หมายถึง  “ประหนึ่งว่า, ราวกับว่า”   โดยในกรณีนี้เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  (สังเกตจากกริยา  “Spends”)  จึงใช้   “Were”  กับประธาน   “He”  ในประโยคย่อย   แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ในอดีต  ต้องเปลี่ยนเป็น  “Had been” (……as though he had been a………..)  ตัวอย่างประโยคอื่นๆ  ได้แก่

  • He acts as if he were a millionaire.   (เป็นปัจจุบัน)

(เขาทำตัวราวกับว่าเขาเป็นเศรษฐี – ปัจจุบัน)  (แต่จริงแล้วไม่ได้เป็น)

  • He acted as though he had been a millionaire.   (เป็นอดีต)

(เขาทำตัวราวกับว่าเป็นเศรษฐี – ในอดีต)  (แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็น)

  • The boy plays with his toy as if it were a living thing.  (เป็นปัจจุบัน)

(เด็กคนนั้นเล่นกับของเล่น  ราวกับว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต – ปัจจุบัน)  (แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็น)

  • He says as though he loved her.   (เป็นปัจจุบัน)

(เขาพูดราวกับว่าเขารักเธอ – ปัจจุบัน)  (แต่จริงๆแล้วไม่ได้รัก)

  • I saw it a long time ago, but I remember it as though I had seen it yesterday.   (เป็นอดีต)

(ผมเห็นมันเมื่อนานมาแล้ว  แต่ผมจำมันได้  ราวกับว่า  ผมเห็นมันเมื่อวานนี้ – เป็นอดีต)  (จริงๆแล้ว  ไม่ได้เห็นเมื่อวานนี้)

 

19. I __________________________________________________________ go by sea.

(ผม ______________________________________________ ไป (เดินทาง) ทางทะเล)

(a) wouldn’t rather

(b) would rather not to

(c) would not rather to

(d) would rather not    (ไม่อยากจะ)

 

20. The ring is _________________________________________________ for my finger.

(แหวนวงนี้ ______________________________________________ สำหรับนิ้วของผม)

(a) much too small    (เล็กมากเกินไป)

(b) too much small

(c) too small much

(d) small too much

ตอบ   -   ข้อ   (a)  หรืออาจตอบ   “Far too small”  (เล็กมากเกินไป)  ก็ได้

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้ต่อไป