หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 340)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Trouble of some kind, especially bereavement, is the common experience of mankind.

(ปัญหาบางประเภท โดยเฉพาะ การพลัดพราก (การสูญเสีย, ความตาย) เป็นประสบการณ์ธรรมดาสามัญ (ร่วมกัน) ของมนุษยชาติ)  (หมายถึง  การพลัดพราก-ความตาย เป็นปัญหาธรรมดาของมนุษย์)

(a) The death of loved ones is the most serious trouble that man has to suffer.    (ความตายของคนที่เรารัก เป็นปัญหาที่ร้ายแรงที่สุด ที่มนุษย์จำเป็นต้องทนทุกข์-เดือดร้อน)

(b) Everyone is mortal.    (ทุกคนต้องตาย)

(c) Every human being knows distress, especially the loss of loved ones.    (มนุษย์ทุกคนรู้ถึงความเศร้าโศก-เสียใจ (ความทุกข์ยาก, ความเคราะห์ร้าย) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสูญเสียคนที่เรารัก)

(d) Death occurs most often in families that know many troubles.    (ความตายเกิดขึ้นบ่อยที่สุดในครอบครัวซึ่งรู้ปัญหาต่างๆมากมาย)

 

2. It is necessary to have a doctor’s prescription so as to buy most medicines in England.

(มันจำเป็นที่ต้องมีใบสั่งยาของแพทย์  เพื่อที่จะซื้อยาส่วนใหญ่ในประเทศอังกฤษ)

(a) It is important that prescriptions buy medicines.    (มันสำคัญที่ว่าใบสั่งยาของแพทย์ซื้อยา)

(b) In England most medicines can be bought with a prescription.    (ในประเทศอังกฤษ  ยาส่วนใหญ่สามารถซื้อได้ด้วยใบสั่งยาของแพทย์)

(c) In England most doctors give prescriptions for medicine.    (ในประเทศอังกฤษ  แพทย์ส่วนใหญ่ให้ใบสั่งยาสำหรับ (ซื้อ) ยา)

(d) Prescriptions are used to buy medicines instead of money.    (ใบสั่งยาของแพทย์ถูกใช้ซื้อยาแทนเงิน)

 

3. The possibility of atomic warfare terrifies any serious person.   

(ความเป็นไปได้ของสงครามปรมาณูทำให้คนที่จริงจัง (กลัวภัยสงคราม) ตกใจกลัว)  (หมายถึง  ความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามฯ)

(a) Serious persons are terrified as atomic warfare has broken out.    (คนที่จริงจังรู้สึกตกใจกลัว  เพราะว่าสงครามปรมาณูได้เกิดขึ้นแล้ว)

(b) Serious persons are afraid that atomic warfare may break out.    (คนที่จริงจังเกรงว่า  สงครามปรมาณูอาจจะเกิดขึ้น)

(c) Serious persons don’t think that atomic warfare is disastrous.    (คนที่จริงจังไม่คิดว่า  สงครามปรมาณูเป็นความหายนะ-ภัยพิบัติ)

(d) Serious persons know that atomic warfare will not break out.    (คนที่จริงจังรู้ว่า สงครามปรมาณูจะไม่เกิดขึ้น)

 

4. It proved more difficult than he had anticipated.   

(มันพิสูจน์ว่ายากกว่าที่เขาได้คาดคิด-คาดหวังเอาไว้)

(a) He knew that it would be easier for him and it really was easier.    (เขารู้ว่ามันจะง่ายขึ้นสำหรับเขา  และมันก็ง่ายขึ้นจริงๆ)

(b) He could prove that it was not difficult as he had expected.    (เขาสามารถพิสูจน์ว่า  มันไม่ยากเหมือนที่เขาได้คาดคิดไว้)

(c) It proved not as difficult as he had expected.    (มันพิสูจน์ว่าไม่ยากเหมือนที่เขาได้คาดคิดไว้)

(d) It turned out to be more difficult than he had expected.    (มันปรากฏว่ายากกว่าที่เขาได้คาดคิดไว้)

 

5. The increase in oil prices was the result of collusion (คะ-ลู้-ชั่น) by the oil-producing nations.  

(การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเป็นผลของ      การสมรู้ร่วมคิด-การรวมหัวกันคิดอุบาย    โดยประเทศผู้ผลิตน้ำมัน)

(a) iniquity    (อิ-นิ้ค-ควิ-ที่)  (๑. ความอยุติธรรม,   ๒. การไร้ศีลธรรม, ความชั่วร้าย, ความไม่ซื่อตรง) 

(b) lethargy    (เล้-ธาร์-จี้)  (ความเฉื่อยชา, ความเมินเฉย, ความเซื่องซึม, ความง่วงเหงาหาวนอน, ความเกียจคร้าน) 

(c) conspiracy; secret cooperation    (การสมคบคิดกันกระทำความผิด;  การร่วมมือกันอย่างลับๆ)

(d) aversion    (อะ-เว้อ-ชั่น)  (ความรังเกียจ, ความเกลียดชัง, ความไม่ชอบ, ความไม่พอใจ) 

(e) compunction    (คัม-พั้ง-ชั่น)  (ความเสียใจต่อการกระทำ, ความไม่สบายใจหรือวิตกกังวลต่อสิ่งที่ได้กระทำไป) 

(f) skirmish    (สเค้อร์-มิช)  {๑. (คำนาม)  การต่อสู้กันประปราย, การต่อสู้ระหว่างกองทหาร หรือกลุ่มเล็กๆ,   ๒. (คำกริยา) สู้รบกันประปราย  หรือระหว่างกลุ่มเล็กๆ} 

(g) scruple    (สครู้-เพิ่ล)  (ศีลธรรม, จรรยา, ความยับยั้งชั่งใจ, ความกระดากใจ-ตะขิดตะขวงใจ, ความลังเลใจ, ความไม่แน่นอน, ความระมัดระวัง, ความละเอียดรอบคอบ) 

(h) adversity    (แอด-เว้อ-ซิ-ที่)  (ความเคราะห์ร้าย, ภัยพิบัติ, ความทุกข์ยากลำบาก) 

 

6. My best friend exhibited candor when he told me that for many years now he has believed me to be a jerk.

(เพื่อนที่ดีที่สุดของผมได้แสดง     ความซื่อตรง-ความจริงใจ-ความตรงไปตรงมา-ความเปิดเผย     เมื่อเขาบอกผมว่า  เป็นเวลาหลายปีจนถึงบัดนี้   เขาเชื่อว่าผมเป็นคนโง่-เซ่อ)

(a) frankness; truthfulness,  sincere honesty    (๑.  ความเปิดเผย, ความจริงใจ , ความตรงไปตรงมา-ไร้เล่ห์เหลี่ยม   ๒.  ความซื่อตรง,  การพูดความจริง, ความสุจริต,  ความซื่อตรงแบบจริงใจ

(b) valor    (แว้ล-เล่อะ)  (ความกล้าหาญ, ความอาจหาญ, ความองอาจ) 

(c) oppression    (ออพ-เพร้ซ-ชั่น)  (การกดขี่, การบีบบังคับ, ภาวะที่ถูกกดขี่, ความรู้ สึกถูกกดขี่, เผด็จการ)  

(d) fury    (ฟิ้ว-รี่)  (๑. ความโกรธจัด, ความโมโหร้าย, ความเดือดดาล,   . ความดุเดือด, ความรุนแรง)  

(e) allegation    (แอล-ลิ-เก๊-ชั่น)  (การกล่าวหา, การยืนยัน, การอ้าง, ข้อกล่าวหา, ข้ออ้าง, ข้อยืนยัน)  

(f) cupidity    (คิว-พิ้ด-ดิ-ที่)  (ความโลภ, ความตะกละ, ความงก, ความอยากได้) 

(g) temerity    (เท-เม้อ-ริ-ที่)  (ความหุนหันพลันแล่น, ความมุทะลุ, ความบุ่มบ่าม) 

(h) scrutiny    (สครู้-ที-นี่)  (การพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียด, การพิจารณาอย่างละเอียด, การตรวจสอบอย่างละเอียด) 

(i) scuffle    (สคั้ฟ-เฟิ่ล)  {๑. (คำนาม)  การตะลุมบอน, การชุลมุนต่อสู้, การต่อสู้พัลวัน, การเดินลากขา   ๒.  (คำกริยา) ต่อสู้ชุลมุน, ตะลุมบอน}

(j) mockery    (ม้อค-เคอ-รี่)  (๑.  การเยาะเย้ย, การเย้ยหยัน, การหัวเราะเยาะ,  ๒. บุคคลหรือสิ่งที่ถูกเย้ยหยัน หรือเป็นตัวตลก,  ๓. การเลียนแบบ หรือเอาอย่าง) 

 

7. He received a posthumous (พอส-ทิว-เมิส) award for bravery.

(เขาได้รับรางวัล     ที่เกิดขึ้นหลังจากการตาย      สำหรับความกล้าหาญ  -  ของเขา)  (คือได้รับรางวัลความกล้าหาญ  หลังจากที่เขาได้ตายไปแล้ว)

(a) supernatural    (เหนือธรรมชาติเกี่ยวกับสิ่งปาฏิหาริย์, อภินิหาร, ศักดิ์สิทธิ์, ประหลาด, มหัศจรรย์, เกินปกติ, คาดไม่ถึง, เกี่ยวกับภูตผีปีศาจ) 

(b) approximate    (อะ-พร้อค-ซิ-เมท)  (๑. (คำคุณศัพท์) ประมาณ, ใกล้เคียง, มีจำนวนใกล้เคียง   ๒. (คำกริยาคล้ายกันมาก, ใกล้เคียงกับ, เลียนแบบ)

(c) happening after someone’s death    (ซึ่งเกิดขึ้นหลังความตายของคนๆหนึ่ง(= posthumous = เกิดขึ้นหลังจากที่ (คนหนึ่ง) ตายไป, หลังการตายของผู้ เขียน, ซึ่งเกิดมาหลังบิดาตาย)

(d) frugal    (ฟรู้-เกิ้ล)  (ประหยัด, มัธยัสถ์, กระเหม็ดกระแหม่, ตระหนี่, มีค่าเล็กน้อย, ราคาถูก) 

(e) arbitrary    (อ๊าร์-บิ-ทระ-รี่)  (เผด็จการ, ตามอำเภอใจ, เอาแต่อารมณ์, ไร้เหตุผล, โดยพลการ) 

(f) perfunctory    (เพอร์-ฟั้งค-โท-รี่)  (๑. สุกเอาเผากิน, ลวกๆ, พอเป็นพิธี,  ๒. ทำไปอย่างซังกะตาย, ทำไปอย่างแกนๆ, ไม่มีอารมณ์, เฉยเมย) 

(g) amicable    (แอ๊ม-มิ-คะ-เบิ้ล)  (เป็นมิตร, ฉันมิตร, รักใคร่กัน, มีไมตรีจิต) 

(h) doleful    (โด๊ล-ฟูล)  (เสียใจ, โศกเศร้า, ละห้อย) 

 

8. Because of its importance in modern living, ___________________ in all parts of the world.

(เนื่องมาจากความสำคัญของมันในการดำรงชีวิตสมัยใหม่ ___________ ในทุกส่วนของโลก)

(a) studying algebra in schools and colleges    (การศึกษาพีชคณิตในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย)

(b) algebra is studied in schools and colleges    (พีชคณิตได้รับการศึกษาในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย)

(c) and the study of algebra in schools and colleges    (และการศึกษาพีชคณิตในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย)

(d) in schools and colleges are algebra studies    (ในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยคือการศึกษาพีชคณิต)

 

9. Amber comes ______________ from the resins of pine trees that grew in Northern Europe millions of years ago.

(อำพันมาจากยางเรซิน (ยางสน) ของต้นสน _______________ ซึ่งเจริญเติบโตในยุโรปภาคเหนือเมื่อหลายล้านปีมาแล้ว)  (หมายถึง  ต้นสนเจริญเติบโต)

(a) chiefly    (เป็นส่วนใหญ่)

(b) and chiefly   

(c) it is chiefly

(d) since it is chiefly

 

10. I thought you were going to wash the shirt you borrowed _________________ you gave it back to me.

(ผมคิดว่าคุณจะซักเสื้อเชิ้ตที่คุณยืมไป _________________________ คุณจะคืนมันให้กับผม)

(a) unless    (ถ้า........................ไม่)

(b) until    (จนกระทั่ง)

(c) after    (หลัง)

(d) before    (ก่อน)

 

11. The tour guide advised us ______ drivers to stop at pedestrian crossing in Rio de Janeiro.

(มัคคุเทศก์ท่องเที่ยวแนะนำเรา ________________ ผู้ขับรถหยุด (ให้คนข้าม) ที่ทางข้ามถนน (ทางม้าลาย) ในกรุงริโอเดจาเนโร)

(a) to expect not

(b) to not expect

(c) not to expect    (มิให้คาดหวัง)

(d) do not expect

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ตามโครงสร้าง  “Subject + Advise + กรรม + (Not) + To + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมกริยาที่ใช้แบบเดียวกับ  “Advise” จากประโยคข้างล่าง

                                      ตัวอย่างที่ 

  • Last night, in a radio address, the President urged us __________ to the Red Cross.

(เมื่อคืนที่ผ่านมา  ในคำกล่าวทางวิทยุ  ท่านประธานาธิบดีกระตุ้นให้พวกเรา ___________ ให้กับกาชาด)

(a) subscribe

(b) subscribing

(c) that we subscribe

(d) to subscribe    (บริจาค, ช่วยเหลือ, บอกรับเป็นสมาชิก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Urge + กรรม + (Not) + To + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภทเดียวกันจากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • I told my daughter ___________________ good care of herself while she was away.

(ผมบอกลูกสาวของผม (ให้) ___________ ตนเองเป็นอย่างดี  ในขณะที่เธอออกไปข้างนอก)

(a) taking

(b) to take    (“Take care”  =  ดูแล)

(c) she will take

(d) that she take

ตอบ   -   ข้อ    (b)   “Subject + Tell + กรรม + (Not) + To + Verb 1”  (I told my daughter to take……………)  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกับ  “Tell”   ในประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่ 

  • The teacher permitted him __________________________________ by himself.

(ครูอนุญาตให้เขา _______________________ ด้วยตัวของเขาเอง)  (คือ  คิดตามลำพัง)

(a) to thinking

(b) to think    (คิด)

(c) think

(d) thinking

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจาก  “Subject + Permit + กรรม + (Not) + To + Verb 1

                                          ตัวอย่างที่ 

  • The workers are all gone.  Because of the bad weather, the boss permitted them ______________ early.

(คนงานไปกันหมดแล้ว  เนื่องจากอากาศเลว  เจ้านาย (หัวหน้า) อนุญาตให้พวกเขา ________________ แต่เนิ่นๆ)

(a) leave

(b) to leaving

(c) to be going

(d) to leave    (ออกจากที่ทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ตามโครงสร้าง   “Subject + Permit + กรรม + (Not) + To + Verb 1

                                         ตัวอย่างที่ 

  • I want you ________________________________ on an errand for me tomorrow.

(ผมต้องการให้คุณ ____________________________________ ทำธุระให้ผมวันพรุ่งนี้)

(a) go

(b) to do

(c) to go    (ไป)

(d) going

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Want + กรรม + To + Verb 1”  และ  “Go on an errand” =  ไปทำธุระ

                                        ตัวอย่างที่ 

  • We don’t allow anyone ____________________________________ in this pond.

(เราไม่อนุญาตให้ใครก็ตาม _____________________________________ ในสระน้ำนี้)

(a) swim

(b) swimming

(c) to swim    (ว่ายน้ำ)

(d) for swimming

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Allow + กรรม + (Not) + To + Verb 1

                                         ตัวอย่างที่  

  • He told one of the men _______________________ with his back against the wall. 

(เขาบอกชายคนหนึ่งให้ _______________________ โดยเอาหลังชิด (หรือพิง) กำแพง)

(a) turn and sit

(b) to turn and sit    (หันมาและนั่ง)

(c) turned and sat

(d) turning and sitting

ตอบ   -    ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Subject + Tell + กรรม  + (Not) + To + Verb 1”  กล่าวคือ   กริยาที่อยู่หลังกรรมรอง  (บุคคลหรือสิ่งของ)  ของคำกริยาต่อไปนี้   จะต้องเป็นรูป  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  เสมอ  ได้แก่  “Expect, Want, Cause,  Force,  Compel,  Invite,  Advise,  Instruct, Persuade,  Allow,  Permit,  Encourage,  Press,  Warn,  Order,  Request,  Tempt,  Teach,  Tell,  Oblige”   ตัวอย่างประโยค   เช่น

  • We ordered him to leave.

(เราสั่งให้เขาไปซะ)

  • She forced her servant to finish the work by noon.

(เธอบังคับให้สาวใช้ทำงานให้เสร็จในตอนบ่าย)

  • They invited her to go to their party.

(พวกเขาเชิญเธอไปร่วมงานเลี้ยง)

  • The teacher instructed him to study hard.

(ครูแนะนำเขาให้ขยันเรียน)

  • I told him to play outside.

(ผมบอกให้เขาไปเล่นข้างนอก)

  • he taught him (how) to cook.

(หล่อนสอนเขา (วิธี) ปรุงอาหาร)

  • We encouraged her to fight against cancer.

(พวกเราให้กำลังใจเธอต่อสู้กับมะเร็ง)

  • The flood caused the train to move slowly.

(น้ำท่วมเป็นเหตุให้รถไฟเคลื่อนไปอย่างช้าๆ)

  • She requested him to buy her a new dress.

(เธอขอร้องเขาให้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ)

  • The manager advised his staff to work harder.

(ผู้จัดการแนะให้สตาฟของเขาทำงานให้หนักขึ้น)

                                        ในกรณีเป็นประโยคปฏิเสธ  ให้ใส่  “Not”  ไว้หน้า  “To + Verb 1”  (Not + To + Verb 1)  เช่น

  • She asked me not to arrive late.

(เธอขอร้องผมมิให้มาสาย)

  • He told her not to go out at night.

(เขาบอกเธอมิให้ออกไปข้างนอกเวลากลางคืน)

  • We forced him not to resign from his work.

(เราบังคับเขามิให้ลาออกจากงาน)

  • She expects him not to fail again.

(เธอคาดหวังเขาว่าจะไม่ล้มเหลวอีกหน)

  • I allowed her not to take the book if she didn’t want it.

(ผมอนุญาตให้เธอมิต้องเอาหนังสือเล่มนั้นไป  ถ้าเธอไม่ต้องการมัน)

 

12. We had our car checked before we left on vacation __________ us any trouble on the way.

(เราเอารถไปเช็คก่อนเราออกเดินทางไปเที่ยววันหยุด ______ ปัญหาใดๆกับเราในระหว่างทาง)

(a) it wouldn’t cause to us

(b) so that it wouldn’t cause    (เพื่อที่ว่ามันจะไม่ก่อให้เกิด)

(c) it wouldn’t cause

(d) so that it won’t cause    (เพื่อที่ว่ามันจะไม่ก่อให้เกิด)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากต้องอยู่ในรูป  “Past future tense”  (Wouldn’t cause)  เพื่อให้สอดคล้องกับกริยาที่แสดงอดีต  ในประโยคใหญ่  “Had”  และประโยคย่อย  “Left”  ข้างหน้ามัน  (ตามลำดับ)

 

13. The tip he had been offered was a mere pittance, and the taxi driver threw it on the ground in disdain.

(เงินค่าทิปที่เขาได้รับการเสนอให้เป็นเพียง     จำนวนเล็กน้อย-รายได้หรือค่าจ้างเล็กๆ น้อยๆ-เงินค่าครองชีพเล็กๆน้อยๆ-การให้ทานเล็กๆน้อยๆ-นิตยภัต     เท่านั้น  และเจ้าคนขับแท็กซี่เลยโยนมันลงบนพื้นด้วยความดูหมิ่นดูแคลน)

(a) small amount    (จำนวนเงินเพียงเล็กน้อย)

(b) utopia    (ยู-โท้-เพีย)  (ดินแดนที่มีแต่ความสุข-สงบ, ดินแดนที่มีสภาพทางการเมืองและสังคมที่สมบูรณ์, ระบบการเมืองหรือสังคมที่สมบูรณ์) 

(c) anathema    (แอน-แน้ธ-ธี-ม่ะ)  (๑. คำสาปแช่ง, การสาปแช่ง, การประณามอย่างรุนแรง,  ๒. บุคคลหรือสิ่งที่คนสาปแช่งหรือเกลียดชัง) 

(d) haven    (เฮ้-เวิ่น)  (ที่พักอาศัย, ที่หลบภัย, ท่าเรือ) 

(e) rival    (ไร้-เวิ่ล)  (๑. คู่ต่อสู้, คู่แข่งขัน, คู่ปรับ,   ๒. ผู้ที่มีความสามารถหรือคุณสมบัติพอจะทัดเทียมกันได้, สิ่งที่พอจะทัดเทียมกันได้) 

(f) bulwark    (บู๊ล-วาร์ค)  (๑. สิ่งที่คุ้มครองป้องกัน, คนหรือสิ่งที่สนับสนุนหรือค้ำจุน,   ๒. กำแพงต้านข้าศึก, ป้อมปราการ, เครื่องป้องกัน)  

(g) scapegoat    (สเค้พ-โกท)  (แพะรับบาป, ผู้รับเคราะห์แทนคนอื่น) 

(h) skyscraper    (สไคส-เคร้พ-เพอะ)  (ตึกระฟ้า, ตึกที่สูงมาก) 

(i) ambush    (แอ๊ม-บุช)  {๑. (คำนาม) การซุ่มโจมตี, การคอยดักทำร้าย, ผู้ซุ่มโจมตีหรือทำร้าย, ที่ซุ่มโจมตีหรือคอยดักทำร้าย,  . (คำกริยา) ซุ่มโจมตีหรือทำร้าย)} 

 

14. John’s mother looked at the broken glass on the floor with equanimity (อี-ควะ-นิ้ม-มิ-ที่); at least he didn’t hurt himself when he knocked over the vase.

(แม่ของจอห์นมองแก้วที่แตกบนพื้นด้วย      ความสงบใจ-ความใจเย็น-ความมีอารมณ์เย็น-ความสมดุลของใจ     อย่างน้อยที่สุด  จอห์นก็มิได้รับบาดเจ็บเมื่อเขาทำแจกันล้ม  -  และแตก)  (แม่สบายใจที่จอห์นมิได้รับบาดเจ็บเมื่อเขาทำแจกันแตก)

 (a) avarice    (แอฟ-วะ-ริส)  (ความโลภ, ความตะกละ, ความงก) 

(b) antagonism    (แอน-แท้ค-โก-นิ-ซึ่ม)  (ความเป็นศัตรูกัน, ความเป็นปรปักษ์, การต่อต้าน) 

(c) ambivalence    (แอม-บิ-เว้-เลิ่นซ)  (๑. ความรู้สึกสองจิตสองใจต่อบุคคลหรือสิ่งหนึ่ง,  ความรู้สึกทั้งบวกและลบต่อบุคคลคนหนึ่งหรือสิ่งหนึ่ง, ความไม่แน่ใจในการเลือกของ  ๒.  สิ่งที่ตรงกันข้าม, ความรู้สึกทั้งรักและชังต่อบุคคลเดียวกัน) 

(d) composure    (คัม-โพ้-เช่อะ)  (อารมณ์ที่สงบ, ภาวะจิตที่ปกติ, ความสงบ, ความเงียบสงบ)

(e) arrogance    (แอ๊-โร-เกิ้นซ)  (ความหยิ่ง, ความยโส, ความจองหอง) 

(f) adulation    (แอ๊ด-ดิว-เล-ชั่น)  (การประจบ, การสอพลอ) 

(g) decorum    (ดิ-ค้อ-เริ่ม)  (มารยาท, สมบัติผู้ดี, ความงดงาม) 

(h) digression    (ได หรือ ดิ-เกร้ซ-ชั่น)  (การพูดวกวนออกนอกประเด็น, คำพูด (ข้อเขียน) ที่ออกนอกประเด็น-นอกเรื่อง, ข้อปลีกย่อย) 

 

15. The boss derided (ดิ-ไร้-ดิด) his secretary mercilessly, so she quit her job.  She was someone who could not accept derision (ดิ-ริ้ช-ชั่น).

(เจ้านาย     หัวเราะเยาะ-ดูถูก-เย้ยหยัน    เลขาฯของเขาอย่างไร้ความปราณี  ดังนั้น  เธอจึงทิ้ง (ลาออกจาก) งาน  เธอเป็นคนผู้ซึ่งไม่สามารถยอมรับการเยาะเย้ย (การหัวเราะเยาะ,  การดูถูก, สิ่งที่ถูกหัวเราะเยาะ)   (“Derision”  เป็นคำนามของ “Deride”)

(a) compiled    (คัม-ไพล)  (รวบรวม, เรียบเรียง) 

(b) corroded    (คอ-โร้ด)  (กัดกร่อน, กัด, ทำให้ค่อยๆผุพัง, ชะ, ทำให้เสื่อม) 

(c) ridiculed    (ริ้ด-ดิ-คิวล)  (หัวเราะเยาะ, เยาะเย้ย, ยั่วเย้า, หยอกล้อ) (เมื่อเป็น คำนาม  หมายถึง  การหัวเราะเยาะ, การเยาะเย้ย, การยั่วเย้า-หยอกล้อ

(d) contended    (คัน-เทนด)  (๑. แข่งขัน, ต่อสู้,  ๒.  ยืนยัน, โต้เถียง) 

(e) acquiesced    (แอ๊ค-ควิ-เอส)  (ยินยอม, ยอมตาม, ยอมรับในใจ, นิ่งเฉย) 

(f) bolstered    (โบ๊ล-สเท่อะ)  (สนับสนุน, ค้ำ, ค้ำจุน, เสริมให้แข็งแรงขึ้น, หนุนค้ำ,  รอง, ทำให้สูงขึ้น) 

(g) aspired    (อัส-ไพ้ร์-เออะ)  (ปรารถนา, ต้องการ, อยากได้, ทะเยอทะยาน) 

(h) articulated    (อาร์-ทิ้ค-คิว-เลท)  (พูดอย่างชัดเจน, ออกเสียงชัดเจน, ต่อกัน, ประกบ)

 

16. It is very foolish of ________________________ to smoke when you’ve got a sore throat. 

(มันเป็นความโง่อย่างยิ่งของ ___________________________ ที่สูบบุหรี่  เมื่อคุณเจ็บคอ) 

(a) you    (คุณ)

(b) your

(c) yours

(d) you’s    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ต้องใช้สรรพนามในรูป  “กรรม”  (You, Him, Her, Me, Us, Them)   ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

                                       ตัวอย่างที่  

  • If you need an extra bed for your guest, you can use one ___________________.

(ถ้าคุณต้องการเตียงพิเศษสำหรับแขกของคุณ  คุณสามารถใช้เตียง ______________)

(a) of us

(b) of our

(c) of ours   (ของเรา)

(d) of our bed

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Of”   เมื่อใช้ในความหมาย  “ของ”  จะตามด้วยรูป   “Possessive pronoun”  (Mine, Yours, Ours, Theirs, Hers, His, Its)  เสมอ  เช่นในประโยคข้างบน  หรือ ตัวอย่างข้างล่าง

  • He is a friend of mine.

(เขาเป็นเพื่อนคนหนึ่งของผม)

  • That is a beautiful house of hers.

(นั่นเป็นบ้านที่สวยงามของเธอ)

  • It is an unavoidable duty of ours.         

(มันเป็นหน้าที่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของพวกเรา)

  • It is no business of yours.

(มันมิใช่กงการ (เรื่อง) อะไรของคุณเลย)

                                       อนึ่ง  ในประโยคในตัวอย่างที่    สามารถตอบข้อ  (d) ได้  แต่ต้องแก้เป็น   “of our beds”  หมายถึง  “เตียง   ตัว  จากหลายๆ ตัว

                                       นอกจากนั้น  ในโครงสร้างต่อไปนี้  จะต้องใช้รูป   “Of + Pronoun  ในรูปกรรม  (Me, You, Us, Them, Him, Her, It)”  กล่าวคือโครงสร้าง  “It + Is (Was) +  Adjective + Of +  กรรม” =   “กรรมนั้นช่าง...................เหลือเกิน  ที่..................”   เช่นในประโยค

  • It was very careless of her to leave her baby in the taxi.

(มันเป็นความสะเพร่าอย่างยิ่งของเธอ  ที่ทิ้งทารกน้อยไว้ในรถแท็กซี่)  (หรือ  เธอช่างสะเพร่ามากเหลือเกิน  ที่ทิ้งทารกน้อยไว้ในรถแท็กซี่)

  • It is very kind of you(กรรม) to help me.

(คุณช่างกรุณามากเหลือเกินที่ช่วยเหลือผม)

  • It was very nice of her to donate a lot of money to charity.

(เธอช่างกรุณาเสียเหลือเกินที่บริจาคเงินมากมายให้กับการกุศล)

  • It was good of your father (him) to come.

(คุณพ่อของคุณช่างกรุณาเหลือเกินที่อุตส่าห์มา)

  • How kind of them to help those poor children.

(พวกเขาช่างกรุณาเหลือเกินที่ช่วยเหลือเด็กที่น่าสงสารเหล่านั้น)

 

17. Last year, on the way to Hua-Hin our car _____________________________________.

(ปีที่แล้ว  ในระหว่างทางไปหัวหิน  รถของเรา ___________________________________)

(a) had broken down

(b) was broken down

(c) broke down    (เสีย, ไม่ทำงาน)

(d) broken down

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีต  “ปีที่แล้ว”  และอยู่ในรูป  “Active voice”  (รถเป็นผู้ทำกริยา  คือ  “เสีย”  จึงไม่เลือก ข้อ  (b)  เพราะเป็น  “Passive voice”)  และไม่เลือก ข้อ  (a)  (Past perfect tense)  (Subject + Had + Verb 3)  ซึ่งใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  ๒  เหตุการณ์   โดยเหตุการณ์ที่เกิดก่อนใช้  “Past perfect”  และที่เกิดทีหลัง  ใช้  “Past simple”  (Subject + Verb 2)  เช่น

  • Yesterday he had eaten his breakfast before he went to school.

(เมื่อวานนี้  เขากินอาหารเช้าก่อนไปโรงเรียน)

 

18. “How ___________________________________________________ can this car run?”

(รถยนต์คันนี้สามารถวิ่งได้ __________________________________________ เท่าใด)

(a) far    (ไกล)

(b) long    (นาน)

(c) fast    (เร็ว)

(d) often    (บ่อย)

 

19. Everyone knows Mr. Benson, but I think very few people ____________________ to him.

(ทุกคนรู้จักมิสเตอร์เบนสัน  แต่ผมคิดว่า  มีน้อยคนมาก _____________________ กับเขา)

(a) have ever been spoken

(b) has ever spoken

(c) had ever spoken

(d) have ever spoken    (เคยพูดคุย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  โดยสังเกตจากกริยา   “Knows”  และ  “Think”  (จึงตัด ข้อ “C” ออกไปและต้องใช้   “Have ever spoken”  เนื่องจาก  “People”  เป็นคำพหูพจน์  และกริยาในอนุประโยค  “Very few people…………to him”  ต้องอยู่ในรูป   “Active voice”  (Have spoken)  เพราะประธาน  (People)  เป็นผู้ทำกริยา  “พูด”  สำหรับ ข้อ   (a)  อยู่ในรูป  “Passive voice

 

20. A:  “Why isn’t John studying?”

(ทำไมจอห์นไม่ได้กำลังอ่านหนังสืออยู่ล่ะ)

      B: “He _____________________________________________________________.”

(เขา ____________________________________________________________)

(a) too tired to study

(b) is too tired for studying

(c) is too tired to study    (เหนื่อยเกินไปที่จะอ่านหนังสือ – หรือเรียนหนังสือ)

(d) is tired too much to study

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง   “Subject + Is (am, are, was, were) + Too + Adjective + To + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่  

 

  •  This passage is too difficult ____________________________________________.

(ตอนหนึ่งของข้อเขียนนี้ยากเกินไป _________________________________________)

(a) to explain for me

(b) for me to explain it

(c) to explain it for me

(d) for me to explain    (สำหรับผมที่จะอธิบาย)

ตอบ  -  ข้อ  (d)  ไม่ต้องมี   “It”  ข้างหลัง  “Explain”  เนื่องจากถือว่ามี  “Passage”  อยู่แล้ว

                                           ตัวอย่างที่  ๒

  • I am too busy ________________________________________________ with you.

(ผมมีธุระยุ่งเกินไปที่จะ _________________________________________ กับคุณ)

(a) go

(b) going

(c) to go    (ไป)   

(d) that I can’t go

ตอบ    –    ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นการใช้   “To + Verb 1”  ตามหลัง  “Adjective”  หรือ  “Adverb”  ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ขยายคำที่อยู่ข้างหน้ามัน(คือ คำคุณศัพท์ หรือ คำกริยาวิเศษณ์)  สำหรับในประโยคข้างบน    ใช้  “To go”  เป็นกริยาวิเศษณ์   (Adverb)  ขยายคำคุณศัพท์   “Busy”  {มีธุระยุ่ง (เกินไป) ที่จะไป}   ตัวอย่างอื่นๆ ประเภทนี้   ได้แก่

  • Some people think that the Chinese language is too difficult to understand.

(บางคนคิดว่าภาษาจีนยากเกินไปที่จะเข้าใจ)

  • She is too arrogant to talk to us.

(เธอหยิ่งยโสเกินไ  ปที่จะพูดคุยกับเรา)

  • His house is too far to walk.

(บ้านของเขาไกลเกินไปที่จะเดิน)

  • She is well enough to go out again.

(เธอสบายดีพอที่จะออกไปข้างนอกอีกครั้งหนึ่ง)

  • The news is too good to believe.

(ข่าวนี้ดีเกินไปที่จะเชื่อ - ได้ว่าเป็นจริง)

  • It is easy to say, not to do.

(มันง่ายที่จะพูด  ไม่ใช่ทำ)

  • He walked quickly to catch the bus.

(เขาเดินอย่างเร็วเพื่อให้ทันรถเมล์)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้