หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 339)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. The boy pointed at one of the robbers ____________ he believed had attacked his father.

(เด็กชี้ไปที่โจรคนหนึ่ง ___________________________ เขาเชื่อว่าได้ทำร้ายพ่อของเขา)

(a) for

(b) because

(c) who    (ผู้ซึ่ง)

(d) whom

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นประธานของอนุประโยค  “Who had attacked his father

 

2. He seems to need ____________________________________________________.

(เขาดูเหมือนว่าต้องการ _______________________________________________)

(a) good night sleep

(b) good night’s sleep

(c) a good night sleep

(d) a good night’s sleep    (การนอนหลับในตอนกลางคืนอย่างเต็มอิ่ม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องใช้โครงสร้าง  “Apostrophe S”  คือ  แสดงความเป็นเจ้าของ  (การนอนหลับของเวลากลางคืน)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง     

                                        ตัวอย่างที่ 

  • I’m looking forward to _______________________________________________.

(ผมกำลังตั้งตารอคอย  ________________________________________________)

(a) a vacation’s week

(b) a week’s vacation    (การไปเที่ยววันหยุด    สัปดาห์)

(c) a vacation of the week

(d) a week of the vacation

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่ 

  • The bus station is ten _____________________________________ walk from here.

(สถานีรถประจำทาง  เดินสิบ ____________ จากที่นี่)  (คือ  อยู่ห่างออกไปโดยเดิน  ๑๐  นาที)

(a) minutes

(b) minutes’    (นาที)

(c) minute

(d) minutes by

ตอบ   -   ข้อ   (b)

                                        ตัวอย่างที่ 

  • The landlord said that the tenant owed several _______________________________.

(เจ้าของบ้านกล่าวว่า  ผู้เช่าบ้านเป็นหนี้ _______________________________________)

(a) rent weeks

(b) weeks rent

(c) week rent

(d) weeks’ rent    (ค่าเช่าหลายสัปดาห์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                                            ตัวอย่างที่ 

  • They understood the problem after half an _________________________ explanation.

(พวกเขาเข้าใจปัญหา  หลังจากการอธิบายครึ่ง ________________________________)

(a) hours

(b) day’s

(c) hour’s    (ชั่วโมง)

(d) our

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                            ตัวอย่างที่ 

  • The mountain was a _____________________________________ from the village.

(ภูเขานั้นเป็น __________ จากหมู่บ้าน)  (คือ  ภูเขาลูกนั้นใช้เวลาเดินทาง    วัน จากหมู่บ้าน)

(a) day’s journey   (การเดินทาง (ระยะ)    วัน)

(b) journey of a day

(c) journey for a day

(d) journey in a day

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เป็นการใช้ในแบบ  “Apostrophe S”  คือ  แสดงความเป็นเจ้าของ  “การเดินทางของ    วัน”  หรือ อาจเขียนได้อีกแบบ  คือ  “a one-day journey from…..........…..

                                         ตัวอย่างที่       

  • They must be ready to move anywhere in the world at ________________________.

(พวกเขาจะต้องเตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนย้ายไปที่ใดๆในโลก  เมื่อ _____________)  (เช่น ทหาร หรือ นักข่าวต่างประเทศ  ที่จะต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่เมื่อได้รับคำสั่งด่วน)

(a) a moment notice

(b)moment’s notice

(c) moments’ notice

(d) a moment’s notice.    (ได้รับการบอกกล่าวล่วงหน้าเพียงชั่วประเดี๋ยวเดียว)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ต้องใช้รูปแสดงความเป็นเจ้าของเกี่ยวกับเรื่องเวลา  โดยมีเครื่องหมาย  {Apostrophe ‘S’}  เหมือนใช้แสดงความเป็นเจ้าของกับคำนามเอกพจน์-พหูพจน์  ทั่วๆไป  เช่น  (Tom’s car - รถยนต์ของทอม)  (A man’s suit - สูทของผู้ชาย)  ดูตัวอย่างเพิ่มเติมจากข้างล่าง

  • A moment’s notice   (การแจ้งให้ทราบล่วงหน้าชั่วประเดี๋ยวเดียว)  (ว่าจะต้องย้ายไปปฏิบัติงานในพื้นที่อื่น  หรือว่าจะต้องทำอะไรบางอย่าง)
  • A month’s notice   (การแจ้งให้ทราบล่วงหน้า  ๑  เดือน)  (ว่าจะยกเลิกสัญญาจ้างงาน)    
  • A week’s holiday   (วันหยุด  ๑  สัปดาห์)  
  • Two months notice   (การแจ้งให้ทราบล่วงหน้า  ๒  เดือน)
  • Three weeks journey   (การเดินทางนาน  ๓  สัปดาห์)
  • Four years time   (ระยะเวลา  ๔  ปี)
  • A moment’s pause    (การหยุดชั่วครู่หนึ่ง)
  • A month’s rent    (ค่าเช่า   เดือน)

 

3. I didn’t expect to see _______________________________ number of guests present.

(ผมไม่คาดหวังว่าจะได้เห็นแขกจำนวน ______________________________ มาร่วมงาน)

(a) such large

(b) such large a

(c) a so large

(d) so large a    (มากมายเช่นนั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ  “Such a large”  ก็ได้  เช่นในประโยคข้างล่าง

  • There were so large a number of participants at the meeting.
  • There were such a large number of participants at the meeting.

(มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากในการประชุม)

 

4. ________________ production of rice is expected to be much higher than it was last year.

(การผลิตข้าว ________ ได้รับการคาดหวังว่าจะสูงกว่าการผลิตฯ เมื่อปีที่แล้วอย่างมากมาย)

(a) This year    (ปีนี้)

(b) Yearly    (รายปี, ประจำปี)

(c) This year’s    (ของปีนี้)

(d) A year’s

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างแบบ  “Apostrophe S”  คือ  แสดงความเป็นเจ้าของ

 

5. Most diabetic patients are advised to take innocuous (อิน-น้อค-คิว-เอิส) food, like that cooked with a little amount of sugar or without sugar at all.

(ผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่ได้รับการแนะนำให้รับประทานอาหาร     ไม่มีอันตราย-ไม่เป็นภัย-ไม่เป็นพิษ-ไม่น่ากลัว-ซ้ำซาก-น่าเบื่อหน่าย-ไม่กระตุ้น-ขาดรสชาติ      เช่น อาหารที่ปรุงด้วยน้ำตาลเพียงเล็กน้อย  หรือไม่มีน้ำตาลเลย)

(a) incoherent    (อิน-โค-เฮี้ย-เริ่นท)  (ไม่ปะติดปะต่อ, ไม่ต่อเนื่อง, ไม่สัมพันธ์กัน, ไม่เข้ากัน, ไม่เกาะติดกัน) 

(b) prestigious    (เพรส-ทิ้จ (หรือ ที้) -เจิส)  (มีชื่อเสียง, มีเกียรติ, เป็นที่เคารพนับถือ) 

(c) harmless    (ไม่มีภัย, ไม่เป็นอันตราย, ไม่ได้รับบาดเจ็บ) 

(d) ferocious    (เฟ-โร้-เชิส)  (ดุร้าย, ทารุณ, โหดร้าย, ไม่เชื่อง) 

(e) flamboyant    (แฟลม-บ๊อย-เอิ้นท)  (หรูหรา, สวยหรู, มีสีสัน, ฉูดฉาด, โอ่อ่า, ขี้โอ่) 

(f) fractious    (แฟร้ค-ชัส)  (ชอบทะเลาะวิวาท, ขี้โมโห, หัวดื้อ, ดื้อรั้น) 

(g) ostentatious    (ออส-เทน-เท้-ชัส)  (ซึ่งเป็นการแสร้งแสดงอวด เช่น ว่าตนร่ำรวย, โอ้อวด, เอาหน้า) 

(h) surreptitious    (เซอะ-เรพ-ทิ้ช-เชิส)  (ลับๆล่อๆ, ซ่อนเร้น, แอบทำ, ลอบทำ, มีเลศนัย) 

(i) prolific    (โพร-ลิ้ฟ-ฟิค)  (มีลูกดก-ผลดก, ออกลูก-ผลมาก, มีผลมาก, แพร่หลาย, อุดมสมบูรณ์, (นักเขียน) ที่มีวัตถุดิบในการเขียนมาก) 

(j) nomadic    (โน-แม้ด-ดิค)  (ร่อนเร่ไปในที่ต่างๆ, ท่องเที่ยวไปมา) 

 

6. Randy often becomes vociferous (โว-ซิฟ-เฟอะ-เริส) during arguments.  He doesn’t know what he believes, but he states it loudly nevertheless.

(แรนดี้มักจะ     เสียงดังเอะอะโวยวาย-ตะโกนร้อง-ซึ่งร้องหนวกหูหรือเสียงดัง     อยู่บ่อยๆ ในระหว่างการโต้เถียง (การโต้คารม, การอ้างเหตุผล)  (ทั้งนี้) เขาไม่รู้ในสิ่งที่เขาเชื่อ  แต่เขากล่าวมันด้วยเสียงดัง  แม้กระนั้นก็ตาม)

(a) vindictive    (พยาบาท, อาฆาต, แค้น, มีเจตนาร้าย, แก้แค้น, แก้เผ็ด) 

(b) vitriolic    (วี-ทริ-อ๊อล-ลิค)  (ถากถาง, เสียดสี, เผ็ดร้อน, (คำพูด) เจ็บแสบมาก, แสบไส้, กัดกร่อนมาก) 

(c) volatile    (ว้อล-ละ-ไทล)  (เปลี่ยนแปลงได้ง่าย, ขึ้นๆลงๆ, ไม่คงที่, ปะทุง่าย, ระเบิดง่าย, ระเหยเป็นไอได้รวดเร็ว) 

(d) loud; noisy   (เสียงดัง, อึกทึก; หนวกหู, เต็มไปด้วยเสียง)  

(e) unremitting    (อัน-ริ-มิ้ท-ทิ่ง)  (ไม่หยุดยั้ง, ไม่ลดน้อยลง, ไม่หยุดหย่อน, ไม่ลดราวาศอก) 

(f) unconscionable    (อัน-ค้อน-เชิน-นะ-เบิ้ล)  (๑. ไร้ธรรมะ, ไร้ยางอาย, ขาดสติ, ขาดจิตสำนึก,  . ไม่มีเหตุผล, มากเกินไป, รุนแรง) 

(g) terse    (เทิร์ส)  (สั้นแต่จุใจความ, ได้ใจความดี, กะทัดรัด, รวบรัด) 

(h) transitory    (แทร้น-ซิ-ทอ-รี่) (ไม่ถาวร, ไม่ยั่งยืน, ชั่วคราว, มีอายุสั้น, ชั่วประเดี๋ยว) 

 

7. Jim’s attempt to repair the light bulb was superfluous (ซู-เพ่อร์-ฟลู-อัส) since the light bulb had already been repaired.

(ความพยายามของจิมที่จะซ่อมหลอดไฟ (เป็นสิ่ง)     ไม่จำเป็น-มากเกินไป-มากเกินความต้องการ-ฟุ่มเฟือย     เพราะว่าหลอดไฟได้รับการซ่อมแซมแล้ว)  {คำนาม คือ “Superfluity”  (ซู-เพอะ-ฟลู้-อิ-ที่)  -  ความเกินต้องการ, ส่วนเกิน, จำนวนที่เกิน, สิ่งที่ฟุ่มเฟือย, ความไม่จำเป็น}

(a) supercilious    (ซู-เพอะ-ซิ้ล-เลียส)  (ทะนงตัว, วางมาด, อวดภูมิ, หยิ่ง, ยโส) 

(b) impecunious    (อิม-พิ-คิ้ว-เนียส)  (๑. ยากจน, ไม่มีเงิน,  ๒. ขาดแคลน, ไม่เพียง พอ, ซอมซ่อ, มอซอ) 

(c) cadaverous    (คะ-แด๊ป-เวอ-รัส)  (คล้ายซากศพ, เกี่ยวกับซากศพ, ซีดขาวน่ากลัว) 

(d) unnecessary; redundant; extravagant    (ไม่จำเป็น ; มากเกินต้องการ; ฟุ่มเฟือย

(e) melancholy    (เม้ล-เลิน-คอล-ลี่)  (๑. ระทมทุกข์, เศร้าโศก, เสียใจ, ซึมเศร้า, สลดใจ,   ๒.  หดหู่ใจ, ท้อถอย, หมดกำลังใจ) 

(f) decadent    (เด๊ค-คะ-เดิ้นท)  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, เน่าเปื่อย) 

(g) extenuating    (อิค-สเทน-นิว-เอ๊-ทิ่ง)  (ซึ่งลดหย่อน, ซึ่งบรรเทา, ซึ่งลดโทษ, ซึ่งทำให้น้อยลง-อ่อนลง-เบาบางลง) 

(h) propitious    (โพร-พิ้ช-เชิส)  (เอื้ออำนวย, เป็นมงคล, นิมิตดี, ราบรื่น) 

 

8. Joe likes to make fun _______________________________________________ sisters.

(โจชอบกระเซ้า (เย้าแหย่, หัวเราะเยาะ) น้องสาว _______________________________)

(a) his

(b) by his

(c) to his

(d) of his    (ของเขา)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   “Make fun of”  =  “กระเซ้า, เย้าแหย่, หัวเราะเยาะ”  

                                            สำหรับคำกริยา,  คุณศัพท์  หรือ  วลีที่ใช้กับ  “Of”  ได้แก่   “source of”  (แหล่งของ)  -  Meat is an excellent source of vitamins.  (เนื้อเป็นแหล่งที่ดีเยี่ยมของวิตามิน),  “kind of”  (ค่อนข้างจะ)  -  She is kind of an envious woman.  (เธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะขี้หึง),  “keep out of”  (อย่ายุ่ง, อยู่ให้ไกล, ออกห่างจาก, ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง)  - Please keep out of my business.  (โปรดอย่าเข้ามายุ่งกับเรื่องของผม),  “in honor of”  (เพื่อเป็นเกียรติแก่)  -  The building was named in honor of the late President.”  (อาคารถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านประธานาธิบดีผู้ล่วงลับไปแล้ว),  “in charge of” (= take charge of)  (ดูแล, รับผิดชอบ)  -  They are in charge of organizing the meeting.  (พวกเขารับผิดชอบการจัดประชุม), “inform someone of something”  (บอกใครเกี่ยวกับเรื่องอะไร)  -  Please inform me of your decision.  (โปรดบอกผมเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณ),   “of age”  (โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะแนนเลือกตั้งหรือซื้อเหล้า-เบียร์, ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่)  -  Mary will be of driving age on her next birthday  (แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้  ในวันเกิดของเธอปีหน้า),  “of course”  (แน่นอน, ไม่ต้องสงสัยเลย, เป็นเรื่องธรรมดา, เหมือนที่คาดหวังไว้)  -  Of course you know that girl; she is in your class  (แน่นอน  คุณรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น  เธอเป็นเด็กนักเรียนของคุณ  -  หรือ เธอเรียนอยู่ในชั้นเดียวกับคุณ  –  คือเป็นเพื่อนคุณ),  “remind someone of”  (เตือนใครให้นึกถึงเรื่อง.........)  -  She reminded me of her mother.  (เธอเตือนให้ผมนึกถึงแม่ของเธอ  -  ด้านรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอ),  “approve”  (อนุมัติ, เห็นชอบ)  -  “The company doses not approve of women smoking.”  (บริษัทไม่เห็นชอบให้ผู้หญิงสูบบุหรี่),  “boast”  (คุยโม้)  -  “He often boasts of his wealth.”  (เขามักคุยอวดความร่ำรวย), “think”  (คิดถึงเรื่อง)  -  “We are thinking of buying her a present.”  (พวกเรากำลังคิดถึงเรื่องซื้อของขวัญให้เธอ),  “warn”  (เตือน)  -  “She warned me of the danger.”  (เธอเตือนผมถึงอันตราย),   “accuse someone of”  (กล่าวหาใครในเรื่อง..........)  -  They accused him of stealing their car.  (พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์),  “suspect”  (สงสัย),  “consist”  (ประกอบด้วย),  “be composed of”  (ประกอบด้วย)  -  Our team is composed of a number of experts in several fields.   (ทีมของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจากหลายสาขา),  “dream”  (ฝัน)  -  She never dreams of traveling abroad.  (เธอไม่เคยฝันว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ),  “hear”  (ได้ยิน)  -  “We have never heard of his plan.”  (เราไม่เคยรู้เกี่ยวกับแผนของเขาเลย)  -  “Have you heard of Lewis Baker?”  (คุณรู้จักลูอิส  เบเกอร์ ไหม),  “beware”  (ระวัง)  -  “Beware of dogs !”  (ระวังสุนัข !),  “complain”  (บ่น, ร้องทุกข์)  -  They never complain of their hardship.  (พวกเขาไม่เคยบ่นอุทธรณ์ความยากลำบากเลย),  “convince”  (ทำให้เชื่อ)  -  “These experiences served to convince me of the drug’s harmful effects.”  (ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมเชื่อในผลกระทบที่เป็นอันตรายของยา),  “disapprove”  (ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วย)  -  “The other members disapproved of his methods.”  (สมาชิกคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วยกับวิธีของเขา),  “assure”  (รับรอง, ทำให้มั่นใจ-เชื่อมั่น-  “After he had been assured of his daughter’s safety, he was relaxed.”  (หลังจากที่เขาถูกทำให้เชื่อมั่นในความปลอดภัยของลูกสาว  เขารู้สึกผ่อนคลาย)  -  “Visitors can always be assured of the best in Manhattan Hotel.”  (ผู้มาเยือน (แขก) สามารถจะมั่นใจได้เสมอ  ถึงสิ่งที่ดีที่สุดในโรงแรมแมนฮัตตัน  -  ในด้านการให้บริการ),  “cure”  (รักษา  หรือทำให้หายจากโรคหรืออาการบาง อย่าง,  การรักษาโรค),  -  “I’m interested in the cure of cancer.”  (ผมสนใจในการรักษาโรคมะเร็ง)  -  “The shock of losing my purse cured me of all my former absent-mindedness.”  (ความตกใจจากการทำกระเป๋าสตางค์หาย  ทำให้ผมหายจากอาการใจลอยเมื่อก่อนนี้ทั้งหมดทั้งสิ้น),   “smell”  (กลิ่น, ได้กลิ่น)  -  “We had a smell of fresh bread when we entered the shop.”  (เราได้กลิ่นขนมปังสดเมื่อเราเข้าไปในร้าน)  -  “The room smelled of cigars.”  (ห้องมีกลิ่นซิการ์),  “full”  (เต็มไปด้วย)  - The street was full of water.   (ถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำ), “fond”  (ชอบ, หลงใหล)  -  She is fond of music.  (เธอชอบดนตรี), “careful”  (ระวัง, รอบคอบ)  -  “Be careful of the floor.  I’ve just polished it.”  (ระวังพื้นลื่นนะ  ผมเพิ่งจะขัดมัน),  “frightened”  (ตกใจกลัว)  -  She is frightened of the dark.  (เธอกลัวความมืด), “confident”  (มั่นใจ)  -  You should be confident of yourselves.  (พวกคุณควรมั่นใจในตนเอง), “short”  (ขาดแคลน)  -  They were short of food and water.  (พวกเขาขาดแคลนอาหารและน้ำ),  “tired”  (เบื่อ, เหนื่อย),  “sure”  (มั่นใจ),  “aware”  (ตระหนัก, รู้ดี),  “certain” (มั่นใจ, แน่นอน),  “free”  (ยกเว้น),  “proud”  (ภูมิใจ),  “hopeful”  (มีความหวัง), “glad”  (ดีใจ),  “capable”  (สามารถ),  “ashamed”  (ละอายใจ), “suspicious”  (สงสัย, ระแว),  “tolerant”   (อดทนต่อ, ใจกว้างต่อ), “considerate”  (เกรงใจ),  “ignorant”  (ไม่รู้),  “convinced”  (เชื่อ), “ahead”  (ล่วงหน้า), “shy”  (อาย, ละอาย), “conscious”  (รู้สึกถึง), “jealous”  (อิจฉา, หึงหวง), “envious”  (อิจฉา, หึงหวง),  “a cup of tea”  (ชา ๑ ถ้วย),  “a sheet of paper”  (กระดาษ ๑ แผ่น),  “a number of dogs”  (หมาจำนวนมาก),  “the number of students”  (จำนวนนักเรียน),  “a pair of trousers”  (กางเกงขายาว ๑ ตัว), “millions of dollars”  (เงินหลายล้านดอลลาร์),  “two gallons of water”  (น้ำ ๒ แกลลอน),  “10% of the population”  (๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร),  “a town of 2,000 people”  (เมืองที่มีประชากร  ๒,๐๐๐ คน),  “Half of the boats sank.”  (เรือจำนวนครึ่งหนึ่งจมลง),  “Your letter of the 25th ”  (จดหมายของคุณซึ่งลงวันที่  ๒๕),  “a bag of gold”  (ทองถุงหนึ่ง),  “at a rate of 20 dollars a day”  (ในอัตรา ๒๐ เหรียญต่อวัน),  “a boy of sixteen”  (เด็กอายุ ๑๖ ปี),  “at the age of five”  (ตอนอายุ ๕ ขวบ),  “a baby of 6 months”  (ทารกอายุ ๖ เดือน),  “the first of a series of movies”  (ตอนแรกของภาพยนตร์ซีรี่ส์),  “one of the problems”  (หนึ่งในหลายปัญหา),  “two of the three”   (๒ ใน ๓),  “many of the students”  (นักเรียนหลายคน),  “a meeting of executives”  (การประชุมผู้บริหาร),  “a map of Sweden”  (แผนที่ประเทศสวีเดน),  “a picture of the refugees”  (ภาพของผู้อพยพ),  “an account of the event”  (เรื่องราวของเหตุการณ์),  “a collection of watches”  (การสะสมนาฬิกา),  “a big piece of cake”  (เค้กชิ้นใหญ่),  “Natural gas accounts for about 10% of our total energy consumption.”  (กาซธรรมชาติคิดเป็นประมาณ  ๑๐  เปอร์เซ็นต์  ของการบริโภคพลังงานทั้งหมดของเรา),  “the House of Representatives”  (สภาผู้แทน ราษฎร),  “We must do it with the approval of the trade unions.”  (เราจะต้องทำมันด้วยความเห็นชอบของสหภาพการค้า),  “We need the permission of the judge.”  (เราต้องการการอนุญาตจากผู้พิพากษา),  “the religious beliefs of the ancient people”  (ความเชื่อทางศาสนาของคนโบราณ),  “the average age of participants is over 50”  (อายุเฉลี่ยของผู้เข้าร่วม  คือ  เกินกว่า  ๕๐  ปี),  “the traditional role of women”  (บทบาทดั้งเดิมของสตรี),  “That is a book of mine.”  (นั่นเป็นหนังสือของผม),  She would like to have a house of her own.”  (เธอต้องการจะมีบ้านเป็นของตัวเอง),  “A child of hers was run over by a car.”  (ลูกคนหนึ่งของเธอถูกรถทับ),  “He is a friend of Stephen’s.”  (เขาเป็นเพื่อนของสตีเฟน),  เป็นต้น

 

9. I can’t wait _____________ out whether my parents have agreed to my _____________ away with my friends this summer.

(ผมไม่สามารถรอคอย (อดใจไม่ไหว) ที่จะ _____________ ว่า  พ่อแม่ของผมได้เห็นด้วยกับ ______________ กับเพื่อนของผมหน้าร้อนปีนี้)

(a) find __________ having gone

(b) to find __________ going    (ค้นพบ, ทราบ ........................ การไปเที่ยว)

(c) to find __________ go

(d) to have found ___________ to go

ตอบ   -   ข้อ    (b)   “Wait + To + Verb 1”  และใช้  “My going”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • All of them were surprised at Kim’s _____________________________________.

(พวกเขาทุกคนมีความประหลาดใจใน ________________________________ ของคิม)

(a) being absence    (“Absence”  เป็นคำนาม  หมายถึง  “การไม่อยู่-ไม่มา, การขาดหายไป  -  จากงาน, การประชุม)

(b) absent

(c) being absent    (การไม่อยู่, การขาดหายไป)  (“Absent”  เป็นคำคุณศัพท์  หมายถึง  “ไม่อยู่, ไม่มา, ขาดหายไป”)

(d) having absent

ตอบ   -   ข้อ    (c)  (หรืออาจตอบ  Absence”)   เนื่องจาก  “Gerund”  (Verb + ing)   ถือเป็นคำนามประเภทหนึ่ง  จึงสามารถใช้แสดงความเป็นเจ้าของได้เหมือนคำนามทั่วๆ ไป  (เช่น  “Tom’s watch, A man’s house, A woman’s car, A boy’s toys, etc.)  ดังนั้น  จึงสามารถใช้รูป  “Gerund”  (Verb + ing)  แทนคำนามได้  เช่น  (Jim’s walking, Tom’s swimming, My reading at night, etc.)  แต่เนื่องจาก  “Absent”   เป็นคำคุณศัพท์  จึงต้องใช้กับ  “Verb to be”  จึงต้องใช้รูป  “Gerund”  กับ  “Be”  (เป็น  Being)  เช่น  “Kim’s being absent (= Kim’s absence), Kate’s being lazy (= Kate’s laziness), Their being thoughtful (= Their thoughtfulness)  เป็นต้น  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Would you mind ____________________________________________ your class?

(คุณจะรังเกียจ __________________________________ (ใน) ห้องเรียนของคุณหรือไม่) 

(a) me observing

(b) me to observe

(c) my observe

(d) my observing    (การสังเกตการณ์ของผม)  (คือ มาดูคุณสอน  หรือมาดูว่านักเรียนของคุณอยู่กันอย่างไร  เป็นต้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Mind + Verb + ing”  หรือคำนาม  และเนื่องจาก  “Verb + ing” (Gerund)  เป็นคำนามประเภทหนึ่ง  จึงสามารถนำหน้าด้วย  “Possessive adjective” (my, your, his, her, their, our, its)   ได้  เหมือนคำนามทั่วๆไป  ดังประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • Does Betty object to __________________________________ for her every night?

(เบ็ตตี้คัดค้าน (ไม่เห็นด้วย) กับ _______________ สำหรับเธอทุกๆคืน  ใช่หรือไม่)   (หมายถึง เบ็ตตี้ไม่ต้องการให้คุณมารอเธอทุกๆคืน  ใช่หรือเปล่า)

(a) your waiting    (การรอคอยของคุณ)

(b) for waiting

(c) that you wait

(d) because you wait

ตอบ  -  ข้อ   (a)  เนื่องจาก  “To”  ใน  “Object to” (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย)  เป็น   “Preposition”  จึงต้องตามด้วยคำนาม หรือ  “Gerund” (Verb + ing)  ซึ่งก็ถือเป็นคำนามประเภทหนึ่งด้วย   ดังนั้น  จึงสามารถใช้  “Possessive adjective” (His, Her, My, Your, Our, Their, Its)  นำหน้ามันได้เหมือนคำนามทั่วไป  เช่น  “His walking”  “Her laughing”  “My singing”  “Their speaking”  เป็นต้น 

                                           กล่าวโดยสรุป   คือ  “Gerund” (Verb + ing)  อาจมีคำแสดงความเป็นเจ้าของ  (Possessive adjective)  ประกอบข้างหน้าได้  เหมือนคำนามทั่วไป  เช่น

  • His walking quickly makes him tired.

(การเดินเร็วของเขาทำให้เขาเหนื่อย)

  • We appreciated on your coming.

(เราชื่นชม-ยกย่องกับการมาของคุณ)

  • Her being afraid of snakes is well-known.

(การกลัวงูของเธอเป็นที่รู้กันดี)

  • It was no use your telling him to stop smoking.

(ไม่มีประโยชน์กับการบอกเขาของคุณให้หยุดการสูบบุหรี่)

  • The audiences were informed of his being a great scientist.

(ผู้ชมได้รับการบอกเกี่ยวกับการเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของเขา)

  • I had to postpone my writing to him to a later date.

(ผมจำเป็นต้องเลื่อนการเขียน (จดหมาย) ถึงเขาของผมออกไปอีก)

  • You should not delay your sending of the application form.

(คุณไม่ควรเลื่อน (หรือ ถ่วงเวลา) การส่งใบสมัครของคุณ)

 

10. Edward is a well-read man.  He was persuaded by his father to read tales when he was only five years old, and he _______________ fond of reading since then.

(เอดเวิร์ดเป็นพหูสูต (ผู้มีความรอบรู้)  เขาถูกชักจูงโดยพ่อของเขาให้อ่านนิทาน (นิยาย) เมื่อเขาอายุเพียง  ๕  ขวบ  และเขา _______________ ชอบการอ่านหนังสือตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา)

(a) is

(b) was

(c) has been    (ได้)

(d) had been

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3  หรือ  Subject + Has (Have) + Been + Adjective}  เพื่อบอกเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  (เริ่มอ่านนิทานเมื่ออายุ  ๕  ขวบ)  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน (ขณะที่พูดประโยคนี้)

 

11. Strenuous work does not increase the body’s demand for protein, ____________ it significantly enhances the body’s energy or calorie requirement.

(งานที่ต้องใช้แรงมากมิได้เพิ่มความต้องการโปรตีนของร่างกาย _______________ มันเพิ่มความต้องการพลังงานหรือแคลอรีของร่างกายอย่างมาก)

(a) so

(b) but    (แต่)

(c) or

(d) when

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากข้อความที่อยู่ข้างหน้าและตามหลัง  “But, However, Nevertheless, Nonetheless”  (ทุกคำมีความหมายว่า  “แต่, อย่างไรก็ดี, อย่างไรก็ตาม”)  จะมีความขัดแย้งกัน  (งานหนักไม่ได้เพิ่มความต้องการโปรตีนของร่างกาย  แต่เพิ่มความต้องการพลังงาน หรือแคลอรีของร่างกายอย่างมาก)

 

12. The wood of the holly tree, close-grained and very hard, _______________ for musical instruments, furniture, and interior design.

(ไม้ของต้นฮอลลี  ซึ่งมีลายเนื้อไม้ติดกัน (ละเอียด) และแข็งมาก ______________ สำหรับอุปกรณ์ดนตรี  เฟอร์นิเจอร์  และการออกแบบภายใน)

(a) uses    (ใช้)  (ในปัจจุบัน)

(b) is used    (ถูกใช้)  (ในปัจจุบัน)

(c) used    (ใช้)  (ในอดีต)

(d) is using    (กำลังใช้)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นกริยาในรูป  “Passive voice”  ของประโยค สำหรับวลี  Close-grained and very hard”  ลดรูปมาจากอนุประโยค   “……….holly tree, which is close-grained and very hard,

 

13. We should be prudent in our play or work during very hot weather, because the sun has the power to enervate and debilitate those that scoff at its effects.

(เราควรฉลาด (รอบคอบ, ระมัดระวัง)  ในการเล่นหรือทำงานระหว่างอากาศร้อนจัด  เพราะว่าดวงอาทิตย์มีอำนาจที่จะทำให้คนที่พูดเยาะเย้ย (ล้อเลียน) ผลกระทบของมัน  มีอาการอ่อนกำลังและ     (ทำให้) อ่อนเพลีย-อ่อนแอ-ทรุดโทรม)

(a) persevere    (เพอร์-ซิ-เวี่ยร์)  (มุมานะ, อุตสาหะ, พยายาม, บากบั่น, พากเพียร) 

(b) liquidate    (ลิ้ค-ควิ-เดท)  (กำจัดโดยการฆ่าทิ้ง, สะสาง, ชำระหนี้, ชำระบัญชี) 

(c) bribe    (ไบรบ)  (๑. (คำกริยา)  ติดสินบน, ให้สินบน  ๒. (คำนาม) สินบน, สิ่งล่อใจ) 

(d) weaken    (ทำให้อ่อนแอ-อ่อนเพลีย-หมดกำลัง)

(e) subjugate    (ปราบปราม, พิชิต, เอาชนะ, ทำให้เชื่อฟัง, ทำให้เป็นข้ารับใช้)  

(f) embellish    (ประดับ, ตกแต่ง, เสริมแต่ง, เพิ่มข้อปลีกย่อย) 

(g) modify    (ม้อด-ดิ-ไฟ)  (แก้ไข, ดัดแปลง, เปลี่ยนแปลง, ปรับปรุง, แปร, ลด หย่อน, ลดความรุนแรง) 

(h) alleviate    (อะ-ลี้-วิ-เอท)  (ทำให้น้อยลง, บรรเทา) 

 

14. The detective had little to go on because of the nondescript (น้อน-ดิส-คริพท) nature of the criminal.

(นักสืบทำอะไรต่อไปได้เพียงนิดหน่อย  เนื่องมาจากลักษณะ     ซึ่งไม่สามารถจะจัดอยู่ในพวกใดได้-พันทาง-บุคคลที่ไม่มีลักษณะเด่นที่ทำให้แตกต่างไปจากผู้อื่น      ของเจ้าอาชญากร)  (คือ อาชญากรไม่มีลักษณะเด่น  หรือแตกต่างไปจากคนอื่น  ที่จะทำให้คนสังเกตได้ง่าย)

(a) boisterous    (บ๊อย-สเทอ-เริส)  (หนวกหู, อึกทึก, เอะอะ, หยาบ, พล่าน)  

(b) eloquent    (เอ๊ล-โล-เควิ่นท)  (พูดคล่อง, มีคารมคมคาย, มีฝีปาก, ซึ่งโน้มน้าวจิตใจ) 

(c) contentious    (คัน-เท้น-เชิส)  (ชอบทะเลาะ, ชอบต่อสู้, ชอบโต้เถียง) 

(d) cantankerous    (แคน-แท้ง-เคอ-เริส)  (ชอบทะเลาะ, อารมณ์ร้าย, เจ้าอารมณ์) 

(e) decrepit    (ดิ-เคร้พ-พิท)  (อ่อนกำลังด้วยวัยชรา, ชรา, แก่ตัว, เก่าแก่, เสื่อมเพราะการใช้มาก) 

(f) undistinguished; difficult to describe    (ไม่ได้ทำให้แตกต่าง-ธรรมดา-ไม่ได้แยกแยะ-ไม่ชัดเจน;  อธิบายหรือบอกลักษณะรูปพรรณสัณฐานได้ยาก

(g) bucolic    (บิว-ค้อล-ลิค)  (บ้านนอก, เกี่ยวกับคนเลี้ยงแกะ) 

(h) engrossed    (เอน-โกรส-ดึ) {หมกมุ่น, คร่ำเคร่ง, ดื่มด่ำ (กับการงาน)}

 

15. Even the most docile (โด๊-ไซล  หรือ  เซิล) person may become fractious when he gets only a pittance for his hard labor.

(แม้แต่บุคคลที่     อ่อนน้อม-ว่านอนสอนง่าย-เชื่อง(สัตว์)     ก็อาจจะกลายเป็นขี้โมโห-ชอบทะเลาะวิวาท  เมื่อเขาได้รับเพียงเงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับแรงงานหนักของตน)  (หมายถึง  ได้เงินค่าจ้างไม่คุ้มค่าแรง)

(a) jocose    (โจ-โคส)  (ที่ขบขัน, ตลก, ขี้เล่น, ล้อเล่น, ยั่วเย้า) 

(b) outstanding    (๑. เด่น, มีชื่อเสียง, สะดุดตา, ยื่นออกมา, นูนออกมา   ๒. (หนี้) ยังไม่ได้ชำระ, ยังไม่ยุติ, ยังไม่สำเร็จ, ยังคาราคาซังอยู่, ค้าง, ยังแก้ไม่ตก, ยังคงเป็นอยู่) 

(c) obscure    (ออบ-สเคี่ยว)  (๑. คลุมเครือ, ไม่ชัดแจ้ง, ลึกลับ, ลี้ลับ   ๒. มืดมัว, มืดมน, มัว  ๓. ห่างไกล, ไกลลิบลับ, ซ่อนเร้น) 

(d) obedient    (โอ-บี๊-เดี้ยนท  หรือ  อะ-บี๊ด-เยิ่นท)  (เชื่อฟัง, เชื่อฟังคำสั่ง, อยู่ในโอวาท, ยอมตาม, ยอมอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์

(e) beneficial    (เบน-เน-ฟิช-เชี่ยล)  (มีประโยชน์, เป็นประโยชน์, เป็นผลดี, ซึ่งช่วยเหลือ) 

(f) hostile    (ฮอส-ไทล หรือ ฮอส-เทิ่ล)  (มุ่งร้าย, มีเจตนาร้าย, เป็นศัตรู, ไม่เป็นมิตร, เป็นปรปักษ์, ที่ต่อต้าน, ไม่รับแขก) 

(g) assiduous    (อะ-ซิด-ดิว-อัส)  (ขยัน, พยายาม, บากบั่น, พากเพียร, ยืนหยัด) 

(h) myriad    (เมี้ย-เรียด)  (๑.  (คำคุณศัพท์)  มากมายเหลือคณานับ, นับไม่ถ้วน, เป็นหมื่น, ซึ่งมีหลายลักษณะ-หลายอย่างจนนับไม่ถ้วน  ๒.  (คำนาม)  จำนวนมากมายเหลือคณานับ, คนหรือสิ่งของจำนวนมากมาย) 

 

16. If you tell me what __________________________________________, you can have it.

(ถ้าคุณบอกผม (ว่า) _________________________________ อะไร (สิ่งใด)  คุณก็จะได้มัน) 

(a) you want something

(b) you want anything

(c) you want    (คุณต้องการ)

(d) what do you want

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “What you want”  (คุณต้องการสิ่งใด, สิ่งที่คุณต้องการ)  เป็น   “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา  “Tell

 

17. Special lessons are ______________________________ next year for all weak students. 

(บทเรียนพิเศษ ______________________ ในปีหน้า สำหรับนักเรียนที่ (ความรู้) อ่อนทุกคน)

(a) to give

(b) to be given    (มีกำหนดว่าจะ  (กะว่าจะ,  จะต้อง) ถูกมอบให้)

(c) giving

(d) to be giving

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Is (am, are) + To be + (Verb 3 –  แสดง  “Passive voice”  หรือ  Verb 1 –  แสดง   “Active voice”)”  =  “มีกำหนดที่จะ (กะว่าจะ, จะต้อง) ....................”  ดูเพิ่มเติมจากตัวอย่างข้างล่าง

  • This article is to be published next week.

(= This article will be published next week.)

(บทความนี้มีกำหนดจะตีพิมพ์สัปดาห์หน้า)

  • We are to leave now.

(= We have to leave now.)

(เราจำเป็นต้องไป (ออกเดินทาง) ตอนนี้เลย)

  • You must be there at 10 o’clock.

(= You are to be there at 10 o’clock.)

(คุณจะต้องไปถึงที่นั่นเวลา  ๑๐  โมง)

  • Don’t interfere with my business.

(= You are not to interfere with my business.)

(คุณจะต้องไม่มายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของผม)

                                         แต่ถ้าขึ้นต้นด้วย   “If”  จะมีความหมายว่า  “มีเจตจำนง  หรือมุ่งมั่นที่จะ........................” เช่น

  • If you are to succeed, you must work harder.

(ถ้าคุณมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ  คุณจะต้องทำงานให้หนักขึ้น) 

 

18. I heard a sound _______ my clothes were hanging on my chair at the other end of the room. 

(ผมได้ยินเสียง ___________ เสื้อผ้าของผมกำลังพาดอยู่บนเก้าอี้  ที่ปลายอีกด้านหนึ่งของห้อง)

(a) from which

(b) from where    (มาจากที่ซึ่ง)

(c) on which

(d) of

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ต้องใช้   “From where”  เนื่องจาก  “มาจากสถานที่ซึ่ง

 

19. All students in the school are free to join any club they wish, or _______________ club at all.

(นักเรียนทุกคนในโรงเรียนมีอิสระที่จะเข้าร่วมกับชมรมใดๆที่พวกเขาปรารถนา  หรือ  ______ (เข้าร่วม) ชมรมใดเลยก็ได้)

(a) none

(b) not

(c) no    (ไม่)

(d) without

ตอบ   -   ข้อ    (c)  ดูคำอธิบาย   “No, Not”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่  

I am very sorry that you have _________________________________ good books to read.

(ผมเสียใจอย่างมากว่า  คุณ _________________________________ มีหนังสือดีๆอ่าน)

(a) some

(b) any

(c) no    (ไม่)

(d) a few    (พอมีอยู่บ้าง แม้ไม่มาก)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากดูจากข้อความ   “ผมเสียใจอย่างมาก”   จึงควรบอกว่า  “ไม่มีหนังสือดีๆ อ่าน”

                                           ตัวอย่างที่           จงเลือกข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จากข้อ (๑) – (๔)

  • (1) Not woman held a presidential cabinet (2) position in the United States (3) until 1933 when Frances Perkins (4) became Secretary of Labor.  

(ไม่มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งในคณะรัฐบาลของประธานาธิบดี – หมายถึงผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี – ในสหรัฐฯ  จนกระทั่งปี  ๑๙๓๓   เมื่อฟรานเซส  เพอร์คินส์  ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน)

ตอบ    -    ข้อ      แก้เป็น   “No”  เนื่องจาก  “No”   ใช้นำหน้าคำนาม  (woman)   ส่วน   “Not”  มักใช้วางไว้ข้างหน้า   “A,  A,  The,  Any”  ซึ่งขยายหน้าคำนามอีกทีหนึ่ง  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • No city in Laos is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองใน สปป. ลาว  ใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

  • No other city in Thailand is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองอื่นใดในประเทศไทยที่ใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

  • We saw no difference between them. 

(= We did not see any difference in them.)

(เราไม่เห็นความแตกต่างระหว่างพวกเขาเลย)

  • She has no book.

(= She has no books.)

(เธอไม่มีหนังสือ)

  • He has not a book.

(= He does not have a book.)

(เขาไม่มีหนังสือ)

  • They have not any books.

(= They do not have any books.)

(พวกเขาไม่มีหนังสือเลย)

  • No one man can do it.

(ไม่มีใครสักคนเดียวสามารถทำมันได้)  (ใช้  “No”แสดงการเน้น  จะเป็นเพศหญิงหรือชายก็ได้  เพราะ“Man”  ในที่นี้ หมายถึง “บุคคล”)

  • No two men think alike.

(ไม่มีใคร (บุคคล) ๒ คน ที่คิดเหมือนกัน)  (แสดงการเน้นเหมือนประโยคข้างบน)

หมายเหตุ   -   Not”  อาจจะใช้กับคำนามได้   โดยหมายถึง   “ไม่ใช่”   แต่  “No + Noun”  =  ไม่มี  ดังตัวอย่าง

  • You must go to the bank, not the post office.

(คุณต้องไปที่ธนาคารนะ  ไม่ใช่ที่ทำการไปรษณีย์)

  • No post office is close to my home.

(ไม่มีที่ทำการไปรษณีย์อยู่ใกล้บ้านผม)

                                         นอกจากนั้น  เรายังสามารถใช้  “Not”  กับ  “Infinitive with to”  และ  “Gerund” (Verb + ing)  ได้    ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • He was careless in not crossing the street at a zebra crossing.

(เขาประมาทในการไม่ข้ามถนนตรงทางม้าลาย)

  • You were wrong in not coming to see me last week.

(คุณผิดนะ – หรือ คิดผิดนะ  -  ที่ไม่มาพบผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

  • She promised not to do it again.

(เธอสัญญาที่จะไม่ทำแบบนั้นอีก)

  • They asked me not to blame them.

(พวกเขาขอร้องไม่ให้ผมตำหนิพวกเขา)

                                          ในกรณีเป็นการห้ามทำ  ต้องใช้รูป  “No + Verb + ing”  เช่น  “No Swimming”  (ห้ามว่ายน้ำ)  “No Fishing” (ห้ามตกปลา)  “No Parking” (ห้ามจอดรถ)   “No Smoking” (ห้ามสูบบุหรี่)

                                          สำหรับตัวอย่างของ  “No” และ “Not”   ในความหมายต่างๆ  ได้แก่

  • No matter what he says, she does not believe him.

(ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรก็ตาม  เธอก็ไม่ยอมเชื่อเขา)

  • You can’t go in no matter who you are.

(คุณจะเข้ามาข้างในนี้ไม่ได้นะ  ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม)  (หมายถึง จะใหญ่ขนาดไหนก็ตาม)

  • He has to get the car fixed no matter how much it costs.

(เขาจำเป็นต้องเอารถไปซ่อม  ไม่ว่าจะราคา (ค่าซ่อม) เท่าใดก็ตาม)

  • She no longer loves him. 

(= She does not love him any longer.)

(เธอไม่รักเขาต่อไปอีกแล้ว)

  • The two men no longer talk to each other.

(ชาย ๒ คนนั้นไม่พูดคุยกันอีกต่อไป  -  คือโกรธกัน)

  • The shore was no longer in sight.

(มองไม่เห็นชายฝั่งอีกต่อไปแล้ว (ไม่อยู่ในสายตา)  -  คือ เรือออกมาไกลมากแล้ว)

  • He could no longer be trusted, and we had to let him go.

(เขาเชื่อถือไม่ได้อีกต่อไป  และเราจำเป็นต้องให้เขาไป)  (คือ ไล่เขาออก)

  • There was no end to the letters pouring into the post office.

(มีจดหมายหลั่งไหลเข้ามาที่ทำการไปรษณีย์อย่างมากมาย)  (ไม่รู้จบรู้สิ้น)

  • Bob and Dick become close friends, and have no end of fun together.

(บ๊อบและดิ๊กกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน  และสนุกด้วยกันอย่างมากมาย)  (ไม่รู้จบรู้สิ้น)

  • No doubt Susan is the smartest girl in her class.

(ไม่ต้องสงสัยเลย  -  แน่นอนทีเดียว  -  ซูซานเป็นเด็กหญิงที่ฉลาดที่สุดในชั้นเรียนของเธอ)

  • Jim is no doubt one of the best staff in the company.

(จิมเป็นพนักงานที่ดีที่สุดคนหนึ่งของบริษัทอย่างไม่ต้องสงสัยเลย)  (อย่างแน่นอนเลย)

  • There is no saying what will happen.

(ไม่มีทางที่จะพูด (บอก) ได้หรอกว่า  อะไรจะเกิดขึ้น)

  • There is no denying that more difficulty will come.

(ไม่มีทางที่จะปฏิเสธได้ว่า  ความยากลำบากยิ่งขึ้นกำลังจะมาถึง)

  • It is no good (no use) complaining about the weather.

(ไม่มีประโยชน์ใดๆ  ที่จะบ่น-ร้องทุกข์เกี่ยวกับดินฟ้าอากาศ)

  • There is not the book you want in the bookstore.

(ไม่มีหนังสือที่คุณต้องการในร้านขายหนังสือ)

  • There is not any car in the street right now.

(ไม่มีรถอยู่ในถนนเลยในขณะนี้)

  • There is not even a single man on the bus.

(ไม่มีแม้กระทั่งคนเดียวบนรถประจำทาง)

 

20. The friend ________________ whom I received a telegram is arriving here this afternoon.

(เพื่อนผู้ซึ่งผมได้รับโทรเลข ______________________ เขา  กำลังจะมาที่นี่ตอนบ่ายวันนี้)

(a) to

(b) by

(c) from    (จาก)

(d) at

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากมาจากโครงสร้างประโยค   “I received a telegram from my friend.”  ดังนั้น  เมื่อมาสร้าง  “Adjective clause”  ขยายคำนาม   (The friend)  ก็ต้องเอา  “From”  ติดมาด้วย

                                         สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)   ที่ใช้กับ  “From”   ได้แก่“Different”  (แตกต่าง)  -  She is very different from her twin sister.  (เธอแตกต่างอย่างมากมาย  จากน้องสาวฝาแฝด),  “Far”  (ไกล)  -  My house is very far from the office.  (บ้านของผมอยู่ไกลจากที่ทำงานมาก), “Free”  (เป็นอิสระ),  “Safe”  (ปลอดภัย),  “Immune”  (ปลอดภัยจาก, ได้รับความคุ้มกันจาก),  “Absent”  (ไม่อยู่, ขาดหายไป)  -   Some students are frequently absent from school.  (นักเรียนบางคนขาดเรียนบ่อย),  “Away”  (อยู่ห่าง)  -  Most people don’t like to be away from home for a long time.  (คนส่วนใหญ่ไม่ชอบอยู่ห่างจากบ้านเป็นเวลานานๆ), “Evident”  (เห็นได้ชัดจาก),  เป็นต้น

                                        สำหรับคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “From”  ได้แก่ “Differ”  (แตกต่าง),  “Borrow”  (ขอยืม),  “Abstain”  (ละเว้น),  “Prevent”  (ขัดขวาง),  “Suffer”  (ป่วยเป็น หรือ เดือดร้อนเพราะ),  “Refrain”  (ละเว้น, หลีกเลี่ยง),  “Stop”  (หยุด, ขัดขวาง),  “Separate”  (แยก, แยกออก, สกัด),  “Protect”  (ปกป้อง, คุ้มครอง),  “Prohibit”  (ห้ามไม่ให้),  “Hinder”  (ขัดขวางไม่ให้),  “Defend”  (ป้องกัน),  “Draw”  (ดึงหรือลากออกมา),  “Recover”  (ฟื้นจาก),  เป็นต้น

                                        ส่วนวลีอื่นๆ  ที่ใช้   “From”  ได้แก่  “From now on” = “นับจากนี้เป็นต้นไป”   “From time to time”  (เป็นครั้งคราว, เป็นบางโอกาส),  “Live from hand to mouth”  (ดำรงชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ),  “From the beginning”  (จากเริ่มต้น, จากเริ่มแรก),  “From place to place”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง),  “From one place to another place”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง),  “From the bottom of one’s heart”  (จากก้นบึ้งหัวใจของคนๆนั้น,  ด้วยความจริงใจ),  “From 2 to 4 p.m.”  (จาก  ๒  โมง  ถึง  ๔  โมงเย็น),  “From January to April”  (จากเดือนมกราคม ถึงเมษายน),  “Go from bad to worse”  (เลวร้ายหรือแย่ยิ่งกว่าเดิมที่แย่อยู่แล้ว)  - Jack’s conduct in school has gone from bad to worse.  (ความประพฤติของแจ๊คในโรงเรียนเลวหนักยิ่งกว่าเดิม  ซึ่งก็เลวอยู่แล้ว)  -  Dick’s typing went from bad to  worse when has was tired.  (การพิมพ์ของดิ๊กซึ่งห่วยแตกอยู่แล้ว  กลับห่วยมากขึ้นไปอีก   เมื่อตอนเขามีอาการเหนื่อยล้า),  “From hand to hand”  (จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งและอีกคนหนึ่ง)  -  The box of candy was passed from hand to hand.  (กล่องลูกอมถูกส่งจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง  และอีกคนหนึ่งจนทั่วถึง),  “Fall from grace”  (กลับไปมีนิสัยเลวเหมือนเดิมอีก, ทำสิ่งเลวๆอีกครั้ง)  -  The boy fell from grace when he lied.   (เด็กคนนั้นทำในสิ่งที่ไม่ดี  เมื่อเขาโกหก),   “From pillar to post”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง  หลายๆครั้ง  แบบระเหเร่ร่อน  -  เปรียบเหมือนนกเกาะเสาต้นหนึ่ง  แล้วโผไปอีกต้นหนึ่ง)  -  Jim’s father changed jobs several times a year, and the family was moved from pillar to post  (พ่อของจิมเปลี่ยนงานหลายครั้งในแต่ละปี  และครอบครัวต้องย้ายบ้านหลายครั้งหลายหน),  “From scratch”  (จากศูนย์, จากไม่มีอะไรเลย, จากมือเปล่า)  -  Tom started his business from scratch.  (ทอมเริ่มต้นธุรกิจของเขาจากที่ไม่มีอะไรเลย  -  หรือจากศูนย์),  “From across the world”  (จากทั่วโลก),  “From door to door”  (จากบ้านหนึ่งไปยังอีกบ้านหนึ่ง)  -  She sells face cream from door to door.  (เธอขายครีมทาหน้าจากบ้านหลังหนึ่ง  สู่บ้านอีกหลังหนึ่ง  และอีกหลังหนึ่ง),  “From head to foot”  (จากหัวถึงเท้า,  อย่างพินิจพิเคราะห์, อย่างรอบคอบ)  -  The stranger looked the boy over from head to foot.  (คนแปลกหน้ามองเด็กคนนั้นอย่างรอบคอบ-ระมัดระวัง),  “From end to end”  (ทั่วทั้งบริเวณ)  -  The dog sniffed the yard from end to end in search of a bone  (หมาสูดดมสนามทั่วทั้งบริเวณ  เพื่อค้นหากระดูก),   “From top to bottom”  (จากบนถึงล่าง, ทั่วทั้งหมด)  -  This new car has been redesigned from top to bottom.  (รถใหม่คันนี้ถูกเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งคัน),  เป็นต้น

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้