หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 337)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. ____________ one-celled organisms, nearly all animals have a nervous system of some kind.

(___________________ สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว  สัตว์เกือบทั้งหมดมีระบบประสาทแบบใดแบบหนึ่ง)

(a) Except that    (ยกเว้นแต่ว่า)  (ต้องตามด้วยประโยค  คือ “Subject + Verb”)

(b) Other than    (นอกจาก)

(c) Except for    (ยกเว้นสำหรับ, ยกเว้นแต่)  (ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) Despite    (ทั้งๆที่)  (ต้องตามด้วยคำนาม หรือวลี)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Except”, “Except for”, “Except that”, “Other than”  และ  “Despite” (In spite of)  จากประโยคข้างล่าง

                                      ตัวอย่างที่ 

  • Jenny is a good student _______________ on occasions she is absent from school.

(เจนนี่เป็นนักเรียนที่ดี _____________________________________ บางครั้งเธอขาดเรียน)

(a) unless    (ถ้า................................ไม่)

(b) except that    (ยกเว้นแต่ว่า)

(c) supposing that    (สมมติว่า)

(d) other than    (นอกเสียจาก, นอกจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  สำหรับ  “Other than”  ดูจากประโยคข้างล่าง

  • There is no one other than Tony, who took my book.

(ไม่มีใครอื่นนอกจากโทนี่  ผู้ซึ่งเอาหนังสือของผมไป)

  • She never discussed it with anyone other than Jack.

(เธอไม่เคยปรึกษาเรื่องนี้กับใครนอกจาก (กับ) แจ๊ค)

  • I don’t have a thing with me other than this coat.

(ผมไม่มีอะไรติดตัวเลย  นอกจากเสื้อคลุมตัวนี้)

  • There is no noise other than a muted organ.

(ไม่มีเสียงใดเลย  นอกจาก (เสียง) ของออร์แกนเก็บเสียง)

                                                   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Except, Except that”  จากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • We have lessons every day _________________________ Saturday and Sunday.

(เราเรียนหนังสือทุกวัน _________________________________ วันเสาร์และวันอาทิตย์)

(a) except that    (ยกเว้นว่า)  (ตามด้วยประโยค)

(b) besides    (นอกเหนือจาก)

(c) but that

(d) except    (ยกเว้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมการใช้  “Except, Except that”  จากประโยคข้างล่าง

                                           ตัวอย่างที่ 

  • He is an excellent teacher _______________________________ he speaks too low.

(เขาเป็นครูที่ดีเยี่ยม _____________________________________เขาพูดเสียงค่อยเกินไป)

(a) except    (ยกเว้น)

(b) besides    (นอกเหนือไปจาก, ยิ่งไปกว่านั้น)

(c) except that    (ยกเว้นแต่ว่า)  (ตามด้วยประโยค)

(d) except for

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Except”  เป็น   “Preposition”  ต้องตามด้วย  “วลี, คำนาม, สรรพนาม หรือ กริยา

                                        ตัวอย่างที่ 

  • Most of the students got high marks in the examination, __________________ one or two getting full marks.

(นักเรียนส่วนใหญ่ได้คะแนนสูงในการสอบ _______________ คนหรือสองคนได้คะแนนเต็ม)

(a) and

(b) by

(c) with    (โดย)

(d) except    (ยกเว้น)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ช้   Preposition   With”   พราะตามด้วย   Verb + ing (Getting)  ส่วน  Preposition  “Except”  มักใช้กับ  ๒  ข้อความที่ขัดแย้งกัน  หรือ  แตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น  “นักเรียนส่วนใหญ่ได้คะแนนต่ำ  ยกเว้น  คนหรือสองคนได้คะแนนเต็ม  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • We saw nothing along the way except flower gardens.

(พวกเราไม่เห็นอะไรเลยระหว่างทาง  ยกเว้นสวนดอกไม้)

  • Every room is empty now except the living room.

(ทุกห้องว่างเปล่าขณะนี้  ยกเว้นห้องรับแขก)

  • Nobody went there except me.

(ไม่มีใครไปที่นั่น  ยกเว้นผม)

  • She likes living here except in summer.

(เธอชอบอาศัยอยู่ที่นี่  ยกเว้นในหน้าร้อน)

  • The place seems clean except where he sleeps.

(สถานที่ดูเหมือนว่าสะอาด  ยกเว้นตรงที่ที่เขานอน)

  • All the boys except Billy started to cry.

(เด็กชายทุกคนยกเว้นบิลลี่  เริ่มร้องไห้)

  • He no longer went out, except when Jeanne forced him.

(เขาไม่ออกไปข้างนอกต่อไปอีกแล้ว  ยกเว้น  เมื่อจีนนี่บังคับเขา) 

  • There was little I could do except wait.

(มีเพียงนิดหน่อยที่ผมทำได้  ยกเว้นรอคอย)

  • I knew nothing about Judith except what I had heard at second hand.

(ผมไม่ทราบอะไรเลยเกี่ยวกับจูดิธ  ยกเว้นสิ่งที่ผมได้ยินได้ฟังมาจากคนอื่น)  

                                             ส่วน   Except that  หรือ   Except for the fact that  ตามด้วยประโยค  (Subject + Verb)  เช่น

  • The house I bought is very nice, except that the living room is too small.

(บ้านที่ผมซื้อดีมากเลย  ยกเว้นแต่ว่า  ห้องรับแขกเล็กเกินไป)

  • I can scarcely remember what we ate, except that it was plentiful and simple.

(ผมจำไม่ใคร่ได้ว่าเรากินอะไรบ้าง  ยกเว้นว่า  มันมากมายและง่ายๆ) 

                                             สำหรับ   “Except for”  เป็น   “Preposition”   มีความหมาย  “นอกจาก................(ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อความข้างหน้า)”  เช่น

  • The living room is empty now except for the rug.

(ห้องรับแขกว่างเปล่าขณะนี้  นอกจากพรม)  (มีพรมในห้องเพียงสิ่งเดียว)

  • The room was very cold and, except for Peter, entirely empty.

(ห้องหนาวมากและ, นอกจากปีเตอร์, ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง)  (มีปีเตอร์นั่งในห้องเพียงคนเดียว)

  • Except for emergencies, I didn’t expect any help from my children.

(นอกจากสถานการณ์ฉุกเฉิน  ผมไม่ได้คาดหวังความช่วยเหลือใดๆจากลูกๆเลย)  (ไม่หวังให้ลูกช่วย  ยกเว้นมีสถานการณ์ฉุกเฉิน  เช่น ป่วยกะทันหัน)               

                                              ดูการใช้  “Besides”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • The Joneses were too poor to go to the movies; _______________, there was no one to stay with the children. 

(ครอบครัวโจนส์ยากจนเกินไปที่จะไปดูหนัง __________________ ไม่มีใครอยู่บ้านกับลูกๆ)

(a) in addition to    (นอกเหนือจาก)

(b) in addition that

(c) beside    (ข้างเคียง, ใกล้เคียง)

(d) besides     (นอกเหนือจากนั้น,  ยิ่งไปกว่านั้น, นอกเหนือจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Besides”   สามารถตามด้วยทั้ง  คำนาม,  วลี,  “Gerund” (Verb + ing)   และประโยค  เช่น

  • Besides an expensive car, she owns a luxurious home.

(= She owns a luxurious home besides an expensive car.)

(นอกเหนือจากรถยนต์ราคาแพง  เธอยังเป็นเจ้าของบ้านหรู)

  • Besides visiting New York, he also traveled to London.

(นอกเหนือจากการไปเยือนนิวยอร์ค  เขายังเดินทางไปลอนดอนด้วย)

  • They robbed the house.  Besides, they burnt it down.

(พวกเขาปล้นบ้าน  ยิ่งไปกว่านั้น  ยังเผามันซะราบเลย)

 

2. __________________________________ kinds of decorative art: handicrafts and fine arts.

(____________________ ชนิดของศิลปะการตกแต่งประดับประดา (คือ) งานฝีมือและวิจิตรศิลป์  -  คือศิลปะที่เน้นเรื่องความสวยงาม  เช่น  ภาพวาด  รูปปั้น  ดนตรี)  (คือ  มีศิลปะการตกแต่งฯ  ๒  ชนิด)

(a) Although two

(b) Two

(c) In two

(d) There are two    (มีสอง)

 

3. Although Nina Putnam wrote stories and poems as a child, _________she was twenty-three.

(แม้ว่านินา  พัตนัมเขียนนิยายและบทกวีขณะที่ยังเป็นเด็ก _____________ เธออายุ  ๒๓  ปี)

(a) her real first successes came until not

(b) her first real success did not come until    (ความสำเร็จที่แท้จริงครั้งแรกของเธอมิได้มาถึง (เกิดขึ้น) จนกระทั่ง)

(c) since her first real success did not come until

(d) not until her first real success

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ความหมายของประโยคข้างบน  คือ   แม้นินาจะแต่งนิยายและบทกวีตั้งแต่ยังเด็ก  แต่เธอประสบความสำเร็จ (มีชื่อเสียงโด่งดัง) ครั้งแรก  เมื่อตอนอายุ  ๒๓  ปี)

 

4. She has an excellent personality, which makes her a much-______ person among her friends.

(เธอมีบุคลิกภาพที่ดีเยี่ยม  ซึ่งทำให้เธอเป็นบุคคลที่ _____ อย่างมากในบรรดาเพื่อนฝูงของเธอ)

(a) admire    (ชื่นชม, ชมเชย, เลื่อมใส, ศรัทธา, นับถือ, นิยมยกย่อง)

(b) admiring

(c) admired    (ได้รับความชื่นชม-นิยมยกย่อง)  (เป็นกริยาช่องที่  ๓  แสดงการ “ถูกกระทำ”  คือ  ถูกหรือได้รับการชื่นชม-นิยมยกย่อง)

(d) admiration    (การชื่นชม, การนับถือ, การเลื่อมใสศรัทธา, ความนิยมยกย่อง)  (เป็นคำนาม)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Much-admired”  คือ  “ถูกชื่นชมอย่างมาก  หรือ  ได้รับความนิยมยกย่องอย่างมาก”  ในที่นี้  ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์  ขยายนาม  “Person

 

5. Not having smoked in a week, Jack boasted of his abstinence

(มิได้สูบ (หยุดสูบ) บุหรี่ใน    สัปดาห์  แจ๊คคุยโว-โม้  ถึง      การบังคับใจตัวเอง-ความพอประมาณในการกินดื่มและความเพลิดเพลิน-ความพอเหมาะพอควรไม่มากจนเกินไป      ของตนเอง)  (คือ  โม้ว่าตนเองสามารถบังคับใจมิให้ดื่มเหล้าได้)

(a) commotion    (ความไม่สงบ, ความชุลมุนวุ่นวาย, ความสับสนอลหม่าน, การจลาจล, ความอึกทึกครึกโครม, ความเกรียวกราว, ความวุ่นวายทางการเมืองหรือสังคม)  (b) testimony    (คำให้การ, หลักฐาน, พยาน, การยืนยันโดยการสาบานตัว, การแถลงโดยเปิดเผย) 

(c) abstention    {การงด (ออกเสียง), การละเว้น, การสละสิทธิ์} 

(d) temperance    (การบังคับตัวเอง, การละเว้นสิ่งมึนเมา, การควบคุมอารมณ์, ความพอควร-พอประมาณ) 

(e) vertigo    (อาการวิงเวียนศีรษะ เห็นสิ่งรอบตัวหมุนได้ ทำให้ทรงตัวลำบาก) 

(f) nonchalance    (น้อน-ชะ-เลิ่นซ  หรือ  ล่านซ)  (ความไม่สนใจ, ความไม่ใยดี, ความเมินเฉย, ความห่างเหิน)                                               

(g) entreaty    (เอน-ทรี้-ที่)  (การอ้อนวอน, การวิงวอน, การขอร้อง, คำขอร้อง-วิงวอน-อ้อนวอน) 

(h) taboo (= tabu)    (ทะ-บู้)  (๑. เป็นคำนาม หมายถึง ข้อห้าม, สิ่งห้าม, ศีลห้าม,  ๒. เป็นคำคุณศัพท์  หมายถึง ห้าม, ต้องห้าม, เป็นข้อห้าม)  

 

6. The parents told their children to repress their uncouth manners and act with decorum (ดิ-ค้อ-เริ่ม) at the party.

(พ่อแม่บอกให้ลูกๆ ของตนระงับ-ยับยั้งอากัปกริยาที่กะเร่อกะร่า-ป่าเถื่อนของตน  และประพฤติตัวด้วย    ความสุภาพ-ความประพฤติที่ถูกต้อง-มารยาท-สมบัติผู้ดี-ความงดงาม      ที่งานเลี้ยง)

(a) abeyance    (อะ-เบ๊-เอิ้นซ)  (การหยุด, การยั้ง, การระงับไว้ชั่วคราว, การพักเอาไว้ชั่วคราว, ความไม่แน่นอน) 

(b) aspersion    (อัส-เพ้อ-ซั่น หรือ ชั่น)  (การใส่ร้ายป้ายสี, การป้ายร้าย, ข้อกล่าวหา)  (c) enormity    (อิ-น้อร์-มิ-ที่)  (๑. ความมหึมา, ความใหญ่โต,  ๒. ความร้ายกาจ, ความชั่วร้าย,  ความชั่วช้าเลวทราม  ๓. สิ่งชั่วร้าย, สิ่งที่ร้ายกาจ) 

(d) indignity    (ความเสื่อมเสีย, ความเสียเกียรติ, การเหยียดหยาม, การสบประมาท, การดูถูก)  

(e) etiquette    (เอ๊ท-ทิ-เคท หรือ คิท)  (สมบัติผู้ดี, มารยาท, จรรยาบรรณ, ธรรมเนียมปฏิบัติ) 

(f) valor (= valour)    (แว้ล-เล่อะ)  (ความกล้าหาญ, ความองอาจ, ความอาจหาญ) 

(g) anguish    (แอ๊ง-กวิช)  (ความเจ็บปวด, อาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง, อาการทนทุกข์ทรมาน, อาการกลัดกลุ้มอย่างมาก, (คำกริยา)  หมายถึง  รู้สึกปวดอย่างรุนแรง) 

(h) turbulence    (เท้อร์-บิว-เลิ่นซ)  {๑. ความวุ่นวาย, ความสับสนอลหม่าน, ความโกลาหล, การจลาจล, ความพล่าน,  ๒. การรบกวน (ความสงบ), ความปั่นป่วน (ของอากาศหรือทะเล หรือลม)} 

 

7. The feeling of apathy (แอ๊พ-พะ-ธี่) was so prevalent during the election campaign that the candidates hardly bothered to make speeches.

(ความรู้สึกของ      ความไม่สนใจ-ความไม่เป็นห่วงกังวล-การไร้อารมณ์     (ของประชา ชน) มีอยู่ทั่วไปในระหว่างการรณรงค์เลือกตั้ง   จนกระทั่งผู้สมัคร (รับเลือกตั้ง) แทบจะไม่เดือดร้อนใจที่จะกล่าวสุนทรพจน์)  (คือ ผู้ลงคะแนนไม่สนใจการเลือกตั้ง  จนผู้สมัครไม่มีอารมณ์จะหาเสียง)

(a) haven    (เฮ้-เวิ่น)  (ที่หลบภัย, ที่พำนักอาศัย, ท่าเรือ) 

(b) jeopardy    (เจ๊พ-เพอะ-ดี้)  (อันตราย, ภัย, การเสี่ยงอันตราย, การเสี่ยงต่อการถูกพบความผิด)                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                     

(c) indifference    (การขาดความสนใจ, ความเมินเฉย, ความไม่ลำเอียง, ความเป็นกลาง)

(d) impunity    (อิม-พิ้ว-นิ-ที่)  (การได้รับการยกเว้นโทษ, การไม่ต้องได้รับโทษ, การได้รับนิรโทษกรรม) 

(e) chagrin    (ชะ-กริ้น)  (ความผิดหวังเสียใจ, ความโทมนัส, ความคับแค้นใจ, ความ แค้น) 

(f) duplicity    (ดิว-พลิส-ซิ-ที่)  (การหลอกลวง, การต้มตุ๋น, ความไม่ซื่อตรง, การตีสองหน้า) 

(g) scrutiny    (สครู้-ทิ-นี่)  (การพิจารณาอย่างละเอียดและใกล้ชิด, การตรวจสอบอย่างละเอียด, การพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียด) 

(h) skirmish    (สเค้อร์-มิช)  (๑. (คำนาม) การต่อสู้กันประปราย, การต่อสู้ระหว่างกลุ่มเล็กๆ,  ๒. (คำกริยา) ต่อสู้กันประปราย หรือระหว่างกลุ่มเล็กๆ) 

 

8. I stepped on a woman’s foot while dancing, and I felt very ______ when she looked at me angrily.

(ผมเหยียบเท้าของผู้หญิงคนหนึ่งในขณะกำลังเต้นรำ  และผมรู้สึก ________________ อย่างมาก  เมื่อเธอจ้องมองผมอย่างโกรธเคือง)

(a) embarrass    (ทำให้กระดากอาย-ขวยเขิน-อึดอัดใจ-ลำบากใจ, เป็นอุปสรรค, กีดขวาง)

(b) embarrassed    (กระดากอาย, ขวยเขิน, อึดอัดใจ, ลำบากใจ)

(c) embarrassing    (น่ากระดากอาย-ขวยเขิน-อึดอัดใจ-ลำบากใจ)

(d) embarrassment    (ความกระดากอาย-ขวยเขิน, ความอึดอัดใจ-ลำบากใจ, สิ่งที่ทำให้ลำบากใจ, การทำให้ลำบากใจ)

 

9. It would be foolish of him if he ___________________________________ this opportunity.

(มันจะเป็นความโง่เขลาของเขา  ถ้าเขา _________________________________ โอกาสนี้)

(a) does not consider

(b) did not consider    (ไม่พิจารณา)

(c) will not consider

(d) had not considered

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ใช้รูป  “Did not consider”  เพื่อให้  “Tense”  สอดคล้องกับ   “Would be foolish”  (เป็น  “If clause”  แบบที่  ๒  ที่มีรูปเป็นอดีต  แต่บอกความหมายในปัจจุบันหรืออนาคต  (ผู้พูดเชื่อว่าเหตุการณ์แบบนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย หรือยาก)  คือ  เหตุการณ์ในประโยคมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยาก  กล่าวคือ  ผู้พูดมีความเชื่อว่า  “เขาคงฉลาดพอที่จะพิจารณาโอกาสนี้”  (ในปัจจุบัน หรืออนาคต)

 

10. During an economic depression, those hurt include _________________ workers and their families, but also the storekeepers who depend on their business.

(ในระหว่างความตกต่ำทางเศรษฐกิจ  บุคคลที่ได้รับความเสียหาย  รวมไปถึง ___________ คนงานและครอบครัวของตน  แต่ยัง (รวมไปถึง) เจ้าของร้านผู้ซึ่งต้องพึ่งพาอาศัยธุรกิจของตนด้วย)

(a) when    (เมื่อ)

(b) both    (ทั้ง........, ทั้งคู่)

(c) not only    (ไม่เพียงแต่)

(d) without them    (ปราศจากพวกเขา)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เป็นการใช้คำคู่   “Not only…………but also”

 

11. It was such a wonderful film that __________________ the cinema with tears in my eyes.

(มันเป็นภาพยนตร์ที่วิเศษมาก  จนกระทั่ง ________ โรงหนังด้วยน้ำตา)  (ด้วยน้ำตานองหน้า)

(a) I left    (ผมออกจาก)

(b) to leave

(c) when I left

(d) I left when

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากเป็นประธาน  (I)  และกริยา  (Left)  ของอนุประโยค

 

12. Galaxies and clusters of galaxies are the largest units _____ the structures of the universe.

(กาแล็กซี (กลุ่มดาวขนาดใหญ่มาก หรือทางช้างเผือก) และกลุ่มกาแล็กซี  เป็นหน่วยใหญ่ที่สุด ________________ โครงสร้างของจักรวาล)

(a) and

(b) among    (ในบรรดา, ในหมู่, ในระหว่าง, ในจำพวก)

(c) but

(d) that

 

13. It is difficult to keep invective out of our discussion about the enemy.

(มันยากที่จะกัน      การด่าว่าอย่างรุนแรง-การประณามอย่างรุนแรง-คำประณาม-การด่าว่า-การกล่าวดูหมิ่น     ออกไปจากการประชุมปรึกษาหารือของเราเกี่ยวกับศัตรู)  (คือ อดที่จะด่าว่า-ประณามศัตรูมิได้  เมื่อพวกเรามีการประชุมกัน)

(a) paradox    (แพ้-ระ-ดอคซ)  (คำพูดหรือข้อความที่ดูเหมือนไม่ถูกต้อง  แต่ความจริงอาจถูก, สิ่ง (บุคคล, เหตุการณ์, คำพูด) ที่ขัดแย้งกัน, ข้อสรุปที่ดูเหมือนขัดกัน, สิ่งที่ดูเหมือนแย้งกัน  แต่ทว่าเป็นจริง เช่น “ยิ่งรีบก็ยิ่งช้า” หรือ คำกล่าวที่ว่า  “เชื้อโรคซึ่งก่อให้ เกิดโรคภัย  อาจถูกใช้ป้องกันโรคนั้นได้”  หรือ  “ใช้เซรุ่ม (ได้มาจากพิษงู) แก้พิษงู”  -  ข้อความเหล่านี้ล้วนเป็น  “Paradox”)

(b) paragon    (แพ้-ระ-กอน)  (ตัวอย่างอันยอดเยี่ยม, ตัวอย่างอันดีเลิศ) 

(c) promenade    (พรอม-มี-เน้ด หรือ นาด)  (๑. (คำนาม)  บริเวณกว้างใหญ่สำหรับเดินเล่น, การเดินเล่น  -  โดยเฉพาะในที่สาธารณะ, การเดินทอดน่อง, การเดินแสดงตัว, งานเต้นรำ  -  โดยเฉพาะที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัย  ๒. (คำกริยา) เดินเล่น, เดินทอดน่อง, เดินพาเหรดในงานเต้นรำ) 

(d) abuse    (อะ-บิ๊วซ)  {(คำนาม๑.  การกล่าวร้าย, การด่าว่า, การประณาม,  ๒.  การทารุณ, การทำอันตราย,การใช้ในทางที่ผิด, การทำลายหรือทำให้เสียหาย, การใช้แบบเอาเปรียบ  (คำกริยา๑. กล่าวร้าย, ด่าว่า, ประณาม,  ๒.  ทารุณ, ทำอันตราย, ทำให้เสียหาย, ใช้ในทางที่ผิด, ใช้แบบเอาเปรียบ}

(e) insurgency (= insurgence)    (การจลาจล, การกบฏ) 

(f) sanctuary    (แซ้งค-ชุ-เออะ-รี่)  (ที่ลี้ภัย, ที่หลบภัย, ที่หลบภัยในโบสถ์หรือวิหาร, สถานที่ศักดิ์สิทธิ์, ปูชนียสถาน, ถ้ำสัตว์, ที่อยู่อาศัยของสัตว์, ที่ที่สัตว์สามารถผสมพันธุ์และหลบภัยจากการถูกล่า)  

(g) entourage    (อาน-ทู-ร้าช)  (คณะผู้ติดตาม, ผู้ติดสอยห้อยตาม, บริวาร, สิ่งแวดล้อม)  (h) pandemonium    (แพน-ดิ-โม้-เนี่ยม)  (ความโกลาหล, ความสับสนวุ่นวาย, ความเอะอะโกลาหล, สถานที่ที่มีความเอะอะโกลาหล) 

 

14. The anthropologist came back with voluminous (วอ-ลิ้ว-มิ-เนิส)material showing how life on this continent originated.

(นักมานุษยวิทยากลับมาพร้อมกับวัตถุ     มากมาย-ใหญ่โต-มโหฬาร     ที่แสดงว่าชีวิตบนทวีปนี้มีจุดกำเนิดมาอย่างไร)

(a) astute    (แอส-ทิ้วท)  (๑. ฉลาด, มีเชาว์, มีไหวพริบ  ๒. มีเล่ห์เหลี่ยม, ฉลาดแกมโกง, กระล่อน ) 

(b) salient    (เซ้-ลี-เอิ้นท)  (๑. เด่น, สะดุดตา, เห็นได้ชัดเจน, สำคัญ   ๒.  ยื่นออก, โผล่ออก, นูนขึ้น, เป็นลักษณะเฉพาะ) 

(c) plentiful    (มากมาย

(d) zealous    (เซ้ล-ลัส)  (กระตือรือร้น, ตั้งใจอย่างแข็งขัน, อุตสาหะอย่างใจจดจ่อ) 

(e) elusive    (อิ-ลู้-ซิฟว)  (๑. ว่องไวเหมือนปรอท, หลบหลีกเก่ง (ในเรื่องการตอบคำถาม), ซึ่งหลบหลีกอย่างฉลาดหรือชำนาญ, เลี่ยง (งาน, หน้าที่) อยู่ประจำ,   ๒. เข้าใจยาก, ยากที่จะอธิบาย, ลึกลับ) 

(f) squeamish    (สควี้-มิช)  (ตกใจง่าย, หวั่นไหวง่าย, งอแง, พิถีพิถัน, จู้จี้, เจ้าระเบียบ)  (g) transient    (แทร้น-ซี-เอิ้นท)  (ชั่วคราว, ไม่ถาวร, ไม่ยั่งยืน, ประเดี๋ยวเดียว) 

(h) incontrovertible    (ที่โต้แย้งไม่ได้, ที่เถียงไม่ได้, ที่ไม่มีทางโต้แย้ง, ที่ลบล้างไม่ได้) 

 

15. After the liquidation of the gang leader, a tremendous conflict arose among the ambitious gang members who aspired to be boss.

(หลังจาก      การกำจัดโดยฆ่าทิ้ง-การสะสาง-การชำระหนี้หรือบัญชี-การเปลี่ยนให้เป็นเงินสด     (ฆ่า) หัวหน้าแก๊ง  ความขัดแย้งอย่างใหญ่โตได้เกิดขึ้นในบรรดาสมาชิกของแก๊งที่ทะเยอทะยาน  ผู้ซึ่งปรารถนาจะขึ้นเป็นหัวหน้า  -  แทนคนเก่า)

(a) collaboration    (ความร่วมมือ, การทำงานร่วมกับผู้อื่น, การช่วยเหลือ) 

(b) remuneration    (ริ-มิว-นะ-เร้-ชั่น)  (ค่าตอบแทน, เงินตอบแทน, สินน้ำใจ, การจ่ายเงิน, การให้รางวัล, การตอบแทน, การชดเชย) 

(c) killing; disposal of    (การฆ่า, การกำจัด)

(d) havoc    (แฮ้ฟ-วอค)  (ความหายนะ, ภัยพิบัติ, ความเสียหาย, ความฉิบหาย, ความสับสนวุ่นวาย, ทำให้เสียหาย, ทำลาย) 

(e) hazard    (แฮ้ซ-เซิร์ด)  (ภัย, อันตราย, การเสี่ยง, สิ่งที่เป็นอันตราย หรือทำให้เกิดความเสี่ยง, อุบัติเหตุ, เหตุบังเอิญ, ความไม่แน่นอน) 

(f) embezzlement    (การยักยอก, การฉ้อฉล, การคดโกง)  

(g) embellishment    (การตกแต่ง, การประดับ, การเสริมแต่ง, การเพิ่มข้อปลีกย่อย)  (h) miracle    (มิ-ระ-เคิ่ล)  (เรื่องอัศจรรย์, ความอัศจรรย์)  

 

16. According to his neighbors, old Mr. William _________________ himself at the age of eighty-three to learn German.

(ตามที่เพื่อนบ้านของเขาบอก  มิสเตอร์วิลเลียมผู้ชรา ________________ ด้วยตนเอง  เมื่ออายุ  ๘๓  ปี  ที่จะเรียนรู้ภาษาเยอรมัน)

(a) did an effort

(b) made an effort    (พยายาม, ทำความพยายาม)

(c) used an effort

(d) tried an effort

ตอบ   -   ข้อ   (b)

                                            สำหรับวลีที่ต้องใช้  “A,  An”  ได้แก่  “Take a seat”  (นั่ง),  “Take a break”  (พัก, หยุดพัก),  “Take a back seat”  (ยอมเป็นผู้ตาม, เป็นช้างเท้าหลัง),  “Take a good look”  (มองให้เต็มตา),  “Take a good picture”  (ถ่ายรูปสวย, ถ่ายรูปขึ้น),  “Take a bad picture”  (ถ่ายรูปไม่สวย, ถ่ายรูปไม่ขึ้น),  “Take a hand in”  (มีส่วนร่วม, ช่วยเหลือใน),  “Take a stand”  (ประกาศความสำคัญของตนเอง, ประกาศจุดยืน),  “Take a person at his word  (เชื่อคำพูดคนๆนั้น),  “Once in a while  (เป็นครั้งคราว, เป็นบางโอกาส),  “Once in a blue moon”  (นานทีปีหน, นานๆครั้ง),  “Once upon a time”  (กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว),  “Have a walk”  (เดิน),  “Have a haircut”  (ตัดผม), “Have an idea”  (มีความคิด),  “Take (Have) a bath”  (อาบน้ำ),  “Take a shower”  (อาบน้ำ),  “Make (Give) a speech”  (กล่าวสุนทรพจน์),  “Give a bath”  (อาบน้ำให้),  “Make a change”  (เปลี่ยนแปลง),  “Make an exchange”  (แลกเปลี่ยน),  “Give (Express) an opinion”  (แสดงความคิดเห็น),  “Give an idea”  (ให้ความคิด),  “Give a kiss”  (จูบ),  “Take a pride”  (ภาคภูมิใจ),  “Take a rest”  (พักผ่อน),  “Do a favor”  (ช่วยเหลือ),  “Give an answer”  (ตอบ),  “Make a decision”  (ตัดสินใจ),  “Come to a decision”  (ตกลงใจ, ตัดสินใจ),  “Make a suggestion”  (แนะนำ),  “Make a statement”  (กล่าว, พูด),  “Make an announcement”  (ประกาศ),  “Make a discovery”  (ค้นพบ),  “Make a choice”  (เลือก),  “Make a good doctor”  (เป็นหมอที่ดี),  “Make you a good secretary”  (เป็นเลขานุการที่ดีของคุณ),  “Go for a walk”  (ไปเดินเล่น),  “Go for a drive”  (ไปขับรถ), “Have a headache”  (ปวดหัว),  “Have a cough”  (มีอาการไอ),  “Have a cold”  (เป็นหวัด),  “Have a toothache”  (ปวดฟัน), “Have an earache”  (เจ็บหู, ปวดหู),  “Have a sore throat”  (เจ็บคอ),  “Have a pain”  (มีความเจ็บปวด),  เป็นต้น  

  

17. They must be ready to move anywhere in the world at __________________________.

(พวกเขาจะต้องเตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนย้ายไปที่ใดๆในโลก  เมื่อ ________________)   (เช่น ทหาร หรือ นักข่าวต่างประเทศ  ที่จะต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่เมื่อได้รับคำสั่งด่วน)

(a) a moment notice

(b) moment’s notice

(c) moments’ notice

(d) a moment’s notice.    (ได้รับการบอกกล่าวล่วงหน้าเพียงชั่วประเดี๋ยวเดียว)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ต้องใช้รูปแสดงความเป็นเจ้าของเกี่ยวกับเรื่องเวลา  โดยมีเครื่องหมาย  {Apostrophe ‘S’}  เหมือนใช้แสดงความเป็นเจ้าของกับคำนามเอกพจน์-พหูพจน์  ทั่วๆไป   เช่น

  • a moment’s notice   (การแจ้งให้ทราบล่วงหน้าชั่วประเดี๋ยวเดียว)  (ว่าจะต้องย้ายไปปฏิบัติงานในพื้นที่อื่น)
  • a month’s notice   (การแจ้งให้ทราบล่วงหน้า  ๑  เดือน)  (ว่าจะยกเลิกสัญญาจ้างงาน)    
  • a week’s holiday   (วันหยุด  ๑  สัปดาห์)  
  • two months notice   (การแจ้งให้ทราบล่วงหน้า  ๒  เดือน)
  • three weeks journey   (การเดินทางนาน  ๓  สัปดาห์)
  • four years time   (ระยะเวลา  ๔  ปี)

 

18. A number of people _____________________________________ in this year’s election.

(ประชาชนจำนวนมาก _________________________________ ในการเลือกตั้งสำหรับปีนี้)

(a) is active

(b) are active    (กระตือรือร้น-สนใจ,  ตื่นตัว)

(c) is being active

(d) being active

ตอบ    -    ข้อ    (b)   ดูคำอธิบาย   “A number of” (จำนวนมาก)   และ  “The number of”   (จำนวนของ........)  จากประโยคข้างล่าง

                                          ตัวอย่างที่  

  • The number of ________________________ one has depends upon one’s kindness. 

(จำนวนของ ____________________ ที่คนเรามี  ขึ้นอยู่กับความเมตตากรุณา-ใจดีของเขา)

(a) friend

(b) friends    (เพื่อน)

(c) friendly    (เป็นมิตร)

(d) friendship    (มิตรภาพ)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “The number of + Noun (นับได้ พหูพจน์)   หมายถึง  “จำนวนของ....................”  ถือเป็นเอกพจน์  (จำนวนรวมทั้งหมด)  และต้องใช้กับกริยาที่เป็นเอกพจน์ด้วย   (Is, Has, Depends)

                                          ตัวอย่างที่  

  • The number of people who ask questions at the end of the lecture _____________ always quite astonishing.

(จำนวนของผู้คนที่ถามคำถามเมื่อตอนเสร็จสิ้นการบรรยาย  _________________ น่าประหลาดใจทีเดียว)  (คือ  มีผู้ถามคำถามมากมายจนนึกไม่ถึง)

(a) be

(b) is

(c) are

(d) were

ตอบ   -   ข้อ   (b)   นื่องจาก   The number of”   แม้จะตามด้วยคำนามที่เป็นพหูพจน์  (Plural)  แต่ต้องใช้กับกริยาเอกพจน์  (Singular)  ซึ่งในที่นี้คือ   “Is” เพราะหมายถึง  “จำนวน”   ดังตัวอย่างประโยค   เช่น

  • The number of boys is twenty. 

(จำนวนเด็กผู้ชายคือ  ๒๐  คน)

  • The number of people who came to the motor show was quite impressive. 

(จำนวนคนที่มางานมอเตอร์โชว์น่าประทับใจมาก – คือมากันเยอะแยะ)

                                            สำหรับ   “A number of”  (จำนวนมาก)  ต้องตามด้วยคำนามพหูพจน์  และ ถือเป็นพหูพจน์   จึงต้องใช้กับกริยาพหูพจน์   ดังตัวอย่าง

  • A number of students are in the classroom.

(นักเรียนจำนวนมากอยู่ในห้องเรียน)

  • A number of tourists have visited Thailand over the past few years. 

(นักท่องเที่ยวจำนวนมากได้มาเยือนประเทศไทยในช่วง ๒ – ๓ ปีที่ผ่านมา)

  • A number of women have become executives in both the government and the private sector.

(ผู้หญิงจำนวนมากได้เป็นผู้บริหารทั้งในภาครัฐและเอกชน)

 

19. There is a great demand ______________________________________ our goods now.

(มีความต้องการอย่างมาก ______________________________ สินค้าของเราในปัจจุบัน)

(a) of     

(b) in

(c) to

(d) for    (สำหรับ)

(e) from

ตอบ   -   ข้อ   (d)   สำหรับวลีที่ใช้กับ   “For”  ดูพารากราฟข้างล่าง

                                           สำหรับคำคุณศัพท์ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job. = เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง),  “Eager”  (กระตือรือร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful for your assistance.  (ผมขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                                          ส่วนคำกริยาที่ใช้กับ  “For” เช่น  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า),  “Thank”  (ขอบคุณสำหรับ), “Search  (ค้นหา),  “Look”  (ค้นหา),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้เป็นต้น

                                          สำหรับวลีอื่นๆ ที่ใช้กับ  “For” ได้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป  ๑  เดือน  ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐ เปอร์เซนต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน๊ตเลย    แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),  “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ),  “For hire”  (ให้เช่า, สำหรับเช่า) -  Do you have horses for hire?  (คุณมีม้าให้เช่าไหม),   เป็นต้น

 

20. I don’t mind how many friends you bring, the ________________________ the merrier!

(ผมไม่รังเกียจว่าคุณจะพาเพื่อนมามากเท่าใด __________________________ ก็ยิ่งสนุก)

(a) many

(b) more    (the more  =  ยิ่งมาก)

(c) many more

(d) most

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้