หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 334)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. The old building ____________________ in the town ____________________ yesterday.

(อาคารเก่าหลังนั้น ____________________ ในเมือง _____________________ เมื่อวานนี้)

(a) being situated __________ was collapsed

(b) having situated __________ collapsed

(c) situating __________ collapsed

(d) situated __________ collapsed    (ซึ่งตั้งอยู่ ........................................ ล้มครืน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   กริยา  “Situate”  เมื่อใช้ในความหมาย  “ตั้งอยู่”  ต้องใช้ในรูป  “Passive voice”   เสมอ  สำหรับในประโยคข้างบน  “Situated”  ลดรูปมาจากอนุประโยค  “………..building which is situated in the town”  ส่วนกริยา  “Collapse”  (ล้มลง, พังลง, ทรุดลง, ล้มครืน)  ต้องใช้ในรูป  “Active voice”  เสมอ  จึงไม่สามารถใช้รูป  “Was collapsed”  ได้   และในประโยคข้างต้น  ใช้ “Collapsed”  เนื่องจากอยู่ในรูปอดีต  (เมื่อวานนี้)

                                        อนึ่ง  ในประโยคข้างบน  ในช่องแรกอาจใช้  “Having been situated”  (Perfect participle phrase)  ก็ได้

 

2. ____________________________ by teaching him to do what you would not do yourself.

(_______________________________ โดยการสอนเขาให้ทำในสิ่งที่ตัวคุณเองจะไม่ยอมทำ)

(a) Your child will confuse    (ลูกของคุณจะทำให้ (ผู้อื่น) สับสน)

(b) You should never confuse your child    (คุณไม่ควรทำให้ลูกของคุณสับสน)

(c) You are very confused with the child    (คุณรู้สึกสับสนมากกับเด็กคนนั้น)

(d) The child is very confusing    (เด็กคนนั้นน่าสับสนมาก)

 

3. Amoebas are _____________________________ small to be seen without a microscope.

(ตัวอะมีบาเล็ก ______________________ ที่จะ (ถูก) มองเห็นได้โดยปราศจากกล้องจุลทรรศน์)   

(a) far and

(b) so far

(c) far too    (มากเกินไป)

(d) as far as

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  “Much too”  (มากเกินไป)  ก็ได้

 

4. The wallflower ______________ because its weak stems often grow on walls and along stony cliffs for support.

(ต้นวอลเฟลาเวอร์ (พืชยุโรปชนิดหนึ่ง) ________________ เพราะว่าลำต้นอ่อน (แอ) ของมันมักจะเติบโตบนกำแพง  และตามหน้าผาหิน  เพื่อช่วยค้ำจุนมัน)

(a) so called is

(b) so is called

(c) is so called    (ถูกเรียกเช่นนั้น, ถูกเรียกดังกล่าว)

(d) called is so

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นกริยา  (Is called)  และส่วนขยายกริยา  (So)  ของประโยคใหญ่  (The wallflower is so called)

 

5. When asked her opinion, Mary was tactful enough to give a vague (เว้ก) answer that did not hurt anyone.

(เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความเห็นของเธอ  แมรี่มีไหวพริบพอที่จะให้คำตอบที่     คลุมเครือ-เคลือบคลุม-ไม่ชัดแจ้ง-เลือน-เลอะเลือน     ซึ่งไม่ทำให้ใครเสียความรู้สึกหรือเจ็บช้ำใจ)

(a) feeble    (อ่อนกำลัง, อ่อนแอ, อ่อนปัญญา, อ่อนคุณธรรม, ด้อย, ไม่เต็มเต็ง, เบาบาง) 

(b) ambiguous    (แอม-บี๊ก-กิว-อัส)  (คลุมเครือ, กำกวม, มีหลายความหมาย, ยากที่จะเข้าใจ

(c) amorphous    (อะ-ม้อร์-ฟัส)  (ซึ่งไม่มีรูปร่างที่แน่นอน (เช่น ของเหลว-กาซ), อสัณฐาน, ไร้จุดหมายหรือจุดประสงค์ที่แน่นอน) 

(d) outspoken    (พูดโผงผาง, พูดจาขวานผ่าซาก, พูดตรงไปตรงมา, พูดจาเปิดเผย)   (e) unprecedented    (อัน-เพรส-ซิ-เดิน-ทิด)  (ไม่เคยมีมาก่อน, ไม่มีสิ่งใดหรือผู้ใดทัดเทียมได้, ไม่มีที่เปรียบหรือเสมอเหมือน,  คาดไม่ถึง, ไม่รู้มาก่อน) 

(f) volatile    (ว้อล-ละ-ไทล)  (ขึ้นๆลงๆ, เปลี่ยนแปลงได้ง่าย, ชั่วคราว, ปะทุง่าย, ระเบิดง่าย, ระเหยเป็นไอได้รวดเร็ว) 

 

6. Persistent headaches torment (ท้อร์-เมิ่นท) him. 

(การปวดศีรษะอย่างฝังแน่น-เป็นประจำ     ทรมาน-การทรมาน-ความเจ็บปวด-ความทรมาน-ความระทมทุกข์      ตัวเขา)

(a) elaborate    (อิ-แล้บ-เบอะ-เรท)  (. เป็นคำกริยา  หมายถึง  พูดหรือบรรยายอย่างละเอียด, สาธยาย, เพิ่มรายละเอียด, วางแผนอย่างละเอียด, ทำอย่างประณีต, ประดิษฐ์อย่างประณีต  ๒. เมื่อเป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง  ประณีต, ซับซ้อน, ละเอียด) 

(b) mastermind    (๑. เป็นคำกริยา  หมายถึง  วางแผนอย่างชำนาญ, ควบคุมอย่างชำนาญ,   . เป็นคำนาม  หมายถึง  ผู้วางแผน, ผู้ริเริ่มความคิด, ผู้ชำนาญ) 

(c) impoverish    (อิม-พ้อฟ-เวอะ-ริช)  (ทำให้ยากจน, ทำให้เสื่อม, ทำให้อ่อนกำลัง, ทำให้มีคุณภาพเลว) 

(d) crumble    (ครั้ม-เบิ้ล)  (พังทลายลง, พังพินาศ, ล้มลง, แตกเป็นเศษเล็กเศษน้อย, ทำให้เป็นเศษเล็กเศษน้อย, สลายตัวหรือเน่าเปื่อยเป็นเศษเล็กเศษน้อย) 

(e) torture    (ท้อร์-เช่อะ)  (๑. เป็นคำกริยา  หมายถึง  ทรมาน, ทำให้เกิดความเจ็บกายหรือใจ, บิดหรืองอ,   ๒.  เป็นคำนาม  หมายถึง  การทรมาน, การทำให้เกิดความเจ็บปวด, ความเจ็บปวด, ความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส) 

(f) apportion    (อะ-พ้อร์-ชั่น)  (แบ่งปัน, แบ่งสรร) 

(g) vegetate    (เวจ-จิ-เทท)  (ดำเนินชีวิตอย่างเอื่อยๆ, กินหญ้า) 

 

7. The lion is the most majestic creature of the jungle.

(สิงโตเป็นสัตว์ที่      มีอำนาจ-สง่าผ่าเผย-น่าเกรงขามและน่าเคารพนับถือ-สูงส่ง-ตระหง่าน     ที่สุดของป่า)

(a) impoverished    {. ยากจน,  . อ่อนกำลัง,  ๓. เสื่อม, (ดิน) เลว}

(b) phony (= phoney)    (โฟ้-นี่)  (๑. ปลอม, เก๊, ไม่แท้,  . ของปลอม, ของเก๊, ผู้ปลอมแปลง, ผู้แอบอ้าง) 

(c) kingly; stately   (เหมือนกษัตริย์-ยิ่งใหญ่แบบกษัตริย์;  ยิ่งใหญ่-สง่าผ่าเผย-มีเกียรติสูงส่ง-โอ่อ่า) 

(d) berserk    (เบอ-เซ้อร์ค)  (บ้าบิ่น, บ้าระห่ำ, ผู้ที่บ้าบิ่น-บ้าระห่ำ) 

(e) ceaseless    (ซีส-เลส)  (ไม่หยุดนิ่ง, ไม่สิ้นสุด, ไม่ขาดสาย, ไม่รู้จักจบ, ไม่หยุดหย่อน) 

(f) voluble    (ว้อล-ลิว-เบิ้ล)  (พูดจาคล่องแคล่ว, พูดมาก) 

(g) laconic    (ละ-ค้อน-นิค)  (พูดสั้นๆ, ใช้คำน้อย, กะทัดรัด) 

 

8. Graphite conducts electricity ____________________________________ does not burn.

(กราไฟท์ (แร่คาร์บอนที่ใช้ทำไส้ดินสอ) เป็นตัวนำไฟฟ้า ___________________ ไม่ไหม้ไฟ)

(a) because

(b) if

(c) when

(d) and    (และ)

 

9. Cubes of ice form in the __________________________ compartment of the refrigerator.

(น้ำแข็งรูปลูกบาศก์ก่อตัวขึ้นในช่อง ___________________________________ ของตู้เย็น)

(a) freeze    (ทำให้เย็นจนเป็นน้ำแข็ง)

(b) froze    (กริยาช่องที่  ๒  ของ  “Freeze”)

(c) frozen    (ถูกแช่แข็ง, เย็นจนเป็นน้ำแข็ง)  (กริยาช่องที่  ๓  ของ  “Freeze”)

(d) freezing    (ทำให้เย็นจนแข็ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   “Freezing”  (ทำให้เย็นจนแข็ง)  เป็นกริยาที่ทำหน้าที่แบบคำนาม  ซึ่งเรียกว่า  “Gerund”  ทำหน้าที่ขยายนาม  “Compartment”  (ช่องแช่  -  ในตู้เย็น)  เพื่อบอกว่าคำนามนั้น  (ช่องแช่)  มีไว้เพื่อทำกริยานั้น  (ทำให้เย็นจนแข็ง)  ในที่นี้  คือ  “ช่องแช่สำหรับทำให้ (อาหาร) เย็นจนแข็ง”  สำหรับคำอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน  ได้แก่  “Swimming pool”  (สระ (สำหรับ) ว่ายน้ำ),  “Drinking water”  (น้ำดื่ม),  “Dancing hall”  (โรงเต้นรำ),  “Walking stick”  (ไม้เท้า  -  ไม้สำหรับเดิน),  “Killing field”  (ทุ่งสังหาร  -  ทุ่งสำหรับประหารชีวิตคน),  “Running track”  (ลู่ (สำหรับ) วิ่ง),  “Cooking utensil”  (อุปกรณ์ (สำหรับ) ทำครัว),  “Looking glasses”  (แว่นตา  -  แว่นสำหรับมอง)  เป็นต้น

 

10. A person whom people cannot trust will have ____________________________ friends.

(บุคคลผู้ซึ่งผู้คนไม่สามารถไว้วางใจได้  จะมีเพื่อน ____________________________)

(a) little    (น้อยมาก)  (จนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)    

(b) few    (น้อยมาก(จนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)   

(c) a few    (น้อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง)  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)

(d) a lot of    (มาก)  (ใช้ทั้งกับคำนามนับไม่ได้  และนามนับได้  พหูพจน์)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หมายถึงมีเพื่อน  “น้อยมาก”  และใช้กับนามพหูพจน์   “Friends

 

11. I have never known her _________________________________________________.

(ผมไม่เคยรู้ว่าเธอ _______________)  (คือไม่เคยเห็นว่าเธอเคยแสดงอาการโกรธเคืองผู้ใด)
(a) angry

(b) being angry

(c) to be angry    (โกรธ)

(d) is angry

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Know + กรรม + To be + Adjective”   หรือ  “Subject + Know +  กรรม + Verb 1”  เช่น

  • Everyone knows him to be kind to animals.  (คุณศัพท์)

(ทุกคนรู้ว่าเขาเมตตาต่อสัตว์)

  • We knew her to be neat in everything she did.  (คุณศัพท์)

(เรารู้ว่าเธอประณีต-ละเอียดลออในทุกสิ่งที่เธอทำ)

  • They know me to be punctual(คุณศัพท์)

(พวกเขารู้ว่าผมเป็นคนตรงเวลา)

  • We know him to regularly come to the office late.   (กริยา)

(เรารู้ว่าเขามาออฟฟิศสายเป็นประจำ)

  • They knew her to please everybody.   (กริยา)

(พวกเขารู้ว่าเธอเอาใจทุกคน  -  คือทำให้ทุกคนพอใจ)

  • She knew him to love her all his life.    (กริยา)

(เธอรู้ว่าเขารักเธอตลอดชีวิตของเขา)

 

12. The election result was a personal triumph (ไทร้-อั้มฟ) for the party leader.

(ผลการเลือกตั้งเป็น     ชัยชนะ-ความมีชัย-ความสำเร็จ-การฉลองชัยชนะ-ความยินดีที่มีชัย-ได้รับชัยชนะ-ฉลองชัยชนะ     ส่วนตัวสำหรับหัวหน้าพรรค)

(a) iniquity    (อิ-นิ้ค-ควิ-ที่)  (ความชั่วช้า, ความเลวทราม, ความอยุติธรรม, การไร้ศีลธรรม) 

(b) larges    (ลาร์-เจส) (= largesse) (ล้าร์-จิส)  (ทาน, ของที่มอบให้, การให้ของ, การให้ปัน, ความมีใจกว้าง)

(c) victory    (ชัยชนะ(= success = achievement = accomplishment = mastery = conquest)

(d) artifact    (อ๊าร์-ทิ-แฟคท)   (สิ่งประดิษฐ์, สิ่งประดิษฐ์โดยฝีมือคน, สิ่งที่มนุษย์ทำขึ้น, ของเทียม) 

(e) artifice    (อ๊าร์-ทิ-ฟิส)  (อุบาย, เล่ห์, การใช้เล่ห์เหลี่ยม, วิธีการ, ความชำนาญ) 

(f) excursion    (เอคส-เค้อร์-ชั่น)  (การเดินทางระยะสั้น, การเดินทางเพื่อจุดประสงค์พิเศษบางอย่าง, การเดินทางในราคาพิเศษ, การเที่ยว, การเบี่ยงเบน, การออกนอกลู่นอกทาง) 

(g) appraisal    (อะ-เพร้-เซิ่ล)  (การประเมิน, การตีราคา)  (= evaluation = assessment = estimation)

 

13. His ability to work on a team is one of his many outstanding attributes.

(ความสามารถของเขาในการทำงานเป็นทีม  เป็นหนึ่งในบรรดา     คุณลักษณะ-มีสาเหตุมาจาก-อ้างเหตุผล      ที่โดดเด่นหลายๆอย่างของเขา)

(a) incursion    (การบุกรุก, การรุกล้ำ, การโจมตี) 

(b) characteristic    (แค-แรค-เตอร์-ริส-ติค)  (ลักษณะเฉพาะ, ลักษณะพิเศษเฉพาะ-เป็นลักษณะเฉพาะหรือพิเศษ-เป็นนิสัยประจำ) 

(c) rhetoric    (เร้ท-เทอ-ริค)  (ศิลปะการใช้ถ้อยคำ, ศิลปะการพูด, วาทศิลป์, ศิลปะในการพูดชักจูงใจคน, การพูดเชิงคุยโวโอ้อวด) 

(d) grimace    (กริ๊ม-เมส)  (หน้าตาบูดบึ้ง, หน้าตาที่แสดงความเจ็บปวด, ทำหน้าตาบูดบึ้งหรือแสดงความเจ็บปวด) 

(e) calumny    (แค้ล-ลัม-นี่)  (การกล่าวร้าย, การป้ายสี, การทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง)  (f) beau    (โบ)  (คนรัก, แฟน, คนเจ้าชู้, ชายที่คอยเอาอกเอาใจหญิง, ชายคู่ควงที่มีเสน่ห์ของหญิง, พ่อพวงมาลัย) 

(g) ruffian    (รั้ฟ-เฟี่ยน)  (คนพาล, อันธพาล, นักเลงโต, คนโหดเหี้ยมที่ชอบรังแกคนอื่น, พาล, โหดเหี้ยม, ไม่เคารพกฎหมาย) 

 

14. With no visible signs of their ship, hopes for the men’s safety dwindled (ดวิ้น-เดิ้ล)  with each passing hour.

(ด้วยไม่มีเครื่องหมาย-สัญญานที่มองเห็นได้ของเรือของพวกเขา  ความหวังสำหรับความปลอดภัยของคนเหล่านั้น     ลดน้อยลง-หด-เล็กลง-ทรุดโทรม-ทำให้เล็กลงหรือหดลง      พร้อมๆกับทุกๆ ชั่วโมงที่ผ่านไป)  (ไม่เห็นเรือกลับมา  คิดว่าอาจเกิดอุบัติเหตุ)

(a) augment    (ออก-เมิ่นท)  (เพิ่ม, ขยาย, เสริม, เพิ่มทวี) 

(b) diminish    (ดิ-มิ้น-นิช)  (ลดน้อยลง, ค่อยๆเล็กลง, หด,  ทำให้ลดน้อยลง, ดูหมิ่น)  (c) malign    (มะ-ไลน)  (พูดให้ร้าย, กล่าวร้าย, กล่าวหา, ใส่ร้าย, ทำให้เสียชื่อเสียง)

(d) deter    (ดิ-เทอร์)  (ขัดขวาง, ยับยั้ง, ป้องปราม, ป้องกัน) 

(e) subjugate    (ซั้บ-จู-เกท)  (ปราบปราม, พิชิต, เอาชนะ, ทำให้เชื่อฟัง, ทำให้เป็นข้ารับใช้) 

(f) confront   (คัน-ฟรั้นท)  (๑. เผชิญหน้ากับ, พบกับ,  ๒. ต้านทาน, ต่อต้าน, ท้าทาย)  

 

15. They have been playing tennis.  That’s why ___________________________________.

(พวกเขากำลังเล่นเทนนิสกันอยู่  (คือเริ่มเล่นมาพักหนึ่งแล้ว  ขณะนี้ก็ยังเล่นอยู่)  นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า  ทำไม  ____________________

(a) they have much heat    (พวกเขามีความร้อนมาก)

(b) the weather is very hot    (อากาศร้อนมาก)

(c) the heat is so high    (ความร้อนสูงมาก)

(d) they’re so hot    (พวกเขาจึงรู้สึกร้อนมากเลย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เพราะได้ความหมายดีที่สุด  สำหรับ ข้อ  (a)  ไม่ใช้  “Pattern”  แบบนี้

 

16. What prevented you _____________________________________________________?

(อะไรขัดขวางคุณ ____________________________________________________)

(a) to come late

(b) not to come earlier

(c) from coming earlier    (จากการมาแต่เนิ่นๆกว่านี้)

(d) that you couldn’t come earlier

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง   “Subject + Prevent + Someone + From + Doing + Something” (Active voice) (ประธานฯ ขัดขวางใครจากการทำอะไร)  หรือ  “Subject + Verb to be (is, am, are, was, were) + Prevented + From + Doing + Something”  (Passive voice(ประธานฯ ถูกขัดขวางจากการทำอะไร)  ในกรณีของประโยคข้างบน  อยู่ในรูป  “Active voice”  (เนื่องจากประธานฯ  (What)  เป็นผู้ขัดขวาง  “คุณ”  จากการมาถึงแต่เนิ่นๆ กว่านี้)

                                               สำหรับการใช้ในรูป  “Passive voice” ดูจากประโยคข้างล่าง

                                      ตัวอย่างที่ 

  • I had meant to call on you, but was prevented ______________________________.

(ผมต้องการแวะมาเยี่ยมคุณ  แต่ถูกขัดขวาง __________________________________)

(a) to do so

(b) not to do so

(c) from doing so   (จากการกระทำดังกล่าว)

(d) in doing so

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง “Subject + Verb to be (is, am, are, was, were) + Prevented + From + Doing + Something” (Passive voice)  (ประธานฯ ถูกขัดขวางจากการทำอะไร)  ในกรณีของประโยคข้างบน  ประธานฯ  (ผม)  ถูกขัดขวาง  (ด้วยเหตุผลบางประการ)   มิให้แวะมาเยี่ยมคุณได้)

 

17. There is a map ___________________________________________________ page five.

(มีแผนที่ _____________________________________________________ หน้า  ๕)

(a) in

(b) on    (ใน, บน)

(c) at

(d) with

ตอบ   -   ข้อ  (b)  ต้องใช้   “On page 5”  สำหรับวลีที่ใช้  “On”   ได้แก่   Waste his time on”  (ใช้เวลา – ของเขา - อย่างสิ้นเปลือง-สุรุ่ยสุร่ายกับ), on business  (ด้วยเรื่องธุรกิจ), keep on  (ดำเนินต่อไป), rely on  (ไว้วางใจ, เชื่อใจ, พึ่งพาอาศัย), depend on (upon)  (พึ่งพาอาศัย, ขึ้นอยู่กับ, อยู่ที่), insist on  (ยืนกราน, ยืนหยัด, เรียกร้อง), on the floor  (บนพื้น), on a hill  (บนเนินเขา), on the top shelf  (บนชั้นบนของหิ้ง), on a sofa  (บนเก้าอี้โซฟา), to turn his back on his country  (หันหลังให้กับประเทศของตน  -  หมายถึงละทิ้งประเทศ  เช่น  หนีการเกณฑ์ทหาร  หรือไปเข้ากับฝ่ายศัตรู), on the contrary  (ในทางตรงกันข้าม), on the drawing board   (กำลังอยู่ในขั้นวางแผนหรือเตรียมการ  คือยังไม่ได้ลงมือทำ หรือนำมาใช้งานจริงๆ ),  on the dot (on the button)  (ตรงเวลาเผ็ง, ตรงเวลาเป๊ะ)  -  Susan arrived at the party at 3:00 p.m. on the dot.  (ซูซานมาถึงที่งานเลี้ยงเวลาบ่าย ๓ โมงตรงเป๊ะ)get (climb, jump) on the bandwagon  (ทำตามอย่างที่คนอื่นทำ  แม้จะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น, เข้าร่วมในกิจกรรมที่มีคนนิยมทำกันมาก  และล่าสุด  เช่น ถีบจักรยาน หรือ เล่นฟิตเนส,  โยคะ  -  แปลตรงๆตัว คือ ปีนหรือกระโดดขึ้นไปบนรถดนตรีในขบวนแห่)  -  When all Jim’s friends decided to vote for Bill, Jim climbed on the bandwagon too.  (เมื่อเพื่อนทุกคนของจิมตัดสินใจลงคะแนนให้บิล  จิมก็ตัดสินใจลงคะแนนให้บิลเช่นเดียวกัน  -  คือทำตามเพื่อนๆ แบบไม่ต้องมีเหตุผล), on the (an) average   (โดยเฉลี่ย),   a dog peeing (pissing) on a tree  (หมาเยี่ยวรดต้นไม้),  on condition that  (โดยมีเงื่อนไขว่า)  -  I will lend you the money on condition that  you pay it back in one month.  (ผมจะให้คุณยืมเงินโดยมีเงื่อนไขว่า  คุณต้องใช้คืนภายใน ๑ เดือน),  on deck   (อยู่บนดาดฟ้าเรือ, เตรียมพร้อมที่จะทำอะไรบางอย่าง, มาปรากฏตัว หรือมาถึงที่นัดหมาย)  –  The passengers are relaxing on deck.  (ผู้โดยสารกำลังพักผ่อนหย่อนใจอยู่บนดาดฟ้าเรือ)   -  The scout leader told the boys to be on deck at 8:00 Saturday morning for the hike.  (ผู้นำลูกเสือบอกให้ลูกเสือมาถึงที่นัดหมายเวลา ๘.๐๐ น. เช้าวันเสาร์  เพื่อออกเดินทางไกล),  on deposit   (ในธนาคาร)  -  I have $ 500 on deposit in my account.  (ผมมีเงินอยู่  ๕๐๐ ดอลล่าร์ในบัญชีธนาคาร),  on duty  (อยู่ปฏิบัติหน้าที่, ขณะปฏิบัติหน้าที่)   -  There is always one teacher on duty during study hour.  (มีครูอยู่ ๑ คนเสมอ  อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างชั่วโมงเรียน  -  คือคอยให้คำแนะนำปรึกษาแก่นักเรียน)on earth (= in the world(ใน หรือ บนโลกนี้, เกิดขึ้นได้ หรือเป็นไปได้อย่างไร  มักใช้แสดงการเน้นในประโยคคำถาม) - Where on earth did I put my wallet?  (ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ตรงไหนในโลกนี้   -   คือบ่นคร่ำครวญเนื่องจากหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ)   -  The boys wondered how on earth the mouse got out of the cage.  (พวกเด็กๆสงสัยว่า เป็นไปได้อย่างไรที่หนูออกจากกรงไป  -  ทั้งๆที่ล็อคทางออกไว้อย่างแน่นหนา),  have, (keep, with) one eye on  (คอยเฝ้าดูหรือเอาใจใส่  -  บุคคลหรือสิ่งของ  -  ในขณะที่กำลังทำสิ่งอื่นไปด้วย)  -  Mother had one eye on baby as she ironed.  (แม่รีดผ้าและดูแลลูกน้อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน)  -  Chris tried to study with one eye on the TV set.  (คริสพยายามอ่านหนังสือ  และดูทีวีไปด้วยในในเวลาเดียวกัน), on account of  (เนื่องมาจาก, เพราะว่า),  -  The picnic was held in the gym on account of the rain.  (ปิ๊คนิกถูกจัดในโรงยิม  -  แทนในสนาม  -  เนื่องมาจากฝนตก),  on a shoestring  (ด้วยเงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับใช้จ่าย, ด้วยงบประมาณที่น้อยมาก  -  แปลตรงๆตัว คือ ด้วยเชือกผูกรองเท้า)  -  The couple was seeing Europe on a shoestring.  (สามี-ภรรยาคู่นั้นกำลังเที่ยวยุโรป  ด้วยเงินจำนวนเพียงนิดเดียว  -  คือ  แบบประหยัดสุดๆ),  to walk on air  (รู้สึกมีความสุขและตื่นเต้น)  -  Kim has been walking on air since she won the prize.  (คิมมีความสุขและตื่นเต้นมาโดยตลอด  ตั้งแต่ที่เธอได้รับรางวัล),  to wait on (upon)  (รับใช้, ให้บริการ)  -  The clerk in the store waits on all customers.  (เสมียนในร้านนั้นให้บริการ (รับใช้) ลูกค้าทุกคน),  (sitting) on top of the world  (ปลาบปลื้มยินดีและมีความสุข, รู้สึกประสบความสำเร็จ)  -  John was (sitting) on top of the world when he found out that he got into college.  (จอห์นดีใจและมีความสุข  เมื่อเขาพบว่าเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้),  on behalf of  (ในนามของ),  on board  (บนเรือ)  -  A ship was leaving the harbor, and we saw the people on board waving.  (เรือลำหนึ่งกำลังออกจากท่า  และเราเห็นผู้คนบนเรือโบกไม้โบกมือ  -  เพื่ออำลาญาติพี่น้องที่มาส่ง),  off and on (= on and off)  (ไม่สม่ำเสมอ, เป็นครั้งคราว หรือบางโอกาส)  -  It rained off and on all day.  (ฝนตกๆหยุดๆตลอดทั้งวัน  -  คือ ตกแล้วหยุด  แล้วก็ตกแล้วหยุดอีก  สลับกันไปแบบนี้ตลอดทั้งวัน),  the posters on the walls   (โปสเตอร์บนกำแพง), a sticker on her car  (สติ๊กเกอร์ติดรถของเธอ), pictures on the screen  (รูปภาพบนจอ), on the ceiling  (บนเพดาน), on the roof  (บนหลังคา), on all fours  (คลาน ๔ เท้า), get on a bus  (ขึ้นรถเมล์), on a highway  (บนทางหลวง), on the plane  (บนเครื่องบิน), on foot  (โดยทางเท้าหรือเดินไป), to walk on tiptoe  (เดินบนปลายเท้าหรือเขย่งส้นเท้า), on horseback  (บนหลังม้า), on a bicycle  (โดยรถจักรยาน), on Monday  (ในวันจันทร์), on a Sunday afternoon  (ตอนบ่ายวันอาทิตย์), on an occasion like this  (ในโอกาสเช่นนี้), on April10th  (ในวันที่ ๑๐ เมษายน), on Thursday night   (ในคืนวันพฤหัสฯ), on the first day of term  (ในวันแรกของภาคการศึกษา), books on art and religion  (หนังสือเกี่ยวกับศิลปะและศาสนา), on the subject of rents  (ในเรื่องเกี่ยวกับค่าเช่า), ideas on how films should be made  (ความคิดเกี่ยวกับว่าควรจะสร้างหนังอย่างไร), to comment on the issue  (แสดงความคิดเห็นในประเด็นนั้น), a talk on agriculture  (การสนทนาเกี่ยวกับเกษตรกรรม), cars running on petrol (รถยนต์ที่วิ่งด้วยน้ำมัน), appear on TV  (ปรากฏตัวทางทีวี), to hear it on the radio  (ได้ยินมันทางวิทยุ), on stage  (บนเวที), on the phone  (ทางโทรศัพท์ หรือกำลังพูดโทรศัพท์), on and on  (ไม่รู้จักจบสิ้น, ไม่หยุดหย่อน, ไม่สิ้นสุด), on edge  (รุ่มร้อน, กระวนกระวาย, ตื่นเต้น, ประสาทเสีย, ปวดสมอง), on one’s own  (ด้วยตนเอง, เป็นอิสระ, หาเลี้ยงตนเอง), on purpose  (โดยเจตนา, โดยตั้งใจทำ), on the carpet  (ดุด่าว่ากล่าว, สวด), on the fence  (ยังไม่แน่ใจ, ยังไม่ตัดสินใจ-ตกลงใจ), on the hook  (อยู่ในฐานะลำบาก), on the spot  (ที่กำลังพูดถึง-เอ่ยถึง), to be on  (กำลังปรากฏ, กำลังฉายอยู่. กำลังแสดง),on the go  (มีธุระยุ่ง, เคลื่อนไหวทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด)  –  I’m usually on the go all day long.  (ผมมักมีธุระยุ่งตลอดทั้งวัน), on the market  (มีขาย, เสนอขาย)– I had to put my car on the market.  (ผมจำเป็นต้องเอารถออกขาย) - This is the finest home computer on the market.  (นี่เป็นคอมพิวเตอร์ประจำบ้านที่ดีที่สุดที่วางขายในตลาด), on the mend  (สบายดี, หายป่วยไข้)– My cold was terrible, but I’m on the mend now.  (ไข้หวัดของผมย่ำแย่มากเลย  แต่ตอนนี้ผมหายไข้แล้ว) – What you need is some hot chicken soup.  Then you’ll really be on the mend.  (สิ่งที่คุณต้องการ คือ ซุปไก่ร้อนๆ  แล้วคุณจะหายป่วยจริงๆเลย), on the tip of one’s tongue  (ติดอยู่แค่ริมฝีปาก  คือ เกือบจะพูดออกมาแล้ว หรือ เกือบจะนึกออกแล้ว)– I have his name right on the tip of my tongue.  I’ll think of it in a second  (ผมมีชื่อของเขาติดอยู่ที่ริมฝีปาก  ผมจะนึกมันออกในอีกวินาทีเดียว) – John had the answer on the tip of his tongue, but Ann said it first  (จอห์นเกือบจะบอกคำตอบออกมาแล้ว  แต่แอนพูดออกมาเสียก่อน  -  คือชิงบอกคำตอบก่อน), on the wrong track  (ไปหรือเดินผิดลู่หรือราง, ทำตามสมมติฐานที่ผิด)  – You’ll never get the right answer.  You’re on the wrong track.  (คุณไม่มีวันจะได้คำตอบที่ถูกต้องหรอก คุณเดินผิดทางนี่ หรือ คุณตั้งสมมติฐานไว้ผิดนี่), be (skate) on thin ice  (อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงหรือมีอันตราย)– If you try that, you’ll really be on thin ice.  That’s too risky.  (ถ้าคุณลองทำสิ่งนั้น  คุณจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง  มันเสี่ยงเกินไป) – If you don’t want to find yourself (skating) on thin ice, you must be sure of your facts  (ถ้าคุณไม่ต้องการพบตัวเองตกอยู่ในอันตราย  คุณต้องมั่นใจในข้อเท็จจริง  - ไม่เช่นนั้นคุณอาจแพ้คดีและต้องจ่ายเงินมากมาย), on tiptoe  (เดินเขย่างเท้า), on vacation  (เดินทางไปเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน)  – Where are you going on vacation this year?  (คุณจะเดินทางไปพักผ่อนที่ไหนในวันหยุดปีนี้) – I’ll be away on vacation for three weeks.  (ผมจะเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดเป็นเวลา ๓ สัปดาห์),  เป็นต้น

 

18. In Germany, traffic keeps ___________________________________________ the right.

(ในประเทศเยอรมันนี  การจราจร ___________________________ ชิดขวามือของถนน)  

(a) on

(b) by

(c) along    

(d) to    (“Keep to the right”  =  ชิดด้านขวามือ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  สำหรับวลีที่ใช้กับ   To” ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                          สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)   ที่ใช้กับ “To”   ได้แก่   kind (กรุณา, ใจดี)  -  He is very kind to me.  (เขากรุณาต่อผมมาก),  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ),  cruel  (โหดร้ายกับ),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ),  obvious  (ชัดเจนแก่),  obedient  (เชื่อฟังต่อ),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ),  equal  (เท่ากันกับ),  grateful  (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)  -  I’m very grateful to your kind assistance.  (ผมขอบคุณอย่างมากต่อความช่วยเหลือของคุณ),  harmful  (เป็นอันตรายต่อ),  kind  (กรุณาต่อ),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธาต่อ),  junior  (อาวุโสน้อยกว่า),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  He is senior to me in the army.  (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ  -  คือมียศสูงกว่า),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ)  -  He is polite to everyone he meets.  (เขาสุภาพกับทุกคนที่เขาเจอะเจอ),  familiar  (คุ้นเคยกับ)  -  Most people at the party were familiar to me.  (คนส่วนใหญ่ที่งานเลี้ยงคุ้นเคยกับผม,  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  They are accustomed to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  The material is almost identical to limestone.  (วัตถุชิ้นนั้นเกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับหินปูน),  satisfactory (เป็นที่พอใจของ),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)   เป็นต้น

                                         สำหรับคำกริยาที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   “happen”  (เกิดขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขานานมาแล้ว),  occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับ)-  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำแนะนำของอาจารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยินยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)   -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาดเจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)   -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)   - The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),   เป็นต้น

 

19. There is no alternative but _______________________________________________ it.

(ไม่มีทางเลือก  นอกจาก _____________________________________________ มัน)  

(a) do    (ทำ)

(b) to have done

(c) to do   

(d) having done

ตอบ   -   ข้อ    (a)  “But  =  Except”  (เว้นแต่,  ยกเว้น)  + Verb 1

  • There is little I could do except wait.

(ผมทำอะไรได้เพียงนิดหน่อย  ยกเว้นรอคอย)  

 

20. Jane has to take her medicine several __________________________________ a day.

(เจนจำเป็นต้องกินยาหลาย _______________________________________ ใน  ๑  วัน) 

(a) of times

(b) times    (ครั้ง)   

(c) time

(d) spoons

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Time”  เมื่อหมายถึง  “ครั้ง”  เป็นนามนับได้  ทำเป็นรูปพหูพจน์ได้   สำหรับ   “Time”  ใช้ดังนี้  คือ

                                     ๑. “เวลา”  เป็นนามนับไม่ได้

  • I don’t have much free time.

(ผมไม่มีเวลาว่างมากนัก)

                                     ๒. “ครั้ง”  เป็นนามนับได้

  • How many times do you go shopping each month?

(คุณไปช้อปปิ้งกี่ครั้งในแต่ละเดือน)

                                     ๓. “ถึงเวลาแล้ว,  ถึงเวลาสมควรแล้ว”  (It is time (high time, about time) + Subject + Verb 2  แม้เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน)

  • It is time you began your work.

(ถึงเวลาที่คุณควรจะเริ่มงานได้แล้ว)

  • It is high time we went home.

(ถึงเวลาที่เราควรจะกลับบ้านแล้ว)

  • It is about time they behaved themselves well.

(ถึงเวลาที่พวกเขาควรจะประพฤติตัวดีได้แล้ว)

                                    ๔. “Spend one’s time + Verb + ing”  (ใช้เวลาไปกับการ............)

  • The students spend most of their time reading in the library.

(พวกนักเรียนใช้เวลาส่วนใหญ่ของพวกตน  อ่านหนังสือในห้องสมุด)

                                    ๕. “คูณ”  (Multiply)

  • 5 times 6 equals 30.  (5 x 6 = 30)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้