หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 329)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. It took an hour to ________________________________________________ the fire.

(ผมใช้เวลา    ชั่วโมงในการ ___________________________________________ ไฟ)

(a) put down

(b) put on    (สวมใส่)

(c) put away    (เก็บเข้าที่, เก็บไว้ตามเดิม)

(d) put out    (ดับ)

 

2. She promised to help, but later _____________________________ back on her words.

(เธอสัญญาที่จะช่วยเหลือ  แต่ต่อมา ________________ คำพูด (สัญญา) ของเธอ)  (สัญญาว่าจะช่วย  แต่ต่อมากลับคำพูด  คือไม่ช่วย)

(a) brought

(b) cut

(c) went    (“Go back on”  =  คืนคำ, กลับคำ, ละทิ้ง)

(d) fell    (“Fall back on”  =  “พึ่งพาอาศัย, วางใจ)

 

3. You go ahead.  I’ll ___________________________________________ with you later.

(คุณล่วงหน้าไปได้เลย (หมายถึง ทำงาน, เดินทาง, เรียนหนังสือ  ฯลฯ)  ผมจะ ______ คุณทีหลัง)

(a) catch on    (เข้าใจ, จับ)

(b) check up    (ตรวจสอบ)

(c) catch up    (ตามทัน, ไล่ทัน)

(d) check in    (ลงทะเบียนเข้าพักในโรงแรม)

 

4. Hardly ______________________________________ speaking when the door opened.

(ยังไม่ทันที่ _______________________ การพูด  เมื่อประตูเปิดออก)  (หมายถึง  ผมพูดยังไม่ทันจบ  เมื่อประตูเปิดออก)

(a) I finished

(b) I had finished

(c) would I finish

(d) had I finished    (ผมได้เสร็จ)

ตอบ   -   ข้อ    ตามโครงสร้าง  “Hardly (Never, Scarcely) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)”  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                    ตัวอย่างที่ 

  • Seldom ___________________________________________________________.

(____________________________ ไม่ใคร่จะ _____________________________ )

(a) he arrives on time

(b) arrives he on time

(c) does he arrive on time    (เขา  .............(ไม่ใคร่จะ)................  มาถึงตรงเวลา)

(d) arrive does he on time

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างแบบต้องการเน้นคำว่า  “Seldom” (ไม่ใคร่จะ)  (โครงสร้างปกติ  คือ  “He seldom arrives on time.”)  จึงต้องเรียงประโยคดังนี้  คือ

  • Seldom + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) + ส่วนขยาย  
  • Seldom did I receive news from her.

(= I seldom received news from her.)

(ผมแทบจะไม่ได้รับข่าวจากเธอเลย)

  • Seldom does he talk to her.

(= He seldom talks to her.)

(เขาไม่ใคร่จะพูดคุยกับเธอ)

                                                ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                        ตัวอย่างที่ 

  • My mother doesn’t drink coffee.  _________________________ does she drink tea.

(แม่ของผมไม่ดื่มกาแฟ  และเธอก็ _____________________________ ดื่มชาด้วยเช่นกัน) 

(a) Not

(b) So

(c) Whether

(d) Neither    (ไม่ ,,,,,,,,,,,,,..............., เช่นกัน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เป็นไปตามโครงสร้าง  “Neither (Nor) + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                                        ตัวอย่างที่ 

  • Traveling by air is not cheap.  Neither ___________________________________.

(การเดินทางโดยทางอากาศมิได้ราคาถูก  ____________________________________

(a) it is enjoyable

(b) enjoyable it is

(c) is it enjoyable   (มันมิได้สนุกสนานเช่นเดียวกัน  -  Neither is it enjoyable.)  

(d) enjoyable is it

ตอบ   -   ข้อ  (c)  “Neither + Verb to be + Subject + Adjective”  หรือ “Neither + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้)

                                        ตัวอย่างที่  

  • Never before in my life ______________________ with such a wonderful welcome.  

(ไม่เคยมาก่อนเลยในชีวิตของผมที่ __________________ กับการต้อนรับที่วิเศษเช่นนั้น)

(a) I have met

(b) I meet

(c) have I met   (ผมได้พบ)

(d) I met

ตอบ   -   ข้อ  (c)

                                       ตัวอย่างที่  

  • Not only ______________________________________, but he also took his wife.

(ไม่เพียงแต่ ____________________ เท่านั้น  แต่เขายังพาภรรยาไปด้วย)  (= เขาไม่เพียงแต่ไปเท่านั้น  แต่เขายัง ....................................)

(a) he went

(b) did he go    (เขาไป)

(c) had he gone

(d) went he

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Not only + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) เช่น “Not only did she go…..”  “Not only have they seen………”  “Not only will we play……….”  สำหรับ  “Not only” (ไม่เพียงแต่.....................เท่านั้น)   และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค   อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ  เช่น  “Never (ไม่เคยเลย), Hardly  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Seldom  (แทบจะไม่,  ไม่ใคร่จะ),  Never before  (ไม่เคยมาก่อนเลย), Never in my life   (ไม่เคยเลยในชีวิต),  No sooner,  In vain   (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  Not often, Not only  (ไม่เพียงแต่),  Not even once  (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  Not until   (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  จะต้องเรียงรูปประโยคใหม่  ดังนี้ คือ   {Not only (neither, never, no sooner (ในทันทีที่), hardly, never in my life, not until, etc.) + helping verb  (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might must, etc.) + subject + verb (แท้)}  เช่น

  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น – เน้นตรงคำว่า  “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า  “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า  “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)

                                      ทั้งนี้  สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้  คือ

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place.  

(ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.

​(เธอแทบจะไม่ได้พบเพื่อนเก่่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเลย)

  • Never + กริยาพิเศษ  + subject  + กริยาแท้  +ส่วนขยาย
  • Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

5. Humans need some sunlight for the synthesis (ซิ้น-ธิ-ซิส)  of vitamin D which takes place in the skin.  

(มนุษย์ต้องการแสงอาทิตย์สำหรับ    การสังเคราะห์-การรวมกัน-การผสมกัน-การปะติดปะต่อ-ส่วนประกอบทั้งหมดที่ซับซ้อนที่รวมกัน    ของวิตามินดี  ซึ่งเกิดขึ้นในผิวหนัง)

(a) production by means of chemical reactions or by a natural biological process; combination; blending    (การสร้างขึ้นโดยวิธีปฏิกิริยาทางเคมี หรือโดยกระบวนการทางชีววิทยาแบบธรรมชาติ; การรวมกัน; การผสมกัน)

(b) gourmet    (กู๊ร์-เม่)  (นักชิมอาหาร, นักกินและดื่ม, ผู้มีรสนิยมดีในเรื่องอาหาร)

(c) amnesia    (แอม-นี้-เซีย)  (ภาวะสูญเสียความจำทั้งหมดหรือบางส่วน, การหมดความจำ)

(d) drowsiness    (เดร๊า-ซิ-เนซ)  (ความซบเซา-เซื่องซึม-ง่วง-สัปหงก-ครึ่งหลับครึ่งตื่น)    

(e) disgrace    (ดิส-เกรซ)  (การขายหน้า, การเสียหน้า, ความอัปยศอดสู, เรื่องที่อับอายขายหน้า, ความเสื่อมเสีย, การถอดถอนยศถาบรรดาศักดิ์)

(f) amnesty   (การนิรโทษกรรม, การอภัยโทษ, เนรเทศไปยัง....................)

 

6. The Great Wall of China is one of the world’s marvels (ม้าร์-เวิ่ล).

(กำแพงเมืองจีนเป็นหนึ่งในบรรดา    สิ่งมหัศจรรย์-สิ่งที่น่าพิศวง-ความพิศวง-บุคคลที่น่าพิศวง-บุคคลหรือสิ่งของที่ทำให้ประหลาดใจหรือชื่นชม    ของโลก)

(a) braggadocio    (แบรก-กะ-โด๊-ซี-โอ)  (การคุยโม้, การคุยโว, คำพูดที่คุยโว, คนคุยโว)

(b) jingoism    (จิ๊ง-โก-อิ-ซึม)  (ความคลั่งชาติ, การแสดงความรักชาติอย่างรุนแรงและโวยวาย, การแสดงความรักชาติอย่างหลับหูหลับตา, การแสดงความรักชาติแบบรุกรานชาติอื่น)   (jingoist = ผู้รักชาติแบบนี้)   

(c) savagery    (แซ้ฟ-วิจ-เจอ-รี่)  (ความดุร้าย-ป่าเถื่อน-โหดร้าย-โหดเหี้ยม-ทารุณ)  (คำคุณศัพท์ คือ “savage” (แซ้ฟ-วิจ) – ดุร้าย, ป่าเถื่อน, โหดร้าย, โหดเหี้ยม, ทารุณ, เหมือนคนป่า, หยาบคาย)

(d) wonder    (วั้น-เดอะ)  (สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจ, ความประหลาดใจ, ความพิศวง, ความงงงวย. การกระทำหรือเหตุการณ์ที่ทำให้ประหลาดใจ, รู้สึกประหลาดใจ-กังขา-สงสัย-งงงวย)

(e) ferocity    (เฟ-รอส-ซิ-ที่)  (ความดุร้าย-ทารุณ-โหดร้าย)  (คำคุณศัพท์ คือ “ferocious” (เฟ-โร้-เชิส) – ดุร้าย, ทารุณ, โหดร้าย, รุนแรง, สุดขีด)   

(f) feast    (ฟีสท)  (งานเลี้ยง, พิธีฉลอง, ช่วงการจัดงานฉลอง, อาหารมากมาย, จัดงานเลี้ยง, เลี้ยงฉลอง, ทำให้ยินดี-เพลิดเพลิน)

 

7. The company gave profuse (โพร-ฟิ้วซ)  apologies to customers for the defects in its product.  

(บริษัทให้คำขอโทษ    มากมาย-มากเกิน-สะพรั่ง-ฟุ่มเฟือย-สุรุ่ยสุร่าย    แก่ลูกค้า  สำหรับข้อบกพร่อง (ข้อเสียหาย, สิ่งชำรุด)  ในผลิตภัณฑ์ของบริษัท)

(a) supercilious    (ซู-เพอะ-ซิ้ล-เลียส)  (ทะนงตัว, วางมาด, อวดภูมิ, หยิ่ง, ยโส)

(b) loquacious    (โล-เคว้-เชิส)  (พูดมาก, ช่างพูด, โว)

(c) indefatigable    (อิน-ดิ-แฟ้ท-ทิ-กะ-เบิ้ล)  (ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย, ไม่ย่อท้อ)

(d) excessive; superabundant; extravagant    {มากมาย-มากเกินปกติหรือความจำเป็น; มีมากมายเกินไป-เหลือล้น-มากเกินต้องการ; มากเกินควร-ฟุ่มเฟือย-สุรุ่ยสุร่าย-สิ้นเปลือง}

(e) upbeat    (อั๊พ-บีท)  (ร่าเริง, มองโลกในแง่ดี)

(f) obsequious    (ออบ (เอิบ)-ซี้-เควียส)  (ประจบ, สอพลอ, เอาใจ, เชื่อฟัง, ซื่อสัตย์)

 

8. Susan is already in bed.  She rarely stays up late, ______________________________?

(ซูซานเข้านอนบนเตียงแล้ว  เธอไม่ใคร่จะอยู่จนดึก, _____________________________ )

(a) doesn’t she

(b) will she

(c) does she    (ใช่ไหม)

(d) won’t she

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Rarely, Seldom, Scarcely, Hardly, Barely”  (ทุกคำ หมายถึง  “ไม่ใคร่จะ, แทบจะไม่)  มีความหมายเป็นปฏิเสธอยู่ในตัว  ในส่วน  “Tag”  จึงต้องใช้รูปบอกเล่า  (Does she)

 

9. She doesn’t approve ____________________________________________ smoking.

(เธอไม่เห็นด้วย _______________________________________________ การสูบบุหรี่)

(a) in

(b) at

(c) of    (กับ)

(d) with

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                       สำหรับคำกริยา,  คุณศัพท์  หรือ  วลีที่ใช้กับ  “Of”  ได้แก่   “source of”  (แหล่งของ)  -  Meat is an excellent source of vitamins.  (เนื้อเป็นแหล่งที่ดีเยี่ยมของวิตามิน),  “kind of”  (ค่อนข้างจะ)  -  She is kind of an envious woman.  (เธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะขี้หึง),  “keep out of”  (อย่ายุ่ง, อยู่ให้ไกล, ออกห่างจาก, ไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง)  - Please keep out of my business.  (โปรดอย่าเข้ามายุ่งกับเรื่องของผม),  “in honor of”  (เพื่อเป็นเกียรติแก่)  -  The building was named in honor of the late President.”  (อาคารถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านประธานาธิบดีผู้ล่วงลับไปแล้ว),  “in charge of” (= take charge of)  (ดูแล, รับผิดชอบ)  -  They are in charge of organizing the meeting.  (พวกเขารับผิดชอบการจัดประชุม), “inform someone of something”  (บอกใครเกี่ยวกับเรื่องอะไร)  -  Please inform me of your decision.  (โปรดบอกผมเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณ),   “of age”  (โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะแนนเลือกตั้งหรือซื้อเหล้า-เบียร์, ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่)  -  Mary will be of driving age on her next birthday  (แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้  ในวันเกิดของเธอปีหน้า),  “of course”  (แน่นอน, ไม่ต้องสงสัยเลย, เป็นเรื่องธรรมดา, เหมือนที่คาดหวังไว้)  -  Of course you know that girl; she is in your class  (แน่นอน  คุณรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น  เธอเป็นเด็กนักเรียนของคุณ  -  หรือ เธอเรียนอยู่ในชั้นเดียวกับคุณ  –  คือเป็นเพื่อนคุณ),  “remind someone of”  (เตือนใครให้นึกถึงเรื่อง.........)  -  She reminded me of her mother.  (เธอเตือนให้ผมนึกถึงแม่ของเธอ  -  ด้านรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอ),  “approve”  (อนุมัติ, เห็นชอบ)  -  “The company doses not approve of women smoking.”  (บริษัทไม่เห็นชอบให้ผู้หญิงสูบบุหรี่),  “boast”  (คุยโม้)  -  “He often boasts of his wealth.”  (เขามักคุยอวดความร่ำรวย), “think”  (คิดถึงเรื่อง)  -  “We are thinking of buying her a present.”  (พวกเรากำลังคิดถึงเรื่องซื้อของขวัญให้เธอ),  “warn”  (เตือน)  -  “She warned me of the danger.”  (เธอเตือนผมถึงอันตราย),   “accuse someone of”  (กล่าวหาใครในเรื่อง..........)  -  They accused him of stealing their car.  (พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์),  “suspect”  (สงสัย),  “consist”  (ประกอบด้วย),  “be composed of”  (ประกอบด้วย)  -  Our team is composed of a number of experts in several fields.   (ทีมของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจากหลายสาขา),  “dream”  (ฝัน)  -  She never dreams of traveling abroad.  (เธอไม่เคยฝันว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ),  “hear”  (ได้ยิน)  -  “We have never heard of his plan.”  (เราไม่เคยรู้เกี่ยวกับแผนของเขาเลย)  -  “Have you heard of Lewis Baker?”  (คุณรู้จักลูอิส  เบเกอร์ ไหม),  “beware”  (ระวัง)  -  “Beware of dogs !”  (ระวังสุนัข !),  “complain”  (บ่น, ร้องทุกข์)  -  They never complain of their hardship.  (พวกเขาไม่เคยบ่นอุทธรณ์ความยากลำบากเลย),  “convince”  (ทำให้เชื่อ)  -  “These experiences served to convince me of the drug’s harmful effects.”  (ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ผมเชื่อในผลกระทบที่เป็นอันตรายของยา),  “disapprove”  (ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วย)  -  “The other members disapproved of his methods.”  (สมาชิกคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วยกับวิธีของเขา),  “assure”  (รับรอง, ทำให้มั่นใจ-เชื่อมั่น-  “After he had been assured of his daughter’s safety, he was relaxed.”  (หลังจากที่เขาถูกทำให้เชื่อมั่นในความปลอดภัยของลูกสาว  เขารู้สึกผ่อนคลาย)  -  “Visitors can always be assured of the best in Manhattan Hotel.”  (ผู้มาเยือน (แขก) สามารถจะมั่นใจได้เสมอ  ถึงสิ่งที่ดีที่สุดในโรงแรมแมนฮัตตัน  -  ในด้านการให้บริการ),  “cure”  (รักษา  หรือทำให้หายจากโรคหรืออาการบาง อย่าง,  การรักษาโรค),  -  “I’m interested in the cure of cancer.”  (ผมสนใจในการรักษาโรคมะเร็ง)  -  “The shock of losing my purse cured me of all my former absent-mindedness.”  (ความตกใจจากการทำกระเป๋าสตางค์หาย  ทำให้ผมหายจากอาการใจลอยเมื่อก่อนนี้ทั้งหมดทั้งสิ้น),   “smell”  (กลิ่น, ได้กลิ่น)  -  “We had a smell of fresh bread when we entered the shop.”  (เราได้กลิ่นขนมปังสดเมื่อเราเข้าไปในร้าน)  -  “The room smelled of cigars.”  (ห้องมีกลิ่นซิการ์),  “full”  (เต็มไปด้วย)  - The street was full of water.   (ถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำ), “fond”  (ชอบ, หลงใหล)  -  She is fond of music.  (เธอชอบดนตรี), “careful”  (ระวัง, รอบคอบ)  -  “Be careful of the floor.  I’ve just polished it.”  (ระวังพื้นลื่นนะ  ผมเพิ่งจะขัดมัน),  “frightened”  (ตกใจกลัว)  -  She is frightened of the dark.  (เธอกลัวความมืด), “confident”  (มั่นใจ)  -  You should be confident of yourselves.  (พวกคุณควรมั่นใจในตนเอง), “short”  (ขาดแคลน)  -  They were short of food and water.  (พวกเขาขาดแคลนอาหารและน้ำ),  “tired”  (เบื่อ, เหนื่อย),  “sure”  (มั่นใจ),  “aware”  (ตระหนัก, รู้ดี),  “certain” (มั่นใจ, แน่นอน),  “free”  (ยกเว้น),  “proud”  (ภูมิใจ),  “hopeful”  (มีความหวัง), “glad”  (ดีใจ),  “capable”  (สามารถ),  “ashamed”  (ละอายใจ), “suspicious”  (สงสัย, ระแว),  “tolerant”   (อดทนต่อ, ใจกว้างต่อ), “considerate”  (เกรงใจ),  “ignorant”  (ไม่รู้),  “convinced”  (เชื่อ), “ahead”  (ล่วงหน้า), “shy”  (อาย, ละอาย), “conscious”  (รู้สึกถึง), “jealous”  (อิจฉา, หึงหวง), “envious”  (อิจฉา, หึงหวง),  “a cup of tea”  (ชา ๑ ถ้วย),  “a sheet of paper”  (กระดาษ ๑ แผ่น),  “a number of dogs”  (หมาจำนวนมาก),  “the number of students”  (จำนวนนักเรียน),  “a pair of trousers”  (กางเกงขายาว ๑ ตัว), “millions of dollars”  (เงินหลายล้านดอลลาร์),  “two gallons of water”  (น้ำ ๒ แกลลอน),  “10% of the population”  (๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร),  “a town of 2,000 people”  (เมืองที่มีประชากร  ๒,๐๐๐ คน),  “Half of the boats sank.”  (เรือจำนวนครึ่งหนึ่งจมลง),  “Your letter of the 25th ”  (จดหมายของคุณซึ่งลงวันที่  ๒๕),  “a bag of gold”  (ทองถุงหนึ่ง),  “at a rate of 20 dollars a day”  (ในอัตรา ๒๐ เหรียญต่อวัน),  “a boy of sixteen”  (เด็กอายุ ๑๖ ปี),  “at the age of five”  (ตอนอายุ ๕ ขวบ),  “a baby of 6 months”  (ทารกอายุ ๖ เดือน),  “the first of a series of movies”  (ตอนแรกของภาพยนตร์ซีรี่ส์),  “one of the problems”  (หนึ่งในหลายปัญหา),  “two of the three”   ( ๒ ใน ๓),  “many of the students”  (นักเรียนหลายคน),  “a meeting of executives”  (การประชุมผู้บริหาร),  “a map of Sweden”  (แผนที่ประเทศสวีเดน),  “a picture of the refugees”  (ภาพของผู้อพยพ),  “an account of the event”  (เรื่องราวของเหตุการณ์),  “a collection of watches”  (การสะสมนาฬิกา),  “a big piece of cake”  (เค้กชิ้นใหญ่),  “Natural gas accounts for about 10% of our total energy consumption.”  (กาซธรรมชาติคิดเป็นประมาณ  ๑๐  เปอร์เซ็นต์  ของการบริโภคพลังงานทั้งหมดของเรา),  “the House of Representatives”  (สภาผู้แทน ราษฎร),  “We must do it with the approval of the trade unions.”  (เราจะต้องทำมันด้วยความเห็นชอบของสหภาพการค้า),  “We need the permission of the judge.”  (เราต้องการการอนุญาตจากผู้พิพากษา),  “the religious beliefs of the ancient people”  (ความเชื่อทางศาสนาของคนโบราณ),  “the average age of participants is over 50”  (อายุเฉลี่ยของผู้เข้าร่วม  คือ  เกินกว่า  ๕๐  ปี),  “the traditional role of women”  (บทบาทดั้งเดิมของสตรี),  “That is a book of mine.”  (นั่นเป็นหนังสือของผม),  She would like to have a house of her own.”  (เธอต้องการจะมีบ้านเป็นของตัวเอง),  “A child of hers was run over by a car.”  (ลูกคนหนึ่งของเธอถูกรถทับ),  “He is a friend of Stephen’s.”  (เขาเป็นเพื่อนของสตีเฟน),  เป็นต้น

 

10. Please keep the children __________________________________ until lunch is ready.

(โปรดคอยทำให้พวกเด็กๆ _______ จนกระทั่งอาหารกลางวันมีความพร้อม)  (ที่จะรับประทาน)

(a) amuse    

(b) amusing    (น่าสนุกสนาน, น่าขบขัน)

(c) to amuse    (ทำให้สนุกสนาน, ทำให้ขบขัน)

(d) amused    (มีความรู้สึกสนุกสนาน-ขบขัน)

 

11. It was decided that none of the students was ___________ of benefiting from the course.

(มันได้รับการตัดสิน (ใจ) ว่า  ไม่มีนักเรียนคนใด _______ ได้รับประ โยชน์จากหลักสูตรนี้)

(a) able

(b) capacity    (ความสามารถ, ความจุ)

(c) capable    (สามารถ)  (ตามด้วย  “Of”)

(d) ability    (ความสามารถ)

 

12. He predicted that this would have a negligible effect on the temperature.  

(เขาทำนายว่า  สิ่งนี้จะมีผลกระทบ     เล็กน้อย-ขี้ปะติ๋ว-ไม่สำคัญมากเสียจนแทบไม่จำเป็นต้องเอาใจใส่หรือวิตกกังวล     ต่ออุณหภูมิ)  (คือ สิ่งนี้จะมีผลกระทบน้อยมากต่ออุณหภูมิ)

(a) unwonted    (อัน-ว้อน-ทิด)  (ผิดปกติ, ผิดธรรมดา, ไม่เคยมาก่อน)

(b) spurious    (สพิ้ว-เรียส)  (ไม่แท้, เก๊, ปลอม, หลอกลวง, (ลูก) นอกกฎหมาย)

(c) intransigent    (อิน-แทร้น-ซิ-เจิ้นท)  (ดื้อ, หัวแข็ง, ไม่ยอม, ไม่ยอมอ่อนข้อ, ไม่ประนีประนอม)

(d) inordinate    (อิน-อ๊อร์-ดิ-เนท)  (มากเกินไป, เกินควร, เลยเถิด, ไม่มีการบังคับตัวเอง)

(e) insignificant; trivial; paltry    (ไม่สำคัญ; เล็กน้อยมาก-ขี้ปะติ๋ว-หยุม หยิม;  ไม่สำคัญ-ไม่มีสาระ-ขี้ปะติ๋ว-เล็กๆน้อยๆ)

(f) irreparable    (อิ-เร้พ-เพอะ-ระ-เบิ้ล)  (ที่ซ่อมแซมไม่ได้, ที่แก้ไขไม่ได้, ที่ทำให้ดีขึ้นไม่ได้)

 

13. The invention of the radio was a remarkable (ริ-ม้าร์ค-คะ-เบิ้ล)achievement.   

(การประดิษฐ์คิดค้นวิทยุเป็นความสำเร็จที่     พิเศษ-น่าทึ่ง-ยอดเยี่ยม-น่าสังเกต)

(a) irksome    (เอิ๊ร์ค-เซิ่ม)  (น่าเบื่อ, เซ็ง, น่ารำคาญ)

(b) ecstatic    (เอค-สแต๊ท-ทิค)  (ซึ่งดีใจ-ปลาบปลื้มอย่างเหลือล้น)

(c) exceptional; unusual; amazing; uncommon    (ดีเป็นพิเศษ; พิเศษ-ไม่ธรรมดา; น่าทึ่ง; ไม่ธรรมดา-หายาก-พิเศษ-เด่น-น่าใส่ใจ)

(d) flaccid    (แฟล้ค-ซิด)  (อ่อน, อ่อนแอ, ปวกเปียก, หย่อนยาน, ไม่แข็ง, ไม่แน่น)

(e) gratuitous    (กระ-ทู้-อิ-ทัส)  (ฟรี, ให้เปล่า, ไม่คิดมูลค่า, ปราศจากสาเหตุ)

(f) turbulent    (เท้อร์-บิว-เลิ่นท)  (วุ่นวาย, สับสน, อลหม่าน, โกลาหล, พล่าน, ซึ่งไหลทะลัก, ก้าวร้าว,รุกราน)

 

14. The venom of the desert snake is extremely potent.

(พิษของงูทะเลทราย      มีกำลัง-มีอำนาจ-มีพลัง-แรง-สามารถ-มีผล    อย่างหนักที่สุด-มากที่สุด-สุดขีด)

(a) transcendent    (แทรน-เซ้น-เดิ้นท)  (อยู่เหนือ, อยู่นอกเหนือ, อยู่เลย, เหลือล้น, เหลือเกิน, ยอดเยี่ยมกว่า, มีชัย, เหนือธรรมชาติ-โลก-จักรวาล)

(b) cataclysmic    (แคท-ทา-คลิส-มิค)  (ซึ่งทำให้เกิดความหายนะหรือภัยพิบัติ, ที่เสียหายอย่างมาก, ที่น่ากลัวมาก, เกี่ยวกับความหายนะ-ภัยพิบัติ-ความย่อยยับ-ความล่มจม-เคราะห์ร้าย)

(c) clandestine    (แคลน-เดส-ทิน)  (ลับๆ, ลี้ลับ, เป็นความลับ, ส่วนตัว, ไม่เปิดเผย)

(d) powerful; mighty; strong; forcible; influential    (ทรงพลัง-มีอำนาจ; มีอำนาจ-กำลังกาย-แรง-ความสามารถ-ประสิทธิภาพ; มีพลัง-มีกำลัง-ใช้กำลัง; มีอิทธิพล)

(e) onerous   {อ๊อน (โอ๊น)-เนอ-เริส} (เป็นภาระ, ลำบาก, ยากยิ่ง, หนักอึ้ง, หนักหน่วง)

(f) mawkish    (ม้อ-คิช) {(รักหรือยกย่องเกินไปจน) น่าเอียนหรือชวนให้คลื่นไส้, น่าคลื่นไส้}

 

15. It _____________________________________________ every day so far this week.

(ฝน ____________________________________ ทุกวันเท่าที่ผ่านมา (หมู่นี้) ในสัปดาห์นี้)

(a) has rained    (ได้ตก)

(b) rained

(c) is raining

(d) rains

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ใช้  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  กับ  “So far”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                     ตัวอย่างที่ 

  • I __________________________________________ a policeman for fifteen years.

(ผม _________________________________________ ตำรวจมาเป็นเวลา  ๑๕  ปีแล้ว)

(a) have became

(b) became

(c) have been    (ได้เป็น)

(d) am

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใช้   “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3  หรือ  Subject + Has (Have) + Been + Noun  หรือ  Adjective}   เนื่องจากเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต  และดำเนินมาถึงปัจจุบัน  (คือการเป็นตำรวจนาน  ๑๕  ปี)   สำหรับข้อนี้  จะตอบ ข้อ   (a) ก็ได้  แต่ต้องแก้เป็น   “Have become”  ดูเพิ่มเติม  “Tense”  นี้จากประโยคข้างล่าง

                                       ตัวอย่างที่  

  • _________________________________________ a lot of changes since you left.

(_________________________________ ความเปลี่ยนแปลงมากมาย  ตั้งแต่คุณจากไป)

(a) There will be    (จะมี)

(b) There are    (มี)  (ปัจจุบัน)

(c) There were    (มี)  (อดีต)

(d) There have been    (ได้มี)

(e) There is(มี)    (ปัจจุบัน)

(f) There was(มี)    (อดีต)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  หรือ “There has been, There have been” (กรณีนี้  ใช้   “There have been” เพราะ  “Changes” เป็นรูปพหูพจน์)  เนื่องจากเหตุการณ์ (มีความเปลี่ยนแปลง) เกิดขึ้นต่อเนื่อง   เริ่มจากในอดีต  (ตั้งแต่คุณจากไป)  จนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูดประโยคนี้)  (คือ  ปัจจุบัน  ความเปลี่ยนแปลงก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่)   

                                       ตัวอย่างที่  

  • As a mass production method, it _________ great advances in the last few years.

(ในฐานะวิธีการผลิตสินค้าเป็นจำนวนมาก  มัน (วิธีการ) ___________________ ความก้าวหน้าอย่างยิ่ง   ในช่วง   ๒  ถึง  ๓  ปีที่ผ่านมา)

(a) makes

(b) is making

(c)made

(d) has made    (ได้ทำให้เกิด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากข้อความ   “In the last few years”  (ในช่วง  ๒  ถึง  ๓   ปีที่ผ่านมา)   แสดงการเกิดขึ้นของเหตุการณ์  (การผลิตครั้งละมากๆ  ซึ่งก่อให้เกิดความก้าวหน้า)   ในอดีต  และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน   (ขณะที่พูด)   จึงใช้  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}

                                       ตัวอย่างที่  

  • ____________________ impressive increases in expenditure on the advertising of tobacco goods in recent years.

(_______________________ การเพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจ  ในค่าใช้จ่ายด้านการโฆษณาสินค้ายาสูบ  ในช่วงไม่กี่ปีที่เพิ่งผ่านมานี้)

(a) There are

(b) There were

(c) There have been    (มี, ได้มี)

(d) There has been

ตอบ   -   ข้อ  (c)   ใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject +has (have) + Verb 3} (ต้องใช้  “Have been” เนื่องจาก  “impressive increases” อยู่ในรูปพหูพจน์)   เนื่องจากบอกการกระทำ  หรือเหตุการณ์  ที่เกิดขึ้นในอดีต  และยังคงดำเนินหรือมีผลต่อมาจนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูดประโยคนี้)  และคาดว่าเหตุการณ์นั้นยังจะปรากฏในอนาคตอีก   สังเกตจาก   “For” = (เป็นเวลา)  (For + ความยาวของเวลา),  “Since” =(ตั้งแต่),  (Since +จุดเริ่มต้นของเวลา),  “Up to now”     (= Up to the present time = Up until now) =  (จนถึงบัดนี้),  “So far”=     ( เท่าที่ผ่านมา, หมู่นี้),  “Lately” (= Recently) =   (หมู่นี้, เร็วๆ นี้),  “Over the past years”  (ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา),  “In recent years”  (ในช่วงไม่กี่ปีที่เพิ่งผ่านมา),  Since the sun set  (ตั้งแต่พระอาทิตย์ตก),  Since they were in college  (ตั้งแต่พวกเขาเรียนมหาวิทยาลัย),  Since we were young  (ตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก),  Since she was born  (ตั้งแต่เธอเกิด),   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • She has lived here for10 years.

(เธออาศัยอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • He has been in Chicago since last week. (= He has gone to Chicago since last week.)

(เขาอยู่ในชิคาโกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • We have lived in Bangkok since we were young.

(เราอาศัยอยู่ในกรุงเทพตั้งแต่เรายังเด็ก)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • So far, you have not done your best. (= You have not done your best so far.)

(เท่าที่ผ่านๆมา  คุณยังไม่ได้ทำดีที่สุดเลย)

  • I have sent him only one letter up to now.

(ผมส่งจดหมายให้เขาเพียงฉบับเดียว)  (จนถึงบัดนี้)

  • The climate has changed a great deal over the past years.

(ภูมิอากาศได้เปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา)  (จนถึงปัจจุบัน  ขณะที่พูด)

  • Crime has significantly increased in recent years.

(อาชญากรรมได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา)

  • The gate has been closed since the sun set.

(ประตูได้ถูกปิดตั้งแต่พระอาทิตย์ตก)  (ขณะที่พูดประโยคนี้  ประตูก็ยังปิดอยู่)

  • I have known them since we were in college.

(ผมรู้จักกับพวกเขา  ตั้งแต่เราเรียนมหาวิทยาลัย)  (ปัจจุบันก็ยังรู้จักอยู่)

  • They have lived there since they were born.

(พวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิด)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

 

16. After he _____________________________________ his meal, he drank some water.

(หลังจากเขา _____________________________________ อาหารของเขา  เขาก็ดื่มน้ำ)

(a) had

(b) has had

(c) had had    (ได้รับประทาน)

(d) was having

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากใช้  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)  กับเหตุการณ์ที่เกิดก่อน (และจบก่อน) คือ  “กินอาหาร”  และใช้  “Past simple tense”  (Subject + Verb 2)  กับเหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง  (ดื่มน้ำ)

 

17. A: Whose camera did you use to take these photographs of your family?

(A: คุณใช้กล้องถ่ายรูปของใคร  ถ่ายภาพเหล่านี้ของครอบครัวของคุณ)

     B: _____________________________________________________________.

(a) Ben

(b) Ben’s    (ของเบน)  (หมายถึง กล้องของเบน)

(c) Belongs to Ben    (ไม่ตอบแบบนี้)

(d) Of Ben    (ไม่ตอบแบบนี้)

 

18. Mike promised to telephone his wife at four o’clock, but he forgot to do so.  “To do so” here means ‘__________________’.

(ไมค์สัญญาจะโทรศัพท์ถึงภรรยาของเขาตอน  ๔  โมงเย็น  แต่เขาลืมที่จะทำเช่นนั้น   “ที่จะทำเช่นนั้น  หมายถึง  “ ___________________ ”) 

(a) to make a promise     (สัญญา)

(b) to break his promise     (ผิดสัญญา)

(c) to telephone    (โทรศัพท์)

(d) to look at the clock    (ดูนาฬิกา)

 

19. A: At what age did you begin to study English?

(A:  ที่อายุเท่าใด  ที่คุณเริ่มเรียนภาษาอังกฤษ)

      B: ______________________________________________________________.

(a) For eight years     (เป็นเวลา  ๘  ปี)

(b) In 2010    (ในปี  ๒๐๑๐)

(c) When I was ten    (เมื่อผมอายุ  ๑๐  ขวบ)

(d) Eight years ago     (๘  ปีมาแล้ว)

 

20. We keep tinned goods ________________________________ every kind in our shop.

(เรามีสินค้าบรรจุกระป๋อง (อาหารกระป๋อง) ______________________ ทุกชนิดในร้าน)

(a) in

(b) by

(c) with

(d) of   (เพื่อขาย)

(e) for

 

21. I am about __________________________________________________________.

(ผมใกล้จะ (จวนจะ) ______________________________________________ อยู่แล้ว)

(a) die

(b) dying

(c) death   (ความตาย)  (เป็นคำนาม)

(d) to die   (ตาย)  (เป็นคำกริยา)

(e) dead  (ตาย, ไม่มีชีวิต)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ  -  ข้อ   (d)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติม  “To be about + To + Verb 1”  (เกือบจะ, จวนจะ, ใกล้จะ................)  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                      ตัวอย่างที่ 

  • The man ______________ when he noticed a large packing-case lying on the floor.

(ชายผู้นั้น _________ เมื่อเขาสังเกตเห็นลังสำหรับบรรจุหีบห่อขนาดใหญ่วางอยู่บนพื้น)

(a) has about to leave

(b) is about to leave

(c) had about to leave

(d) was about to leave    (กำลังจะจากไป, จวนจะจากไป)

ตอบ   –   ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “To be about to”  หมายถึง  “กำลังจะ  หรือ จวนจะ หรือ  พร้อมที่จะ”   เช่น

  • His father is about to retire.

(พ่อของเขาจวนจะเกษียณอายุงานแล้ว)

  • She was just about to go on stage again.

(เธอพร้อมที่จะขึ้นแสดงบนเวทีอีกครั้ง)

  • It is about to rain very soon.

(ฝนจวนจะตกแล้วเร็วๆนี้)

  • We were about to leave when the snow began.

(เรากำลังจะจากไปเมื่อหิมะเริ่มตก)

  • I haven’t gone yet, but I’m about to.

(ผมยังไม่ได้ไปเลย  แต่ผมพร้อมจะไปแล้ว)

 

22. Have you a book about _________________________________________________?

(คุณมีหนังสือเกี่ยวกับ ______________________________________________ ไหม)

(a) to fish    (ตกปลา)

(b) fishing    (การตกปลา)

(c) the fishing

(d) the fishery   (การทำประมง)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หลัง  “About”  (เกี่ยวกับ)  ต้องเป็นคำนาม  สำหรับข้อ  (d)  เป็นคำนามเช่นเดียวกัน  แต่เนื่องจากข้อความมิได้เน้น หรือชี้เฉพาะลงไปว่า  เป็นการประมงที่ใด-ของใคร  จึงไม่ต้องใช้  “The” นำหน้า  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                         ตัวอย่างที่  

  • Have you any books about ___________________________________________?

(คุณมีหนังสือเกี่ยวกับ ____________________________________________ บ้างไหม)

(a) die

(b) to die    (ตาย)  (เป็นคำกริยา)

(c) death    (เดธ)  (ความตาย)  (เป็นคำนาม)

(d) dead    (เดด)  (ตาย, ไม่มีชีวิต)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากหลัง   “Preposition” (About  =  เกี่ยวกับ)  ต้องเป็นคำนาม.

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้