หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 327)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. I don’t mind ______________ with the housework, but I am not going to do the laundry.

(ผมไม่รังเกียจ __________________ กับงานบ้าน  แต่ผมจะไม่ขอทำเกี่ยวกับการซักรีด)

(a) help

(b) to help

(c) helping    (การช่วยเหลือ)

(d) for helping

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “Mind” + Verb + ing

 

2. Please excuse ________________________________________________________.

(โปรดให้อภัย _______________________________________________________ )

(a) I am late

(b) me to be late

(c) for being late

(d) me for being late    (ผมสำหรับการมาสาย  หรือความล่าช้า)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ตามโครงสร้าง  “Subject + Excuse + Someone + For + Doing + Something”  (ประธานฯ ให้อภัยใครบางคนสำหรับการทำอะไรบางอย่าง)

 

3. You don’t object ________________________________ you by your first name, do you?

(คุณไม่คัดค้าน ___________________ คุณโดยชื่อแรก, ใช่ไหม)  (คือ  ไม่คัดค้านที่ผมจะเรียกคุณโดยใช้ชื่อแรก (ชื่อตัว  มิใช่นามสกุล) ซึ่งแสดงถึงความสนิทสนมของฝรั่ง)

(a) that I call

(b) to my calling    (การเรียก ............(คุณ)............ ของผม).........โดยชื่อแรก

(c) for calling

(d) that I am calling

ตอบ   -   ข้อ   (b)   “Object + To”  =  “คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย”  ต้องตามด้วยคำนาม  หรือ  “Verb + ing”

 

4. He is a _______________________________________________________________.

(เขาเป็น _________________________________________________________ )

(a) man with round face

(b) man whose face round

(c) round-face man

(d) round-faced man    (ชายใบหน้ากลม)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   หรืออาจตอบ  “Man with a round face”  หรือ  “Man whose face is round”  ก็ได้   ดูเพิ่มเติมการใช้รูป  A round-faced man”  จากประโยคข้างล่าง

                                     ตัวอย่างที่ 

  • A dog is a ___________________________________________________ animal.

(สุนัขเป็นสัตว์ _______________________________________________________ )

(a) four-legs

(b) four-leg

(c) four-legged    (๔  เท้า)

(d) four-legging    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ   -   ข้อ    (c)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                      ตัวอย่างที่ 

  • Anna is a ___________________________________________________ woman.

(แอนนาเป็นผู้หญิงที่ __________________________________________________ )

(a) kind-heart

(b) kind heart

(c) kind-hearted    (ใจกรุณา, ใจบุญ)

(d) kind hearted

ตอบ   -   ข้อ    (c)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • Guava fruit is round or _____________________ and about the size of a hen’s egg.

(ผลฝรั่งมีลักษณะกลม  หรือ ____________________________ และมีขนาดประมาณไข่ไก่)

(a) shape of a pear

(b) pear in shape

(c) shaped pear

(d) pear-shaped    (มีรูปร่างเหมือนลูกแพร์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                                        ตัวอย่างที่   

  • They are ___________________________________________________ people.

(พวกเขาเป็นคน ______________________________________________________ )

(a) skin-dark

(b) dark-skin

(c) skinned-dark

(d) dark-skinned    (ผิวดำคล้ำ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                                         ตัวอย่างที่ 

  • A woman with white hair is a ___________________________________ woman.

(ผู้หญิงที่มีผมสีขาว  คือผู้หญิง ____________________________________________ )

(a) white hair

(b) white-hair

(c) white haired

(d) white-haired    (ผมขาว)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • True hibernation takes place only among warm-blooded animals.

(การจำศีลหน้าหนาวของสัตว์อย่างแท้จริง  เกิดขึ้นเฉพาะในบรรดาสัตว์   เลือดอุ่น)

                                       ประโยคข้างบนต้องใช้  “Warm-blooded”  เนื่องจากมีโครงสร้างเป็น (Compound adjective) คือ คำ  ๒  คำ ที่รวมกันเป็นคุณศัพท์ (Adjective) คำเดียว จะต้องมีขีด  ( - )  คั่นกลางเสมอ  และเป็นกรณีเดียวที่สามารถเติม  “Ed” หลังคำนามได้  ตัวอย่าง  เช่น

           - a shame-faced look – ท่าทางเสียใจเพราะความละอาย

           - an absent-minded man – คนใจลอย

           - service-minded people – คนจิตอาสา

           - a short-sighted girl – เด็กหญิงสายตาสั้น หรือไม่มีวิสัยทัศน์

           - a black-haired boy – เด็กชายผมดำ

           - a big-eyed girl – เด็กหญิงตาโต

           - red-faced people คนหน้าแดง (เป็นเผ่าพันธุ์)

           - a baby-faced man คนหน้าเด็ก (หน้าอ่อนกว่าวัย)

           - a thick-skinned boy – เด็กหน้าด้าน (เด็กหนังหนา)

           - a right-handed man – ผู้ชายถนัดมือขวา

           - a left-handed woman – ผู้หญิงถนัดมือซ้าย

           - a light-fingered boy – เด็กมือไว (มือเบา)

           - a cold-blooded animal – สัตว์เลือดเย็น

           - a long-sighted woman – ผู้หญิงสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์

           - a long-legged man – ผู้ชายขายาว

          - a big-headed boy – เด็กหัวโต

          - a far-sighted person – คนสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์

          - a round-eared girl – เด็กผู้หญิงหูกลม

 

5. The diver put himself in a precarious (พรี-แค้-เรียส) situation among the sharks.

(นักดำน้ำคนนั้นทำตนเองให้อยู่ในสถานการณ์ที่     ล่อแหลม-อันตราย-ไม่ปลอดภัย-เสี่ยง-ไม่แน่นอน-ไม่มั่นคง-ไม่เพียงพอ-ไม่แน่ชัด    ท่ามกลางปลาฉลาม)

(a) incomprehensible    (ไม่สามารถจะเข้าใจได้, ที่เข้าใจยาก, ที่ไม่มีขอบเขต)

(b) undiscoverable    (ซึ่งค้นไม่พบ, ซึ่งไม่อาจหาเจอ)

(c) undisciplined    (อัน-ดิส-ซิพ-พลิ่นด)  (ไม่มีระเบียบวินัย, ไม่ได้รับการฝึกฝน, มั่ว, เปะปะ, ตามอำเภอใจ)

(d) hazardous; not safe, firm or steady    (มีอันตราย; ไม่ปลอดภัย-ไม่มั่นคง-ไม่สม่ำเสมอ)

(e) ambidextrous    (แอม-บิ-เด๊คซ-ทรัส)  (ถนัดทั้ง ๒ มือ, คล่องแคล่ว, ชำนาญมาก, ตี ๒ หน้า, หลอกลวง)

 

6. The radio communications were subject to sporadic (สเพอะ-แร้ด-ดิค)sunspot interference.  

(การสื่อสารทางวิทยุอยู่ภายใต้การแทรกแซงของจุดบอดบนดวงอาทิตย์ (คือส่งคลื่นรบกวน)     เป็นครั้งเป็นคราว-เป็นพักๆ-เป็นระยะ-กระจัดกระจาย-บางตา)

(a) enormous    (อิ-น้อร์-เมิส)  (ใหญ่โต, มหึมา, ร้ายกาจ, ชั่วร้าย)

(b) malevolent    (มุ่งร้าย, ประสงค์ร้าย, ชั่ว, เลว, เป็นภัย, เป็นอันตราย)

(c) appalling    (อะ-พ้อล-ลิ่ง)  (น่ากลัว, น่าตกใจ, น่าใจหาย)

(d) spiteful    (สไพ้ท-ฟูล)  (มีเจตนาร้าย, มุ่งร้าย, อาฆาตแค้น, พยาบาท)

(e) inconsistent; irregular; occasional    (ไม่คงที่หรือสม่ำเสมอ; ไม่สม่ำเสมอ-ไม่แน่นอน-ไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผน; เป็นบางโอกาสหรือบางครั้ง)

 

7. The publishers of the newspaper asked the writer to truncate (ทรั้ง-เคท)her report.  

(ผู้ตีพิมพ์ของหนังสือพิมพ์ขอร้องให้ผู้เขียน    ตัดให้สั้น-ตัด-เล็ม-ตัดยอด    รายงานของเธอ)

(a) acknowledge    (ยอมรับ, รับรู้, รับทราบ)

(b) abrogate    (ยกเลิก, เพิกถอน)  (= cancel)

(c) liquidate    (ลิค-ควิ-เดท)  (กำจัดโดยการฆ่าทิ้ง,  ชำระหนี้หรือบัญชี, สะสาง, เปลี่ยนเป็นเงินสด)

(d) persevere    (เพอร์-ซี-เวี่ยร์)  (อุตสาหะ, บากบั่น, พากเพียร, พยายาม, ยืนหยัด)

(e) shorten; cut; to end something suddenly    (ทำให้สั้น; ตัด; ทำให้บางสิ่งหยุดลงโดยทันทีทันใด)

 

8. Then ________________________________________________________ happened.

(ต่อจากนั้น ___________________________________________________ เกิดขึ้น)

(a) terrible thing    ()

(b) something terrible    (บางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัว-สยองขวัญ)

(c) terrible something

(d) a terrible something

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากลดรูปมาจาก  “Something which was terrible” สำหรับ  “Something”  เป็นคำสรรพนาม  จึงมิสามารถใช้คำคุณศัพท์  (Terrible) ขยายข้างหน้าได้   ต้องใช้ขยายข้างหลังมันเท่านั้น  เช่น  “Something good (bad), Something important, Something interesting (exciting), etc.

 

9. Last night’s film was extremely _____________________________________________.

(ภาพยนตร์เมื่อคืนวาน ____________________________________________ อย่างยิ่ง)

(a) excitable    (ที่ถูกเร้าได้, ที่ถูกปลุกปั่นได้, ที่ตื่นเต้นได้ง่าย)

(b) excited    (รู้สึกตื่นเต้น)  (ใช้กับคนหรือสัตว์เท่านั้น  มิใช่กับสิ่งไม่มีชีวิต  เช่น  ภาพยนตร์)

(c) exciting    (น่าตื่นเต้น-เร้าใจ)  (ใช้ได้ทั้งกับคน  สัตว์  และสิ่งไม่มีชีวิต  เช่น  คนหรือสัตว์  หรือเหตุการณ์-การแสดง  ที่น่าตื่นเต้น-เร้าใจ)

(d) excitingly

 

10. She had three sons, all ______________________________________ became doctors.

(เธอมีลูกชาย  ๓  คน __________________________________ ทั้งหมด (ทุกคน) เป็นหมอ)

(a) which

(b) of which

(c) of whom    (ผู้ซึ่ง)

(d) who

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากมาจาก  “All of who (them)” (พวกเขาทุกคน)  แต่เนื่องจากอยู่หลัง  “Of”  จึงต้องเปลี่ยนเป็น  “All of whom”

 

11. You ______________________________________________ go now.  It is getting late.

(คุณ _______________________________________ ไป (ดีกว่า) ในตอนนี้  มันสายแล้ว)

(a) had rather    (อยากจะ......................มากกว่า)

(b) would rather    (อยากจะ......................มากกว่า)

(c) would better    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) had better    (ควรจะ.....................ดีกว่า)

 

12. No one believed his incredible (อิน-เคร้ด-ดิ-เบิ้ล) story.

(ไม่มีใครเชื่อเรื่องเล่าที่     ไม่น่าเชื่อ-เหลือเชื่อ-ไม่น่าเป็นไปได้-น่าพิศวง    ของเขา)

(a) absurd    (แอบ-เซิ่ร์ด)  (เหลวไหล, ไร้สาระ, น่าหัวเราะ, โง่เขลา)

(b) peculiar    (พิ-คิ้ว-เลีย)  (ประหลาด, แปลกพิกล, เป็นพิเศษ, ไม่เคยปรากฏมาก่อน)

(c) dormant    (ด๊อร์-เมิ่นท)  {แฝง, ซึ่งซ่อนหรือนอนอยู่ภายใน, อยู่เฉยๆ, ไม่เคลื่อนที่, สงบ, หยุดเคลื่อนไหว (ชั่วคราว), (ภูเขาไฟ) ยังไม่ระเบิด, ไม่เปิดเผย}

(d) conspicuous    (คัน-สพิ้ค-คิว-อัส)  (เด่นชัด, ชัดแจ้ง, เตะตา, เป็นที่สนใจ)

(e) unbelievable; inconceivable; doubtful    (ไม่น่าเชื่อ; สุดที่จะนึกได้-ประหลาด; น่าสงสัย-มีข้อกังขา)

 

13. The line AC is perpendicular to AB if A is a right angle.

(เส้นเอซี     ตั้งฉาก-ได้ฉาก-ตั้งตรง-สูงชัน-เส้นตั้งฉาก-แนวตั้งฉาก-การยืนตรง    กับเส้นเอบี  ถ้ามุมเอเป็นมุมฉาก)

(a) copious    (มากมาย, อุดมสมบูรณ์, จำนวนมาก, (คำพูด) น้ำท่วมทุ่ง)

(b) caustic    (คอส-ทิค)  (ที่ถากถางมาก, ที่เหน็บแนมมาก, ที่กัดกร่อน, ทำให้ไหม้, ซึ่งทำลาย, สารกัดกร่อน)

(c) enviable    (เอ๊น-วี-อะ-เบิ้ล)  (น่าอิจฉา, เป็นที่อิจฉา, เป็นที่ต้องการ)

(d) at right angle to a horizontal plane or another line; upright or vertical    (ทำมุมฉากกับแนวนอน-แนวราบ หรือกับอีกเส้นหนึ่ง;  ตั้งตรงหรืออยู่ในแนวดิ่ง)

(e) sinister    (ซิ้น-นิส-เท่อะ)  (มุ่งร้าย, ร้าย, ร้ายกาจ, ชั่วร้าย, ไม่เป็นมิตร, อุบาทว์, อัปรีย์, ไม่เป็นมงคล, เป็นลางร้าย)

(f) despondent    (เศร้า, ท้อแท้ใจ, หดหู่ใจ, หมดหวัง, หมดกำลังใจ)

 

14. There has never been a chairman nomination in that political party which was won by a unanimous (ยู-แน้น-นิ-เมิส) vote.

(ไม่เคยมีการเสนอชื่อประธานในพรรคการเมืองนั้น  ซึ่งได้รับชัยชนะโดยการลงคะแนนเสียงที่     เป็นเอกฉันท์-ไม่มีข้อโต้แย้ง-มีความเห็นพร้อมเพรียงกัน-มีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน)

(a) envious    (เอ๊น-เวียส)  (อิจฉา, ริษยา, ขี้อิจฉา, ขี้หึง)

(b) amiable    (เอ๊-มี-อะ-เบิ้ล)  (มีไมตรีจิต, สุภาพ,  อ่อนโยน, น่ารัก, ด้วยไมตรีจิต)

(c) harmonious; united; agreed; concordant; accordant    (เห็นพ้องต้องกัน, พร้อมเพรียงกัน; สามัคคี; ตกลงกันได้-เห็นพ้องกัน; ซึ่งสอดคล้องกัน; ซึ่งลงรอยกัน)

(d) ingenious   (อิน-เจ๊น-เยิส)  (เฉลียวฉลาด, ช่างประดิษฐ์, คล่องแคล่ว, ปราดเปรียว, เจ้าความคิด)

(e) terrible   (ร้ายแรง, น่ากลัว, สยองขวัญ, มหันต์)

 

15. I applied _________________________________________ the job, but I did not get it.

(ผมสมัคร _____________________________________________ งาน  แต่ผมไม่ได้มัน)

(a) to

(b) at

(c) for    (“Apply + For”  =  สมัคร)

(d) about

ตอบ   -   ข้อ    (c)   สำหรับวลีที่ใช้กับ  “For”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                      สำหรับคำคุณศัพท์ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job. = เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ)  -  “Are you ready for your new job?”  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  “Thailand is famous for the hospitality of its people.”  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  “I’m sorry for any damage I may occur.”  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม)  -  “These clothes are fit for me.”  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมาก  สำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                                     ส่วนคำกริยาที่ใช้กับ  “For” เช่น  “Buy something for someone”  (ซื้ออะไรให้ใคร)  -  “I bought a present for her on her birthday.”  (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด),  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “They will vote for the Republican only.”  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “I’ ll pay for the meal this time.”  (ผมจะจ่ายค่าอาหารให้มื้อนี้),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  “Thank you for your help.”  (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ), “Search  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  “She is looking for her lost watch.”  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  “They have to struggle for their survival.” (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  “The criminals begged for the judge’s mercy.”  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  “We hope for better life in the future.”  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตเป็นต้น

                                    สำหรับวลีอื่นๆที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป  ๑ เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน๊ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),   “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ),  เป็นต้น

 

16. I’m here ________________________________________________ holiday at present.

(ผมอยู่ที่นี่ __________________________________________ การพักผ่อนในขณะนี้)

(a) on    (เพื่อ)

(b) in

(c) at

(d) for

ตอบ   -   ข้อ   (a)   สำหรับวลีที่ใช้กับ  “On”  ได้แก่   “Live on”  (ดำรงชีวิตอยู่ด้วย, ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการกิน)  -  Some animals live on grass.”  (สัตว์บางชนิดดำรงชีวิตอยู่ด้วยการกินหญ้า),  “Agree + On  หรือ To”  ใช้กับ  “เห็นด้วยกับเรื่องต่างๆ  -  “He agreed to my idea.”  (เขาเห็นด้วยกับความคิดของผม),     “Agree + With”  =  “เห็นด้วยกับบุคคล”  -  “I agree with you on your proposal.”  (ผมเห็นด้วยกับคุณในเรื่องข้อเสนอ),     on a rainy day”  (ในวันที่ฝนตก)  -  “We don’t usually go out on a rainy day.”  (เรามักไม่ออกไปข้างนอกในวันที่ฝนตก),   “on the rise”  (เพิ่มขึ้น)  -  “The oil prices are on the rise.”  (ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น),   “congratulate”  (แสดงความยินดี)  -  “I congratulate you on your success.”  (ผมขอแสดงความยินดีในความสำเร็จของคุณ), “put the blame on”  (ตำหนิ)  -  “When things go wrong, he puts the blame on somebody else.”  (เมื่อสิ่งต่างๆ เกิดผิดพลาดขึ้น  เขามักตำหนิผู้อื่น),  “put an emphasis on” (เน้นย้ำ หรือ มุ่งความสนใจในเรื่อง)  -  “The government puts an emphasis on the infrastructural development.”  (รัฐบาลมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน), “on request (เมื่อมีการร้องขอ)  -  “I will lend you my car on request.”  (ผมจะให้คุณยืมรถเมื่อมีการร้องขอ), on page 5” (ในหน้าที่ ๕)  -  “You can look for the answer on page 5.”  (คุณสามารถค้นหาคำตอบได้ในหน้าที่  ๕),Waste his time on(ใช้เวลาของเขาอย่างสิ้นเปลือง-สุรุ่ยสุร่ายกับ)  -  “He wasted his time on meddling with other people’s business.”  (เขาใช้เวลาอย่างสิ้นเปลืองไปกับการยุ่งกับเรื่องของคนอื่น), on business (ด้วยเรื่องธุรกิจ)  -  “He went to New York on business.”  (เขาไปนิวยอร์คด้วยเรื่องธุรกิจ), keep on (ดำเนินต่อไป)  -  “They kept on working.”  (พวกเขาทำงานต่อไป), rely on (ไว้วางใจ, เชื่อใจ, พึ่งพาอาศัย)  -  “I can rely on my close friend.”  (ผมสามารถไว้ใจเพื่อนสนิทของผม), depend on (upon) (พึ่งพาอาศัย, ขึ้นอยู่กับ, อยู่ที่)  -  “We can depend on our president for his strong leadership.”  (เราสามารถพึ่งพาท่านประธานาธิบดี  ในด้านความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งของเขา), insist on (ยืนกราน, ยืนหยัด, เรียกร้อง)  -  “She insisted on going to the party.”  (เธอยืนกรานจะไปงานเลี้ยงให้ได้), on the floor (บนพื้น), on a hill (บนเนินเขา), on the top shelf (บนชั้นบนของหิ้ง), on a sofa (บนเก้าอี้โซฟา), to turn his back on his country  (หันหลังให้กับประเทศของตน  -  หมายถึงละทิ้งประเทศ  เช่น  หนีการเกณฑ์ทหาร  หรือไปเข้ากับฝ่ายศัตรู), on the contrary (ในทางตรงกันข้าม), on the drawing board (กำลังอยู่ในขั้นวางแผนหรือเตรียมการ  คือยังไม่ได้ลงมือทำ หรือนำมาใช้งานจริงๆ ),  on the dot (on the button)  (ตรงเวลาเผง, ตรงเวลาเป๊ะ)  -  Susan arrived at the party at 3:00 p.m. on the dot.  (ซูซานมาถึงที่งานเลี้ยงเวลาบ่าย ๓ โมงตรงเป๊ะ)get (climb, jump) on the bandwagon  (ทำตามอย่างที่คนอื่นทำ  แม้จะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น, เข้าร่วมในกิจกรรมที่มีคนนิยมทำกันมาก  และล่าสุด  เช่น ถีบจักรยาน หรือ เล่นฟิตเนส,  โยคะ  -  แปลตรงๆตัว คือ ปีนหรือกระโดดขึ้นไปบนรถดนตรีในขบวนแห่)  -  When all Jim’s friends decided to vote for Bill, Jim climbed on the bandwagon too.  (เมื่อเพื่อนทุกคนของจิมตัดสินใจลงคะแนนให้บิล  จิมก็ตัดสินใจลงคะแนนให้บิลเช่นเดียวกัน  -  คือทำตามเพื่อนๆ แบบไม่ต้องมีเหตุผล), on the (an) average (โดยเฉลี่ย),   a dog peeing (pissing) on a tree (หมาเยี่ยวรดต้นไม้),  on condition that  (โดยมีเงื่อนไขว่า)  -  I will lend you the money on condition that  you pay it back in one month.  (ผมจะให้คุณยืมเงินโดยมีเงื่อนไขว่า  คุณต้องใช้คืนภายใน ๑ เดือน),  on deck (อยู่บนดาดฟ้าเรือ, เตรียมพร้อมที่จะทำอะไรบางอย่าง, มาปรากฏตัว หรือมาถึงที่นัดหมาย)  –  The passengers are relaxing on deck.  (ผู้โดยสารกำลังพักผ่อนหย่อนใจอยู่บนดาดฟ้าเรือ)  -  The scout leader told the boys to be on deck at 8:00 Saturday morning for the hike.  (ผู้นำลูกเสือบอกให้ลูกเสือมาถึงที่นัดหมายเวลา ๘.๐๐ น. เช้าวันเสาร์  เพื่อออกเดินทางไกล),  on deposit (ในธนาคาร)  I have $ 500 on deposit in my account.  (ผมมีเงินอยู่  ๕๐๐  ดอลลาร์ในบัญชีธนาคาร),  on duty  (อยู่ปฏิบัติหน้าที่, ขณะปฏิบัติหน้าที่)  -  There is always one teacher on duty during study hour.  (มีครูอยู่    คนเสมอ  อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างชั่วโมงเรียน  -  คือคอยให้คำแนะนำปรึกษาแก่นักเรียน)on earth (= in the world) (ใน หรือ บนโลกนี้, เกิดขึ้นได้ หรือเป็นไปได้อย่างไร  มักใช้แสดงการเน้นในประโยคคำถาม) - Where on earth did I put my wallet? (ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ตรงไหนในโลกนี้   -   คือบ่นคร่ำครวญเนื่องจากหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ)  The boys wondered how on earth the mouse got out of the cage. (พวกเด็กๆสงสัยว่า เป็นไปได้อย่างไรที่หนูออกจากกรงไป  -  ทั้งๆ ที่ล้อคทางออกไว้อย่างแน่นหนา),  have, (keep, with) one eye on  (คอยเฝ้าดูหรือเอาใจใส่  -  บุคคลหรือสิ่งของ  -  ในขณะที่กำลังทำสิ่งอื่นไปด้วย)  -  Mother had one eye on baby as she ironed.  (แม่รีดผ้าและดูแลลูกน้อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน)  -  Chris tried to study with one eye on the TV set (คริสพยายามอ่านหนังสือ  และดูทีวีไปด้วยในในเวลาเดียวกัน), on account of  (เนื่องมาจาก, เพราะว่า),  -  The picnic was held in the gym on account of the rain.  (ปิกนิกถูกจัดในโรงยิม  -  แทนในสนาม  -  เนื่องมาจากฝนตก),  on a shoestring  (ด้วยเงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับใช้จ่าย, ด้วยงบประมาณที่น้อยมาก  -  แปลตรงๆตัว คือ ด้วยเชือกผูกรองเท้า)  -  The couple was seeing Europe on a shoestring.  (สามี-ภรรยาคู่นั้นกำลังเที่ยวยุโรป  ด้วยเงินจำนวนเพียงนิดเดียว  -  คือ  แบบประหยัดสุดๆ),  to walk on air  (รู้สึกมีความสุขและตื่นเต้น)  -  Kim has been walking on air since she won the prize.  (คิมมีความสุขและตื่นเต้นมาโดยตลอด  ตั้งแต่ที่เธอได้รับรางวัล),  to wait on (upon)  (รับใช้, ให้บริการ)  -  The clerk in the store waits on all customers.  (เสมียนในร้านนั้นให้บริการ (รับใช้) ลูกค้าทุกคน),  (sitting) on top of the world  (ปลาบปลื้มยินดีและมีความสุข, รู้สึกประสบความสำเร็จ)  -  John was (sitting) on top of the world when he found out that he got into college.  (จอห์นดีใจและมีความสุข  เมื่อเขาพบว่าเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้),  on behalf of  (ในนามของ),  on board  (บนเรือ)  -  A ship was leaving the harbor, and we saw the people on board waving.  (เรือลำหนึ่งกำลังออกจากท่า  และเราเห็นผู้คนบนเรือโบกไม้โบกมือ  -  เพื่ออำลาญาติพี่น้องที่มาส่ง),  off and on (= on and off)  (ไม่สม่ำเสมอ, เป็นครั้งคราว หรือบางโอกาส)  -  It rained off and on all day.  (ฝนตกๆหยุดๆตลอดทั้งวัน  -  คือ ตกแล้วหยุด  แล้วก็ตกแล้วหยุดอีก  สลับกันไปแบบนี้ตลอดทั้งวัน), the posters on the walls (โปสเตอร์บนกำแพง), a sticker on her car (สติ๊กเกอร์ติดรถของเธอ), pictures on the screen (รูปภาพบนจอ), on the ceiling (บนเพดาน), on the roof (บนหลังคา), on all fours (คลาน ๔ เท้า), get on a bus (ขึ้นรถเมล์), on a highway (บนทางหลวง), on the plane (บนเครื่องบิน), on foot (โดยทางเท้าหรือเดินไป), to walk on tiptoe (เดินบนปลายเท้าหรือเขย่งส้นเท้า), on horseback (บนหลังม้า), on a bicycle (โดยรถจักรยาน), on Monday (ในวันจันทร์), on a Sunday afternoon  (ตอนบ่ายวันอาทิตย์), on an occasion like this (ในโอกาสเช่นนี้), on April10th  (ในวันที่ ๑๐ เมษายน), on Thursday night (ในคืนวันพฤหัสฯ), on the first day of term (ในวันแรกของภาคการศึกษา), books on art and religion (หนังสือเกี่ยวกับศิลปะและศาสนา), on the subject of rents (ในเรื่องเกี่ยวกับค่าเช่า), ideas on how films should be made (ความคิดเกี่ยวกับว่าควรจะสร้างหนังอย่างไร), to comment on the issue (แสดงความคิดเห็นในประเด็นนั้น), a talk on agriculture (การสนทนาเกี่ยวกับเกษตรกรรม), cars running on petrol (รถยนต์ที่วิ่งด้วยน้ำมัน), appear on TV (ปรากฏตัวทางทีวี), to hear it on the radio (ได้ยินมันทางวิทยุ), on stage (บนเวที), on the phone (ทางโทรศัพท์ หรือกำลังพูดโทรศัพท์)  -  “Jim, you are wanted on the phone.”  (จิม  -  มีคุณต้องการพูดโทรศัพท์กับคุณ), on and on   (ไม่รู้จักจบสิ้น, ไม่หยุดหย่อน, ไม่สิ้นสุด)  -  “The search was on and on for the missing boy.”  (การค้นหาดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุด  สำหรับเด็กที่หายไป), on edge  (รุ่มร้อน, กระวนกระวาย, ตื่นเต้น, ประสาทเสีย, ปวดสมอง), on one’s own (ด้วยตนเอง, เป็นอิสระ, หาเลี้ยงตนเอง), on purpose  (โดยเจตนา, โดยตั้งใจทำ)  -  “She broke the glass on purpose.”  (เธอทำแก้วแตกโดยเจตนา), on the carpet (ดุด่าว่ากล่าว, สวด), on the fence  (ยังไม่แน่ใจ, ยังไม่ตัดสินใจ-ตกลงใจ), on the hook  (อยู่ในฐานะลำบาก), on the spot  (ที่กำลังพูดถึง-เอ่ยถึง), to be on  (กำลังปรากฏ, กำลังฉายอยู่. กำลังแสดง), on the go  (มีธุระยุ่ง, เคลื่อนไหวทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด)  –  I’m usually on the go all day long.  (ผมมักมีธุระยุ่งตลอดทั้งวัน), on the market  (มีขาย, เสนอขาย)   I had to put my car on the market.  (ผมจำเป็นต้องเอารถออกขาย)  -  This is the finest home computer on the market.  (นี่เป็นคอมพิวเตอร์ประจำบ้านที่ดีที่สุดที่วางขายในตลาด), on the mend  (สบายดี, หายป่วยไข้)  My cold was terrible, but I’m on the mend now (ไข้หวัดของผมย่ำแย่มากเลย  แต่ตอนนี้ผมหายไข้แล้ว)  – What you need is some hot chicken soup.  Then you’ll really be on the mend.  (สิ่งที่คุณต้องการ คือ ซุปไก่ร้อนๆ   แล้วคุณจะหายป่วยจริงๆเลย), on the tip of one’s tongue  (ติดอยู่แค่ริมฝีปาก  คือ เกือบจะพูดออกมาแล้ว หรือ เกือบจะนึกออกแล้ว) – I have his name right on the tip of my tongue.  I’ll think of it in a second  (ผมมีชื่อของเขาติดอยู่ที่ริมฝีปาก  ผมจะนึกมันออกในอีกวินาทีเดียว) –  John had the answer on the tip of his tongue, but Ann said it first.  (จอห์นเกือบจะบอกคำตอบออกมาแล้ว  แต่แอนพูดออกมาเสียก่อน  -  คือชิงบอกคำตอบก่อน), on the wrong track  (ไปหรือเดินผิดลู่หรือราง, ทำตามสมมติฐานที่ผิด)  – You’ll never get the right answer.  You’re on the wrong track.  (คุณไม่มีวันจะได้คำตอบที่ถูกต้องหรอก คุณเดินผิดทางนี่ หรือ คุณตั้งสมมติฐานไว้ผิดนี่), be (skate) on thin ice  (อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงหรือมีอันตราย) – If you try that, you’ll really be on thin ice.  That’s too risky.  (ถ้าคุณลองทำสิ่งนั้น  คุณจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง  มันเสี่ยงเกินไป)  –  If you don’t want to find yourself (skating) on thin ice, you must be sure of your facts.  (ถ้าคุณไม่ต้องการพบตัวเองตกอยู่ในอันตราย  คุณต้องมั่นใจในข้อเท็จจริง  - ไม่เช่นนั้นคุณอาจแพ้คดีและต้องจ่ายเงินมากมาย), on tiptoe  (เดินเขย่างเท้า), on vacation  (เดินทางไปเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน)  – Where are you going on vacation this year?  (คุณจะเดินทางไปพักผ่อนที่ไหนในวันหยุดปีนี้) – I’ll be away on vacation for three weeks.  (ผมจะเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดเป็นเวลา  ๓  สัปดาห์),   เป็นต้น

 

17. It’s not good ________________________________________________________ so.

(มันไม่ดี _____________________________________________________ เช่นนั้น)

(a) do

(b) doing

(c) to do    (ที่จะทำ)

(d) in doing

ตอบ   -   ข้อ   (c)  มาจากโครงสร้าง  {It + Is (Was) + (Not) + Adjective + (For someone) + To + Verb 1 + Something}

  • It’s good for you to get up early.

(มันดีสำหรับคุณที่ (จะ) ตื่นแต่เช้าตรู่)

  • It is not good to criticize other people if we’re not sure they are wrong.

(มันไม่ดีที่จะวิจารณ์ผู้อื่น  ถ้าเราไม่แน่ใจว่าพวกเขาผิด)

 

18. __________________________________________ coming here, he had an accident.

(___________________________________________ กำลังมาที่นี่  เขาประสบอุบัติเหตุ)

(a) When he

(b) While    (ขณะที่)

(c) During he was     (“During”  ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) Between he was    (“Between” =  “ระหว่าง”  บุคคล, สถานที่, เวลา, ฯลฯ)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ลดรูปมาจากประโยคย่อย  “Adverb clause of time”  (While he was coming here)  ข้อนี้อาจใช้ว่า  “When he came here, he………..”  ก็ได้

 

19. Are you sure you told __________________________________________________?

(คุณมั่นใจหรือว่า  คุณบอก ______________________________________________ )

(a) her how to come    (เธอว่าจะมาอย่างไร)  (บอกเธอวิธีมา)

(b) how to come to her

(c) how she to come

(d) to her how to come

 

20. Does everyone ________________________________________ the correct answer?

(ทุกคน __________________________________________ คำตอบที่ถูกต้องใช่หรือไม่)

(a) has

(b) have    (มี)

(c) had

(d) have had

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เมื่อใช้   “Verb to do”  (Does)  ช่วยสร้างประโยคคำถามแล้ว  กริยาแท้ของประโยคต้องกลับไปเป็นช่องที่    (Have) และในกรณี  “Have”  หมายถึง   “มี”  สามารถสร้างคำถาม  โดยไม่ต้องใช้   “Verb to do”  ช่วย  คือ  “Has everyone the correct answer?”  ก็ได้

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้