หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 326)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Although my lawyer has promised _______________ with the case diligently, I still can’t help ______________ what the outcome will be.

(แม้ว่าทนายของผมได้สัญญาที่จะ _____________ กับคดี (ทำคดี) อย่างอุตสาหะ  ผมยังคงอดไม่ได้ที่จะ _______________ ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร)

(a) dealing __________ wondering

(b) dealing __________ to wonder

(c) to deal __________ wondering    (จัดการ ............ รู้สึกสงสัย-ประหลาดใจ)

(d) for dealing __________ to wonder

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Promise” + To +Verb 1  และ  “Can’t help”  (อดไม่ได้) + Verb + ing

 

2. The suspect denied __________ into the house, but there was enough convincing evidence __________ him guilty.

(ผู้ต้องหาปฏิเสธว่ามิได้ ________________ เข้าไปในบ้าน  แต่มีหลักฐานที่น่าเชื่ออย่างเพียงพอ _________________ ว่าเขามีความผิด)

(a) to break _________ proving

(b) breaking _________ proven

(c) to break _________ to prove

(d) breaking __________ to prove    (งัด ............................ ที่จะพิสูจน์)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   “Deny”  (ปฏิเสธ) + Verb + ing

 

3. His wages as a truck-driver were considerably higher _______________ a ditch-digger.

(ค่าจ้างของเขาในฐานะคนขับรถบรรทุก  สูงกว่า ______________ คนขุดคูน้ำอย่างมากมาย)

(a) than

(b) in comparison to the wages of

(c) than those of    (ค่าจ้างของ)

(d) if not higher than, better than

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ใช้  “Those”  แทน  “Wages”  ซึ่งเป็นคำนามนับได้  พหูพจน์   ดูเพิ่มเติมการใช้คำแทนคำนามเพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนั้นซ้ำ  จากประโยคข้างล่าง

                                     ตัวอย่างที่ 

  • Fossil evidence indicates that the earliest cockroaches looked very much like ________.

(หลักฐาน (จาก) ฟอสซิล (ซากพืชหรือสัตว์ที่เป็นหิน) บ่งชี้ว่า  แมลงสาบยุคแรกสุด  มีลักษณะเหมือนกันมากกับ _________________)

(a) today does

(b) those of today    (แมลงสาบในปัจจุบัน)

(c) what do cockroaches now

(d) the cockroaches which are now

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากใช้  “Those”  แทน  “Cockroaches”  ซึ่งเป็นคำนามนับได้  พหูพจน์   ดูเพิ่มเติมการใช้คำ  (Those, That, One)  แทนคำนามที่กล่าวมาก่อนหน้าแล้ว  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำซ้ำ  จากประโยคข้างล่าง

                                      ตัวอย่างที่ 

  • This school has a new pool, so ___________ should have _______________ too.

(โรงเรียนนี้มีสระว่ายน้ำใหม่  ดังนั้น _____________ ควรมี ______________ เช่นเดียวกัน)

(a) our school __________ new pool

(b) our __________ new one

(c) we __________ pool

(d) ours __________ one    (โรงเรียนของเรา .................. สระว่ายน้ำใหม่)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นการใช้คำแทนคำนามที่ได้กล่าวไปแล้วทั้งคู่  คือ  ใช้   “Ours”  แทน  “Our school”  (ต้องใช้คำให้สมดุลกัน  คือ  “Our school”  และ  “This school” )   และ  “One”  แทน  “A new pool”   ซึ่งเป็นคำนามนับได้  เอกพจน์   ดูเพิ่มเติมการใช้คำแทนคำนามที่กล่าวไปก่อนหน้าแล้ว  จากประโยคข้างล่าง

                                       ตัวอย่างที่ 

  • People in highly developed countries are generally better fed than ____________ in underdeveloped countries.

(ผู้คนในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างมาก  โดยทั่วไปจะมีอาหารการกินที่ดีกว่า ____________ ในประเทศด้อยพัฒนา)

(a) that

(b) those    (ผู้คน)

(c) them

(d) the one

ตอบ   -   ข้อ    (b)    เนื่องจากต้องใช้  “Those”  แทนคำนามนับได้  พหูพจน์  (People)   

                                     ตัวอย่างที่ 

  • The furniture ___________ is manufactured here is as good as ___________ made anywhere else in the world.

(เฟอร์นิเจอร์ _____________ ถูกผลิตที่นี่  ดีพอๆ กับ ______________ (ซึ่งถูก) ผลิต  (ทำ) ที่อื่นใดในโลก)

(a) that ____________ which

(b) which ____________ that    (ซึ่ง  .........................  เฟอร์นิเจอร์)

(c) that ____________ those

(d) which ____________ which

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ในช่องแรกอาจตอบ  “Which”  หรือ  “That”  ก็ได้  แต่ในช่องหลัง   ต้องตอบ  “That”  เพียงอย่างเดียว  เนื่องจาก  ใช้แทน  “Furniture”  ซึ่งเป็นคำนามนับไม่ได้  ดูคำอธิบายการใช้คำแทนนามนับได้  และนับไม่ได้จากประโยคข้างล่าง

                                     ตัวอย่างที่ 

  • I’ve lost my pen.  Have you got _____________________________ I can borrow?

(ผมได้ทำปากกาหาย  คุณมี ___________________________________ ให้ผมยืมไหม)

(a) them

(b) anyone

(c) it

(d) one    (ปากกาด้ามหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ใช้   “One”  แทนนามนับได้เอกพจน์  (Pen)

                                    ตัวอย่างที่ 

  • The Prime Minister is giving a press conference now; he also gave __________ at this time last week.

(นายกรัฐมนตรีกำลังประชุมให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อยู่ในขณะนี้   และเขาได้จัดประชุม ________________ ด้วย  ในเวลาเดียวกันนี้  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

(a) it

(b) the same

(c) them

(d) one    (ครั้งหนึ่ง, หนหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากแทนคำนามนับได้   เอกพจน์  (Press conference)

                                       ตัวอย่างที่ 

  • The houses here are a little less modern than ____________________ in the city.  

(บ้านที่นี่ทันสมัยน้อยกว่า _________________________________ ในเมืองอยู่เล็กน้อย)

(a) that

(b) those    (บ้าน)

(c) they

(d) ones

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากแทน   “Houses”   ซึ่งเป็นคำนามนับได้พหูพจน์   แต่ถ้าเป็นคำนามนับได้เอกพจน์  (House, Car, Book, Pen, Dog)  ให้แทนด้วย  “One”   และถ้าเป็นคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  (เช่นFurniture, Advice, News, Information, Equipment, Evidence, etc.)   ให้แทนด้วย  “That

                                      ตัวอย่างที่  

  • When the boy saw the kite I had made, he asked me to make___________ for him. 

(เมื่อเด็กคนนั้นเห็นว่าวที่ผมทำ  เขาขอร้องผมให้ทำ ____________________ ให้แก่เขา)

(a) other

(b) it

(c) one    (ตัวหนึ่ง)

(d) the kite

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Kite”   เป็นคำนามนับได้ เอกพจน์  เมื่อจะกล่าวถึงอีกครั้งหนึ่ง (กล่าวซ้ำ)   ต้องใช้  “One”  แทน

                                        ตัวอย่างที่ 

  • The air of the hills is cooler than _______________________________________.

(อากาศของเนินเขาเย็นกว่า ______________________________________________ )

(a) one of the plains

(b) of the plains

(c) that of the plains    (อากาศของที่ราบ)

(d) the plains

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Air”  เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงต้องแทนด้วย  “That” และตามด้วย   “of the plains”   เพื่อให้สมดุลกัน  ในกรณีเป็นนามนับได้  ให้ใช้ “One”  แทน  และถ้าเป็นนามพหูพจน์   ให้ใช้   “Those”   แทน   (สำหรับเหตุผลที่ไม่เลือกข้อ  (d)  เนื่องจาก   จะเป็นการเปรียบเทียบระหว่าง   “อากาศ”  และ   “ที่ราบ”   มิใช่   “อากาศของเนินเขา”   และ  “อากาศของที่ราบ”    ซึ่งผิดความหมายที่ต้องการเปรียบ เทียบ)   ตัวอย่างอื่นๆ   เช่น

  • The book you gave me is more informative than the one I bought from a bookstore.

(หนังสือที่คุณให้ผมให้ข้อมูลข่าวสารมากกว่าเล่มที่ผมซื้อจากร้านหนังสือ)  (book เป็นนามเอกพจน์นับได้ จึงต้องใช้  one  แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The students in this class are more hard-working than those in that class.

(นักเรียนในห้องนี้ขยันมากกว่านักเรียนในห้องนั้น)  (students เป็นนามพหูพจน์ จึงต้องใช้ those แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The knowledge one obtains from self-study is sometimes much higher than that one derives from class.

(ความรู้ที่คนเราได้รับจากการศึกษาด้วยตนเอง  บางทีมากกว่าความรู้ที่ได้รับจากห้อง เรียนมากมายทีเดียว)  (knowledge เป็นนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ – จึงต้องใช้ that แทน  เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

 

4. I spent every summer on a farm ___________________________________________.

(ผมใช้เวลาทุกหน้าร้อนที่ฟาร์ม ____________________________________________ )

(a) until my age was about twelve

(b) until I was about twelve    (จนกระทั่งผมอายุเกือบ  ๑๒  ปี)

(c) up until when I was about twelve

(d) until about twelve year old

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ  “Up until I was about twelve”  (จนกระทั่งผมอายุเกือบ  ๑๒  ปี)  หรือ  “Until about twelve years old”  ก็ได้

 

5. In the 1700’s, North American colonists proclaimed their wealth and social standing by wearing elaborate stockings.

(ในศตวรรษ ๑๗๐๐ ( ปี ๑๗๐๐ – ๑๗๙๙) ชาวอาณานิคมในทวีปอเมริกาเหนือประกาศ (ป่าวประกาศ, ป่าวร้อง)  ความมั่งคั่งและ     สถานะ-ฐานะ-ตำแหน่ง-ชื่อเสียง-จุดยืน    ทางสังคมของตน  โดยการสวมถุงเท้ายาวที่ทำอย่างประณีตสวยงาม)  (หมายถึง  ถุงเท้ายาวที่ทำอย่างประณีต  แสดงถึงความมั่งคั่งและสถานะที่สูงของผู้สวมใส่มัน)

(a) events    (เหตุการณ์, เหตุการณ์สำคัญ, กรณี, การแข่งขัน, ผลที่ตามมา, ผลที่เกิดขึ้น)

(b) responsibility    (ความรับผิดชอบ)

(c) enterprise    (โครงการ, กิจการ, แผนการ, บริษัท, อุตสาหกิจ, วิสาหกิจ, การเข้าร่วมกิจการดังกล่าว)

(d) compendium    (บทย่อ, บทสรุป, หนังสือย่อเรื่อง)

(e) status    (ฐานะ, สภาพ, สภาพการณ์, ภาวะ, ตำแหน่ง, ยศ)  

 

6. We listened as he began to narrate (แน-เร้ท) his adventures.

(พวกเราฟังเมื่อเขาเริ่ม ___________________________________ การผจญภัยของเขา)

(a) tell; describe; make known (either spoken or written)    (บอก-เล่า, ทำให้รู้จัก)  (ไม่โดยทางภาษาพูดก็ภาษาเขียน)

(b) renounce    (สละ, ละทิ้ง, ประกาศสละ, ประกาศเลิก, สละกรรมสิทธิ์, สละบุตร)

(c) retaliate    (ริ-แท้ล-ลี-เอท)  (ตอบโต้, แก้แค้น, แก้เผ็ด, แก้ลำ, ตอบแทน)

(d) commiserate    (คัม-มิซ-เซอะ-เรท)  (แสดงความเสียใจกับ, เห็นใจ, สงสาร, สัง เวช, เวทนา)

(e) alert    (อะ-เลิ้ร์ท)  (เตือนภัย, เตือนให้ระวัง, การเตรียมพร้อม, ว่องไว, เตรียมพร้อม, ระมัดระวัง)  (เป็นทั้งคำกริยา  คำนาม และคำคุณศัพท์)

 

7. It is imperative that we get you to a doctor straight away.

(มันเป็นสิ่ง    จำเป็น-เชิงบังคับ-เลี่ยงไม่ได้     ที่ว่าเราจะพาคุณไปหาหมอโดยทันทีทันใด)

(a) spectacular    (น่าตื่นเต้น, น่าประทับใจ, เกี่ยวกับการแสดงต่อหน้าสาธารณชน, เกี่ยวกับภาพที่น่าตื่นเต้น)

(b) miraculous    (อัศจรรย์, ปาฏิหาริย์, อภินิหาร, อาเพศ)

(c) vital; very important; essential    (สำคัญมาก, จำเป็นอย่างยิ่ง)

(d) panoramic    (แพน-โน-แร้ม-มิค)  (เกี่ยวกับทัศนียภาพทั้งหมด, เป็นภาพกว้างๆ เช่น ที่มองลงมาจากที่สูงหรือบนฟ้า, เป็นภาพหรือเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องกัน, ซึ่งเป็นการสำรวจอย่างละเอียด)

(e) luxurious    (ลัค-ชุ้-เริส)  (ฟุ่มเฟือย, หรูหรา, โอ่อ่า, บำรุงความสุข)

 

8. Jennifer was rather _______________ when his boyfriend explained to her the difficulties of being a flight attendant.

(เจนนิเฟอร์ค่อนข้างจะ ________________ เมื่อแฟนของเธออธิบายให้เธอฟังถึงความยากลำบากของการเป็นพนักงานบริการบนเครื่องบิน)

(a) discouraging    (น่าท้อใจ)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) discouraged    (รู้สึกท้อใจ)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) discourage    (ทำให้ท้อใจ-หมดกำลังใจ)  (เป็นคำกริยา)

(d) discouragement    (ความท้อใจ-หมดกำลังใจ)  (เป็นคำนาม)

 

9. On a _______________ weekday, the sidewalks are filled with pedestrians who are window-shopping or looking for a place to shop and eat.

(ในวันทำงานที่ ________________ ทางเดินเท้าจะเต็มไปด้วยคนเดินเท้า  ผู้ซึ่งกำลังเดินดูสินค้าหน้าร้านในตู้โชว์  หรือกำลังมองหาสถานที่สักแห่งเพื่อซื้อสินค้า หรือกินอาหาร)  (หมายถึง  วันทำงานทั่วๆ ไปแต่ละวัน)

(a) typical    (เป็นแบบฉบับ, เป็นตัวแทน, ทั่วๆไป, เป็นปกติทั่วไป)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) typically

(c) type    (ชนิด, ประเภท)  (เป็นคำนาม)

(d) typed    (พิมพ์, พิมพ์ดีด)  (เป็นคำกริยา)

 

10. Tommy liked fishing __________________________________________________.

(ทอมมี่ชอบการตกปลา ________________________________________________ )

(a) but hunting had been also enjoyed by him

(b) but hunting was also enjoyed by him    (ไม่ใช้รูปนี้)

(c) but hunting was also enjoyed

(d) but he also enjoyed hunting    (แต่เขาก็สนุกสนานกับการล่าสัตว์ด้วย)

 

11. Is the climate of Italy ___________________________________________________?

(ภูมิอากาศของอิตาลี ______________________________________________ หรือไม่)

(a) somewhat like Florida

(b) somewhat similar to Florida

(c) something like Florida

(d) somewhat like that of Florida    (ค่อนข้างคล้ายกับภูมิอากาศของรัฐฟลอริด้า)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ใช้  “That”  แทน  “Climate”  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนี้ซ้ำอีกครั้ง  ดูรายละเอียดการใช้คำแทนคำนาม  ใน  ข้อ  ๓  ของข้อสอบชุดนี้

 

12. The success of his book brought him great prestige (เพรส-ที้จ).

(ความสำเร็จของหนังสือของเขา  นำ    ชื่อเสียง-เกียรติคุณ-เกียรติภูมิ-ศักดิ์ศรี-บารมี     มาให้เขาอย่างใหญ่หลวง)

(a) exodus    (การจากไปหรืออพยพออกไปของคนจำนวนมาก, การไหลเทออก)

(b) limbo    (ลิ้ม-โบ)  (การเต้นระบำงอตัวลอดไม้ขวาง)

(c) disclosure    (ดิส-โคล้-เช่อะ)  (การเปิดเผย, การเปิดโปง, สิ่งที่ถูกเปิดเผย)

(d) reputation or influence; respect    (ชื่อเสียงหรืออิทธิพล,  ความเคารพนับถือ)

(e) ruse    (รูซ)  (อุบาย, เล่ห์, เล่ห์กล, เล่ห์เหลี่ยม, กลอุบาย)

 

13. They could not convince (คัน-วิ้นซ) the girl to go to the dance with them.  

(พวกเขาไม่สามารถ    ทำให้เชื่อมั่น-ทำให้มั่นใจ-ชักชวน-ทำให้รู้ว่ากระทำผิด     แก่เด็กหญิงคนนั้น  ให้ไปงานเต้นรำกับพวกเขา)  (คือ  ไม่สามารถชักชวนให้เด็กหญิง  -  หรือทำให้เด็กหญิงมั่นใจ  -  ไปงานเต้นรำได้)

(a) proclaim    (แถลง, ประกาศอย่างเป็นทางการ)

(b) reminisce    (เร้ม-มิ-นิส)  (มองอดีต, มองย้อนหลัง)

(c) surrender    (ยอมแพ้, การยอมแพ้)

(d) swindle    (ฉ้อโกง, ต้มตุ๋น, หลอกลวง, การฉ้อโกง-ต้มตุ๋น-หลอกลวง)

(e) persuade     (เพอร์-สเว้ด)  (ชักชวน, ชักจูง, จูงใจ, โอ้โลม, แนะนำ, ทำให้เชื่อ, กล่อม)

 

14. She is a conscientious (คอน-ชี-เอ๊น-ชัส) representative of the student body.

(เธอเป็นตัวแทนที่    รอบคอบ-ระมัดระวัง-ละเอียด-ถี่ถ้วน-มีธรรมในใจ-ยุติธรรม-ซื่อตรง-ควบคุมโดยสติรู้ผิดรู้ชอบ    ของสภา (สโมสร-องค์การ) นักเรียน)

(a) stentorian    (สเทน-เท้อร์-เรี่ยน)  (มีเสียงดังมาก)

(b) culpable    (คั้ล-พะ-เบิ้ล)  (น่าตำหนิ, น่าประณาม, สมควรถูกตำหนิ)

(c) extrinsic    (เอคส-ทริ้น-ซิค)  (ไม่สำคัญ, ภายนอก, มาจากภายนอก, ซึ่งเป็นของต่างประเทศ)

(d) meticulous; high-principled; scrupulous    (พิถีพิถัน-ละเอียดลออ;  มีหลักการ-คุณธรรมสูง;  คิดถึงศีลธรรมจรรยา-ละเอียดรอบคอบ-ระมัดระวัง)

(e) heterogeneous    (เฮท-เทอะ-โร-จี๊-เนียส)  (ต่างชนิดกัน, ไม่เหมือนกัน, ไม่เป็นเนื้อเดียวกัน, ซึ่งประกอบด้วยต่างชนิดกัน, ไม่ลงรอยกัน)

 

15. Many of these costumes for the play are torn _________________________________.

(เครื่องแต่งกายสำหรับ (การแสดง) ละครเหล่านี้จำนวนมากขาดวิ่น __________________ )

(a) and mending is required of them

(b) but need mending

(c) and need to be mended    (และจำเป็นต้องได้รับการปะชุน)

(d) but require to be mended

ตอบ   -   ข้อ    (c)   หรืออาจตอบ  “And need mending”  ก็ได้  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                     ตัวอย่างที่ 

  • This machine is very dirty.  It needs ____________________________________.

(เครื่องจักรนี้สกปรกมาก  มันจำเป็นต้อง _____________________________________ )

(a) to clean it

(b) to clean

(c) to be cleaned    (ถูกซ่อม)  

(d) clean

ตอบ   -   ข้อ   (c)  หรืออาจตอบ  “Cleaning”  ก็ได้  เนื่องจาก  “Need + To be + Verb 3”   หรือ  “Need + Verb + ing  

                                       ตัวอย่างที่ 

  • This house looks very shabby; it needs ________________________________.

(บ้านหลังนี้มีลักษณะโกโรโกโสมาก  มันจำเป็นต้อง ____________________________ )

(a) to repaint

(b) repainted

(c) to be repainting

(d) to be repainted    (ถูกทาสีใหม่, ได้รับการทาสีใหม่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจาก   “Need”  (จำเป็นต้อง) + To + Be + Verb 3  หรือ   “Need + Verb + ing”  สำหรับข้อนี้  อาจตอบ   “Repainting”  ก็ได้

                                      ตัวอย่างที่ 

  • Cars in smaller models need _________ in greater numbers for today’s customers.

(รถยนต์ในรูปแบบที่เล็กลงจำเป็นต้อง ______ ในปริมาณที่มากขึ้น  สำหรับลูกค้าในปัจจุบัน)

(a) produce

(b) produced

(c) to be produced     (ได้รับการผลิต, ถูกผลิต)

(d) to be producing

ตอบ    –    ข้อ   (c)    เนื่องจาก   “Need”  สามารถตามด้วย  ๒  รูปแบบ   คือ “Need to be produced”  หรือ  “Need producing”  ซึ่งหมายถึง  “จำเป็นต้องได้รับการผลิต”   ทั้ง  ๒   ข้อความ   ตัวอย่างอื่นๆ   เช่น

  • The room needs to be cleaned.

(= The room needs cleaning.)

(ห้องจำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาด)

  • Those children need to be taken care of.

(= Those children need taking care of.)

(เด็กๆ เหล่านั้นจำเป็นต้องได้รับการดูแล)

 

16. Today people who do manual work often receive _____________________ than clerks.

(ปัจจุบัน  ผู้คนที่ทำงานโดยใช้มือทำ (ใช้แรงงาน)  มักจะได้รับ ___________ กว่าเสมียน)

(a) far a lot of money    (ไม่ใช้รูปนี้)

(b) far much money    (ไม่ใช้รูปนี้)

(c) far more money    (เงินมากกว่าอย่างมากมาย)  (คือ ได้เงินมากกว่าเสมียนมากมาย) 

(d) far a great deal of money    (ไม่ใช้รูปนี้)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เป็นการเปรียบเทียบ   “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • It is ______________________ to keep down your head while they are shooting.  

(มัน ____________________ ที่จะก้มหัวของคุณให้ต่ำ   ในขณะที่พวกเขากำลังยิงกัน)

(a) much the better

(b) much more better

(c) much better    (ดีกว่ากันอย่างมาก)

(d) more better

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”    (Comparative degree)

                                      ตัวอย่างที่ 

  • Literature played _______ important part in the lives of the leisured class in England.

(วรรณคดี-วรรณกรรมมีส่วนสำคัญ ______________ ในชีวิตของชนชั้นที่มีเวลาว่าง (ชนชั้นกลาง) ในประเทศอังกฤษ)  (เมื่อเปรียบเทียบกับชนชั้นอื่นๆ)  (หมายถึง  เมื่อคนมีเวลาว่างจากการทำงาน  ก็มีเวลามาสนใจอ่านหนังสือประเภทวรรณคดี-วรรณ กรรม)

(a) much more

(b) far more

(c) a much more    (มากกว่ากันอย่างมากมาย)

(d) much

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)  ระหว่างชนชั้นที่มีเวลาว่าง คือ ชนชั้นกลาง  กับชนชั้นอื่นๆ ในประเทศอังกฤษ  โดยละชนชั้นอื่นๆ ไว้ในฐานที่เข้าใจ  (ไม่ได้เขียนลงไป)  และเนื่องจาก  “Important”  เป็นคำพยางค์ยาว  จึงต้องใช้  “More”  ขยาย  (สำคัญมากกว่า)  และเมื่อต้องการบอกว่า  “สำคัญมากกว่าอย่างมากมาย”  จึงต้องใช้   “Much”  หรือ  “Far”  ขยายหน้า  “Important”   นอกจากนั้น   “Part”  เป็นนามนับได้  เอกพจน์  จึงต้องนำหน้าด้วย   “A”  โดยใส่ไว้หน้า  “Much

                                      ตัวอย่างที่ 

  • Last night’s homework was hard, but this is ________________________ difficult.

(การบ้านของเมื่อคืนนี้ยาก  แต่ (การบ้าน) นี่  ยาก  _____________________________)

(a) much more    (กว่ามากมาย)

(b) too much more

(c) too

(d) more too

ตอบ   -   ข้อ   (a)

                                  ตัวอย่างที่  

  • It’s so noisy to live near a busy street but it is worse, ______________ worse to live near a railway station.

(มันเสียงดังมากที่จะอาศัยอยู่ใกล้ถนนที่มีรถสัญจรไปมา  แต่มันยิ่งแย่กว่า  แย่กว่า _______ ที่จะอาศัยอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ)

(a) very

(b) so

(c) much    (มาก, มากมาย)  (หรืออาจใช้  “Far”  ก็ได้)

(d) more

ตอบ  -  ข้อ  (c)   ในการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)

                                            ในกรณีที่ต้องการบอกว่า  “ใหญ่กว่ามาก”   “เล็กกว่ามาก”   “ร้อนกว่ามาก”   “สวยกว่ามาก”  ให้ใช้  “Much”   หรือ   “Far”   ขยาย   (ห้ามใช้ “Very”

                                  ตัวอย่างที่  

  • She looks much __________________________________________ this morning.

(เธอมีท่าทาง ___________________________________________ อย่างมากเช้าวันนี้)

(a) happy

(b) happily

(c) happier    (มีความสุขมากขึ้น)

(d) happiness    (ความสุข)

(e) happiest    (มีความสุขที่สุด)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)  เพียงแต่ไม่มี   “Than”   ปรากฏให้เห็น  แต่จริงๆแล้วเป็นการเปรียบเทียบกับอดีต เช่น เมื่อวานนี้ หรือ สัปดาห์ที่แล้ว  ข้อสังเกตอีกอย่างคือ ถ้าไม่มีการเปรียบเทียบ จะต้องใช้   “Very”  แทน  “Much”  เพื่อขยาย  “Happy”  ส่วนการจะบอกว่า  มีความสุขมากขึ้น  “อย่างมาก”   ให้ใช้  “Much”  หรือ   “Far”   เท่านั้น   (สำหรับความหมาย   “อย่างมาก”)  ห้ามใช้  Very

                                      ตัวอย่างที่  

  • The scenery looks _______________________________ in December than in April.

(ภูมิประเทศ – ทิวทัศน์ – มีลักษณะ _______________ ในเดือนธันวาคม กว่าเดือนเมษายน)

(a) far pleasant

(b) much more pleasant    (น่ารื่นรมย์มากกว่ากัน(อย่าง) มากมาย)

(c) very pleasant

(d) much more pleasantly

ตอบ    –     ข้อ    (b)   เนื่องจากการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)  ถ้าต้องการบอกว่า   “มากกว่าอย่างมากมาย”   เช่น  “ใหญ่กว่ามาก”  “เล็กกว่ามาก”   “หนาวกว่ามาก” ฯลฯ สามารถใช้คำแทนคำว่า  “อย่างมากมาย”   ได้ ๒ คำ คือ  “Much”  หรือ   Far”  ห้ามใช้  “Very”  สำหรับในประโยคข้างบน  จะใช้  “Far more pleasant”   ก็ได้

                                       ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น   “much  bigger” (ใหญ่กว่ามาก)  “much older”   (แก่กว่ามาก)   “far hotter” (ร้อนกว่ามาก)  “far colder” (หนาวกว่ามาก)  “much more important”   (สำคัญกว่ามาก)    “much more complicated”   (ยุ่งยากหรือสลับซับซ้อนกว่ามาก)  “far smaller”  (เล็กกว่ามาก)“far thinner”  (ผอมหรือบางกว่ามาก)  “far more beautiful”  (สวยกว่ามาก)

                                      ในกรณีที่ต้องการบอกว่า   “ใหญ่กว่าเล็กน้อย”  “หนาวกว่านิดหน่อย”   “หนักกว่าเล็กน้อย”   “เบากว่าเล็กน้อย”  “แพงกว่านิดหน่อย”   “ยากกว่านิดหน่อย”  ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                                      ตัวอย่างที่  

  • I hope you will try _____________________________________ harder next time.

(ผมหวังว่าคุณจะพยายามมากขึ้น _______________________________ ในคราวหน้า)

(a) less

(b) more

(c) some

(d) a little   (เล็กน้อย, นิดหน่อย)

(e) very

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เมื่อขยายการเปรียบเทียบ   “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)  เช่น   “ ใหญ่กว่า, ร้อนกว่า, แพงกว่า”   และต้องการบอกว่าเพียง  “เล็กน้อย, นิดหน่อย”  ให้ใช้   “A little, A bitหรือA little bit”  ขยาย   เช่น  “A little bigger”  (ใหญ่กว่านิดหน่อย),  A little hotter”  (ร้อนกว่าเล็กน้อย),  “A bit colder”  (หนาวกว่านิดหน่อย),  “A little more expensive”  (แพงกว่าเล็กน้อย),  “A bit more interesting”  (น่าสนใจกว่านิดหน่อย),  “A little bit more important”  (สำคัญกว่าเล็กน้อย)    เป็นต้น

 

17. I wish I could ___________________________________________________ smoking.

(ผมปรารถนาว่าผมสามารถ _________________________________________ สูบบุหรี่) 

(a) cut down    (ลดปริมาณลง, ทำให้น้อยลง)

(b) cut up    (ตัดออกเป็นชิ้นๆ)

(c) cut away    (รูปนี้  ไม่มีใช้)

(d) cut out    (ยุติ,  เลิก)

 

18. His answer is different ______________________________________________ yours.

(คำตอบของเขาแตกต่าง __________________________________________ ของคุณ)

(a) with

(b) to

(c) from    (จาก)

(d) by

ตอบ   -   ข้อ   (c) 

                                       สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)   ที่ใช้กับ  “From”   ได้แก่   “Different”  (แตกต่าง)  -  She is very different from her twin sister.  (เธอแตกต่างอย่างมากมาย  จากน้องสาวฝาแฝด),  “Far”  (ไกล)  -  My house is very far from the office.  (บ้านของผมอยู่ไกลจากที่ทำงานมาก), “Free”  (เป็นอิสระ),  “Safe”  (ปลอดภัย),  “Immune”  (ปลอดภัยจาก, ได้รับความคุ้มกันจาก),  “Absent”  (ไม่อยู่, ขาดหายไป)  -   Some students are frequently absent from school.  (นักเรียนบางคนขาดเรียนบ่อย),  “Away”  (อยู่ห่าง)  -  Most people don’t like to be away from home for a long time.  (คนส่วนใหญ่ไม่ชอบอยู่ห่างจากบ้านเป็นเวลานานๆ),  “Evident”  (เห็นได้ชัดจาก),   เป็นต้น

                                     สำหรับคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “From”  ได้แก่ “Differ”  (แตกต่าง),  “Borrow”  (ขอยืม),  “Abstain”  (ละเว้น),  “Prevent”  (ขัดขวาง),  “Suffer”  (ป่วยเป็น หรือ เดือดร้อนเพราะ),  “Refrain”  (ละเว้น, หลีกเลี่ยง),  “Stop”  (หยุด, ขัดขวาง),  “Separate”  (แยก, แยกออก, สกัด),  “Protect”  (ปกป้อง, คุ้มครอง),  “Prohibit”  (ห้ามไม่ให้),  “Hinder”  (ขัดขวางไม่ให้),  “Defend”  (ป้องกัน),  “Draw”  (ดึงหรือลากออกมา),  “Recover”  (ฟื้นจาก),   เป็นต้น

                                     ส่วนวลีอื่นๆ  ที่ใช้   “From”  ได้แก่  “From now on” = “นับจากนี้เป็นต้นไป”   “From time to time”  (เป็นครั้งคราว, เป็นบางโอกาส),  “Live from hand to mouth”  (ดำรงชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำ),  “From the beginning”  (จากเริ่มต้น, จากเริ่มแรก),  “From place to place”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง),   “From one place to another place”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง),  “From the bottom of one’s heart”  (จากก้นบึ้งหัวใจของคนๆนั้น,  ด้วยความจริงใจ),  “From 2 to 4 p.m.”  (จาก  ๒  โมง  ถึง  ๔  โมงเย็น),  “From January to April”  (จากเดือนมกราคม ถึงเมษายน),  “Go from bad to worse”  (เลวร้ายหรือแย่ยิ่งกว่าเดิมที่แย่อยู่แล้ว)  - Jack’s conduct in school has gone from bad to worse.  (ความประพฤติของแจ๊คในโรงเรียนเลวหนักยิ่งกว่าเดิม  ซึ่งก็เลวอยู่แล้ว)  -  Dick’s typing went from bad to  worse when has was tired.  (การพิมพ์ของดิ๊กซึ่งห่วยแตกอยู่แล้ว  กลับห่วยมากขึ้นไปอีก   เมื่อตอนเขามีอาการเหนื่อยล้า),  “From hand to hand”  (จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งและอีกคนหนึ่ง)  -  The box of candy was passed from hand to hand.  (กล่องลูกอมถูกส่งจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง  และอีกคนหนึ่งจนทั่วถึง),   “Fall from grace”  (กลับไปมีนิสัยเลวเหมือนเดิมอีก, ทำสิ่งเลวๆอีกครั้ง)  -  The boy fell from grace when he lied.   (เด็กคนนั้นทำในสิ่งที่ไม่ดี  เมื่อเขาโกหก),   “From pillar to post”  (จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง  หลายๆครั้ง  แบบระเหเร่ร่อน  -  เปรียบเหมือนนกเกาะเสาต้นหนึ่ง  แล้วโผไปอีกต้นหนึ่ง)  -  Jim’s father changed jobs several times a year, and the family was moved from pillar to post  (พ่อของจิมเปลี่ยนงานหลายครั้งในแต่ละปี  และครอบครัวต้องย้ายบ้านหลายครั้งหลายหน),  “From scratch”  (จากศูนย์, จากไม่มีอะไรเลย, จากมือเปล่า)  -  Tom started his business from scratch.  (ทอมเริ่มต้นธุรกิจของเขาจากที่ไม่มีอะไรเลย  -  หรือจากศูนย์),  “From across the world”  (จากทั่วโลก),  “From door to door”  (จากบ้านหนึ่งไปยังอีกบ้านหนึ่ง)  -  She sells face cream from door to door.  (เธอขายครีมทาหน้าจากบ้านหลังหนึ่ง  สู่บ้านอีกหลังหนึ่ง  และอีกหลังหนึ่ง),   “From head to foot”  (จากหัวถึงเท้า,  อย่างพินิจพิเคราะห์, อย่างรอบคอบ)  -  The stranger looked the boy over from head to foot.  (คนแปลกหน้ามองเด็กคนนั้นอย่างรอบคอบ-ระมัดระวัง),   “From end to end”  (ทั่วทั้งบริเวณ)  -  The dog sniffed the yard from end to end in search of a bone  (หมาสูดดมสนามทั่วทั้งบริเวณ  เพื่อค้นหากระดูก),   “From top to bottom”  (จากบนถึงล่าง, ทั่วทั้งหมด)  -  This new car has been redesigned from top to bottom.  (รถใหม่คันนี้ถูกเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งคัน),   เป็นต้น

 

19. I don’t mind _______________________ to bed early, but I don’t like to get up early.

(ผมไม่รังเกียจ _______________________ นอนแต่หัวค่ำ  แต่ผมไม่ชอบตื่นแต่เช้าตรู่)

(a) go

(b) to go

(c) going    (ไป, เข้า)

(d) gone

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Mind + Verb + ing” สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Gerund”  (Verb + ing)  ดูจากประโยคข้างล่าง

                                      ตัวอย่างที่  

  • He keeps ____________________________________ the most outrageous things.

(เขา ___________________ ไม่หยุด (ต่อไปเรื่อยๆ) ในสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เจ็บแค้นใจ (หรือ เกะกะระราน, รุนแรง) มากที่สุด)

(a) to say

(b) say

(c) saying    (พูด)

(d) having said

ตอบ   -   ข้อ   (c)  กริยา  “Keep” =  (.........ต่อไปเรื่อยๆ, ไม่ยอมหยุด)  ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  เช่น  (Keep walking  (เดินต่อไปเรื่อยๆ),  Keep reading  (อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ),  Keep talking  (คุยไปเรื่อย  ไม่ยอมหยุด)

                                     ตัวอย่างที่  

  • Instead of playing as a small boy, he enjoyed nothing _______ the farm machines.

(แทนที่จะเล่นเหมือนเด็กเล็กๆ  เขามิได้สนุกเพลิดเพลินกับอะไร ___ เครื่องจักรกลในไร่นา)

(a) more to fix

(b) more than fix

(c) more than fixing    (มากไปกว่าการซ่อมแซม)

(d) more than having fixed

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   {Enjoy + (nothing more than) + Verb + ing  (Fixing)}

                                       ตัวอย่างที่  

  • I can’t help _____________________________________ him in spite of his faults.

(ผมอดไม่ได้ที่จะ ________________________________ เขา  ทั้งๆที่เขามีข้อผิดพลาด)

(a) admire

(b) admired

(c) admiring   (ยกย่อง, ชื่นชม)

(d) to admire

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Can’t help + Verb + ing” สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  ได้แก่  “Feel like”  (อยาก, ต้องการ)“Avoid”  (หลีกเลี่ยง),  “Consider” (พิจารณา),  “Suggest”  (แนะนำ),  “Enjoy” (สนุกสนาน),  “Finish”  (ทำเสร็จ),  “Keep  หรือ  Keep on”  (ทำต่อไป),  “Go on”  (ทำต่อไป),  “Insist on”  (ยืนกราน),  “Object to”  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย),  “Put off”  (เลื่อน, ผัดไป),  “Be opposed to”  (คัดค้าน)“  Appreciate”  (ยกย่อง, เห็นคุณค่า),  “Allow” (อนุญาต), “Permit” (อนุญาต), “Postpone”  (เลื่อนออกไป), Practice”  (ฝึกหัด, ฝึกซ้อม),  “Prohibit”  (ห้าม),   Mind”  (รังเกียจ), “Deny” (ปฏิเสธ),  “Resist”  (ยับยั้ง, ระงับ),  “Recall”  (นึกได้, ระลึกได้)“Resent”  (ไม่ชอบ, ไม่พอใจ),  “Cannot stand”  (ทนไม่ได้)“Admit” (ยอมรับ),  “Delay” (ประวิงเวลา),  “Confess”  (สารภาพ)“Imagine”  (นึกคิด, จินตนาการ)“Cannot help”  (อดไม่ได้, ช่วยไม่ได้),  “Excuse”  (ให้อภัย),  “Forgive”  (ให้อภัย),  “Dislike”  (ไม่ชอบ),  “Miss”  (พลาดโอกาส)“Discuss”  (ประชุมปรึกษาหารือ, อภิปราย, สาธยาย)    ตัวอย่างประโยค   เช่น

  • She enjoys reading novels.   

(เธอสนุกสนานกับการอ่านนิยาย)

  • I cannot stand listening to his complaints any more.   

(ผมทนการฟังข้อร้องเรียนของเขาไม่ไหวต่อไปอีกแล้ว)

  • We could not avoid meeting him.    

(เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบกับเขา)

  • They enjoyed listening to music.   

(พวกเขาสนุกกับการฟังดนตรี)

  • She dislikes talking a lot.  

(เธอไม่ชอบการพูดมาก)

  • Jim finished writing a report last night.  

(จิมเสร็จสิ้นการเขียนรายงานเมื่อคืนที่ผ่านมา)

  • The man admitted taking the bicycle.  

(นายคนนั้นยอมรับว่าเอารถจักรยานไป)

  • She is sorry that she missed meeting you.  

(เธอเสียใจว่าเธอพลาดโอกาสการได้พบคุณ)

  • They practice speaking French every day.   

(พวกเขาฝึกซ้อมการพูดภาษาฝรั่งเศสทุกวัน)

  • We consider buying a new home.  

(เราพิจารณาจะซื้อบ้านหลังใหม่)

  • They allow smoking in this room.  

(เขาอนุญาตให้สูบบุหรี่ในห้องนี้ได้)

  • Do you mind opening the window?  

(คุณรังเกียจที่จะเปิดหน้าต่างไหมครับ)

  • The teacher suggested working harder.

(ครูแนะนำ (นักเรียน) ให้ขยันมากขึ้น)

                                          สำหรับคำคุณศัพท์และวลีที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  ดูจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • Victor’s car was too badly damaged to be worth _______________________.

(รถยนต์ของวิคเตอร์ได้รับความเสียหายมากจนเกินกว่าที่จะคุ้มค่า _______________ )

(a) repaired

(b) repair

(c) to repair

(d) repairing    (การซ่อมแซม)

(e) to be repaired

ตอบ  -  ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “To be worth  (คุ้มค่า, ควรค่า) + Verb + ing”  ทั้งนี้   มีคำคุณศัพท์  ๒  ตัว  ที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  คือ  “Worth”  (คุ้มค่า, ควรค่า)  และ  “Busy” (ยุ่งอยู่กับ)   ดังประโยคข้างล่าง

  • She was busy reading in the library. 

(เธอยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือในห้องสมุด)

  • They are busy preparing for the party.

(พวกเขายุ่งอยู่กับการเตรียมงานเลี้ยง)

  • Lots of things in this shop are worth buying.

(หลายสิ่งในร้านนี้ควรค่า (คุ้มค่า) ต่อการซื้อ)

  • These newspapers are not worth reading.

(หนังสือพิมพ์เหล่านี้ไม่ควรค่าต่อการอ่าน)

                                      นอกจากนั้น  ยังมีอีก  ๒  วลี ที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  คือ  “It is no good”  (ไม่ดีที่จะ)  และ  “It is no use”  (ไม่มีประโยชน์ที่จะ)   เช่น

  • It’s no good crying like a baby.

(ไม่ดีเลยที่จะร้องไห้เหมือนเด็ก)

  • It’s no use talking to him.

(ไม่มีประโยชน์ที่จะคุยกับเขา)

 

20. Since the weather was bad, _____________________________________ people came.

(เพราะว่าอากาศเลว  ผู้คน ______________ มา)  (ดูการแข่งขัน, เที่ยวในงานแสดงสินค้า ฯลฯ)

(a) little     (น้อยมาก  จนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)

(b) a little    (น้อย  แต่พอมีอยู่บ้าง)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)

(c) few    (น้อยมาก  จนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)

(d) a few    (น้อย  แต่พอมีอยู่บ้าง)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากข้อความในประโยคเป็น  “ลบ”  (อากาศเลว)  คนจึงมากันน้อยมาก  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                       ตัวอย่างที่  

  • There are _________________________ apples left.  Let’s have them for dessert.

(มีแอบเปิ้ลเหลืออยู่ _______________________ พวกเรามากินมันเป็นของหวานกันเถอะ)

(a) little    (น้อย)  (จนแทบไม่มีเลย – ความหมายเป็นไปในทางลบ)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ)

(b) a little    (น้อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง – ความหมายเป็นไปในทางบวก)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ)

(c) few   (น้อย)  (จนแทบไม่มีเลย – ความหมายเป็นไปในทางลบ)  (ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์)

(d) a few    (น้อย, เล็กน้อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง –  ความหมายเป็นไปในทางบวก)  (ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์)

(e) the few    (น้อย  ใช้แสดงการเน้นจำนวนที่เหลือจากจำนวนทั้งหมดที่ได้กล่าวไปแล้ว)  (ใช้กับคำนามพหูพจน์)

(f) very few    (น้อยมากๆ)  (ใช้กับคำนามพหูพจน์)

ตอบ  -  ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องการบอกว่า  “มีแอบเปิ้ลเหลืออยู่บ้าง  จึงชวนกันกินเป็นของหวาน”  ดังนั้น การจะเลือกข้อใด  จึงต้องดูว่าใช้ขยายคำนามนับได้ (พหูพจน์) (ใช้  “Few”หรือ “A few”)  หรือนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  (ใช้ “Little” หรือ  “A little”)  และดูด้วยว่า  “มีน้อยมาก”  (ใช้ “Few” หรือ “Little” )  หรือ  “พอมีอยู่บ้าง”  (ใช้ “A few” หรือ  “A little”)   ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • She has a few friends at school, so she is not lonely.

(เธอมีเพื่อนอยู่บ้างที่โรงเรียน  ดังนั้น  เธอจึงไม่เหงา)

  • She has few friends at school, so she is very lonely.

(เธอมีเพื่อนน้อยมากที่โรงเรียน  ดังนั้น  เธอจึงเหงามาก)

  • I have a little money, so I’ll buy you some coffee.

(ผมพอมีเงินอยู่บ้าง  ดังนั้น  ผมจะเลี้ยงกาแฟคุณ)

  • I have little money, so I can’t lend you some.

(ผมมีเงินน้อยมาก  ดังนั้น  ผมไม่สามารถให้คุณยืมได้)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้