หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 323)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. It is thought that Thai people have rapidly changed because Western influence and economic problems have made them __________________ their religion.

(คิดกันว่าคนไทยได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  เพราะว่าอิทธิพลตะวันตกและปัญหาเศรษฐกิจได้ทำให้พวกเขา _________________ ศาสนาของตน)

(a) neglected

(b) to neglect

(c) neglecting

(d) neglect   (ไม่สนใจ, ไม่เอาใจใส่, ละเลย, ทอดทิ้ง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ตามโครงสร้าง  “Subject + Make + กรรม + Verb 1”  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกันจากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • It makes you _________________________________ with delight to think of that.

(มันทำให้คุณ ___________________________ ด้วยความปลาบปลื้มเมื่อคิดถึงเรื่องนั้น)

(a) to laugh

(b) laughed

(c) laughing

(d) laugh    (หัวเราะ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจาก  “Subject + Make + กรรม + Verb 1” 

                                     ตัวอย่างที่ 

  • She made her guests ______________________________________________.

(เธอทำให้แขกของเธอ __________________________________________________ )

(a) laugh    (หัวเราะ)

(b) laughed

(c) laughing

(d) to laugh

ตอบ   –   ข้อ   (a)  เนื่องจากอยู่ในรูป  “Subject + Make + กรรม  + Infinitive without to (Verb 1)

                                      ตัวอย่างที่ 

  • Professor Collins __________________________________________ about him.

(อาจารย์คอลลินส์ __________________________________________ เกี่ยวกับตัวเขา)

(a) heard the students to talk

(b) heard the talk by the students

(c) heard the students’ talking

(d) heard the students talk    (ได้ยินนักเรียนพูดคุย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ดูเพิ่มเติมการใช้คำกริยาประเภทเดียวกับ  “Hear”  จากประโยคข้างล่าง

                                    ตัวอย่างที่ 

  • We begged him to let us _____________________________ through the telescope.

(เราขอร้องเขาให้อนุญาตให้เรา ____________ ผ่านกล้องโทรทัศน์ (กล้องส่องทางไกล) ตัวนั้น)

(a) look    (มอง, ดู)

(b) to look

(c) looking

(d) looked

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจาก  “Let + กรรม + Verb 1  ดูเพิ่มเติมกลุ่มคำกริยาที่ตามด้วยกรรม  และ  “Infinitive without to” (Verb 1)  จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                    ตัวอย่างที่ 

  • What she saw made her __________________________________________ pale.

(สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอ _________________________________________ หน้าซีดเผือด)

(a) turn    (กลายเป็น)

(b) turning

(c) to turn

(d) turned

ตอบ   -   ข้อ  (a)  เนื่องจาก “Make +กรรม + Verb 1

                                     ตัวอย่างที่ 

  • The manager let everyone ______________ the office early to attend the convention.

(ผู้จัดการปล่อย (ยอม) ให้ทุกคน____________ สำนักงานแต่เนิ่นๆเพื่อไปเข้าร่วมการประชุม)

(a) to leave

(b) leaves

 (c) left

(d) leave    (ออกจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากหลังกรรมของ  “Make, Let, Have (ใช้), See, Hear, Feel”  ต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to”  คือ กริยาช่องที่ ที่ไม่มี  “To” นำหน้า (Verb 1)  ดังตัวอย่างประโยค  เช่น

  • She lets them play in the field.

(เธอปล่อยให้พวกเขาเล่นในสนาม)

  • We made them laugh.

(เราทำให้พวกเขาหัวเราะ)

  • I heard her sing.

(ผมได้ยินเธอร้องเพลง)

  • He saw her walk in the street.

(เขาเห็นเธอเดินในถนน)

  • She had them clean her room.

(เธอให้พวกเขาทำความสะอาดห้อง)

 

2. The man always devotes his life to helping underprivileged people.  The work __________ by him seems incredible to most people.

(ชายคนนั้นอุทิศชีวิตของเขาเสมอ  เพื่อช่วยเหลือคนด้อยโอกาส  งาน _______________ โดยเขาดูเหมือนเหลือเชื่อสำหรับคนส่วนใหญ่)

(a) does

(b) did

(c) done    (ถูกทำ)

(d) doing

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากลดรูปมาจาก  “The work which is (was) done by him….......….

 

3. He didn’t report the incident to his boss since he probably thought ________________ not his responsibility.

(เขามิได้รายงานเหตุการณ์ให้เจ้านายทราบ  เพราะบางทีเขาอาจจะคิด (ว่า) ______________ มิใช่ความรับผิดชอบของเขา)

(a) it to report was

(b) being reported it

(c) reporting it was    (การรายงานมัน)

(d) to have it reported

ตอบ   -  ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นประธาน (Reporting)  (โดยมี  “It”  เป็นส่วนขยายประธาน)  และกริยา  (Was)  ของอนุประโยคแบบ  “Noun clause”  (…..thought (that) reporting it was not his responsibility)  ซ้อนอยู่ในอนุประโยค  “Since he probably thought (that) reporting it was not his responsibility”  อีกทีหนึ่ง  สำหรับข้อความที่เหลือเป็นประโยคใหญ่  (Main clause)

 

4. As usual, after you _________________ by the customs officers, your luggage will be passed through an X-ray machine.

(ตามปกติ  หลังจากคุณ __________________ โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร  กระเป๋าเดินทางของคุณจะถูกส่งผ่านเครื่องเอกซเรย์)

(a) were being searched

(b) were searched

(c) had been searched

(d) have been searched    (ถูกค้นตัวแล้ว)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากประโยคนี้เป็นข้อเท็จจริง  (Fact)  จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  จึงใช้รูป  “Present perfect tense”  ในแบบ  “Passive voice”  (Have been searched)  เพื่อให้สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่ที่อยู่ในรูป  “Future tense in passive voice”  คือ  “Will be passed

 

5. The prehistoric art of inscribing figures and designs on rock surfaces seems to have slowly disappeared with the advent of agriculture, which required a large amount of time and energy.

(ศิลปะยุคก่อนประวัติศาสตร์ในการแกะสลักรูปทรงและแบบต่างๆบนพื้นผิวหน้าของหิน  ดูเหมือนว่าค่อยๆหายไปอย่างช้าๆพร้อมกับ    การมาถึง-การปรากฏขึ้น-การกำเนิด    ของเกษตรกรรม  ซึ่งต้องใช้เวลาและพลังงานอย่างมากมาย)  (หมายถึง  เกษตรกรรมทำให้คนยุคนั้นไม่มีเวลาให้กับการแกะสลักอีกต่อไป)

(a) financing    (การสนับสนุนทางการเงิน)

(b) adventure    (การผจญภัย, การเสี่ยงภัย, อันตรายที่คาดไม่ถึง, ความตื่นเต้น, ประสบ การณ์ที่ตื่นเต้น)

(c) turmoil    (ความปั่นป่วน, ความวุ่นวาย, ความโกลาหล, ความไม่สงบ, การจลาจล)

(d) bounty    (เบ๊าน-ที่)  (รางวัล, ของขวัญ, เงินสงเคราะห์, สิ่งที่มอบให้, ความใจบุญ, ความอารี)

(e) coming; appearance    (การมาถึง-การเกิดขึ้น; การปรากฏขึ้น)

 

6. At the zenith (ซี้-นิธ) of her career in the 1930’s, Dorothy Thomson was one of the best known journalists in the United States.

(ที่    จุดสุดยอด-จุดสูงสุด    ของอาชีพของเธอในทศวรรษ  ๑๙๓๐  โดโรธี ทอมสัน  เป็นหนึ่งในบรรดานักหนังสือพิมพ์ที่รู้จักกันดีที่สุดในสหรัฐฯ)

(a) outset    (การเริ่มต้น)

(b) termination    (การสิ้นสุด, การยุติ, การจบลง, การทำให้สิ้นสุด-ยุติ)

(c) decline    (การเสื่อมถอย, การลดลง, การล่มสลาย, การปฏิเสธ)

(d) pinnacle    (ยอด, จุดสุดยอด, ขีดสุด, ยอดเจดีย์ ภูเขา ตึก หอ และอื่นๆ, ส่วนที่เป็นยอดแหลม)

(e) rebellion    (ริ-เบ๊ล-เยิ่น)  (การกบฏ, การก่อการกบฏ, การจลาจล, การก่อการจลาจล)

 

7. The Gettysburg Address, Abraham Lincoln’s famous speech, concisely expressed many of the ideals and principles of democracy.

(สุนทรพจน์เกตตีสเบิร์ก  ซึ่งเป็นสุนทรพจน์ที่มีชื่อเสียงของอับราฮัม ลิงคอล์น  ได้กล่าว    อย่างสั้นๆ    ถึงอุดมการณ์และหลักการของประชาธิปไตยอย่างมากมาย)

(a) profoundly    (อย่างลึกซึ้ง, อย่างลึกล้ำ, อย่างสุดซึ้ง, อย่างแน่นแฟ้น, อย่างถ้วนทั่ว)

(b) superficially    (อย่างผิวเผิน, อย่างตื้นๆ, อย่างไม่ลึกซึ้ง, อย่างไม่สำคัญ, อย่างใกล้ผิวหน้า-อยู่ผิวนอก)

(c) succinctly    (ซัค-ซิ้งค); briefly    (อย่างสั้นๆ)

(d) freely    (อย่างอิสระ, อย่างเสรี)

(e) amply    (อย่างมากมาย)   (มาจาก  “ample” = มากมาย, อุดมสมบูรณ์)

 

8. They got accustomed _____________________________________________ overtime.

(พวกเขาคุ้นเคย-เคยชิน ___________________________________________ ล่วงเวลา)

(a) to work

(b) to working    (กับการทำงาน)

(c) in working

(d) at working

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากหลัง  “Get (Be) accustomed to”  (คุ้นเคย, เคยชิน)  ต้องตามด้วยคำนาม หรือ  “Gerund”  (Verb + ing)   เช่น

  • We get (are) accustomed to getting up early.

(เราคุ้นเคย-เคยชินกับการตื่นแต่เช้าตรู่)  (ในปัจจุบัน)

  • They got (were) accustomed to studying late at night when they were young.

(พวกเขาคุ้นเคย-เคยชินกับการอ่านหนังสือจนดึก  เมื่อตอนพวกเขาเป็นเด็ก)  (ในอดีต)

  • Tourists get (are) used to hot weather in Thailand soon.

(นักท่องเที่ยวคุ้นเคย-เคยชินกับอากาศร้อนในประเทศไทยในไม่ช้า)  (ในปัจจุบัน)

  • Most Thai people get (are) used to eating spicy food.

(คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคย-เคยชินกับการกินอาหารรสจัด)  (ในปัจจุบัน)

  • She got (was) used to cooking her own meal when she was in college.

(เธอคุ้นเคย-เคยชินกับการปรุงอาหารกินเอง  เมื่อตอนเธอเรียนมหาวิทยาลัย)  (ในอดีต)

 

9. Many homes ____________________ since the great deluge, but many are still damaged.

(บ้านจำนวนมาก __________________ ตั้งแต่น้ำท่วมครั้งใหญ่  แต่อีกหลายหลังยังคงได้รับความเสียหาย)  (คือ  ยังมิได้ซ่อมแซม)

(a) were damaged    (ได้รับความเสียหาย)

(b) were being damaged    (กำลังได้รับความเสียหาย)

(c) have been repaired    (ได้รับการซ่อมแซมแล้ว)  (เป็น  “Passive voice”)

(d) have repaired    (ซ่อมแซมแล้ว)  (ใช้ไม่ได้เพราะอยู่ในรูป  “Active voice”)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3} หรือ  {Subject + Has (Have) + Been + Verb 3} (เมื่อเป็น “Passive voice” ) กับวลีหรืออนุประโยคที่นำหน้าด้วย  “Since”  (ตั้งแต่)  จากประโยคข้างล่าง

                                   ตัวอย่างที่ 

  • The situation has become terrible.  The water ________________ since the company ____________ the industrial waste.  

(สถานการณ์เลวร้าย  น้ำ ________________ ตั้งแต่บริษัท _______________ ของเสียจากอุตสาหกรรม)  (น้ำเกิดปนเปื้อน  ตั้งแต่บริษัทปล่อยของเสียจากอุตสาหกรรมลงไป)

(a) has been polluted __________ discharged    (ได้เกิดมลภาวะ ................ ......... ปล่อย)

(b) was polluted __________ discharges

(c) was polluted __________ discharged

(d) has been polluted ___________ has been discharged

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากใช้รูป  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3   เมื่อเป็น  Active voice   และใช้  Subject + Has (Have) + Been + Verb 3  (Has been polluted)    เมื่อเป็น   Passive voice}  ในประโยคใหญ่   และรูป  “Past simple tense”  (Subject + Verb 2  -  Discharged)  ในประโยคย่อย  เพื่อจะบอกว่า  เหตุการณ์ในประโยคใหญ่เกิดในอดีต  (ตั้งแต่บริษัทปล่อยของเสีย)  และดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน  ขณะที่พูด  ดูคำ อธิบายกรณีนี้เพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                     เราใช้  “Present perfect tense”  กับการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต  และยังคงดำเนินหรือมีผลต่อมาจนถึงปัจจุบัน  และคาดว่าเหตุการณ์นั้นยังจะปรากฏในอนาคตอีก  สังเกตจาก For = เป็นเวลา,  Since =  ตั้งแต่,  Up to now, up to the present time, up until now =  จนถึงบัดนี้,  So far =  เท่าที่ผ่านมา

  • I haven’t seen my old friends at the college for ages.

(ผมไม่ได้พบเพื่อนเก่าที่มหาวิทยาลัยมานานแสนนานแล้ว)

  • She has lived here for 10 years.

(เธออาศัยอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • He has been in Chicago since last week.

(เขาอยู่ในชิคาโกตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • We have lived in Bangkok since we were young.

(เราอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ตั้งแต่เรายังเด็ก)  (ปัจจุบันก็ยังอยู่)

  • They have played football since they studied in college.

(พวกเขาเล่นฟุตบอล ตั้งแต่พวกเขาเรียนมหาวิทยาลัย)  (ปัจจุบันก็ยังเล่นอยู่)

  • So far, you have not done your best. (You have not done your best so far.)

(เท่าที่ผ่านๆมา  คุณยังไม่ได้ทำดีที่สุดเลย)

  • I have sent him only one letter up to now.

(ผมส่งจดหมายให้เขาเพียงฉบับเดียว  จนถึงบัดนี้)

 

10. I have asked around but no one seems to know ________________ the ferry leaves for Vancouver Island.

(ผมถามเขาไปทั่ว  แต่ดูเหมือนว่าไม่มีใครรู้ว่า _________________ (ที่) เรือข้ามฟากออกเดินทางไปเกาะแวนคูเวอร์)

(a) how long    (นานเท่าใด)

(b) how often    (บ่อยเท่าใด(คือ  วันละกี่เที่ยว)

(c) how far    (ไกลเท่าใด)

(d) how much    (มากเท่าใด)

 

11. I’m going to the hairdresser’s to ____________________________________________.

(ฉันจะไปที่ร้านทำผมเพื่อ ________________________________________________)

(a) have my hair cut    (ตัดผม)  (หมายถึง  ให้ช่างตัดให้)

(b) cut my hair

(c) have cut my hair

(d) cut me my hair

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากอยู่ในรูป  “Causative use”  (ใครใช้ให้ใครทำอะไร  หรือ  ใครใช้ให้อะไรถูกทำโดยใคร)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างนี้จากประโยคข้างล่าง

                                    ตัวอย่างที่ 

  • He had his letter __________________________________ before he left the office.

(เขาให้จดหมาย _________________ ก่อนที่เขาจะออกจากสำนักงาน)  (คือ  เขาสั่งให้ (เลขาฯ) พิมพ์จดหมาย  ก่อนออกจากสำนักงาน)

(a) typing

(b) to be typed

(c) typed    (ถูกพิมพ์)

(d) being typed

(e) to type

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้าง  “Causative use”  {Subject + Have (Get) + กรรม + Verb 3}  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                   ตัวอย่างที่ 

  • Paul worked all night so that he could ______________________________ in time.

(พอลทำงานตลอดทั้งคืน  เพื่อที่ว่าเขาจะได้สามารถ ______________________ ทันเวลา)

(a) get the job done    (ทำงานได้เสร็จ)

(b) get the job to do

(c) got the job done

(d) got the job to do

ตอบ   -   ข้อ   (a)  เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Causative use”  คือ  “Subject + Get (Have) + Something + Done + (By someone)”  {ให้อะไรถูกทำ (โดยใคร)}  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                    ตัวอย่างที่ 

  • After the car accident, Jenny decided to __________________ by a famous plastic surgeon suggested to her by a close friend.

(หลังจากอุบัติเหตุทางรถยนต์  เจนนี่ตัดสินใจที่จะ __________________ โดยศัลยแพทย์พลาสติกที่มีชื่อเสียง  ซึ่งได้รับการแนะนำกับเธอ  โดยเพื่อนที่ใกล้ชิดคนหนึ่ง)

(a) have her nose to reshape

(b) have her nose reshape

(c) have reshaped her nose

(d) have her nose reshaped    (แปลงโฉมจมูกของเธอ)  (โดยให้หมอทำให้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Causative use

                                   ตัวอย่างที่ 

  • What would you ________________________________________ me do for you?

(คุณจะ ____________________________________________ ให้ผมทำอะไรให้คุณครับ)

(a) want

(b) hope

(c) wish

(d) have

ตอบ   -   ข้อ    (d)  เนื่องจากเป็น  “Causative use”  (ประธานฯ ใช้ให้ใครทำอะไร)  (Subject + Have + Someone + Do + Something)  สำหรับ  “Want”  และ “Wish” จะต้องใช้โครงสร้างเป็น  “What would you want (wish) me to do?

                                     ตัวอย่างที่ 

  • Today if I finish my shopping early enough, I may go and ___________________.

(วันนี้  ถ้าผมไปช้อปปิ้งเสร็จแต่เนิ่นๆ พอ  ผมอาจจะไป (และ) _____________________)

(a) to have my hair done

(b) have my hair do

(c) have my hair done    (ทำผม)  (ให้ช่างทำผม)

(d) will have my hair done

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ต้องใช้  “Have”  เพราะถือว่าอยู่หลัง  “May”  เหมือนกับ “Go”  และดูคำอธิบายการใช้   “I have my hair done.”  จากประโยคข้างล่าง

                                    ตัวอย่างที่ 

  • He had the cook ______________________________________________ some tea.

(เขาใช้ให้พ่อครัว _______________________________________________ น้ำชา)

(a) make     (ชง)

(b) making

(c) made

(d) did

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Have + Someone + Do + Something

                                      ตัวอย่างที่  

  • Please have the porter __________________________ these boxes up to my room.

(โปรดให้พนักงานแบกของ ___________________ ลังเหล่านี้ขึ้นไปบนห้องของผมด้วย)

(a) to carry

(b) carrying

(c) carried

(d) carry    (ยก, แบก, ถือ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Causative use” {Subject + Have (Has) + Someone + Do + Something}  คือ  {ประธานฯใช้ให้ใครทำอะไร}

                                       ตัวอย่างที่  

  • What would you have me ____________________________________________?

(คุณจะให้ผม _________________________________________________ อะไรครับ)

(a) mend    (ซ่อม)

(b) mending

(c) mended

(d) to mend

ตอบ   -    ข้อ   (a)  เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างของ  “Causative use” {Subject + Has (Have) + Someone + Do (Verb 1) + Something} (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง)  โดยแบ่งออกเป็นโครงสร้างแบบ  “Active voice”  และ “Passive voice

                                     สำหรับการใช้โครงสร้าง  “Causative use”  ในแบบ “Active voice”  คือ  “Subject + have + someone + do  (กริยาอะไรก็ได้ช่องที่ ๑) + something”  หรือ  (= Subject + get +  someone + to do  (กริยาอะไรก็ได้  แต่ต้องมี  “To” นำหน้า) + something) (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง)  มีดังนี้ คือ

1. Subject + have + someone + do + something  (กรรมของ  Verb “Do”)

2. Subject + get + someone + to do + something  (กรรมของ Verb Do”)

(ประธาน  +  ใช้ให้  +   ใครบางคน  +   ทำ (กริยาอะไรก็ได้)  +  บางสิ่งบางอย่าง)

                                    ทั้ง  ๒  โครงสร้างข้างบน   ถือว่าอยู่ในรูปของ  “Active voice”  เนื่องจากประธานเป็นผู้ใช้ให้ใครบางคนไปทำอะไรบางอย่าง   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • He had the doctor examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • He got the doctor to examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • She has her maid wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • She gets her maid to wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • We had our neighbors clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We got our neighbors to clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

                                      อย่างไรก็ตาม  ถ้าต้องการใช้ในรูป  “Passive voice”  คือ {Subject + have (get) + something + done + (by someone)} {(ประธาน  ใช้ให้บางสิ่ง  ถูกกระทำ  (กริยาอะไรก็ได้ อยู่ในช่องที่ ๓)  +  (โดยบางคน)}  ในกรณีนี้   ทั้ง  “Have” และ  “Get”  ในโครงสร้างแบบนี้   จะใช้ในรูปประโยคที่เหมือนกันทุกประการ  ดังตัวอย่าง

  • He had his eyes examined (by the doctor).

(ถ้าแปลตรงๆ ตัว คือ  “เขาให้ตาถูกตรวจโดยหมอ” แต่ในภาษาไทยไม่นิยมพูดแบบนี้ โดยนิยมพูดแต่เพียงว่า  “เขาไปตรวจตา”)

  • He got his eyes examined (by the doctor).

(เขาไปตรวจตา)

  • She has her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

  • She gets her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

  • We had our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We got our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

  • He has his hair cut once a month.

(= He gets his hair cut one a month.)

(เขาตัดผมเดือนละ ๑ ครั้ง – คือไปให้ช่างตัดให้)

  • She has her room cleaned every day.

(= She gets her room cleaned every day.)

(เธอทำความสะอาดห้องทุกวัน – คือให้คนรับใช้ทำให้)

  • We had our car washed once a week last year.

(= We got our car washed once a week last year.)

(เราล้างรถอาทิตย์ละ ๑ ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว – คือให้อู่ล้างให้)

 

12. As part of their training, some artists reproduce famous paintings.

(ในฐานะส่วนหนึ่งของการฝึกฝน  ศิลปินบางคน    ลอก-จำลอง-ถอดแบบ-ทำสำเนา-พิมพ์ใหม่-สืบพันธุ์-แพร่พันธุ์    ภาพวาดที่มีชื่อเสียง)   (หมายถึง  ฝึกวาดภาพหรือลอกเลียน-ทำซ้ำ  ภาพที่มีชื่อเสียง)

(a) copy    (เลียนแบบ, จำลอง, ถ่ายสำเนา, สำเนา, เล่มคัดลอก, หนึ่งฉบับ, หนึ่งชุด)

(b) compare    (เปรียบเทียบ)

(c) investigate    (สืบสวน, สอบสวน)

(d) pacify    (แพส-ซิ-ไฟ)  (ปลอบ, ปลอบโยน, ปลอบขวัญ, เอาใจ, ทำให้สงบ, ทำให้เงียบ)

(e) ejaculated    (หลั่งน้ำกามออกมา, ร้องอุทาน, ปล่อยออกมาอย่างกะทันหันและรวดเร็ว, พูดออกมาอย่างกะทันหันและสั้นๆ)

 

13. The usefulness of silver in such different fields as photography and solar energy makes it a practical as well as a precious (เพร้ช-เชิส) metal.  

(ประโยชน์ของ (ธาตุ) เงินในหลากหลายสาขา  เช่น  การถ่ายภาพและพลังงานแสงอาทิตย์  ทำให้มันเป็นโลหะที่มีประโยชน์ (ใช้งานได้) และ     มีค่า-ล้ำค่า-สำคัญมาก-เป็นที่รัก)

(a) an attractive    (มีเสน่ห์, ดึงดูดใจ)

(b) a flexible    (ยืดหยุ่น, งอได้, เปลี่ยนแปลงได้, แก้ได้, ดิ้นได้, ละมุนละไม, คล่อง, พลิกแพลงได้)

(c) a valuable    (มีค่า, มีคุณค่า, มีราคา, มีค่าเป็นเงินมาก, มีความสำคัญมาก, มีประโยชน์มาก)

(d) a glossy    (เป็นเงามัน, เป็นเงา, วาว, ที่ดูน่าสนใจ (แบบฉาบฉวย), ดูเหมือนว่าถูกต้องแต่ความจริงไม่ใช่)

(e) ambivalent   (๒ จิต ๒ ใจ, ยังไม่ตกลงใจ, ขัดแย้งในตนเอง, มีความรู้สึกทั้งเชิงบวกและลบต่อบุคคลและสิ่งของ, จิตใจโลเล, เปลี่ยนใจกลับไปกลับมา)

 

14. Polar bears are well equipped for life in the perpetual ice and snow of the far north.  

(หมีขั้วโลกมีการเตรียมพร้อมอย่างดีสำหรับชีวิตในน้ำแข็งและหิมะ (ที่มีอยู่)     ถาวร-ตลอดฤดู-ตลอดปี-ตลอดไป-ตลอดกาล-ต่อเนื่อง     ของซีกโลกทางเหนือที่อยู่ห่างไกล)  (คือ  แถบอาร์คติค)

(a) freezing    (เย็นจัดจนเป็นน้ำแข็ง)

(b) melting    (หลอมละลาย)

(c) permanent    (ถาวร, ยาวนาน, ยืนยง, คงทน, (สี) ไม่ตก)

(d) ambiguous    (แอม-บิ๊ก-กิว-อัส)  (คลุมเครือ, กำกวม, มีหลายความหมาย, ยากที่จะเข้าใจ)

(e) laudable    (ล้อ-ดะ-เบิ้ล)  (น่าสรรเสริญ, น่ายกย่อง, น่าสดุดี)

 

15. In response to the rising problem of _________________ to do with millions of tons of plastic waste, the government is looking for an effective approach to recycle plastics.  

(เพื่อตอบสนองกับปัญหาที่เพิ่มขึ้นของ (ว่า) จะทำ _________________ กับขยะพลาสติกหลายล้านตัน  รัฐบาลกำลังมองหาวิธีการที่มีประสิทธิผลที่จะรีไซเคิลพลาสติก)

(a) how     (ไม่ใช้รูป  “How to do”)

(b) when

(c) which

(d) what    (อย่างไร, อะไร)

 

16. You are not allowed to go home till you _______________________________ your work.

(คุณไม่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน  จนกระทั่งคุณ _______________________ งานของคุณ)

(a) finished

(b) will finish

(c) have finished    (ได้ทำ  -  งาน  -  เสร็จแล้ว)

(d) will have finished    (จะได้ทำเสร็จแล้ว)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใช้   “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3} เพื่อจะบอกว่า  “ประธานฯได้ทำกริยาอย่างใดอย่างหนึ่งเสร็จสิ้นไปแล้ว”  ส่วนข้อ  (d)  ก็คล้ายๆกับ ข้อ  (c)  แต่ใช้บอกว่า  “เมื่อถึงเวลาหนึ่งในอนาคตตามที่ระบุไว้  ประธานฯจะได้ทำกริยาอย่างใดอย่างหนึ่งเสร็จสิ้นไปแล้ว”  แต่  “Future perfect tense”  {Subject + Will (Shall) + Have + Verb 3} นี้  จะไม่ใช้ตามหลังอนุประโยคที่นำด้วย   “Till, Until”   ดูเพิ่มเติม  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3}  (ได้ทำกริยาเสร็จสิ้นไปแล้ว)  จากประโยคข้างล่าง

                                      สำหรับกฎการใช้   “Present perfect tense”  ข้อหนึ่ง  คือ เพื่อบอกข้อความว่า “ทำแล้ว, ยังไม่ได้ทำ, ทำหรือยัง” มักมีคำว่า  “Already”   (ใช้กับประ โยคบอกเล่าและคำถาม)  และ “Yet”  (ใช้กับประโยคปฏิเสธและคำถาม) ทั้งนี้  อาจไม่ต้องมี  “Already” และ “Yet”  ก็ได้   เช่น

  • I have (already) eaten my dinner.

(ผมกินอาหารค่ำแล้ว)

  • She has not (yet) had her breakfast. (= She has not had her breakfast yet.) 

(เธอยังไม่ได้กินอาหารเช้าเลย)

  • Have you (already) done your homework?

(คุณทำการบ้านแล้วหรือยัง)

  • I’ve (already) answered that question.

(ผมได้ตอบคำถามนั้นแล้ว)

  • Have you (already) finished your report? (= Have you finished your report already?) 

(คุณทำรายงานเสร็จหรือยัง)

 

17. I really can’t go now.  I’ll have to go with you __________________________________.

(ผมไม่สามารถไปได้จริงๆขณะนี้  ผมจำเป็นจะต้องไปกับคุณ _______________________)

(a) the other day    (วันก่อน)  (เป็นอดีต)

(b) the next day    (วันถัดไป)  (ใช้กับประโยค  “Indirect speech”  แทน “Tomorrow”)  (เช่น “He said he would go the next day.”)

(c) some other day    (วันอื่นๆ ในอนาคต)

(d) any other day    (วันอื่นใดก็ตาม)

 

18. Today almost the whole population of Great Britain makes use _______________ the National Health Service.

(ปัจจุบัน   ประชากรของสหราชอาณาจักรเกือบทั้งหมด   ใช้ประโยชน์ _______________ หน่วยงาน  “บริการสุขภาพแห่งชาติ”)

(a) from

(b) on

(c) of    (ของ)

(d) in

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Make use of” =   “ใช้ประโยชน์, ใช้ประโยชน์ของ

 

19. Beethoven was famous especially _______ his piano playing, but he was also  a composer.

(บีโธเฟ่นมีชื่อเสียงเป็นพิเศษ _______________ การเล่นเปียโนของเขา  แต่เขาก็เป็นนักประพันธ์เพลงหรือดนตรีด้วย)

(a) in

(b) as

(c) for    (ในเรื่อง, ในด้าน, สำหรับ)

(d) by

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Famous for”  =   “มีชื่อเสียงในเรื่อง หรือในด้าน”  ส่วน   “Famous as”  =   “มีชื่อเสียงในฐานะ”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • Chiang Mai is famous for the hospitality of its people.

(เชียงใหม่มีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของผู้คน)

  • President Abraham Lincoln was famous for his integrity.

(ประธานาธิบดีอับราฮัม  ลิงคอล์น  มีชื่อเสียงในด้านความซื่อสัตย์สุจริตและคุณธรรม)

  • John is famous as a competent doctor.

(จอห์นมีชื่อเสียงในฐานะแพทย์ผู้มีความสามารถ)

  • Thailand is famous as a country of smiling people.

(ประเทศไทยมีชื่อเสียงในฐานะประเทศที่มีผู้คนยิ้มแย้ม)

  • Thailand is famous for its smiling people.     

(ประเทศไทยมีชื่อเสียงในเรื่องผู้คนยิ้มแย้ม)

 

20. Jenny looked _____________________________________________ at her husband.

(เจนนี่จ้องมองสามีของเธอ ______________________________________________)

(a) anger    (ความโกรธ)  (เป็นคำนาม)

(b) angry    (โกรธ)  (เป็นคำคุณศัพท์) 

(c) angrily    (อย่างโกรธเคือง)  (เป็นกริยาวิเศษณ์)

(d) anxious    (วิตกกังวล)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากขยายคำกริยา  (Looked)  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  Look at  หมายถึง  “จ้องมอง”   อย่างไรก็ตาม  เมื่อใช้   “Look”  (ไม่มี  “At” )  ในความหมาย   “มีลักษณะ, มีท่าทาง, มีอาการ”  (คือ Look  เป็น  Linking verb)   ต้องตามด้วยคำคุณศัพท์   เช่น

  • She looked angry this morning.

(เธอมีท่าทางโกรธเมื่อเช้านี้)

  • He looked sad after his wife’s death.

(เขามีอาการเศร้า  หลังจากภรรยาตาย)

  • The girls look very nice in those dresses.

(เด็กผู้หญิงพวกนั้นดู (มีท่าทาง) ดีมาก (สวยมาก) ในชุดที่สวมอยู่)

                                             สำหรับคำกริยาประเภทเดียวกับ   “Look” (Linking verb)  ดูจากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • Let us _________________________________________________ for a moment.

(พวกเราจง ______________________________________________ สักชั่วครู่ชั่วยาม)

(a) keep quietly

(b) be quite

(c) keep quietness

(d) keep quiet    (ไม่ปริปาก, เงียบเข้าไว้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “Keep + Adjective”  ดูเพิ่มเติมคำกริยาประเภทเดียวกับ  “Keep”  ในประโยคข้างล่าง

                                    ตัวอย่างที่  

  • I _______________________________________ about his ability to do the work.

(ผม _____________________________ เกี่ยวกับความสามารถของเขาในการทำงาน)

(a) feel doubt

(b) have doubtful

(c) am wondered

(d) feel doubtful    (รู้สึกไม่แน่ใจ-ไม่มั่นใจ-สงสัย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Feel + Adjective” สำหรับโครงสร้างอื่นๆ ที่สามารถใช้ได้เช่นกัน  ได้แก่  “I have (a) doubt about………”  (ผมมีข้อสงสัย-กังขา เกี่ยวกับ......)  และ  “I wonder about…………”  (ผมรู้สึกกังขา-สงสัย เกี่ยวกับ..........)  สำหรับกริยาตัวอื่นๆ ที่ใช้แบบเดียวกับ  “Feel”  ดูจากประโยคข้างล่าง

                                     ตัวอย่างที่  

  • Everything looks ____________________________________________________.

(ทุกสิ่งทุกอย่างมีลักษณะ _______________________________________________)

(a) differently

(b) different    (แตกต่าง  -  ไปจากเดิม)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) difference    (ความแตกต่าง)  (เป็นคำนาม)

(d) differ    (แตกต่าง)  (เป็นคำกริยา)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Look”  (ในที่นี้เป็น  “Linking Verb”  มีความหมายว่า  “มีลักษณะ, มีท่าทาง”)  ต้องตามด้วยคำคุณศัพท์  (Adjective)  มิใช่กริยาวิเศษณ์  (Adverb)

                                     ตัวอย่างที่  

  • One who does good feels ___________________________________________.

(บุคคลผู้ซึ่งทำดี  รู้สึก _________________________________________________)

(a) happily    (อย่างมีความสุข)  (เป็นกริยาวิเศษณ์)

(b) happy    (มีความสุข)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(c) happiness    (ความสุข)  (เป็นคำนาม)

(d) more happily

ตอบ  -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “Feel + Adjective”  เช่น  Happy, Quick, Slow, Careful)   มิใช่   “Adverb”   เช่น   Happily, Quickly, Slowly, Carefully)

                                    ตัวอย่างที่  

  • The air in that spot smells ____________________________________________.

(อากาศตรงบริเวณนั้นมีกลิ่น ____________________________________________)

(a) sweetness    (ความสดชื่น, ความหวาน, ความไพเราะ, ฯลฯ)  (เป็นคำนาม)

(b) sweetly    (เป็นกริยาวิเศษณ์)

(c) sweet    (สดชื่น, หวาน, มีรสหวาน, มีรสดี, สด, ไพเราะ, มีกลิ่นดี, หอม, น่าพอใจ, งดงาม)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(d) sweeten    (ทำให้หวาน-หอม-อ่อนนิ่ม-เป็นกรดน้อยลง, หวานขึ้น, หอมขึ้น, ไพเราะขึ้น, นิ่มนวลขึ้น, กลมกล่อมขึ้น)  (เป็นคำกริยา)

ตอบ    -    ข้อ   (c)   เนื่องจาก    “Smell + Adjective

                                      ตัวอย่างที่       {จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จากข้อ  (๑) – (๔)}

(1) When compared with its (2) graceful manner in the water, a penguin’s progress (3) on land seems (4) awkwardness.

(เมื่อเปรียบเทียบกับกริยาท่าทางที่งามสง่าของมันในน้ำ  การก้าวเดินไปข้างหน้าของนกเพนกวินบนบก  ดูเหมือนว่าจะงุ่มง่าม-เชื่องช้า-เก้งก้าง)

ตอบ   -   ข้อ  ๔   แก้เป็น   “Awkward”  เนื่องจาก  “Seem + Adjective

                                    ตัวอย่างที่  

  • I saw the coach on the field after the game, and he seemed _________________.

(ผมเห็นผู้ฝึกสอนที่สนามหลังการแข่งขัน  และเขาดูเหมือนว่า ____________________)

(a) real angry

(b) angrily

(c) anger

(d) angry    (โกรธ)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Seem + Adjective”  (หรืออาจตอบ  “really angry”  (โกรธอย่างแท้จริง)   ก็ได้)   เนื่องจากหลังกลุ่มคำกริยาต่อไปนี้  (Look, Feel,  Become,  Grow,  Get,  Seem,  Appear, Taste,  Prove,  Sound, Remain,  Turn)  แม้จะไม่ต้องมีกรรมมารับโดยตรง  แต่ก็ต้องอาศัยคำหรือกลุ่มคำอื่นมาช่วยขยายตามหลังมัน  เพื่อให้ได้ใจความชัดเจนขึ้น  คำที่มาขยายคำกริยาเหล่านี้มิได้เป็นกรรม  (Object)  แต่มาช่วยทำให้กริยามีความหมายดีขึ้น หรือทำให้ประธานของประโยคมีใจความสมบูรณ์  คำที่ตามหลังคำกริยาประเภทนี้   จะอยู่ในรูปคำ คุณศัพท์  (Adjective)  เท่านั้น    มิใช่คำกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ทั้งนี้  เราเรียกส่วนขยายคำกริยาพวกนี้ว่า “Subjective Complement”  หมายถึง  “ตัวขยายอกรรมกริยา  เพื่อให้ประธานของประโยคมีใจความสมบูรณ์”  และเรียกกริยาประเภทนี้ว่า  “Linking Verb”  คือช่วยเชื่อมระหว่าง ประธานของประโยค  และ ส่วนที่มาขยายคำกริยา  เพื่อทำให้ประโยคมีใจความสมบูรณ์    ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • She felt good after a long sleep.

(เธอรู้สึกสบายดีหลังจากนอนหลับยาว)

  • He looked happy when his friends came to see him.

(เขาดูท่าทีมีความสุข  เมื่อเพื่อนมาเยี่ยม)

  • The milk in that glass tasted sour.

(นมในแก้วใบนั้นมีรสเปรี้ยว)

  • They seem tired after a hard day’s work

(พวกเขาดูเหมือนเหนื่อย  หลังจากทำงานตรากตรำมาทั้งวัน)

สรุป   -    คำที่ตามหลังคำกริยาจำพวก  “Linking verb”  ได้แก่  Be (is, am, are, was, were)  (เป็น, อยู่, คือ),  Become,  Seem  (ดูเหมือนว่า),   Appear  (มีลักษณะท่าทาง),  Feel  (รู้สึก),  Get,  Grow, Keep,  Look  (มีท่าทาง),  Smell  (มีกลิ่น)Sound,  Taste  (มีรสชาติ)Turn  (กลายเป็น)   จะต้องเป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  เสมอ   เช่น

  • Tom became rich.   (ทอมร่ำรวยขึ้นมา)
  • Ann seems happy.   (แอนดูเหมือนว่าจะมีความสุข)
  • Jim felt cold.   (จิมรู้สึกหนาว)
  • He got/grew impatient.   (เขารู้สึกกระวนกระวาย)
  • The idea sounds interesting(ความคิดนี้ดูน่าสนใจ)
  • She looked calm(เธอมีอาการสงบ)
  • He turned pale.   (เขาตัวซีด หรือหน้าซีด)
  • The soup tasted sweet.   (ซุปมีรสหวาน)
  • She kept calm and said nothing.   (เธอนิ่งเงียบและไม่พูดอะไร)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้