หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 322)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. At times she feels a little better but then she becomes very weak again.

(เป็นครั้งคราว-เป็นบางโอกาส    เธอรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย  ต่อจากนั้นเธอก็จะอ่อนแออย่างมากอีก)

(a) on time    (ตรงเวลา)

(b) often    (บ่อยๆ)

(c) never    (ไม่เคย)

(d) occasionally    (เป็นบางโอกาส, เป็นครั้งคราว)

 

2. Don’t count on Tony to lend you any money because he has none.

(จงอย่า    พึ่งพาอาศัย    โทนี่ว่าจะให้คุณยืมเงินได้  เพราะว่าเขาไม่มีเงิน)

(a) like or appreciate    (ชอบ หรือยกย่องชื่นชม)

(b) suspect    (ระแวง, สงสัย)

(c) depend upon    (พึ่งพาอาศัย, ขึ้นอยู่กับ)

(d) encourage    (ให้กำลังใจ, กระตุ้น, ส่งเสริม)

 

3. We can’t seem to get rid of the mice in our apartment.

(เราดูเหมือนว่าไม่สามารถ    กำจัด-ทำให้หมดไป-ทำลาย-ฆ่า    หนูในอพาร์ตเมนต์ของเรา)

(a) look at    (จ้องมอง)

(b) admire    (ยกย่อง, ชื่นชม)

(c) keep    (เลี้ยง, เก็บ, รักษา)

(d) eliminate    (กำจัด, ขจัด, ทำลาย, คัดออก, ขับไล่, ขับออก, ลบทิ้ง)

 

4. It stands to reason that a person without experience cannot do the work as well as an experienced person.

(มันสมเหตุสมผล    ว่าบุคคลที่ไม่มีประสบการณ์  ไม่สามารถทำงานได้ดีเท่ากับคนที่มีประสบการณ์)

(a) It is difficult to understand    (มันเข้าใจยาก)

(b) It is foolish    (มันโง่)

(c) It is clear and logical; reasonable    (มันชัดเจนและเป็นไปตามหลักเหตุผล; สมเหตุสมผล)

(d) It is unreasonable    (มันไม่สมเหตุผล)

 

5. The factory was located on the outskirts of the city.

(โรงงานตั้งอยู่ที่    ชานเมือง-เขตรอบนอก-ขอบ-ริม    ของเมือง)  (หมายถึง  รอบๆนอกของเมือง  ซึ่งตรงข้ามกับใจกลางเมือง)

(a) center    (ศูนย์กลาง, ใจกลาง)

(b) back streets    (ถนนของเมืองสายเล็กๆ เก่าๆ ที่มีบ้านและร้านค้าขนาดเล็กตั้งอยู่)  (ตรงข้ามกับ “Main streets” ที่เป็นถนนสายหลักของเมือง ที่มีตึก ห้างสรรพสินค้า  และสำนักงานขนาดใหญ่-ทันสมัยตั้งอยู่)

(c) manufacturing district    (บริเวณที่มีการผลิตสินค้า)

(d) stock yards    (คอกปศุสัตว์ชั่วคราว)

(e) surrounding regions    (บริเวณที่อยู่โดยรอบ)

 

6. Freedom of speech is part and parcel of the liberty of a free man.

(เสรีภาพในการพูดเป็น    ส่วนที่จำเป็นและสำคัญ    ของเสรีภาพของบุคคลที่มีอิสรภาพ)

(a) integrity    (อิน-เท้ก-กริ-ที่)  (ความซื่อสัตย์, การยึดถือหลักคุณธรรม, ความสม บูรณ์, สภาพที่สมบูรณ์, ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน, ความมั่นคง)    

(b) adversity    (แอด-เว้อ-ซิ-ที่)  (เคราะห์ร้าย. ภัยพิบัติ, ความทุกข์ยากลำบาก)

(c) publicity    (พับ-ลิซ-ซิ-ที่)  (การโฆษณา, การเผยแพร่,  การประชาสัมพันธ์, ชื่อเสียง)

(d) necessary and significant part    (ส่วนที่จำเป็นและสำคัญ)

(e) mockery    (การเยาะเย้ย, การเย้ยหยัน)

 

7. Bill’s caution prompted him to ask many questions before he consented.  

(ความระมัดระวัง-รอบคอบของบิล    กระตุ้น-ให้กำลังใจ-สนับสนุน-ถือหาง-บอกบท    ให้เขาถามคำถามมากมาย  ก่อนเขาจะยินยอม-ยอมทำตาม)  (คล้อยตาม, เห็นด้วย)

(a) convicted    (ตัดสินว่าได้กระทำผิด, พิสูจน์แล้วว่ากระทำผิด)

(b) beheaded    (ตัดศีรษะ, บั่นคอ)

(c) ruined    (รู้-อิ้น หรือ รู้-เอิ้น)  {ทำลายย่อยยับ, ทำลายเหลือแต่ซาก, ทำลาย (ตึก, อาคาร, อนาคต, ชื่อเสียง)}

(d) stimulated; incited    (กระตุ้น, ส่งเสริม, เร้า, ปลุกใจ, ยุยง)   (“Prompt” เมื่อเป็นกริยา หมายถึง “กระตุ้น, ยุยง, เตือน”  แต่เมื่อเป็นคำคุณศัพท์ หมายถึง “รวดเร็ว, ตรงเวลา, ซึ่งทำในทันที”)

(e) belittled    (ดูถูก, ดูแคลน, เหยียดหยาม, ทำให้ความสำคัญลดน้อยลง, ทำให้ด้อยค่า)

 

8. I was beginning ____________ about my daughter when she phoned _____________ me her whereabouts.

(ผมกำลังเริ่ม ______________ เกี่ยวกับลูกสาวของผม  เมื่อเธอโทรศัพท์มา _____________ ผมว่าเธออยู่ที่ไหน)

(a) worrying __________ telling

(b) to worry __________ to tell    (วิตกกังวล ........................ เพื่อบอก)

(c) worried __________ to have told

(d) having worried __________ told

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ทั้งนี้อาจตอบ  “………..beginning worrying”  ก็ได้

 

9. As we had not seen each other for ages, we spent the first hour together ___________ about our old days in school.

(เพราะว่าเรามิได้พบกันนานแสนนาน  เราเลยใช้เวลาชั่วโมงแรกด้วยกัน ___________ เกี่ยวกับวันเก่าๆของพวกเราที่โรงเรียน)  (สมัยที่เราเรียนด้วยกัน)

(a) talking    (พูดคุย, สนทนา)

(b) talk

(c) having talked

(d) to talk

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ตามโครงสร้าง  “Subject + Spend + Time + Verb + ing”  เช่น

  • She spent three hours shopping in the shopping mall.

(เธอใช้เวลา  ๓  ชั่วโมงชื้อของในศูนย์การค้า)

  • We spent the whole day reading in the library.

(เราใช้เวลาทั้งวันอ่านหนังสือในห้องสมุด)

 

10. I don’t know how to cope with the work today.  The secretary is ill and there is a huge pile of reports _____________ and no one ____________ them.

(ผมไม่รู้จะรับมือกับงานอย่างไรในวันนี้  (เพราะว่า)  เลขานุการป่วย  และมีรายงานกอง (ปึก) ใหญ่ _______________ และไม่มีใคร ______________ มัน)

(a) to type __________ do

(b) typing __________ doing

(c) to be typed ___________ to do    (ที่จะต้องถูกพิมพ์ ...................... ทำ)

(d) being typed ___________ having done

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นตามโครงสร้าง  “There is work + to be done  (เป็น  “Passive voice”) (ในที่นี้  คือ  “to be typed”)  และ  “There is no one + to do them”  (เป็น “Active voice”) 

 

11. She had better call the police _________________________ any suspicious characters.

(เธอควรโทรแจ้งตำรวจ  (ในปัจจุบันหรืออนาคต) _________________ บุคคลที่น่าสงสัยใดๆ)

(a) if she noticed

(b) if she will notice

(c) should she notice    (= if she notices  =  ถ้าเธอสังเกตเห็น)

(d) had she noticed    (= if she had noticed)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Had better” (ควรจะ.........)  ใช้กับเหตุการณ์ปัจจุบันและอนาคต  จึงไม่สามารถเลือก  ข้อ  (a)   และไม่สามารถเลือก  ข้อ  (d)  เนื่องจากมิใช่  “If clause”   แบบที่  ๓  (ที่พูดสมมติเงื่อนไขในอดีต)  เพราะถ้าเป็น  “If clause”   แบบที่  ๓  รูปประโยคข้างบนจะต้องเป็นดังนี้

  • She should have called the police had she noticed (= if she had noticed) any suspicious characters.

(เธอควรจะได้โทรแจ้งตำรวจแล้ว  ถ้าเธอได้สังเกตเห็นบุคคลน่าสงสัย)  (เป็นเหตุการณ์ในอดีต)  (แต่เหตุการณ์ที่เกิดจริง  คือ  เธอมิได้โทรแจ้งตำรวจ  เพราะเธอมิได้เห็นบุคคลที่น่าสงสัย)

 

12. Willa Cather wrote about immigrant women who braved the arduous and lonely life of the prairies.

(วิลล่า คาเธอร์  เขียนหนังสือเกี่ยวกับผู้หญิงอพยพ  ผู้ซึ่งเสี่ยงอันตราย-ผจญภัยกับชีวิตที่ตรากตรำ-ใช้แรงงาน  และ    โดดเดี่ยว-หงอยเหงา-ไร้เพื่อน-วังเวง-สันโดษ-คนเดียว    ในทุ่งหญ้าที่ปราศจากต้นไม้ในทวีปอเมริกาเหนือ)  (หมายถึง  ผู้หญิงอพยพชาวอเมริกันสมัยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ)

(a) hazardous    (มีอันตราย, เป็นภัย)

(b) reckless    (สะเพร่า, ประมาท, ไม่เอาใจใส่)

(c) solitary    (เปลี่ยว, อ้างว้าง, ลำพัง, โดดเดี่ยว, ไม่มีเพื่อน, สันโดษ, คนเดียว, เงียบสงัด)

(d) circumspect    (รอบคอบ, ระมัดระวัง)

(e) superstitious    (เชื่อถือโชคลาง, เชื่อไสยศาสตร์, เชื่องมงาย, ถือผีถือสาง, กลัวอย่างไม่มีเหตุผล  -  โดยเฉพาะด้านศาสนา)

 

13. Controversy continues to exist over the issue of whether there are inherent presidential powers that are not mentioned in the United States Constitution.   

(การโต้แย้ง-ถกเถียง-เถียงทะเลาะ     ยังคงมีอยู่ต่อไปในประเด็นที่ว่า  มีอำนาจของประธานาธิบดีที่มีอยู่อย่างถาวร (ประจำตัว)  ซึ่งมิได้บัญญัติไว้ในรัฐนูญสหรัฐฯ  หรือไม่)

(a) Doubt    (ข้อกังขา, ข้อสงสัย, ความสงสัย-ฉงน-สนเท่ห์-ไม่แน่ใจ-ไม่ไว้วางใจ, สง สัย, ไม่แน่ใจ, ไม่ไว้วางใจ, กลัว)

(b) Dispute    (การเถียง, การโต้แย้ง, การทะเลาะวิวาท, โต้เถียง, โต้แย้ง, ทะเลาะวิวาท, ต่อสู้, แข่งขัน)

(c) Policy    (นโยบาย)

(d) Intervention     (การแทรกแซง, การก้าวก่าย)

(e) Copulation     (ค้อพ-พิว-เล้-ชั่น); Sexual intercourse  (การร่วมประเวณี; การสังวาส)    

 

14. As more is learned about the incredibly large number of plants within the plant kingdom, scientific classifications are revised.

(เมื่อได้มีการเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับพืชจำนวนมากมายอย่างเหลือเชื่อภายในอาณาจักรพืช  การจัดแบ่งประเภท (ของพืช) ทางวิทยาศาสตร์จึงได้ถูก    แก้ไข-ปรับปรุงใหม่)

(a) incorporated    (รวมเข้าด้วยกัน, ทำให้รวมกัน, รวมเข้าเป็นรูปบริษัท, ซึ่งรวมเข้าด้วยกัน)

(b) altered    (เปลี่ยนแปลง, แก้ไข, ดัดแปลง, ผันแปร)

(c) superseded    (แทนที่)

(d) disparaged    (ดูถูก, ดูหมิ่น, ใส่ร้าย, ทำให้เสื่อมเสีย-เสียหาย)

(e) deliberated     (คิดอย่างไตร่ตรอง, ปรึกษาเพื่อหาคำตอบ)

 

15. You _____________ from my postcard that I was in hospital last week if you had looked closely.

(คุณ ___________________ จากโปสการ์ดของผมว่า  ผมอยู่ในโรงพยาบาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  ถ้าคุณได้ดู (โปสการ์ด) อย่างใกล้ชิด)

(a) would see

(b) will have seen

(c) had seen

(d) would have seen    (คงจะได้เห็น)  (แต่ก็มิได้เห็น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็น   “If clause”   แบบที่  ๓  ซึ่งเป็นการสมมติเหตุ การณ์ในอดีตที่มิได้เกิดขึ้นจริง  โดยความหมายในประโยค  คือ  “คุณคงจะได้เห็นจากโปสการ์ดแล้ว.................ถ้าคุณดูอย่างใกล้ชิด”  แต่เหตุการณ์ที่เกิดจริง  คือ  “คุณมิได้เห็นจากโปสการ์ดว่า..................  เพราะคุณมิได้ดูอย่างใกล้ชิด”  ทั้งนี้  ในประโยคใหญ่  (Main clause)  จะใช้รูป  “Subject + Would (Should, Could, Might, Must) + Have + Verb 3  ส่วนในอนุประโยค (If clause)   จะใช้   “If + Subject + Had + Verb 3

 

16. The First World War _______________________________________________ in 1914.

(สงครามโลกครั้งที่  ๑ ________________________________________ ในปี  ๑๙๑๔)

(a) broke up     (แยกกัน, เลิกคบกัน)  (สามี-ภรรยา, คู่รัก)

(b) broke down     (เสีย)  (รถยนต์, เครื่องจักร, ทีวี, ฯลฯ)

(c) broke off     (ตัดความสัมพันธ์)  (ระหว่างประเทศ)

(d) broke out     (เกิดขึ้น)  (สงคราม, ไฟ, โรคระบาด, การทะเลาะวิวาท)

 

17. I studied in Paris _____________________________________________ five years ago.

(ผมเรียนหนังสือในปารีส ________________________________________ ห้าปีมาแล้ว)

(a) since    (ตั้งแต่)

(b) for    (เป็นเวลา)

(c) during    (ในระหว่าง)

(d) (No word is needed.)    (ไม่ต้องเติมคำใดเลย)

 

18. I _____________________________________________ unhappy since I am very poor.

(ผม _________________________________________ ไม่มีความสุข  เพราะผมจนมาก)

(a) am

(b) was

(c) have been

(d) am being

ตอบ   -   ข้อ   (a)  “Present simple tense”  (Subject + Verb 1)  เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  โดยดูจากกริยาในประโยคย่อย  (since I am very poor)  คือ  “Am

 

19. The station is not _______________________________________________ from here.

(สถานีไม่ _____________________________________________________ จากที่นี่)

(a) long way

(b) a distance

(c) far    (ไกล)     

(d) long

ตอบ   -   ข้อ   (c)   สำหรับข้อ   (a)  ก็ใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น   “a long way

 

20. The storm prevented me _______________________________________ here last night.

(พายุขัดขวางผม _____________________________________________ ที่นี่เมื่อคืนนี้)

(a) to come

(b) in coming

(c) so I couldn’t come

(d) from coming    (จากการมา)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เป็นไปตามโครงสร้าง   “Subject + Prevent + Someone + From + Verb + ing + Something”   (ประธานขัดขวางใครจากการทำอะไรบางอย่าง  คือ  ประธานขัดขวางใครมิให้ทำอะไร)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                    ตัวอย่างที่  

  • What prevented you __________________________________________________?

(อะไรขัดขวางคุณ ____________________________________________________ )

(a) to come late

(b) not to come earlier

(c) from coming earlier     (จากการมาแต่เนิ่นๆ กว่านี้)  (คือ  มาเร็วกว่านี้)

(d) that you couldn’t come earlier

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง   “Subject + Prevent + Someone + From + Doing + Something” (Active voice) (ประธานฯ ขัดขวางใครจากการทำอะไร)  หรือ  “Subject + Verb to be (is, am, are, was, were) + Prevented + From + Doing + Something” (Passive voice(ประธานฯ ถูกขัดขวางจากการทำอะไร)   ในกรณีของประโยคข้างบน   อยู่ในรูป  “Active voice”  (เนื่องจากประธานฯ  (What)  เป็นผู้ขัดขวาง  “คุณ”  จากการมาถึงแต่เนิ่นๆกว่านี้)

                                             สำหรับการใช้ในรูป  “Passive voice”  ดูจากประโยคข้างล่าง

                                   ตัวอย่างที่  

  • I had meant to call on you, but was prevented _____________________________.

(ผมต้องการแวะมาเยี่ยมคุณ  แต่ถูกขัดขวาง __________________________________ )

(a) to do so

(b) not to do so

(c) from doing so     (จากการกระทำดังกล่าว)

(d) in doing so

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Verb to be (is, am, are, was, were) + Prevented + From + Doing + Something” (Passive voice(ประธานฯ ถูกขัดขวางจากการทำอะไร)   ในกรณีของประโยคข้างบน    ประธานฯ (ผม)  ถูกขัดขวาง (ด้วยเหตุผลบางประการ)   มิให้แวะมาเยี่ยมคุณได้)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้