หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 311)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. _____________________________, Benjamin Franklin made the periodical popular.

( ____________________ เบนจามิน  แฟรงคลินทำให้วารสาร (หนังสือพิมพ์) นี้เป็นที่นิยม)

(a) He was the owner and editor of The Pennsylvania Gazette

(b) As the owner and editor of The Pennsylvania Gazette    (ในฐานะเจ้าของและบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์เพนซิลเวเนีย)

(c) That he was owner and editor of The Pennsylvania Gazette

(d) While the owner and editor of The Pennsylvania Gazette

ตอบ   -   ข้อ   (b)   หรืออาจตอบ  “While he was the owner and editor of The Pennsylvania Gazette”  ก็ได้

 

2. No students are able to pursue nuclear science _____________________ mathematics.

(ไม่มีนักเรียนคนใดจะติดตาม (ศึกษา) วิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ได้ ________________ วิชาคณิตศาสตร์)

(a) with no solidly grasp of

(b) without solidly grasping of

(c) without a solid grasp of    {โดยปราศความเข้าใจ (การรู้ซึ้ง) ที่ดีเลิศ (สมบูรณ์) ใน}

(d) with no grasping solidly of

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “A grasp of”  =  “ความเข้าใจใน”  ดังตัวอย่างข้างล่าง  (สำหรับข้อนี้อาจตอบ  “Without solidly grasping”  ก็ได้)

                                    Grasp” เมื่อเป็นคำนาม  หมายถึง  “ความเข้าใจ, การรู้ซึ้ง, การคว้า, การฉวย, การยึดเอาไว้เสียแน่น”  ดังตัวอย่างข้างล่าง

  • He had a sound grasp of tactics.

(เขามีความเข้าใจในกลยุทธ์เป็นอย่างดี)

  • You’d better get a grasp of those techniques.

(คุณควรมีความเข้าใจในเทคนิคเหล่านั้น)

  • Monkeys have a powerful grasp when they climb a tree.

(ลิงมีการยึดเกาะ (ต้นไม้) ที่ทรงพลัง  เมื่อพวกมันปีนต้นไม้)

                                     สำหรับ  “Grasp”  เมื่อเป็นคำกริยา  หมายถึง  “เข้าใจในสิ่งที่ยาก, คว้า, จับ, กำแน่น, ฉวย, ยึดเอาไว้อย่างมั่นคง”  ตามด้วยกรรม  (คำนาม)  เลย  ไม่ต้องมี  “Preposition”  (Of)  เช่น

  • I think I grasped quite soon what was going on.

(ผมคิดว่าผมเข้าใจอย่างรวดเร็วทีเดียวในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น)  (“What was going on” เป็นกรรมของกริยา  “Grasped”)

  • The concepts were difficult to grasp.

(แนวความคิดเหล่านี้เข้าใจได้ยาก)ม

  • I stood quite still, my hands grasping the edge of the table.

(ผมยืนนิ่งทีเดียว  โดยมือทั้ง  ๒  ข้างยึดขอบโต๊ะเอาไว้แน่น)

  • Edward grasped Laura’s arm while crossing the street.

(เอดเวิร์ดจับแขนลอร่าไว้ขณะกำลังข้ามถนน)

  • He raised his hands above his head, grasping the escape hatch.

(เขายกมือขึ้นเหนือศีรษะ  คว้าลูกนกที่เพิ่งออกจากไข่ซึ่งกำลังจะบินหนี)

 

3. Because his parents didn’t approve of his majoring in physical education, George had reluctantly taken civil engineering __________________.

(เพราะว่าพ่อแม่ของเขาไม่เห็นด้วยกับการศึกษาวิชาเอกในด้านพลศึกษา  จอร์ชได้เลือกเรียนอย่างไม่เต็มใจในด้านวิศวกรรมโยธา __________________ )

(a) as the choice two

(b) is second choice

(c) as the second choice    (เป็นทางเลือกที่สอง)

(d) the choice as the second

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  “As choice two”  ก็ได้

 

4. Modern technological advances are being made, but __________________________.

(ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่กำลังถูกทำขึ้น ____________________________ )

(a) with highly considerable cost    (ไม่ใช้รูปนี้)

(b) with great expense involved    (ไม่ใช้รูปนี้)

(c) by a lot of expenses    (ไม่ใช้รูปนี้)

(d) at great expense    (ด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงมาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  หรืออาจตอบ  “At a high cost, At a considerable cost”  (ด้วยค่าใช้จ่ายที่สูง)  ก็ได้

 

5. At the battle of Waterloo, Napoleon’s forces retreated.

(ที่การสู้รบ ณ วอเตอร์ลู  กองทัพของนโปเลียน    ล่าถอย-ถอย-ถอนกลับ-หลบหนี)

(a) attacked    (จู่โจม, โจมตี)

(b) intercepted    (สกัดกั้น, ขัดขวาง, ยับยั้ง, ทำให้หยุด, ดักฟัง)

(c) withdrew    (ถอน, ถอนตัว, ถอนคืน, เก็บคืน, ดึงกลับ, เอากลับ, ชักกลับ)

(d) pursued    (เพอร์-ซู่ หรือซิ่ว)  (ติดตาม, ไล่ตาม, ตามจับ, ดำเนินตาม, ปฏิบัติตาม, เจริญรอย, ดำเนินการต่อไป)

 

6. To everyone except the expert, the painting’s defects were invisible.  

(สำหรับทุกคน  ยกเว้นผู้เชี่ยวชาญ  ข้อเสียหาย-ข้อบกพร่องของภาพวาด    ไม่สามารถมองเห็นได้)    (หมายถึง ไม่มีใครสังเกตเห็นรอยด่าง-จุดเสียหายของภาพ  ยกเว้นผู้เชี่ยว ชาญ)

(a) unable to be heard    {ไม่สามารถ (ถูก) ได้ยินได้}

(b) unable to be seen    {ไม่สามารถ (ถูก) มองเห็นได้}

(c) unable to be touched    {ไม่สามารถ (ถูก) แตะต้อง-สัมผัสได้}

(d) unable to be understood    {ไม่สามารถ (ถูก) เข้าใจได้}

 

7. The driver tried to avert the accident by bringing the car to a sudden stop.  

(คนขับรถพยายาม    เบี่ยงบ่าย-บิดเบน-เบี่ยงเบน-หลีกเลี่ยง    อุบัติเหตุ  โดยการหยุดรถในทันทีทันใด)

(a) minimize    (ลดขนาดลงให้มากที่สุด, ทำให้......น้อยที่สุด, ทำให้มีค่าน้อยลง,      ดูถูก)

(b) control    (ควบคุม)

(c) avoid    (หลีกเลี่ยง, หลบหลีก, ออกห่างจาก)

(d) detain    (กักตัว, หน่วงเหนี่ยว, ทำให้ช้า, ยับยั้ง)

 

8. I don’t think that your watch is _____________________________________________.

(ผมไม่คิดว่านาฬิกาของคุณ ____________________________________________)

(a) worthy of the price    (ไม่ใช้รูปนี้)

(b) worth the price    (มีมูลค่าตาม หรือคุ้มค่ากับ ราคาขาย  หรือราคาที่ซื้อมา)  (หมายถึงสมราคา)

(c) worth of the price    (ไม่ใช้รูปนี้)

(d) worthy to buy    (ไม่ใช้รูปนี้)

ตอบ   -   ข้อ   (b) หรืออาจตอบ  “Worth buying”  (คุ้มค่า หรือควรค่ากับการซื้อ)  ก็ได้  สำหรับ  “worthy” (คุ้มค่า, ควรค่า, สมควรจะได้  เพราะมีคุณสมบัติ หรือความสามารถเพียงพอ)  ใช้ดังนี้  คือ

  • Their project is worthy of our continued support.

(โครงการของพวกเขาควรค่าต่อการสนับสนุนของเราต่อไป)

  • They try to convince us that they’re worthy to do the job.

(พวกเขาพยายามที่จะทำให้เราเชื่อว่า  พวกเขาสมควรที่จะได้ทำงานนั้น)

  • He was a worthy winner of the Nobel Prize.

(เขาเป็นผู้สมควรที่จะได้รับรางวัลโนเบล)

 

9. When the fire broke out, _________________________________________________.

(เมื่อตอนเกิดไฟไหม้ __________________________________________________ )

(a) the house became emptying

(b) the house had empties

(c) the house had emptied

(d) the house was made empty    (บ้านหลังนั้นว่างเปล่า)  (คือ  ไม่มีคนอยู่  ย้ายออกไปนานแล้ว  หรือ ย้ายคนย้ายของออกไปได้ทัน  ไม่ถูกไฟไหม้)

 

10. By the way, Jack, ____________________________ to go bowling with me tomorrow?

(เอ้อ  แจ๊ค _____________________________________ ไปเล่นโบลิ่งกับผมวันพรุ่งนี้ไหม)

(a) will you like

(b) won’t you like

(c) do you like    (คุณอยากจะ)

(d) shouldn’t you like

 

11. A: I’m not staying here. 

(ผมจะไม่พักที่นี่แล้ว)

     B: I wish you _________________________________________________________.

(ผมปรารถนาว่าคุณ __________________________________________________)

(a) can

(b) are

(c) were    (พัก)

(d) stay

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากกริยาที่อยู่ในอนุประโยค  ที่ตามหลัง   “Wish”  จะต้องอยู่ในรูป  “Past simple tense”  (Verb 2)  (ถ้าเป็นการปรารถนาในปัจจุบัน  -  เช่น ในประโยคข้างบน  ที่ปรารถนาให้  “คุณ” พักอยู่ในปัจจุบัน)   และต้องอยู่ในรูป  ‘Past perfect tense”  (Had + Verb 3)  (ถ้าเป็นการปรารถนาในอดีต)  เราเรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า  “Past subjunctive”  คือ เป็นการปรารถนาเหตุการณ์ที่ไม่เกิดขึ้นจริง  เป็นเพียงการอยากให้เป็นเช่นนั้นเช่นนี้  แต่ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้จริงตามความปรารถนา  ฝรั่งจึงใช้รูป  “Past”  อย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ

 

12. The family was in great distress over the accident that maimed Kenny.  

(ครอบครัวนั้นอยู่ใน    ความโศกเศร้าเสียใจ-ความทุกข์ยากลำบาก-ความเคราะห์ร้าย-ภัยพิบัติ-ทำให้เศร้าโศกหรือทุกข์ยาก    อย่างใหญ่หลวง  ในเรื่องอุบัติเหตุซึ่งทำให้เคนนี่ต้องพิการ)

(a) endurance    (เอน-ดิ๊ว-เริ่นซ)  (ความทรหดอดทน, ความอดกลั้น, ความทนทาน, ความไม่ตาย)

(b) great pain or sorrow; misfortune; difficult situation    (ความเจ็บปวดหรือความเสียใจอย่างยิ่ง, เคราะห์ร้าย, สถานการณ์ที่ยากลำบาก)

(c) verdict   {คำตัดสิน (ของศาล), คำชี้ขาด (ของกรรมการ, ผู้ตัดสิน)}

(d) outcome    (ผลลัพธ์)

 

13. Brutal abuse of children in the orphanage was disclosed by the investigation.  

(การปฏิบัติอย่างเลว-การใช้ในทางที่ผิด      ซึ่งทารุณ-โหดร้ายต่อเด็กๆในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า  ถูกเปิดเผยโดยการสืบสวนสอบสวน)

(a) predicament    (สถานการณ์ที่ยากลำบาก)

(b) hindrance    (อุปสรรค, การขัดขวาง-กีดกัน-หยุดยั้ง-ป้องกัน, ภาวะที่ถูกขัดขวาง)

(c) velocity    (วะ-ลอส-ซิ-ที่)  (ความเร็ว, ความรวดเร็ว, อัตราความเร็ว)

(d) bad treatment or misuse    (การปฏิบัติอย่างเลว, การใช้ในทางที่ผิด)

 

14. Prejudice (เพร้จ-จู-ดิส) against minority groups will linger on as long as people ignore the facts. 

(อคติ-ความรู้สึกไม่ดีที่มีอยู่ก่อน-ความรู้สึกที่ไม่มีเหตุผล    ต่อคนกลุ่มน้อย  จะยืดเยื้อต่อ ไป  ตราบใดที่ผู้คนไม่สนใจ (ละเลย, ไม่ยอมรับรู้) ข้อเท็จจริง)

(a) bias; an opinion formed without taking time and care to judge fairly   (อคติ;  ความคิดเห็นที่มีขึ้นโดยมิได้ใช้เวลาหรือความเอาใจใส่ที่จะพิจารณาอย่างเป็นธรรม)

(b) falsehood    (ฟ้อลซ-ฮูด)  (ความไม่ซื่อ, ความทุจริต, ของปลอม, สิ่งที่ไม่แท้, การหลอกลวง, ความไม่จริง, ความผิดพลาด, การพูดโกหก, คำโกหก)

(c) fury    (ความโกรธแบบเป็นฟืนเป็นไฟ)

(d) exaggeration    (อิก-แซ้จ-จะ-เร้-ชั่น)  (การพูดเกินความจริง, การโอ้อวด, การเพิ่มหรือขยายเกินกว่าปกติ)

 

15. He said he travelled more often than he had two years _______________________.

(เขากล่าวว่าเขาเดินทางบ่อยมากกว่าที่เขาได้เดินทางเมื่อ ๒ ปี  ____________________)

(a) ago    (ล่วงมาแล้ว)

(b) later    (ต่อมา)

(c) since    (ตั้งแต่)

(d) before    (ก่อนหน้า)

ตอบ   -   ข้อ  (d)   เนื่องจากเมื่อเปลี่ยนประโยคพูดตรง-ถามตรง  (Direct speech) (I travel more often than I had two years ago.)  เป็นประโยคพูดอ้อม-ถามอ้อม  (Indirect speech) (He said he travelled more often than he had two years before.)จะต้องเปลี่ยนแปลงถ้อยคำที่แสดงความใกล้  (Nearness)  เป็นถ้อย คำที่มีลักษณะห่างไกล  (Distance)  เช่น

Direct

 

Indirect

yesterday

เป็น

the day before

the previous day

today, tonight

เป็น

that day, that night      

last night

เป็น

the night before

last week

เป็น

the week before

last month

เป็น

the month before

last year

เป็น

the year before

tomorrow

เป็น

the next day

the following day

next week

เป็น

the following week

the week after

next year

เป็น

the following year

the year after

now

เป็น

then, at that time

ago

เป็น

before

this, these

เป็น

that, those

here

เป็น

there

come

เป็น

go

 

                                   นอกจากนั้น  ยังต้องมีการเปลี่ยนแปลง  “Tense” ด้วย  คือ

Direct

เป็น

Indirect

Present simple

เป็น

Past simple

Present continuous

เป็น

Past continuous

Present perfect

เป็น

Past perfect

Past simple

เป็น

Past perfect

Will

เป็น

Would

Shall

เป็น

Should

Can

เป็น

Could

May

เป็น

Might

Must

เป็น

Had to

                             ตัวอย่างการเปลี่ยนประโยค เช่น

Direct   : He said, “I play with these friends here today.”

(เขาพูดว่า,  “ผมเล่นกับเพื่อนๆเหล่านี้  ที่นี่วันนี้”)

Indirect   : He said that he played with those friends there that day.

(เขาพูดว่า  เขาเล่นกับเพื่อนๆเหล่านั้น  ที่นั่นวันนั้น)

Direct     : John said to me, “We are staying here now.”

(จอห์นพูดกับผมว่า  “เรากำลังพักที่นี่ในขณะนี้”)

Indirect   : John told me that they were staying there then (หรือat that time).

(จอห์นบอกผมว่า  พวกเขากำลังพักอยู่ที่นั่น ในตอนนั้น หรือ ในขณะนั้น)

Direct    : She said to me, “I sent a gift to my brother yesterday.”

(เธอพูดกับผมว่า  “ฉันส่งของขวัญไปให้น้องชายของฉันเมื่อวานนี้)

Indirect  : She told me that she had sent a gift to her brother the day before  (หรือthe previous day).

(เธอบอกผมว่า  เธอได้ส่งของขวัญไปให้น้องชายของเธอเมื่อวันก่อนหน้า (วันที่พูดประโยคนี้)  หรือ วันก่อน)

Direct    : He said to her, “I last met my mother two years ago.”

(เขาพูดว่า  “ผมพบแม่ของผมครั้งสุดท้ายเมื่อ ๒ ปีมาแล้ว)

Indirect   : He told her that he had last met his mother two years before.

(เขาบอกเธอว่า  เขาได้พบแม่ของเขาครั้งสุดท้าย  เมื่อ ๒ ปีก่อนหน้า – ที่พูดประโยคนี้)

 

16. The streets are much too crowded.  There is not ___________________ room for any more cars or buses.

(ถนนมียวดยานพลุกพล่านมากมายเหลือเกิน  ไม่มีที่ว่าง ______________________ สำหรับรถยนต์หรือรถประจำทาง  เพิ่มมากขึ้นกว่านี้อีกแล้ว)  (คือ ถนนแน่นเอี้ยด  จนไม่มีที่ว่างเหลือเลย)

(a) a

(b) the

(c) enough     (พอ, เพียงพอ)

(d) plenty    (มาก)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Enough” จากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  ๑

  • __________________________________________________ to catch the train.

(_____________________________________________________ ที่จะไปทันรถไฟ)

(a) He did not run enough fast

(b) He ran not fast enough

(c) He did not run fast enough    (เขาวิ่งไม่เร็วพอ)

(d) He ran not enough fast

ตอบ   -   ข้อ  (c)   กริยา  “Run”  เมื่อจะทำเป็นประโยคปฏิเสธ  จะต้องใช้  “Verb to do” (Do, Does, Did)  ช่วยเสมอ  และ  “Enough” เป็นทั้งคำคุณศัพท์และกริยาวิเศษณ์  ต้องขยายข้างหลังคำคุณศัพท์ (Adjective) (good enough – ดีพอ, quick enough – เร็วพอ, cold enough – เย็นพอ, big enough – ใหญ่พอ, small enough – เล็กพอ, brave enough – กล้าหาญพอ)  หรือ ขยายหลังกริยาวิเศษณ์ (Adverb) (quickly enough – อย่างรวดเร็วพอ, slowly enough – อย่างเชื่องช้าพอ, carefully enough, well enough, attentively enough – อย่างเอาใจใส่เพียงพอ)  แต่  “Enough”ต้องขยายหน้าคำนาม  เช่น  (enough money– เงินมากพอ, enough furniture – เฟอร์นิเจอร์มากพอ, enough information – ข้อมูลมากพอ, enough time – เวลามากพอ, enough knowledge – ความรู้มากพอ, enough people – คนมากพอ, enough men – คนมากพอ, enough cars – รถยนต์มากพอ, enough homes- บ้านมากพอ, enough participants – ผู้เข้าร่วมมากพอ)

                                      สำหรับตัวอย่างการใช้  “Plenty” + Of + “นามนับไม่ได้  หรือ นามนับได้พหูพจน์”  เช่น

  • We’ve got plenty of time.

(เรามีเวลามากมาย – เหลือเฟือ)

  • There are always plenty of jobs to be done.

(มีงานมากมายอยู่เสมอที่จะต้องทำ)

  • They would have plenty to eat.

(พวกเขามีกินกันจนเหลือเฟือ)

  • Food and drink had been consumed in plenty.

(อาหารและเครื่องดื่มถูกบริโภคไปเป็นจำนวนมาก)

  • I’m sure we shall see plenty of you.

(ผมมั่นใจว่าเราจะได้พบคุณบ่อยๆ)

 

17. My father ______________________________________ Bangkok yesterday morning. 

(พ่อของผม ___________________________________________ กรุงเทพฯเช้าวานนี้)

(a) leaved

(b) left    (ออกจาก)  (อาจไปต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ)

(c) has left

(d) had left  

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เช้าวานนี้”  เป็นอดีต  ควรใช้กริยาช่องที่  ๒  “Left”  (Leave, Left, Left)  มิใช่  “Had left    

 

18. If I had lived in Columbus’s time, I ________________________ the Atlantic with him. 

(ถ้าผมได้มีชีวิตอยู่ในยุคของโคลัมบัส  ผม ____________________ มหาสมุทรแอตลันติคไปกับเขา)  (เพื่อไปค้นพบทวีปอเมริกา)  

(a) could cross

(b) might have crossed    (อาจจะได้ข้าม) 

(c) should cross

(d) shall have crossed

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากเป็น   “If clause”  แบบที่  ๓  (Past unreal)   คือ  เหตุการณ์ไม่เกิดขึ้นจริง  หรือ ตรงข้ามกับข้อความในประโยค  ทั้งนี้  ในความเป็นจริง  “ผมมิได้เกิดในยุคของโคลัมบัส  ผมจึงมิได้ข้ามมหาสมุทรแอตลันติคไปกับเขา”  โดยกริยาในประโยคใหญ่  (Main clause)  จะต้องเป็น   {Would (Should, Could, Might) + Have + Verb 3 (Might have crossed)}

 

19. He works fifteen hours a day ____________________ make a better living for his family. 

(เขาทำงานวันละ  ๑๕  ชั่วโมง _______________ ทำให้การดำรงชีพดีขึ้นสำหรับครอบครัว) 

(a) for

(b) so that    (เพื่อที่ว่า)  (ตามด้วยประโยค)

(c) in order to    (เพื่อที่จะ)

(d) because    (เพราะว่า)  (ตามด้วยประโยค) 

ตอบ   -   ข้อ    (c)  หรือ  อาจตอบว่า   “So as to”  หรือ   “To”  ก็ได้

 

20. A: _______________________________________________________________.

      B:  “By telephone.”  

(โดยทางโทรศัพท์)

(a) Did you get in touch with her?    (คุณติดต่อกับเธอหรือเปล่า)

(b) Why did you get in touch with her?    (ทำไมคุณจึงติดต่อกับเธอ)

(c) How did you get in touch with her?    (คุณติดต่อกับเธอได้อย่างไร)

(d) Will you get in touch with her?    (คุณจะติดต่อกับเธอไหม)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เพราะได้ใจความดีที่สุด

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้