หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 310)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. It’ll take us quite a while to get to the other side.  I think we should take a short cut by walking _________________ this public park.

(เราจะใช้เวลานานทีเดียวที่จะไปถึงอีกด้านหนึ่ง  ผมคิดว่าเราควรไปทางลัดโดยการเดิน  ____________________ สวนสาธารณะแห่งนี้)

(a) across    (ข้าม)

(b) from

(c) through    (ทะลุผ่าน, ฝ่าเข้าใน)

(d) off

 

2. A: Why did it take you so long to drive from your office to mine?

(ทำไมคุณใช้เวลานานมากในการขับรถจากที่ทำงานของคุณมาที่ทำงานของผม)

    B: I couldn’t see well, _____________________________________ the thick fog.

(ผมไม่สามารถมองเห็นได้ดี (เมื่อ) _______________________________ หมอกหนา)

(a) driving with

(b) driving across

(c) driving in

(d) driving through    (ขับรถฝ่า)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “…………see well, when I drove through the thick fog”  หรือ  “………….see well, while I was driving through the thick fog

 

3. I can do quite well with my research project because I have my research published ____________ helps ____________ my team workers.

(ผมทำได้ดีทีเดียวกับโครงการวิจัยของผม  เพราะว่าผมพิมพ์งานวิจัย _____________ ความช่วยเหลือ ______________ ผู้ทำงานในทีม)

(a) by ____________ of

(b) by ____________ from

(c) with ____________ from    (ด้วย ............................... จาก)

(d) with ____________ of

 

4. I know you don’t like to ride in a car.  But I think most people prefer riding ______________.

(ผมรู้ว่าคุณไม่ชอบนั่งรถ  แต่ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ชอบการนั่งรถ ______________________ )

(a) than walking   

(b) to walking    (มากกว่าการเดิน)

(c) some other thing

(d) anything else

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ตามโครงสร้าง  “Prefer one thing to another thing”  (ชอบสิ่งหนึ่งมากกว่าอีกสิ่งหนึ่ง)  หรือ  “Prefer + Verb + ing + To + Verb + ing”  (ชอบการทำสิ่งนี้มากกว่าการทำสิ่งนั้น)

 

5. The characters in this novel are fictitious.

(ตัวละครในนิยายเรื่องนั้น    ไม่จริง-ไม่มีตัวตน-เป็นเรื่องแต่งขึ้น-เป็นเรื่องโกหก-เป็นจินตนาการ)

(a) symbolic    (เป็นสัญลักษณ์, เป็นเครื่องหมาย, เป็นเครื่องแสดง, เป็นนัย)

(b) credible    (น่าเชื่อถือ, ซึ่งเชื่อถือได้, น่าไว้วางใจ)

(c) not real people    (มิใช่ผู้คนจริงๆ)

(d) identifiable    (สามารถจำแนกแยกแยะได้, สามารถหาเอกลักษณ์ได้, สามารถพิสูจน์เอกลักษณ์ได้)

 

6.  When she heard the news, she was overcome with grief.

(เมื่อเธอได้ยินข่าวนั้น  เธอถูกครอบงำ (ปกคลุม, เอาชนะ, พิชิต)  ด้วย    ความโศกเศร้า-ความระทมทุกข์-ความคับข้องใจ-ความยุ่งยาก)

(a) terror    (ความน่าหวาดกลัว, ความสยองขวัญ, ความหวาดกลัว)

(b) sorrow    (ความเศร้าโศกเสียใจ)

(c) fury    (ความโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ)

(d) emotion    (อารมณ์, ความสะเทือนใจ, ความรู้สึกโกรธ ดีใจ รัก เกลียด และอื่นๆ)

 

7. The warmth (วอร์มธ) of the room made the students doze (โดซ).

(ความอบอุ่นของห้องทำให้นักเรียน    ม่อยหลับ-งีบหลับ-สัปหงก-เคลิ้ม)

(a) faint    (เป็นลม, สลบชั่วคราว, ท้อแท้ใจ)

(b) fall asleep    (งีบหลับ, ม่อยหลับ)

(c) yawn widely    (หาวปากกว้าง, หาว, หาวนอน, การหาว-หาวนอน-อ้าปากกว้าง)

(d) sweat profusely    (เหงื่อออกอย่างมากมาย)

  

8. I need some paints to renovate my old house.  ___________________ the brands, which do you think is the most durable?

(ผมต้องการสีเพื่อใช้ตกแต่งบ้านหลังเก่าของผม __________________ ยี่ห้อ (สี) ทั้งหลาย  ยี่ห้อไหนที่คุณคิดว่าทนทานที่สุด)

(a) With

(b) Of all    (ในบรรดา)

(c) For all of

(d) All

 

9. Spending all his money in just a few days, he felt ______________________________.

(ใช้จ่ายเงินไปจนหมดในเวลาเพียงสองสามวัน  เขารู้สึก ___________________________)

(a) as if a wealthy man

(b) as though a wealthy man

(c) as though a man of wealthy

(d) like a wealthy man    (เหมือนหรือคล้ายกับเป็นคนร่ำคนรวย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ  “As if (as though) he were a wealthy man”  (ราวกับว่า  -  ประหนึ่งว่า  -  เขาเป็นคนร่ำรวย)  โดยต้องใช้  “He were”  เนื่องจากเป็น  “Past subjunctive

 

10. _______________________________________, the whole affair was a waste of time.

( _____________________________________________ เรื่องทั้งหมดเสียเวลาเปล่า)

(a) Opinionated    (ดื้อดึง, ถือความเห็นของตนเป็นใหญ่)

(b) Of my opinion

(c) In my opinion    (ในความเห็นของผม)

(d) Opinions of mine

 

11. I didn’t get used to ______________________________________ at that coffee shop.

(ผมไม่คุ้นเคยกับ ____________________________________________ ที่ร้านกาแฟนั้น)

(a) eat the steaks

(b) the cooking steaks

(c) the steaks    (เนื้อสเต็ก)

(d) have the steaks cooked

ตอบ   -   ข้อ   (c)   หรืออาจตอบ  “Eating the steaks”  ก็ได้  เนื่องจาก  “Get (Be) used to”  (คุ้นเคย, เคยชิน)   ต้องตามด้วยคำนาม หรือ  “Verb + ing”  ทั้งนี้“Get used to eating the steaks”  หมายถึง  “คุ้นเคย-เคยชิน กับการกินเนื้อสเต็ก

 

12. Auto accidents maim many persons each year.

(อุบัติเหตุรถยนต์    ทำให้พิการ-ทำให้เสียแขนขา-ทำให้ส่วนของร่างกายขาดไป    แก่บุคคลจำนวนมากในแต่ละปี)

(a) commence    (เริ่มต้น)

(b) cripple    (ทำให้พิการ, ทำให้เป็นง่อย, ทำให้หยุดชงัก, เดินขาเป๋, คนหรือสัตว์ที่พิการ, คนขาเป๋, คนง่อย)

(c) supersede    (แทนที่)

(d) muster    (รวบรวม, ชุมนุม, รวมแถว, การชุมนุม-รวมพล-รวบรวม-รวมแถว, กลุ่มคนดังกล่าว)

 

13. If you can use a word correctly, there is a good chance that you comprehend it.  

(ถ้าคุณสามารถใช้คำได้อย่างถูกต้อง  มีโอกาสดีที่คุณจะ    เข้าใจ-หยั่งรู้-รวมทั้ง-กินความกว้าง-ครอบคลุม    มัน)

(a) understand    (เข้าใจ)

(b) malign    (มะ-ไลน)  (พูดให้ร้าย, กล่าวร้าย, ใส่ร้าย, กล่าวหา, ทำให้เสียชื่อเสียง)

(c) belittle    (ทำให้ดูด้อยค่า, ทำให้ความสำคัญลดลง, ดูถูก, ดูแคลน, เหยียดหยาม)

(d) assault    (อะ-ซ้อลท)  (โจมตี, จู่โจม, ทำลาย, ข่มขืน, การโจมตีอย่างรุนแรง, การจู่โจม, การทำลาย (ชื่อเสียง), การข่มขืน)

 

14. A vulnerable target for thieves is a solitary traveler.

(เป้าหมายที่    ถูกโจมตีได้ง่าย-บาดเจ็บได้-อ่อนแอ-เปราะ-ไม่มั่นคง-ถูกตำหนิได้ง่าย    อย่างหนึ่งสำหรับพวกหัวขโมย  คือ  นักเดินทางที่เดินทางตามลำพัง)

(a) tantamount    (แท้น-ทะ-เม่านท)  (เท่ากับ, พอๆกับ, ประหนึ่งเป็น, มีความสำคัญเท่ากับ)

(b) monotonous    (มะ-น้อท-เทิน-เนิส)  (ซ้ำซาก, ซ้ำกัน, น่าเบื่อ, มีเสียงเดียว)

(c) capable of being injured; open to attack; sensitive to criticism

(อาจบาดเจ็บได้, เปิดโล่งสำหรับการโจมตี (ในที่นี้  หมายถึง  การเปิดโอกาสให้หัวขโมยทำงาน หรือ หลอกต้มได้ง่าย), หวั่นไหวต่อการวิจารณ์)

(d) gregarious    (กริ-แก๊-เรียส)  (ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง, ที่จับกันเป็นกลุ่ม, ชอบสังคม, ชอบพบปะสังสรรค์)

 

15. ________________________________________________ book is it, yours or hers?

(มันเป็นหนังสือ ________________________________________, ของคุณ หรือของเธอ)

(a) What

(b) Which

(c) Whose    (ของใคร)

(d) Whether

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากถามการเป็นเจ้าของ

 

16. I slept badly last night.  The noise of the traffic kept me ________________________.

(ผมนอนไม่ค่อยหลับเมื่อคืนนี้  เสียงของการจราจรทำให้ผม _______________________ )

(a) wake    (ตื่น, ตื่นนอน, ปลุกให้ตื่น)  (เป็นคำกริยา)     

(b) awake    (ตื่นอยู่)  (เป็นคำคุณศัพท์)  (ถ้าเป็นคำกริย หมายถึง ปลุก, ทำให้ตื่น)

(c) waken    (ตื่น, ทำให้ตื่น, ปลุก)  (เป็นคำกริยา)

(d) awaken    (ปลุก, ทำให้ตื่น)  (เป็นคำกริยา)

ตอบ   -   ข้อ    (b)  ในที่นี้ใช้  “Awake” ในรูปคุณศัพท์  (Keep +  กรรม + Adjective)  หมายถึง  “ทำให้กรรม.............”  สำหรับการใช้อีกแบบ  คือ  “Keep + กรรม + Verb + ing” =   (ทำให้กรรม...............ไม่หยุด)  เช่น  “Keep him laughing”   (ทำให้เขาหัวเราะไม่หยุด)  “Keep them working”  (ทำให้พวกเขาทำงานไม่เลิก)   ดังนั้น  ประโยคข้างบน  อาจจะตอบว่า  “Kept me waking”  หรือ   “Kept me wakening”  หรือ   “Kept me awakening”    ก็ได้

 

17. A: Can you use a typewriter?

(คุณใช้เครื่องพิมพ์ดีดเป็นไหม)

     B: No, but I would be glad to learn _____________________________________.

(ไม่เป็นครับ  แต่ผมจะยินดีที่จะเรียนรู้ _____________________________________ )

(a) how to use

(b) it

(c) how to    (วิธีใช้)

(d) to use

ตอบ    -     ข้อ   (c)   เป็นการตอบแบบสั้น  ทั้งนี้  อาจตอบแบบเต็ม (ยาว)  ว่า  “How to use it”   ก็ได้

 

18. I have typed ten letters ________________________________________________.

(ผมได้พิมพ์จดหมาย  ๑๐  ฉบับแล้ว _______________________________________ )

(a) yesterday    (ใช้ “typed”  เพราะเป็นอดีต)

(b) today    (วันนี้)

(c) tomorrow    (ใช้ “will type”  เพราะเป็นอนาคต)

(d) every day    (ใช้ “type”  เพราะเป็นปัจจุบัน)

 

19. This is the reason _____________________________________________ I hate her.

(นี่เป็นเหตุผล _____________________________________________ ผมจึงเกลียดเธอ) 

(a) which

(b) that

(c) why    (ทำไม)   

(d) because

 

20. ___________________________________________________ stamps, I collect coins. 

(________________________________________ แสตมป์  ผมสะสมเหรียญกษาปณ์) 

(a) Except    (ยกเว้น)   

(b) Besides    (นอกเหนือจาก)

(c) Beside    (ข้างๆ, ใกล้เคียง)           

(d) In addition    (In addition to  =  นอกเหนือจาก)   

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูตัวอย่างการใช้   “Except”  จากประโยคข้างล่าง

                                     ตัวอย่างที่  

  • He is an excellent teacher ____________________________ he speaks too low.

(เขาเป็นครูที่ดีเยี่ยม _________________________________ เขาพูดเสียงค่อยเกินไป)

(a) except    (ยกเว้น)

(b) besides    (นอกเหนือไปจาก, ยิ่งไปกว่านั้น)  (ตามด้วย วลี, คำนาม,  Verb + ing)

(c) except that    (ยกเว้นแต่ว่า)  (ตามด้วยประโยค)

(d) except for    (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Except”  เป็น   “Preposition”  ต้องตามด้วย  “วลี, คำนาม, สรรพนาม หรือ กริยา”  เช่น

  • We saw nothing along the way except flower gardens.

(พวกเราไม่เห็นอะไรเลยระหว่างทาง  ยกเว้นสวนดอกไม้)

  • Every room  is empty now except the living room.

(ทุกห้องว่างเปล่าขณะนี้  ยกเว้นห้องรับแขก)

  • Nobody went there except me.

(ไม่มีใครไปที่นั่น  ยกเว้นผม)

  • She likes living here except in summer.

(เธอชอบอาศัยอยู่ที่นี่  ยกเว้นในหน้าร้อน)

  • The place seems clean except where he sleeps.

(สถานที่ดูเหมือนว่าสะอาด  ยกเว้นตรงที่ที่เขานอน)

  • All the boys except Billy started to cry.

(เด็กชายทุกคนยกเว้นบิลลี่  เริ่มร้องไห้)

  • He no longer went out, except when Jeanne forced him.

(เขาไม่ออกไปข้างนอกต่อไปอีกแล้ว  ยกเว้น  เมื่อจีนนี่บังคับเขา) 

  • There was little I could do except wait.

(มีเพียงนิดหน่อยที่ผมทำได้  ยกเว้นรอคอย)

  • I knew nothing about Judith except what I had heard at second hand.

(ผมไม่ทราบอะไรเลยเกี่ยวกับจูดิธ  ยกเว้นสิ่งที่ผมได้ยินได้ฟังมาจากคนอื่น)  

                                     ส่วน   Except that  หรือ   Except for the fact that  ตามด้วยประโยค  (Subject + Verb)  เช่น

  • The house I bought is very nice, except that the living room is too small.

(บ้านที่ผมซื้อดีมากเลย  ยกเว้นแต่ว่า  ห้องรับแขกเล็กเกินไป)

  • I can scarcely remember what we ate, except that it was plentiful and simple.

(ผมจำไม่ใคร่ได้ว่าเรากินอะไรบ้าง  ยกเว้นว่า  มันมากมายและง่ายๆ) 

                                     สำหรับ   “Except for”  เป็น   “Preposition”  มีความหมาย  “นอกจาก................(ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อความข้างหน้า)”  เช่น

  • The living room is empty now except for the rug.

(ห้องรับแขกว่างเปล่าขณะนี้  นอกจากพรม)  (มีพรมในห้องเพียงสิ่งเดียว)

  • The room was very cold and, except for Peter, entirely empty.

(ห้องหนาวมากและ, นอกจากปีเตอร์, ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง)  (มีปีเตอร์นั่งในห้องเพียงคนเดียว)

  • Except for emergencies, I didn’t expect any help from my children.

(นอกจากสถานการณ์ฉุกเฉิน  ผมไม่ได้คาดหวังความช่วยเหลือใดๆจากลูกๆเลย)  (ไม่หวังให้ลูกช่วย  ยกเว้นมีสถานการณ์ฉุกเฉิน  เช่น ป่วยกะทันหัน)               

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้