หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 306)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. She was thirsty; ____________________________, she refused to drink any soft drink.

(เธอกระหายน้ำ ________________ เธอปฏิเสธที่จะดื่มเครื่องดื่มเย็นๆที่ปราศจากแอลกอฮอล์)

(a) since    (เพราะว่า, ตั้งแต่)

(b) moreover    (ยิ่งไปกว่านั้น, นอกจากนั้น)

(c) so that    (เพื่อที่ว่า)

(d) nevertheless    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี, แต่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   หรืออาจตอบ   “However, Nonetheless, But”   (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี, แต่) ก็ได้  เนื่องจากข้อความที่อยู่ข้างหน้า และหลังคำเหล่านี้จะมีความขัดแย้งกัน  (เธอกระหายน้ำ  แต่ไม่ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ)

 

2. We were just about to go for a picnic, _________________________ it started to rain.

(เราจวนจะออกไปปิกนิกอยู่พอดี ____________________________________ ฝนเริ่มตก)

(a) unless    (ถ้า........................ไม่)

(b) as soon as    (ในทันทีที่)

(c) while    (ในขณะที่)

(d) when    (เมื่อ)

 

3. _______________________ faults Mr. Martin may have, dishonesty is not one of them.

(.......................ความผิด-ความบกพร่อง......................ที่มิสเตอร์มาร์ตินอาจจะมี  ความไม่ซื่อสัตย์สุจริตมิใช่หนึ่งในบรรดาสิ่งเหล่านั้น)  (หมายถึง  แม้ว่ามาร์ตินจะมีความผิด-บกพร่องมากมาย  แต่เขาซื่อสัตย์สุจริตเสมอ)

(a) However    (อย่างไรก็ตาม, ไม่ว่า..................อย่างไรก็ตาม)

(b) In spite of    (ทั้งๆที่)

(c) Whatever    (ไม่ว่า...........................อะไรก็ตาม, อะไรก็ตาม)

(d) Whenever    (เมื่อใดก็ตาม)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Whatever”  และ  “However”  จากประโยคข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

  • ____________________________________ you may say, I still think I am right.

(__________________ คุณอาจจะพูด _________________ ผมยังคงคิดว่าผมเป็นฝ่ายถูก)

(a) However    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)

(b) Whatever    {ไม่ว่า (คุณอาจจะพูด) อะไรก็ตาม}

(c) Though    (ถึงแม้ว่า)

(d) As    (เพราะว่า, ในขณะที่)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Whatever”  และ  “However”  จากประโยคข้างล่าง

  • Whatever he may say, she doesn’t believe him.

(ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ตาม  เธอไม่เชื่อเขาเลย)

  • Whatever happens, keep calm.

(ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม  ให้นิ่งเข้าไว้  - หรือใจเย็นเข้าไว้)

  • He volunteered to do whatever he could.

(เขารับอาสาทำ  อะไรก็ตามที่เขาสามารถทำได้)

  • Bill had given up whatever hopes he may have had.

(บิลได้ยกเลิกความหวังอะไรก็ตาม  ที่เขาอาจจะเคยมี)

  • I have to bring my family back whatever happens.

(ผมจำเป็นต้องนำครอบครัวกลับมา  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม)

  • Whatever you do, don’t take a trip to the Arctic.

(ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม  จงอย่าเดินทางไปอาร์คติก  - หรือขั้วโลกเหนือ)

  • He will never succeed however hard he may try.

(เขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ  ไม่ว่าเขาจะพยายามอย่างหนักอย่างไรก็ตาม)

  • However quickly they walked, they could not catch the bus.

(ไม่ว่าพวกเขาจะเดินเร็วอย่างไรก็ตาม  พวกเขาไม่สามารถไปขึ้นรถได้ทัน)

  • However carefully she walked, she was hit by a car.

(ไม่ว่าเธอจะเดินอย่างระมัดระวังอย่างไรก็ตาม  เธอถูกรถชน)

  • He studied hard; however, he did not pass the exam.

(เขาขยันเรียน  อย่างไรก็ตาม (= แต่)  เขาสอบตก)

 

4. ___________________________________________ enough time to talk over it now.

(____________________________________ เวลาเพียงพอที่จะคุยเกี่ยวกับมันในขณะนี้) 

(a) It hasn’t

(b) There isn’t    (ไม่มี)

(c) There hasn’t    (รูปนี้ไม่มีใช้)   

(d) It isn’t

 

5. The man listened to reports of the approaching hurricane with mounting anxiety.  

(ชายคนนั้นฟังรายงานเกี่ยวกับพายุเฮอร์ริเคนที่กำลังใกล้เข้ามาด้วย    ความวิตกกังวล-ความกังวลใจ    ที่เพิ่มมากขึ้น)

(a) depression    (พายุโซนร้อน, ความซึมเศร้า, ความหดหู่)

(b) absorption    (การดูดซับ, การดูดซึม, การรับเอามา, การหมกมุ่น)

(c) gratification    (แกรท-ทิ-ฟิ-เค้-ชั่น)  (ความปลื้มปิติ, ความพึงพอใจ, สิ่งที่ทำให้พอใจ, เรื่องที่ทำให้น่ายินดี, รางวัล)

(d) uneasiness    (อัน-อี๊-ซี-เนส)  (ความกระสับกระส่าย, ความไม่สบาย, ความไม่สบายใจ, ความเป็นห่วง, ความเป็นทุกข์)

 

6. The ambassador verified the report before he called the State Department.   

(ท่านเอกอัคราชทูต    ยืนยัน-ตรวจสอบ-พิสูจน์-ค้นหาความจริง    ของรายงาน  ก่อนที่เขาจะโทรศัพท์ไปที่กระทรวงการต่างประเทศ)

(a) cancelled    (ยกเลิก)

(b) confirmed    (ยืนยัน, รับรอง, ทำให้แข็งแรงหรือแน่นแฟ้นขึ้น)

(c) initiated    (อิ-นิช-ชี-เอ-ทิด)  (ริเริ่ม, เริ่มนำ, นำเข้ามา, นำไปให้รู้จัก)

(d) proofread     (พิสูจน์อักษร, ตรวจพรู้ฟ, ตรวจความถูกผิดของคำ-ข้อความก่อนนำลงพิมพ์)

 

7. During the 1930’s a long period of drought turned the Midwestern United States into a dustbowl.   

(ในระหว่างทศวรรษ  ๑๙๓๐  ช่วงเวลายาวนานของ    ความแห้งแล้ง-การขาดแคลนที่ยาวนาน-ฤดูแล้ง    ได้เปลี่ยนภาคตะวันตกตอนกลางของสหรัฐฯ  ให้กลายเป็นสนาม (แบบมีลักษณะเป็นชาม) ของฝุ่นละออง)  (คือ  มีแต่ดินทรายและฝุ่นละอองอันเนื่องมา   จากความแห้งแล้ง)

(a) flash floods    (น้ำท่วมฉับพลัน)

(b) monsoon winds    (ลมมรสุม)

(c) dry weather    (อากาศแห้งแล้ง)

(d) rain and sleet    (ฝน และฝนลูกเห็บหรือหิมะ)

 

8. I wish you ______________________________________________________ longer.

(ผมปรารถนาว่าคุณ _____________________________________________ นานขึ้นอีก)

(a) will stay

(b) can stay

(c) could stay    (สามารถพัก  -  อยูกับเรา)

(d) stay

ตอบ  -   ข้อ   (c)   การใช้   “Wish” แสดงความปรารถนาให้เป็นเช่นนั้นเช่นนี้  แต่ก็ไม่เกิดขึ้นจริง  กริยาในประโยคย่อยที่ตามหลัง  “Wish” จะต้องอยู่ในรูป  “Past tense” (Verb 2)  (เมื่อเป็นการปรารถนาในปัจจุบัน)   และอยู่ในรูป  “Past perfect tense”  (Had + Verb 3)    (เมื่อเป็นการปรารถนาในอดีต) 

 

9. The prisoner was brought ________________________________________ the judge.

(นักโทษถูกนำมา ____________________________________________ ผู้พิพากษา)

(a) in front of    {อยู่ข้างหน้า (ห้อง, ประตู, ลิฟต์)} (เป็นการบอกตำแหน่งหรือสถานที่)

(b) before    (ปรากฏตัวต่อหน้า)   (คือนำตัวมาขึ้นศาล)

(c) into

(d) upon

 

10. I hope you will try ________________________________________ harder next time.

(ผมหวังว่าคุณจะพยายามมากขึ้น _________________________________ ในคราวหน้า)

(a) less

(b) some

(c) little

(d) a little    (เล็กน้อย, นิดหน่อย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ในกรณีที่ต้องการบอกว่า  “ใหญ่กว่าเล็กน้อย”  “หนาวกว่านิดหน่อย”  “หนักกว่าเล็กน้อย”  “เบากว่าเล็กน้อย”  “แพงกว่านิดหน่อย”   “ยากกว่านิดหน่อย”   ให้ใช้   “A little bigger, A little colder, A bit smaller, A little bit hotter, A little more important, A little more expensive”  ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                                   ตัวอย่างที่  

  • I think things in this shop are  ______________ cheaper than those in other shops.

(ผมคิดว่าสินค้าในร้านนี้ราคาถูกกว่าสินค้าในร้านอื่นๆ ___________________________ )

(a) less

(b) more

(c) some

(d) a little    (เล็กน้อย, นิดหน่อย)

(e) very

ตอบ   -   ข้อ  (d)   เมื่อขยายการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”(Comparative degree)  เช่น  “ ใหญ่กว่า, ร้อนกว่า, แพงกว่า, ถูกกว่า”   และต้องการบอกว่าเพียง  “เล็กน้อย, นิดหน่อย”  ให้ใช้ “A little, A bit  หรือ  A little bit” ขยาย  เช่น  “A little bigger” (ใหญ่กว่านิดหน่อย),  A little hotter”  (ร้อนกว่าเล็กน้อย),  “A bit colder”  (หนาวกว่านิดหน่อย),  “A little more expensive”  (แพงกว่าเล็กน้อย),  “A bit more interesting”  (น่าสนใจกว่านิดหน่อย),  “A little bit more important”  (สำคัญกว่าเล็กน้อย)    เป็นต้น

 

11. Yesterday there was a car accident on Belmont Street, and it took _______________ nearly an hour to get the traffic on the move again.

(เมื่อวานนี้   มีอุบัติเหตุรถยนต์บนถนนเบลมอนต์  และมันทำให้ _________________ ใช้เวลาเกือบ  ๑  ชั่วโมง  ในการทำให้การจราจรเคลื่อนไหวต่อไปได้อีก)

(a) the police    (เจ้าหน้าที่ตำรวจ)

(b) a police

(c) police

(d) policeman

ตอบ   -   ข้อ    (a)  “Police” มี  ๒  ความหมาย  คือ  ๑. สถาบันตำรวจ  ๒. เจ้าหน้าที่ตำรวจ  ถือเป็นคำนามพหูพจน์  และต้องใช้กับ  “The”   เสมอ  ทั้งนี้  อาจตอบว่า   “A policeman”  หรือ   “Policemen”  (ไม่ต้องใช้ “The” เนื่องจากไม่ได้ชี้เฉพาะเจาะจงลงไปว่า  เป็นตำรวจกลุ่มใด)  ก็ได้

 

12. Frank: I think the radio is too loud.  It’s annoying.

(แฟรงค์:  ผมคิดว่าวิทยุเสียงดังเกินไป  มันน่ารำคาญนะ)

     Peter: Oh, sorry.  ____________________________________________________.

(ปีเตอร์:  โอ้  เสียใจครับ ________________________________________________ )

(a) I shall turn it up a little bit    (ผมจะเปิดเสียงให้ดังเพิ่มขึ้นอีกหน่อย)

(b) You are so annoying, too    (คุณเองก็น่ารำคาญมากเช่นกันนะ)

(c) I will turn it off now    (ผมจะปิดมัน (วิทยุ) ตอนนี้เลยครับ)

(d) I think I will turn on the TV instead    (ผมคิดว่าผมจะเปิดทีวีแทน)

 

13. John was pale with fatigue (ฟะ-ทิ้ก) after his sleepless night.

(จอห์นหน้า (ตัว) ซีดด้วย    ความเหนื่อย-เพลีย-เมื่อยล้า    หลังจากคืนที่นอนไม่หลับ)

(a) anger    (ความโกรธ)

(b) excitement    (ความตื่นเต้น)

(c) illusion    (อิ-ลู้-ชั่น)  (มายา, สิ่งลวงตา, การหลอกลวง, ภาพลวงตา, ภาพหลอน)

(d) tiredness    (ไท้-เออร์ด-เนส)  (ความเหน็ดเหนื่อย-เมื่อยล้า-อ่อนเพลีย, ความเบื่อหน่าย-รำคาญ-จืดชืด)

 

14. I thought Carol would be nervous when she made her speech, but she delivered it without trepidations.

(ผมคิดว่าแคโรลจะประหม่าเมื่อเธอกล่าวสุนทรพจน์  แต่เธอกล่าวมันโดยปราศจาก    ความกลัว-ความตกใจ-การสั่นเทา-การสั่นระริก-ความประหม่า-ความกังวลใจ)

(a) embarrassment    (ความเคอะเขิน, ความกระดากอาย, ความตะขิดตะขวงใจ)

(b) courage    (เค้อ-ริจ)  (ความกล้าหาญ, ความมีใจกล้า, กำลังใจ)

(c) intimidation    (การทำให้กลัว, การขู่ขวัญ-ขู่-คุกคาม)

(d) fright   (ไฟร้ท)   (ความกลัวอย่างมาก, ความสะดุ้งตกใจ, ความน่ากลัว-น่าขนลุก, บุคคลหรือสิ่งที่น่ากลัวมาก)

 

15. In his will, Mr. Larson warned his children not to squander (สคว้อน-เดอะ) their inheritance.   

(ในพินัยกรรมของเขา  มิสเตอร์ลาร์สัน เตือนลูกๆของเขามิให้    ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย-ใช้สิ้นเปลือง-ถลุง    มรดกของพวกตน)

(a) intrude    (บุกรุก, ล่วงล้ำ)

(b) compile    (คัม-ไพล่)  (รวบรวม, เรียบเรียง)

(c) waste or spend foolishly   {ใช้ (เงิน, เวลา) อย่างสิ้นเปลือง  หรือ  ใช้ (เงิน-เวลา-แรงงาน) อย่างโง่เขลา)}

(d) disburse    (จ่ายเงิน)

 

16. Jim: What will Tom do after the final examination?

(จิม:  ทอมจะทำอะไรหลังจากสอบไล่)

      Bill: ____________________________________________________________.

(บิล: ___________________________________________________________ )

(a) He did not do well in the exam    (เขาทำสอบได้ไม่ดี)   

(b) I’m planning to read lots of books    (ผมกำลังวางแผนจะอ่านหนังสือเยอะแยะเลย)

(c) He will spend his time with us in England    (เขาจะใช้เวลากับพวกเราในอังกฤษ)  (คือ ไปเที่ยวกับเรา)

(d) Tom never prepares for his exam    (ทอมไม่เคยเตรียมตัวสำหรับการสอบเลย)

 

17. Tim: Do you mind if I turn on the air-conditioner?

(ทิม:  คุณจะรังเกียจไหม  ถ้าผมจะเปิดแอร์)

      Bob: __________________________________________________ I’ve a fever now.

(บ๊อบ: __________________________________________ ผมเป็นไข้อยู่ครับ  ขณะนี้)

(a) I’m afraid I can’t.    (ผมเกรงว่า  ผมทำไม่ได้ครับ)

(b) No, please do.    (ไม่รังเกียจครับ  เชิญได้เลย)

(c) Yes, I do.  Sorry,    (รังเกียจสิครับ  เสียใจด้วยนะ)

(d) No way! I’m sick of it.    (ไม่มีทาง  ผมเบื่อ (เอียน) มันจัง)

 

18. I met _____________________________________________ on my way to the North.

(ผมพบ ______________________________________ ในระหว่างเดินทางไปภาคเหนือ)

(a) an old friend of mine    (เพื่อนเก่าของผมคนหนึ่ง)

(b) my friend of old

(c) an old friend of me

(d) one of old friends

ตอบ    -    ข้อ   (a)   สำหรับข้อ   (d)  ก็ใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “one of my old friends

 

19. The headmaster watched his students ______________________________ school.

(ครูใหญ่เฝ้ามองนักเรียนของตน__________________________________ โรงเรียน)

(a) leaving from

(b) to leave from

(c) leave    (เดินทางออกจาก)

(d) left

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Subject + Watch +  กรรม + Verb 1” (Verb 1 = Infinitive without to)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • What she saw made her _________________________________________ pale.

(สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอ _________________________________________ หน้าซีดเผือด)

(a) turn     (กลายเป็น)

(b) turning

(c) to turn

(d) turned

ตอบ  -  ข้อ    (a)   เนื่องจาก    “Make +กรรม + Verb 1

                                  ตัวอย่างที่  

  • The manager let everyone ____________ the office early to attend the convention.

(ผู้จัดการปล่อย (ยอม) ให้ทุกคน __________ สำนักงานแต่เนิ่นๆเพื่อไปเข้าร่วมการประชุม)

(a) to leave

(b) leaves

(c) left

(d) leave     (เดินทางออกจาก)

ตอบ   -   ข้อ  (d)   เนื่องจากหลังกรรมของ   “Make, Let, Have (ใช้), See,  Watch,  Hear,  Feel”   ต้องอยู่ในรูป   “Infinitive without to”  คือ “Verb 1”  (กริยาช่องที่ ๑  ที่ไม่มี   “to”  นำหน้า)  ตัวอย่างประโยค เช่น

  • She lets them play in the field.   (เธอปล่อยให้พวกเขาเล่นในสนาม)
  • We made them laugh.   (เราทำให้พวกเขาหัวเราะ)
  • I heard her sing.   (ผมได้ยินเธอร้องเพลง)
  • He saw her walk in the street.   (เขาเห็นเธอเดินในถนน)
  • She had them clean her room.   (เธอให้พวกเขาทำความสะอาดห้อง)

 

20. __________________________________ you keep your mouth shut, you will be safe.

(___________________________________ คุณหุบปากของคุณไว้  คุณก็จะปลอดภัย)

(a) Unless    (ถ้า........................ไม่)

(b) So long as    (ตราบใดที่, ตราบเท่าที่)

(c) In case of    (ในกรณีของ)

(d) So far as    (เท่าที่.........................ผมรู้มา, เขาบอกผม, ฯลฯ)

 

21. ________________________________________ no rain here for the next few weeks.

(____________________________________ ฝนตกที่นี่  สำหรับ ๒ – ๓ สัปดาห์ข้างหน้า)

(a) There was

(b) There has been

(c) There are

(d) There will be    (จะไม่มี)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นเรื่องของอนาคต  การทำนายดินฟ้าอากาศ

 

22. In the cities ______________________ live as hard a life as they were in the villages.  

(ในเมืองใหญ่ ____________________ ดำรงชีวิตที่ยากลำบาก  เท่าๆกับตอนที่พวกเขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน)  (คือย้ายมาอยู่ในเมือง  แล้วก็ยังลำบากเหมือนในอดีตตอนอยู่บ้านนอก)

(a) poor man

(b) a poor

(c) the poor    (คนจน)

(d) the poor men

ตอบ  -  ข้อ  (c)  “The poor”  หมายถึง  “คนจน”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                    ตัวอย่างที่       (จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์ จาก ข้อ  ๑  -  ๔)

  • The American Red Cross is (1) one of the volunteer (2) organizations (3) which purpose is to help (4) the sick and the needy.

(กาชาดอเมริกันเป็นหนึ่งในบรรดาองค์กรอาสาสมัคร  ซึ่งวัตถุประสงค์ของมันคือ  ช่วยคนเจ็บป่วยและคนยากคนจน)

ตอบ  –  ข้อ   ๓   แก้เป็น   “whose”   เนื่องจากแสดงความเป็นเจ้าของ (วัตถุ ประสงค์ของมัน)  และนำหน้าอนุประโยค  (whose purpose…………… …………..the needy)  สำหรับข้อ ๔   (the sick and the needy)  ถูกต้องแล้ว  เพราะเราใช้  “The”  นำหน้าคำคุณศัพท์  (sick และ needy) หมายถึงบุคคลประเภทนั้นๆ  (“คนป่วย” และ “คนยากคนจน”)   และถือเป็นคำพหูพจน์ด้วย  ซึ่งต้องใช้กับกริยา   “are, were, have”   (หรือ กริยาตัวอื่นๆ ที่อยู่ในรูปพหูพจน์  -  คือไม่ต้องเติม  “s”)   เช่น “the poor”  (คนจน)  “the rich”  (คนรวย)  “the wise”  (คนฉลาด, นักปราชญ์)  “the brave”  (คนกล้าหาญ)  “the elderly” (คนสูงอายุ)  “the young”  (คนหนุ่มสาว)  “the old”  (คนแก่)  นอกจากนั้น  “Verb + ing” (Present participle)  และ กริยาช่องที่ ๓  (Past participle) ซึ่งถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง  แต่เมื่อนำหน้าด้วย  “The”  เช่น “The dying”  (คนที่กำลังจะตาย)หรือ  “The wounded”  (คนเจ็บ)  “The injured”  (คนเจ็บ)  ก็ถือเป็นคำนามประเภทหนึ่งเช่นเดียวกัน   และถือเป็นคำพหูพจน์ด้วย  และใช้กับกริยา “are, were, have”  เช่นกัน  ดังตัวอย่างประโยค

  • The rich are not always happy.

(คนรวยมิใช่ว่าจะมีความสุขเสมอไป)

  • The poor have asked for help from the government

(คนจนได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลแล้ว)

  • In the old days, the elderly were highly respected by the young.

(ในสมัยก่อน  ผู้สูงอายุได้รับความเคารพอย่างสูงจากคนหนุ่มสาว)

  • The wounded were taken to hospital.

(คนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล)

  • The dying were being attended by the doctors.

(ผู้ที่กำลังจะตายกำลังได้รับการดูแลจากแพทย์)

  • The wise are cleverer (= more clever) than general people.

(คนฉลาดมีความฉลาดมากกว่าคนทั่วๆไป)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้