หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 305)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. He always brings _______________________ the same old stories of my childhood.

(เขามัก ___________________________ เรื่องเก่าซ้ำๆ เกี่ยวกับวัยเด็กของผมอยู่เสมอ)

(a) down

(b) on

(c) up    (ยกขึ้นมาพูด, เลี้ยงดู-อบรม, อาเจียน)

(d) round

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Bring up”  มีความหมายคือ  “ยกขึ้นมาพูด, เลี้ยงดู-อบรม”  ดังประโยคข้างล่าง

                                   ๑. ยกขึ้นมาพูด

  • Will you bring this matter up at the next meeting?

(คุณจะยกเรื่องนี้มาพูดในการประชุมคราวหน้าหรือไม่)

  • The meeting was nearly over when he brought up the problem of the new wage rates.

(การประชุมใกล้จะเสร็จแล้ว  เมื่อเขายกปัญหาอัตราค่าจ้างใหม่ขึ้นมาพูด)

  • At the class meeting Bob brought up the idea of a picnic.

(ที่การประชุมของชั้นเรียน  บ๊อบยกความคิดเรื่อง (จะ) ไปปิกนิกขึ้นมาพูด)

                                    ๒. เลี้ยงดู-อบรม

  • Her parents died when she was very young, and she was brought up by her aunt and uncle.

(พ่อแม่ของเธอตายเมื่อเธอยังเด็กมาก  และเธอได้รับการอบรมเลี้ยงดูโดยป้าและลุง)

  • She brought her children up carefully.

(เธออบรมเลี้ยงดูลูกๆ ของเธอด้วยความระมัดระวัง)

  • He was born in New York but (was) brought up in London.

(เขาเกิดในนิวยอร์ค  แต่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูในลอนดอน)

  • What a well brought-up (well-behaved) child!

(เขาช่างเป็นเด็กที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดู (ประพฤติตัวดี) มาดีจัง)  (เป็นประโยคอุทานด้วยความชื่นชม)

                                     ๓. อาเจียน

  • He has stomach trouble.  He brought up all his dinner as soon as he had eaten it.

(เขามีปัญหาเกี่ยวกับท้องไส้  เขาอาเจียนเอาอาหารค่ำออกมาจนหมด  ในทันทีที่เขากินมันเข้าไป)

 

2. The train ________________________________ speed after rounding the corner.

(รถไฟ _________________________________________ ความเร็ว  หลังจากเข้าโค้ง)

(a) picked over

(b) picked on

(c) picked off

(d) picked up    {เพิ่ม, เร่ง, ไปรับ (ที่สนามบิน, สถานี), หยิบขึ้นมา (จากพื้น, หูโทรศัพท์)}

 

3. It is very difficult to make ____________ exactly what little babies want when they begin to cry.

(มันยากมากที่จะ _______ ได้อย่างถ่องแท้ว่าทารกตัวน้อยๆ ต้องการอะไร  เมื่อพวกเขาเริ่มร้องไห้)

(a) through

(b) for

(c) out    (“Make out”  =  เข้าใจ)

(d) up

 

4. Jenny is a good student __________________ on occasions she is absent from school.

(เจนนี่เป็นนักเรียนที่ดี ____________________________________ บางครั้งเธอขาดเรียน)

(a) unless    (ถ้า.........................ไม่)

(b) except that    (ยกเว้นแต่ว่า)

(c) supposing that    (สมมติว่า)

(d) other than    (นอกเสียจาก, นอกจาก)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  สำหรับ  “Other than”  ดูจากประโยคข้างล่าง

  • There is no one other than Tony, who took my book.

(ไม่มีใครอื่นนอกจากโทนี่  ผู้ซึ่งเอาหนังสือของผมไป)

  • She never discussed it with anyone other than Jack.

(เธอไม่เคยปรึกษาเรื่องนี้กับใครนอกจาก (กับ) แจ๊ค)

  • I don’t have a thing with me other than this coat.

(ผมไม่มีอะไรติดตัวเลย  นอกจากเสื้อคลุมตัวนี้)

  • There is no noise other than a muted organ.

(ไม่มีเสียงใดเลย  นอกจาก (เสียง) ของออร์แกนเก็บเสียง)

                                     ดูเพิ่มเติมการใช้  “Except, Except that”  จากประโยคข้างล่าง

                           ตัวอย่างที่ 

  • We have lessons every day _______________________ Saturday and Sunday.

(เราเรียนหนังสือทุกวัน ________________________________ วันเสาร์และวันอาทิตย์)

(a) except that    (ยกเว้นว่า)  (ตามด้วยประโยค)

(b) besides    (นอกเหนือจาก)

(c) but that

(d) except    (ยกเว้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมการใช้  “Except, Except that” จากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • He is an excellent teacher ___________________________ he speaks too low.

(เขาเป็นครูที่ดีเยี่ยม ___________________________________ เขาพูดเสียงค่อยเกินไป)

(a) except    (ยกเว้น)

(b) besides    (นอกเหนือไปจาก, ยิ่งไปกว่านั้น)

(c) except that    (ยกเว้นแต่ว่า)  (ตามด้วยประโยค)

(d) except for

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Except”  เป็น   “Preposition”  ต้องตามด้วย  “วลี, คำนาม, สรรพนาม หรือ กริยา” 

                                ตัวอย่างที่ 

  • Most of the students got high marks in the examination, ________________ one or two getting full marks.

(นักเรียนส่วนใหญ่ได้คะแนนสูงในการสอบ _____________ คนหรือสองคนได้คะแนนเต็ม)

(a) and

(b) by

(c) with    (โดย)

(d) except    (ยกเว้น)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใช้   Preposition  “With”  เพราะตามด้วย   Verb + ing (Getting)  ส่วน  Preposition  “Except”  มักใช้กับ  ๒  ข้อความที่ขัดแย้งกัน  หรือ  แตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น  “นักเรียนส่วนใหญ่ได้คะแนนต่ำ  ยกเว้น  คนหรือสองคนได้คะแนนเต็ม  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • We saw nothing along the way except flower gardens.

(พวกเราไม่เห็นอะไรเลยระหว่างทาง  ยกเว้นสวนดอกไม้)

  • Every room is empty now except the living room.

(ทุกห้องว่างเปล่าขณะนี้  ยกเว้นห้องรับแขก)

  • Nobody went there except me.

(ไม่มีใครไปที่นั่น  ยกเว้นผม)

  • She likes living here except in summer.

(เธอชอบอาศัยอยู่ที่นี่  ยกเว้นในหน้าร้อน)

  • The place seems clean except where he sleeps.

(สถานที่ดูเหมือนว่าสะอาด  ยกเว้นตรงที่ที่เขานอน)

  • All the boys except Billy started to cry.

(เด็กชายทุกคนยกเว้นบิลลี่  เริ่มร้องไห้)

  • He no longer went out, except when Jeanne forced him.

(เขาไม่ออกไปข้างนอกต่อไปอีกแล้ว  ยกเว้น  เมื่อจีนนี่บังคับเขา) 

  • There was little I could do except wait.

(มีเพียงนิดหน่อยที่ผมทำได้  ยกเว้นรอคอย)

  • I knew nothing about Judith except what I had heard at second hand.

(ผมไม่ทราบอะไรเลยเกี่ยวกับจูดิธ  ยกเว้นสิ่งที่ผมได้ยินได้ฟังมาจากคนอื่น)  

                                     ส่วน   Except that  หรือ   Except for the fact that  ตามด้วยประโยค  (Subject + Verb)  เช่น

  • The house I bought is very nice, except that the living room is too small.

(บ้านที่ผมซื้อดีมากเลย  ยกเว้นแต่ว่า  ห้องรับแขกเล็กเกินไป)

  • I can scarcely remember what we ate, except that it was plentiful and simple.

(ผมจำไม่ใคร่ได้ว่าเรากินอะไรบ้าง  ยกเว้นว่า  มันมากมายและง่ายๆ) 

                                    สำหรับ   “Except for”  เป็น   “Preposition”  มีความหมาย  “นอกจาก................(ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อความข้างหน้า)”  เช่น

  • The living room is empty now except for the rug.

(ห้องรับแขกว่างเปล่าขณะนี้  นอกจากพรม)  (มีพรมในห้องเพียงสิ่งเดียว)

  • The room was very cold and, except for Peter, entirely empty.

(ห้องหนาวมากและ, นอกจากปีเตอร์, ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง)  (มีปีเตอร์นั่งในห้องเพียงคนเดียว)

  • Except for emergencies, I didn’t expect any help from my children.

(นอกจากสถานการณ์ฉุกเฉิน  ผมไม่ได้คาดหวังความช่วยเหลือใดๆจากลูกๆเลย)  (ไม่หวังให้ลูกช่วย  ยกเว้นมีสถานการณ์ฉุกเฉิน  เช่น ป่วยกะทันหัน)               

                                        ดูการใช้  “Besides”  จากตัวอย่างข้างล่าง

                              ตัวอย่างที่ 

  • The Joneses were too poor to go to the movies; _____________, there was no one to stay with the children. 

(ครอบครัวโจนส์ยากจนเกินไปที่จะไปดูหนัง __________________ ไม่มีใครอยู่บ้านกับลูกๆ)

(a) in addition to    (นอกเหนือจาก)

(b) in addition that

(c) beside    (ข้างเคียง, ใกล้เคียง)

(d) besides     (นอกเหนือจาก,  ยิ่งไปกว่านั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Besides”   สามารถตามด้วยทั้ง  คำนาม,  วลี,  “Gerund” (Verb + ing)   และประโยค  เช่น

  • Besides an expensive car, she owns a luxurious home.

(= She owns a luxurious home besides an expensive car.)

(นอกเหนือจากรถยนต์ราคาแพง  เธอยังเป็นเจ้าของบ้านหรู)

  • Besides visiting New York, he also traveled to London.

(นอกเหนือจากการไปเยือนนิวยอร์ค  เขายังเดินทางไปลอนดอนด้วย)

  • They robbed the house.  Besides, they burnt it down.

(พวกเขาปล้นบ้าน  ยิ่งไปกว่านั้น  ยังเผามันซะราบเลย)

 

5. The existing disparities between rich and poor nations, always a source of great trouble, are increasing rather than decreasing.

(ความแตกต่างกัน-ไม่เหมือนกัน    ที่มีอยู่ระหว่างประเทศที่ร่ำรวยและยากจน  ซึ่งมักเป็นบ่อเกิดของความยุ่งยากอย่างใหญ่หลวงอยู่เสมอ  กำลังเพิ่มขึ้นมากกว่าที่จะลดลง)

(a) difference    (ความแตกต่าง)

(b) similarities    (ความคล้ายกัน, ความเหมือนกัน)

(c) connections    (ความเกี่ยวโยง, ความเชื่อมโยง)

(d) fortitude    (ฟ้อร์-ทิ-ทิวด์ หรือ ทูด)  (ความกล้าหาญ, ความทรหดอดทน, ความแข็งแกร่ง)

 

6. Anthropologists believe that in the sixteenth century a few thousand Vikings inhabited northern Scandinavia.

(นักมานุษยวิทยาเชื่อว่าในศตวรรษที่ ๑๖  ชาวไวกิ้ง  ๒ – ๓  พันคน    อาศัยอยู่ใน-อยู่ใน-มีอยู่ใน    สแกนดิเนเวียทางภาคเหนือ)

(a) governed    (ปกครอง)

(b) resided in    (อาศัยอยู่ใน)

(c) fought over    (ต่อสู้เพื่อ – ครอบครอง)

(d) recuperated    (ฟื้นคืน, พักฟื้น, กลับมีสภาพหรือกำลังเหมือนเดิม, ทำให้ฟื้นคืน (สุขภาพ, กำลัง, แรง, ฐานะทางเศรษฐกิจ ฯลฯ), กู้, เอาคืน)

 

7. Social and economic democracy in Japan was expected to mitigate competition for social status, but instead it made the competition stronger. 

(ประชาธิปไตยทางสังคมและเศรษฐกิจในประเทศญี่ปุ่น  ได้รับการคาดหวังว่าจะ    ทำให้เบาบาง, ทำให้ลดน้อย, บรรเทา-ทำให้อ่อนโยนขึ้น-เบาบางลง-ลดน้อยลง-อ่อนลง    การแข่งขันเพื่อสถานภาพทางสังคม  แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น  มันทำให้การแข่งขันเข้มข้นขึ้น )  (คือ  คาดหวังว่าจะทำให้การแข่งขันเพื่อสถานภาพทางสังคมลดน้อยลง  แต่กลับตรงกันข้าม)

(a) increase    (เพิ่มขึ้น, ทำให้เพิ่มขึ้น)

(b) hamper    (ขัดขวาง, เป็นอุปสรรค, สกัดกั้น, หน่วงเหนี่ยว)

(c) diminish    (ทำให้ลดน้อยลง, ลดน้อยลง)

(d) ameliorate    (ดีขึ้น, ทำให้ดีขึ้น)

 

8. It was quite windy ______________________________ we had to button our coats up.

(ลมแรงมาก _________________________________ เราจำเป็นต้องกลัดกระดุมเสื้อคลุม)

(a) so    (ดังนั้น)

(b) that

(c) while    (ในขณะที่)

(d) as such

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากใช้  “So, Therefore, Consequently, Thus, Hence, As a result, As a consequence  -  ทุกคำ หมายถึง  เพราะฉะนั้น, ดังนั้น”  นำหน้าอนุประโยคที่เป็นผลลัพธ์  (ลมแรงมาก  -  เป็นเหตุ, เราจำเป็นต้องกลัดกระดุมเสื้อคลุม  -  เป็นผล)  หรืออาจใช้โครงสร้างในประโยคข้างล่าง

  • It was so windy that we had to button our coats up.

(ลมแรงมาก  จนกระทั่งเราจำเป็นต้องกลัดกระดุมเสื้อคลุม)

 

9. We were very tired, ______________, we decided to try to finish the work before dusk.

(เราเหนื่อยมาก ____________________ เราตัดสินใจที่จะพยายามทำงานให้เสร็จก่อนค่ำ)

(a) whenever    (เมื่อใดก็ตาม)

(b) that

(c) while    (ในขณะที่)

(d) however    (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากใช้  “However, Nevertheless, Nonetheless, But”   นำหน้าประโยคที่มีข้อความขัดแย้งกับประโยคข้างหน้ามัน  เช่น  “เขาร่ำรวยมาก  อย่างไรก็ตาม (แต่) เขาไม่มีความสุข)

 

10. The father of many children _______________________ to work hard to earn a living.

(พ่อของลูก (ที่มีลูก) หลายคน _________________________ ทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงชีพ)

(a) have

(b) must

(c) has    (“Has to”  =  จำเป็นต้อง)

(d) are

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากประธานของประโยค  คือ  “The father”  โดยมี  “Of many children”  เป็นส่วนขยายประธาน  หรืออาจตอบ  “Must work hard” (จะต้องทำงานหนัก)  ก็ได้

 

11. The villager were ____________ informed about the events taking place in the country.

(ชาวบ้านได้รับข้อมูลข่าวสาร _____________ เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศ)

(a) well and pretty    (ไม่ใช้รูปนี้)

(b) well pretty    (เรียงผิด)

(c) pretty well    (อย่างดีมาก)

(d) prettily well    (“Prettily”  =  อย่างสวยงาม)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากใช้กริยาวิเศษณ์  (Well)  ขยายกริยา  “Informed”  และใช้กริยาวิเศษณ์  “Pretty”  (มาก)  ขยาย  “Well”  อีกทีหนึ่ง  สำหรับ  “Pretty”  เมื่อเป็นคำคุณศัพท์  หมายถึง  “สวยงาม”  ดูตัวอย่างการใช้กริยาวิเศษณ์  “Prettily”  (อย่างสวยงาม)  จากประโยคข้างล่าง

  • It was prettily engraved with flowers on the back.

(มันถูกแกะสลัก (ฝัง) ไว้อย่างสวยงามด้วยดอกไม้ทางด้านหลัง)

 

12. The strike ended when the employer conceded to the demands of the workers.  

(การนัดหยุดงานยุติเมื่อนายจ้าง    ยอมรับ-ยอมทำตาม-ยินยอม-ยอมอ่อนข้อให้    ข้อเรียกร้องของคนงาน)

(a) exaggerated    (พูดโม้, พูดเกินความจริง)

(b) admitted    (ยอมให้, ยอมรับ, ให้เข้า, รับเข้า, ยอมรับรอง, รับสารภาพ, รับ)

(c) eliminated    (กำจัด, ทำลายให้หมดไป)

(d) encountered    (เผชิญกับ, เผชิญหน้า, พบ, เจอ)

 

13. The political writer was well-known for his acumen.

(นักเขียนเรื่องการเมืองคนนั้นเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่อง    ความเฉลียวฉลาดปราดเปรื่อง    ของเขา)

(a) keen insight    (ความฉลาดที่ดีเลิศ-ยอดเยี่ยม-หลักแหลม-คมกริบ)

(b) blunt comments    (คำวิจารณ์แบบขวานผ่าซาก)

(c) lofty language    (ภาษาที่สูงส่ง)

(d) witty remarks    (คำพูดที่ฉลาด-มีไหวพริบ)

 

14. The fireman’s valor in rushing into the flaming house saved the occupants from a terrible fire.

(ความกล้าหาญ    ของพนักงานดับเพลิง  ในการวิ่งเข้าไปในบ้านที่กำลังไฟลุกโพลง  ได้ช่วยชีวิตของเจ้าของบ้านจากไฟไหม้ที่ร้ายกาจ-รุนแรง)

(a) jeopardy    (อันตราย, ภัย)

(b) illustration    (การแสดงด้วยภาพ)

(c) bravery    (ความกล้าหาญ)

(d) deterioration    (การแย่ลง-เลวลง-เสื่อมลง)

 

15. No matter how hard I tried, it was impossible to __________ this pen ____________ ink.

(ไม่ว่าผมจะพยายามมากอย่างไรก็ตาม  มันเป็นไปไม่ได้ที่จะ ________________ ปากกาด้ามนี้ _________________น้ำหมึก)

(a) full _____________ of

(b) be full ______________ of

(c) be filled _______________ with

(d) fill _______________ with    (เติม  __________________  ด้วย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Fill”  เป็นคำกริยา  ใช้คู่กับ  “With

 

16. During Christmas week there will be _________________ many things in the shops that it will be difficult to know what to buy.

(ในระหว่างสัปดาห์คริสต์มาส  จะมีของต่างๆ _________________ ในร้าน  จนกระทั่ง  มันจะยากที่จะทราบว่าจะซื้ออะไรดี)

(a) such

(b) so    (มากมาย)

(c) many

(d) too

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ใช้   “So + Many + Noun (plural) + that”หรือ  “So + Much + Uncountable noun (singular) + that”  (= “.................มาก  จนกระทั่ง”)

 

17. We often put tramps in _________________ beggars, but sometimes we feel a little envious of their simple way of life. 

(เรามักจัดคนจรจัดให้อยู่ใน ___________________ ขอทาน  แต่บางครั้ง  เรารู้สึกอิจฉานิดๆ กับวิถีการดำรงชีวิตแบบเรียบง่ายของพวกเขา)

(a) the same class to

(b) the same class with

(c) the same classes to

(d) the same class as    (ชั้นหรือกลุ่มเดียวกันกับ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เป็นการใช้คำคู่   “The same………….as

 

18. He said to her, “_____________________________________________________.”

(เขาพูดกับเธอว่า  “ _________________________________________________”)

(a) You hadn’t better come here again

(b) You had better not come here again     (คุณไม่ควรมาที่นี่อีกจะดีกว่า)

(c) You had better not to come here again

(d) You hadn’t better to come here again

ตอบ   -   ข้อ    (b)   “Had better + Verb 1”  =  “ควรจะ..............ดีกว่า”   ส่วน    “Had better + not + Verb 1”  =  “ไม่ควรจะ..............ดีกว่า”   (ทั้ง  ๒  วลี มีความหมายเป็นปัจจุบันและอนาคต)   เช่น

  • You had better get up early to be healthy.

(คุณควรตื่นแต่เช้าตรู่  เพื่อจะได้มีสุขภาพแข็งแรง)

  • You had better not work too hard, or you’ll become ill.

(คุณไม่ควรทำงานหนักมากเกินไป  มิฉะนั้นคุณจะเจ็บป่วย)

 

19. She spoke slowly and emphatically in order to _____________________________.

(เธอพูดอย่างช้าๆ และเน้นย้ำ  เพื่อที่จะ ______________________________________ )

(a) make herself clearly

(b) making herself clear

(c) be made herself clear

(d) make herself clear    (ทำให้ตัวเธอเองเป็นที่เข้าใจอย่างชัดเจน)  (ไม่มีผู้ใดข้องใจหรือสงสัยในตัวเธอ)

ตอบ    -    ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง   “Make +  กรรม + Adjective”  หรือ   “Make +  กรรม + Verb 1”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • News services make ___________________ for newspapers to give their readers news from around the world. 

(การบริการข่าวสารทำให้ ___________________ สำหรับหนังสือพิมพ์ที่จะให้ข่าวสารจากทั่วทุกมุมโลกแก่ผู้อ่านของตน)

(a) possible     (เป็นไปได้)

(b) it possible     (มันเป็นไปได้)

(c) it is possible

(d)  possible that

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เพราะเป็น  “Pattern”  ที่นิยมใช้กันแพร่หลาย คือ  (Make + กรรม + Adjective)   เช่น   “Make it difficult”  “Make it impossible”  “Make it necessary”  “Make it popular”  “Make you skillful”  “Make her happy”  “Make them famous”   ซึ่งมีความหมายคือ    “ทำให้ยาก-เป็นไปไม่ได้-จำเป็น-เป็นที่นิยม-มีทักษะ-มีความสุข-มีชื่อเสียง”  (ตามลำดับ)

 

20. An announcement ________________________________ to be made in Bangkok.

(การประกาศ ____________________________________ ว่าจะถูกทำขึ้นในกรุงเทพฯ)

(a) has believed

(b) believed

(c) had believed

(d) is believed    (ถูกเชื่อ)

ตอบ  -  ข้อ   (d)   เนื่องจากอยู่ในรูป   “Passive voice” {Subject + is (am, are, was, were) + Verb 3}   กล่าวคือ  ประธานของประโยค คือ   “An announcement”   (เป็นเอกพจน์)   ถูกกระทำ คือ   “ถูกเชื่อ  -  ว่าจะถูกทำขึ้น”  หรือ อาจตอบ ข้อ   (a)  แต่ต้องแก้เป็น  “has been believed”

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้