หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 304)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Tom tells me not to worry about Cindy.  He says that _____________________ her present problems, she’ll probably do quite well.

(ทอมบอกผมมิให้วิตกกังวลเกี่ยวกับซินดี้  เขากล่าวว่า _____________________ ปัญหาในปัจจุบันของเธอ  เธอจะไปได้ดีมากทีเดียว)  (หมายถึง  ทั้งๆที่มีปัญหา  แต่คงจะไปได้สวย)

(a) In case of    (ในกรณีของ, ในกรณีที่เกิด)

(b) Instead of    (แทนที่จะ)

(c) Because of    (เนื่องมาจาก)

(d) In spite of    (ทั้งๆที่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูเพิ่มเติมการใช้คำข้างต้นจากประโยคข้างล่าง

  • In case of”  -  ในกรณีที่เกิด, ในกรณีของ
  • There is a fire extinguisher on every floor in case of fire.

(มีเครื่องดับเพลิงอยู่ทุกชั้น (ของอพาร์ตเมนต์-โรงแรม) ในกรณีที่เกิดไฟไหม้)  (คือมีเตรียมไว้เผื่อเกิดไฟไหม้)

  • In case of fire, take an emergency exit.

(ในกรณีที่เกิดไฟไหม้  ให้ใช้ทางออกฉุกเฉิน)

  • Take your umbrellas in case of rain.

(เอาร่มของคุณติดไปด้วยนะ  เผื่อฝนตก)

  • The wall was built along the river in case of floods.

(กำแพงถูกสร้างขึ้นตามฝั่งแม่น้ำเพื่อป้องกัน (หรือในกรณีที่เกิด) น้ำท่วม)

  • Instead of (= In place of = In lieu (ลู) of)   -  แทนที่จะ
  • Instead of going home to his wife, he took his secretary to the cinema.

(แทนที่จะกลับบ้านไปหาภรรยา  เขาพาเลขาฯ ของเขาไปดูหนัง)

  • I wore mittens instead of (= in place of = in lieu (ลู) of) gloves.

(ผมสวมถุงมือแบบปล่อยให้นิ้วโผล่ออกมาแทนถุงมือแบบคลุมนิ้ว)

  • The grown-ups had coffee but the children wanted milk instead of

(= in place of = in lieu of) coffee.

(ผู้ใหญ่ดื่มกาแฟ  แต่เด็กๆต้องการนมแทนกาแฟ)

  • The boys went fishing instead of (= in place of = in lieu of) going to school.

(พวกเด็กผู้ชายไปตกปลาแทนที่จะไปโรงเรียน)

  • The Vice-President talked at the meeting instead of (= in place of = in lieu of) the President, because the President was sick.

(รองประธานาธิบดีกล่าวในที่ประชุมแทนท่านประธานาธิบดี  เพราะว่าท่านประธานา        ธิบดีป่วย)

  • The magician appeared on the program instead of (= in place of = in lieu of) a singer.

(นักมายากลปรากฏตัวในรายการแทนนักร้อง  -  เนื่องจากนักร้องป่วยหรือติดภารกิจ)

  •  Because of (= On account of = Owing to = Due to  –  เนื่องมาจาก
  • Because of (= On account of = Owing to = Due to) the heavy rain, we could not go out.

(เนื่องมาจากฝนตกหนัก  เราไม่สามารถออกไปข้างนอก)

  • Because of (= On account of = Owing to = Due to) an accident, the train was delayed for 2 hours.  

(เนื่องมาจากอุบัติเหตุ  รถไฟถูกทำให้ล่าช้าไป ๒ ชั่วโมง)

  • He could not go to university because of (=owing to = on account of = due to) his poverty.  

(เขาไม่สามารถเรียนมหาวิทยาลัย  เนื่องมาจากความยากจน) 

  •  In spite of (= despite = notwithstanding)  -  ทั้งๆที่
  • He hasn’t been able to get a good job in spite of (= despite = notwithstanding) his having had an expensive education.

(เขาไม่สามารถหางานดีๆทำได้  ทั้งๆที่มีการศึกษาที่แพง)  (ไม่สามารถหางานดีได้  ทั้งๆมีการศึกษาหรือ เสียค่าเรียนราคาแพง)

  • In spite of (= Notwithstanding= Despite) the bad storm, John delivered his papers on time.  

(ทั้งๆที่มีพายุเลวร้าย  ทอมก็ยังไปส่งหนังสือพิมพ์ได้ตรงเวลา)  (ทอมเป็นเด็กส่งหนังสือ พิมพ์)

  • In spite of (= Notwithstanding = Despite) all their differences, Mary and Ann remain friends.

(ทั้งๆที่แตกต่างกันอย่างมากมายอย่างนั้น  แมรี่และแอนยังคงเป็นเพื่อนกันได้)

  • They went out in spite of (= notwithstanding = despite) the heavy rain.

(พวกเขาออกไปข้างนอกทั้งๆที่ฝนตกหนัก)

 

2. You __________________ a great time on your vacation.  You seem happy and relaxed.

(คุณ _______________________ ความสนุกสนานมากในการไปเที่ยวพักผ่อน  คุณดูเหมือนว่ามีความสุขและผ่อนคลาย)

(a) must have    (จะต้องประสบกับ)

(b) should have    (ควรประสบกับ)

(c) must have had    (จะต้องได้ประสบกับ)

(d) should have had    (ควรจะได้ประสบกับ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจาก  “Must + Have + Verb 3”   (จะต้องได้ทำไปแล้ว,  คงได้ทำลงไปแล้ว)  (ในอดีต)  สำหรับประโยคข้างบน   ผู้พูดมั่นใจมากว่า  “คุณจะต้องประ  สบกับความสนุกสนานแล้วในอดีต”  เพราะผู้พูดสังเกตเห็นว่า  “คุณดูมีความสุขและผ่อนคลาย”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • What terrible coffee!  She ______________________________ it with cold water.

(กาแฟน่ากลัว  (เฮงซวย) อะไรเช่นนี้  เธอ ___________________ มัน (กาแฟ) ด้วยน้ำเย็น)

(a) had to make   (จำเป็นต้องชง)  (เป็น “Past simple tense”)

(b) must make    (จะต้องชง)

(c) had had to make    (จำเป็นต้องชง)  (เป็น “Past perfect tense”)

(d) must have made    (จะต้องได้ชง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจาก  “Must + Verb 1” =  “จะต้องทำในปัจจุบันหรืออนาคต”  ส่วน  “Must + Have + Verb 3” =  “จะต้องได้ทำลงไปแล้วในอดีต”  สำหรับประโยคข้างบน   เหตุการณ์ได้เกิดผ่านไปแล้ว   โดยสังเกตจากข้อความที่ผู้พูดบอกว่า  “กาแฟเฮงซวยฯ”   ดังนั้น    “คนชงฯ คงจะต้องใส่น้ำเย็นลงไปแล้ว”  เป็นการคาดการณ์หรือเดาด้วยความมั่นใจ  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

  • He must work harder to pass the exam.

(เขาต้องขยันเรียนมากขึ้นเพื่อที่จะสอบผ่าน)  (เป็นเรื่องของปัจจุบัน หรืออนาคต  คือต้องขยันในตอนนี้ หรือในอนาคต)

  • He looks very excited.  He must have passed the exam.

(เขามีท่าทางตื่นเต้นมาก  เขาคงจะได้สอบผ่านแล้ว (เป็นอดีต)   (คือ เพิ่งมีการประกาศผลสอบ  และเห็นเขามีท่าทางตื่นเต้น  เดาว่าเขาคงจะสอบผ่านแล้ว)

  • She has bought a new house.  She must have won the first prize in lottery.

(เธอได้ซื้อบ้านหลังใหม่  เธอจะต้องถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ ๑ไปแล้ว)  (เป็นอดีต)   (เป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอดีต  ว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างแน่นอน  โดยดูจากเหตุการณ์แวดล้อม  ที่เธอมีเงินซื้อบ้านหลังใหม่)

                                     จงเปรียบเทียบกับ  “Subject + Should + Have + Verb 3”  หมายถึง ประธานประโยคควรจะได้ทำเช่นนั้น (ในอดีต)  แต่ก็ไม่ได้ทำ   หรือ  “Subject + Should + Not +  Have + Verb 3”  ประธานฯ ไม่ควรได้ทำเช่นนั้น  (ในอดีต)  แต่ก็ได้ทำลงไป  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Tommy hasn’t arrived yet.  He ________________________________ an hour ago.

(ทอมมี่ยังมาไม่ถึงเลย  เขา _____________________________ เมื่อ  ๑  ชั่วโมงล่วงมาแล้ว)

(a) must have come    (จะต้องได้มา)

(b) had better come    (ควรจะมา)

(c) should have come    (ควรจะได้มา)  (แต่ก็ไม่ได้มา)

(d) was suppose to come

ตอบ   -   ข้อ    (c)   หรืออาจตอบ  “Was supposed to come”  (ถูกคาดการณ์ว่าจะมาสำหรับ  “Subject + Should + Have + Verb 3”  หมายถึง ประธานประโยคควรจะได้ทำเช่นนั้น (ในอดีต)  แต่ก็ไม่ได้ทำ   ในที่นี้ คือ  “ควรจะมาตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว  แต่ก็ไม่ได้มา)

                                   ตัวอย่างที่ 

  • Why didn’t you tell him?  You ______________________________ him last night.

(ทำไมคุณจึงไม่บอกเขา  คุณ _______________________________ เขาเมื่อคืนที่ผ่านมา)

(a) should tell

(b) must have told

(c) ought have told

(d) should have told    (ควรจะได้บอก)  (แต่ก็ไม่ได้บอก)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เป็นการแนะนำว่า  ควรจะได้ทำเช่นนั้น (บอกเขา) ในอดีต  (คืนที่ผ่านมา) แต่ก็มิได้บอก 

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Mike went to the cinema last night, but he should _____ home and prepared his lesson. 

(ไมค์ไปดูหนังในคืนที่ผ่านมา  แต่ว่าเขาควร ___________ อยู่กับบ้าน  และตระเตรียมบทเรียน)

(a) stay

(b) to stay

(c) have stayed    (จะได้พัก)

(d) have been stayed

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Should + Have + Verb 3” =  “ควรจะได้ทำสิ่งนั้นในอดีต  แต่ก็มิได้ทำ”   ในกรณีของประโยคข้างบน   คือ  ควรจะพักอยู่กับบ้านและเตรียมบทเรียน  แต่ก็เปล่า  กลับไปดูหนังแทน   ส่วน   “Should + Not + Have + Verb 3” =   “ไม่ควรทำสิ่งนั้นในอดีต  แต่ก็ได้ทำลงไป”  ดังประโยคข้างล่าง 

                                   ตัวอย่างที่  

  • You lost all your money, didn’t you?  You ___________________ that much on you.

(คุณสูญเงินหมดเลยใช่ไหม   คุณ ______________________ เงินติดตัวจำนวนมากเช่นนั้น)

(a) should carry    (ควรพกพา หรือถือ)

(b) did not carry    (ไม่พกพา หรือถือ)

(c) should have carried    (ควรได้พกพา หรือถือ)

(d) shouldn’t have carried     (ไม่ควรได้พกพา  หรือถือ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Shouldn’t + Have + Verb 3”  =  “ไม่ควรได้ทำเช่นนั้น (ในอดีต) แต่ก็ทำ”   ในประโยคข้างบน  “คุณสูญเงินไปหมดแล้ว”  ผู้พูดจึงบอกว่า  “คุณไม่ควรพกเงินไปมากเช่นนั้น”  แต่ก็ได้พกไปแล้ว  และสูญเงินจนหมด  ซึ่งอาจเกิดจากการถูกปล้น หรือถูกขโมย  สำหรับโครงสร้าง  “Should + Have + Verb 3”   (ควรได้ทำเช่นนั้น (ในอดีต) แต่ก็ไม่ได้ทำ)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างทั้ง  ๒  แบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • A: “You were late for your appointment.”

(คุณมาสายสำหรับการนัดหมาย)

  • B: “I know.  I shouldn’t ____________________________ so long at the library.”

(ผมทราบ  ผมไม่ควรจะ__________________________________ นานมากที่ห้องสมุด)

(a) have been staying

(b) have stayed     (ได้อยู่, ได้หยุดอยู่)

(c) had stayed

(d) be staying

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก   “Shouldn’t have stayed” =  “ไม่ควรได้อยู่  หรือ ไม่ควรได้หยุดอยู่”  แต่ในความเป็นจริง  คือ   ได้อยู่  หรือ   ได้หยุดอยู่ที่ห้องสมุดเป็นเวลานาน   ทำให้มาสายในการนัดหมาย   สำหรับ “Should (= Ought to) + Have + Verb 3”  “ควรได้ทำ.......... ในอดีต”  แต่ก็มิได้ทำ  ดังประโยคข้างล่าง  

                                   ตัวอย่างที่  

  • I’m very sorry.  I should _________________ him a birthday present, but I did not.

(ผมเสียใจมาก  ผมควร _______________________________ ของขวัญวันเกิดไปให้เขา)

(a) send

(b) be sending

 (c) have sent    (ได้ส่งไปแล้ว)

(d) sent

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Should (Ought to) + Verb 1” =“ควรทำ...........ในปัจจุบัน หรืออนาคต”  ส่วน  “Should (Ought to) + Have + Verb 3” =  “ควรได้ทำ..........ไปแล้วในอดีต”   (แต่ก็ไม่ได้ทำ)    สำหรับความหมายของประโยคข้างบน  คือ  “ผมเสียใจมาก   ผมควรจะได้ส่งของขวัญวันเกิดไปให้เขาแล้ว  แต่ผมก็ไม่ได้ส่ง”  ตัวอย่างอื่นๆ เช่น

  • You should study harder next term.

(คุณควรขยันเรียนมากขึ้นเทอมหน้า)  (เป็นอนาคต)

  • He should propose to her now.

(เขาควรขอแต่งงานกับเธอในตอนนี้)  (เป็นปัจจุบัน)

  • The workers should not have made a strike last month.

(คนงานไม่ควรนัดหยุดงานเมื่อเดือนที่แล้ว)  (แต่ก็นัดหยุดงาน  และเกิดความเสียหายมากมาย)  (เป็นอดีต)

                      ตัวอย่างที่  

  • You ought ___________________________________________ for her last night.

(คุณควรจะ __________________________________________ เธอเมื่อคืนที่ผ่านมา)

(a) wait

(b) to wait

(c) to have waited     (ได้รอคอย)

(d) have waited

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Ought + To + Verb 1” (=  Should + Verb 1) (= ควรที่จะมีความหมายเป็นปัจจุบันและอนาคต  ว่าควรทำเช่นนั้นเช่นนี้  แต่ถ้าต้องการบอกว่า   “ควรทำในอดีต”  (แต่ก็ไม่ได้ทำ)    เช่น ประโยคข้างบน    มีความหมายว่า  “คุณควรที่จะได้รอคอยเธอเมื่อคืนนี้”  (แต่ในความเป็นจริงคือ  “คุณมิได้รอเธอ”)   ซึ่งจะต้องใช้โครงสร้าง  “Ought to (= Should) + Have + Verb 3”    ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • I ought to (= should) have told you the truth last year.

(ผมควรที่จะได้บอกความจริงแก่คุณเมื่อปีที่แล้ว)  (แต่ก็ไม่ได้บอก)

  • She ought to (= should) have applied for that highly paid job (last month).

(เธอควรที่จะได้สมัครงานเงินเดือนสูงนั้น  –  เมื่อเดือนที่แล้ว)  (แต่ก็ไม่ได้สมัคร)

  • They ought to (= should) have visited their mother before she  died.

(พวกเขาควรที่จะได้ไปเยี่ยมแม่ของตัวเองก่อนที่เธอตาย)  (แต่ก็มิได้ไปเยี่ยม)

 

3. ________________ people hunt wild animals for sport, and ________________ damage has been caused by this kind of hunting.

(ผู้คน ________________ ล่าสัตว์ป่าเป็นกีฬา  และความเสียหาย ________________ ได้ถูกทำให้เกิดขึ้นโดยการล่าประเภทนี้)

(a) Many __________ many

(b) Much __________ much

(c) Many __________ much    (จำนวนมาก ..................... มากมาย)

(d) Much __________ many

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจาก   “People”  เป็นคำนามพหูพจน์  ส่วน  “Damage”  เป็นคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)

 

4. Laura doesn’t appreciate being kept ___________, so make sure you get there on time.

(ลอร่าไม่ชื่นชมกับการถูกทำให้ ___________ ดังนั้น  จงมั่นใจว่าคุณจะไปถึงที่นั่นตรงเวลา)

(a) to wait

(b) to be waiting

(c) waiting    (รอคอย)

(d) having waited

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Keep” + Verb + ing  สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  ได้แก่

                             ตัวอย่างที่ 

  • I know you don’t have time, but you should finish ____________ the letter by noon.

(ผมรู้ว่าคุณไม่มีเวลา  แต่คุณควรเสร็จสิ้น _____________________ จดหมายในตอนเที่ยง)

(a) to answer

(b) answering    (การตอบ)

(c) by answering

(d) answer

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากกริยา  “Finish + Verb + ing”   ดูเพิ่มเติมคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Jack has already considered __________________________________ his studies.

(แจ๊คได้พิจารณา __________________ การศึกษาของเขาแล้ว)  (คือ  ได้พิจารณาที่จะศึกษาต่อ)  (เช่น  ระดับปริญญาโท-เอก)

(a) continue

(b) continuing    (การทำต่อไป)

(c) to continue

(d) continues

ตอบ   -   ข้อ    (b)   กริยา  “Consider + Verb + ing

                               ตัวอย่างที่ 

  • They practiced __________________________________________ at our school.

(พวกเขาฝึกหัด ___________________________________________ ที่โรงเรียนของเรา)

(a) teach

(b) to teach

(c) teaching    (การสอน)

(d) taught

ตอบ   -   ข้อ    (c)   กริยา  “Practice”  ต้องตามด้วย  “Gerund”  (Verb + ing)    

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I can’t stand ________________________________ the same word many times.

(ผมทนไม่ได้ที่จะ _____________________________________ คำพูดเดิมหลายๆครั้ง)

(a) repeat

(b) to repeat

(c) repeating    (พูดซ้ำ, ทำซ้ำ)

(d) repeated

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Can’t stand + Verb + ing” =   “ทนไม่ได้ที่จะ...................”

                                    ตัวอย่างที่ 

  • Don’t risk ______________________________________________ your car here.

(อย่าเสี่ยง _________________ รถของคุณที่ตรงนี้)  (เพราะอาจโดนใบสั่ง หรือทุบกระจก)

(a) park

(b) to park

(c) parking    (จอด, จอดรถ)

(d) at parking

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Risk + Gerund (Verb + ing)” 

                                    ตัวอย่างที่ 

  • Do you mind ________________________________________ for me this time?

(คุณรังเกียจที่จะ ______________________________________ สำหรับผมไหม คราวนี้)

(a) pay

(b) paying    (จ่ายเงิน, ออกเงิน, จ่ายค่าอาหาร)

(c) to pay

(d) to paying

ตอบ   –   ข้อ   (b)  เนื่องจากหลังกริยา  “Mind”  ต้องตามด้วย   “Gerund” (Verb + ing)   

                                ตัวอย่างที่ 

A: Is your brother going to camp?”

(พี่ชายคุณจะไปค่ายพักแรมหรือไม่)

B: He signed up, but he’s considering _____________________________________.

(เขาลงชื่อแล้ว  แต่ว่าเขากำลังพิจารณา ___________________________________ )

(a) not going    (จะไม่ไป, ไม่ไป)

(b) to not go

(c) not to go

(d) he doesn’t go

ตอบ   -   ข้อ   (a)  “Consider + Verb + ing”  =   “พิจารณาทำ...........”  ส่วน  “Consider + Not + Verb + ing”  =    “พิจารณาไม่ทำ..........” เช่น   “She considered not applying for the job.”  (เธอพิจารณาไม่สมัครงานนั้น)  

                                  ตัวอย่างที่  

  • I don’t mind ____________________ to bed early, but I don’t like to get up early.

(ผมไม่รังเกียจ ________________________ นอนแต่หัวค่ำ  แต่ผมไม่ชอบตื่นแต่เช้าตรู่)

(a) go

(b) to go

(c) going    (ไป, เข้า)

(d) gone

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Mind + Verb + ing

                               ตัวอย่างที่ 

  • He keeps __________________________________ the most outrageous things.

(เขา _____________________ ไม่หยุด (ต่อไปเรื่อยๆ) ในสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เจ็บแค้นใจ (หรือ ที่เกะกะระราน, ที่รุนแรง) มากที่สุด)

(a) to say

(b) say

(c) saying    (พูด)

(d) having said

ตอบ   -   ข้อ   (c)  กริยา  “Keep” =  (.........ต่อไปเรื่อยๆ, ไม่ยอมหยุด)  ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  เช่น  (Keep walking  (เดินต่อไปเรื่อยๆ), Keep reading  (อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ),  Keep talking  (คุยไปเรื่อย  ไม่ยอมหยุด)  

                                 ตัวอย่างที่  ๑๐

  • Instead of playing as a small boy, he enjoyed nothing _________ the farm machines.

(แทนที่จะเล่นเหมือนเด็กเล็กๆ  เขามิได้สนุกเพลิดเพลินกับอะไร _____ เครื่องจักรกลในไร่นา)

(a) more to fix

(b) more than fix

(c) more than fixing    (มากไปกว่าการซ่อมแซม)

(d) more than having fixed

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   {Enjoy + (nothing more than) + Verb + ing  (Fixing)}

                                 ตัวอย่างที่  ๑๑

  • I can’t help _________________________________ him in spite of his faults.

(ผมอดไม่ได้ที่จะ _______________________________ เขา  ทั้งๆที่เขามีข้อผิดพลาด)

(a) admire

(b) admired

(c) admiring    (ยกย่อง, ชื่นชม)

(d) to admire

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Can’t help + Verb + ing”  สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  ได้แก่  “Feel like”  (อยาก, ต้องการ)“Avoid”  (หลีกเลี่ยง),  “Consider” (พิจารณา),  “Suggest”  (แนะนำ),  “Enjoy” (สนุกสนาน),  “Finish”  (ทำเสร็จ),  “Keep  หรือ  Keep on”  (ทำต่อไป),  “Go on”  (ทำต่อไป),  “Insist on”  (ยืนกราน),  “Object to”  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย),  “Look forward to”  (ตั้งตารอคอย),  “Put off”  (เลื่อน, ผัดไป),  “Be opposed to”  (คัดค้าน)“  Appreciate”  (ยกย่อง, เห็นคุณค่า),  “Allow” (อนุญาต), “Permit” (อนุญาต), “Postpone”  (เลื่อนออกไป), Practice”  (ฝึกหัด, ฝึกซ้อม),  “Prohibit”  (ห้าม),   Mind”  (รังเกียจ), “Deny” (ปฏิเสธ),  “Resist”  (ยับยั้ง, ระงับ), “Recall”  (นึกได้, ระลึกได้)“Resent”  (ไม่ชอบ, ไม่พอใจ),  “Cannot stand”  (ทนไม่ได้)“Admit” (ยอมรับ),  “Delay” (ประวิงเวลา), “Confess”  (สารภาพ)“Imagine”  (นึกคิด, จินตนาการ)“Cannot help”  (อดไม่ได้, ช่วยไม่ได้),  “Excuse”  (ให้อภัย), “Forgive” (ให้อภัย), “Dislike”  (ไม่ชอบ),  “Miss”  (พลาดโอกาส)“Discuss”  (ประชุมปรึกษาหารือ, อภิปราย, สาธยาย)    ตัวอย่างประโยค   เช่น

  • She enjoys reading novels.   

(เธอสนุกสนานกับการอ่านนิยาย)

  • I cannot stand listening to his complaints any more.   

(ผมทนการฟังข้อร้องเรียนของเขาไม่ไหวต่อไปอีกแล้ว)

  • We could not avoid meeting him.    

(เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบกับเขา)

  • They enjoyed listening to music.   

(พวกเขาสนุกกับการฟังดนตรี)

  • She dislikes talking a lot.  

(เธอไม่ชอบการพูดมาก)

  • Jim finished writing a report last night.  

(จิมเสร็จสิ้นการเขียนรายงานเมื่อคืนที่ผ่านมา)

  • The man admitted taking the bicycle.  

(นายคนนั้นยอมรับว่าเอารถจักรยานไป)

  • She is sorry that she missed meeting you.  

(เธอเสียใจว่าเธอพลาดโอกาสการได้พบคุณ)

  • They practice speaking French every day.   

(พวกเขาฝึกซ้อมการพูดภาษาฝรั่งเศสทุกวัน)

  • We consider buying a new home.  

(เราพิจารณาจะซื้อบ้านหลังใหม่)

  • They allow smoking in this room.  

(เขาอนุญาตให้สูบบุหรี่ในห้องนี้ได้)

  • Do you mind opening the window?  

(คุณรังเกียจที่จะเปิดหน้าต่างไหมครับ)

  • The teacher suggested working harder.

(ครูแนะนำ   (นักเรียน) ให้ขยันมากขึ้น)

  • They object to smoking.

(พวกเขาไม่เห็นด้วยกับการสูบบุหรี่)

  • We look forward to meeting you soon.

(เราตั้งตารอคอยที่จะพบคุณเร็วๆนี้)

                                          สำหรับคำคุณศัพท์และวลีที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  ดูจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                               ตัวอย่างที่  ๑๒

  • Victor’s car was too badly damaged to be worth _________________________.

(รถยนต์ของวิคเตอร์ได้รับความเสียหายมากจนเกินกว่าที่จะคุ้มค่า _________________ )

(a) repaired

(b) repair

(c) to repair

(d) repairing    (การซ่อมแซม)

(e) to be repaired

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “To be worth  (คุ้มค่า, ควรค่า) + Verb + ing”  ทั้งนี้   มีคำคุณศัพท์  ๒  ตัว  ที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  คือ  “Worth”  (คุ้มค่า, ควรค่า)   และ “Busy”  (ยุ่งอยู่กับ)  ดังประโยคข้างล่าง

  • She was busy reading in the library. 

(เธอยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือในห้องสมุด)

  • They are busy preparing for the party.

(พวกเขายุ่งอยู่กับการเตรียมงานเลี้ยง)

  • Lots of things in this shop are worth buying.

(หลายสิ่งในร้านนี้ควรค่า (คุ้มค่า) ต่อการซื้อ)

  • These newspapers are not worth reading.

(หนังสือพิมพ์เหล่านี้ไม่ควรค่าต่อการอ่าน)

                                      นอกจากนั้น  ยังมีอีก  ๒  วลี ที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  คือ  “It is no good”  (ไม่ดีที่จะ)  และ  “It is no use”  (ไม่มีประโยชน์ที่จะ)   เช่น

  • It’s no good crying like a baby.

(ไม่ดีเลยที่จะร้องไห้เหมือนเด็ก)

  • It’s no use talking to him.

(ไม่มีประโยชน์ที่จะคุยกับเขา)

 

5. I think all the furniture needs _____________________________________________.

(ผมคิดว่าเครื่องเรือนทั้งหมดจำเป็นต้อง ______________________________________)

(a) to clean

(b) clean

(c) cleaned

(d) cleaning    (ทำความสะอาด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Need”  (จำเป็น)  ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  หรือ  “To + Be + Verb 3”  สำหรับข้อนี้  อาจตอบ  “To be cleaned”  ก็ได้   ดูเพิ่มเติมจากข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • This house looks very shabby; it needs __________________________________.

(บ้านหลังนี้มีลักษณะโกโรโกโสมาก  มันจำเป็นต้อง ______________________________ )

(a) to repaint

(b) repainted

(c) to be repainting

(d) to be repainted    (ถูกทาสีใหม่, ได้รับการทาสีใหม่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจาก   “Need”  (จำเป็นต้อง) + To + Be + Verb 3  หรือ   “Need + Verb + ing”  สำหรับข้อนี้  อาจตอบ   “Repainting”  ก็ได้

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Cars in smaller models need __________ in greater numbers for today’s customers.

(รถยนต์ในรูปแบบที่เล็กลงจำเป็นต้อง ________ ในปริมาณที่มากขึ้น  สำหรับลูกค้าในปัจจุบัน)

(a) produce

(b) produced

(c) to be produced     (ได้รับการผลิต, ถูกผลิต)

(d) to be producing

ตอบ    –    ข้อ   (c)    เนื่องจาก   “Need”  สามารถตามด้วย  ๒  รูปแบบ   คือ  “Need to be produced”  หรือ  “Need producing”  ซึ่งหมายถึง  “จำเป็นต้องได้รับการผลิต”   ทั้ง  ๒   ข้อความ   ตัวอย่างอื่นๆ เช่น

  • The room needs to be cleaned.

(ห้องจำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาด)

(= The room needs cleaning.)

  • Those children need to be taken care of.

(= Those children need taking care of.)

(เด็กๆเหล่านั้นจำเป็นต้องได้รับการดูแล)

 

6. The most striking technological success in the twentieth century is probably the computer revolution.

(ความสำเร็จด้านเทคโนโลยีที่    เด่นชัด-ยอดเยี่ยม-น่าตะลึง-น่าประทับใจ-ซึ่งตี, ต่อย, ชก, ทุบ, ปะทะ    ในศตวรรษที่  ๒๐  บางทีอาจจะเป็นการปฏิวัติด้านคอมพิวเตอร์)

(a) productive    (ทำให้เกิดผล, อุดมสมบูรณ์, ให้ผลดีหรือมาก, มีอำนาจผลิต)

(b) prominent    (พร้อม-มิ-เนิ่นท)  (เด่น, เด่นชัด, สะดุดตา, มีชื่อเสียง, โด่งดัง, ยื่นออก, โผล่ออก)

(c) recent    (เมื่อเร็วๆนี้)

(d) defunct    (ดิ-ฟั้งคท)  (ไม่มีผล, หมดอายุ, ตาย, เลิกใช้แล้ว, ไม่มีอยู่อีกต่อไป)

 

7. Russell’s response to her request seemed gratifying.

(การตอบสนองของรัสเซลต่อคำขอร้องของเธอ    น่าพอใจ-น่าปลื้มปิติ)

(a) shrewd    (ชรู้ด)  (ฉลาด)

(b) pleasing    (น่าพอใจ, เป็นที่พอใจ-ถูกใจ)

(c) threatening    (เป็นอันตราย, เป็นภัยคุกคาม, เป็นการขู่เข็ญ-กรรโชก)  

(d) malevolent    (มะ-เลฟ-โว-เลิ่นท)  (ประสงค์ร้าย, มุ่งร้าย, เป็นอันตราย, ชั่ว, เลว)

 

8. The paucity of natural resources in a country may force it to depend on imports; for instance, China has to import most of its oil.

(ความแร้นแค้น-ขัดสน-ยากจน    ของทรัพยากรธรรมชาติในประเทศหนึ่ง  อาจจะบังคับให้ประเทศนั้นต้องพึ่งพาสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ  ตัวอย่างเช่น  จีนต้องนำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่ของตน)

(a) development    (การพัฒนา)

(b) discovery    (การค้นพบ)

(c) scarcity    (สแค้ร์-ซิ-ที่)  (การขาดแคลน-หาได้ยาก-มีน้อย, ความไม่เพียงพอ)

(d) adequacy    (ความพอเพียง)

 

9. I do not fix my own car.  I always have a mechanic ___________________________ it.

(ผมมิได้ซ่อมรถของผมเอง  ผม (ใช้) ให้ช่างเครื่องยนต์ ____________________ มันเสมอ)

(a) fix    (ซ่อม)

(b) fixed

(c) fixing

(d) fixes

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นตามโครงสร้างแบบ  “Causative use”  คือ  “Subject + Has (Have) + Someone + Do + Something”  (ประธานใช้ให้ใครทำอะไร)  ดูเพิ่มเติมจากข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • What would you ______________________________________ me do for you?

(คุณจะ ____________________________________________ ผมทำอะไรให้คุณครับ)

(a) want

(b) hope

(c) wish

(d) have    (ใช้ให้)

ตอบ   -   ข้อ    (d)  เนื่องจากเป็น  “Causative use”  (ประธานฯ ใช้ให้ใครทำอะไร)  (Subject + Has (Have) + Someone + Do + Something)  สำหรับ  “Want”  และ “Wish” จะต้องใช้โครงสร้างเป็น  “What would you want (wish) me to do?

                                  ตัวอย่างที่ 

  • He had the cook ___________________________________________ some tea.

(เขาใช้ให้พ่อครัว _______________________________________________ น้ำชา)

(a) make     (ชง)

(b) making

(c) made

(d) did

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Has (Have) + Someone + Do + Something

                                 ตัวอย่างที่  

  • Please have the porter ________________________ these boxes up to my room.

(โปรดให้พนักงานแบกของ ____________________ ลังเหล่านี้ขึ้นไปบนห้องของผมด้วย)

(a) to carry

(b) carrying

(c) carried

(d) carry    (ยก, แบก, ถือ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Causative use” {Subject + Have (Has) + Someone + Do + Something}  คือ  {ประธานฯใช้ให้ใครทำอะไร}

                                    ตัวอย่างที่  

  • What would you have me ____________________________________________?

(คุณจะให้ผม ________________________________________________ อะไรครับ)

(a) mend    (ซ่อม)

(b) mending

(c) mended

(d) to mend

ตอบ   -    ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างของ  “Causative use” (Subject + Has (Have) + Someone + Do (Verb 1) + Something) (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง)  โดยแบ่งออกเป็นโครงสร้างแบบ  “Active voice”  และ “Passive voice

                                    สำหรับการใช้โครงสร้าง  “Causative use”  ในแบบ “Active voice”  คือ  “Subject + have + someone + do  (กริยาอะไรก็ได้ช่องที่ ๑) + something”  หรือ  (= Subject + get +  someone + to do  (กริยาอะไรก็ได้  แต่ต้องมี  “To” นำหน้า) + something) (ประธานใช้ให้ใครทำอะไรบางอย่าง)  มีดังนี้ คือ

                    1. Subject + have + someone + do + something  (กรรมของ  Verb “Do”)

                    2. Subject + get + someone + to do + something  (กรรมของ Verb Do”)

(ประธาน  +  ใช้ให้  +   ใครบางคน  +   ทำ (กริยาอะไรก็ได้)  +  บางสิ่งบางอย่าง)

                                      ทั้ง  ๒  โครงสร้างข้างบน   ถือว่าอยู่ในรูปของ  “Active voice”  เนื่องจากประธานเป็นผู้ใช้ให้ใครบางคนไปทำอะไรบางอย่าง   ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

  • He had the doctor examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • He got the doctor to examine his eyes.

(เขาให้หมอตรวจตา)

  • She has her maid wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • She gets her maid to wash her car every day.

(เธอให้สาวใช้ล้างรถทุกวัน)

  • We had our neighbors clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We got our neighbors to clean our house last week.

(เราให้เพื่อนบ้านทำความสะอาดบ้านของเราสัปดาห์ที่แล้ว)

                                     อย่างไรก็ตาม  ถ้าต้องการใช้ในรูป  “Passive voice”  คือ {Subject + have (get) + something + done + (by someone)} {(ประธาน  ใช้ให้  + บางสิ่ง  + ถูกกระทำ  (กริยาอะไรก็ได้ อยู่ในช่องที่ ๓)  +  (โดยบางคน)}  ในกรณีนี้   ทั้ง  “Have” และ  “Get”  ในโครงสร้างแบบนี้   จะใช้ในรูปประโยคที่เหมือนกันทุกประการ  ดังตัวอย่าง

  • He had his eyes examined (by the doctor).

(ถ้าแปลตรงๆ ตัว คือ  “เขาให้ตาถูกตรวจโดยหมอ” แต่ในภาษาไทยไม่นิยมพูดแบบนี้ โดยนิยมพูดแต่เพียงว่า  “เขาไปตรวจตา”)

  • He got his eyes examined (by the doctor).

(เขาไปตรวจตา)

  • She has her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

  • She gets her car washed (by her maid) every day.

(เธอล้างรถทุกวัน)

  • We had our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

  • We got our house cleaned (by our neighbors) last week.

(เราทำความสะอาดบ้านสัปดาห์ที่แล้ว)

  • He has his hair cut once a month.

(= He gets his hair cut one a month.)

(เขาตัดผมเดือนละ ๑ ครั้ง – คือไปให้ช่างตัดให้)

  • She has her room cleaned every day.

(= She gets her room cleaned every day.)

(เธอทำความสะอาดห้องทุกวัน – คือให้คนรับใช้ทำให้)

  • We had our car washed once a week last year.

(= We got our car washed once a week last year.)

(เราล้างรถอาทิตย์ละ ๑ ครั้ง เมื่อปีที่แล้ว – คือให้อู่ล้างให้)

 

10. She is going to the doctor to have her eyes __________________________________.

(เธอกำลังจะไปพบหมอเพื่อ __________________ ตาของเธอ)  (หมายถึง  ให้หมอตรวจให้)

(a) to examine

(b) examining

(c) examination

(d) examined    (ตรวจ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูคำอธิบายใน  ข้อ  ๙  ของข้อสอบชุดนี้

 

11. ________________________________________ is an important quality in a teacher.

( ___________________________________________ เป็นคุณสมบัติสำคัญในตัวครู)

(a) The patience

(b) Patiences

(c) A patience

(d) Patience    (ความอดทน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   “Patience”  เป็นคำนามนับไม่ได้  และไม่ต้องนำหน้าด้วย  “Article”  (A, The)  ดูเพิ่มเติมคำนามนับไม่ได้จากประโยคข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

  • We had plenty of __________________________________________ last night.

(เราได้รับ __________________________________________ มากมายเมื่อคืนที่ผ่านมา)

(a) funny    (สนุก, ตลก, น่าขบขัน, น่าหัวเราะ)  (เป็นคำคุณศัพท์)

(b) funnies

(c) fun    (ความสนุกสนาน)  (เป็นคำนาม)

(d) funs

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “Fun”  เป็นคำนามนับไม่ได้  สำหรับคำนามนับไม่ได้อื่นๆ  และต้องอยู่ในรูปเอกพจน์เสมอ  ได้แก่   Music  (ดนตรี),  Money  (เงิน),  Freedom  (เสรีภาพ),  Leisure  (เวลาว่าง),  Courage  (ความกล้าหาญ),  Wealth  (ความมั่งคั่งร่ำรวย, ทรัพย์สมบัติ),  Happiness  (ความสุข),  Kindness  (ความกรุณา, ความใจดี),  Death  (ความตาย),  Honesty  (ความซื่อสัตย์),  Poverty  (ความยากจน),  Illness  (ความเจ็บไข้),  Goodness  (ความดี),  Wisdom   (ความฉลาด),  Anger  (ความโกรธ),  Innocence  (ความบริสุทธิ์, ความไร้เดียงสา),  Strength  (ความแข็งแรง, พลัง),  Height  (ความสูง),  Ability  (ความสามารถ),  Truth  (ความจริง),  Success  (ความสำเร็จ),  Thought  (ความคิด),  Imagination  (จินตนาการ, มโนภาพ, การนึกเอาเอง),  Excellence  (ความเป็นเลิศ, ความยอดเยี่ยม),  Intelligence  (เชาว์, ปัญญา, การสืบราชการลับ),  Thunder  (ฟ้าร้อง),  Lightning  (สายฟ้าแลบ),  Lighting  (การส่องสว่าง, การตามไฟ), 

                                     Alcohol  (เหล้า),  Gold  (ทอง),  Iron  (เหล็ก),  Silver  (เงิน),  Tin  (ดีบุก),  Lead  (ตะกั่ว),  Copper  (ทองแดง),  Hydrogen  (ไฮโดรเจน),  Oxygen  (ออกซิเจน),  Aluminium  (อลูมิเนียม),  Uranium  (ยูเรเนียม),  Glass  (กระจก, แก้ว),  Sand  (ทราย),  Wood  (ไม้),  Stone  (หิน),  Cotton  (ฝ้าย),  Nylon  (ไนลอน),  Earth  (ดิน),  Metal  (โลหะ),  Cloth  (ผ้า),  Clothing  (เสื้อผ้า),  Paper  (กระดาษ),  Brick  (อิฐ),  Cement  (ซีเมนต์),  Wool  (ขนสัตว์),  Timber  (ไม้ท่อน),  Wire  (ลวด),  Water  (น้ำ),  Ice  (น้ำแข็ง),  Tea  (ชา),  Coffee  (กาแฟ),  Milk  (นม),  Cocoa  (โกโก้),  Dew  (น้ำค้าง),  Wine  (เหล้าองุ่น),  Beer  (เบียร์),  Ink  (หมึก),  Whisky  (วิสกี้),  Liquor  (เหล้า),  Oil  (น้ำมัน),  Gas  (ก๊าซ),  Rice  (ข้าว),  Wheat  (ข้าวสาลี),  Bread  (ขนมปัง),  Flour  (แป้ง),  Silk  (ไหม),  Soap  (สบู่),  Sugar  (น้ำตาล),  Salt  (เกลือ),  Curry  (แกง),  Cheese  (เนยแข็ง),  Butter  (เนยเหลว),  Magarine  (เนยเทียม),  Pork  (เนื้อหมู),  Beef  (เนื้อวัว),  Meat  (เนื้อทั่วไป),  Fish  (เนื้อปลา),  Chicken  (เนื้อไก่),  Fruit  (ผลไม้),  Salad  (สลัด),

                                     News  (ข่าว),  Patience  (ความอดทน),  Air  (อากาศ),  Help  (ความช่วยเหลือ), Information  (ข้อมูล, ข่าวสาร),  Equipment  (อุปกรณ์, เครื่องมือ), Furniture  (เครื่องเรือน),   Scenery  (ทิวทัศน์),  Damage  (ความเสียหาย),  Advice   (คำแนะนำ), Traffic  (การจราจร, ยวดยาน),  Machinery  (เครื่องยนต์กลไก, เครื่องจักร),  Evidence  (หลักฐาน),  Work  (งาน),   Luggage   (กระเป๋าเดินทาง),  Baggage  (กระเป๋าเดินทาง),  Knowledge   (ความรู้),  Education  (การศึกษา),    Progress  (ความก้าวหน้า),  Power  (อำนาจ),  Behavior  (พฤติกรรม)   เป็นต้น   ซึ่งคำนามทุกคำข้างต้น  ใช้สรรพนามแทนด้วย  “It”   และไม่ต้องนำหน้าด้วย  “Article”  (A, An, The)  ยกเว้นในกรณีเป็นการเน้นย้ำว่าเป็นของใคร  หรืออันไหน  หรือกล่าวซ้ำอีกครั้งหนึ่ง  ให้ใช้  “The”  นำหน้า  เช่น

  • The baggage of Mr. Frank will be sent to his hotel today.

(กระเป๋าเดินทางของมิสเตอร์แฟรงค์จะถูกส่งไปยังโรงแรมของเขาวันนี้)

  • The advice you gave me is very useful.

(คำแนะนำที่คุณให้ผมมีประโยชน์อย่างมาก)

  • The furniture in this room is very expensive.

(เฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้ราคาแพงมาก)

 

12. They need ____________________________________ to write letters to their friends.

(พวกเขาต้องการ __________________________________ เพื่อเขียนจดหมายไปหาเพื่อน)

(a) some paper    (กระดาษ)

(b) a paper

(c) papers

(d) some papers

ตอบ   -   ข้อ   (a)   ดูคำอธิบายใน  ข้อ  ๑๑  ของข้อสอบชุดนี้

 

13. We can help ______________________________ by providing them with trained dogs.

(เราสามารถช่วย _____________________ โดยการให้สุนัขที่ได้รับการฝึกแล้วแก่พวกเขา)

(a) the blinds

(b) blinds

(c) the blind    (คนตาบอด)

(d) a blind

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

  • The weak often _______________________________________________ young.

(คนอ่อนแอมักจะ ______________________________________ เมื่ออายุยังน้อยอยู่บ่อยๆ)

(a) dies

(b) die    (ตาย)

(c) is dying

(d) are dying

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจาก  “The weak”  (คนอ่อนแอ)  ถือเป็นคำนามพหูพจน์  จึงต้องใช้กับกริยา  (Die)  ดูเพิ่มเติมคำนามประเภทนี้จากประโยคข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

  • ________________________ want to lose _________________________ money.

( _________________________ ต้องการสูญเสียเงิน ______________________)

(a) Wealth doesn’t __________ his    (“Wealth”  =  ความมั่งคั่ง, ความร่ำรวย)

(b) Wealthy men don’t __________ his

(c) The wealthy don’t __________ their    (คนร่ำรวยไม่ ............... ของตน)

(d) Wealthy man doesn’t __________ his

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “The wealthy”  ถือเป็นคำนามพหูพจน์  หมายถึง  “คนร่ำรวย”  ดังนั้น  จึงต้องใช้กับ  “Their)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “The”  นำหน้าคำคุณศัพท์  แล้วกลายเป็นคำนามพหูพจน์  จากประโยคข้างล่าง

(หมายเหตุ   -   สำหรับข้อนี้  อาจตอบ  ข้อ  (b)  แต่ต้องแก้  “His”  เป็น  “Their”  หรือตอบ  ข้อ   (d)  แต่ต้องแก้  “Wealthy man doesn’t”  เป็น  “A wealthy man doesn’t”  ก็ได้

                                  ตัวอย่างที่ 

  • ________________________ can be trained to help _______________________.

(____________________ สามารถได้รับการฝึกฝนให้ช่วยเหลือ ___________________ )

(a) The blind ____________ himself

(b) A blind ____________ himself

(c) The blind ____________ themselves    (คนตาบอด ................. ตนเอง)

(d) Blind _____________ themselves

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “The blind”  =  “คนจน”  ถือเป็นคำนามพหูพจน์  จึงต้องใช้กับ   “Themselves” 

                                  ตัวอย่างที่ 

  • The blind ______________________________________ unable to see anything.

(คนตาบอด ______________________________________ ไม่สามารถมองเห็นอะไรเลย)

(a) is

(b) are

(c) was

(d) were

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  เป็นการเอา   “The”  มานำหน้าคำคุณศัพท์  “blind”  ทำให้กลายเป็นคำนาม  หมายถึง   “คนตาบอด”   ซึ่งถือเป็นคำนามพหูพจน์  จึงต้องใช้กับกริยา  “Are” หรือ “Have”  ดังตัวอย่างอื่นๆ   เช่น

  • The rich are not always happy.

(คนรวยไม่ได้มีความสุขเสมอไป)

  • The poor have no home to live in.

(คนจนไม่มีบ้านอาศัยอยู่)

  • The deaf hear nothing.

(คนหูหนวกไม่ได้ยินอะไรเลย)

  • In the old days the elderly were taken good care of.

(ในสมัยก่อน  ผู้สูงอายุได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดี)

                                       ดูเพิ่มเติมการใช้   “The” นำหน้าคำคุณศัพท์แล้วกลายเป็นคำนามพหูพจน์  จากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่          จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ (๑) – (๔)

  • The American Red Cross is (1) one of the volunteer (2) organizations (3) which purpose is to help (4) the sick and the needy.

(กาชาดอเมริกันเป็นหนึ่งในบรรดาองค์กรอาสาสมัคร  ซึ่งวัตถุประสงค์ของมันคือ  ช่วยคนเจ็บป่วยและคนยากคนจน)

ตอบ   –   ข้อ   ๓   แก้เป็น   “whose”  เนื่องจากแสดงความเป็นเจ้าของ (วัตถุประสงค์ของมัน)  และนำหน้าอนุประโยค  (whose purpose…………………..the needy)  สำหรับข้อ  ๔  ถูกต้องแล้ว  เพราะเราใช้   “The”นำหน้าคำคุณศัพท์ (sick และ needy) หมายถึงบุคคลประเภทนั้นๆ   (“คนป่วย” และ “คนยากคนจน”)  และถือเป็นคำพหูพจน์ด้วย  ต้องใช้กับกริยา   “are, were, have”   เช่น  “the poor”  (คนจน)  “the rich” (คนรวย)  “the wise”  (คนฉลาด, นักปราชญ์)  “the brave”  (คนกล้าหาญ)  “the elderly” (คนสูงอายุ)  “the young” (คนหนุ่มสาว)  “the old”  (คนแก่)   นอกจากนั้น   “Verb + ing” (Present participle)  และ กริยาช่องที่ ๓  (Past participle)   ซึ่งถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง   ต่เมื่อนำหน้าด้วย  “The”  เช่น “the dying” (คนที่กำลังจะตาย)  หรือ  “the wounded”  (คนเจ็บ)  “the injured”  (คนเจ็บ)   ก็ถือเป็นคำนามประเภทหนึ่งเช่นเดียวกัน    และถือเป็นคำพหูพจน์ด้วย   และใช้กับกริยา    “are, were, have”  เช่นกัน  ดังตัวอย่างประโยค

  • The rich are not many in society.

(คนรวยมีไม่มากในสังคม)

  • The poor have asked for help from the government.

(คนจนได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลแล้ว)

  • In the old days, the elderly were highly respected by the young.

(ในสมัยก่อน  ผู้สูงอายุได้รับความเคารพอย่างสูงจากคนหนุ่มสาว)

  • The wounded were taken to hospital.

(คนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล)

  • The dying were being attended by the doctors.

(ผู้ที่กำลังจะตายกำลังได้รับการดูแลจากแพทย์)

  • The wise are cleverer (= more clever) than general people.

(คนฉลาดมีความฉลาดมากกว่าคนทั่วๆไป)

 

14. The police officer surmised (เซอะ-ไม้ซ) that the thief might have been the tall bully who spends a lot of time on the street corner.

(เจ้าหน้าที่ตำรวจ    คาดการณ์-เดา-ทาย-คาดคะเน-เก็ง-นึก-คิด    ว่าเจ้าหัวขโมยอาจจะเป็นเจ้าคนขี้รังแก-ชอบข่มเหง ตัวสูง  ผู้ซึ่งใช้เวลามากมายอยู่ที่มุมถนน)

(a) recalled    (ระลึกได้, จำได้, หวนคิด, เรียกกลับ, นำกลับ, เพิกถอน)

(b) guessed    (เกส)  (เดา, ทาย, คาดคะเน, คิดว่า, เข้าใจว่า, การเดา-คาดคะเน)

(c) proved    (พิ-สูจน์)

(d) stated    (กล่าว, พูด)

 

15. As soon as the athlete received the bribe offer, he informed his coach of the sordid affair.  

(ในทันทีที่นักกีฬาคนนั้นได้รับข้อเสนอสินบน  เขาแจ้งให้ผู้ฝึกซ้อมทราบเรื่อง    สกปรก-โสมม-เลวทราม-ชั่วช้า-ชั่วร้าย-เห็นแก่ตัว)  (คือ  เรื่องติดสินบน)

(a) mysterious    (ลึกลับ, ลี้ลับ)

(b) grief-stricken    (โศกเศร้า)

(c) authentic    (จริง, แท้, ไม่ปลอม)

(d) filthy    (สกปรก, โสมม, เลว, น่ารังเกียจ, ทุจริต, ลามก, หยาบคาย)

 

16. Bob wanted to augment (อ็อก-เมิ่นท) his savings before he bought a house.

(บ๊อบต้องการ    เพิ่ม-ทำให้เพิ่ม    เงินออมของเขา  ก่อนที่เขาจะซื้อบ้าน)

(a) insure    (ประกัน)

(b) invest    (ลงทุน)

(c) increase    (เพิ่ม, ทำให้มากขึ้น)

(d) scrutinize    (พิจารณาอย่างละเอียด)

 

17. _________________________________ I go to see my aunt, I give her some money.

(_________________________________ ผมไปเยี่ยมป้าของผม  ผมให้เงินป้าจำนวนหนึ่ง)

(a) In case     (ในกรณี)

(b) When     (เมื่อ)

(c) Whenever     (เมื่อใดก็ตามที่)

(d) The next time     (ครั้งต่อไป)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใจความดีกว่า ข้อ  (b)  เพราะเน้นว่า  “ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมป้า

 

18. This is the actress ________________________ his father claims has seduced his son.

(นี่คือนักแสดงหญิง ______________________ พ่อของเขา (ฝ่ายชาย) อ้างว่า  ได้ล่อลวง-ยั่วยวนใจลูกชายของตน)  (เช่น หลอกเอาเงิน  หรือหลอกให้หลง  เพื่อวัตถุประสงค์บาง อย่าง)

(a) who     (ผู้ซึ่ง)

(b) whom

(c) that

(d) which

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นประธานของประโยคย่อย  {who (his father claims) has seduced his son}

 

19. He always tries to avoid _______________________________________________.

(เขาพยายามที่จะหลีกเลี่ยง ________________________________________ อยู่เสมอ)

(a) work hard

(b) hard works

(c) hard work    (งานหนัก)

(d) every hard work

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Work”  (งาน)  เป็นคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  จึงไม่สามารถเติม  “S”  ได้  (ตัดข้อ (b)  ทิ้ง)  และไม่สามารถนำหน้าด้วย  “Every  เพราะว่าใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์  (ตัดข้อ (d)  ทิ้ง)  สำหรับ ข้อ (a) สามารถใช้ได้  แต่ต้องแก้เป็น  “Working hard”  เนื่องจากหลัง “Avoid”  ต้องใช้รูป  “Gerund” (Verb + ing)    ดูเพิ่มเติมการใช้  “Work hard” (ทำงานหนัก)  และ  “Hardly work”  (ไม่ใคร่จะทำงาน)  จากตัวอย่างประโยคข้างล่าง  

                                 ตัวอย่างที่  

  • Those people are working very _______________________________________.

(ผู้คนเหล่านั้นกำลังทำงาน _____________________________________________ มาก)

(a) hardly

(b) hard    (หนัก)

(c) harder

(d) successful

ตอบ  –  ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Hard”  เป็นทั้งคำคุณศัพท์ (Adjective) และกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ในคำเดียวกัน  โดยหมายถึง “หนัก”  ดังนั้น  เมื่อขยายกริยา “are working”  จึงไม่ต้องเปลี่ยนเป็น “hardly”  (หรือ อาจตอบข้อ (d) แต่ต้องแก้เป็น “successfully”  -  อย่างประสบความสำเร็จ)  สำหรับ “Hardly” เป็น “Adverb of frequency” (แสดงความ “บ่อย” หรือ “ถี่”)  หมายถึง “ไม่ใคร่จะ, แทบจะไม่”  โดยมีความหมายเหมือนกับ  “Seldom, Rarely, Scarcely”  ดังตัวอย่าง

  • He hardly works.

(เขาไม่ใคร่จะทำงาน หรือ เขาแทบจะไม่ทำงาน)

  • She is hardly patient.

(เธอไม่ใคร่จะอดทน)

  • They had hardly finished their work when it began to rain.

(พวกเขาทำงานยังไม่ใคร่จะเสร็จ  เมื่อฝนเริ่มตก)

                                             สำหรับการวางตำแหน่งของ “Adverb of frequency” (seldom, hardly, always, often, generally, usually, occasionally, rarely, never)  ในประโยค มีดังนี้  คือ

                                    ๑. วางไว้หน้าคำกริยาทั่วไป  เช่น

  • They always come late.   (พวกเขามาสายเสมอ)
  • She usually goes shopping.   (เธอไปซื้อของเป็นประจำ)
  • He seldom drives to work.   (เขาแทบจะไม่ได้ขับรถไปทำงาน)

                                    ๒. วางไว้หลัง  “Verb to be”  เช่น

  • He is often late for class.   (เขาเข้าห้องเรียนสายบ่อยๆ)
  • They are always busy with their work.   (พวกเขามักยุ่งอยู่กับงานเสมอ)
  • She is never contented with her life.   (เธอไม่เคยพอใจในชีวิตเลย)

                                     ๓. ถ้ามีคำกริยา  ๒  ตัวในประโยค ให้วางไว้ตรงกลางคำกริยานั้น  เช่น

  • They have always had lunch there.   (พวกเขากินอาหารกลางวันที่นั่นเสมอ)
  • She will never love him.   (เธอจะไม่มีวันรักเขา)
  • You should never come to class late.   (คุณไม่ควรจะมาเรียนสาย)
  • He is always asking me.   (เขาถามคำถามผมอยู่เสมอ)
  • We have never traveled to New York.   (เราไม่เคยเดินทางไปนิวยอร์ค)

                                      ๔. สำหรับ  “Never”  และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค  อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ เช่น “never,  hardly,  seldom, never before (ไม่เคยมาก่อนเลย),  never in my life (ไม่เคยเลยในชีวิต), no sooner,  in vain (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  not often,  not only (ไม่เพียงแต่),  not even once  (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  not until (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  ต้องเรียงรูปประโยคใหม่ดังนี้ คือ {Never (no sooner, hardly, never in my life, not until, etc.) + helping verb (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might, must, etc.)  + subject + verb (แท้)}  เช่น

  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น –  เน้นตรงคำว่า “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)          

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place

(ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.
  • Never + กริยาพิเศษ  + subject  + กริยาแท้  + ส่วนขยาย
  • Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

20. I wish you and your wife many years of happiness together and look forward _____ you both.

(ผมขออวยพรให้คุณและภรรยามีความสุขด้วยกันตลอดไป  และหวังอย่างยิ่งกับ (หรือ “ตั้งตารอ”) ________________ คุณทั้ง ๒ คน)  (หมายถึง  ในวันข้างหน้า) 

(a) to see

(b) to seeing     (การได้พบ)

(c) for seeing

(d) to be seeing

ตอบ  -  ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “To”   ที่ตามหลังคำกริยาต่อไปนี้  ถือเป็น Preposition”  จึงต้องตามด้วยคำนามหรือ “Gerund” (Verb + ing)   ได้แก่  “Look forward to” (ตั้งตารอคอย), “Object to” (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย), “Admit”  (ยอมรับ),  “Devote…..to” (อุทิศ..............ให้กับ), Dedicate………to” (อุทิศ............ให้กับ), “Apply……to” (ประยุกต์.............เข้ากับ)    ดังประโยคตัวอย่าง  

  • She looks forward to buying a new home next year.

(เธอตั้งตาคอยซื้อรถคันใหม่ปีหน้า)

  • He looks forward to his  birthday party next week.

(เขาตั้งตารอคอยงานเลี้ยงวันเกิดของเขาในสัปดาห์หน้า)       

  • We object to going to bed late tonight as we will have to start our trip early tomorrow. 

(เราไม่เห็นด้วยกับการนอนดึกคืนนี้  เพราะเราจะต้องออกเดินทางแต่เช้าวันพรุ่งนี้)

  • She objected to his plan to move to London after their marriage.

(เธอคัดค้านแผนการของเขาที่จะย้ายไปลอนดอนหลังการแต่งงาน)

  • He admitted to having an extramarital affair that ended in a pregnancy.

(เขายอมรับว่ามีความสัมพันธ์ทางเพศกับคนอื่นที่มิใช่ภรรยา  ซึ่งจบลงด้วยการทำแท้ง)

  • He devotes most of his time to studying in the library.

(เขาอุทิศเวลาส่วนใหญ่ให้กับการศึกษาในห้องสมุด)

  • They applied their knowledge gained from training overseas to performing their daily work. 

(พวกเขาประยุกต์ความรู้ที่ได้จากการอบรมในต่างประเทศ  เข้ากับการทำงานประจำวัน)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้