หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 299)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Refrigerating meats _______________________________ the spread of bacteria.

(การแช่เย็นเนื้อ _____________________________ การแพร่กระจายของแบคทีเรีย)

(a) is retarded

(b) retards    (ขัดขวาง, ทำให้ช้า, หน่วงเหนี่ยว)

(c) to retard

(d) retarding

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Refrigerating” (การแช่เย็น)  เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Meats”  ขยายประธาน (เป็นกรรมของประธาน)  และมี  “Retards”  เป็นกริยาของประโยค   ซึ่งต้องเติม  “S”  เนื่องจาก  “Refrigerating”  (Gerund)  ถือเป็นคำนามเอกพจน์  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Verb + ing”  (Gerund)  หรือ  “To + Verb 1”  (Infinitive with to)  เป็นประธานของประโยค  จากประโยคข้างล่าง

  • Swimming is a good exercise.

 (= To swim is a good exercise.)

(การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายที่ดี)

  • Playing badminton is his favorite hobby.

 (= To play badminton is his favorite hobby.)

(การเล่นแบดมินตันเป็นงานอดิเรกที่โปรดปรานของเขา)

  • Working in cool weather is pleasure.

 (= To work in cool weather is pleasure.)

(การทำงานในอากาศที่เย็นเป็นความรื่นรมย์)

  • Breathing is indispensable to all living things.

 (= To breathe is indispensable to all living things.)

(การหายใจเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด)

  • Sleeping is necessary to health.

 (= To sleep is necessary to health.)

(การนอนหลับเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ)

  • Walking for three hours makes him tired.

(= To walk for three hours makes him tired.)

(การเดินเป็นเวลา  ๓  ชั่วโมงทำให้เขาเหนื่อย)

  • Fishing in the river gave them much relaxation.

(= To fish in the river gave them much relaxation.)

(การตกปลาในแม่น้ำให้ความผ่อนคลายกับพวกเขาอย่างมาก)

 

2. Homemaking in preindustrial America required _________________________ and skill.

(งานบ้าน (งานดูแลบ้าน) ในอเมริกายุคก่อนอุตสาหกรรม  ต้องการ ______________ และทักษะความชำนาญ)

(a) and strength

(b) both strength    (ทั้งพละกำลัง-ความแข็งแรง)

(c) in addition to strength

(d) strength besides

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการใช้คำคู่  (Both……….and……….)  หรืออาจใช้  “………..required strength besides (หรือ “in addition to”) skill”  (................... ต้องการพละกำลัง นอกเหนือจาก ทักษะความชำนาญ)

 

3. A marsupial is an animal _____________ babies are raised in a pouch in the mother’s body.

(จิงโจ้เป็นสัตว์ (ซึ่ง) ลูกอ่อน _____________________ ถูกเลี้ยงในกระเป๋าในร่างกายของแม่)

(a) its

(b) who its

(c) that

(d) whose    (ของมัน)

 

4. Fat is not digested in the stomach, _______________________ in the small intestine.

(ไขมันมิได้ถูกย่อยสลายในกระเพาะอาหาร _________________ (ถูกย่อย) ในลำไส้เล็ก)

(a) and

(b) although    (ถึงแม้ว่า)

(c) but    (แต่)

(d) which

 

5. Automobile pollution, which causes acid rain and lung-damaging smog by emitting nitrogen dioxide, is a menace to human health.

(มลภาวะทางรถยนต์,  ซึ่งก่อให้เกิดฝนกรดและควันหมอกที่ทำอันตรายปอด  โดยการ

ปล่อยไนโตรเจนออกมา,  เป็น    ภัย-อันตราย    ต่อสุขภาพของมนุษย์)

(a) curse    (การสาปแช่ง, การด่าว่า, คำสาปแช่ง, คำแช่งด่า, คำสบถ, ความหายนะ, ความอัปมงคล, สิ่งระยำ, คนระยำ, สิ่งที่ร้าย, สิ่งที่ถูกสาปแช่ง)

(b) hindrance    (อุปสรรค, การขัดขวาง-หยุดยั้ง-กีดกัน-ป้องกัน, ภาวะที่ถูกขัดขวาง, วิธีการขัดขวาง)

(c) threat    (เธร้ท)  (ภัย, ภัยคุกคาม, ลางเตือนภัย, ลางร้าย, การคุกคาม, การขู่เข็ญ, อาการน่ากลัว, คุกคาม, ขู่เข็ญ, เป็นลางร้าย)

(d) misfortune    (โชคร้าย, เคราะห์ร้าย)

 

6. Asked why he discards his family traditions, Mr. Forbs remains mute (มิ้วท).  

(ถูกถามว่าทำไมเขา    ละทิ้ง-ทิ้ง-ปฏิเสธ    จารีตหรือประเพณีดั้งเดิมของครอบครัว  มิสเตอร์ฟอร์บสยังคงเงียบ-นิ่งเฉย-ไม่พูด-ไม่ปริปาก) 

(a) impairs    (ทำให้เสียหาย, ทำให้ได้รับบาดเจ็บ, ทำให้เลวลง, ทำให้อ่อนแอ, ลดคุณค่า)

(b) thinks over    (พิจารณา, คิดทบทวน)

(c) throws aside   (ทิ้ง, ทิ้งขว้าง, โยนออกไป)

(d) conceals    (ปิดบัง, ซ่อนเร้น, อำพราง)

 

7. Reading a variety of good books elevates (เอ๊ล-ละ-เวท) the mind.

(การอ่านหนังสือหลากหลายชนิด    ยกระดับ-ทำให้สูงขึ้น    ปัญญา-จิตใจ)  (ทำให้ปัญญา-จิตใจสูงขึ้น)

(a) magnifies    (ขยาย, ทำให้ใหญ่ขึ้น, เพิ่มขนาด, พูดขยาย, ยกยอ, สรรเสริญ) 

(b) lifts up   (ยก, ทำให้สูงขึ้น)

(c) penetrates    (ทะลุเข้าไป, ฝ่าเข้าไป, เจาะทะลุ, ลอด, บุกเข้าไป, แทรกซึม, มองทะลุ, มองผ่าน, มีผลลึกซึ่งต่อ)

(d) perforates    (ทำให้เป็นรู, เจาะรู, เป็นรู, มีรูเต็ม)

 

8. ______________________________________ their nests well, but also build them well.

(_________________________ รังของพวกมันอย่างดี  แต่ยังสร้างรังอย่างดีด้วย)  (นกแธรชเช่อะ มีหางยาว  จะงอยปากโค้งยาว  และหัวสีดำน้ำตาล)

(a) Not only brown thrashers protect

(b) Protect not only brown thrashers

(c) Brown thrashers not only protect    (นกแธรชเช่อะสีน้ำตาล  มิเพียงแต่ปกป้อง)

(d) Not only protect brown thrashers

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้โครงสร้างให้สมดุลกัน  คือ  “Not only + Verb (Protect)………….but also + Verb (Build)”

 

9. Rich tobacco and champion race horses have ______________________ of Kentucky.

(ยาสูบที่อุดมสมบูรณ์  และม้าแข่งที่ชนะเลิศ  ได้เป็น ___________________ ของรัฐเคนตักกี้  ____________________)

(a) long been symbols    (สัญลักษณ์ ...........(ของรัฐเคนตักกี้)........... มานานแล้ว)

(b) been long symbols    (สัญลักษณ์ที่มีความยาว)

(c) symbols been long

(d) long symbols been

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจาก  ใช้  “Long”  ขยายหน้า  “Time, Period, Week-end, Winter, Summer, Year, etc.”   จึงจะหมายถึง  “ที่ยาวนาน”  นอกนั้นแล้ว  จะหมายถึง  “ยาว”  (ตรงข้ามกับ  “สั้น”)  ซึ่งในกรณี  ข้อ  (b)  “สัญลักษณ์ที่มีความยาว”  มิได้มีความหมายแต่อย่างใด  ส่วน  “Have long been symbols” หมายถึง  “เป็นสัญลักษณ์มานานแล้ว”  ซึ่งเป็นความหมายที่ต้องการสื่อถึง  ของประโยคข้างต้น

 

10. Ironically, sails were the salvation of many steamships __________ mechanical failures.

(พูดอย่างเย้ยหยัน-เหน็บแนม,  ใบเรือเป็นสิ่งที่ช่วยเหลือให้พ้นภัยหรือรอดชีวิตของเรือกลไฟ (ใช้พลังไอน้ำ) จำนวนมาก ___________________ ความล้มเหลวของเครื่องยนต์กลไก)

(หมายถึง  เมื่อเครื่องยนต์ของเรือกลไฟเสีย  จึงชักใบใช้ลมแทน  ทำให้คนบนเรือรอดชีวิตมาได้)

(a) they suffered

(b) suffered

(c) were suffered

(d) that had suffered    (ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจาก)

ตอบ   -   ข้อ    (d)

 

11. Today’s libraries differ greatly from _______________________________________.

(ห้องสมุดในยุคปัจจุบัน  แตกต่างอย่างมากจาก ________________________________ )

(a) the past

(b) those of the past    (ห้องสมุดในอดีต)

(c) that are past

(d) those past

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากใช้  “Those”  แทน  “Libraries”  ซึ่งเป็นคำนามนับได้  พหูพจน์  ดูเพิ่มเติมการใช้คำแทนคำนาม  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนั้นซ้ำ  จากประโยคข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

  • Fossil evidence indicates that the earliest cockroaches looked very much like ________.

(หลักฐาน (จาก) ฟอสซิล (ซากพืชหรือสัตว์ที่เป็นหิน) บ่งชี้ว่า  แมลงสาบยุคแรกสุด  มีลักษณะเหมือนกันมากกับ _________________________)

(a) today does

(b) those of today    (แมลงสาบในปัจจุบัน)

(c) what do cockroaches now

(d) the cockroaches which are now

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากใช้  “Those”  แทน  “Cockroaches”  ซึ่งเป็นคำนามนับได้  พหูพจน์   ดูเพิ่มเติมการใช้คำ  (Those, That, One)  แทนคำนามที่กล่าวมาก่อนหน้าแล้ว  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำซ้ำ  จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • This school has a new pool, so ___________ should have ________________ too.

(โรงเรียนนี้มีสระว่ายน้ำใหม่  ดังนั้น _____________ ควรมี ______________ เช่นเดียวกัน)

(a) our school __________ new pool

(b) our __________ new one

(c) we __________ pool

(d) ours __________ one    (โรงเรียนของเรา .................. สระว่ายน้ำใหม่)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นการใช้คำแทนคำนามที่ได้กล่าวไปแล้วทั้งคู่  คือ  ใช้   “Ours”  แทน  “Our school”  (ต้องใช้คำให้สมดุลกัน  คือ  “Our school”  และ  “This school” )   และ  “One”  แทน  “A new pool”   ซึ่งเป็นคำนามนับได้  เอกพจน์   ดูเพิ่มเติมการใช้คำแทนคำนามที่กล่าวไปก่อนหน้าแล้ว  จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • People in highly developed countries are generally better fed than ______________ in underdeveloped countries.

(ผู้คนในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างมาก  โดยทั่วไปจะมีอาหารการกินที่ดีกว่า ________________ ในประเทศด้อยพัฒนา)

(a) that

(b) those    (ผู้คน)

(c) them

(d) the one

ตอบ   -   ข้อ    (b)    เนื่องจากต้องใช้  “Those”  แทนคำนามนับได้  พหูพจน์  (People)   

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The furniture ______________ is manufactured here is as good as ________________ made anywhere else in the world.

(เฟอร์นิเจอร์ _________ ถูกผลิตที่นี่  ดีพอๆ กับ __________ (ซึ่งถูก) ผลิต  (ทำ) ที่อื่นใดในโลก)

(a) that ____________ which

(b) which ____________ that    (ซึ่ง  .........................  เฟอร์นิเจอร์)

(c) that ____________ those

(d) which ____________ which

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ในช่องแรกอาจตอบ  “Which”  หรือ  “That”  ก็ได้  แต่ในช่องหลัง   ต้องตอบ  “That”  เพียงอย่างเดียว  เนื่องจาก  ใช้แทน  “Furniture”  ซึ่งเป็นคำนามนับไม่ได้  ดูคำอธิบายการใช้คำแทนนามนับได้  และนับไม่ได้จากประโยคข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

  • I’ve lost my pen.  Have you got _____________________________ I can borrow?

(ผมได้ทำปากกาหาย  คุณมี _____________________________________ ให้ผมยืมไหม)

(a) them

(b) anyone

(c) it

(d) one    (ปากกาด้ามหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ใช้   “One”  แทนนามนับได้เอกพจน์  (Pen)

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The Prime Minister is giving a press conference now; he also gave ______________ at this time last week.

(นายกรัฐมนตรีกำลังประชุมให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อยู่ในขณะนี้   และเขาได้จัดประชุม ____________________ ด้วย  ในเวลาเดียวกันนี้  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

(a) it

(b) the same

(c) them

(d) one    (ครั้งหนึ่ง, หนหนึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากแทนคำนามนับได้   เอกพจน์  (Press conference)

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The houses here are a little less modern than _____________________ in the city.  

(บ้านที่นี่ทันสมัยน้อยกว่า ____________________________________ ในเมืองอยู่เล็กน้อย)

(a) that

(b) those    (บ้าน)

(c) they

(d) ones

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากแทน   “Houses”   ซึ่งเป็นคำนามนับได้พหูพจน์   แต่ถ้าเป็นคำนามนับได้เอกพจน์  (House, Car, Book, Pen, Dog)  ให้แทนด้วย  “One”   และถ้าเป็นคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  (เช่นFurniture, Advice, News, Information, Equipment, Evidence, etc.)   ให้แทนด้วย  “That

                                    ตัวอย่างที่  

  • When the boy saw the kite I had made, he asked me to make ____________ for him. 

(เมื่อเด็กคนนั้นเห็นว่าวที่ผมทำ  เขาขอร้องผมให้ทำ _____________________ ให้แก่เขา)

(a) other

(b) it

(c) one    (ตัวหนึ่ง)

(d) the kite

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Kite”   เป็นคำนามนับได้ เอกพจน์  เมื่อจะกล่าวถึงอีกครั้งหนึ่ง (กล่าวซ้ำ)   ต้องใช้  “One”  แทน

                                    ตัวอย่างที่ 

  • The air of the hills is cooler than ________________________________________.

(อากาศของเนินเขาเย็นกว่า ____________________________________________ )

(a) one of the plains

(b) of the plains

(c) that of the plains    (อากาศของที่ราบ)

(d) the plains

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Air”  เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงต้องแทนด้วย  “That” และตามด้วย   “of the plains”   เพื่อให้สมดุลกัน  ในกรณีเป็นนามนับได้  ให้ใช้ “One”  แทน  และถ้าเป็นนามพหูพจน์   ให้ใช้   “Those”   แทน   (สำหรับเหตุผลที่ไม่เลือกข้อ  (d)  เนื่องจาก   จะเป็นการเปรียบเทียบระหว่าง   “อากาศ”  และ   “ที่ราบ”   มิใช่   “อากาศของเนินเขา”   และ  “อากาศของที่ราบ”    ซึ่งผิดความหมายที่ต้องการเปรียบ เทียบ)   ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • The book you gave me is more informative than the one I bought from a bookstore.

(หนังสือที่คุณให้ผมให้ข้อมูลข่าวสารมากกว่าเล่มที่ผมซื้อจากร้านหนังสือ)  (book เป็นนามเอกพจน์นับได้ จึงต้องใช้  one  แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The students in this class are more hard-working than those in that class.

(นักเรียนในห้องนี้ขยันมากกว่านักเรียนในห้องนั้น)  (students เป็นนามพหูพจน์ จึงต้องใช้ those แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

  • The knowledge one obtains from self-study is sometimes much higher than that one derives from class.

(ความรู้ที่คนเราได้รับจากการศึกษาด้วยตนเอง  บางทีมากกว่าความรู้ที่ได้รับจากห้อง เรียนมากมายทีเดียว)  (knowledge เป็นนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ – จึงต้องใช้ that แทน  เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

 

 

12. Bill’s parents encourage him to pursue a ____________________ career in medicine or law; they want to see him become rich and successful.

(พ่อแม่ของบิลกระตุ้นให้เขาดำเนินอาชีพที่ ____________________ ในด้านการ แพทย์หรือกฎหมาย  ทั้งนี้  พ่อแม่ต้องการจะเห็นเขาร่ำรวยและประสบความสำเร็จ)

(a) stressful    (มีแรงกดดัน, ทำให้เกิดความเครียด, บีบคั้น)

(b) dreadful    (เดร้ด-ฟูล)  (น่ากลัวมาก, น่าหวาดกลัว, น่าเคารพยำเกรง, เลวมาก)

(c) despicable    (น่ารังเกียจ, น่าเหยียดหยาม, น่าดูหมิ่น, เลวทราม)

(d) lucrative    (ลู้-คระ-ทิฟว)  (มีกำไรงาม, ให้ผลกำไร, ให้ผลตอบแทน)

 

13. The unscrupulous salesman ________________ the old couple out of their life savings.  

(เจ้าคนขายที่ไร้ธรรมะ-ไร้ยางอาย ____ สามีภรรยาชราคู่นั้น  จากเงินออมตลอดชีวิตของพวกเขา)

(a) extracted    (สกัด, ถอน, ดึง, บีบคั้น, เอาออก, ได้มาจาก, ขู่เข็ญ, กรรโชก)

(b) exonerated    (ทำให้พ้นจากความผิดหรือข้อกล่าวหา, ปลดเปลื้องภาระ, ปลดเปลื้องจากความรับผิดชอบหรือหน้าที่)

(c) swindled    (โกง, ฉ้อโกง, หลอกต้ม, หลอกลวง, การฉ้อโกง-หลอกต้ม-หลอกลวง)

(d) mocked    (เยาะเย้ย, เย้ยหยัน, หัวเราะเยาะ, ล้อเลียน, ยั่ว, ท้าทาย)

 

14. Although studies have shown that horoscopes in daily newspapers seldom accurately _________________ the future, readers remain faithful.

(แม้ว่าการศึกษาจะได้แสดงว่า  การผูกดวงทางโหราศาสตร์ในหนังสือพิมพ์รายวัน  มักไม่ใคร่ __________________ อนาคตได้อย่างถูกต้อง  แต่ผู้อ่านก็ยังคงศรัทธา-เชื่อถือมัน)  (หมายถึง เชื่อคำทำนายโชคชะตาในหนังสือพิมพ์)

(a) confess    (สารภาพ, ยอมรับ, สารภาพความผิด)

(b) anticipate    (แอน-ทิส-ซิ-เพท)  (ทำนาย, คาดหวัง, มุ่งหวัง, ลงมือกระทำการก่อน, ตัดบท)

(c) meter out    (แจกจ่าย, แบ่งปัน) 

(d) aggrandize    (อะ-แกร๊น-ไดซ  หรือ แอ๊ก-กระ-ไดซ)  (เพิ่ม, ขยาย, คุยโว)

 

15. There are very few areas in the world ____________________ be grown successfully.

(มีพื้นที่น้อยมากในโลก __________________________ ถูกปลูกอย่างประสบความสำเร็จ)

(a) where can apricots

(b) where apricots can    (ที่ซึ่งต้นแอปปริค๊อตสามารถ)

(c) apricots that can

(d) in where apricots can

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากขยายสถานที่  (The world)  ทั้งนี้  อาจตอบ  “In which apricots can”  (Where  =  In which)  ก็ได้

 

16. He is a friend of ______________________________________________________.

(เขาเป็นเพื่อน _______________________________________________________ )

(a) me

(b) my

(c) mine    (ของฉัน, ของผม)

(d) I

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใช้รูป   Possessive pronoun” (Mine, Yours, Ours, Theirs, His, Hers, Its)  หลัง   “Of”  เมื่อแสดงความเป็นเจ้าของ  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                   ตัวอย่างที่  

  • If you need an extra bed for your guest, you can use one ____________________.

(ถ้าคุณต้องการเตียงพิเศษสำหรับแขกของคุณ  คุณสามารถใช้เตียง _________________)

(a) of us

(b) of our

(c) of ours   (ของเรา)

(d) of our bed

ตอบ   -   ข้อ   (c)  นื่องจาก  “Of”   เมื่อใช้ในความหมาย  “ของ”  จะตามด้วยรูป   “Possessive  pronoun”  (Mine, Yours, Ours, Theirs, Hers, His, Its)  เสมอ   เช่นในประโยคข้างบน  หรือ ตัวอย่างข้างล่าง

  • He is a friend of mine.

(เขาเป็นเพื่อนคนหนึ่งของผม)

  • That is a beautiful house of hers.

(นั่นเป็นบ้านที่สวยงามของเธอ)

  • It is an unavoidable duty of ours.       

(มันเป็นหน้าที่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของพวกเรา)

  • It is no business of yours.

(มันมิใช่กงการ (เรื่อง) อะไรของคุณเลย)

                                    อนึ่ง  ในประโยคในตัวอย่างที่    สามารถตอบข้อ  (d)  ได้  แต่ต้องแก้เป็น   “of our beds”   หมายถึง  “เตียง    ตัว  จากหลายๆ ตัว” 

                                    อย่างไรก็ตาม  เมื่อใช้ในความหมายอื่น  ต้องใช้   “Of + Pronoun  รูปกรรม  เช่น

  •  She is afraid of me.   (เธอกลัวผม)
  •  We are fond of her.   (เราชอบเธอ)
  •  I never thought of them.   (ผมไม่เคยนึกถึงพวกเขาเลย)

                                    และจงสังเกตการใช้   “Of”  กับคำนาม จากประโยคข้างล่าง

  •  I bought a painting of the President’s.  

(ผมซื้อภาพที่ประธานาธิบดีวาด)  (ภาพของประธานาธิบดี)

  •  I bought a painting of the President.

(ผมซื้อภาพประธานาธิบดี)  (ประธานาธิบดีอยู่ในภาพนั้น)

                                      นอกจากนั้น  ในโครงสร้างต่อไปนี้  จะต้องใช้รูป   “Of + Pronoun  ในรูปกรรม  (Me, You, Us, Them, Him, Her, It)”  กล่าวคือ  โครงสร้าง  “It + is (was) +  Adjective + of +  กรรม” =   “กรรมนั้นช่าง...................เหลือเกิน  ที่..................”   เช่นในประโยค

  •  It was very careless of her to leave her baby in the taxi.

(มันเป็นความสะเพร่าอย่างยิ่งของเธอ  ที่ทิ้งทารกน้อยไว้ในรถแท็กซี่)

  • It is very kind of you  (กรรม) to help me.

(คุณช่างกรุณามากเหลือเกินที่ช่วยเหลือผม)

  • It was very nice of her to donate a lot of money to charity.

(เธอช่างกรุณาเสียเหลือเกินที่บริจาคเงินมากมายให้กับการกุศล)

  • It was good of your father (him) to come.

(คุณพ่อของคุณช่างกรุณาเหลือเกินที่อุตส่าห์มา)

  • How kind of them to help those poor children.

(พวกเขาช่างกรุณาเหลือเกินที่ช่วยเหลือเด็กที่น่าสงสารเหล่านั้น)

 

17. She told me she __________________________________________________ here.

(เธอบอกผมว่า  เธอ ________________________________________________ ที่นี่)

(a) will come

(b) would come    (จะมา)

(c) has come

(d) never come

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ใช้   “Would come” เพื่อให้สอดคล้องกับ   “Told” (เป็นอดีต)

 

18. People who are _____________________ cannot see the difference between colours.

(คนผู้ซึ่ง ___________________________ ไม่สามารถมองเห็นความแตกต่างระหว่างสีได้)

(a) colour blind

(b) blind coloured

(c) colour-blind    (ตาบอดสี)  (ต้องมีขีด (-) คั่นกลางเสมอ)

(d) blind of colours

 

19. __________________________________________________ break your promise.

(_____________________________________________________ ผิดคำมั่นสัญญา)

(a) You’d not better

(b) You had not better

(c) You’d better not    (คุณไม่ควร)

(d) You would better not

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องใช้รูป  “Subject + Had better + Not + Verb 1” เสมอ   ในรูปปฏิเสธของ  “Had better

 

20. The demand ______________________________________ our goods is increasing.

(ความต้องการ ____________________________________ สินค้าของเรากำลังเพิ่มขึ้น)

(a) of

(b) in

(c) from

(d) for    (สำหรับ)

ตอบ    –    ข้อ   (d)   เนื่องจาก   “Demand (Noun) + For”  เสมอ   สำหรับวลีที่ใช้กับ   “For”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                     สำหรับคำคุณศัพท์ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job. = เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ)  -  “Are you ready for your new job?”  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  “Thailand is famous for the hospitality of its people.”  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  “I’m sorry for any damage I may occur.”  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม)  -  “These clothes are fit for me.”  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมาก  สำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                                    ส่วนคำกริยาที่ใช้กับ  “For” เช่น  “Buy something for someone”  (ซื้ออะไรให้ใคร)  -  “I bought a present for her on her birthday.”  (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด),  “He left a note for her on the table.”  (เขาทิ้งโน้ตไว้ให้เธอบนโต๊ะ),  “The lounge bar catered for tourists.”  (บาร์ของห้องนั่งพักหรือคอย  -  ขึ้นเครื่องบิน  -  จัดหาอาหารให้นักท่องเที่ยว),  “I’m doing everything I can, for all of you.”  -  (ผมกำลังทำทุกอย่างที่สามารถทำได้  เพื่อพวกคุณทุกคน),  “What can I do for you?”  (ผมจะสามารถช่วยเหลืออะไรคุณได้บ้าง),  “He often cooked for himself.”  (เขาปรุงอาหารกินเองอยู่บ่อยๆ),  “Mr. Thomson was speaking for the administration.”  (มิสเตอร์ทอมสันกำลังพูดแทนคณะผู้บริหาร),  “Frank was a Republican MP for western California.”  (แฟรงค์เป็น ส.ส. พรรครีพับริกัน  สำหรับแคลิฟอร์เนียตะวันตก),  “She is working for the government.”  (เธอกำลังทำงานให้รัฐบาล),  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “They will vote for the Republican only.”  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “I’ ll pay for the meal this time.”  (ผมจะจ่ายค่าอาหารให้มื้อนี้),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  “Thank you for your help.”  (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ), “Search  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  “She is looking for her lost watch.”  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  “They have to struggle for their survival.” (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  “The criminals begged for the judge’s mercy.”  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  “We hope for better life in the future.”  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตเป็นต้น

                                     สำหรับวลีอื่นๆ ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “These flowers are for you.”  (ดอกไม้พวกนี้สำหรับคุณนะ),  “It was for her own good.”  (มันเป็นผลประโยชน์ของเธอเองนะ),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป  ๑ เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐  เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน๊ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),  “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ), เป็นต้น

 

21. We find it __________________ to believe all what he said since he changed his story every time we asked him.

(เราพบมัน __________________ ที่จะเชื่อทุกสิ่งที่เขาพูด   เพราะว่าเขาเปลี่ยนเรื่องทุกครั้งที่เราถามเขา)  (หมายถึง  เล่าเรื่องแต่ละครั้งไม่เคยตรงกัน)

(a) very and more difficult

(b) more and very difficult

(c) more and most difficult

(d) more and more difficult    (ยากขึ้นและยากขึ้น)

ตอบ   –   ข้อ  (d)  ต้องใช้รูปนี้เสมอ

 

22. Whenever we meet, we stop ____________________________________________.

(เมื่อใดก็ตามที่เราพบกัน  เราจะหยุด _______________________________________ )

(a) talking

(b) talk

(c) to talk    (เพื่อที่จะคุยกัน)

(d) to talking

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Stop + To + Verb 1” หมายถึง  “หยุดเพื่อที่จะทำกริยานั้นๆ”   ส่วน “Stop + Verb + ing”  หมายถึง “หยุดการกระทำกริยานั้นๆ”  เช่น

  • We stop to have lunch at 11.30 a.m. every day.

(เราหยุด (ทำงาน, ประชุม) เพื่อกินอาหารเที่ยงตอน ๑๑.๓๐ น. ทุกๆวัน)

  • We stopped having lunch when the fire broke out.

(เราหยุดการกินอาหารเที่ยง  เมื่อเกิดไฟไหม้ขึ้น)

  • They stopped to work until late at night.

(พวกเขาหยุด (กิน, เล่น, พูดคุย) เพื่อทำงานจนกระทั่งดึก)

  • They stopped working and went to a restaurant.

(พวกเขาหยุดการทำงาน   และไปภัตตาคารเพื่อกินอาหาร)

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้