หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 296)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. In order for information to be easily communicated, __________________ must be organized in an understandable way.

(เพื่อที่จะให้ข้อมูล-ข่าวสารถูกสื่อสาร (ไปสู่ผู้คน) โดยง่าย __________________ จะต้องได้รับการจัดระเบียบในรูปแบบที่สามารถเข้าใจได้)

(a) there

(b) and

(c) it    (มัน)

(d) how

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากแทน  “Information”  ซึ่งเป็นคำนามนับไม่ได้  (เป็นเอกพจน์เสมอ)  สำหรับคำนามนับไม่ได้อื่นๆ ซึ่งต้องแทนด้วยสรรพนาม  “It” ดูจากประโยคข้างล่าง

                                   ตัวอย่างที่ 

  • It was such good news that no one believed ___________________________.

(มันเป็นข่าวที่ดีมาก  จนกระทั่งไม่มีใครเชื่อ _________________________________ )

(a) them

(b) it    (มัน)

(c) him

(d) (No word is needed.)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “News”  เป็นคำนามนับไม่ได้  และเป็นเอกพจน์เสมอ  ใช้แทนด้วย   “It”   สำหรับคำนามนับไม่ได้อื่นๆ   ได้แก่  Patience  (ความอดทน),  Gold  (ทอง),  Rice  (ข้าว),  Water  (น้ำ),  Glass  (กระจก),  Sand  (ทราย),  Wood  (ไม้),  Stone  (หิน),  Paper  (กระดาษ),  Air  (อากาศ),  Copper  (ทองแดง),  Ink  (หมึก),  Help  (ความช่วยเหลือ), Information  (ข้อมูล, ข่าวสาร), Tin   (ดีบุก),Lead  (ตะกั่ว),  Equipment  (อุปกรณ์, เครื่องมือ), Furniture  (เครื่องเรือน),   Scenery  (ทิวทัศน์),  Damage  (ความเสียหาย),  Advice   (คำแนะนำ), Traffic  (การจราจร, ยวดยาน),  Machinery  (เครื่องยนต์กลไก),  Evidence  (หลักฐาน),  Bread  (ขนมปัง),  Clothing  (เสื้อผ้า),  Work  (งาน),   Luggage   (กระเป๋าเดินทาง),  Baggage  (กระเป๋าเดินทาง),  Knowledge   (ความรู้),  Education  (การศึกษา),  Goodness  (ความดี),  Wisdom   (ความฉลาด),  Progress  (ความก้าวหน้า),  Power  (อำนาจ),  News  (ข่าว),  Cloth  (ผ้า),  Soap  (สบู่),  Bread  (ขนมปัง),  Flour  (แป้ง),  Milk  (นม),  Tea  (ชา),  Coffee  (กาแฟ),  Silk  (ไหม),  Fruit  (ผลไม้),  Behavior  (พฤติกรรม)   เป็นต้น   ซึ่งคำนามทุกคำข้างต้น  ใช้สรรพนามแทนด้วย  “It”

 

2. The first president of Cornell University, Andrew White _________________ the concept of a university unaffiliated with any religious sect or political party.

(เป็นประธานคนแรกของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์, นายแอนดรูว์  ไวท์ ________________ แนวความคิดของมหาวิทยาลัยซึ่งไม่ผูกพัน (เข้าร่วม) กับนิกายทางศาสนา หรือพรรคการเมืองใดๆ)

(a) develop

(b) developing

(c) develops

(d) developed    (พัฒนา)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นกริยาของประโยค  โดยมี  “Andrew White”  เป็นประธานฯ  สำหรับ  “The first president of Cornell University”  เป็นวลีที่ทำหน้าที่ขยายประธาน  (แอนดรูว์ ไวท์)  ทั้งนี้  จงสังเกตความแตกต่างของประโยคใน  ข้อ  ๒  กับประโยคข้างล่าง  โดยเฉพาะเครื่องหมายคอมม่า  หลัง  “Andrew White”  ซึ่งทำให้ประธานของประโยคข้างล่างแตกต่างไปจากข้างบน

  • The first president of Cornell University, Andrew White, developed the concept of a university unaffiliated with any religious sect or political party.

(ประธานคนแรกของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์  (นายแอนดรูว์  ไวท์)  พัฒนาแนวความคิดของมหาวิทยาลัยซึ่งไม่ผูกพัน (เข้าร่วม) กับนิกายทางศาสนา หรือพรรคการเมืองใดๆ)

                                       ในประโยคข้างบน  ประธานของประโยค  คือ  “The first president of Cornell University”  ความหมาย  คือ  “ประธานคนแรก............”  {สำหรับประโยคใน  ข้อ  ๒  วลีที่อยู่ข้างหน้าประโยค  มีความหมายว่า  “เป็นประธานคนแรก..............”  ทำหน้าที่ขยาย  “Andrew White”}   โดยมี  “Andrew White”  เป็นส่วนขยายประธาน  โปรดสังเกตว่า  ในประโยคที่  ๒  มีเครื่องหมายคอมม่ากั้นหน้ากั้นหลังคำ  “Andrew White”  ซึ่งคล้ายกับวงเล็บ  คือเพียงมาช่วยขยายประธานฯเท่านั้น  เพื่อบอกให้รู้ว่า  ประธานเป็นใคร-ชื่ออะไร  (มิได้มีความสำคัญเท่ากับประธาน)  ทั้งนี้  กริยาของประโยคที่  ๒  ยังคงเป็น “Developed”  เช่นเดิม      

 

3. Early forms of life on Earth, ________________ in the absence of oxygen, required elements such as sulfur instead.

(รูปแบบยุคแรกๆของชีวิตบนโลก, ___________________โดยปราศจากออกซิเจน, ต้องการธาตุต่างๆ  เช่น ซัลเฟอร์  แทน)

(a) which lived    (ซึ่งดำรงชีวิต)

(b) whose life

(c) lived

(d) were living

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากทำหน้าที่เป็นประธาน  (Which)  และกริยา  (Lived)  ของอนุประโยค   “Which lived in the absence of oxygen”  ทำหน้าที่ขยายประธานของประโยค  (Early forms of life on Earth)  โดยมี  “Required”  เป็นกริยาของประโยคใหญ่

 

4. ___________________ her remarkable achievements, Nancy Ward, a Cherokee leader of the 1700’s, became a legendary figure in Tennessee folklore.

( _____________________ ความสำเร็จที่น่าทึ่ง (ยอดเยี่ยม) ของเธอ  แนนซี่  วอร์ด –  หัวหน้า (อินเดียนแดง) เผ่าเชอโรกี  แห่งทศวรรษที่  ๑๗๐๐ (๑๗๐๐ – ๑๗๐๙)  -  เป็นบุคคลในตำนาน  ในนิยายพื้นบ้านของรัฐเทนเนสซี)

(a) That

(b) Through    (ด้วย)

(c) However

(d) Whenever

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ข้อความ  “Through her remarkable achievements”  เป็นวลีที่เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverbial phrase of manner)  ทำหน้าที่ขยายข้อความที่ว่า  “แนนซี่  วอร์ด  เป็นบุคคลในตำนานฯ  ได้อย่างไร”

 

5. They don’t sell ____________________________________________ drinks here.

(พวกเขาไม่ขายเครื่องดื่ม ___________________________________________ ที่นี่)

(a) indignant    (โกรธเคือง, ขุ่นเคือง)

(b) luscious    (ลัช-เชิส)  (หอมหวาน, หวานฉ่ำ, รสดี, กลิ่นดี, มีเสน่ห์, หวานมากเกินไป, กลิ่นมากเกินไป)

(c) intoxicating    (ทำให้มึนเมา, ทำให้กระตือรือร้น, ทำให้เบิกบานใจ, กระตุ้น)

(d) ubiquitous    (ยู-บิ๊ค-ควิ-ทัส)  (มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง  -  โดยเฉพาะในเวลาเดียวกัน)

 

6. The party will begin immediately after the _________________ of the new building.  

(งานเลี้ยงจะเริ่มต้นในทันทีทันใด  หลังจาก __________________ ของอาคารหลังใหม่)

(a) mitigation    (การทำให้บรรเทาเบาบาง, การทำให้ลดน้อยลง)

(b) inauguration    (อิน-ออ-กิว-เร้-ชั่น)  (การเปิดทำการ, การเริ่มเป็นทางการ,  การเข้ารับตำแหน่งเป็นทางการ, การเปิดฉาก)

(c) compunction    (คัม-พั้งค-ชั่น)  (ความเสียใจต่อการกระทำของตน, ความไม่สบายใจหรือวิตกกังวลต่อสิ่งที่ได้ทำไปแล้ว)

(d) precipitation   {ผลิตผลการรวมตัวกันของไอน้ำในอากาศ (ฝน, หิมะ, ลูกเห็บ, น้ำค้าง), ปริมาณที่รวมตัวกันดังกล่าว, การเร่งให้เกิดขึ้น, การตกตะกอน, ความใจร้อน-เร่งรีบ-หุนหันพลันแล่น}

 

7. The couple’s wedding ceremony at the ballroom was ___________________.  It was worth all the efforts put in the planning.

(พิธีแต่งงานของชายหญิงคู่นั้นที่ห้องบอลรูม (ห้องเต้นรำ) ___________________  มันคุ้มค่ากับความพยายามทั้งหมดในการวางแผนจัดงาน)

(a) impressive    (น่าประทับใจ)

(b) mundane    (มัน-เดน)  (ปกติ, ธรรมดาๆ, ธรรมดาโลก, เกี่ยวกับโลก, ทางโลก)

(c) traumatic    (ทร้อ-มะ-ทิค)  (ซึ่งทรมานใจ, ซึ่งทำให้ชอกช้ำใจ, ซึ่งทำให้บาดเจ็บ)

(d) surreptitious    (ลับๆล่อๆ, ซ่อนเร้น, ลอบทำ, แอบทำ, มีเลศนัย) 

 

8. _______ limit to the extent which human beings may benefit from their own inventive genius.

( ______________________ ข้อจำกัดต่อขอบเขต  ซึ่งมนุษยชาติอาจจะได้รับประ โยชน์จากพรสวรรค์ในด้านการประดิษฐ์คิดค้นของพวกเขาเอง)  (หมายถึงประโยชน์ที่มนุษย์อาจได้รับจากความสามารถในการประดิษฐ์คิดค้นของตนเอง  มีมากมายอย่างไม่มีข้อจำกัด)

(a) Not any

(b) He has no    (เขาไม่มี)

(c) There is no    (ไม่มี)

(d) It is not    (มันมิใช่)

 

9. In the fourteenth century, ___________________ that glass coated with silver nitrate would turn yellow when fired in an oven.

(ในศตวรรษที่  ๑๔ ____________________ ว่ากระจกซึ่งถูกเคลือบด้วยซิลเวอร์ไนเตรท  จะกลายเป็นสีเหลือง  เมื่อถูกทำให้ร้อน (เผา) ในเตาอบ)

(a) if it was discovered

(b) it was discovered    (มันถูกค้นพบ)

(c) with the discovery

(d) the discovery

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากเป็นประธาน  (It)  และกริยา  (Was discovered)  ของประโยค   โดยมีข้อความ  “That glass coated with silver nitrate would turn yellow when fired in an oven”  ซึ่งอยู่ในรูป  “Noun clause”   ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  (Was discovered)  สำหรับวลี  “In the fourteenth century”  เป็น  “Adverbial phrase of time” (วลีที่เป็นกริยาวิเศษณ์บอกเวลา)  ซึ่งขยายกริยา   “Was discovered”  เช่นเดียวกัน  (บอกให้รู้ว่ามันถูกค้นพบ..................เมื่อใด)

 

10. The swallows of Capistrano are famous ______ to the same nests in California each spring.

(นกนางแอ่นของเมืองคาพิสทราโน  มีชื่อเสียง _____________________ ยังรังเดิม (ของมัน) ในรัฐแคลิฟอร์เนียในฤดูใบไม้ผลิของทุกปี)

(a) to return

(b) they return

(c) as returning

(d) for returning    (ในเรื่องการหวนกลับมา)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Famous for”  (มีชื่อเสียงในเรื่อง หรือในด้าน)  และ  “Famous as”  (มีชื่อเสียงในฐานะ)  จากประโยคข้างล่าง

                                   ตัวอย่างที่ 

  • Beethoven was famous especially ___________________ his piano playing , but he was also  a composer.

(บีโธเฟ่นมีชื่อเสียงเป็นพิเศษ _____________________ การเล่นเปียโนของเขา  แต่เขาก็เป็นนักประพันธ์เพลงหรือดนตรีด้วย)

(a) in

(b) as

(c) for    (ในเรื่อง, ในด้าน, สำหรับ)

(d) by

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Famous for” =  “มีชื่อเสียงในเรื่อง หรือในด้าน”  ส่วน   “Famous as” =  “มีชื่อเสียงในฐานะ”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • Chiang Mai is famous for the hospitality of its people.

(เชียงใหม่มีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของผู้คน)

  • President Abraham Lincoln was famous for his integrity.

(ประธานาธิบดีอับราฮัม  ลิงคอล์น  มีชื่อเสียงในด้านความซื่อสัตย์สุจริตและคุณธรรม)

  • John is famous as a competent doctor.

(จอห์นมีชื่อเสียงในฐานะแพทย์ผู้มีความสามารถ)

  • Thailand is famous as a country of smiling people.

(ประเทศไทยมีชื่อเสียงในฐานะประเทศที่มีผู้คนยิ้มแย้ม)

  • Thailand is famous for its smiling people.     

(ประเทศไทยมีชื่อเสียงในเรื่องผู้คนยิ้มแย้ม)

  • The city has been most famous for its cloth.

(เมืองนี้มีชื่อเสียงมากที่สุดในเรื่องผ้า)

  • Mike Tyson was once famous as one of the best boxers the world had ever witnessed.

(ไมค์ ไทสัน  ครั้งหนึ่งเคยมีชื่อเสียงในฐานะนักมวยที่ดีที่สุดคนหนึ่งที่โลกเคยเห็นมา)

  • Bill Gate, an IT business tycoon, has been long famous for  donating an enormous sum of money each year to promote the education for underprivileged children.

(บิล เกต, ผู้ทรงอิทธิพลทางด้านธุรกิจไอที, ได้มีชื่อเสียงมานานแล้วในเรื่องการบริจาคเงินจำนวนมหาศาลในแต่ละปี  เพื่อส่งเสริมการศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาส)

 

11. Ostriches are _____________________ of living birds, attaining a height from crown to foot of about 2.4 meters and a weight of up to 136 kilograms.

(นกกระจอกเทศ _____________________ ในบรรดานกที่มีชีวิตอยู่  โดยมีความสูงจากหงอน (บนหัว) ถึงเท้าประมาณ  ๒.๔  เมตร  และน้ำหนักมากจนถึง  ๑๓๖  กิโลกรัม)

(a) large, strong

(b) large and strong

(c) larger and stronger

(d) the largest and strongest    (ใหญ่ที่สุดและแข็งแรงที่สุด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นสุด”  (Superlative degree)

 

12. The army doctors ______________ him.  They would not accept him as medically fit.  

(หมอของกองทัพ _______________________ เขา   พวกหมอจะไม่ยอมรับว่าเขามีสุขภาพสมบูรณ์-ปกติในทางการแพทย์)

(a) rejoiced    (ดีใจ, ยินดี, ปลื้มปิติ, รื่นเริง, ทำให้ยินดี-ดีใจ-ปลื้มปิติ)

(b) rejected   (ปฏิเสธ, ไม่ยอมรับ)

(c) remitted    (ส่งเงิน, ให้กลับคืน, อภัยโทษ, ยกโทษ, ยกหนี้, ละเว้น, ผ่อนคลาย, บรรเทา)

(d) resented    (ไม่พอใจ, ขุ่นเคือง, แค้นใจ)

 

13. One of my suitcases is small, and the other one is of ______________________ size.  

(กระเป๋าเดินทางใบหนึ่ง (ใน ๒ ใบ) ของผมเล็ก  และอีกใบหนึ่งมีขนาด _______________ )

(a) medium    (กลาง)  (ใช้กับขนาดของสิ่งของ, บ้านเรือน, โครงการ ฯลฯ)

(b) central    (กลาง, ตรงกลาง)  (ใช้กับสถานที่ตั้ง, พื้นที่,  บริเวณ)

(c) middle    (ตรงกลาง)  (ใช้กับคน สัตว์  สิ่งของ ที่อยู่ตรงกลาง เช่น คนกลาง  บ้านตรงกลาง)

(d) center    (ศูนย์กลาง, ใจกลาง)  (เป็นคำนาม)

 

14. Whenever I come to your house, your dog’s tail is ___________________________.

(เมื่อใดก็ตามที่ผมมาบ้านคุณ  หางของสุนัขของคุณกำลัง ________________________)

(a) barking    (เห่า)

(b) wagging    (กระดิก, แกว่ง, แกว่งไกว, ขึ้นๆลงๆ, กระดก (ลิ้น), ชี้มือชี้นิ้ว, สั่นหัว)

(c) wailing    (ร่ำไห้, คร่ำครวญ, ร้องคร่ำครวญ, ร้องสะอึกสะอื้น, ร้องโหยหวน, (ลม) พัดเสียงดังโหยหวน)

(d) waiving    (ละทิ้ง, สละสิทธิ, ละเว้น. ทิ้ง, ปัดออก)

 

15. He became very deaf in his __________________________________________ life.

(เขาหูหนวกอย่างมากในชีวิต ______________________________________________ )

(a) late    (สาย, ล่า, ช้า, ซึ่งล่วงลับไปแล้ว)

(b) later    (ต่อมา, บั้นปลาย)

(c) latest    (ล่าสุด, ทันสมัยที่สุด, เกิดทีหลังสุด)

(d) last    (สุดท้าย, ที่แล้ว, ที่ผ่านมา)

 

16. We ought to hope ___________________________________________ better times.

(เราควรที่จะ (มีความ) หวัง _____________________ ช่วงเวลาที่ดีขึ้น)  (คือ หวังว่าชีวิตจะพบกับช่วงเวลาที่มีความสุขมากขึ้น) 

(a) in

(b) upon

(c) for    (สำหรับ, จะได้พบเจอ)

(d) to

ตอบ   -   ข้อ   (c)  สำหรับวลีที่ใช้กับ   “For”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                     สำหรับคำคุณศัพท์ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job. = เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ)  -  “Are you ready for your new job?”  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  “Thailand is famous for the hospitality of its people.”  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  “I’m sorry for any damage I may occur.”  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม)  -  “These clothes are fit for me.”  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมาก  สำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                                    ส่วนคำกริยาที่ใช้กับ  “For” เช่น  “Buy something for someone”  (ซื้ออะไรให้ใคร)  -  “I bought a present for her on her birthday.”  (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด),  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “They will vote for the Republican only.”  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “I’ ll pay for the meal this time.”  (ผมจะจ่ายค่าอาหารให้มื้อนี้),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  “Thank you for your help.”  (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ), “Search  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  “She is looking for her lost watch.”  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  “They have to struggle for their survival.” (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  “The criminals begged for the judge’s mercy.”  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  “We hope for better life in the future.”  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตเป็นต้น

                                    สำหรับวลีอื่นๆ ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป  ๑ เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐  เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน๊ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),  “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ), เป็นต้น

 

17. I won’t stay here ______________________________________________ longer.

(ผมจะไม่พักที่นี่ต่อไป ________________________________________________ )

(a) no

(b) not

(c) too

(d) any    (อีกแล้ว)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ใช้   “Any”  กับประโยคปฏิเสธ   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Any” จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • We had hardly _______________________________________ rain last month.

(เราแทบไม่มีฝน _________________________________________ เลยเมื่อเดือนที่แล้ว)

(a) no

(b) some

(c) any    (ใดๆ)

(d) little

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใช้   “Any”  ในประโยคปฏิเสธ  คือ  ประโยคที่มี   “Hardly, Scarcely, Rarely, Seldom”   (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ)  หรือ  “Never”  (ไม่เคยเลย)   สำหรับการใช้   “Any”  มีหลักดังนี้  คือ

                                    ๑. ใช้แสดงจำนวนแทน   “Some”  ในประโยคคำถาม และปฏิเสธ  คือ ใช้เป็นคำคุณศัพท์ขยายนาม  “Any + Noun”    (นับได้ พหูพจน์)  หรือ   “Any + Noun”  (นับไม่ได้  เอกพจน์)  เช่น

  • Are there any students in the classroom?

(มีนักเรียนอยู่ในห้องเรียนบ้างไหม)

  • Is there any water in the well?

(มีน้ำอยู่ในบ่อบ้างไหม)

  • There is not any furniture in the room.

(ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อยู่ในห้องเลย)

                              และเมื่อใช้   “Any” เป็น   “Pronoun”  คือ อยู่ลอยๆ  ไม่ต้องขยายนาม   “Any”  จะแทนได้ทั้งนามนับได้ พหูพจน์  และนามนับไม่ได้  เอกพจน์  เช่น

  • They wanted some rooms but there weren’t any.

(พวกเขาต้องการห้องพัก  แต่ไม่มีเลย)

  • We wanted some water but there wasn’t any.

(พวกเราต้องการน้ำ  แต่ไม่มีเลย)

                              อย่างไรก็ดี  สามารถใช้   “Any” ในประโยคบอกเล่าได้  ในกรณีต่อไปนี้

                                            ๑.๑ มีคำที่มีความหมาย  “ปฏิเสธ” อยู่ในประโยค  เช่น  “Seldom, Rarely, Hardly, Scarcely, Never, Without, Too”  เช่น

  • They had hardly any money.

(พวกเขาแทบจะไม่มีเงินเลย)

  • We could finish the project without any trouble.

(เราสามารถทำโครงการสำเร็จ  โดยปราศจากปัญหาใดๆ)

  • She scarcely received any information from him.

(เธอแทบไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารจากเขาเลย)

  • It was too soon to say anything.

(มันเร็วเกินไปที่จะพูดอะไรออกมา)

  • It is too dark to see anything.

(มันมืดเกินไปที่จะมองเห็นอะไรได้)

                                            ๑.๒ แสดงความสงสัยไม่แน่ใจ  เช่น

  • I wonder whether there is anything you want to tell me.

(ผมสงสัยว่า มีสิ่งใดที่คุณต้องการบอกผมหรือไม่)

  • She wondered whether anyone was there.

(เธอสงสัยว่า มีใครอยู่ที่นั่นหรือไม่)

                                             ๑.๓ แสดงเงื่อนไข

  • If you find anything wrong, please let me know.

(ถ้าคุณพบสิ่งใดผิด  โปรดบอกให้ผมทราบ)

  • If you have any problem, consult your parents.

(ถ้าคุณมีปัญหาใดๆ  จงปรึกษาพ่อแม่)

                                     ๒. ใช้ขยายนาม  ในความหมาย  “.............ใดก็ตาม”  (ในกรณีนี้  ไม่สามารถใช้  “Some” แทนได้)

  • I will  give this book to anyone who wants it.

(ผมจะให้หนังสือเล่มนี้แก่ใครก็ตาม  ที่ต้องการมัน)

  • Anyone violating the rules will be punished.

(ใครก็ตามที่ละเมิดกฎระเบียบ  จะถูกลงโทษ)

  • You may come any time you want.

(คุณจะมาเวลาใดก็ได้  ที่คุณต้องการ)

  • Any student can answer this question.

(นักเรียนคนใดๆ  ก็สามารถตอบคำถามนี้ได้)

                                     ๓. ใช้เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ซึ่งส่วนใหญ่ขยาย  “Adjective”  หรือ   “Adverb” ขั้นกว่า  เช่น

  • It won’t do any good.

(มันจะไม่ช่วยให้อะไรดีเลย)

  • I couldn’t stand it any longer.

(ผมไม่สามารถทนมันได้ต่อไปอีกแล้ว)

  • He doesn’t know any better.

(เขาไม่ได้รู้ดีกว่า  -  คุณหรือผมหรอก)

  • Nobody in the village will be any wiser.

(ไม่มีใครในหมู่บ้านรู้ดีกว่านี้หรอก)

  • I’m sorry to say that the patient isn’t any better.

(ผมเสียใจที่จะบอกว่า  คนป่วยอาการไม่ดีขึ้นเลย)

 

18. It took five men to carry the tree, which was ____________ than a three-story building.

(ต้องใช้ผู้ชาย  ๕  คนเพื่อแบกต้นไม้นั้น  ซึ่ง ______________________ อาคารสูง ๓ ชั้น)

(a) more taller

(b) taller    (สูงกว่า)

(c) as tall

(d) the tallest

ตอบ   -    ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ   “ขั้นกว่า”  (Comparative degree)

 

19. We went to the reception without __________, and so they didn’t even let us enter the hall.

(เราไปที่งานเลี้ยง  โดยปราศจาก _____________________ และดังนั้น   พวกเขามิยอมแม้แต่จะให้พวกเราเข้าไปในห้องโถง)

(a) to invite

(b) inviting

(c) being invited     (ได้รับการเชื้อเชิญ  หรือ ถูกเชื้อเชิญ)

(d) invited

ตอบ    –     ข้อ   (c)   เนื่องจากต้องอยู่ในรูป  “Passive voice”  (Verb to be + Verb 3)   เพราะ  “ถูกเชื้อเชิญ”   แต่เนื่องจากอยู่หลัง  “Preposition” (without)  กริยาจึงต้องอยู่ในรูป  “Gerund” (V. + ing)  คือ  “Being invited

 

20. A lot of ______________________ were made about how to solve the problem, but only a few of them seemed reasonable to me.

(มีการให้ _____________________ จำนวนมากเกี่ยวกับวิธีการแก้ปัญหา  แต่มีเพียงไม่กี่คำแนะนำเท่านั้น  ที่ดูสมเหตุสมผลสำหรับผม)

(a) suggestion

(b) suggestions    (คำแนะนำ)

(c) advice    (คำแนะนำ)

(d) advices

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “A lot of,  Lots of”  =  “มากมาย, จำนวนมาก”  สามารถใช้ได้ทั้งกับคำนามนับไม่ได้  และคำนามนับได้  พหูพจน์   แต่ข้อนี้ต้องเลือก  ข้อ  (b)  “Suggestions”   ซึ่งเป็นคำนามนับได้  พหูพจน์  เพราะกริยาคือ   “were” สำหรับ   “Advice”   เป็นคำนามนับไม่ได้    จึงต้องอยู่ในรูปเอกพจน์เสมอ   ไม่สามารถใช้กับกริยา  “Are” หรือ  “Were”  ได้

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้