หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 290)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. If you are patient, you’ll soon _______________________________ your troubles.

(ถ้าคุณอดทน  คุณจะ _____________________________ ปัญหาของคุณได้ในไม่ช้า)

(a) get about    (เดินทาง, ไปไหนมาไหน, แพร่ออกไป)

(b) get off    (ลงจากรถ, ขึ้นจากเรือ, ออกเดินทาง, ถอดทิ้ง)

(c) get around    (ไปไหนมาไหน, หลบหลีก, หลีกเลี่ยง)

(d) get through    (ผ่าน, ผ่านพ้น, สอบได้, เสร็จ)

 

2. When you have finished using the telephone, please hang ____________________.

(เมื่อคุณใช้โทรศัพท์เสร็จแล้ว  กรุณา __________________________________ ด้วย )

(a) on    (“Hang on”  =  ยึดรักษาไว้อย่างเหนียวแน่น, ยึดแน่น, จับแน่น)

(b) over

(c) up    (“Hang up”  =  วางหูโทรศัพท์, แขวน)     

(d) out

 

3. They prefer that I ___________________________________________________.

(พวกเขาอยากให้เป็นว่า (เห็นสมควรว่า)  ผม ________________________________ )

(a) do not serve them anything alcoholic

(b) had not served them anything alcoholic

(c) have not served them anything alcoholic

(d) not serve them anything alcoholic    (ไม่เสิร์ฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใดๆให้กับพวกเขา)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  โดยดูจากกริยา   “Prefer”   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • She is about half an hour late already.  It is necessary that she _________ immediately.

(เธอล่าช้าไปประมาณครึ่งชั่วโมงแล้ว  มันจำเป็นที่ว่าเธอ ___________________ ในทันทีทันใด)

(a) went

(b) goes

(c) go    {(ควร) ไป}

(c) will go

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

  • I’m in a hurry because the librarian said it was important that I ___________ this book.

(ผมกำลังรีบเร่ง (เอาหนังสือไปคืน) เพราะบรรณารักษ์กล่าวว่า  มันเป็นเรื่องสำคัญว่าผม _________________ หนังสือเล่มนี้)

(a) returned

(b) was returning

(c) had returned

(d) return    {(ควร) นำไปคืน, ส่งคืน}

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจาก  “Clause”  ที่ตามหลัง  “Important, Necessary, Essential, Imperative, etc.”   กริยาต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to”  (Verb 1)   เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  คือ  เหมือนกับมี “Should”  นำหน้าคำกริยานั้นๆ 

                                   ตัวอย่างที่ 

  • In 1978, the Soviets demanded that China ______________ its forces from Vietnam.

(ในปี  ๑๙๗๘  โซเวียตเรียกร้องให้จีน ______________ กองกำลังของตนออกจากเวียดนาม)

(a) withdrew

(b) withdraws

(c) withdraw    (ถอน)

(d) withdrawing

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากกริยาใน  “Clause” (อนุประโยค)  ที่ตามหลัง  “Demand, Require, Suggest, Request, etc.”  ต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to”  (Verb 1)   เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”   ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                   ตัวอย่างที่ 

  • He suggested _____________________________________ to a holiday camp.

(เขาแนะนำ ____________________________________ ที่ค่ายพักแรมวันหยุดพักผ่อน)

(a) Mary that she should go

(b) to Mary that she should go    (แก่แมรี่ว่าเธอควรไป)

(c) for Mary that she go

(d) to Mary to go

ตอบ   -   ข้อ   (b)  หรืออาจตอบ  “………to Mary that she go………”  ก็ได้  เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบ   “Present subjunctive”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้าง ล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • It is essential that the needle ____________________________________ first.

(มันจำเป็นว่า  เข็ม _________________________________________ เป็นประการแรก)

(a) sterilize

(b) is sterilized

(c) be sterilized    (ถูกทำให้ปราศจากเชื้อโรค)

(d) sterilizes

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากข้อความ  “It is essential that”  เป็นประโยคใหญ่  กริยาของอนุประโยคที่ตามหลังมัน  จะอยู่ในโครงสร้าง  “Present subjunctive”   คือ อยู่ในรูป  “Infinitive without to”  (Verb 1)  เสมอ  ในกรณีเป็นกริยาในแบบ  “Passive voice”   จะต้องใช้กริยารูป  “Be + Verb 3”  เสมอ  และในกรณีของกริยา  “Verb to be”   ให้ใช้  “Be”  กับประธานฯ ทุกตัว  ทั้งนี้  ถือเสมือนว่า  กริยาในอนุประโยคเหล่านี้  มี  “Should”  มานำหน้า  (เพื่อแนะว่าประธานของอนุประโยคควรทำอย่างนั้นอย่างนี้)  เพียงแต่ละเอาไว้  คือ มิได้เขียนลงไป  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

  • I suggest that the matter ________________________________ reconsidered.

(ผมแนะนำว่า  เรื่องนี้ ____________________________ ได้รับการพิจารณาใหม่อีกครั้ง)

(a) is

(b) being

(c) be    (ควร)

(d) has

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้างแบบ  “Present subjunctive”  โดยดูจากกริยา  “Suggest

                                    ตัวอย่างที่ 

  • Prior to our conference, the executive director had requested that everyone __________  well prepared.

(ก่อนการประชุมของเรา  ผู้อำนวยการบริหารได้ขอร้องว่า  ทุกคน __________________ เตรียมตัวเป็นอย่างดี)

(a) be    (ควร)

(b) is

(c) was

(d) will be

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากเป็นการใช้โครงสร้างแบบ  “Present subjunctive” สังเกตจากกริยา  “Requested

                                   ตัวอย่างที่ 

  • The teacher suggested that _______________________________________.

(ครูแนะนำว่า ______________________________________________________ )

 (a) everybody studied harder

 (b) everybody studies harder

 (c) everybody study harder    {(นักเรียน) ทุกคนควรเรียนให้หนักยิ่งขึ้น}

 (d) everybody would study harder

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง  “Present subjunctive”  กล่าวคือ กริยา  “Study” เหมือนมีคำว่า “Should” อยู่ข้างหน้า  แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ 

                                    ตัวอย่างที่ 

  • The company states that it is necessary that an employee _________ his work on time.

(บริษัทกล่าวว่า  มันจำเป็นที่พนักงาน _________________________ งานของตนให้ทันเวลา)

(a) finishes

(b) finished

(c) finish    (ทำให้เสร็จ)  (คือ  ทำงานให้เสร็จทันเวลา)

(d) can finish

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากโครงสร้าง  “It + Is (Was) + Necessary + (That) + Subject + Verb 1”  เป็น  “Present subjunctive

                                   ตัวอย่างที่  ๑๐

  • He recommended that I ____________________________________ there early.

(เขาแนะนำว่าผม _______________________________ ที่นั่นแต่เช้าตรู่  -  หรือแต่เนิ่นๆ)

(a) be    {(ควร) ไป}

(b) am

(c) was

(d) would be

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากอยู่ในรูป   “Present subjunctive”  คือ  คำกริยาในโครงสร้างนี้   ไม่ว่าจะใช้กับประธานตัวใด  หรืออยู่ใน   “Tense”  ด  จะต้องเป็น   “Verb 1”  (Infinitive without to)  เสมอ  และในกรณีของกริยา  “Verb to be”  ก็ให้ใช้   “Be”  ทุกครั้งไป  คือ  เสมือนกับมี   “Should”  อยู่ข้างหน้ากริยานั้น  แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ  ไม่พูดหรือเขียนเติมลงไป  (หรืออาจจะใส่   “Should ลงไปข้างหน้าก็ได้)  

                                     ตัวอย่างที่  ๑๑

  • I suggested to her that her husband _________________________ a long rest.

(ผมแนะนำเธอว่า  สามีของเธอ _________________________ การพักผ่อนเป็นเวลานาน)

(a) has

(b) have    (มี)

(c) would have

(d) must have

ตอบ    -    ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Subject + Suggest + (To someone) + That + Subject + Verb 1

                                     ตัวอย่างที่  ๑๒

  • It was in 1934 that an official government report recommended that trade priority ________________ to Southeast Asia.

(มันเป็นในปี  ๑๙๓๔  ที่รายงานของรัฐบาล (สหรัฐฯ) อย่างเป็นทางการ  แนะนำว่า ความสำคัญด้านการค้า (ควร) ____________________ กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)   (หมายถึง รายงานฯ แนะนำว่า  สหรัฐฯ ควรให้ความสำคัญด้านการค้าแก่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

(a) is given

(b) was given

(c) were given

(d) be given    (ถูกให้)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจากลดรูปมาจาก  “Should be given” (ละ “Should”ไว้ในฐานที่เข้าใจ)

                                  ตัวอย่างที่  ๑๓

  • I will recommend that the student ___________________________ to the director.

(ผมจะแนะนำว่าเด็กนักเรียนคนนั้น ________________________ กับผู้อำนวยการโรงเรียน)

(a) speak    (พูดคุย)

(b) will speak

(c) had better speak

(d) would speak

ตอบ   -   ข้อ  (a)   เนื่องจากกริยาของอนุประโยค  (ในที่นี้ คือ  “Speak”)  ที่ตามหลังกริยา  “Recommend, Suggest, Demand, Ask, etc.”   จะต้องอยู่ในรูป  “Infinitive without to” (Verb 1) ซึ่งเรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า  “Present Subjunctive

                                   ตัวอย่างที่  ๑๔

  • Many customers have requested that we _____________ them notice of our sales.

(ลูกค้าจำนวนมากได้ร้องขอว่า ให้เรา __________________ โนติส (เอกสารแจ้งเหตุหรือข้อมูลล่วงหน้า)แก่พวกเขาในเรื่องการลดราคาสินค้าของเรา)   (หมายความว่า  ถ้าจะมีการลดราคาสินค้าเมื่อใด  ให้แจ้งลูกค้าทราบล่วงหน้า)

(a) send    (ส่ง)

(b) sends

(c) sent

(d) sending

หมายเหตุ   –   ตอบข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้   “Present subjunctive”  คือการใช้กริยาช่องที่    ที่ไม่มี  “To” นำหน้า  (Infinitive without to)  และไม่มีการเติม  “S  หรือ  “Ed”  เข้าข้างหลังคำกริยาที่อยู่ใน  “Noun clause”   ที่เป็นอนุประโยค   (ซึ่งมักมี  “That” นำหน้า  “Clause”)  ที่ตามหลังกลุ่มคำกริยาประเภท  “Present subjunctive”  ไม่ว่าประธานของกริยาตัวนี้  จะเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ก็ตาม  และไม่ว่ากริยาตัวข้างหน้า  (กริยาใน  “Main clause” หรือประโยคใหญ่)  จะอยู่ใน  “Tense”  ใดก็ตาม  จะไม่มีการเติม  “S”  หรือ  “Ed” หรือเปลี่ยนรูปที่กริยาตัวนี้   (เนื่องจากเสมือนมี   “Should”   นำหน้า  แต่ไม่เขียนลงไป  คือละไว้ในฐานที่เข้าใจ   เป็นการแนะนำว่า   “ควรทำเช่นนั้น เช่นนี้”)   สำหรับในกรณีที่เป็น  “Verb to be”      ให้ใช้  “Be”  ตลอดไป   (เพราะเสมือนว่า มี  “Should”  นำหน้า)  อนึ่ง เราใช้รูป   “Present subjunctive”  ใน  ๒  กรณี   คือ

                                    1. อยู่หลัง  “กริยา + that”   ซึ่งได้แก่ คำกริยาต่อไปนี้

  • demand that   (เรียกร้อง-ต้องการว่า)
  • require that   (ขอร้อง-เรียกร้อง-ต้องการ-กำหนดว่า)
  • propose that   (เสนอว่า)
  • request that   (ขอร้องว่า)
  • recommend that   (แนะนำว่า)
  • ask that   (ขอร้องว่า)
  • order that   (สั่งว่า)
  • urge that   (เร่งเร้า-กระตุ้น-เสนอว่า)
  • suggest that   (แนะนำว่า)
  • advise that   (แนะนำว่า)
  • insist that   (ยืนกรานว่า)
  • prefer that   (เห็นสมควรว่า)

                                         ดังตัวอย่างประโยคต่อไปนี้

  • The doctor advised (that) I take a rest.

(หมอแนะนำว่าผมควรพักผ่อน)

  • He suggested (that) she not go there alone.

(เขาแนะนำว่าเธอไม่ควรไปที่นั่นตามลำพัง)

  • The father demands (that) Peter go to see a doctor at once.

(พ่อเรียกร้องให้ปีเตอร์ไปหาหมอในทันที)

  • I suggest (that) he come early.

(ผมแนะนำว่าเขาควรจะมาแต่เช้า)

  • The hostess urged (that) we all stay for dinner.

(เจ้าของบ้านรบเร้าให้อยู่กินอาหารเย็นก่อน)

  • The teacher recommended (that) every student buy a dictionary.

(ครูแนะนำให้นักเรียนทุกคนซื้อพจนานุกรม)

  • The doctor recommends (that) she take this medicine.

(หมอแนะนำว่าเธอควรกินยานี้)

  • She requested (that) he telephone her family.

(เธอขอร้องให้เขาโทรฯไปหาครอบครัวของเธอ)

  • The teacher advised (that) students not speak loudly in the class.

(ครูแนะนำว่านักเรียนไม่ควรพูดเสียงดังในชั้น)

  • I suggested (that) he be more careful.

(ผมแนะนำว่าเขาควรระวังให้มากขึ้น)

  • He suggested (that) she be punctual.

(เขาแนะนำว่าเธอควรตรงต่อเวลา)

  • Our mother suggests (that) we not be lazy.

(แม่ของเราแนะนำว่าเราไม่ควรขี้เกียจ)

  • They requested (that) the contract be signed.

(พวกเขาร้องขอว่าสัญญาควรได้รับการลงนาม)  (เป็น  Passive voice = สัญญาถูกลงนาม)

  • She asks (that) she be allowed to see her ailing mother.

(เธอขอร้องว่าเธอควรได้รับอนุญาตให้พบแม่ของเธอที่กำลังป่วย)  (เป็น  Passive voice = เธอได้รับอนุญาต)

หมายเหตุ   –   เหตุผลที่คำกริยาในอนุประโยค  ที่เป็น  “Noun clause”  อยู่ในรูป “Present Subjunctive”  คือ กริยาเหล่านี้เสมือนกับว่ามี   “Should” นำหน้า แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ  ซึ่งจริงๆแล้วอาจจะเขียนหรือพูดเติม  “Should”  ลงไปด้วยก็ได้ เช่น

  • I suggested (that) he (should) be more careful.
  • She asks (that) she (should) be allowed to go to the party.

 

                                     และโปรดสังเกตว่า  เมื่ออยู่ในรูปปฏิเสธ  จะต้องมีโครงสร้างดังประโยคข้างล่าง

  • She asked (that) he not arrive late at her party.

(เธอขอร้องว่าเขาไม่ควรมาถึงงานเลี้ยงของเธอล่าช้า)

  • It is crucial that we not make a noise in public places.

(เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องไม่ส่งเสียงดังในที่สาธารณะ)

  • It is imperative that we not smoke on public transports.

(เป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องไม่สูบบุหรี่บนพาหนะขนส่งสาธารณะ)

  • He suggested (that) she not go there alone.

(เขาแนะนำว่าเธอไม่ควรไปที่นั่นตามลำพัง)

  • Our mother suggests (that) we not be lazy.

(แม่ของเราแนะนำว่าเราไม่ควรขี้เกียจ)

  • The teacher advised (that) students not speak loudly in the class.

(ครูแนะนำว่านักเรียนไม่ควรพูดเสียงดังในชั้น)

 

                                    2. “Noun clause”  ที่ตามหลังคำคุณศัพท์ต่อไปนี้  (มักอยู่ในรูป  “It is + Adjective + that + Subject + Verb 1  ที่ไม่มี  “To” นำหน้า)  กริยาใน “Noun clause”  นั้นจะต้องอยู่ในรูป  “Present subjunctive”  เช่นเดียวกัน  คุณศัพท์ดังกล่าวคือ  “Important” (สำคัญ),  “Necessary” (จำเป็น), “Urgent(จำเป็นด่วน),  “Imperative”  (จำเป็น),  “Essential” (จำเป็น), “Advisable”  (ควร),   Crucial”  (สำคัญยิ่ง)  ดังตัวอย่าง   เช่น

  • It is advisable that she study harder.

(เธอควรเรียนหรือขยันให้มากขึ้น)

  • It was essential that we buy food yesterday.

(เป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องซื้ออาหารเมื่อวานนี้)

  • It is advisable that he take exercise every morning.

(เป็นการสมควรที่เขาออกกำลังกายทุกเช้า)

  • It is necessary that she go home at once.

(เป็นเรื่องจำเป็นที่เธอจะต้องกลับบ้านในทันที)

  • It is imperative that Jim practice driving a car.

(เป็นเรื่องจำเป็นที่จิมจะต้องฝึกหัดขับรถ)

  • It is crucial that Tom find a new job.

      (เป็นเรื่องจำเป็นยิ่งที่ทอมจะต้องหางานใหม่)

  • It is important that he be brave.

(เป็นสิ่งจำเป็นที่เขาจะต้องกล้าหาญ)

  • It is urgent that everyone be on time for work.

(เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกคนจะต้องมาทำงานให้ทันเวลา)

 

4. When my father went to school, he ______________ get up at 4 o’clock every morning.

(เมื่อตอนที่พ่อของผมไปโรงเรียน  เขา ______________________ ตื่นนอนตอนตีสี่ทุกเช้า)

(a) could have to    (สามารถจำเป็นต้อง)     

(b) must have

(c) should have

(d) had to    (จำเป็นต้อง)

 

5. At the end of the year, lands throughout the state were parched (พาร์ช-ดึ).

(ในตอนสิ้นปี  ผืนดินทั่วทั้งรัฐ    แห้งผาก-แห้งเกรียม-เหี่ยวแห้ง)

(a) repaired    (ซ่อมแซม)

(b) confiscated    (ริบ, ยึด)

(c) bone-dry    (แห้งผาก, แห้งมาก)

(d) turned into parks    (เปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะ)

 

6. The examination will begin precisely at eight-thirty.

(การสอบจะเริ่มต้นตอน ๘.๓๐ น.    พอดีเป๊ะ-อย่างแม่นยำ-อย่างเที่ยงตรง-อย่างแน่นอน-อย่างถูกต้อง)

(a) occasionally    (เป็นครั้งคราว, เป็นบางโอกาส)

(b) exactly    (อย่างตรงเผ็ง, พอดีเป๊ะ, อย่างแน่นอน, อย่างแม่นยำ, อย่างแน่ชัด)

(c) subsequently    (ในเวลาต่อมา, ในภายหลัง)

(d) adequately    (อย่างพอเพียง)

 

7. Since older children have more experience and knowledge than younger children, teachers plan their lessons accordingly.

(เพราะว่าเด็กที่อายุมากกว่า  มีประสบการณ์และความรู้มากกว่าเด็กที่อายุน้อยกว่า  ครูจึงวางแผนบทเรียนของตน     อย่างสอดคล้องกัน (กับอายุ)  หรือ ตามนั้น (อายุ)

(a) meticulously    (อย่างพิถีพิถันมาก, อย่างเข้มงวดมากในเรื่องเล็กๆน้อยๆ, อย่างจู้จี้)

(b) systematically    (อย่างเป็นระบบ)

(c) correspondingly    (อย่างสอดคล้องกัน (กับอายุ), อย่างลงรอยกัน, อย่างตรงกันหรือเหมือนกัน)

(d) differently    (อย่างแตกต่างกัน)

 

8. In the end, she _________________ her son from being a drug addict, but she really had to sacrifice a great part of her life to do so.

(ในที่สุด  เธอ ___________________ ลูกชายของเธอจากการเป็นคนติดยา  แต่เธอก็จำเป็นต้องเสียสละส่วนใหญ่ของชีวิตของเธออย่างแท้จริง  เพื่อที่จะทำเช่นนั้น)  (คือ  ช่วยปกป้องลูกชายฯ)

(a) would rather save    (อยากจะปกป้อง)

(b) ought to save    (ควรปกป้อง)

(c) used to save    (เคยปกป้อง)

(d) was able to save    (สามารถช่วยปกป้อง)

 

9. I don’t think it is a good idea to make arrangements for a picnic tomorrow.  In accordance with the weather forecast, it ________________ rain.

(ผมไม่คิดว่าเป็นความคิดที่ดีที่จะเตรียมการสำหรับการไปปิกนิกวันพรุ่งนี้  (เพราะว่า)  ตามที่พยากรณ์อากาศว่าไว้  ฝน ____________________ ตก)  (ในวันพรุ่งนี้)

(a) must    (จะต้อง)

(b) has to    (จำเป็นต้อง)

(c) would rather    (อยากที่จะ)

(d) might    (อาจจะ)

 

10. Under US equal opportunity laws, an employee __________________ against on grounds of race, religion or gender.

(ภายใต้กฎหมายโอกาสเท่าเทียมกันของสหรัฐฯ  ลูกจ้าง ___________________ ด้วยเหตุผลในด้านเชื้อชาติ  ศาสนา  หรือเพศ)

(a) should not discriminate    (ไม่ควรแบ่งแยก หรือ เลือกที่รักมักที่ชัง)

(b) didn’t use to discriminate     (ไม่เคยแบ่งแยก หรือ เลือกที่รักมักที่ชัง)   

(c) can’t be discriminated    (ไม่สามารถถูกแบ่งแยก หรือ เลือกที่รักมักที่ชัง)

(d) has to be discriminated    (จำเป็นต้องถูกแบ่งแยก หรือ เลือกที่รักมักที่ชัง)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากต้องอยู่ในรูป  “Passive voice”  เพราะประธานประโยค  (ลูกจ้าง)  เป็นผู้ถูกกระทำ  (ถูกแบ่งแยก หรือ ถูกเลือกที่รักมักที่ชัง)

 

11. We all agree that most adults try to be _________ in their careers and __________ lives.

(เราทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า  ผู้ใหญ่ส่วนมากพยายามที่จะ _________________ ในอาชีพ  และชีวิต __________________ ของตน)

(a) succeed ___________ daily

(b) success ___________ daily

(c) successful ___________ daily    (ประสบความสำเร็จ .............. ประจำวัน)

(d) successfully ___________ daily

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากต้องใช้คำคุณศัพท์ทั้ง  ๒  คำ  โดย  “Successful”  เป็น   “Complement”  ของ  “To be”  และ  “Daily”  (ประจำวัน)  ขยายคำนาม  (Lives)  สำหรับ  “Succeed”  เป็นคำกริยา  หมายถึง  “ทำได้สำเร็จ, ประสบความสำเร็จ”  ส่วน  “Success”  เป็นคำนาม  หมายถึง  “ความสำเร็จ”

 

12. Bill’s former employer recommended him highly as having been a very ________ worker. 

(นายจ้างคนก่อนของบิลฝากฝัง (หรือแนะนำในจดหมายสมัครงาน) ตัวเขา (บิล) อย่างสูง  ว่าเป็นพนักงานที่ _____________________ อย่างมาก)

(a) affluent    (มั่งคั่ง, ร่ำรวย, มากมาย)

(b) opulent    (มั่งคั่ง, อุดมสมบูรณ์, เจริญรุ่งเรือง, มากมาย)

(c) diligent    (ขยันหมั่นเพียร, บากบั่น, อุตสาหะ)

(d) cogent    {(คำพูด) ซึ่งโน้มน้าวจิตใจ, น่าเชื่อ, ถูกจุด, ตรงประเด็น}

 

13. ____________________________ treatment of inmates instigated a riot in the prison. 

(การปฏิบัติที่ ____________________ ต่อนักโทษ  ยั่วยุหรือก่อให้เกิดการจลาจลในเรือนจำ)

(a) Indulgent    (ผ่อนปรน, ตามใจ, หมกมุ่น, หลงผิด, ที่ซ่องเสพสุขอย่างไม่ลืมตา)

(b) Massive    (มากมาย, ใหญ่โต)

(c) Brutal    (ทารุณ, โหดร้าย)

(d) Comprehensive    (กว้างขวาง, ครอบคลุม, กินวงกว้าง)

 

14. The armies agreed to a ______________________________________ for Christmas.

(กองทัพเห็นด้วยกับ _____________________________________ สำหรับช่วงคริสต์มาส)

(a) treat    (การเลี้ยง, การต้อนรับ, การจัดหาอาหารให้, การกระทำ, สิ่งที่ให้ความบันเทิงหรือพอใจ)

(b) treason    (ทรี้-ซั่น)  (การทรยศ, การหักหลัง, การขายชาติ)

(c) trial    (ไทร้-เอิ้ล)  (การทดลอง, การไต่สวนคดี, การสอบสวน, การทดสอบ, การซ้อม, ความยากลำบาก, ความเจ็บปวด)

(d) truce    (การสงบศึก, การพักรบ, การพักผ่อน, สัญญาสงบศึก, การหยุดพักชั่ว คราว)

 

15. I smoke about forty cigarettes ___________________________________________.

(ผมสูบบุหรี่ประมาณ  ๔๐  มวน _____________________________________________ )

(a) one day

(b) a day    (ต่อวัน, ใน  ๑  วัน)

(c) in a day

(d) for a day

ตอบ   -   ข้อ   (bนื่)  องจากเป็น  “อัตรา”  (๔๐ มวนต่อวัน,  ๘๐ กิโลเมตร ต่อชั่วโมง,  ๕๐  บาทต่อกิโลกรัม)   จึงไม่ต้องมี   “Preposition” (in, for)  นำหน้า  “ต่อวัน, ต่อชั่วโมง, ต่อกิโล”   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                   ตัวอย่างที่       (จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ  ๑ –  ๔)

  • Hurricanes are (1) tropical storms in which winds attain (2) speeds above seventy-five miles (3) the hour and carry (4) heavy rains with them.  

(พายุเฮอริเคนเป็นพายุในเขตร้อน  ซึ่งลมมีความเร็วสูงกว่า ๗๕ ไมล์ต่อชั่วโมง  และพาฝนที่ตกหนักไปพร้อมกับมัน)

ตอบ  -  ข้อ   ๓   แก้เป็น   “an hour”  

                               ตัวอย่างที่         (จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ  ๑ –  ๔)

  • All the blood in the body (2) passes through the heart (3) at least twice (4) the minute.

(เลือดทั้งหมดในร่างกายไหลผ่านหัวใจ  อย่างน้อยที่สุด  ๒  ครั้ง ต่อ  ๑  นาที)

ตอบ   –   ข้อ  (4)   แก้เป็น  “a minute” เนื่องจากต้องใช้  “a” และ“an”  นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่บอกถึง   “ราคา”  “อัตราส่วน”  “น้ำหนัก”  “ความเร็ว”  และ  “เวลา”  เช่น   

  • a pound a dozen   (โหลละ ๑ ปอนด์)
  •  ten dollars a pair   (คู่ละ ๑๐ เหรียญ)
  • 50 baht a kilo   (๕๐ บาทต่อ ๑ กิโล)
  • 100 baht a yard   (๑๐๐ บาทต่อ ๑ หลา)
  • once a month    (เดือนละ ๑ ครั้ง)
  • twice a year   (ปีละ ๒ ครั้ง)
  • three times a year    (ปีละ ๓ ครั้ง)
  • ninety miles an hour   (๙๐ ไมล์ต่อชั่วโมง)

 

16. Chiang Mai is _______________________________________the north of Thailand.

(เชียงใหม่อยู่ _____________________________________ ภาคเหนือของประเทศไทย)

(a) to

(b) at

(c) in    (ใน)

(d) above

(e) over

ตอบ   -   ข้อ    (c)  แต่ถ้าต้องการจะบอกว่า  “เมียนมาร์  อยู่ทาง  “ทิศเหนือ”  ของประเทศไทย”  ต้องใช้ว่า

  • Myanmar is to the north of Thailand.

 

17. A: What is the thing you hate doing most?

(อะไรคือสิ่งที่คุณเกลียดการทำมากที่สุด)  (คือ ไม่ชอบทำมากที่สุด)

      B:_____________________________________________________________.

(a) I don’t mind cleaning the house    (ผมไม่รังเกียจการทำความสะอาดบ้านครับ)

(b) I can’t bear getting up early    (ผมทนไม่ได้ที่จะตื่นแต่เช้าตรู่)  (คือ เกลียดการตื่นแต่เช้าตรู่มากที่สุด)

(c) I like to go shopping with my family    (ผมชอบไปช้อปปิ้งกับครอบครัวครับ)

(d) I hate pigs.  They are dirty animals.    (ผมเกลียดหมูครับ  มันเป็นสัตว์ที่สกปรก)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   พราะตอบตรงคำถาม

 

18. A: Would you like to come to dinner at my house tonight?

(คุณอยากจะมากินอาหารค่ำที่บ้านผมคืนนี้ไหม)

     B: ______________________________________________________________.

(a) No, thanks, I’m afraid I have to do my homework    (ไม่ละครับ  ขอบคุณ  ผมเกรงว่าผมจำเป็นต้องทำการบ้านครับ)  (คือ  มีงานต้องทำ)

(b) No, thanks, I’m full    (ไม่ละครับ  ขอบคุณ  ผมอิ่มแล้ว)

(c) No, thanks, I’m afraid I have to go by bus to your house    (ไม่ละครับ  ขอบคุณ  ผมเกรงว่าผมจำเป็นต้องไปบ้านคุณโดยรถประจำทาง)

(d) No, thanks, I’d like to    (ไม่ละครับ  ขอบคุณ  ผมอยากไปครับ)

ตอบ   -   ข้อ   (a) เพราะตอบตรงคำถาม

 

19. She was unable to tell us __________________ house she had gone into by mistake.

(เธอไม่สามารถบอกเราว่า  บ้านหลังใด ____________________ เธอเข้าไปโดยเข้าใจผิด)

(a) what    (อะไร)
(b) where    (ที่ไหน)

(c) that

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เพราะได้ใจความดีที่สุด  และไม่สามารถใช้ข้อ  (c)  ได้  เนื่องจากข้อความ  “Which house she had gone into by mistake”  เป็น “Noun clause”  จึงต้องขึ้นต้นด้วย  “Question word”  (What, When, Where, Why, How, Which, etc.)   ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • I don’t think I’ll buy this dress; it is not _______________________ I really want. 

(ผมไม่คิดว่าผมจะซื้อเสื้อผ้าชุดนี้  มันไม่ใช่ ________________ ผมต้องการอย่างแท้จริง)

(a) what    (สิ่งที่)

(b) whatever    (อะไรก็ตาม)

(c) that    (ที่, ซึ่ง)

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

(e) whom    (ผู้ซึ่ง, ผู้ที่)  (ใช้เป็นกรรม)

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจาก   What I really want”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “Complement”  (สิ่งที่มาช่วยทำให้สมบูรณ์)  ของ  “Verb to be” (Is) 

                                   ตัวอย่างที่  

  • Tell me _______________________________________________________.

(บอกผมซิว่า ________________________________________________________)

(a) what do you want?

(b) you want what

(c) what you want   (คุณต้องการอะไร)

(d) that what you want

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็น   “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น  “กรรมตรง”  ของกริยา  “Tell”  ทั้งนี้  “Noun clause”  มักขึ้นต้น (นำหน้า) ด้วย  “Question words”  (What, When, Where, Why, How, How much, How many, How often, Who, Whom, That, Whether, If – หรือไม่(โดยไม่ต้องมี  “That” อยู่ข้างหน้าคำเหล่านี้)  ทั้งนี้  โครงสร้างของ  “Noun clause”  คือ  “Question word + Subject + Verb”  (และต้องเรียงคำแบบประโยคบอกเล่า)   สำหรับ  “Noun clause”  ทำหน้าที่ดังนี้   คือ

                                     1. เป็นประธานของ  “Verb”  หรือประโยค  เช่น

  • What he wants is a new house.

(สิ่งที่เขาต้องการคือบ้านหลังใหม่)

  • How he did it surprised everyone.

(วิธีการที่เขาทำมัน – หรือ เขาทำมันอย่างไร – ทำให้ทุกคนประหลาดใจ)

  • Where he lives is not known.

(ที่ที่เขาอาศัยอยู่ – หรือ เขาอาศัยอยู่ที่ไหน – ไม่มีใครรู้)

  • Why he killed his wife is a mysterious thing.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเขาฆ่าภรรยา  - หรือ ทำไมเขาฆ่าภรรยา – เป็นเรื่องลึกลับ)

  • That he is a smart person is certain.

(ที่ว่าเขาเป็นคนฉลาดเป็นเรื่องแน่นอน)

  • Whether she will come or not is not my business.

(ไม่ว่าเธอจะมาหรือไม่ก็ตาม  ไม่ใช่ธุระของผม)

                                    2. เป็นกรรมของ “Verb” หรือประโยค  เช่น

  • I don’t know when he left.

(ผมไม่ทราบว่าเขาจากไปเมื่อใด)

  • She asked me where I lived.

(เธอถามผมว่าผมอาศัยอยู่ที่ไหน)

  • They did what they had promised.

(พวกเขาทำในสิ่งที่ได้ให้สัญญาไว้)

  • We believe that he is innocent.

(เราเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์)

  • She did not believe what he told her.

(เธอไม่เชื่อในสิ่งที่เขาบอกเธอ)

  • The police investigated how the bank was robbed.

(ตำรวจสืบสวนวิธีการที่ธนาคารถูกปล้น – หรือ ธนาคารถูกปล้นอย่างไร)

  • I don’t know whether (if) she is happy with her new workplace.

(ผมไม่รู้ว่าเธอมีความสุขกับสถานที่ทำงานแห่งใหม่ของเธอหรือไม่)

                                    3. เป็นกรรมของ “Preposition”  เช่น

  • She is interested in what he says.

(เธอสนใจในสิ่งที่เขาพูด)

  • They believed in what the minister preached.

(พวกเขาศรัทธาในสิ่งที่บาทหลวงเทศน์)

  • We are surprised at how he could do it.

(เราประหลาดใจว่าเขาสามารถทำมันได้อย่างไร)

  • They were satisfied with what she had provided to them.

(พวกเขาพอใจในสิ่งที่เธอได้จัดหาให้กับพวกเขา)

                                    4. วางไว้ข้างหลังคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่แสดงความรู้สึก  (Sure, Confident,  Happy, Sorry, Grateful, Doubtful, Suspicious, Certain, Delighted,  Delightful,  Anxious,  Worried, etc.)  เช่น

  • I am sure that he will arrive here on time.

(ผมมั่นใจว่า  เขาจะมาถึงที่นี่ตรงเวลา)

  • He is sorry that he could not keep his words.

(เขาเสียใจว่า  เขาไม่สามารถรักษาคำพูดได้)

  • They are confident that they will get the job.

(พวกเขามั่นใจว่าพวกเขาจะได้งานทำ)

  • We are anxious that the plane will be delayed for a few hours.

(เราวิตกกังวลว่า  เครื่องบินจะล่าช้าไป ๒ - ๓ ชั่วโมง)

                                    5. ใช้แทนคำนาม (Noun)ที่มาข้างหน้ามัน เช่น

  • The fact that he graduated with first-class honor is known to all.

 (ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ ๑เป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  (“The fact”  คือ “that he graduated with first-class honor”ดังนั้น“that he graduated with first-class honor” จึงเป็น  “Noun clause”) อย่างไรก็ตาม  ในประโยค  “The fact that (which) he told me is known to all.(ข้อเท็จจริงซึ่งเขาบอกผมเป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  The fact”  ไม่ใช่ “that (หรือ which) he told me”  แต่เป็นสิ่งอื่นต่างหาก  ดังนั้น“that (which) he told me” จึงเป็น “Adjective clause” มาขยาย “the fact

  • The belief that all men are born equal is not held by everyone.

(ความเชื่อที่ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกันมิได้ยึดถือกันโดยทุกคน)   (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น “Noun clause)

  • The notion that wealthy men are always happy is rejected by many people. 

(ความคิดที่ว่าคนที่ร่ำรวยมีความสุขเสมอ  ถูกปฏิเสธโดยคนจำนวนมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น “Noun clause)

หมายเหตุ  –  จากตัวอย่างข้างบน  ถ้าเป็น “Noun clause” จะใช้  “That”  (ที่ว่า) นำหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  (ไม่ใช้ “Which”)  และ  “That”  จะไม่ทำหน้าที่ประ ธาน หรือกรรม  แต่ถ้าเป็น  “Adjective clause”  จะใช้  “That”  หรือ  “Which” ก็ได้  (และแปลว่า “ที่” หรือ “ซึ่ง”)  และมันจะทำหน้าที่ประธาน หรือกรรมของอนุประโยค  (Adjective clause)  อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น

  • The book which (that) is on the table is mine.

(หนังสือซึ่งอยู่บนโต๊ะเป็นของผม)   (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Adjective clause”  ขยาย  “The book”  โดย  “Which (that)” ทำหน้าที่เป็นประธานของ  Clause

  • The book which (that) you gave me is very interesting.

(หนังสือซึ่งคุณให้ผมน่าสนใจอย่างมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Adjective clause”  ขยาย  “The book”  โดย  “Which (That)” ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของ “Clause”  ส่วน  “Me”  เป็นกรรมรอง)

 

20. I bought this watch ________________________________________ Switzerland.

(ผมซื้อนาฬิกาเรือนนี้ ______________________________________ สวิตเซอร์แลนด์)

(a) from

(b) at

(c) in    (ใน)

(d) was made in

ตอบ   -   ข้อ   (c)   สำหรับวลีที่ใช้   “In”  ได้แก่   “play a role in”  (แสดง หรือ มีบทบาทใน)  -  “The ear plays a role in maintaining balance besides hearing.”  (หูมีบทบาทในการรักษาสมดุล  นอกจากการได้ยิน),  “be deficient in”  (ขาดแคลนหรือบกพร่องในด้าน หรือ เรื่อง)  -  “His diet was deficient in vitamins.”  (อาหารลดน้ำหนักของเขา  ขาดแคลนวิตามิน),   “Her father was killed in an accident.”  (= His father died in an accident.  –  พ่อของเขาตายในอุบัติเหตุ)  “In a plane = By plane”  (โดยทางเครื่องบิน),  “In a car = By car”  (โดยรถยนต์),  “In a bus = By bus”  (โดยรถประจำทาง),  “in danger”  (ตกอยู่ในอันตราย)  -  “Your life is in danger if you cross the street without looking both ways.”  (ชีวิตของคุณตกอยู่ในอันตราย  ถ้าคุณข้ามถนนโดยไม่มองทั้งซ้ายและขวา),   “in use”  (ใช้งาน),  “in his name”  (โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  -  เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน)  -  The car was rented in his name.  (รถถูกเช่าในนามของเขา), “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน)  -  He was in a hurry because he was late.  (เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว),  “in a jam”  (อยู่ในฐานะลำบาก),  “in a nutshell”  (กล่าวโดยย่อๆ, กล่าวโดยสรุป),  “in a way”  (บางครั้ง, บ้างเหมือนกัน),  “in any case”  (อย่างไรก็ดี, อย่างไรก็ตาม, ในทุกกรณี),  “in any event”  (อย่างไรก็ตาม, ทุกกรณี),  “in advance”  (ล่วงหน้า)  -  “If you need any help from me, please tell me in advance.”  (ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือจากผม  โปรดบอกผมล่วงหน้า),  “in bad shape”  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, อยู่ในฐานะลำบาก)  -  “After his wife died, he was in bad shape.”  (หลังจากที่ภรรยาของเขาตาย  เขาอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่  -  คือ สำมะเลเทเมา  กินเหล้าหัวราน้ำ  มีแต่ความทุกข์),  “in charge of”  (รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ)  -  “He is in charge of the newly established business.”  (เขาดูแล-รับผิดชอบธุรกิจที่จัดตั้งขึ้นใหม่),  “in fact”  (แท้ที่จริงแล้ว, อันที่จริงแล้ว),  “in order”  (อย่างมีระเบียบ, เรียบร้อย)  -  “The room was in order when I came in.”  (ห้องเป็นระเบียบเรียบร้อยดี  เมื่อผมเข้าไป),  “in time  (ทันเวลา, ไม่สาย, พอดี, ตามจังหวะ, พอดีจังหวะ), “in the bag”  (แน่นอน, แหงแก๋, ของตาย, อยู่ในกำมือแล้ว, สำเร็จเรียบร้อย),  “in the long run (term)”  (ในระยะยาว),  “in the pink”  (สภาพดีเยี่ยม, สมบูรณ์, มีสุขภาพดี),  “in tune with”  (สอดคล้องกับ, ไปกันได้กับ),  “in vain”  (ไม่สำเร็จ, ไร้ประโยชน์, ปราศจากผล),  “in writing” (เป็นลายลักษณ์อักษร, เป็นภาษาเขียน),  “deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน)  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน,  ธนาคาร, วัด,  บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),  “interested in” (สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in”  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า), “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath” (ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),  “in the area” (ในพื้นที่),  “in the garden”  (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ),  “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง), “in the direction of”  (ในทิศทางของ),  “in a restaurant”  (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้อง น้ำ), “in school”  (ในโรงเรียน), “in hospital”  (ในโรงพยาบาล),  “in the kitchen”  (ในครัว)“in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil”  (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว),  “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years” (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้)  -  “There has been considerable development of the country’s infrastructures in recent years.”  (มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างมากมายในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime” (= meanwhile)  (ในระหว่างนั้น, ในขณะเดียวกัน)  Big cuts in the tax on luxury goods benefited only a few.  In the meantime thousands of families find it hard to make end meet.”  (การลดภาษีอย่างมากมายแก่สินค้าฟุ่มเฟือย  ให้ประโยชน์กับคนเพียงไม่กี่คน  ในขณะเดียวกัน  หลายพันครอบครัวพบว่ายากลำบากที่จะหาให้พอกิน), “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour”  (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes”  (ใน ๒ นาที), “in ancient society”  (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)“in the dark”   (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ),  “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ),  “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก)  “People in love are usually optimistic.”  (คนที่กำลังมีความรัก  มักมองโลกในแง่ดีเสมอ),  “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี)  -  “Democratic government is always in favor of free speech.”  (รัฐบาลประชาธิปไตยจะเห็นด้วยกับการพูดอย่างเสรี – ของประชาชน – เสมอ), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  “They studied hard in an effort to past the exam.”  (พวกเขาขยันเรียน  ด้วยความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน), “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ)  -  Clearly, they did it in response to external pressures.”  (ชัดเจนทีเดียว  พวกเขาทำมันเพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันจากภายนอก), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ),  “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน), “take interest in”  (สนใจใน),  “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....)  -  He is an expert in computer.”  (เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านคอมพิวเตอร์),  “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ),  “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา)  -  “He faced financial difficulty in his old age.”  (เขาพบกับความยากลำบาก (ปัญหา) ทางการเงิน  เมื่อตอนวัยชรา) ,  “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙),  “in my opinion”  (ในความเห็นของผม)  -  “In my opinion, she is the best student the school ever has.”  (ในความเห็นของผม  เธอเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดที่โรงเรียนเคยมี)“in her view” (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน),  “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม),  “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ),  “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร), “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน),  “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญ), “dressed in black” (ใส่ชุดสีดำ)  -  People are generally dressed in black when they go to a funeral.”  (ผู้คนมักแต่งชุดดำโดยทั่วไป  เมื่อพวกเขาไปงานศพ),  “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวางแผน), “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕), “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม),  “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิร์ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย)  -  “A car accident resulted in his death.”  (อุบัติเหตุรถยนต์ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน)  -  “Christians believe in God.”  (ชาวคริสต์ศรัทธาในพระเจ้า),   “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการ  เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลประการแรกที่ต้องการจะกล่าว)  -  “There are many reasons I don’t want to be a politician.  In the first place, I’m not good at telling a lie.  Secondly, …………… (มีเหตุผลหลายประการที่ผมไม่ต้องการเป็นนักการเมือง  ประการแรก  ผมโกหกไม่เก่ง.............. ประการที่สอง..............),   เป็นต้น

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้