หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 288)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. What ________________________________________ splendid piece of news!

(ช่างเป็น _____________________________________ ชิ้นข่าวที่วิเศษอะไรเช่นนี้ !)

(a) the

(b) an

(c) a

(d) (No article is needed.)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจาก  “Piece”  เป็นคำนามนับได้  เอกพจน์  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างประโยคอุทานแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                               ตัวอย่างที่ 

  • ________________________________ a lot of foreigners there are in London!

(มีนักท่องเที่ยวมากมาย _____________________________________ ที่นี่ในลอนดอน)

(a) How

(b) Why

(c) What    (อะไรเช่นนี้)

(d) (No word is needed.)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  {What + a lot of + Noun +Subject (There is, There are)  + Verb}  เช่น

  • What a lot of people there are in Bangkok ! 

(มีคนมากมายเสียนี่กระไรในกรุงเทพฯ)

                               หรือ  What + a + Adjective + Noun + Subject + Verb  เช่น 

  • What a good boy he is !

(เขาช่างเป็นเด็กดีเสียนี่กระไร)

  • What a beautiful house (it is) !

(มันช่างเป็นบ้านที่สวยงามเหลือเกิน)

  • What large buildings (they are) !

(มันช่างเป็นตึกที่ใหญ่อะไรเช่นนี้)

 

2. Mary is one of those girls who ________________________ the value of spare time.

(แมรี่เป็นหนึ่งในบรรดาเด็กหญิงพวกโน้นผู้ซึ่ง _________________ คุณค่าของเวลาว่าง)

(a) appreciates

(b) appreciate    (ชื่นชอบ, ชื่นชม, นิยมชมชอบ)

(c) are appreciated by    (ได้รับการชื่นชมโดย)

(d) is appreciated by

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ต้องใช้กริยา  “Appreciate”  ตาม  “Girls” และต้องอยู่ในรูป  “Active voice”  ดูความแตกต่างกับประโยค  “One of the passengers was killed in the accident.”  (ผู้โดยสาร  ๑  คน ตายในอุบัติเหตุ)  จากประโยคข้างล่าง

                              ตัวอย่างที่ 

  • _________________________________ was to take down the flag at five p.m.

(____________________________________ คือ นำธงลง (จากเสา) เวลา  ๕  โมงเย็น)

(a) One of his duty

(b) One of duties

(c) One of his duties    (หน้าที่อย่างหนึ่งของเขา)

(d) One of the duty

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง“One of + his (her, my, the) + Noun (Plural) + กริยาเอกพจน์ (is, was)ตาม  “One” + ส่วนขยาย ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • He is ______________________________________________ on the project.

(เขาเป็น ___________________________________________________ ในโครงการ)

(a) one of young artists

(b) one of young artist

(c) one of the young artists   (หนึ่งในบรรดาศิลปินหนุ่ม)

(d) one of the young artist

ตอบ   –   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง “One of the + Noun (plural)”  (หนึ่งในบรรดา.............)   สำหรับในกรณีที่นำมาขึ้นต้นเป็นประธานของประโยค   ต้องใช้กริยาตาม  “One”  เช่น

  • One of the passengers was killed in the accident.

(ผู้โดยสารคนหนึ่งตายในอุบัติเหตุ)

  • One of the cars was stolen from the parking lot.

(รถคันหนึ่งถูกขโมยไปจากลานจอดรถ)

                                    ในกรณีที่อยู่ในประโยค แต่เป็นส่วนของอนุประโยค  ต้องใช้กริยาให้สอดคล้องกับ  “นามพหูพจน์”  เช่น

  • Jim is one of the passengers who were killed in the accident.

(จิมเป็นผู้โดยสารคนหนึ่งที่ตายในอุบัติเหตุ)

  • Tom is one of the students who are awarded a scholarship.

(ทอมเป็นนักเรียนคนหนึ่งที่ได้รับทุนการศึกษา)

  • She is one of the girls who have been admitted to the university.

(เธอเป็นเด็กหญิงคนหนึ่งที่ได้รับเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย)

 

3. Bill finds it difficult to adjust to Egypt.  For one thing, ___________ is a difficult language to learn.

(บิลพบว่ายากที่จะปรับตัวให้เข้ากับประเทศอียิปต์  เหตุผลหนึ่งก็คือ ________ เป็นภาษาที่เรียนยาก)

(a) Arabic    (ภาษาอาหรับ)

(b) the Arabic

(c) the language Arabic

(d) Arabic language 

ตอบ   -   ข้อ    (a)   ชื่อภาษาไม่ต้องใช้  “The”  นำหน้า  ทั้งนี้  อาจตอบ  “The Arabic language”  ก็ได้

 

4. I will tell him as soon as he ___________________________________________.

(ผมจะบอกเขาในทันทีที่เขา ____________________________________________ )

(a) is returned

(b) returns     (กลับมา)

(c) returned

(d) will return

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากคำกริยาในอนุประโยคที่ตามหลังคำ  “As soon as, When, Until, Unless, Before, After”   ต้องอยู่ในรูป  “Simple tense”   ทั้งนี้  ต้องคล้อยตาม  “Tense”  ในประโยคใหญ่ด้วย  เช่น

  • I will tell him as soon as he returns.

(ผมจะบอกเขาในทันทีที่เขากลับมา)

  • I would tell him as soon as he returned.

(ผมจะบอกเขาในทันทีที่เขากลับมา)

  • Before he leaves, he turns off the light.

(ก่อนเขาออกไป  เขาปิดไฟ)

  • Before he left, he turned off the light.

(ก่อนเขาออกไป  เขาปิดไฟ)

 

5. Mr. Collins has a reputation for being a prudent businessman.

(มิสเตอร์คอลลินส์มีชื่อเสียงว่าเป็นนักธุรกิจที่    รอบคอบ-สุขุม-ระมัดระวัง-ฉลาด-ประหยัด-มองการณ์ไกล)

(a) dishonest    (ไม่ซื่อสัตย์, ทุจริต)

(b) wealthy    (มั่งคั่ง, ร่ำรวย, มีฐานะ)

(c) careful    (ระมัดระวัง, รอบคอบ)

(d) ingenuous    (อิน-เจ๊น-นู-อัส)  (เปิดเผย, ซื่อ, ตรงไปตรงมา, ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม, ไร้เดียงสา)

 

6. Madame Curie was completely engrossed in her work.

(มาดามคูรี่ (นักวิทยาศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง)    หมกมุ่น-ค่ำเคร่ง    อย่างเต็มที่ในงานของเธอ)

(a) fatigued    (เหน็ดเหนื่อย, เมื่อยล้า, อ่อนเพลีย)

(b) absorbed    (ที่หมกมุ่น, ที่ตั้งอกตั้งใจ)

(c) fruitful    (ประสบความสำเร็จ, ได้ผล, มีผลดก)

(d) confused    (สับสน, งงงวย)

 

7. Corruption is the cancer that undermines the country’s strength.

(การคอร์รัปชั่นเป็นมะเร็งซึ่ง    บ่อนทำลาย-ทำลายทีละน้อย-ทำลายอย่างลับๆ-ทำให้อ่อนลง-ขุด-เซาะ    ความแข็งแรงของประเทศ)

(a) weakens    (ทำให้อ่อนลงหรืออ่อนแอ)

(b) proves    (พิสูจน์)

(c) supports    (สนับสนุน, ค้ำจุน)

(d) stabilizes    (ทำให้มั่นคงหรือมีเสถียรภาพ)

 

8. I know you don’t have time, but you should finish ________________ the letter by noon.

(ผมรู้ว่าคุณไม่มีเวลา  แต่คุณควรเสร็จสิ้น _____________________ จดหมายในตอนเที่ยง)

(a) to answer

(b) answering    (การตอบ)

(c) by answering

(d) answer

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากกริยา  “Finish + Verb + ing”   ดูเพิ่มเติมคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  จากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Jack has already considered _________________________________ his studies.

(แจ๊คได้พิจารณา ____________________ การศึกษาของเขาแล้ว)  (คือ  ได้พิจารณาที่จะศึกษาต่อ)  (เช่น  ระดับปริญญาโท-เอก)

(a) continue

(b) continuing    (การทำต่อไป)

(c) to continue

(d) continues

ตอบ   -   ข้อ    (b)   กริยา  “Consider + Verb + ing”  ดูเพิ่มเติมคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  จากประโยคข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

  • They practiced _________________________________________ at our school.

(พวกเขาฝึกหัด _________________________________________ ที่โรงเรียนของเรา)

(a) teach

(b) to teach

(c) teaching    (การสอน)

(d) taught

ตอบ   -   ข้อ    (c)   กริยา  “Practice”  ต้องตามด้วย  “Gerund”  (Verb + ing)  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกันในประโยคข้างล่าง  

                               ตัวอย่างที่ 

  • I can’t stand ________________________________ the same word many times.

(ผมทนไม่ได้ที่จะ ______________________________________ คำพูดเดิมหลายๆครั้ง)

(a) repeat

(b) to repeat

(c) repeating    (พูดซ้ำ, ทำซ้ำ)

(d) repeated

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Can’t stand + Verb + ing” =   “ทนไม่ได้ที่จะ...................”

                                 ตัวอย่างที่ 

  • Don’t risk _____________________________________________ your car here.

(อย่าเสี่ยง _________________ รถของคุณที่ตรงนี้)  (เพราะอาจโดนใบสั่ง หรือทุบกระจก)

(a) park

(b) to park

(c) parking    (จอด, จอดรถ)

(d) at parking

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Risk + Gerund (Verb + ing)” 

                                    ตัวอย่างที่ 

  • Do you mind ________________________________________ for me this time?

(คุณรังเกียจที่จะ ______________________________________ สำหรับผมไหม คราวนี้)

(a) pay

(b) paying    (จ่ายเงิน, ออกเงิน, จ่ายค่าอาหาร)

(c) to pay

(d) to paying

ตอบ   –   ข้อ   (b)  เนื่องจากหลังกริยา  “Mind”  ต้องตามด้วย   “Gerund” (Verb + ing)   

                                 ตัวอย่างที่ 

A: Is your brother going to camp?”

(พี่ชายคุณจะไปค่ายพักแรมหรือไม่)

B: He signed up, but he’s considering ____________________________________.

(เขาลงชื่อแล้ว  แต่ว่าเขากำลังพิจารณา __________________________________ )

(a) not going    (จะไม่ไป, ไม่ไป)

(b) to not go

(c) not to go

(d) he doesn’t go

ตอบ   -   ข้อ   (a)  “Consider + Verb + ing”  =   “พิจารณาทำ...........”  ส่วน  “Consider + Not + Verb + ing”  =    “พิจารณาไม่ทำ..........” เช่น   “She considered not applying for the job.”  (เธอพิจารณาไม่สมัครงานนั้น)  

                                   ตัวอย่างที่  

  • I don’t mind _____________________ to bed early, but I don’t like to get up early.

(ผมไม่รังเกียจ _________________________ นอนแต่หัวค่ำ  แต่ผมไม่ชอบตื่นแต่เช้าตรู่)

(a) go

(b) to go

(c) going    (ไป, เข้า)

(d) gone

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Mind + Verb + ing

                                 ตัวอย่างที่ 

  • He keeps ___________________________________ the most outrageous things.

(เขา _______________________ ไม่หยุด (ต่อไปเรื่อยๆ) ในสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เจ็บแค้นใจ (หรือ ที่เกะกะระราน, ที่รุนแรง) มากที่สุด)

(a) to say

(b) say

(c) saying    (พูด)

(d) having said

ตอบ   -   ข้อ   (c)  กริยา  “Keep” =  (.........ต่อไปเรื่อยๆ, ไม่ยอมหยุด)  ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  เช่น  (Keep walking  (เดินต่อไปเรื่อยๆ), Keep reading  (อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ),  Keep talking  (คุยไปเรื่อย  ไม่ยอมหยุด)  

                                   ตัวอย่างที่ 

  • Instead of playing as a small boy, he enjoyed nothing _________ the farm machines.

(แทนที่จะเล่นเหมือนเด็กเล็กๆ  เขามิได้สนุกเพลิดเพลินกับอะไร _______ เครื่องจักรกลในไร่นา)

(a) more to fix

(b) more than fix

(c) more than fixing    (มากไปกว่าการซ่อมแซม)

(d) more than having fixed

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก   {Enjoy + (nothing more than) + Verb + ing  (Fixing)}

                                  ตัวอย่างที่  ๑๐

  • I can’t help ___________________________________ him in spite of his faults.

(ผมอดไม่ได้ที่จะ __________________________________ เขา  ทั้งๆที่เขามีข้อผิดพลาด)

(a) admire

(b) admired

(c) admiring    (ยกย่อง, ชื่นชม)

(d) to admire

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Can’t help + Verb + ing”  สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  ได้แก่  “Feel like”  (อยาก, ต้องการ)“Avoid”  (หลีกเลี่ยง),  “Consider” (พิจารณา),  “Suggest”  (แนะนำ),  “Enjoy” (สนุกสนาน),  “Finish”  (ทำเสร็จ),  “Keep  หรือ  Keep on”  (ทำต่อไป),  “Go on”  (ทำต่อไป),  “Insist on”  (ยืนกราน),  “Object to”  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย),  “Look forward to”  (ตั้งตารอคอย),  “Put off”  (เลื่อน, ผัดไป),  “Be opposed to”  (คัดค้าน)“  Appreciate”  (ยกย่อง, เห็นคุณค่า),  “Allow” (อนุญาต), “Permit” (อนุญาต), “Postpone”  (เลื่อนออกไป), Practice”  (ฝึกหัด, ฝึกซ้อม),  “Prohibit”  (ห้าม),   Mind”  (รังเกียจ), “Deny” (ปฏิเสธ),  “Resist”  (ยับยั้ง, ระงับ), “Recall”  (นึกได้, ระลึกได้)“Resent”  (ไม่ชอบ, ไม่พอใจ),  “Cannot stand”  (ทนไม่ได้)“Admit” (ยอมรับ),  “Delay” (ประวิงเวลา), “Confess”  (สารภาพ)“Imagine”  (นึกคิด, จินตนาการ)“Cannot help”  (อดไม่ได้, ช่วยไม่ได้),  “Excuse”  (ให้อภัย), “Forgive” (ให้อภัย), “Dislike”  (ไม่ชอบ),  “Miss”  (พลาดโอกาส)“Discuss”  (ประชุมปรึกษาหารือ, อภิปราย, สาธยาย)    ตัวอย่างประโยค   เช่น

  • She enjoys reading novels.   

(เธอสนุกสนานกับการอ่านนิยาย)

  • I cannot stand listening to his complaints any more.   

(ผมทนการฟังข้อร้องเรียนของเขาไม่ไหวต่อไปอีกแล้ว)

  • We could not avoid meeting him.    

(เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบกับเขา)

  • They enjoyed listening to music.   

(พวกเขาสนุกกับการฟังดนตรี)

  • She dislikes talking a lot.  

(เธอไม่ชอบการพูดมาก)

  • Jim finished writing a report last night.  

(จิมเสร็จสิ้นการเขียนรายงานเมื่อคืนที่ผ่านมา)

  • The man admitted taking the bicycle.  

(นายคนนั้นยอมรับว่าเอารถจักรยานไป)

  • She is sorry that she missed meeting you.  

(เธอเสียใจว่าเธอพลาดโอกาสการได้พบคุณ)

  • They practice speaking French every day.   

(พวกเขาฝึกซ้อมการพูดภาษาฝรั่งเศสทุกวัน)

  • We consider buying a new home.  

(เราพิจารณาจะซื้อบ้านหลังใหม่)

  • They allow smoking in this room.  

(เขาอนุญาตให้สูบบุหรี่ในห้องนี้ได้)

  • Do you mind opening the window?  

(คุณรังเกียจที่จะเปิดหน้าต่างไหมครับ)

  • The teacher suggested working harder.

(ครูแนะนำ   (นักเรียน) ให้ขยันมากขึ้น)

  • They object to smoking.

(พวกเขาไม่เห็นด้วยกับการสูบบุหรี่)

  • We look forward to meeting you soon.

(เราตั้งตารอคอยที่จะพบคุณเร็วๆนี้)

                                        สำหรับคำคุณศัพท์และวลีที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  ดูจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                   ตัวอย่างที่  ๑๑

  • Victor’s car was too badly damaged to be worth ________________________.

(รถยนต์ของวิคเตอร์ได้รับความเสียหายมากจนเกินกว่าที่จะคุ้มค่า ________________ )

(a) repaired

(b) repair

(c) to repair

(d) repairing    (การซ่อมแซม)

(e) to be repaired

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “To be worth  (คุ้มค่า, ควรค่า) + Verb + ing”  ทั้งนี้   มีคำคุณศัพท์  ๒  ตัว  ที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  คือ  “Worth”  (คุ้มค่า, ควรค่า)   และ “Busy”  (ยุ่งอยู่กับ)  ดังประโยคข้างล่าง

  • She was busy reading in the library. 

(เธอยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือในห้องสมุด)

  • They are busy preparing for the party.

(พวกเขายุ่งอยู่กับการเตรียมงานเลี้ยง)

  • Lots of things in this shop are worth buying.

(หลายสิ่งในร้านนี้ควรค่า (คุ้มค่า) ต่อการซื้อ)

  • These newspapers are not worth reading.

(หนังสือพิมพ์เหล่านี้ไม่ควรค่าต่อการอ่าน)

                                        นอกจากนั้น  ยังมีอีก  ๒  วลี ที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  คือ  “It is no good”  (ไม่ดีที่จะ)  และ  “It is no use”  (ไม่มีประโยชน์ที่จะ)   เช่น

  • It’s no good crying like a baby.

(ไม่ดีเลยที่จะร้องไห้เหมือนเด็ก)

  • It’s no use talking to him.

(ไม่มีประโยชน์ที่จะคุยกับเขา)

 

9. She is a spoiled and ________________________________________________ girl.

(เธอเป็นเด็กหญิงที่ถูกเอาใจจนเสียเด็กและ __________________________________ )

(a) demanded

(b) demanding    (เรียกร้องต้องการ)  (จะเอาโน่นเอานี่)

(c) demands

(d) to demand

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากเด็กหญิงเป็นผู้   “Demand”  ดังนั้น  เมื่อนำมาขยายหน้า   “Girl”  จึงต้องอยู่ในรูป   “Present participle”  (Verb + ing)  

                                        สำหรับ  “Present participle” (Verb + ing)  ถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง  จึงสามารถใช้ขยายคำนามได้เหมือนกับคำคุณศัพท์ทั่วๆไป  (โดยอาจอยู่หน้าหรือหลังคำนามที่มันขยาย)   เพื่อที่จะบอกว่า  คำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ   (แสดง  “Active voice”)   เช่น

  • Working men are constructing a bridge.

(คนทำงานกำลังก่อสร้างสะพาน)  (คนเป็นผู้ทำงาน)

  • Drinking horses were seen near the bank of the river.

(ม้าที่ดื่มน้ำถูกมองเห็นใกล้ตลิ่งของแม่น้ำ)  (ม้าเป็นผู้ดื่มน้ำ)

  • The mother took good care of her sleeping baby.

(แม่ดูแลทารกที่นอนหลับเป็นอย่างดี)  (ทารกเป็นผู้หลับ)

  • The audience appreciated the good works of the producing team.

(ผู้ชมยกย่อง-ชื่นชมผลงานที่ดีของทีมผู้สร้าง – ภาพยนตร์)  (ทีมเป็นผู้สร้าง)

  • The people working in the office are my colleagues.

(ผู้คนที่ทำงานในสำนักงาน  คือเพื่อนร่วมงานของผม)  (คนเป็นผู้ทำงาน)

  • The woman walking across the street is my sister.

(ผู้หญิงที่เดินข้ามถนนเป็นน้องสาวของผม)  (ผู้หญิงเป็นผู้เดิน)

  • The man living next door is a bank manager.

(ชายที่อาศัยอยู่บ้านหลังถัดไปเป็นผู้จัดการธนาคาร)  (ชายเป็นผู้อาศัย)

  • The children playing in the field are my neighbors’ kids.

(เด็กๆที่เล่นอยู่ในสนามเป็นลูกของเพื่อนบ้านของผม)  (เด็กๆเป็นผู้เล่น)

 

10. I’m sorry that I bought this little book-shelf.  It is ____________________ many books.

(ผมเสียใจที่ได้ซื้อชั้นวางหนังสือเล็กๆนี้มา  มัน ___________________ หนังสือจำนวนมาก)

(a) very small to hold

(b) too small to hold    (เล็กเกินไปที่จะใช้วาง)

(c) enough small to hold

(d) small enough to hold    (เล็กพอที่จะใช้วาง)  (ผิดตรรกะ)  

ตอบ   -   ข้อ    (b)   พิจารณาจากข้อความ  “ผมเสียใจที่ได้ซื้อ..........”  จึงต้องบอกว่า  “ชั้นวางหนังสือเล็กเกินไป............”

 

11. If there _______________ no floods last year, the crop ______________ better now.

(ถ้าไม่ _______________ น้ำท่วมปีที่แล้ว  พืชผล ________________ ดียิ่งขึ้นในขณะนี้)

(a) were ___________ would be

(b) had ___________ would have been

(c) had been ___________ would be    (มี _________________ คงจะ)     

(d) was ___________ would have been

ตอบ   -   ข้อ    (c)    เป็นการผสมโครงสร้าง  “If clause”  แบบที่  ๓  และ  ๒  คือ  ข้อความในประโยคย่อย  (If clause)  เป็นแบบที่   ๓   คือ  กล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีต  (ถ้าไม่มีน้ำท่วมปีที่แล้ว)  (แต่ความเป็นจริงคือมีน้ำท่วม)  ส่วนข้อความในประโยคใหญ่   (The crop would be better now)  เป็น  “If clause”  แบบที่  ๒  คือ  กล่าวถึงเหตุการณ์ในปัจจุบัน  (พืชผลคงดียิ่งขึ้นในขณะนี้)  (แต่ก็มิได้ดียิ่งขึ้น)  จงเปรียบเทียบกับประโยค  แบบที่  ๓  ทั้งประโยค  (คือ  ทั้งประโยคใหญ่และย่อย)  จากประโยคข้างล่าง

  • If there had been no floods last year, the crop would have been better.

(ถ้าไม่มีน้ำท่วมปีที่แล้ว  พืชผลคงจะดีขึ้น  -  ปีที่แล้ว)  (แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง  คือ  “มีน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว  พืชผลจึงไม่ดีขึ้นเมื่อปีที่แล้ว)  ให้สังเกตความแตกต่างกับประโยคใน  ข้อ  ๑๑.  ที่ต้องการบอกว่า  “ถ้าไม่มีน้ำท่วมปีที่แล้ว  พืชผลคงจะดียิ่งขึ้นในขณะนี้”  ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง  คือ  “มีน้ำท่วมปีที่แล้ว  พืชผลเลยไม่ดีขึ้นในขณะนี้”

 

12. Two plane crashes on the same day caused a lot of ___________________________.

(การชนกันของเครื่องบิน  ๒  ครั้งในวันเดียวกัน  ก่อให้เกิด ______________ อย่างมากมาย)

(a) leisure    (ลี้-เชอะ หรือ เลช-เชอะ)  (เวลาว่าง, การว่างจากงาน, ความสบายที่ไม่รีบร้อน)

(b) audaciousness    (ออ-เด๊-เชิส-เนส)  (ความกล้าอย่างมาก, ความไม่กลัว, ความกล้าได้กล้าเสีย)

(c) damage    (ความเสียหาย, การทำให้เสียหายหรือได้รับอันตราย)  (damages =   ค่าเสียหาย, เงินชดเชยค่าเสียหาย)

(d) melody    (เสียงดนตรีที่ไพเราะ, ทำนองเพลง, บทกวีสำหรับร้องเป็นเพลง)

 

13. If my voice is not ____________________, let me know, and I will speak more loudly.  

(ถ้าเสียงของผมไม่ ______________ บอกให้ผมรู้ด้วยนะ  และผมจะพูดให้เสียงดังมากขึ้น)

(a) authentic    (จริง, แท้, ไม่ปลอม)

(b) autonomous    (มีอำนาจปกครองตนเอง, มีอธิปไตย)

(c) audible    (สามารถได้ยิน, ได้ยิน, ฟังได้ยิน, ดังพอที่จะได้ยิน)

(d) authoritarian    (เผด็จการ, ปกครองแบบใช้อำนาจ)

 

14. The graduate committed was _________ in their concordant approval of his dissertation. 

(คณะกรรมการบัณฑิต _____ ในความเห็นชอบแบบสอดคล้องกัน  สำหรับวิทยานิพนธ์ของเขา)

(a) ambiguous    (คลุมเครือ, กำกวม, ไม่ชัดเจน, ตีความได้หลายอย่าง)

(b) unanimous    (เป็นเอกฉันท์, มีความเห็นพร้อมเพรียง, ไม่มีข้อโต้แย้ง)

(c) anonymous    (ไม่เปิดเผยชื่อ, ไม่บอกชื่อเสียงเรียงนาม)

(d) anomalous    (ผิดปกติ, วิปริต, ผิดหลัก, ไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์)

 

15. Her father smokes cigars, and _________________________________ does mine.

(พ่อของเธอสูบบุหรี่  และพ่อของฉันก็ ______________________________________ )

(a) either

(b) also

(c) too

(d) so    (เช่นเดียวกัน)

ตอบ   -   ข้อ    (d)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่  

  • As inevitably as human culture has changed with the passing of time, ______________ the environment.

(อย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้เท่าๆกับวัฒนธรรมของมนุษย์  ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับการผ่านไปของเวลา  สภาพแวดล้อมก็ ____________________ )

(a) so does

(b) so is

(c) so will

(d) so has    (ได้เปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน)       

ตอบ   –   ข้อ   (d)   ใช้  “ so has”  เนื่องจากต้องใช้กริยาในรูป  “Present perfect tense” {Subject + Has (Have) + V. 3}   ให้เหมือนกับในประโยคข้างหน้า  และเพราะว่า  “Environment”  อยู่ในรูปเอกพจน์   จึงต้องใช้กริยา  “Has” (changed)  ตัวอย่างอื่นๆ ในแบบเดียวกัน   เช่น

  •  He has studied hard, so have they.

(เขาขยันเรียน – พวกเขาก็เช่นกัน)

  •  She had gone to the party, so had I.

(เธอได้ไปงานเลี้ยง – ผมก็เช่นกัน)

  •  They are working hard, so are we.

(พวกเขากำลังทำงานหนัก – พวกเราก็เช่นเดียวกัน)

  •  She is reading. So is he.

(เธอกำลังอ่านหนังสือ – เขาก็เช่นเดียวกัน

  •  I will go to the movies tonight.  So will they.

(ผมจะไปดูหนังคืนนี้ – พวกเขาก็จะไปเช่นเดียวกัน)

  • He would travel by plane to Hong Kong, so would his parents.

(เขาจะเดินทางโดยเครื่องบินไปฮ่องกง – พ่อแม่ของเขาก็เช่นเดียวกัน)

  • We can swim well, so can our neighbors.

(พวกเราสามารถว่ายน้ำได้เก่ง – เพื่อนบ้านของเราก็สามารถเช่นเดียวกัน)

  • He could speak Japanese well.  So could his sister.

(เขาสามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ดี – น้องสาวของเขาก็เช่นเดียวกัน)

หมายเหตุ    –    ในกรณีที่ประโยคข้างหน้าอยู่ในรูป  “Present simple tense”  หรือ  “Past simple tense”  กริยาในประโยคหลัง  จะต้องใช้  “Do”  “Does”  หรือ  “Did”  ทั้งนี้   แล้วแต่   “Tense”  ของประโยคข้างหน้า  และประธานของประโยคหลัง   (ว่าเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์)   ยกเว้นเมื่อประโยคหน้าเป็น  “Past simple tense”   กริยาในประโยคหลังจะใช้  “Did”  กับประธานทุกตัว   ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • They speak French very fluently, so does he.

(พวกเขาพูดฝรั่งเศสคล่องมาก – เขาก็เช่นเดียวกัน)

  • She sings beautifully, so do her sisters.

(เธอร้องเพลงเพราะ – น้องสาวของเธอก็เช่นเดียวกัน)

  • We get up early in the morning.  So does she.

(พวกเราตื่นแต่เช้า – เธอก็เช่นเดียวกัน)

  • He goes for a walk in the afternoon.  So do his neighbors.

(เขาออกเดินในตอนบ่าย – เพื่อนบ้านของเขาก็เช่นเดียวกัน)

  • They used to play football when they were young, so did we.

(พวกเขาเคยเล่นฟุตบอลตอนเป็นเด็ก – พวกเราก็เช่นเดียวกัน)

  • She liked to play sports when she was in college.  So did her sister.

(เธอชอบเล่นกีฬาตอนเธอเรียนมหาวิทยาลัย – น้องสาวของเธอก็เช่นเดียวกัน)

 

16. I’ve ____________________________________________ to practice it every day.

(ผม _________________________________________________ ฝึกฝนมันทุกวัน)

(a) taken

(b) necessary

(c) got   (จำเป็นต้อง) 

(d) have

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Have got to + Verb 1”  =  “Have to + Verb 1”  =   “จำเป็นต้อง”   มีความหมายเป็นปัจจุบัน  หรืออนาคต

 

17. This hen _____________________________________________ an egg every day.

(แม่ไก่ตัวนี้ ____________________________________________ ไข่  ๑  ฟอง  ทุกๆวัน) 

(a) lies    (นอน, พูดโกหก)

(b) lie

(c) lays    {ออกหรือวาง (ไข่), วาง (สิ่งของ) ลง}

(d) lay

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ต้องเติม   “S”  หลัง   “Lay”  เนื่องจากประธาน  (This hen)  เป็นเอกพจน์ 

 

18. He has ________________________________ every effort to improve his English.

(เขาได้ _______________ ความพยายามทุกวิถีทาง  ที่จะปรับปรุงภาษาอังกฤษของเขา)

(a) made    (ใช้, ทำ)

(b) done

(c) taken

(d) brought

ตอบ   -   ข้อ   (a)  ใช้   “Make an effort”  หรือ  “Make every effort”  ดูการใช้  “Make”  และ  “Do”  จากวลีข้างล่าง

                                Make

  • make a mistake   (ทำผิด)
  • make a noise   (ทำเสียงดัง)
  • make a speech   (กล่าวสุนทรพจน์)
  • make a hole   (เจาะรู)
  • make beds   (สร้างเตียง)
  • make the beds   (จัดเตียง, ปูเตียง)
  • be made of gold   (ทำด้วยทอง)  (สามารถเห็นทองในสภาพเดิม)
  • be made from wheat   (ทำมาจากข้าวสาลี)  (แปรสภาพมาแล้ว ดูไม่ออกว่ามาจากข้าวสาลี  เพราะกลายเป็นขนมปังแล้ว)
  • a car (which was) made in China   (รถผลิตในญี่ปุ่น)
  • a Japanese-made car   (รถผลิตในญี่ปุ่น)
  • make a choice    (เลือก)
  • make a discovery   (ค้นพบ)
  • make a statement   (พูด, กล่าว)
  • make a decision   (ตัดสินใจ)
  • make a suggestion   (แนะนำ)
  • make an announcement   (ประกาศ)
  • make up   (กุเรื่อง, แต่งหน้า)
  • make up for   (ชดเชย)
  • make out   (เข้าใจ)
  • make you a good secretary   (เป็นเลขาฯที่ดีของคุณ)
  • make a good doctor   (เป็นหมอที่ดี)
  • sixty minutes make an hour   (๖๐ นาทีเป็น ๑ ชั่วโมง)
  • two and two make four   (๒ บวก ๒ เป็น ๔)
  • make a fool of oneself    (หลอกตัวเอง, ทำให้ตัวเองดูเป็นไอ้โง่)

                                 ส่วนวลีที่ใช้กับ   “Do”   ได้แก่

                                           Do

       - do one’s best   (do his/her best)   (ทำดีที่สุด)

       - do one’s duty   (ทำหน้าที่ของตน)

       - do good   (ทำดี)

       - do bad   (ทำชั่ว)

       - do harm   (ทำอันตราย)

       - do someone a favor   (ช่วยเหลือคนอื่น)

      - do someone good   (ทำให้รู้สึกดีขึ้น, ทำประโยชน์ให้)

      - do the right (wrong) thing   (ทำในสิ่งที่ถูก-ผิด)

      - do duty   (ทำหน้าที่)

      - do work   (ทำงาน)

      - do things   (ทำสิ่งต่างๆ)

      - do a lot of reading   (อ่านหนังสือเยอะแยะ)

      - do your teeth   (แปรงฟันของคุณ)

      - do the flowers    (จัดดอกไม้)

      - do the cleaning    (ทำความสะอาด)

      - do the washing up   (ซักผ้า-ล้างจาน)

      - do the cooking   (ปรุงอาหาร)

       - do nothing    (ไม่ทำอะไร)

       - do something about a problem    (ลงมือทำเพื่อพยายามแก้ปัญหา)

       - do something about immigration    (แก้ปัญหาการอพยพ)

       - do all we can    (ทำทุกอย่างที่เราสามารถทำได้)

        - There’s nothing I can do about it.

(ไม่มีสิ่งใดที่ผมสามารถทำได้เกี่ยวกับมัน – คือช่วยอะไรไม่ได้)

       - That hat does nothing for you.  

(หมวกใบนั้นไม่เหมาะกับคุณ)

        - I wonder what his father does.

(ผมสงสัยว่าพ่อเขาทำงานอะไร)

        - He didn’t do very well in his exam.

(เขาไม่ประสบความสำเร็จมากนักในการสอบ)

        - Do you do train bookings to London?

(คุณให้บริการจองตั๋วรถไฟไปลอนดอนหรือเปล่า)

        - PWA does tap water for the public.

(กปภ. ให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชน)

         - do a subject 

(ศึกษาวิชาที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย)

         -  He can do 120 miles per hour in that car.

(เขาสามารถทำเวลาได้ ๑๒๐ ไมล์ต่อชั่วโมงในรถคันนั้น)

        - This pen will do.

(ปากกาด้ามนี้ก็ใช้ได้แล้ว – เพียงพอแล้ว)

        - Two thousand dollars will do me very well.

(เงิน  ๒,๐๐๐  เหรียญพอเพียงกับความต้องการของผมเป็นอย่างดี)

         - What did you do with the keys?

(คุณเอากุญแจไปเก็บไว้ที่ไหน)

         - What did you do with that Baht 500 I gave you?

(คุณเอาเงิน ๕๐๐ บาทที่ผมให้ไปทำอะไร)

         - What can I do for you? 

(ผมจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง)

         - How are you doing?

(คุณสบายดีหรือครับ)

         - How do you do” 

(ใช้พูดทักทายเมื่อตอนพบกัน  อีกฝ่ายหนึ่งก็จะตอบว่า“How do you do?”เช่นเดียวกัน)

         - This book has (หรือ is) to do with married life.

(หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับชีวิตการแต่งงาน)

         - Easier said than done.

(พูดง่ายกว่าทำ – เป็นสุภาษิต)

         - make do

(อยู่แบบถูไถ หรือ ใช้  –  เงิน, สิ่งของ  –  เท่าที่มีไปพลางๆก่อน หรือแก้ขัดไปก่อน)

         - I have only Baht 100.  It is not much but I have to make do with it.)

 (ผมมีเงินแค่  ๑๐๐  เดียว มันไม่มาก แต่ผมก็ต้องถูไถไปกับเงินจำนวนนี้)

         - He had no hammer to use with the nails but he could make do with this stone.)

(เขาไม่มีค้อนที่จะใช้ตีตะปู   แต่เขาสามารถใช้หินก้อนนี้  (ตอก)  แทนค้อนแก้ขัดไปก่อน)

          - dos and don’ts

(สิ่งที่ต้องทำและห้ามทำ)

          - There are plenty of dos and don’ts in this contract.

(มีสิ่งที่ต้องทำและห้ามทำมากมายในสัญญานี้)

           - do homework (housework)   (ทำการบ้าน-งานบ้าน)

           - do crossword puzzles   (ทำปริศนาอักษรไขว้)

           - do the exercise    (ออกกำลัง)

           - do the bedroom    (จัดห้องนอน)

           - do away with    (กำจัด, ทำลาย)

           - do the shopping    (ไปซื้อของ-ช้อปปิ้ง)

           -  do business     (ทำธุรกิจ)

           - have something to do with   (มีส่วนเกี่ยวข้องกับ)

           - have nothing to do with    (ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ)

 

19. We shall not play football today __________________________________ the heat.

(เราจะไม่เล่นฟุตบอลวันนี้ _________________________ ความร้อน  -  หรืออากาศร้อน)

(a) in spite of    (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(b) according to    (สอดคล้องกับ,  ตามที่................กล่าว)

(c) owing to    (เนื่องมาจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) because    (เพราะว่า)  (ตามด้วยประโยค)

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Owing to, In spite of”  จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  • ___________________ his poor health, he could not work in a tropical country.

(________________ สุขภาพที่แย่ของเขา  เขาไม่สามารถทำงานในประเทศในเขตร้อน)

(a) Because    (เพราะว่า)

(b) In spite of    (ทั้งๆที่)

(c) Because of    (เนื่องมาจาก)

(d) As    (เพราะว่า, ในขณะที่)

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                                    ตัวอย่างที่  

  • __________________ her friendly personality, she is admired by all her friends.

(_________________ บุคลิกที่เป็นมิตรของเธอ  เธอได้รับการยกย่องโดยเพื่อนๆ ทุกคน)

(a) Because    (เพราะว่า)  (ตามด้วยประโยค “Subject + Verb”)

(b) Because of     (เนื่องมาจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(c) In spite of    (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) Although    (ถึงแม้ว่า)  (ตามด้วยประโยค “Subject + Verb”)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Because of (= Due to = On account of = Owing to)  และ  “In spite of (= Despite = Notwithstanding)  จากประโยคข้างล่าง

  • Because of (= On account of = Owing to = Due to) the heavy rain, we could not go out.

(เนื่องมาจากฝนตกหนัก  เราไม่สามารถออกไปข้างนอก)

  • Because of (= On account of = Owing to = Due to) an accident, the train was delayed for 2 hours.  

(เนื่องมาจากอุบัติเหตุ  รถไฟถูกทำให้ล่าช้าไป ๒ ชั่วโมง)

  • He could not go to university because of (=owing to = on account of = due to) his poverty.  

(เขาไม่สามารถเรียนมหาวิทยาลัย  เนื่องมาจากความยากจน) 

  • He hasn’t been able to get a good job in spite of (= despite = notwithstanding) his having had an expensive education.

(เขาไม่สามารถหางานดีๆทำได้  ทั้งๆที่มีการศึกษาที่แพง)  (ไม่สามารถหางานดีได้  ทั้งๆมีการศึกษาหรือ เสียค่าเรียนราคาแพง)

  • In spite of  (= Notwithstanding= Despite) the bad storm, John delivered his papers on time.  

(ทั้งๆที่มีพายุเลวร้าย  ทอมก็ยังไปส่งหนังสือพิมพ์ได้ตรงเวลา)  (ทอมเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์)

  • In spite of (= Notwithstanding = Despite) all their differences, Mary and Ann remain friends.

(ทั้งๆที่แตกต่างกันอย่างมากมายอย่างนั้น  แมรี่และแอนยังคงเป็นเพื่อนกันได้)

  • They went out in spite of (= notwithstanding = despite) the heavy rain.

(พวกเขาออกไปข้างนอกทั้งๆที่ฝนตกหนัก)

 

20. He is an excellent teacher _____________________________ he speaks too low.

(เขาเป็นครูที่ดีเยี่ยม __________________________________ เขาพูดเสียงค่อยเกินไป)

(a) except    (ยกเว้น)

(b) besides    (นอกเหนือไปจาก, ยิ่งไปกว่านั้น)

(c) except that    (ยกเว้นแต่ว่า)  (ตามด้วยประโยค)

(d) except for

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Except”  เป็น   “Preposition”  ต้องตามด้วย  “วลี, คำนาม, สรรพนาม หรือ กริยา”  เช่น

  • We saw nothing along the way except flower gardens.

(พวกเราไม่เห็นอะไรเลยระหว่างทาง  ยกเว้นสวนดอกไม้)

  • Every room is empty now except the living room.

(ทุกห้องว่างเปล่าขณะนี้  ยกเว้นห้องรับแขก)

  • Nobody went there except me.

(ไม่มีใครไปที่นั่น  ยกเว้นผม)

  • She likes living here except in summer.

(เธอชอบอาศัยอยู่ที่นี่  ยกเว้นในหน้าร้อน)

  • The place seems clean except where he sleeps.

(สถานที่ดูเหมือนว่าสะอาด  ยกเว้นตรงที่ที่เขานอน)

  • All the boys except Billy started to cry.

(เด็กชายทุกคนยกเว้นบิลลี่  เริ่มร้องไห้)

  • He no longer went out, except when Jeanne forced him.

(เขาไม่ออกไปข้างนอกต่อไปอีกแล้ว  ยกเว้น  เมื่อจีนนี่บังคับเขา) 

  • There was little I could do except wait.

(มีเพียงนิดหน่อยที่ผมทำได้  ยกเว้นรอคอย)

  •  I knew nothing about Judith except what I had heard at second hand.

(ผมไม่ทราบอะไรเลยเกี่ยวกับจูดิธ  ยกเว้นสิ่งที่ผมได้ยินได้ฟังมาจากคนอื่น)  

                                       ส่วน   Except that  หรือ   Except for the fact that  ตามด้วยประโยค  (Subject + Verb)  เช่น

  •  The house I bought is very nice, except that the living room is too small.

(บ้านที่ผมซื้อดีมากเลย  ยกเว้นแต่ว่า  ห้องรับแขกเล็กเกินไป)

  •  I can scarcely remember what we ate, except that it was plentiful and simple.

(ผมจำไม่ใคร่ได้ว่าเรากินอะไรบ้าง  ยกเว้นว่า  มันมากมายและง่ายๆ) 

                                        สำหรับ   “Except for”  เป็น   “Preposition”  มีความหมาย  “นอกจาก................(ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อความข้างหน้า)”  เช่น

  • The living room is empty now except for the rug.

(ห้องรับแขกว่างเปล่าขณะนี้  นอกจากพรม)  (มีพรมในห้องเพียงสิ่งเดียว)

  • The room was very cold and, except for Peter, entirely empty.

(ห้องหนาวมากและ, นอกจากปีเตอร์, ว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง)  (มีปีเตอร์นั่งในห้องเพียงคนเดียว)

  • Except for emergencies, I didn’t expect any help from my children.

(นอกจากสถานการณ์ฉุกเฉิน  ผมไม่ได้คาดหวังความช่วยเหลือใดๆจากลูกๆเลย)  (ไม่หวังให้ลูกช่วย  ยกเว้นมีสถานการณ์ฉุกเฉิน  เช่น ป่วยกะทันหัน)               

 

เรียน   ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้