หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 276)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. There is ________________________ of suitably qualified persons in this field.

(มี ____________________________ บุคคลที่มีคุณวุฒิอย่างเหมาะสมในสาขานี้)

(a) lack

(b) lacking

(c) a lack    (การขาดแคลน)

(d) a lacking

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Lack”  จากประโยคข้างล่าง

                             ตัวอย่างที่ 

  • We _______________________________________________ water.

(เรา ______________________________________________________ น้ำ)

(a) often lack of

(b) are often lack

(c) are often lack of

(d) often lack    (มักขาดแคลน)  (ขาดแคลนบ่อยๆ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Lack”  เมื่อใช้เป็นคำกริยา  ตามด้วย  “กรรม”  ได้เลย  ไม่ต้องมี  “Of”  เช่น  “We lack food.”  (เราขาดแคลนอาหาร)   แต่เมื่อเป็นคำนาม (การขาดแคลน)  ต้องตามด้วย   “Of” และต่อด้วย  “กรรม”  เช่น   “The lack of education”  (การขาดแคลนการศึกษา)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                         ตัวอย่างที่  

  • In some parts of the world, the people __________________________.

(ในบางส่วนของโลก  ผู้คน _________________________________________ )

(a) are a lack of food

(b) lack of food

(c) lack food    (ขาดแคลนอาหาร)

(d) lacks food

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Lack”   เมื่อใช้เป็นกริยา  ตามด้วยกรรม (คำนาม) ได้เลย  ไม่ต้องมี   “Of”  และเนื่องจากประธานของประโยค  (People)  เป็นพหูพจน์  “Lack”  จึงไม่ต้องเติม  “S

                            ตัวอย่างที่  

  • Do you know which part of the country _________________________ rain?

(คุณรู้ไหมว่าส่วนไหนของประเทศ ___________________________________ ฝน)

(a) is lacking of

(b) lacks of

(c) is in lack of    (ขาดแคลน)

(d) is lacked of

ตอบ  -  ข้อ   (c)  หรืออาจตอบว่า   “Is lacking”  หรือ  “Lacks”  ก็ได้   สำหรับโครงสร้างอื่นๆ ของ  “Lack”  ดูจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                             ตัวอย่างที่  

  • He made that mistake because he _________________________ experience.

(เขาทำความผิดนั้น  เพราะว่าเขา ______________________________ ประสบการณ์)

(a) was lack of

(b) was in lacked of

(c) lacked of

(d) lacked    (ขาด, ขาดแคลน, ปราศจาก, ไม่มี)

ตอบ   -    ข้อ  (d)  หรืออาจใช้   “was in lack of”   ก็ได้  เนื่องจาก “Lack” เป็นทั้งคำกริยาและคำนาม  เมื่อเป็นคำกริยา  ตามด้วยกรรมเลย  ไม่ต้องมี  “Of”  แต่เมื่อใช้เป็นคำนาม  (หมายถึง  การขาดแคลน,  การปราศจาก,  การไม่มี)   ต้องตามด้วย  “Of”  และต่อด้วยกรรม   ดังประโยคตัวอย่าง

              -  They lacked confidence to go on with the project.

(พวกเขาขาดความเชื่อมั่นที่จะดำเนินโครงการต่อไป)

              -  The contract lacks a signature of both parties.

(สัญญาขาดลายเซ็นของทั้ง  ๒  ฝ่าย)

               -  Many poor nations lack raw materials for the production of their goods. 

(ประเทศยากจนจำนวนมากขาดแคลนวัตถุดิบสำหรับการผลิตสินค้าของตน)

               -  I hated the lack of privacy in the dormitory.

(ผมเกลียดการขาดความเป็นส่วนตัวในหอพัก)

                -  He was not a stern man at all, in spite of his lack of humor.

(เขามิใช่คนที่เข้มงวด-เคร่งครัดเลย  (หรือมิใช่ไม่ยอมผ่อนผันเลย)   ทั้งๆที่ขาดอารมณ์ขัน  -  คือเป็นคนอะลุ้มอล่วย  ทั้งๆที่ขาดอารมณ์ขัน)

                -  Lack of proper funding is making our job more difficult.

(การขาดแคลนการอุดหนุนเงินที่เหมาะสม  กำลังทำให้งานของเรายากลำบากยิ่งขึ้น)

                 -  His department was shut down for lack of funds.

(แผนกของเขาถูกปิดลงเนื่องจากขาดแคลนเงินทุน)

 

2. She worked hard in order that she ____________________ pass her examination.

(เธอขยันเรียนเพื่อที่ว่าเธอ _____________________________________ สอบผ่าน)

(a) will

(b) might    (อาจจะ)

(c) can

(d) were to

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เพื่อให้สอดคล้องกับกริยาในประโยคใหญ่   (Worked)  เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีต

 

3. _________________ take a walk at night around here; it is rather dangerous for a woman.

( __________________ เดินเล่นในเวลากลางคืนแถวๆนี้  มันค่อนข้างจะอันตรายสำหรับผู้หญิง)

(a) You have better not    (ไม่ใช้รูปนี้)

(b) You had not better    (ไม่ใช้รูปนี้)  

(c) You had better not to    (ไม่ใช้รูปนี้)  

(d) You had better not    (คุณไม่ควร)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Had better”  จากประโยคข้างล่าง

                          ตัวอย่างที่ 

  • She thought they __________________________________________ cards.

(เธอคิด (ว่า) พวกเขา ______________________________________________ ไพ่)

(a) had not better play

(b) had better not to play

(c) had better not play    (ไม่ควรเล่น)

(d) not had better play

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Had better + Verb 1”  (ควรจะ...............)  ส่วน  “Had better + Not + Verb 1”  (ไม่ควรจะ.................)

 

4. _____________________ interested in the subject is invited to attend the lecture.

(_______________  (ที่) สนใจในวิชานี้  ได้รับการเชื้อเชิญให้เข้าร่วมฟังการบรรยาย)

(a) Everything    (ทุกสิ่ง)

(b) Everybody    (ทุกคน)

(c) Someone    (ใครบางคน)

(d) Nobody   (ไม่มีใคร)

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “Everybody who is interested in the subject”

 

5. I was so annoyed that I felt impelled to write a letter to the paper.

(ผมรำคาญ – หรือถูกรบกวน – มากจนกระทั่งผมรู้สึกถูก    กระตุ้น-ผลักดัน-โน้มน้าว    ให้เขียนจดหมายถึงหนังสือพิมพ์  -  เพื่อร้องเรียน)

(a) free    (มีอิสระ)

(b) satisfied    (พึงพอใจ)สิ

(c) guilty    (สำนึกผิด, รู้สึกผิด)

(d) forced    (บังคับ)  (เป็นเพียงความหมายใกล้เคียงกับ “impelled”)

 

6. A number of suspected terrorists have been revoked to enter the country.

(ผู้ที่ถูกสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการร้ายจำนวนมาก  ได้ถูก    ยกเลิก-เพิกถอน-ลบล้าง    การเข้าประเทศ)

(a) reminded    (เตือน, เตือนให้ระลึกถึง)

(b) renewed    (ต่ออายุ, เริ่มใหม่, ทำใหม่, เปลี่ยนใหม่, ซ่อมแซม, เสริม, เติม,

ฟื้นฟู, สร้างใหม่)

(c) repealed    (ยกเลิก, ถอน, ลบล้าง, เลิกล้ม)

(d) reconfirmed    (ยืนยันซ้ำ)

 

7. The promise of a bonus acted as an incentive to greater effort.

(คำมั่นสัญญาจะจ่ายโบนัส  กระทำเป็นเหมือนกับ    สิ่งจูงใจ-สิ่งกระตุ้น-เครื่องกระตุ้น-เครื่องส่งเสริม    ให้มีความพยายามมากยิ่งขึ้น)

(a) hindrance    (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง)

(b) remuneration    (ค่าตอบแทน, การตอบแทน, การจ่ายเงิน, การให้รางวัล, การชดเชย)

(c) encouragement    (การให้กำลังใจ, การส่งเสริม, การกระตุ้น)

(d) panic    (การตกใจกลัว, ความหวาดกลัว, ความอกสั่นขวัญหาย, ตกใจกลัว,         อกสั่นขวัญหาย)

 

8. The officials asked me many questions and _______________________________.

(เจ้าหน้าที่ถามคำถามผมมากมาย  และ ____________________________________ )

(a) they had difficulty being answered

(b) they were difficult to answer    {มัน (คำถาม) ยากที่จะตอบ}

(c) to answer them was difficulty

(d) answering them being difficult

ตอบ   -   ข้อ   (b)   สำหรับ  ข้อ  (a)  (มันประสบกับความยากลำบากที่จะถูกตอบ)  ถูกหลักไวยากรณ์  แต่ผิดหลักตรรกะ  เนื่องจากข้อความ   “ประสบกับความยากลำบาก”   ต้องใช้กับประธานที่เป็นบุคคลเท่านั้น  ไม่สามารถเอา  “คำถาม” มาใช้กับ  “ประสบกับความยากลำบาก”  ได้  เช่น

  • They had difficulty speaking English.

(พวกเขาประสบกับความยากลำบากในการพูดภาษาอังกฤษ)  (คือ  พูดไม่ค่อยจะได้)  (เป็น  "Active voice"  เนื่องจาก  "They" เป็นผู้พูด)

  • She has difficulty being sent to work abroad.

​(เธอประสบความยากลำบากในการถูกส่งไปทำงานต่างประเทศ)  (เป็น  "Passive voice"  เนื่องจาก  "She"  เป็นผู้ถูกส่ง)

 

9. You must hurry, __________________________________ you’ll miss the last bus.

(คุณต้องรีบนะ, ____________________________________________ คุณจะตกรถ)

(a) and

(b) otherwise    (มิฉะนั้น)

(c) whether    (หรือไม่)

(d) if    (ถ้า)

 

10. ________________________________________________, the child went to sleep.

(____________________________________________________ เด็กคนนั้นก็เข้านอน)

(a) After had eaten

(b) He had eaten

(c) Having eaten    (ได้กินอาหารเสร็จแล้ว)

(d) Eaten

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากเป็น  “Perfect participle phrase”  (วลีที่ใช้กล่าวถึงข้อความที่เกิดขึ้นก่อน  หรือ  ข้อความที่ได้เกิดขึ้นเสร็จสิ้นไปแล้ว)   ใช้ขยายประธานของประโยค  (The child)  ทั้งนี้  อาจตอบ  “After he had eaten”  (หลังจากที่เขาได้กินอาหารแล้ว)  (ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน)  (ส่วนเด็กเข้านอนเกิดทีหลัง)  ก็ได้

 

11. They all laughed.  The movie was very ___________________________________.

(พวกเขาหัวเราะกันทุกคน  หนังเรื่องนั้น _____________________________ อย่างมาก)

(a) amuse

(b) amusing    (น่าเพลิดเพลิน, น่าขบขัน)

(c) amused    (รู้สึกเพลิดเพลิน, รู้สึกขบขัน)  

(d) amusement     (ความเพลิดเพลิน, ความขบขัน)  

ตอบ    -   ข้อ    (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้กริยากลุ่มเดียวกับ  “Amuse”  (ทำให้ขบขัน, ทำให้เพลิดเพลิน)  ในประโยคข้างล่าง

                             ตัวอย่างที่ 

  • The data on the winter migration patterns of the arctic birds is very _____________. 

(ข้อมูลเรื่องรูปแบบการอพยพย้ายถิ่นในหน้าหนาว  ของนกในบริเวณขั้วโลกเหนือ _____________ อย่างมาก)

(a) interested    (มีความรู้สึกสนใจ)

(b) interesting    (น่าสนใจ)

(c) interest    (ทำให้สนใจ, ความสนใจ)

(d) of interest    (ที่อยู่ในความสนใจ)

ตอบ   –   ข้อ  (b)  เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด   ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำกริยาประเภทนี้  Satisfy (ทำให้พอใจ), Surprise (ทำให้ประหลาดใจ), Amaze (ทำให้ทึ่ง, ทำให้ฉงนสนเท่ห์), Terrify  (ทำให้ตกใจกลัว), etc.”  จากประโยคข้างล่าง

                            ตัวอย่างที่ 

  • __________________ at not seeing Mr. Freeman at the cafeteria, Jenny decided to have lunch alone at the park.

(___________________ ที่มิได้พบมิสเตอร์ฟรีแมนที่ห้องอาหาร  เจนนี่ตัดสินใจกินอาหารกลางวันตามลำพังที่สวนสาธารณะ)

(a) Having been disappointing    (น่าผิดหวัง)

(b) Disappointing    (น่าผิดหวัง)

(c) Disappointedly    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(d) Disappointed    (รู้สึกผิดหวัง)

ตอบ   -   ข้อ   (d) ดูรายละเอียดการใช้คำกริยาประเภทเดียวกับ  “Disappoint”  จากประโยคข้างล่าง

                             ตัวอย่างที่ 

  • I am ______________________________________ in science, not in English.

(ผม _____________________________________ ในวิทยาศาสตร์  มิใช่ภาษาอังกฤษ)

(a) interest

(b) interesting    (น่าสนใจ)

(c) interested    (มีความสนใจ)

(d) to interest    (ทำให้สนใจ)

ตอบ   -   ข้อ  (c)

                             ตัวอย่างที่ 

  • He is _______________________________________________ a house.

(เขา ________________________________________________________ บ้าน)

(a) interest at to rent

(b) interesting in rent

(c) interested at renting

(d) interested in renting    (มีความสนใจในการเช่า)

ตอบ   -   ข้อ  (d)

                               ตัวอย่างที่ 

  • It will take me quite some time to get him ________________ in buying your land. 

(ผมจะต้องใช้เวลานานทีเดียวที่จะทำให้เขา __________________ในการซื้อที่ดินของคุณ)

(a) to interest    (ทำให้สนใจ)

(b) being interesting

(c) interested    (มีความสนใจ)

(d) interesting    (น่าสนใจ)

ตอบ   -   ข้อ  (c)

                            ตัวอย่างที่ 

  • The little girl was very _____________ when her father promised to buy her a doll.

(เด็กหญิงเล็กๆคนนั้น _______________ มาก  เมื่อพ่อของเธอสัญญาว่าจะซื้อตุ๊กตาให้เธอ)

(a) exciting   (น่าตื่นเต้น)

(b) excited    (ตื่นเต้น)

(c) excite   (ทำให้ตื่นเต้น)

(d) excitable   (สามารถตื่นเต้นได้)

ตอบ    –    ข้อ   (b)  ดูเปรียบเทียบกับประโยคข้างล่าง

  • The results of the traveler preference survey are surprising.

(ผลลัพธ์ของการสำรวจความนิยมของนักเดินทาง – ท่องเที่ยว – น่าประหลาดใจ )

หมายเหตุ   –   ประโยคข้างบนนี้ต้องใช้  “Surprising” เนื่องจาก  “Surprise”  เป็นคำกริยาที่มีความหมายว่า  “ทำให้ประหลาดใจ”   แต่ถ้าใช้ในรูป  “is (are, was, were) surprising”   จะมีความหมายว่า   “น่าประหลาดใจ”   ส่วนเมื่อใช้ในรูป  “is (am, are, was, were) surprised” จะมีความหมายว่า  “มีความรู้สึกประหลาดใจ” ดังตัวอย่างประโยค เช่น

  • The result of the exam surprised her.

(ผลสอบทำให้เธอประหลาดใจ)

  • She was surprised at the result of the exam.

(เธอมีความรู้สึกประหลาดใจกับผลสอบ)

  • The result of the exam was surprising.

(ผลสอบน่าประหลาดใจ)

                                คำกริยาประเภทเดียวกับ  “Surprise”   ได้แก่

satisfy – ทำให้พอใจ

excite – ทำให้ตื่นเต้น

disappoint – ทำให้ผิดหวัง

attract – ทำให้หลงใหล, ดึงดูด

interest – ทำให้สนใจ

amuse – ทำให้สนุกหรือขบขัน

please – ทำให้ยินดี-พอใจ

annoy – ทำให้รำคาญ-ขุ่นเคือง

bore – ทำให้เบื่อ

tire – ทำให้เหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อ

frighten – ทำให้ตกใจ

confuse – ทำให้สับสนหรืองุนงง

surprise – ทำให้ประหลาดใจ

amaze – ทำให้ทึ่ง, ทำให้ตะลึง

delight – ทำให้ยินดี

exhaust – ทำให้หมดแรง

fascinate – ทำให้หลงใหล, ทำให้หลงเสน่ห์

charm – ทำให้หลง

convince – ทำให้เชื่อ

tempt – ทำให้หลงใหล, ยั่วยวน-ล่อใจ

entertain – ทำให้เพลิดเพลิน

embarrass – ทำให้ขวยเขิน-กระดากอาย

puzzle – ทำให้งง

thrill – ทำให้ตื่นเต้น

upset – ทำให้รำคาญ-ไม่สบายใจ

irritate – ทำให้โมโห, ทำให้ระคายเคือง

exasperate – ทำให้โกรธ

astonish – ทำให้ประหลาดใจ, ทำให้ตกใจ

infuriate – ทำให้โกรธ, ทำให้เดือดดาล

horrify – ทำให้กลัว, ทำให้ขนพองสยองเกล้า

 

                                               กลุ่มคำกริยาข้างบนนี้ มีหลักการใช้คือ

                                   1. ถ้าใช้ในรูป  “Subject + Verb + Object”  จะมีความหมายว่า  “ทำให้”  คือตัวประธานเป็นผู้ทำให้เกิดอาการนั้นๆขึ้นแก่ผู้อื่น  เช่น

  • The accident frightened the passengers a great deal. (past tense)

(อุบัติเหตุทำให้ผู้โดยสารตกใจอย่างมาก)

  • The exam result disappointed him so much. (past tense)

(ผลสอบทำให้เขาผิดหวังมากทีเดียว)

  • The chairman’s speech confused everyone. (past tense)

(คำพูดของท่านประธานทำให้ทุกคนสับสนงุนงง)

  • The new film interests all viewers. (present tense)

(หนังเรื่องใหม่ทำให้คนดูทั้งหมดสนใจ)

  • The professor’s lecture bores all the class. (present tense)

(การบรรยายของศาสตราจารย์คนนั้นทำให้นักเรียนทั้งชั้นเบื่อ)

                                   2. ถ้าใช้รูป  “Verb + ing” {Subject + is (am, are, was, were) + Verb + ingหรือ  (Verb +ing + Noun) มีความหมายว่า “น่า............” หรือ  “ซึ่งน่า............”  กริยาที่เติม  “ing”  พวกนี้ ถือเป็นคำคุณศัพท์  จะวางไว้หลัง Verb to be”  หรือหน้าคำนามก็ได้    เช่น

  • His work is boring. (present tense)

(งานของเขาน่าเบื่อหน่าย)

  • It is a very exciting football match. (present tense)

(มันเป็นการแข่งขันฟุตบอลที่น่าตื่นเต้น)

  • The landscape was so fascinating. (past tense)

(ภูมิประเทศ (ที่นี่) น่าหลงใหลมาก)

  • The employee’s work was disappointing.(past tense)

(งานของลูกจ้างรายนั้นน่าผิดหวัง)

  • The children’s table manners were very embarrassing. (past tense)

(กิริยามารยาทบนโต๊ะอาหารของพวกเด็กๆน่าอับอายมาก)

  • The book is interesting. (present tense)

(หนังสือน่าสนใจ)

  • Her beauty is charming. (present tense)

(ความงามของเธอน่าหลงใหล – มีเสน่ห์)

  • It is surprising to see him at his ex-wife’s wedding. (present tense)

(มันน่าประหลาดใจที่เห็นเขาที่งานแต่งงานของอดีตภรรยา)

{มิได้หมายความว่า “มันกำลังประหลาดใจ  เหมือนกับประโยค  “He is walking. (เขากำลังเดิน)present continuous tense}

                                   3. ถ้าเติม  “Ed”  ข้างหลังคำกริยากลุ่มนี้ แล้ววางตามหลัง  “Verb to be” (is, am, are, was, were)  จะมีลักษณะเป็น  “Passive voice” (Subject + is (am, are, was, were) + Verb + ed)  จะมีความหมายว่า  ประธานเป็นผู้เกิดความรู้สึกนั้นๆขึ้นมา ซึ่งถ้าแปลตรงๆ ก็คือ “..........ถูกทำให้รู้สึก............ตื่นเต้น, ตกใจ, ผิดหวัง, พอใจฯลฯ..........”  แต่ในภาษาไทยนิยมพูดว่า “............มีความรู้สึก........ตื่นเต้น, ตกใจ, ผิดหวัง, พอใจ.....”  เช่น

  • We are interested in German. (present tense)

(เรามีความสนใจในภาษาเยอรมัน)

  • They are very pleased to see their old friends. (present tense)

(พวกเขาดีใจมากที่ได้พบเพื่อนเก่า)

  • I was amazed to know of his death. (past tense)

(ผมตะลึงที่ได้รู้ข่าวการตายของเขา)

  • He was very tired of hard work. (past tense)

(ผมเหน็ดเหนื่อยมากกับงานหนัก)

  • She was interested in the ballet performance. (past tense)

(เธอมีความสนใจในการแสดงบัลเล่ต์)

  • We were disappointed to lose the match. (past tense)

(พวกเราผิดหวังที่แพ้การแข่งขัน)

  • Most people are frightened of the snakes. (present tense)

(คนส่วนมากกลัวงู)

  • Jim is fascinated by astronomy. (present tense)

(เขามีความหลงใหลในวิชาดาราศาสตร์)

 

12. His natural intelligence and his experience enabled him to cope with the problem. 

(ความเฉลียวฉลาดโดยธรรมชาติ  และประสบการณ์ของเขา  ทำให้เขาสามารถ    รับมือ-จัดการ-ต่อกร    กับปัญหาได้)

(a) deal    (จัดการ, เกี่ยวข้อง, ติดต่อธุรกิจ)

(b) shun    (หลีกเลี่ยง)

(c) relax    (ผ่อนคลาย, คลายเครียด)

(d) ignore    (เพิกเฉย, ละเลย, ไม่เอาใจใส่, มองข้าม)

 

13.  His extreme nervousness impeded his ability to speak in front of large groups of people. 

(ความประหม่าอย่างสุดๆของเขา    กีดกั้น-ขัดขวาง-เป็นอุปสรรค    (ต่อ) ความสามารถของเขาในการพูดต่อหน้าคนกลุ่มใหญ่)

(a) accelerated    (เร่งรัด, ทำให้เร็วขึ้น)

(b) terminated    (สิ้นสุดลง, จบสิ้นลง, ทำให้สิ้นสุด)

(c) hindered    (ขัดขวาง, เป็นอุปสรรค, กีดกัน, สกัดกั้น)

(d) fostered    (บ่มเพาะ, เลี้ยงดู, สนับสนุน, ให้กำลังใจ, อุปถัมป์)

 

14. Identical twins are frequently inseparable; they even seem to think alike. 

(ฝาแฝดเหมือน    ไม่สามารถจะแยกออกจากกันได้    อยู่บ่อยๆ   (และ)  พวกเขาแม้กระทั่งดูเหมือนว่าคิดอะไรก็เหมือนกันด้วย)  (คือ รักกันมากจนไม่ยอมแยกจากกันหรือห่างกัน)

(a) not able to be distinguished    (ไม่สามารถบอกความแตกต่างได้)

(b) not able to be understood    (ไม่สามารถเข้าใจได้)

(c) not able to be believed    (ไม่สามารถเชื่อได้)

(d) not able to be parted    (ไม่สามารถแยกจากกันได้)

 

15. This bottle is _____________________________________________ with olive oil.

(ขวดนี้ ________________________________________________ ด้วยน้ำมันมะกอก)

(a) full    (+ “Of” = เต็มไปด้วย)

(b) filled    (เต็ม,  เต็มไป)

(c) contained    (บรรจุ,  มี.............อยู่ข้างใน)

(d) consisted    (ประกอบด้วย)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  มีความหมายเหมือนกับ  “This bottle is full of olive oil.”  หรือ   “This bottle contains olive oil.”  ส่วนตัวอย่างการใช้  “Consist”  เช่น  “The room consists of both boys and girls.”  (ห้องนี้ประกอบด้วยทั้งเด็กชายและหญิง)

 

16. The headmaster _________________________________ several announcements.

(ครูใหญ่ ________________________________________ ประกาศหลายครั้งหลายหน)

(a) did

(b) spoke

(c) made    (ทำการ)

(d) said

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ต้องใช้   “Make announcements”  หรือ  “Make an announcement”   (ประกาศ)   สำหรับ   “Make”  ยังใช้กับข้อความต่อไปนี้

                                                                   Make

  • make a mistake   (ทำผิด)
  • make a noise   (ทำเสียงดัง)
  • make a speech    (กล่าวสุนทรพจน์)
  • make a hole   (เจาะรู)
  • make beds   (สร้างเตียง)
  • make the beds  (จัดเตียง, ปูเตียง)
  • be made of gold   (ทำด้วยทอง)  (สามารถเห็นทองในสภาพเดิม)
  • be made from wheat    (ทำมาจากข้าวสาลี)  (แปรสภาพมาแล้ว ดูไม่ออกว่ามาจากข้าวสาลี  เพราะกลายเป็นขนมปังแล้ว)
  • a car (which was) made in China    (รถผลิตในญี่ปุ่น)
  • a Japanese-made car   (รถผลิตในญี่ปุ่น)
  • make a choice    (เลือก)
  • make a discovery   (ค้นพบ)
  • make a statement   (พูด, กล่าว)
  • make a decision    (ตัดสินใจ)
  • make a suggestion   (แนะนำ)
  • make an announcement   (ประกาศ)
  • make up   (กุเรื่อง, แต่งหน้า)
  • make up for   (ชดเชย)
  • make out    (เข้าใจ)
  • make you a good secretary   (เป็นเลขาฯที่ดีของคุณ)
  • make a good doctor   (เป็นหมอที่ดี)
  • sixty minutes make an hour   (๖๐ นาทีเป็น ๑ ชั่วโมง)
  • two and two make four   (๒ บวก ๒ เป็น ๔)
  • make a fool of oneself   (หลอกตัวเอง, ทำให้ตัวเองดูเป็นไอ้โง่)

                                           ส่วนวลีที่ใช้กับ   “Do”   ได้แก่  

          - do one’s best  (do his/her best)  (ทำดีที่สุด)

         - do one’s duty   (ทำหน้าที่ของตน)

         - do good   (ทำดี)

         - do bad   (ทำชั่ว)

         - do harm   (ทำอันตราย)

        - do someone a favor   (ช่วยเหลือคนอื่น)

        - do someone good   (ทำให้รู้สึกดีขึ้น, ทำประโยชน์ให้)

        - do the right   (wrong)  thing   (ทำในสิ่งที่ถูก-ผิด)

        - do duty   (ทำหน้าที่)

        - do work   (ทำงาน)

         - do things   (ทำสิ่งต่างๆ)

         - do a lot of reading   (อ่านหนังสือเยอะแยะ)

         - do your teeth   (แปรงฟันของคุณ)

        - do the flowers    (จัดดอกไม้)

         - do the cleaning    (ทำความสะอาด)

         - do the washing up    (ซักผ้า-ล้างจาน)

         - do the cooking    (ปรุงอาหาร)

        - do nothing   (ไม่ทำอะไร)

       - do something about a problem    (ลงมือทำเพื่อพยายามแก้ปัญหา)

      - do something about immigration    (แก้ปัญหาการอพยพ)

       - do all we can    (ทำทุกอย่างที่เราสามารถทำได้)

       - There’s nothing I can do about it.

(ไม่มีสิ่งใดที่ผมสามารถทำได้เกี่ยวกับมัน – คือช่วยอะไรไม่ได้)

       - That hat does nothing for you.  

(หมวกใบนั้นไม่เหมาะกับคุณ)

       - I wonder what his father does.   

(ผมสงสัยว่าพ่อเขาทำงานอะไร)

        - He didn’t do very well in his exam.

(เขาไม่ประสบความสำเร็จมากนักในการสอบ)

       - Do you do train bookings to London?

(คุณให้บริการจองตั๋วรถไฟไปลอนดอนหรือเปล่า)

       - PWA does tap water for the public.

(กปภ. ให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชน)

       - do a subject 

(ศึกษาวิชาที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย)

        -   He can do 120 miles per hour in that car.  

(เขาสามารถทำเวลาได้ ๑๒๐ ไมล์ต่อชั่วโมงในรถคันนั้น)

         - This pen will do.  

(ปากกาด้ามนี้ก็ใช้ได้แล้ว – เพียงพอแล้ว)

        - Two thousand dollars will do me very well.

(เงิน ๒,๐๐๐ เหรียญพอเพียงกับความต้องการของผมเป็นอย่างดี)

         - What did you do with the keys?

(คุณเอากุญแจไปเก็บไว้ที่ไหน)

          - What did you do with that Baht 500 I gave you?

(คุณเอาเงิน ๕๐๐ บาทที่ผมให้ไปทำอะไร)

         - What can I do for you? 

(ผมจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง)

         - How are you doing?

(คุณสบายดีหรือครับ)

          - How do you do” 

(ใช้พูดทักทายเมื่อตอนพบกัน  อีกฝ่ายหนึ่งก็จะตอบว่า“How do you do?”เช่นเดียวกัน)

        - This book has (หรือ is) to do with married life.

(หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับชีวิตการแต่งงาน)

         - Easier said than done.    (พูดง่ายกว่าทำ – เป็นสุภาษิต)

          - make do   (อยู่แบบถูไถ หรือ ใช้  –  เงิน, สิ่งของ  –  เท่าที่มีไปพลางๆก่อน หรือแก้ขัดไปก่อน)

          - I have only Baht 100.  It is not much but I have to make do with it.)

 (ผมมีเงินแค่ ๑๐๐ เดียว มันไม่มาก แต่ผมก็ต้องถูไถไปกับเงินจำนวนนี้)

         - He had no hammer to use with the nails but he could make do with this stone.)  

(เขาไม่มีค้อนที่จะใช้ตีตะปู   แต่เขาสามารถใช้หินก้อนนี้  (ตอก)  แทนค้อนแก้ขัดไปก่อน)

        - dos and don’ts    (สิ่งที่ต้องทำและห้ามทำ)

        - There are plenty of dos and don’ts in this contract.

(มีสิ่งที่ต้องทำและห้ามทำมากมายในสัญญานี้)

        - do homework (housework)   (ทำการบ้าน-งานบ้าน)

        - do crossword puzzles    (ทำปริศนาอักษรไขว้)

        - do the exercise   (ออกกำลัง)

        - do the bedroom    (จัดห้องนอน)

        - do away with    (กำจัด, ทำลาย)

        -  do the shopping    (ไปซื้อของ-ช้อปปิ้ง)

        -  do business    (ทำธุรกิจ)

         - have something to do with    (มีส่วนเกี่ยวข้องกับ)

         - have nothing to do with    (ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ)

 

17. _________________________________ that you cannot come with us to the park.

(_________________________ ที่ว่า  คุณไม่สามารถมาเที่ยวที่สวนสาธารณะกับเราได้)

(a) There is a shame    (ไม่ใช้รูปนี้)

(b) It is a shame    (มันน่าเสียดาย  หรือ น่าเสียใจ)

(c) It is ashamed    (“Ashamed =  อับอาย, กระดากใจ  มักใช้กับบุคคล  เช่น   -  “She was ashamed of his conduct.”  (เธออับอายกับความประพฤติของเขา)

(d) It is shameful    (มันน่าละอาย) (“It is shameful to behave like that.”  =  มันน่าละอายที่ประพฤติตัวแบบนั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “A shame” =   “ความน่าเสียดาย  หรือน่าเสียใจ

 

18. The news in your letter ___________________ the 25th was a very welcome surprise.

(ข่าวสารในจดหมายของคุณ (ซึ่ง) ______ ๒๕  เป็นความประหลาดใจที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง)

(a) on

(b) in

(c) of    (ลงวันที่)

(d) during

ตอบ   -   ข้อ   (c)  สำหรับ  “On”  เมื่อใช้กับ  “วัน”  หรือ  “วันที่”  เช่น  “She arrived on the 25th of January.”  (เธอมาถึงในวันที่  ๒๕  มกราคม)  “We had a meeting on Tuesday.  (เราประชุมกันในวันอังคาร)

                                      สำหรับคำกริยา,  คุณศัพท์  หรือ  วลีที่ใช้กับ  “Of”  ได้แก่  “in honor of”  (เพื่อเป็นเกียรติแก่)  -  The building was named in honor of the late President.”  (อาคารถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านประธานาธิบดีผู้ล่วงลับไปแล้ว),  “in charge of” (= take charge of)  (ดูแล, รับผิดชอบ)  -  “They are in charge of organizing the meeting.”  (พวกเขารับผิดชอบการจัดประชุม), “inform someone of something”  (บอกใครเกี่ยวกับเรื่องอะไร)  -  Please inform me of your decision.  (โปรดบอกผมเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณ),   “of age”  (โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะแนนเลือกตั้งหรือซื้อเหล้า-เบียร์, ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่)  -  Mary will be of driving age on her next birthday  (แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้  ในวันเกิดของเธอปีหน้า),  “of course”  (แน่นอน, ไม่ต้องสงสัยเลย, เป็นเรื่องธรรมดา, เหมือนที่คาดหวังไว้)  -  Of course you know that girl; she is in your class  (แน่นอน  คุณรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น  เธอเป็นเด็กนักเรียนของคุณ  -  หรือ เธอเรียนอยู่ในชั้นเดียวกับคุณ  –  คือเป็นเพื่อนคุณ),  “remind someone of”  (เตือนใครให้นึกถึงเรื่อง.........)  -  She reminded me of her mother.  (เธอเตือนให้ผมนึกถึงแม่ของเธอ  -  ด้านรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอ),  “approve”  (อนุมัติ, เห็นชอบ)  -  “The company doses not approve of women smoking.”  (บริษัทไม่เห็นชอบให้ผู้หญิงสูบบุหรี่),  “boast”  (คุยโม้)  -  “He often boasts of his wealth.”  (เขามักคุยอวดความร่ำรวย), “think”  (คิดถึงเรื่อง)  -  “We are thinking of buying her a present.”  (พวกเรากำลังคิดถึงเรื่องซื้อของขวัญให้เธอ),  “warn”  (เตือน)  -  “She warned me of the danger.”  (เธอเตือนผมถึงอันตราย),   “accuse someone of”  (กล่าวหาใครในเรื่อง..........)  -  They accused him of stealing their car.  (พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์),  “suspect”  (สงสัย),  “consist”  (ประกอบด้วย),  “be composed of”  (ประกอบด้วย)  -  Our team is composed of a number of experts in several fields.   (ทีมของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจากหลายสาขา),  “dream”  (ฝัน)  -  She never dreams of traveling abroad.  (เธอไม่เคยฝันว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ),  “hear”  (ได้ยิน),  “beware”  (ระวัง),  “complain”  (บ่น, ร้องทุกข์)  -  They never complain of their hardship.  (พวกเขาไม่เคยบ่นอุทธรณ์ความยากลำบากเลย),  “convince”  (ทำให้เชื่อ),  “disapprove”  (ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วย),  “assure”  (รับรอง),  “cure”  (รักษาให้หายจากโลก),  “smell”  (ได้กลิ่น),  “full”  (เต็มไปด้วย)  - The street was full of water.   (ถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำ), “fond”  (ชอบ, หลงใหล)  -  She is fond of music.  (เธอชอบดนตรี), “careful”  (ระวัง, รอบคอบ), “frightened”  (ตกใจกลัว)  -  She is frightened of the dark.  (เธอกลัวความมืด), “confident”  (มั่นใจ)  -  You should be confident of yourselves.  (พวกคุณควรมั่นใจในตนเอง), “short”  (ขาดแคลน)  -  They were short of food and water.  (พวกเขาขาดแคลนอาหารและน้ำ), “tired”  (เบื่อ, เหนื่อย), “sure”  (มั่นใจ), “aware”  (ตระหนัก, รู้ดี), “certain” (มั่นใจ, แน่นอน), “free”  (ยกเว้น), “proud”  (ภูมิใจ), “hopeful”  (มีความหวัง), “glad”  (ดีใจ), “capable”  (สามารถ), “ashamed”  (ละอายใจ), “suspicious”  (สงสัย, ระแว), “tolerant”   (อดทนต่อ, ใจกว้างต่อ), “considerate”  (เกรงใจ), “ignorant”  (ไม่รู้), “convinced”  (เชื่อ), “ahead”  (ล่วงหน้า), “shy”  (อาย, ละอาย), “conscious”  (รู้สึกถึง), “jealous”  (อิจฉา, หึงหวง), “envious”  (อิจฉา, หึงหวง),  “a cup of tea”  (ชา ๑ ถ้วย),  “a sheet of paper”  (กระดาษ ๑ แผ่น),  “a number of dogs”  (หมาจำนวนมาก),“the number of students”  (จำนวนนักเรียน),  “a pair of trousers”  (กางเกงขายาว ๑ ตัว), “millions of dollars”  (เงินหลายล้านดอลลาร์),  “two gallons of water”  (น้ำ ๒ แกลลอน),  “10% of the population”  (๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร),  “a town of 2,000 people”  (เมืองที่มีประชากร ๒,๐๐๐ คน),  “Half of the boats sank.”  (เรือจำนวนครึ่งหนึ่งจมลง),  “a bag of gold”  (ทองถุงหนึ่ง),  “at a rate of 20 dollars a day”  (ในอัตรา ๒๐ เหรียญต่อวัน),  “a boy of sixteen”  (เด็กอายุ ๑๖ ปี),  “at the age of five”  (ตอนอายุ ๕ ขวบ),  “a baby of 6 months”  (ทารกอายุ ๖ เดือน),  “the first of a series of movies”  (ตอนแรกของภาพยนตร์ซีรี่ส์),  “one of the problems”  (หนึ่งในหลายปัญหา),  “two of the three”  ( ๒ ใน ๓),  “many of the students”  (นักเรียนหลายคน),  “a meeting of executives”  (การประชุมผู้บริหาร),  “a map of Sweden”  (แผนที่ประเทศสวีเดน),  “a picture of the refugees”  (ภาพของผู้อพยพ),  “an account of the event”  (เรื่องราวของเหตุการณ์),   เป็นต้น

 

19. The Joneses were too poor to go to the movies; __________________, there was no one to stay with the children. 

(ครอบครัวโจนส์ยากจนเกินไปที่จะไปดูหนัง _________________ ไม่มีใครอยู่บ้านกับลูกๆ)

(a) in addition to   (นอกเหนือจาก)

(b) in addition that    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(c) beside   (ข้างเคียง, ใกล้เคียง)

(d) besides    (นอกเหนือจาก,  ยิ่งไปกว่านั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Besides”   สามารถตามด้วยทั้ง  คำนาม,  วลี,  “Gerund” (Verb + ing)   และประโยค  เช่น

  • Besides an expensive car, she owns a luxurious home.

(=  She owns a luxurious home besides an expensive car.)

(นอกเหนือจากรถยนต์ราคาแพง  เธอยังเป็นเจ้าของบ้านหรู)

  • Besides visiting New York, he also traveled to London.

(นอกเหนือจากการไปเยือนนิวยอร์ค  เขายังเดินทางไปลอนดอนด้วย)

  • They robbed the house.  Besides, they burnt it down.

(พวกเขาปล้นบ้าน  ยิ่งไปกว่านั้น  ยังเผามันซะราบเลย)

  •  His parents gave him a lot of money besides a brand-new car on his birthday.

(พ่อแม่ของเขาให้เงินเขามากมาย  นอกเหนือจากรถยนต์ใหม่เอี่ยม  ในวันเกิดของเขา)

  •  His parents gave him a lot of money on his birthday.  Besides, they also bought him a brand-new car.

(พ่อแม่ของเขาให้เงินเขามากมายในวันเกิดของเขา  ยิ่งไปกว่านั้น  พ่อแม่ยังซื้อรถยนต์ใหม่เอี่ยมให้เขาด้วย)

 

20. He had been asleep for _____________________ when he woke up and saw someone standing there, looking down at him.

(เขาได้นอนหลับไปเป็นเวลา ____________________ เมื่อเขาตื่นขึ้นมาและเห็นใครบางคนกำลังยืนอยู่ที่นั่น  และมองลงมาที่เขา)

(a) the quarter of the hour

(b) the quarter of an hour

(c) a quarter of an hour    (๑๕  นาที)

(d) a quarter of the hour

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใช้   “A quarter”  และ  “An hour

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้