หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 267)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Moslems are required to give alms to ________________________________.

(ชาวมุสลิมถูกต้องการ (ร้องขอในศาสนา) ให้ให้ทานแก่ ____________________ )

(a) the poverty

(b) the poors

(c) poverty    (ความยากจน)

(d) the poor    (คนยากคนจน)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   “The poor”  หมายถึง  “คนยากคนจน”  ถือเป็นคำนามพหูพจน์  และต้องใช้กับรูป  “Pronoun”  (They, their, theirs)  ดูเพิ่มเติมคำประเภทนี้จากประโยคข้างล่าง

                             ตัวอย่างที่ 

  • ______________________ want to lose ______________________ money.

( _____________________________ ต้องการสูญเสียเงิน ____________________)

(a) Wealth doesn’t __________ his    (“Wealth”  =  ความมั่งคั่ง, ความร่ำรวย)

(b) Wealthy men don’t __________ his

(c) The wealthy don’t __________ their    (คนร่ำรวยไม่ ______ ของตน)

(d) Wealthy man doesn’t __________ his

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “The wealthy”  ถือเป็นคำนามพหูพจน์  หมายถึง  “คนร่ำรวย”  ดังนั้น  จึงต้องใช้กับ  “Their”  ดูเพิ่มเติมการใช้  “The”  นำหน้าคำคุณศัพท์  แล้วกลายเป็นคำนามพหูพจน์  จากประโยคข้างล่าง

(หมายเหตุ   -   สำหรับข้อ    นี้  อาจตอบ  ข้อ  (b)  แต่ต้องแก้  “His”  เป็น  “Their” หรือตอบ  ข้อ   (d)  แต่ต้องแก้  “Wealthy man doesn’t”  เป็น  “A wealthy man doesn’t”  ก็ได้

                              ตัวอย่างที่ 

  • _____________________ can be trained to help _____________________.

(___________________ สามารถได้รับการฝึกฝนให้ช่วยเหลือ _________________ )

(a) The blind ____________ himself

(b) A blind ____________ himself

(c) The blind ____________ themselves    (คนตาบอด ................. ตนเอง)

(d) Blind _____________ themselves

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “The blind”  =  “คนจน”  ถือเป็นคำนามพหูพจน์  จึงต้องใช้กับ   Themselves” 

                              ตัวอย่างที่ 

  • The blind __________________________________ unable to see anything.

(คนตาบอด __________________________________ ไม่สามารถมองเห็นอะไรเลย)

(a) is

(b) are

(c) was

(d) were

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  เป็นการเอา   “The”  มานำหน้าคำคุณศัพท์  “blind”  ทำให้กลายเป็นคำนาม  หมายถึง   “คนตาบอด”   ซึ่งถือเป็นคำนามพหูพจน์  จึงต้องใช้กับกริยา  “Are” หรือ “Have”  ดังตัวอย่างอื่นๆ   เช่น

        -  The rich are not always happy.

(คนรวยไม่ได้มีความสุขเสมอไป)

         -  The poor have no home to live in.

(คนจนไม่มีบ้านอาศัยอยู่)

         -  The deaf hear nothing.

(คนหูหนวกไม่ได้ยินอะไรเลย)

         -  In the old days the elderly were taken good care of.

(ในสมัยก่อน  ผู้สูงอายุได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดี)

                                 ดูเพิ่มเติมการใช้   “The” นำหน้าคำคุณศัพท์แล้วกลายเป็นคำนามพหูพจน์  จากประโยคข้างล่าง

               ตัวอย่างที่          จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ (๑) – (๔)

  • The American Red Cross is (1) one of the volunteer (2) organizations (3) which purpose is to help (4) the sick and the needy.

(กาชาดอเมริกันเป็นหนึ่งในบรรดาองค์กรอาสาสมัคร  ซึ่งวัตถุประสงค์ของมันคือ  ช่วยคนเจ็บป่วยและคนยากคนจน)

ตอบ   –   ข้อ      แก้เป็น   “whose”  เนื่องจากแสดงความเป็นเจ้าของ (วัตถุประสงค์ของมัน)  และนำหน้าอนุประโยค  (whose purpose…………………..the needy)  สำหรับข้อ    ถูกต้องแล้ว  เพราะเราใช้   “The”นำหน้าคำคุณศัพท์  (sick และ needy) หมายถึงบุคคลประเภทนั้นๆ   (“คนป่วย” และ “คนยากคนจน”)  และถือเป็นคำพหูพจน์ด้วย  ต้องใช้กับกริยา   “are, were, have”   เช่น “the poor”  (คนจน)  “the rich” (คนรวย)  “the wise”  (คนฉลาด, นักปราชญ์)  “the brave”  (คนกล้าหาญ)  “the elderly” (คนสูงอายุ)  “the young” (คนหนุ่มสาว)  “the old”  (คนแก่)   นอกจากนั้น   “Verb + ing” (Present participle)  และ กริยาช่องที่    (Past participle)   ซึ่งถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง   แต่เมื่อนำหน้าด้วย  “The”  เช่น “the dying” (คนที่กำลังจะตาย)  หรือ  “the wounded”  (คนเจ็บ)  “the injured”  (คนเจ็บ)   ก็ถือเป็นคำนามประเภทหนึ่งเช่นเดียวกัน    และถือเป็นคำพหูพจน์ด้วย   และใช้กับกริยา    “are, were, have”  เช่นกัน  ดังตัวอย่างประโยค

        -  The rich are not many in society.

(คนรวยมีไม่มากในสังคม)

         -  The poor have asked for help from the government

(คนจนได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลแล้ว)

         -  In the old days, the elderly were highly respected by the young.

(ในสมัยก่อน  ผู้สูงอายุได้รับความเคารพอย่างสูงจากคนหนุ่มสาว)

          -  The wounded were taken to hospital.

(คนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล)

          -  The dying were being attended by the doctors.

(ผู้ที่กำลังจะตายกำลังได้รับการดูแลจากแพทย์)

          -  The wise are cleverer (= more clever) than general people.

(คนฉลาดมีความฉลาดมากกว่าคนทั่วๆไป)

 

2. We are _________________________________________________ our school.

(เรา _________________________________________________ โรงเรียนของเรา)

(a) interested and proud of

(b) proud and interested in

(c) proud and interested about

(d) interested in and proud of    (สนใจในและภูมิใจใน)

ตอบ   -   ข้อ    (d)  “Interested”  (สนใจ)  ใช้กับ  “In”  และ   “Proud”  (ภูมิใจ)  ใช้กับ  “Of”

 

3. He gave me a ___________________________ smile when we passed each other.

(เขาส่งยิ้มแบบ ___________________________________ ให้ผม  เมื่อเราเดินสวนกัน)

(a) friend

(b) friend’s

(c) friendly    (เป็นมิตร, อบอุ่น, กรุณา, ให้ความสนับสนุน, ให้ความช่วยเหลือ, สะดวกสบาย)

(d) friendliness    (ความเป็นมิตร, ความอบอุ่น, ความกรุณา, ความสะดวกสบาย)   

 

4. He was granted __________________________________________________.

(เขาได้รับอนุญาตให้ ________________________________________________ )

(a) three months leave

(b) three month leave

(c) three month’s leave

(d) three months’ leave    (ลางานเป็นเวลา  ๓  เดือน)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ดูเพิ่มเติมการใช้โครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                             ตัวอย่างที่ 

  • The bus station is ten __________________________________ walk from here.

(สถานีรถประจำทาง  เดินสิบ __________ จากที่นี่)  (คือ  อยู่ห่างออกไปโดยเดิน  ๑๐  นาที)

(a) minutes

(b) minutes’    (นาที)

(c) minute

(d) minutes by

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                             ตัวอย่างที่ 

  • The landlord said that the tenant owed several _________________________.

(เจ้าของบ้านกล่าวว่า  ผู้เช่าบ้านเป็นหนี้ ____________________________________ )

(a) rent weeks

(b) weeks rent

(c) week rent

(d) weeks’ rent    (ค่าเช่าหลายสัปดาห์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                             ตัวอย่างที่ 

  • They understood the problem after half an __________________ explanation.

(พวกเขาเข้าใจปัญหา  หลังจากการอธิบายครึ่ง _____________________________ )

(a) hours

(b) day’s

(c) hour’s    (ชั่วโมง)

(d) our

ตอบ   -   ข้อ   (c) 

                             ตัวอย่างที่ 

  • The mountain was a ___________________________________ from the village.

(ภูเขานั้นเป็น__________ จากหมู่บ้าน)  (คือ  ภูเขาลูกนั้นใช้เวลาเดินทาง    วัน จากหมู่บ้าน)

(a) day’s journey   (การเดินทาง (ระยะเวลา)    วัน)

(b) journey of a day

(c) journey for a day

(d) journey in a day

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เป็นการใช้ในแบบ  “Apostrophe S”  คือ  แสดงความเป็นเจ้าของ  “การเดินทางของ    วัน”  หรือ อาจเขียนได้อีกแบบ  คือ  “a one-day journey from……..”   ดูตัวอย่างเพิ่มเติมจากข้างล่าง

  • A moment’s pause    (การหยุดชั่วครู่หนึ่ง)
  • A month’s rent    (ค่าเช่า   เดือน)
  • A week’s holiday  (วันหยุด    สัปดาห์)
  • Two months’ notice  (การแจ้งให้ทราบล่วงหน้า    เดือน)
  • Three weeks’ journey  (การเดินทางนาน    สัปดาห์)
  • Four years’ time  (ระยะเวลา    ปี)

 

5. Throughout most of their lives, human beings perpetually learn and increase their mental capacities.

(ตลอดชีวิตของพวกเขาส่วนใหญ่  มนุษย์เรียนรู้และเพิ่มพูนความสามารถทางด้านจิตใจหรือสมองของตนเอง    ตลอดกาล-ตลอดไป-อย่างถาวร-อย่างต่อเนื่อง)

(a) actually   (อย่างแท้จริง)

(b) ultimately    (ในที่สุด, ท้ายที่สุด)

(c) spontaneously    (เป็นไปเอง, เกิดขึ้นเอง. เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ, โดยสัญชาติญาณ)

(d) constantly    (อย่างสม่ำเสมอ, อย่างต่อเนื่อง, อย่างไม่เปลี่ยนแปลง)

 

6. The cost of living in nearly every country in the world has skyrocketed in the past ten years. 

(ค่าครองชีพในเกือบจะทุกประเทศในโลก ได้    เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว    ในช่วง  ๑๐  ปีที่ผ่านมา)

(a) grown steadily    (เติบโตอย่างสม่ำเสมอหรือมั่นคง)

(b) increased slowly    (เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ)

(c) risen rapidly    (เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว)

(d) leveled off    (หยุดอยู่กับที่หรือลดลงอย่างรวดเร็ว)

 

7. The Statue of Liberty was a gift to the United States from France to memorialize the alliance between the two countries.

(เทพีเสรีภาพเป็นของขวัญแก่สหรัฐฯ จากฝรั่งเศส  เพื่อเตือนให้ระลึกถึง    พันธมิตร-ความเป็นมิตร-การแต่งงาน-ความสัมพันธ์ที่เกิดจากการแต่งงาน    ระหว่าง  ๒  ประเทศดังกล่าว)

(a) negotiation    (การเจรจา)

(b) difference    (ความแตกต่าง)

(c) treaty    (สนธิสัญญา, ข้อตกลง)

(d) association    (ความสัมพันธ์, การสังสรรค์, สมาคม, บริษัท, การเชื่อมติดต่อกัน)

 

8. A dog is a _________________________________________________ animal.

(สุนัขเป็นสัตว์ _____________________________________________________ )

(a) four-legs

(b) four-leg

(c) four-legged    (๔  เท้า)

(d) four-legging    (รูปนี้ไม่มีใช้)

ตอบ   -   ข้อ    (c)  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                           ตัวอย่างที่ 

  • Anna is a _____________________________________________ woman.

(แอนนาเป็นผู้หญิงที่ _______________________________________________ )

(a) kind-heart

(b) kind heart

(c) kind-hearted    (ใจกรุณา, ใจบุญ)

(d) kind hearted

ตอบ   -   ข้อ    (c)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                              ตัวอย่างที่ 

  • Guava fruit is round or ________________ and about the size of a hen’s egg.

(ผลฝรั่งมีลักษณะกลม  หรือ _______________________ และมีขนาดประมาณไข่ไก่)

(a) shape of a pear

(b) pear in shape

(c) shaped pear

(d) pear-shaped    (มีรูปร่างเหมือนลูกแพร์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                          ตัวอย่างที่ 

  • They are ______________________________________________ people.

(พวกเขาเป็นคน ___________________________________________________ )

(a) skin-dark

(b) dark-skin

(c) skinned-dark

(d) dark-skinned    (ผิวดำคล้ำ)

ตอบ   -   ข้อ   (d) 

                          ตัวอย่างที่ 

  • A woman with white hair is a _______________________________ woman.

(ผู้หญิงที่มีผมสีขาว  คือผู้หญิง ________________________________________ )

(a) white hair

(b) white-hair

(c) white haired

(d) white-haired    (ผมขาว)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

  • True hibernation takes place only among warm-blooded animals.

(การจำศีลหน้าหนาวของสัตว์อย่างแท้จริง  เกิดขึ้นเฉพาะในบรรดาสัตว์   เลือดอุ่น)

                                   ประโยคข้างบนต้องใช้  “Warm-blooded”  นื่องจากมีโครงสร้างเป็น (Compound adjective) คือ คำ  ๒  คำ ที่รวมกันเป็นคุณศัพท์ (Adjective) คำเดียว จะต้องมีขีด  ( - )  คั่นกลางเสมอ  และเป็นกรณีเดียวที่สามารถเติม  “Ed” หลังคำนามได้  ตัวอย่าง  เช่น

         - a shame-faced look – ท่าทางเสียใจเพราะความละอาย

         - an absent-minded man – คนใจลอย

         - service-minded people – คนจิตอาสา

         - a short-sighted girl – เด็กหญิงสายตาสั้น หรือไม่มีวิสัยทัศน์

         - a black-haired boy – เด็กชายผมดำ

         - a big-eyed girl – เด็กหญิงตาโต

         - red-faced people คนหน้าแดง (เป็นเผ่าพันธุ์)

         - a baby-faced man คนหน้าเด็ก (หน้าอ่อนกว่าวัย)

         - a thick-skinned boy – เด็กหน้าด้าน (เด็กหนังหนา)

         - a right-handed man – ผู้ชายถนัดมือขวา

         - a left-handed woman – ผู้หญิงถนัดมือซ้าย

         - a light-fingered boy – เด็กมือไว (มือเบา)

         - a cold-blooded animal – สัตว์เลือดเย็น

         - a long-sighted woman – ผู้หญิงสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์

         - a long-legged man – ผู้ชายขายาว

         - a big-headed boy – เด็กหัวโต

         - a far-sighted person – คนสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์

         - a round-eared girl – เด็กผู้หญิงหูกลม

 

9. After their death, it was learned that the three brothers had owned ________________.

(หลังจากความตายของพวกเขา  มันถูกรู้ว่า  พี่น้อง  ๓  คนนั้น  เป็นเจ้าของ _____________) 

(a) a great deal of in common property

(b) a great deal of property in common    (ทรัพย์สมบัติร่วมกันมากมาย)

(c) a great deal in common of property

(d) a great in common deal of property

ตอบ   -   ข้อ    (b)   หรืออาจตอบ   “A great deal  of common property” (ทรัพย์สมบัติร่วมกันมากมาย)  ก็ได้

 

10. The more money we earn, ______________________ percentage we pay in taxes.

(ยิ่งเราหาเงินได้มากขึ้น  เปอร์เซ็นต์ที่เราจะต้องเสียภาษี  _______________________)

(a) the high the

(b) higher an

(c) a high

(d) the higher the    (ก็ยิ่งสูงขึ้น)   

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้าง  “ยิ่ง...............ก็ยิ่ง................”  จากประโยคข้างล่าง

                           ตัวอย่างที่ 

  • The higher the standard of living and the greater the national wealth, the ________.

(ยิ่งมาตรฐานการครองชีพสูงขึ้น  และความมั่งคั่งของชาติเพิ่มมากขึ้น, ________________ )

(a) greater is the amount of paper is used

(b) greater amount of paper is used

(c) amount of paper is used is greater

(d) greater the amount of paper used    (ปริมาณกระดาษที่ใช้ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   ดูเพิ่มเติมโครงสร้าง  “ยิ่ง................ก็ยิ่ง...............”  จากประโยคข้างล่าง

                           ตัวอย่างที่ 

  •  On enough logical reasons, the fewer seeds, ____________________________.

(ตามเหตุผลที่เป็นไปตามหลักตรรกะอย่างเพียงพอ  ยิ่ง (หว่าน) เมล็ดน้อย  _____________)

(a) the less plants grow

(b) the fewer plants    (ก็ยิ่ง (ได้) ต้นไม้ (หรือพืช) น้อย)  (ความหมาย คือ  ยิ่งหว่านเมล็ดลงไปน้อย  ก็ยิ่งได้ต้นไม้น้อย)

(c) the less plants

(d) the plants the fewer

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Fewer”  (น้อยกว่า)  มาจาก  “Few”  ต้องใช้กับคำนามนับได้ พหูพจน์  ส่วน  “Less”  (น้อยกว่า)  มาจาก  “Little”  ใช้กับคำนามนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  ในประโยคข้างบน  “Seeds”  และ  “Plants”   เป็นนามนับได้ พหูพจน์  จึงต้องตัด  ข้อ   (a)  และ  (c)   ทิ้งไป  สำหรับการเรียงโครงสร้าง  “ยิ่ง.......................ก็ยิ่ง.....................”  ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                           ตัวอย่างที่  

  • The longer you stay here, _______________________________________.

(ยิ่งคุณพักอยู่ที่นี่นานยิ่งขึ้น  ___________________________________________)

(a) it will be better

(b) it will be the better

(c) the better will it be

(d) the better it will be    (มันก็ยิ่งดีมากขึ้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “The + Adjective (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb, the + Adjective (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb”  หรือ  แบบย่อๆ  เช่น

  • The sooner, the better.   (ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี)
  • The more, the merrier.   (ยิ่ง (คน) มาก  ก็ยิ่งสนุก)
  • The slower, the safer.   (ยิ่งช้า  ก็ยิ่งปลอดภัย)
  • The longer, the higher price.   (ยิ่งนานไป  ก็ยิ่งราคาสูงขึ้น)

                           ตัวอย่างที่  

  • The older he grows, ____________________________________ he becomes.

(ยิ่งเขาอายุมากขึ้น  เขาก็ _______________________________________________ )

(a) more foolish

(b) foolish

(c) foolisher    (ไม่มีใช้รูปนี้)

(d) the more foolish    (ยิ่งโง่มากขึ้น)

ตอบ  -  ข้อ   (d)

                            ตัวอย่างที่            (จงเลือกข้อที่ผิดไวยากรณ์จากข้อ  ๑ – ๔)

            - Sometimes (1) the more we attempt to explain (2) our mistake, the (3) worst our story (4) sounds.  

(บางครั้ง  ยิ่งเราพยายามที่จะอธิบายความผิดของเรา (คือแก้ตัว)  เรื่อง (ที่พูดแก้ตัว) ของเรา  ก็ดูเหมือนว่ายิ่งเลวร้ายมากยิ่งขึ้น)

ตอบ   –   ข้อ   (3)   แก้เป็น  “Worse”  (มาจาก  bad,  worse,  worst” – แย่-เลวร้าย, แย่กว่า-เลวร้ายกว่า, แย่ที่สุด-เลวร้ายที่สุด)   เนื่องจากมาจากรูป   “ยิ่ง...............ก็ยิ่ง................”  โดยมีโครงสร้าง  คือ (The + Adjective (ขั้นกว่า)  + Subject + Verb, the + Adjective (ขั้นกว่า) + Subject + Verb)  เช่น

                 -  The more one has, the more one wants.

(คนเรายิ่งมีมาก  ก็ยิ่งต้องการมาก)  (ยิ่งมีมาก  ยิ่งโลภมาก)

                  -  The sooner she arrives, the better it is.

(ยิ่งเธอมาถึงเร็ว  ก็ยิ่งดี)

                 -  The bigger the house is, the more expensive it is.

(ยิ่งบ้านยิ่งหลังใหญ่ขึ้น  ราคาก็ยิ่งแพงขึ้น)

                 -  The more he tried to explain, the less she understood him.

(ยิ่งเขาพยายามอธิบายมากยิ่งขึ้น  เธอก็ยิ่งเข้าใจเขาน้อยลง)

                -  The more the people come to our party, the funnier it will be.

(ยิ่งคนมางานเลี้ยงของเรามากขึ้น  มันก็ยิ่งสนุกมากขึ้น)

                -  The heavier the boxes are, the more difficult it is to carry them.

(ยิ่งกล่องยิ่งใหญ่ขึ้น  ก็ยิ่งแบกมันลำบากมากยิ่งขึ้น)

  • The more he loves her, the less she loves him.

(ยิ่งเขารักเธอมากขึ้น  เธอก็ยิ่งรักเขาน้อยลง)

  • The more money we gave them, the more (money) they wanted from us. 

(ยิ่งเราให้เงินเขามากขึ้น  เขาก็ยิ่งต้องการ (เงิน) จากเรามากขึ้น)

  • The more we read, the wiser we become.

(ยิ่งเราอ่านมากขึ้น  เราก็ยิ่งฉลาดมากขึ้น)

  • The more loan he takes, the deeper he is in debt.

(ยิ่งเขากู้เงินมากขึ้น  เขาก็ยิ่งเป็นหนี้มากขึ้น)

 

11. The soldier raised his hands in surrender and was promptly taken ______________.

(ทหารคนนั้นยกมือขึ้นเพื่อยอมแพ้  และถูกจับเป็น ________________________ ในทันที)

(a) a prisoner

(b) the prisoner

(c) prisoner    (เชลย, นักโทษ)

(d) as prisoner

ตอบ   -   ข้อ   (c)   “Be taken prisoner”  =  “ถูกจับเป็นเชลย”   ไม่ต้องใช้  “Article”  (A, An. The)  นำหน้า  “Prisoner

 

12. The late King Bhumibol was tremendously revered by the Thai people. 

(พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลซึ่งสวรรคตแล้ว  ได้รับความ    เคารพนับถือ-บูชา-ยำเกรง    อย่างมากมายโดยประชาชนชาวไทย)

(a) detested    (เกลียดชัง, เกลียด, ไม่ชอบอย่างมาก)

(b) distrusted    (ไม่ไว้ใจ. ไม่เชื่อใจ)

(c) assisted    (ช่วยเหลือ)

(d) respected    (เคารพนับถือ)

 

13. The noisy throng of teenagers jammed the hall to hear the rock concert. 

(กลุ่ม-กลุ่มคน-ฝูงชน-จำนวนมากมาย    ของวัยรุ่นที่ส่งเสียงดัง  ยัดเยียดกันอยู่ในห้องโถง  เพื่อจะฟังดนตรีร้อค)

(a) parents    (พ่อแม่)

(b) quartet    (กลุ่มนักร้อง ๔ คน, กลุ่มผู้เล่น ๔ คน)

(c) crowd    (ฝูงชน, กลุ่มคน, คนมากๆ)

(d) class    (ชั้น, ชั้นเรียน)

 

14. It is useless to attempt to flee from every danger; some risks must be taken. 

(ไม่มีประโยชน์ที่จะ    หนี-หลบหนี    จากอันตรายทุกอย่าง,  (คนเรา) ควรจะต้องเสี่ยงภัยในบาง ครั้ง)  (คือ  ยอมเสี่ยงอันตรายบางอย่าง)

(a) hide oneself    (หลบซ่อนตัวเอง)

(b) run away    (หลบหนี, วิ่งหนี)

(c) protect oneself     (ปกป้องตนเอง)

(d) hesitate     (รีรอ, ลังเลใจ)

 

15. Some workers are paid __________________________________________ week.

(คนงานบางคนได้รับค่าจ้าง ___________________________________ (ราย) สัปดาห์)

(a) in a

(b) by the    (เป็น)

(c) by a

(d) in the

ตอบ   -   ข้อ    (b)   หลัง  “is (are) paid by”  (ได้รับค่าจ้างเป็น)  หรือหลัง  “is (are) sold by”   (ถูกขายเป็น)  มีหลัก คือ  ถ้าคำนามที่ตามหลัง   “By”  เป็นนามนับได้  (Week, Dozen, Kilo, Pound, Meter, Yard, Foot, etc.)  หน้าคำนามนั้นต้องใช้   “The”  ขยาย  แต่ถ้าเป็นนามนับไม่ได้  (Weight, Length, etc.)  หน้าคำนามนั้น  ไม่ต้องมี   “Article”  (A, An, The)  ใดๆ ขยายเลย   เช่น

         -  In England eggs are sold by the pound.

(ในอังกฤษ  ไข่ถูกขายเป็นปอนด์)  (“Pound”  เป็นนามนับได้)

(= In England eggs are sold by weight.)

(ในอังกฤษ  ไข่ถูกขายเป็น (โดย) น้ำหนัก)  (“Weight”  เป็นนามนับไม่ได้)

         -  Cloth is generally sold by the yard.

(ผ้าโดยทั่วๆ ไปถูกขายเป็นหลา)  (“Yard”  เป็นนามนับได้)

(= Cloth is generally sold by length.)

(ผ้าโดยทั่วๆ ไปถูกขายเป็นความยาว  -  ของผ้า)  (“Length”  เป็นนามนับไม่ได้)

  • Sugar is sold by the kilogram.

(น้ำตาลถูกขายเป็นกิโลกรัม)  (“Kilogram”  เป็นนามนับได้)

(= Sugar is sold by weight.)

(น้ำตาลถูกขายเป็น (โดย) น้ำหนัก)  (“Weight”  เป็นนามนับไม่ได้)

  • Salaried people are usually paid by the month.

(มนุษย์เงินเดือนตามปกติได้รับค่าจ้างเป็นเดือน)  (“Month”  เป็นนามนับได้)

(= Salaried people are usually paid by time.)

(มนุษย์เงินเดือนตามปกติได้รับค่าจ้างเป็นเวลา  -   การทำงาน)  (“Time”  เป็นนามนับไม่ได้)

 

16. This hen has ________________________________ more than one hundred eggs.

(แม่ไก่ตัวนี้ได้ __________________________________________ มากกว่า  ๑๐๐  ฟอง)

(a) lied    (นอน, ตั้งอยู่, วางอยู่, พูดปด, โกหก)

(b) lain

(c) laid    (ออกไข่, วางไข่, วางลง)

(d) lay    (ออกไข่, วางไข่, วางลง)      

ตอบ   -   ข้อ   (c)   (lie,  lied,  lied  =  พูดปด, โกหก)  (lie  lay  lain  =  นอน, ตั้งอยู่, วางอยู่  -  ไม่ต้องมีกรรมมารับ)  (lay,  laid,   laid  =  ออกไข่, วางไข่, วางลง  -  ต้องมีกรรมมารับและหลัง   “Has”   ต้องเป็นกริยาช่องที่  ๓   ดูเพิ่มเติมการใช้กริยา  “Lie”  (นอน)  จากประโยคข้างล่าง

                             ตัวอย่างที่  

  • Does your child still ____________________________ down for a nap after lunch?

(ลูกของคุณยังคง ______ ลงเพื่องีบหลับ  (นอนช่วงเวลาสั้นๆ) หลังอาหารกลางวัน  หรือเปล่า)

(a) lay    (วางลง, ออกไข่)  (Lay,  Laid,  Laid)  (ต้องมีกรรมมารับข้างท้าย)

(b) lie    (นอน)  (กริยา  ๓  ช่อง คือ  Lie,  Lay,  Lain)  (ไม่ต้องมีกรรมมารับข้างท้าย)

(c) lain

(d) lying

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เมื่อเป็นประโยคคำถาม  ใช้   “Does”  ช่วย  ส่วนกริยาแท้  (Lie) ต้องกลับไปเป็นช่องที่    (Infinitive without to)

 

17. It is time for me _______________________________________________ home.

(มันเป็นเวลาสำหรับผม _____________________________________________ บ้าน)

(a) go

(b) went

(c) to go    (ที่จะกลับ, ที่จะไป)

(d) going

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เป็นไปตามโครงสร้าง   {It Is (Was) + Time + (For someone) + To + Verb 1 + Something  (กรรมของ  “Verb”)}

 

18. I hope you don’t mind _______________________________ to come and meet her.

(ผมหวังว่าคุณไม่รังเกียจ _________________________________ ให้มาและพบกับเธอ)

(a) to be asked

(b) you were asked

(c) being asked    (การถูกขอร้อง)

(d) we asked you

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Mind” (รังเกียจ)  + Verb + ing  (Active voice)  แต่ในกรณี  “Passive voice”  ใช้โครงสร้าง  “Mind + being + Verb 3 (รังเกียจการถูก..............)

            -  He didn’t mind carrying the heavy box.

(เขาไม่รังเกียจการแบกกล่องหนักใบนั้น)  (เขาเป็นผู้ทำกริยาแบก)

            -  I don’t mind being punished if I’m wrong.

(ผมไม่รังเกียจการถูกลงโทษ  ถ้าผมผิด)  (ผมเป็นผู้ถูกกระทำ  คือถูกลงโทษ)

             -  They don’t mind being rejected by the company if they are not qualified.

(เขาไม่รังเกียจการถูกปฏิเสธโดยบริษัท (ไม่รับเข้าทำงาน)  ถ้าเขาไม่มีคุณสมบัติพอ)  (พวกเขาเป็นผู้ถูกกระทำ  คือถูกปฏิเสธ)

 

19. Wedding-rings are usually made of ____________________________________.

(แหวนแต่งงานปกติทำด้วย _____________________________________________ )

(a) gold     (ทอง)

(b) golds

(c) a gold

(d) the gold

ตอบ   -   ข้อ    (a)  “Gold”   เป็นนามนับไม่ได้   จึงไม่สามารถใช้  “A”  ขยายข้างหน้า  หรือเติม  “S”  เข้าข้างท้ายคำ   และไม่ใช้กับ  “The”  เพราะไม่ได้ชี้เฉพาะเจาะจง  แต่เป็นการกล่าวถึงทองทั่วๆ ไป

 

20. Wait _____________________________________________; I’m finishing the letter.

(รอ _____________________________________ นะ  ผมกำลังจะเขียนจดหมายให้เสร็จ)

(a) one minute

(b) the minute

(c)  a minute  {ประเดี๋ยวนึง (  นาที)}

(d) minute

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้