หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 266)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Caves and hollow trees are not the only places ________________________.

(ถ้ำและต้นไม้ที่เป็นโพรง  มิใช่เพียงสถานที่แห่งเดียว ______________________ )

(a) where do bats live

(b) bats live where

(c) where bats live    (ที่ค้างคาวอาศัยอยู่)   

(d) where live bats

 

2. __________________________ an increasing international exchange of education films.

( ____________________ การแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นของภาพยนตร์ด้านการศึกษา)

(a) It is

(b) There is    (มี)

(c) Though there is

(d) Although it is

 

3. With affection and humor, poet Phyllis McKinley __________________ of ordinary life.

(ด้วยความรักใคร่-เมตตาและอารมณ์ขัน  กวีฟิลลิส แมคคินลีย์ _________________ ของชีวิตธรรมดาสามัญ)

(a) the virtues were praised

(b) praised the virtues    (สรรเสริญคุณความดี)

(c) she praised the virtues

(d) her praise of the virtues

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นกริยา  (Praised)  และกรรม  (The virtues)  ของประโยค

 

4. In central Georgia, archaeological evidence indicates that Native Americans first inhabited the area _________________.

(ในตอนกลางของรัฐจอร์เจีย  หลักฐานทางโบราณคดีบ่งชี้ว่า  คนอเมริกันพื้นเมือง (อินเดียนแดง) ตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่นี้ครั้งแรก ____________________ )

(a) since thirteen centuries

(b) thirteen centuries ago    (เมื่อ  ๑๓  ศตวรรษมาแล้ว)

(c) the previous thirteen centuries

(d) thirteen centuries were before

 

5. Your mood seems very meditative this evening.

(อารมณ์ของคุณดูเหมือนว่า    ครุ่นคิด-ไตร่ตรอง    อย่างมากค่ำนี้)

(a) gleeful   (ยินดี, ดีใจ, ร่าเริง)

(b) thoughtful   (ครุ่นคิด, ไตร่ตรอง, ใช้ความคิด, คิดหนัก)

(c) desperate   (สิ้นหวัง, หมดหวัง, เข้าตาจน, ที่มีความต้องการอย่างมาก, ร้ายแรงมาก,  อย่างยิ่ง, เหลือเกิน)

(d) stern   (เคร่งขรึม, เอาจริงเอาจัง)

 

6. His winning the award was the highest attainment of his career.

(การชนะ (ได้) รางวัลของเขาเป็น    ความสำเร็จ-การบรรลุผล     สูงที่สุดในอาชีพของเขา)

(a) desire   (ความปรารถนา, ความต้องการอย่างมาก)

(b) subterfuge   (ข้ออ้าง, ข้อแก้ตัว, ข้อหลีกเลี่ยง)

(c) achievement   (ความสำเร็จ, การบรรลุผลสำเร็จ)

(d) ecstasy   (ความปลาบปลื้ม-ปิติสุข, ความยินดี-ดีใจอย่างเหลือล้น)

 

7. Before taking such a test, one had better brush up on his or her vocabulary. 

(ก่อนจะทำการทดสอบดังกล่าว  คนเราควรที่จะ    ปัดฝุ่น-ฟื้นฟูความรู้    คำศัพท์ของเขาหรือเธอ)

(a) translate   (แปลภาษา, แปลความให้เข้าใจง่ายขึ้น)

(b) revise   (แก้ไขใหม่, ปรับปรุงใหม่)

(c) review   (ทบทวน, ตรวจสอบอีก, พิจารณาใหม่, วิจารณ์, สังเกตการณ์)

(d) outline   (ร่างเค้าโครง, ร่างภาพคร่าวๆ, สรุปความ)

 

8. Not only can walking fish live out of water, _________________ they can also travel short distance over land.

(ไม่เพียงแต่ปลาที่เดินได้จะสามารถอาศัยอยู่นอกน้ำเท่านั้น ___________________ พวกมันยังสามารถเดินทางระยะสั้นๆ บนบกอีกด้วย)  (เช่น  ปลาตีน  เป็นต้น)

(a) neither

(b) and

(c) but    (แต่)

(d) if

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เป็นการใช้  “คำคู่”  “Not only………but also (ไม่เพียงแต่..............แต่ยัง.............อีกด้วย),  Either………or (ไม่................ก็..............),  Neither………nor (ไม่ทั้ง.............และ...............),  Both………and (ทั้ง............และ.............),  Hardly………when  (ยังมิทันที่จะ............เมื่อ............)”

 

9. That’s the restaurant _______________________________ had lunch in yesterday.

(นั่นเป็นภัตตาคาร (ที่) _____________________________ กินอาหารกลางวันเมื่อวานนี้)

(a) which

(b) where we

(c) where

(d) we    (เรา)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ทั้งนี้เราสามารถสร้างประโยคที่มีความหมายเหมือนกับประโยคข้างบน  โดยใช้โครงสร้างต่างๆ  คือ

  • That’s the restaurant we had lunch in yesterday.
  • That’s the restaurant which we had lunch in yesterday.
  • That’s the restaurant that we had lunch in yesterday.
  • That’s the restaurant where had lunch yesterday.
  • That’s the restaurant in which we had lunch yesterday.

(Where  =  in which)

หมายเหตุ   -   ห้ามใช้ประโยคข้างล่าง

  • That’s the restaurant in that we had lunch yesterday.

 

10. We have had our lunch already, but Tom and Mary haven’t had _____________ yet.

(เรากินอาหารกลางวันของเราแล้ว  แต่ทอมและแมรี่ยังมิได้กินอาหารกลางวัน _________ เลย)

(a) them

(b) their

(c) they

(d) theirs    (ของพวกเขา)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Theirs  =  their lunch”

 

11. Hardly had he mailed the letter ________________________________________.

(เขายังมิทันที่จะได้ส่งจดหมายเลย ________________________________________ )

(a) than he began to regret writing it

(b) when he began to regret writing it    (เมื่อเขาเริ่มเสียใจที่ได้เขียนมัน)

(c) when he mailed it

(d) then he received one

 

12. The concurrence of the heads of state was totally unexpected.

(การเห็นด้วย-การเห็นพ้อง-การสนับสนุน-การให้ความร่วมมือ    ของประมุขของรัฐ  ไม่เป็นที่คาดหวังโดยสิ้นเชิง)  (คือไม่คาดฝันว่าผู้นำจะตกลงกันได้  แต่ก็สามารถตกลงกันได้)

(a) rejection    (การปฏิเสธ, การไม่เห็นด้วย)

(b) proposal    (ข้อเสนอ)

(c) agreement    (การเห็นด้วย, การเห็นพ้อง, การยินยอม, การตกลงกัน, ข้อตกลง)

(d) objection    (การคัดค้าน, การไม่เห็นด้วย)

 

13. President Donald Trump believes that America must radically alter its traditional economic policy. 

(ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมพ์ เชื่อว่า อเมริกาจะต้อง    เปลี่ยนแปลง    อย่างรุนแรง  ในนโยบายทางเศรษฐกิจแบบดั้งเดิมของตน)

(a) enlarge    (ขยายออก, ทำให้ใหญ่ขึ้น)

(b) change    (เปลี่ยนแปลง)

(c) design    (ออกแบบ)

(d) advocate    (สนับสนุน)

 

14. The history professor gave a synopsis of the events leading to World War I. 

(ศาสตราจารย์ทางประวัติศาสตร์ให้    การสรุปย่อ-สรุปความ-ข้อสรุป-บทสรุป-ใจความสำคัญ-สาระสำคัญ    ของเหตุการณ์ที่นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ ๑)

(a) discussion (การประชุมปรึกษาหารือ)

(b) report    (รายงาน)

(c) preview     (การชมก่อน, การดูก่อนการแสดง, การแสดงก่อน, การฉายหนังก่อน, การฉายหนังตัวอย่างก่อนหนังจริง)

(d) summary    (การสรุป, บทความย่อ, ใจความสำคัญ, สาระสำคัญ)

 

15. I shall ______________________________________ his journey to the North Pole.

(ผมจะ __________________________________ การเดินทางของเขาไปยังขั้วโลกเหนือ)

(a) ask     

(b) ask for

(c) ask about    (ถามเกี่ยวกับ)

(d) ask after    (ถามว่า...........เป็นอย่างไรบ้าง)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ส่วน   “Ask”   ใช้ในโครงสร้าง  เช่น  “I asked her some questions.”  (ผมถามคำถามเธอ),   “He asked me my name.”  (เขาถามชื่อผม),  “I asked her what she wanted.”  (ผมถามเธอว่าเธอต้องการอะไร),  “There is something I want to ask you about.”  (มีบางอย่างที่ผมต้องการถามคุณ  -  เกี่ยวกับมัน),    “I asked him about his trip to London.”  (ผมถามเขาเกี่ยวกับการเดินทางไปลอนดอน),  “She asked her parents for some money.”  (เธอขอเงินจากพ่อแม่ของเธอ),  “I asked for help with my project.”,  (ผมขอความช่วยเหลือเพื่อโครงการของผม),  “She asked for a drink of water.”  (เธอขอน้ำดื่ม),  “This morning Tom had called asking for me.”  (เช้านี้  ทอมโทรศัพท์มาเพื่อขอพูดกับผม),  “She asked after my father.”  (เธอถามว่าพ่อของผมเป็นอย่างไรบ้าง),  เป็นต้น

 

16. Who would you name _____________________ the greatest writer of our times?

(ใครนะที่คุณจะระบุชื่อ _____________________ นักเขียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเรา)

(a) to be

(b) be

(c) as    (ให้เป็น, ในฐานะ)

(d) is

 

17. Do it yourself, ___________________________________________________?

(จงทำมันด้วยตัวของคุณเอง __________________________________________ )

(a) shall we

(b) don’t we

(c) don’t you

(d) will you    (ได้ไหม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากเป็น  “ประโยคคำสั่ง  หรือ  ขอร้อง”  ดูเพิ่มเติมประโยคคำสั่ง-ขอร้อง  หรือ ชักชวน  จากประโยคข้างล่าง

                            ตัวอย่างที่  

  •  Just see if that water is becoming hot, _____________________________?

(ไปดูหน่อยซิว่า  น้ำกำลังร้อน (เดือด) หรือไม่, _____________________________ )

(a) do you

(b) don’t you

(c) won’t you

(d) will you    (ได้ไหม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่ง หรือขอร้อง  ในส่วน  “Tag” จึงต้องใช้   “Will you”   สำหรับ  “If”  ในประโยคนี้  เท่ากับ  “Whether”  (หรือไม่)

                              ตัวอย่างที่  

  •  Do it at once, _________________________________________________?

(จงทำมันโดยทันที ___________________________________________________ )

(a) don’t you

(b) shall we

(c) do you

(d) will you    (ได้ไหม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจาก  “Question tag”   ที่ตามหลังข้อความที่เป็นประโยค   “คำสั่ง, ขอร้อง, เชื้อเชิญ”   ในส่วน  “Tag”   ให้ใช้  “………… will you ?”  เช่น

                   -  Help me carry this box, will you?

(ช่วยผมแบกกล่องใบนี้หน่อย – ได้ไหม)

                  -  Open the window, will you?

(เปิดหน้าต่างหน่อย – ได้ไหม)

                  -  Turn off the light, will you?

(ปิดไฟหน่อย – ได้ไหม)

                 -  Don’t smoke in the room, will you?

(อย่าสูบบุหรี่ในห้องนะ)

                -  Come and see me tomorrow, will you?

(มาพบผมวันพรุ่งนี้ – ได้ไหม)

                                  สำหรับในประโยคเชิญชวน  ที่ขึ้นต้น  “Let’s (Let us)”  ในส่วน Tag  ต้องใช้   “Let’s ……………….., shall we?”   เช่น

            -  Let’s go for a picnic tomorrow, shall we?

(เราไปปิกนิกกันวันพรุ่งนี้ – เอาไหม)

            -  Let’s go for a walk in the evening, shall we?

(เราไปเดินเล่นกันตอนเย็น – เอาไหม)

              -  Let’s go swimming next week, shall we?

(เราไปว่ายน้ำกันสัปดาห์หน้า – เอาไหม)

              -  Let’s not make a loud noise, shall we?

(เราอย่าส่งเสียงดังกันเลย – เอาไหม)

                                   แต่สำหรับประโยคที่ขึ้นต้นด้วย  “Let me”,  “Let him”,  “Let her”   ต้องถือว่าเป็นประโยคขอร้อง  (คือขออนุญาตให้ผู้พูดหรือผู้ที่ถูกกล่าวถึง  ได้กระทำอะไรบางอย่าง)  ดังนั้น   ในส่วน Tag   ต้องใช้ “will you?”   เหมือนในประโยคขอร้องทั่วไป   เช่น

  • Let me tell you something, will you?

(ให้ผมบอกอะไรคุณหน่อยได้ไหม)

  • Let me leave the room now, will you?

(ให้ผมออกจากห้องตอนนี้ได้ไหม)

  • Let him do this for me, will you?

(ให้เขาทำสิ่งนี้แทนผมได้ไหม)

  • Let her do as she likes, will you?

(ให้เธอทำตามที่เธอชอบได้ไหม)

  • Let Kim come in first, will you?

(ให้คิมเข้ามาเป็นคนแรกได้ไหม)

 

18. You need some money, ___________________________________________?

(คุณต้องการเงิน____________________________________________________ )

(a) need you

(b) needn’t you

(c) do you

(d) don’t you    (ใช่หรือไม่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจาก  ในที่นี้   “Need “  หมายถึง  “ต้องการ”  ถือเป็นกริยาธรรมดาตัวหนึ่ง เหมือนกับ  “Walk, Eat, Play, Watch, Like, Smile, etc.”  ในส่วน   “Tag”   จึงต้องใช้  “Verb to do” (Do, Does, Did)  ช่วยเมื่อจะทำเป็นรูปปฏิเสธ  ซึ่งในที่นี้ คือ   “Do”  เพราะประธานประโยค  คือ  “You

 

19. I want everyone _______________________________________________ happy.

(ผมต้องการให้ทุกคน __________________________________สุข)  (หรือ มีความสุข)

(a) be

(b) being

(c) to be    (เป็น)

(d) is

ตอบ   -   ข้อ  (c)   เนื่องจาก  “Want + กรรม + To + Verb 1”  หรือ  “Want +  กรรม+ To + Be + Adjective”  ดูคำอธิบายเกี่ยวกับกริยาที่ใช้แบบเดียวกับ  Want”  จากประโยคข้างล่าง

                              ตัวอย่างที่  

  • We don’t allow anyone __________________________________ in this pond.

(เราไม่อนุญาตให้ใครก็ตาม ______________________________________ ในสระน้ำนี้)

(a) swim

(b) swimming

(c) to swim    (ว่ายน้ำ)

(d) for swimming

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก   Allow + กรรม + to + Verb 1

                             ตัวอย่างที่  

  • He told one of the men _____________________ with his back against the wall. 

(เขาบอกชายคนหนึ่งให้ _________________________ โดยเอาหลังชิด (หรือพิง) กำแพง)

(a) turn and sit

(b) to turn and sit    (หันมาและนั่ง)

(c) turned and sat

(d) turning and sitting

ตอบ  -  ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “Subject + tell + กรรม  + to + Verb 1”  กล่าวคือ

กริยาที่อยู่หลังกรรมรอง (บุคคลหรือสิ่งของ)  ของคำกริยาต่อไปนี้  จะต้องเป็นรูปInfinitive with to”  (To + Verb 1  หรือ To + Be + Adjective)  เสมอ  ได้แก่  “Want  (ต้องการ), Cause  (เป็นเหตุให้),  Force  (บังคับ),Compel  (บังคับ),  Invite  (เชื้อเชิญ),  Advise  (แนะนำ),  Instruct  (แนะนำ, สอน),  Persuade  (ชักชวน, เชิญชวน),  Allow  (อนุญาต, ยอมให้),  Permit  (อนุญาต, ยอมให้),  Encourage  (ส่งเสริม,สนับสนุน),  Press   (กระตุ้น, เร่งรัด, ผลักดัน),Warn  (เตือน),  Order  (สั่ง),  Request  (ร้องขอ),  Tempt  (ยั่วยวน, ยวนใจ),  Teach  (สอน),  Tell  (บอก),  Oblige  (บังคับ, ผูกมัด)”   ตัวอย่างประโยค เช่น

  • We ordered him to leave.

(เราสั่งให้เขาไปซะ)

  • She forced her servant to finish the work by noon.

(เธอบังคับให้สาวใช้ทำงานให้เสร็จในตอนบ่าย)

  • They invited her to go to their party.

(พวกเขาเชิญเธอไปร่วมงานเลี้ยง)

  • The teacher instructed him to study hard.

(ครูแนะนำเขาให้ขยันเรียน)

  • I told him to play outside.

(ผมบอกให้เขาไปเล่นข้างนอก)

  • She taught him (how) to cook.

(หล่อนสอนเขา (วิธี) ปรุงอาหาร)

  • We encouraged her to fight against cancer.

(พวกเราให้กำลังใจเธอต่อสู้กับมะเร็ง)

  • The flood caused the train to move slowly.

(น้ำท่วมเป็นเหตุให้รถไฟเคลื่อนไปอย่างช้าๆ)

  • She requested him to buy her a new dress.

(เธอขอร้องเขาให้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ)

  • The manager advised his staff to work harder.

 (ผู้จัดการแนะให้สต๊าฟของเขาทำงานให้หนักขึ้น)

 

20. Where are you going to _________________________________ your holidays?

(คุณกำลังจะไป ___________________________________ ในวันหยุดของคุณที่ไหน)

(a) use

(b) take

(c) spend    (ใช้เวลา)

(d) have

ตอบ   -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก   “Spend + เวลา, เงิน + (Verb + ing)”  หรือ  “Spend + เงิน+ On + Noun”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

           -  We spend a lot of time reading in the library each day.

(เราใช้เวลามากมายอ่านหนังสือในห้องสมุดทุกวัน)

           -  He spent most of his time in the office.

(เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในสำนักงาน)

           -  She woke early, meaning to spend all day writing.

(เธอตื่นแต่เช้าตรู่  ต้องการใช้เวลาตลอดทั้งวันในการเขียน – นิยาย, ตำรา, บทความ)

          -  What a way to spend a weekend!

(มันช่างเป็นวิธีการที่วิเศษอะไรเช่นนี้  ในการใช้เวลาในวันหยุดสัปดาห์)

         -  We found a hotel where we could spend the night.

(เราพบโรงแรมซึ่งเราสามารถพักค้างคืนได้)

         -  I’ve spent all my life in this town.

(ผมใช้เวลาตลอดทั้งชีวิตในเมืองนี้)

         -  He spent a lot of effort organizing that trip.

(ผมใช้ความพยายามมากมายในการจัดการเดินทางครั้งนั้น)

         -  We always spend a lot of money on parties.

(เราใช้เงินมากมายเสมอกับงานเลี้ยง)

         -  Whenever I go there, I get the urge to spend.

(เมื่อใดก็ตามที่ผมไปที่นั่น  ผมมีแรงกระตุ้นให้ใช้จ่ายเงิน)

        -  The buildings need a lot of money spent on them.

(อาคารเหล่านี้ต้องการเงินมากมายเพื่อใช้จ่ายกับมัน  -  หมายถึงเพื่อการก่อสร้างหรือซ่อมแซม)

                                   สำหรับ  “Use”  เมื่อหมายถึง   “ใช้”  มีการใช้ในประโยคดังตัวอย่าง

  • We use a knife to peel off the mangoes.

(เราใช้มีดปอกเปลือกมะม่วงเหล่านั้น)

  • He wants to use the phone.

(เขาต้องการใช้โทรศัพท์)

  • He walked over to a closet that he used for hanging up his clothes.

(เขาเดินไปที่ตู้ฝังเข้ากับข้างฝา ซึ่งเขาใช้แขวนเสื้อผ้า)

  • No violence was used.

(ไม่มีการใช้ความรุนแรง)

  • Can you actually use computers to diagnose illness?

(คุณสามารถใช้คอมพิวเตอร์เพื่อวิเคราะห์ความเจ็บป่วยได้จริงๆไหม)

  • The new machine is easy to use.

(เครื่องจักรอันใหม่ใช้งานได้ง่าย)

  • Who has used all my shampoo?

(ใครใช้ยาสระผมของผมเสียจนหมด)

  • Before the Second World War we used a negligible amount of oil.

(ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ เราใช้น้ำมันปริมาณน้อยมาก)

  • We have to use our initiative.

(เราจำเป็นต้องใช้ความคิดริเริ่ม)

  • He had got brains but would not use them.

(เขามีสมอง  แต่ไม่ยอมใช้มัน)

  • Efforts are being made to use these assets.

(กำลังมีความพยายามที่จะใช้ทรัพย์สิน-ของมีค่าเหล่านี้)

  • It was the perfume my wife had used.

(มันเป็นน้ำหอมที่ภรรยาของผมใช้)

  • A woman should be able to use her looks to her advantage.

(ผู้หญิงควรสามารถที่จะใช้รูปร่างหน้าตาของตนให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้