หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 264)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. _______________________ want to lose _______________________ money.

( __________________________ ต้องการสูญเสียเงิน ______________________)

(a) Wealth doesn’t __________ his    (“Wealth”  =  ความมั่งคั่ง, ความร่ำรวย)

(b) Wealthy men don’t __________ his

(c) The wealthy don’t __________ their    (คนร่ำรวยไม่ ______ ของตน)

(d) Wealthy man doesn’t __________ his

ตอบ   -   ข้อ    (c)   “The wealthy”  ถือเป็นคำนามพหูพจน์  หมายถึง  “คนร่ำรวย”  ดังนั้น  จึงต้องใช้กับ  “Their)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “The”  นำหน้าคำคุณศัพท์  แล้วกลายเป็นคำนามพหูพจน์  จากประโยคข้างล่าง

(หมายเหตุ   -   สำหรับข้อ    นี้  อาจตอบ  ข้อ  (b)  แต่ต้องแก้  “His”  เป็น  “Their” หรือตอบ  ข้อ   (d)  แต่ต้องแก้  “Wealthy man doesn’t”  เป็น  “A wealthy man doesn’t”  ก็ได้

                            ตัวอย่างที่ 

  • ____________________ can be trained to help ______________________.

(____________________ สามารถได้รับการฝึกฝนให้ช่วยเหลือ __________________ )

(a) The blind ____________ himself

(b) A blind ____________ himself

(c) The blind ____________ themselves    (คนตาบอด ................. ตนเอง)

(d) Blind _____________ themselves

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “The blind”  =  “คนจน”  ถือเป็นคำนามพหูพจน์  จึงต้องใช้กับ   Themselves”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมคำพหูพจน์ประเภทนี้  จากประโยคข้างล่าง

                            ตัวอย่างที่ 

  • The blind ________________________________ unable to see anything.

(คนตาบอด _________________________________ ไม่สามารถมองเห็นอะไรเลย)

(a) is

(b) are

(c) was

(d) were

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  เป็นการเอา   “The”  มานำหน้าคำคุณศัพท์  “blind”  ทำให้กลายเป็นคำนาม  หมายถึง   “คนตาบอด”   ซึ่งถือเป็นคำนามพหูพจน์  จึงต้องใช้กับกริยา  “Are” หรือ “Have”  ดังตัวอย่างอื่นๆ   เช่น

        -  The rich are not always happy.

(คนรวยไม่ได้มีความสุขเสมอไป)

         -  The poor have no home to live in.

(คนจนไม่มีบ้านอาศัยอยู่)

         -  The deaf hear nothing.

(คนหูหนวกไม่ได้ยินอะไรเลย)

          -  In the old days the elderly were taken good care of.

(ในสมัยก่อน  ผู้สูงอายุได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดี)

                                       ดูเพิ่มเติมการใช้   “The” นำหน้าคำคุณศัพท์แล้วกลายเป็นคำนามพหูพจน์  จากประโยคข้างล่าง

                            ตัวอย่างที่          จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ (๑) – (๔)

  • The American Red Cross is (1) one of the volunteer (2) organizations (3) which purpose is to help (4) the sick and the needy.

(กาชาดอเมริกันเป็นหนึ่งในบรรดาองค์กรอาสาสมัคร  ซึ่งวัตถุประสงค์ของมันคือ  ช่วยคนเจ็บป่วยและคนยากคนจน)

ตอบ   –   ข้อ   ๓   แก้เป็น   “whose”  เนื่องจากแสดงความเป็นเจ้าของ (วัตถุประสงค์ของมัน)  และนำหน้าอนุประโยค  (whose purpose…………………..the needy)  สำหรับข้อ  ๔  ถูกต้องแล้ว  เพราะเราใช้   “The”นำหน้าคำคุณศัพท์ (sick และ needy) หมายถึงบุคคลประเภทนั้นๆ   (“คนป่วย” และ “คนยากคนจน”)  และถือเป็นคำพหูพจน์ด้วย  ต้องใช้กับกริยา   “are, were, have”   เช่น “the poor”  (คนจน)  “the rich” (คนรวย)  “the wise”  (คนฉลาด, นักปราชญ์)  “the brave”  (คนกล้าหาญ)  “the elderly” (คนสูงอายุ)  “the young” (คนหนุ่มสาว)  “the old”  (คนแก่)   นอกจากนั้น   “Verb + ing” (Present participle)  และ กริยาช่องที่ ๓  (Past participle)   ซึ่งถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง   แต่เมื่อนำหน้าด้วย  “The”  เช่น “the dying” (คนที่กำลังจะตาย)  หรือ  “the wounded”  (คนเจ็บ)  “the injured”  (คนเจ็บ)   ก็ถือเป็นคำนามประเภทหนึ่งเช่นเดียวกัน    และถือเป็นคำพหูพจน์ด้วย   และใช้กับกริยา    “are, were, have”  เช่นกัน  ดังตัวอย่างประโยค

       -  The rich are not many in society.

(คนรวยมีไม่มากในสังคม)

       -  The poor have asked for help from the government

(คนจนได้ขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลแล้ว)

       -  In the old days, the elderly were highly respected by the young.

(ในสมัยก่อน  ผู้สูงอายุได้รับความเคารพอย่างสูงจากคนหนุ่มสาว)

         -  The wounded were taken to hospital.

(คนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาล)

         -  The dying were being attended by the doctors.

(ผู้ที่กำลังจะตายกำลังได้รับการดูแลจากแพทย์)

         -  The wise are cleverer (= more clever) than general people.

(คนฉลาดมีความฉลาดมากกว่าคนทั่วๆไป)

 

2. She was quite at __________________ to explain her boyfriend’s disappearance.

(เธอ _______________________ ทีเดียว  ที่จะอธิบายการหายตัวไปของแฟนของเธอ)

(a) loss

(b) the loss

(c) a loss    (“At a loss”  =  ไม่รู้จะทำอย่างไร, จนปัญญา, ทำอะไรไม่ถูก, งุนงง)

(d) losses

 

3. We’ve read __________________________________________ detective stories.

(เราได้อ่านเรื่องนักสืบ ________________________________________________ )

(a) a hundreds

(b) hundred

(c) hundred of

(d) hundreds of    (หลายร้อยเล่ม)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   หรืออาจตอบ   “A hundred of”  (หนึ่งร้อยเล่ม)  ก็ได้

 

4. The building ___________________________________ in the magazine is a factory.

(อาคาร (ซึ่งถูก) _______________________________ ในแมกกาซีนเล่มนั้น  คือ โรงงาน)

(a) mentioning

(b) mentioned    (กล่าวถึง)

(c) mentions

(d) be mentioned

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  “The building………… which is (was) mentioned in the magazine”  สำหรับประโยคใหญ่  (Main clause)  คือ  “The building is a factory”

 

5. Some desert reptiles, being cold-blooded, become dormant in midsummer. 

(สัตว์เลื้อยคลานในทะเลทรายบางชนิด,  เป็นสัตว์เลือดเย็น,   จะ    อยู่เฉยๆ-ไม่เคลื่อนที่-หยุดเคลื่อนไหวชั่วคราว    ในช่วงกลางฤดูร้อน)

(a) inactive   (เฉื่อยชา, อยู่เฉยๆ, ไม่ทำอะไร, ไม่เคลื่อนไหว, ขี้เกียจ)

(b) aggressive    (ก้าวร้าว, รุกราน)

(c) sensitive    (อ่อนไหว, ไวต่อความรู้สึก)

(d) feverish    (เป็นไข้, มีไข้, คล้ายอาการเป็นไข้, ซึ่งทำให้เกิดไข้ได้, ตื่นเต้น, กระสับ

กระส่าย)

 

6. The most pressing problem any economic system faces is how to use its scarce resources. 

(ปัญหา    ด่วน-รีบด่วน-กด-ทับ-อัด-บีบ    ที่สุด ที่ระบบเศรษฐกิจใดๆเผชิญ  คือ  จะใช้ทรัพยากรที่ขาดแคลน-ไม่เพียงพอ-หายาก ของมัน (ระบบ) อย่างไร)

(a) puzzling    (น่างงงวย, น่าฉงนสนเท่ห์)

(b) outstanding    (เด่น, มีชื่อเสียง)

(c) incontrovertible    (ไม่สามารถโต้เถียงได้, ไม่สามารถแย้งได้, ที่ไม่มีทางโต้แย้ง, ที่ลบล้างไม่ได้)

(d) urgent    (เร่งด่วน, เร่งรีบ, ฉุกเฉิน)

 

7. A conscientious (คอน-ชิ-เอ๊น-ชัส) teacher spends hours preparing for classes and correcting students’ papers. 

(ครูที่    รอบคอบ-ระมัดระวัง-มีสติรู้ผิดรู้ชอบ    ใช้เวลาหลายชั่วโมงเตรียมตัวเพื่อชั้นเรียนต่างๆ  และตรวจแก้ไขรายงานของนักเรียน)

(a) creative    (สร้างสรรค์, เจ้าความคิด, ช่างประดิษฐ์)

(b) proficient    (โพร-ฟิช-เชี่ยนท)  (เชี่ยวชาญ, ชำนิชำนาญ, คล่องแคล่ว)

(c) renowned    (ริ-เนาน-ดึ)  (มีชื่อเสียง, มีกิตติศัพท์เลื่องลือ, มีเกียรติคุณ)

(d) careful    (รอบคอบ, ระมัดระวัง)

 

8. He went out, _____________________________________________ to find her.

(เขาออกไปข้างนอก _______________________________________ ที่จะได้พบเธอ)

(a) to expect

(b) expected

(c) expect

(d) expecting    (คาดหวัง)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากลดรูปมาจาก  “He went out, and expected to find her.”

 

9. I used to play a lot of football at school, but _______ I am older, I don’t have enough time.

(ผมเคยเล่นฟุตบอลมากที่โรงเรียน (ในอดีต)  แต่ _______________ ผมอายุมากขึ้น  (ในปัจจุบัน)  ผมไม่มีเวลาพอ  -  ที่จะเล่น)

(a) when

(b) however

(c) now that    (เพราะว่า)

(d) for

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากใจความดีกว่า  ข้อ   (a)   เพราะบอกเหตุผล  ว่าทำไมจึงไม่เล่นฟุตบอลในปัจจุบัน

 

10. She broke a __________________________________ while she was washing up.

(เธอทำ _____________________________________ แตก  ในขณะที่เธอกำลังล้างจาน)

(a) glass wine

(b) wine glass    (แก้วไวน์)

(c) glass for wine

(d) glass of wine

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นการใช้คำนามขยายคำนาม  ซึ่งเรียกว่า  “นามประกอบ”  (Compound noun)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                           ตัวอย่างที่ 

  • Jim bought his new shoes from the _______________________ near his house.

(จิมซื้อรองเท้าใหม่จาก _____________________________________ ใกล้บ้านของเขา)

(a) shoes’ store

(b) shoes store

(c) shoes’s store

(d) shoe store    (ร้านรองเท้า)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการใช้นามขยายนาม  หรือ  “นามประกอบ”  (Compound noun)  โดยนามตัวหน้ามักอยู่ในรูปเอกพจน์เสมอ  และถ้าต้องการใช้คำนามประกอบในรูปพหูพจน์  จะแสดงรูปพหูพจน์ที่คำนามตัวหลัง ตัวอย่าง เช่น

   -  service bus (es)  (รถบริการ – คือรถรับ-ส่งพนักงาน)

   -  bus service   (บริการรถประจำทาง)

   -  flower garden (s)  (สวนดอกไม้)

    -  color television (s)   (ทีวีสี)

   -  room number (s)   (หมายเลขห้อง)

   -  bookstore (s)   (ร้านขายหนังสือ)

   -  development plan (s)   (แผนการพัฒนา)

   -  population increase   (การเพิ่มประชากร)

   -  table lamp (s)   (ตะเกียง-โคมไฟตั้งโต๊ะ)

   -  war criminal (s)   (อาชญากรสงคราม)

   -  traffic jam   (รถติด)

   -  newspaper article   (บทความหนังสือพิมพ์)

   -  conference room   (ห้องประชุม)

   -  peace talk   (การเจรจาสันติภาพ)

   -  car key   (กุญแจรถ)

   -  car park   (ที่จอดรถ)

   -  railway station   (สถานีรถไฟ)

   -  art exhibition   (นิทรรศการศิลปะ)

   -  show room   (ห้องแสดงสินค้า หรือตัวอย่างสินค้า)

   -  show business   (ธุรกิจการแสดง)

   -  flood victim   (เหยื่ออุทกภัย)

   -  energy management   (การบริหารพลังงาน)

   -  drain pipe   (ท่อระบายน้ำ)

   -  wastewater disposal   (การกำจัดน้ำเสีย)

   -  energy conservation   (การอนุรักษ์พลังงาน)

   -  interest rate   (อัตราดอกเบี้ย)

   -  premium payment   (การจ่ายเบี้ยประกัน)

   -  office building   (อาคารสำนักงาน)

   -  rubbish bin   (ถังขยะ)

   -  community development   (การพัฒนาชุมชน)

   -  road safety rally   (การรณรงค์ความปลอดภัยบนถนน)

   -  flood relief center   (ศูนย์บรรเทาน้ำท่วม)

   -  production method   (วิธีการผลิต)

   -  goods outlet  (ตลาด-ช่องทางระบายสินค้า)

   -  distribution channel   (ช่องทางการจำหน่าย)

  -  contract period  (ระยะเวลาของสัญญา)

  -  loan amount limit   (การจำกัดปริมาณเงินกู้)

  -  debt payment   (การชำระหนี้)

  -  audit procedure   (กระบวนการตรวจสอบ)

  -  risk assessment   (การประเมินความเสี่ยง)

   -  reforestation activity   (กิจกรรมการปลูกป่า)

   -  government sector   (ภาครัฐบาล)

   -  tourism sector   (ภาคการท่องเที่ยว)

   -  border patrol police school   (โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน)

   -  toilet construction   (การสร้างห้องน้ำ)

   -  implementation plan   (แผนการดำเนินงาน)

   -  duty performance   (การปฏิบัติหน้าที่)

   -  business partner   (คู่ค้า, หุ้นส่วนธุรกิจ)

   -  business competitor   (คู่แข่งทางธุรกิจ)

   -  business growth   (การเติบโตของธุรกิจ)

   -  emergency use   (การใช้กรณีฉุกเฉิน)

   -  donation reception   (การรับบริจาค)

   -   wood house (s)   (บ้านไม้)

   -  steel table (s)   (โต๊ะเหล็ก)

   -  government policy  (นโยบายรัฐบาล)

   -  personnel development   (การพัฒนาบุคลากร)

   -  insurance policy   (กรมธรรม์ประกันภัย)

   -  growth rate   (อัตราการเติบโต)

    -  oil price rise  (การขึ้นราคาน้ำมัน)

    -  birthday party   (งานเลี้ยงวันเกิด)

    -  dividend payment   (การจ่ายเงินปันผล)

    -  debt payment  (การชำระหนี้)

    -  income tax deduction   (การหักภาษีเงินได้)

    -  motor insurance   (การประกันภัยรถยนต์)

    -  fire insurance   (การประกันอัคคีภัย)

    -  capital market   (ตลาดทุน)

    -  exchange rate (s)   (อัตราการแลกเปลี่ยน)

    -  traffic problem (s)  (ปัญหาจราจร)

    -  greenhouse gas   (กาซเรือนกระจก)

    -  tourism sector   (ภาคการท่องเที่ยว)

    -  climate change   (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ)

    -  terrorism risk (s)  (การเสี่ยงภัยการก่อการร้าย)

    -  commodity price (s)  (ราคาสินค้า)

    -  price competition   (การแข่งขันด้านราคา)

    -  household debt   (หนี้ครัวเรือน)

    -  car sale (s)   (การขายรถยนต์)

    -  distribution channel   (ช่องทางการจำหน่าย)

    -  accident occurrence   (การเกิดอุบัติเหตุ)

    -  branch office (s)   (สำนักงานสาขา)

    -  insurance company   (บริษัทประกันภัย)

    -  business partner (s)   (คู่ค้า)

    -  leather belt   (เข็มขัดหนัง)

    - business transaction (s)   (การดำเนินธุรกิจ)

    - business mind   (จิตใจคิดแต่เรื่องธุรกิจ)

    - heart disease treatment   (การรักษาโรคหัวใจ)

 

11. Never put _____________________________ until tomorrow what you can do today.

(จงอย่า _______________________ จนกระทั่งวันพรุ่งนี้  ในสิ่งที่คุณสามารถทำได้ในวันนี้)

(a) on    (“Put on”  =  “สวม, ใส่”)

(b) out    (“Put out”  =  “ดับไฟ”)

(c) off    (“Put off”  =  “ผัดวันประกันพรุ่ง, เลื่อนเวลาออกไป)

(d) away    (“Put away”  =  “เอาไปเก็บเข้าที่”)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นสุภาษิต  หมายถึง  “จงอย่าผัดวันประกันพรุ่ง”

 

12. A flexible program that is tailored to exactly meet a child’s needs is a big advantage of home schooling. 

(โปรแกรมที่ยืดหยุ่นซึ่งถูก    ดัดแปลง-ปรับ-ตัดต่อ-ตัดเสื้อ    เพื่อสนองความต้องการของเด็กได้อย่างถ่องแท้นั้น  เป็นข้อได้เปรียบที่ใหญ่โตของการเรียนการสอนที่บ้าน)

(a) funded    (อุดหนุนเงิน, สนับสนุนเงิน)

(b) anticipated    (คาดหวัง, มุ่งหวัง, ทำนาย)

(c) adapted    (ปรับ, ดัดแปลง)

(d) arranged    (จัดแจง, เตรียมการ)

 

13. Global migration has increased in the twentieth century as war and starvation have reached new intensity. 

(การอพยพของโลกได้เพิ่มขึ้นในศตวรรษที่  ๒๐  เมื่อสงครามและ    ความอดอยากขาดแคลน-ความหิวโหย-การอดอาหารตาย    ได้มาถึงความเข้มข้น-รุนแรงแบบใหม่  -  คือรุนแรงมากกว่าเดิมอย่างมาก)

(a) devastation    (การทำลาย, การล้างผลาญ)

(b) chaos    (เค-ออส)  (การจลาจล, ความสับสนอลหม่าน, ความโกลาหล)

(c) epidemic    (โรคระบาด)

(d) famine    (ทุพภิกขภัย, ความอดอยาก, ภาวะข้าวยากหมากแพง, ความขาดแคลนอย่างรุนแรง, การอดตาย, ความหิวจัด)

 

14. The production of electric cars is hampered by the limited energy supply of their batteries.  

(การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าถูก    ขัดขวาง-สกัดกั้น-เป็นอุปสรรค    โดยปริมาณพลังงานที่จำกัดของแบตเตอรี่รถยนต์)

(a) doomed    (กำหนด, พิพากษา, ชี้ชะตากรรม, ประณาม)

(b) hindered    (ขัดขวาง, สกัดกั้น, เป็นอุปสรรค)

(c) aggravated    (ทำให้แย่ลง, ทำให้เลวลง)

(d) obliterated    (ทำลายสิ้นเชิง, กำจัด, ขจัด, ตัดทิ้ง, ขัดออก, ลบออก, ถูออก)

 

15. That friend of yours is very fond of _____________________________________.

(เพื่อนคนนั้นของคุณชอบ ________________________________________ มากเลย)

(a) a fun

(b) fun    (ความสนุกสนาน, ความขบขัน, เรื่องน่าขัน, การหยอกล้อ)

(c) funs

(d) the funs

(e) funny    (สนุกสนาน, ขบขัน)  (เป็นคำคุณศัพท์)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Fun”  เป็นคำนามนับไม่ได้   จึงไม่สามารถใช้กับ  ข้อ  (a), (c) และ  (d)   ได้  และหลัง  “Preposition”  (Of)   ต้องเป็นคำนาม

 

16. The cruel murderer begged for mercy, but the Judge would not ____________ him.

(เจ้าฆาตกรจอมโหดร้องขอความเมตตา  แต่ผู้พิพากษาจะไม่ _____________ เขาหรอก)

(a) listen

(b) listen to    (ฟัง)

(c) hear about    (ได้ยินเกี่ยวกับ)

(d) hear    (ได้ยิน)

(e) hear of

(f) hear from    (ได้ยินจาก)

 

17. Nobody would like to be without ____________________________________ light.

(ไม่มีใครอยากจะอยู่โดยปราศจากแสง _____________________________________ )

(a) electrical    (เกี่ยวกับไฟฟ้า, ทางไฟฟ้า)

(b) electric    (ไฟฟ้า, ซึ่งใช้ไฟฟ้า)

(c) electricity    (กระแสไฟฟ้า)

(d) electrify    (อัดไฟฟ้า, ปล่อยกระแสไฟฟ้า, ทำให้มีกระแสไฟฟ้าใช้)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เช่น   “Electric light bulb” (หลอดไฟฟ้า),  “Electric fan”  (พัดลมไฟฟ้า),  “Electric rice cooker” (หม้อหุงข้าวไฟฟ้า),  “Electric motor” (มอเตอร์ไฟฟ้า),  “Electric current” (กระแสไฟฟ้า),  “Electric plug” (ปลั๊กไฟฟ้า)

                                   แต่ใช้   “Electrical system”  (ระบบไฟฟ้า),  “Electrical energy”  (พลังงานไฟฟ้า,  “Electrical goods” (สินค้าเครื่องไฟฟ้า),  “Electrical industries” (อุตสาหกรรมด้านไฟฟ้า),  “Electrical engineering”  (วิศวกรรมไฟฟ้า),  “Electrical engineer”  (วิศกรไฟฟ้า),    เป็นต้น

 

18. I spent a lot of money _______________________________________ my house.

(ผมใช้เงินมากมาย __________________________________________ บ้านของผม)

(a) in repairing

(b) for repairing

(c) on repairing    (ไปกับการซ่อมแซม,  ในการซ่อมแซม)

(d) for having repaired

 

19. Have you managed __________________________ enough money for the journey?

(คุณประสบความสำเร็จ (สามารถ) __________ เงินพอเพียงสำหรับการเดินทางหรือเปล่า)

(a) to save    (ประหยัด, ออม)

(b) to safe

(c) in saving

(d) to saving

ตอบ   -   ข้อ   (a)  “Manage” (ประสบความสำเร็จ, สามารถ, จัดการ)  + To + Verb 1  ส่วน  “Safe”  เป็นคำคุณศัพท์  หมายถึง  “ปลอดภัย, ไม่มีอันตราย

 

20. Hardly ___________________________________ when the football match began.

(_________________________________________ เมื่อการแข่งขันฟุตบอลเริ่มต้นขึ้น)

(a) we had reached the field

(b) had we reached the field    (เรายังมิใคร่ (hardly) จะไปถึงสนามเลย)

(c) we reached the field

(d) did we reached the field

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Hardly + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb  (แท้)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                              ตัวอย่างที่  

  •  Never before in my life __________________ with such a wonderful welcome.  

(ไม่เคยมาก่อนเลยในชีวิตของผมที่ _________________ กับการต้อนรับที่วิเศษเช่นนั้น)

(a) I have met

(b) I meet

(c) have I met   (ผมได้พบ)

(d) I met

ตอบ   -   ข้อ   (c)

                               ตัวอย่างที่  

  • Not only ___________________________________, but he also took his wife.

(ไม่เพียงแต่  ____________________ เท่านั้น  แต่เขายังพาภรรยาไปด้วย)  (= เขาไม่เพียงแต่ไปเท่านั้น  แต่เขายัง....................................)

(a) he went

(b) did he go   (เขาไป)

(c) had he gone

(d) went he

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “Not only + Verb (พิเศษ) + Subject + Verb (แท้) เช่น “Not only did she go…..”  “Not only have they seen………”  “Not only will we play……….”  สำหรับ  “Not only” (ไม่เพียงแต่..........เท่านั้น)   และกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์  ที่โดยปกติวางไว้ข้างในประโยค   อาจจะเอามาวางไว้หน้าประโยค  เพื่อแสดงการเน้นคำนั้นๆ   คำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีความหมายปฏิเสธ  เช่น  “Never (ไม่เคยเลย), Hardly  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ), Seldom  (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ),  Never before  (ไม่เคยมาก่อนเลย),  Never in my life   (ไม่เคยเลยในชีวิต),  No sooner, In vain   (ล้มเหลว, ไม่สำเร็จ),  Not often, Not only  (ไม่เพียงแต่),  Not even once  (ไม่แม้แต่ครั้งเดียว),  Not until   (ไม่จนกระทั่ง)  อย่างไรก็ตาม  จะต้องเรียงรูปประโยคใหม่  ดังนี้ คือ  {Not only (never, no sooner (ในทันทีที่), hardly, never in my life, not until, etc.) + helping verb  (has, have, had, is, are, was, were, will, would, shall, should, can, could, may, might must, etc.) + subject + verb (แท้)เช่น

  • Never before has she seen such a beautiful place.

(ไม่เคยมาก่อนเลยที่เธอได้เคยเห็นสถานที่ที่สวยงามเช่นนั้น – เน้นตรงคำว่า  “ไม่เคยมาก่อนเลย”)

(= She has never before seen such a beautiful place.)

(= She has never seen such a beautiful place before.)

  • No sooner had he left than she arrived.

(ในทันทีที่เขาจากไป  เธอก็มาถึง  –  เน้นตรงคำว่า  “ในทันทีที่”)

(= He had no sooner left than she arrived.)

  • Hardly have I met my old college friends.

(ผมแทบจะไม่ได้เจอเพื่อนเก่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยเลย  –  เน้นตรงคำว่า  “แทบจะไม่”)

(= I have hardly met my old college friends.)

                                   ทั้งนี้  สามารถสรุปโครงสร้างประโยคที่มีการเน้นแบบนี้  คือ

  • Never before (Never) + have + I + seen + such a beautiful place.  

(ไม่เคยมาก่อนเลย  ที่ผมได้เห็นสถานที่สวยงามเช่นนั้น)

  • Hardly (Seldom) + has + she + met + her old college friends.
  • Never + กริยาพิเศษ  + subject  + กริยาแท้  +ส่วนขยาย
  • Never has he seen his father since he divorced his mother.

(เขาไม่เคยได้พบพ่อเลย  ตั้งแต่ที่พ่อหย่าร้างกับแม่)

 

21. These shoes are ______________________________________________.

(รองเท้าเหล่านี้เป็น _______________________________________________ )

(a) my wife    (ภรรยาของผม)

(b) my wife’s    (ของภรรยาของผม)

(c) my wives

(d) of my wife    (ไม่ใช้รูปนี้)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้