หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 262)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. The bus station is ten _____________________________________ walk from here.

(สถานีรถประจำทาง  เดินสิบ ___________ จากที่นี่)  (คือ  อยู่ห่างออกไปโดยเดิน  ๑๐  นาที)

(a) minutes

(b) minutes’    (นาที)

(c) minute

(d) minutes by

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                             ตัวอย่างที่ 

  • The landlord said that the tenant owed several ________________________.

(เจ้าของบ้านกล่าวว่า  ผู้เช่าบ้านเป็นหนี้ ____________________________________ )

(a) rent weeks

(b) weeks rent

(c) week rent

(d) weeks’ rent    (ค่าเช่าหลายสัปดาห์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                              ตัวอย่างที่ 

  • They understood the problem after half an _____________________ explanation.

(พวกเขาเข้าใจปัญหา  หลังจากการอธิบายครึ่ง _________________________________ )

(a) hours

(b) day’s

(c) hour’s    (ชั่วโมง)

(d) our

ตอบ   -   ข้อ   (c) 

                                ตัวอย่างที่ 

  • The mountain was a _____________________________________ from the village.

(ภูเขานั้นเป็น__________ จากหมู่บ้าน)  (คือ  ภูเขาลูกนั้นใช้เวลาเดินทาง  ๑  วัน จากหมู่บ้าน)

(a) day’s journey   (การเดินทาง (ระยะ)  ๑  วัน)

(b) journey of a day

(c) journey for a day

(d) journey in a day

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เป็นการใช้ในแบบ  “Apostrophe S”  คือ  แสดงความเป็นเจ้าของ  “การเดินทางของ  ๑  วัน”  หรือ อาจเขียนได้อีกแบบ  คือ  “a one-day journey from……..”  ดูตัวอย่างเพิ่มเติมจากข้างล่าง

  • A moment’s pause    (การหยุดชั่วครู่หนึ่ง)
  • A month’s rent    (ค่าเช่า   เดือน)
  • A week’s holiday  (วันหยุด    สัปดาห์)
  • Two months’ notice  (การแจ้งให้ทราบล่วงหน้า    เดือน)
  • Three weeks’ journey  (การเดินทางนาน    สัปดาห์)
  • Four years’ time  (ระยะเวลา    ปี)

 

2. It is her job to wipe the tables __________________________________________.

(มันเป็นงานของเธอที่จะเช็ดถูโต๊ะให้ _______________________________________ )

(a) cleanly

(b) cleanliness

(c) cleaning

(d) clean    (สะอาด)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นตามโครงสร้าง  “Wipe + กรรม + Adjective”  รูปแบบเดียวกับโครงสร้าง  “Make + กรรม + Adjective”    เช่น  “Make her happy”  (ทำให้เธอมีความสุข),  “Make him sad”  (ทำให้เขาเศร้าใจ),  เป็นต้น

 

3. The work must be done, ___________________________________ difficult it may be.

(จะต้องทำงานนั้น, _____________________ มันอาจจะยาก ______________________ )

(a) whatever

(b) however    (ไม่ว่า  ................(มันอาจจะยาก)...............  อย่างไรก็ตาม)

(c) no matter

(d) how

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                              ตัวอย่างที่ 

  • ____________________________________________________, she is unhappy.

(_______________________________________________________,  เธอไม่มีความสุข)

(a) However she is wealthy

(b) However wealthy she may be    (ไม่ว่าเธออาจจะร่ำรวยอย่างไรก็ตาม)

(c) However wealth she has

(d) However she has wealth

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง   “However + Adjective + Subject + is (are, was, were), + Subject + verb)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง  เปรียบเทียบกับ   “Whatever”

                                 ตัวอย่างที่  

  • ____________________ the truth may have been, many Thai people concluded that the previous government was clearly to blame for the corruption and the police’s abuse of power.

{(ไม่ว่า) ความจริงจะเป็น ________________________  คนไทยจำนวนมากสรุปว่า  รัฐบาลชุดก่อนควรถูกตำหนิอย่างชัดเจนสำหรับการทุจริต  และการใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้องของตำรวจ}

(a) Whoever   (ใครก็ตาม)

(b) However   (อย่างไรก็ตาม)

(c) Whatever    (อะไรก็ตาม, อย่างไรก็ตาม)

(d) Whenever    (เมื่อไรก็ตาม)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูการใช้   “Whatever” จากประโยคข้างล่าง

                             ตัวอย่างที่  

  • ___________________________________ you may say, I still think I am right.

(คุณอาจจะพูด ________________________________ ผมยังคงคิดว่าผมเป็นฝ่ายถูก)

(a) However   (อย่างไรก็ตาม, อย่างไรก็ดี)

(b) Whatever   {ไม่ว่า (คุณอาจจะพูด) อะไรก็ตาม}

(c) Though   (ถึงแม้ว่า)

(d) As   (เพราะว่า, ในขณะที่)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Whatever”  และ  “However” จากประโยคข้างล่าง

  • Whatever he may say, she doesn’t believe him.

(ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ตาม  เธอไม่เชื่อเขาเลย)

  • Whatever happens, keep calm.

(ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม  ให้นิ่งเข้าไว้  - หรือใจเย็นเข้าไว้)

  •  He volunteered to do whatever he could.

(เขารับอาสาทำ  อะไรก็ตามที่เขาสามารถทำได้)

  •  Bill had given up whatever hopes he may have had.

(บิลได้ยกเลิกความหวังอะไรก็ตาม  ที่เขาอาจจะเคยมี)

  •  I have to bring my family back whatever happens.

(ผมจำเป็นต้องนำครอบครัวกลับมา  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม)

  • Whatever you do, don’t take a trip to the Arctic.

(ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม  จงอย่าเดินทางไปอาร์คติก  - หรือขั้วโลกเหนือ)

  • He will never succeed however hard he may try.

(เขาจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ  ไม่ว่าเขาจะพยายามอย่างหนักอย่างไรก็ตาม)

  • However quickly they walked, they could not catch the bus.

(ไม่ว่าพวกเขาจะเดินเร็วอย่างไรก็ตาม  พวกเขาไม่สามารถไปขึ้นรถได้ทัน)

  • However carefully she walked, she was hit by a car.

(ไม่ว่าเธอจะเดินอย่างระมัดระวังอย่างไรก็ตาม  เธอถูกรถชน)

  • He studied hard; however, he did not pass the exam.

(เขาขยันเรียน   อย่างไรก็ตาม (= แต่)  เขาสอบตก)

 

4. It was the third book he ______________________________________ this week.

(มันเป้นหนังสือเล่มที่สามที่เขา ___________________________________ สัปดาห์นี้)

(a) read

(b) had read

(c) would have read

(d) was reading

ตอบ   -   ข้อ    (b)  เนื่องจากอนุประโยคที่ตามหลังข้อความ (ประโยคใหญ่)   “This (It) is the first (second) time” =  นี่เป็นครั้งแรก (ครั้งที่ ๒)  ให้ใช้รูป  “Present perfect tense”  เช่น

  • This is the first time I have tried to play golf.

(นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้พยายามเล่นกอล์ฟ)

  • This is the third time she has seen that movies.

(นี่เป็นครั้งที่  ๓  ที่เธอได้ดูหนังเรื่องนั้น)

                                 อย่างไรก็ตาม  เนื่องจากประโยคใน  ข้อ  ๔  กริยาในประโยคใหญ่  “Was”  อยู่ในรูป  “Past tense”  จึงต้องเปลี่ยนกริยาในอนุประโยค  จาก  “Present perfect tense”  (Has read)  เป็น  “Past perfect tense”  (Had read)  

 

5. It is ridiculous to become angry about such an insignificant matter.

(มัน   ไร้สาระ-น่าหัวเราะ-น่าขัน    ที่จะโกรธเคืองเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่มีความสำคัญเช่นนั้น)

(a) sinful    (บาป, ชั่วร้าย, ผิดศีลธรรม)

(b) tragic    (โศกสลด, น่าเศร้า, เกี่ยวกับเรื่องโศก)

(c) absurd    (ไร้สาระ, น่าหัวเราะ, เหลวไหล, โง่เขลา)

(d) unpardonable    (ไม่อาจให้อภัยได้)

 

6. The flowers will wither in a few hours.

(ดอกไม้จะ    เหี่ยวเฉา    ในอีก  ๒ – ๓  ชั่วโมง)

(a) open    (เปิด)

(b) revive    (ฟื้นฟู, ทำให้คืนชีพ, กระตุ้น, เร้าใจ, ทำให้เกิดขึ้นอีก)

(c) blossom    (เบ่งบาน)

(d) dry up    (เหี่ยวเฉา, แห้งเหี่ยว, (บ่อน้ำ) แห้ง)

 

7. The orchid is an exotic (อิก-ซ้อท-ทิค) plant to see blooming in most North American gardens.

 (กล้วยไม้เป็นพืช     ผิดธรรมดา-ไม่ใช่ของพื้นเมือง-มาจากต่างประเทศ-ประหลาด     ที่เห็นเบ่งบานในสวนในทวีปอเมริกาเหนือส่วนใหญ่)

(หมายถึง กล้วยไม้มิใช่พืชพันธุ์พื้นเมืองในอเมริกา  แต่เป็นพืชเมืองร้อน  ดังนั้น  ที่เห็นมันเบ่งบานขึ้นมาได้ในสวนในอเมริกา  จึงไม่ใช่เรื่องปกติ  ซึ่งในกรณีนี้ถือเป็นข้อยกเว้นที่มิใช่เรื่องปกติทั่วไป)

(a) a common    (ธรรมดาสามัญ, ปกติ, ทั่วไป, รวมกัน)

(b) a colorful    (เต็มไปด้วยสีสัน, มีสีฉูดฉาด)

(c) a beautiful    (สวยงาม)

(d) an unusual    (ผิดธรรมดา, เป็นข้อยกเว้น)

 

8. “Tim is better off than Lee” means “_______________________________________”.

(“ทิมมั่งคั่ง-ร่ำรวยกว่าลี”  หมายความว่า  “ ___________________________________”)

(a) Tim works better than Lee

(b) Tim is a better boy than Lee

(c) Tim is wealthier than Lee    (ทิมรวยกว่าลี)

(d) Lee is not so good as Tim

 

9. He was not _____________________________________ battle openly with his rival.

(เขาไม่ ________________________________ สู้รบอย่างเปิดเผยกับศัตรู-คู่แข่งของเขา)

(a) a fool enough to

(b) fool enough at

(c) foolish enough to    (โง่พอที่จะ)

(d) foolish enough at

 

10. The reason why we didn’t see her at the railway station was that she took a plane _______.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงไม่พบเธอที่สถานีรถไฟก็คือว่า  เธอเดินทางโดยเครื่องบิน ___________ )

(a) besides    (นอกเหนือจาก)

(b) sometimes    (บางที,  บางโอกาส, บางครั้ง, บางคราว)

(c) soon    (โดยเร็ว, ในไม่ช้า)

(d) instead    (แทน, แทนที่)

 

11. The police confiscated the stolen goods.

(ตำรวจ    ริบหรือยึด    สินค้าที่ถูกขโมยมา)

(a) reported    (รายงาน)

(b) located    (หาทำเลที่ตั้ง, หาตำแหน่งแห่งที่)

(c) seized    (ยึด, ฉวย, ชิง, ครอบครอง, จับ, จับกุม, จับตัว)

(d) released   {ปล่อย (นักโทษ), ปลดปล่อย, ปลดเปลื้อง, แก้, คลาย}

 

12. The French detective novelist Georges Simenon is one of the most prolific writers of the twentieth century.

(นักเขียนนิยายนักสืบชาวฝรั่งเศส  ยอร์ชส  ซิเมนอน เป็นหนึ่งในบรรดานักเขียนที่     มีผลงานมากมาย-(ต้นไม้) มีลูกดก    ของศตวรรษที่ ๒๐)

(a) famous    (โด่งดัง, มีชื่อเสียง)

(b) productive    (มีผลผลิตหรือผลงาน, ให้ผลดีมาก, ทำให้เกิดผล, อุดมสมบูรณ์)

(c) pessimistic    (มองโลกในแง่ร้าย)

(d) instructive   (ซึ่งให้คำสอนหรือคำแนะนำ, เป็นการสั่งสอน, เป็นการแจ้งข่าว)

 

13. It is widely believed that one barrier to world peace is the nuclear arms buildup. 

(มันถูกเชื่อกันอย่างแพร่หลายว่า    อุปสรรค-สิ่งกีดขวาง-ด่านศุลกากร    ประการหนึ่งต่อสันติภาพโลก  คือการสะสมอาวุธนิวเคลียร์)

(a) threat   (อันตราย, ภัยคุกคาม, การขู่กรรโชก)

(b) obstacle   (อุปสรรค, สิ่งกีดขวาง, สิ่งที่ขัดขวางความเจริญก้าวหน้า)

(c) contribution   (คุณูปการ, การมีส่วนช่วยเหลือ, การบริจาคเงินหรือสิ่งของ)

(d) devastation    (การทำลายล้าง, การล้างผลาญ, การมีชัยท่วมท้น)

 

14. I thank you very much _______________________________________ your help.

(ผมขอบคุณคุณอย่างมาก __________________________________ ความช่วยเหลือ)

(a) about

(b) on

(c) of

(d) for    (สำหรับ)

(e) in

(f) to

ตอบ   -   ข้อ   (d)   สำหรับวลีที่ใช้กับ   “For”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                   สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job. = เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง),  “Eager”  (กระตือรือร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful for your assistance.  (ผมขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                                  ส่วนคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “For” เช่น  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “I’ll vote for Mr. Smith in the next election.”  (ผมจะลงคะแนนให้มิสเตอร์สมิธในการเลือกตั้งครั้งหน้า),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “She’ll pay for the meal this time.”  (เธอจะจ่ายเงินค่าอาหารคราวนี้),  “Thank”  (ขอบคุณสำหรับ)  -  “Thank you so much for your help.”  (ขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือของคุณ), “Search”  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  “He is looking for the lost pen.”  (เขากำลังค้นหาปากกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้ มี, จำเป็นต้องมี),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้เป็นต้น

                                 สำหรับวลีอื่นๆ ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป  ๑  เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐  เปอร์เซ็นต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน๊ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),  “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ),   เป็นต้น

 

15. It is so sad to consider the number of people who ____________ in car accidents.

(มันน่าเศร้ามากเมื่อพิจารณาถึงจำนวนผู้คน  ผู้ซึ่ง ___________ ในอุบัติเหตุทางรถยนต์)

(a) dead    (ตาย)  (เป็นคำคุณศัพท์)     

(b) death    (ความตาย)  (เป็นคำนาม)

(c) are killed    (ตาย, ถูกฆ่าตาย)

(d) are died     (“Die” =  ตาย  เป็นคำกริยา)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  หรืออาจใช้   “Die”  หรือ   “Are dead”  ก็ได้

 

16. This is the _______________________________________ fashion news from Paris.

(นี่เป็นข่าวแฟชั่น ________________________________________________ จากปารีส)

(a) late    (สาย, ช้า, ล่า, ล่วงเลยมานาน, ดึก, ค่ำ)

(b) later    (สายกว่า, ช้ากว่า, ต่อมา)

(c) latest    (ล่าสุด, ทันสมัยที่สุด, เกิดขึ้นหลังสุด)

(d) last    (สุดท้าย, ที่ผ่านมา)

 

17. We had hardly __________________________________________ rain last month.

(เราแทบไม่มีฝน _________________________________________ เลยเมื่อเดือนที่แล้ว)

(a) no

(b) some

(c) any    (ใดๆ)

(d) little

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใช้   “Any”  ในประโยคปฏิเสธ  คือ  ประโยคที่มี   “Hardly, Scarcely, Rarely, Seldom”   (แทบจะไม่, ไม่ใคร่จะ)  หรือ  “Never”  (ไม่เคยเลย)   สำหรับการใช้   “Any”  มีหลักดังนี้  คือ

                                       ๑. ใช้แสดงจำนวนแทน   “Some”  ในประโยคคำถาม และปฏิเสธ  คือ ใช้เป็นคำคุณศัพท์ขยายนาม  “Any + Noun”    (นับได้ พหูพจน์)  หรือ   “Any + Noun”  (นับไม่ได้  เอกพจน์)  เช่น

  •  Are there any students in the classroom?

(มีนักเรียนอยู่ในห้องเรียนบ้างไหม)

  •  Is there any water in the well?

(มีน้ำอยู่ในบ่อบ้างไหม)

  •  There is not any furniture in the room.

(ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อยู่ในห้องเลย)

                            และเมื่อใช้   “Any” เป็น   “Pronoun”  คือ อยู่ลอยๆ  ไม่ต้องขยายนาม   “Any”  จะแทนได้ทั้งนามนับได้ พหูพจน์  และนามนับไม่ได้  เอกพจน์  เช่น

  •  They wanted some rooms but there weren’t any.

(พวกเขาต้องการห้องพัก  แต่ไม่มีเลย)

  •  We wanted some water but there wasn’t any.

(พวกเราต้องการน้ำ  แต่ไม่มีเลย)

                              อย่างไรก็ดี  สามารถใช้   “Any” ในประโยคบอกเล่าได้  ในกรณีต่อไปนี้

                                           ๑.๑ มีคำที่มีความหมาย  “ปฏิเสธ” อยู่ในประโยค  เช่น  “Seldom, Rarely, Hardly, Scarcely, Never, Without, Too”  เช่น

  • They had hardly any money.

(พวกเขาแทบจะไม่มีเงินเลย)

  • We could finish the project without any trouble.

(เราสามารถทำโครงการสำเร็จ  โดยปราศจากปัญหาใดๆ)

  •  She scarcely received any information from him.

(เธอแทบไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารจากเขาเลย)

  •  It was too soon to say anything.

(มันเร็วเกินไปที่จะพูดอะไรออกมา)

  •  It is too dark to see anything.

(มันมืดเกินไปที่จะมองเห็นอะไรได้)

                                            ๑.๒ แสดงความสงสัยไม่แน่ใจ  เช่น

  •  I wonder whether there is anything you want to tell me.

(ผมสงสัยว่า มีสิ่งใดที่คุณต้องการบอกผมหรือไม่)

  •  She wondered whether anyone was there.

(เธอสงสัยว่า มีใครอยู่ที่นั่นหรือไม่)

                                            ๑.๓ แสดงเงื่อนไข

  •  If you find anything wrong, please let me know.

(ถ้าคุณพบสิ่งใดผิด  โปรดบอกให้ผมทราบ)

  •  If you have any problem, consult your parents.

(ถ้าคุณมีปัญหาใดๆ  จงปรึกษาพ่อแม่)

                                     ๒. ใช้ขยายนาม  ในความหมาย  “.............ใดก็ตาม”  (ในกรณีนี้  ไม่สามารถใช้  “Some” แทนได้)

  •  I will  give this book to anyone who wants it.

(ผมจะให้หนังสือเล่มนี้แก่ใครก็ตาม  ที่ต้องการมัน)

  •  Anyone violating the rules will be punished.

(ใครก็ตามที่ละเมิดกฎระเบียบ  จะถูกลงโทษ)

  •  You may come any time you want.

(คุณจะมาเวลาใดก็ได้  ที่คุณต้องการ)

  •  Any student can answer this question.

(นักเรียนคนใดๆ  ก็สามารถตอบคำถามนี้ได้)

                                       ๓. ใช้เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ซึ่งส่วนใหญ่ขยาย  “Adjective”  หรือ   “Adverb” ขั้นกว่า  เช่น

  •  It won’t do any good.

(มันจะไม่ช่วยให้อะไรดีเลย)

  •  I couldn’t stand it any longer.

(ผมไม่สามารถทนมันได้ต่อไปอีกแล้ว)

  •  He doesn’t know any better.

(เขาไม่ได้รู้ดีกว่า  -  คุณหรือผมหรอก)

  •  Nobody in the village will be any wiser.

(ไม่มีใครในหมู่บ้านรู้ดีกว่านี้หรอก)

  •  I’m sorry to say that the patient isn’t any better.

(ผมเสียใจที่จะบอกว่า  คนป่วยอาการไม่ดีขึ้นเลย)

 

18. I heard a lot about him, but I _________________________________________.

(ผมได้ยินเยอะแยะเกี่ยวกับตัวเขา  แต่ผม _________________________________ )

(a) not ever meet him

(b) have never meet him

(c) never have met him    (ไม่เคยพบตัวเขาเลย)

(d) not ever met him

ตอบ   -   ข้อ   (c)  หรืออาจใช้   “have never met him” ก็ได้

 

19. He owes money ________________________________ several men in the office.

(เขาเป็นหนี้เงิน _____________________________________ คนมากมายในที่ทำงาน)

(a) by

(b) on

(c) with

(d) to    (กับ, แก่)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “To”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                    สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)   ที่ใช้กับ “To”   ได้แก่   kind (กรุณา, ใจดี)  -  He is very kind to me.  (เขากรุณาต่อผมมาก),  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ),  cruel  (โหดร้ายกับ),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ),  obvious  (ชัดเจนแก่),  obedient  (เชื่อฟังต่อ),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ),  equal  (เท่ากันกับ),  grateful  (ขอบคุณ, เป็นหนี้บุญคุณ)  -  I’m very grateful to your kind assistance.  (ผมขอบคุณอย่างมากต่อความช่วยเหลือของคุณ),  harmful  (เป็นอันตรายต่อ),  kind  (กรุณาต่อ),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธาต่อ),  junior  (อาวุโสน้อยกว่า),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  He is senior to me in the army.  (เขาอาวุโสกว่าผมในกองทัพ  -  คือมียศสูงกว่า),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ)  -  He is polite to everyone he meets.  (เขาสุภาพกับทุกคนที่เขาเจอะเจอ),  familiar  (คุ้นเคยกับ)  -  Most people at the party were familiar to me.  (คนส่วนใหญ่ที่งานเลี้ยงคุ้นเคยกับผม,  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  They are accustomed to hot weather.  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  The material is almost identical to limestone.  (วัตถุชิ้นนั้นเกือบจะเหมือนกันเป๊ะกับหินปูน),  satisfactory (เป็นที่พอใจของ),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)   เป็นต้น

                                  สำหรับคำกริยา  (Verb)  ที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   “happen”  (เกิดขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขานานมาแล้ว),  occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับ)-  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำแนะนำของอาจารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยินยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)   -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาดเจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)   -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)   - The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),   เป็นต้น

 

20. Governments often find it difficult to reach ________________________________.

(รัฐบาลประเทศต่างๆ มักพบบ่อยๆ ว่าเป็นเรื่องยากที่จะบรรลุ _____________________ )

(a) agreement    (ข้อตกลง)

(b) an agreement

(c) agreements

(d) the agreements

ตอบ   -   ข้อ    (a)  “Agreement”  เมื่อหมายถึง  “ข้อตกลง, การเห็นพ้องต้องกัน, การยอมรับ”  ถือเป็นคำนามนับไม่ได้   แต่ถ้าหมายถึง  “สัญญา”  จะเป็นคำนามนับได้

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้