หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 258)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. He ___________________________________________ harder than he does now.

(เขา ________________________________________ หนักกว่าที่เขาทำอยู่ในปัจจุบัน)

(a) works

(b) is working

(c) used to work    (เคยทำงาน)  (เป็นเรื่องในอดีต)

(d) does work

 

2. I believe the boy knew that he _____________ passed as soon as he left the examination room.

(ผมเชื่อว่าเด็กคนนั้นรู้ว่าตน ______________________ สอบผ่าน  ในทันทีที่เขาออกจากห้องสอบ)

(a) has

(b) has been

(c) had    (ได้)  (สอบผ่าน)

(d) had been

ตอบ   -   ข้อ    (c)   ใช้ในรูป  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3) (Had passed)  กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน  (สอบผ่าน)  เพื่อให้รับกับ  “Past simple tense”  (Subject + Verb 2)  (Left)  ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง  (ออกจากห้องสอบ)  สำหรับ  ข้อ  (b)  และ  (d)  ใช้ไม่ได้  เนื่องจากอยู่ในรูป  “Passive voice

 

3. The workers are all gone.  Because of the bad weather, the boss permitted them _______ early.

(คนงานไปกันหมดแล้ว  เนื่องจากอากาศเลว  เจ้านาย (หัวหน้า) อนุญาตให้พวกเขา _____ แต่เนิ่นๆ)

(a) leave

(b) to leaving

(c) to be going

(d) to leave    (ออกจากที่ทำงาน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ตามโครงสร้าง   “Subject + Permit + กรรม + To + Verb 1”   สำหรับกริยาที่ใช้แบบเดียวกัน  ดูจากประโยคข้างล่าง

                             ตัวอย่างที่ 

  • I want you ____________________________ on an errand for me tomorrow.

(ผมต้องการให้คุณ __________________________________ ทำธุระให้ผมวันพรุ่งนี้)

(a) go

(b) to do

(c) to go    (ไป)

(d) going

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Want + กรรม + To + Verb 1”  และ  “Go on an errand” =  ไปทำธุระ 

                               ตัวอย่างที่  

  • We don’t allow anyone ________________________________ in this pond.

(เราไม่อนุญาตให้ใครก็ตาม ____________________________________ ในสระน้ำนี้)

(a) swim

(b) swimming

(c) to swim   (ว่ายน้ำ)

(d) for swimming

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Allow + กรรม + To + Verb 1

                               ตัวอย่างที่  

  • He told one of the men ______________________ with his back against the wall. 

(เขาบอกชายคนหนึ่งให้ __________________________ โดยเอาหลังชิด (หรือพิง) กำแพง)

(a) turn and sit

(b) to turn and sit    (หันมาและนั่ง)

(c) turned and sat

(d) turning and sitting

ตอบ   -    ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “Subject + Tell + กรรม  + To + Verb 1”  กล่าวคือ   กริยาที่อยู่หลังกรรมรอง  (บุคคลหรือสิ่งของ)  ของคำกริยาต่อไปนี้   จะต้องเป็นรูป  “Infinitive with to” (To + Verb 1)  เสมอ  ได้แก่  “Expect, Want, Cause,  Force,  Compel,  Invite,  Advise,  Instruct, Persuade,  Allow,  Permit,  Encourage,  Press,  Warn,  Order,  Request,  Tempt,  Teach,  Tell,  Oblige”   ตัวอย่างประโยค   เช่น

  • We ordered him to leave.

(เราสั่งให้เขาไปซะ)

  • She forced her servant to finish the work by noon.

(เธอบังคับให้สาวใช้ทำงานให้เสร็จในตอนบ่าย)

  • They invited her to go to their party.

(พวกเขาเชิญเธอไปร่วมงานเลี้ยง)

  • The teacher instructed him to study hard.

(ครูแนะนำเขาให้ขยันเรียน)

  • I told him to play outside.

(ผมบอกให้เขาไปเล่นข้างนอก)

  • She taught him (how) to cook.

(หล่อนสอนเขา (วิธี) ปรุงอาหาร)

  • We encouraged her to fight against cancer.

(พวกเราให้กำลังใจเธอต่อสู้กับมะเร็ง)

  • The flood caused the train to move slowly.

(น้ำท่วมเป็นเหตุให้รถไฟเคลื่อนไปอย่างช้าๆ)

  • She requested him to buy her a new dress.

(เธอขอร้องเขาให้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เธอ)

  • The manager advised his staff to work harder.

 (ผู้จัดการแนะให้สตาฟของเขาทำงานให้หนักขึ้น)

 

4. Always ________________________________________ honest in whatever you do.

(__________________________________ ซื่อสัตย์สุจริตอยู่เสมอในสิ่งใดก็ตามที่คุณทำ)

(a) are

(b) being

(c) be    (จง)

(d) to be

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่ง  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                              ตัวอย่างที่ 

  • ______________________________________ patient, and you will succeed.

(______________________________________ อดทน  และคุณจะประสบความสำเร็จ)

(a) Being

(b) Be    (จง)

(c) To be

(d) Are

ตอบ   –   ข้อ   (b)   เนื่องจากเป็นประโยคคำสั่งหรือขอร้อง  จึงต้องขึ้นต้นประโยคด้วย “Infinitive without to” (Verb 1) แต่ในกรณีที่สิ่งที่สั่งให้ทำเป็นคำคุณศัพท์  เช่น  Patient” (อดทน)  “Careful” (ระมัดระวัง)  จะต้องขึ้นต้นประโยคด้วย  “Be” สำหรับตัวอย่างประโยคคำสั่ง-ขอร้อง อื่นๆ   เช่น

                               ตัวอย่างที่ 

  • If you need any help filling out the forms, ____________ somebody at the front desk.

(ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือใดๆในการกรอกแบบฟอร์ม  ให้ ___________________  ผู้ที่ (นั่ง) อยู่ที่โต๊ะหน้าเคาเตอร์)

(a) to ask

(b) asking

(c) asks

(d) ask    (ถาม)

ตอบ   -    ข้อ   (d)  เนื่องจากในประโยคคำสั่งหรือขอร้อง   (ในที่นี้ คือ  “ask somebody at the front desk)   ให้ถือเสมือนว่ามีประธาน  “You”  อยู่หน้าประโยค คือ อยู่หน้า  “ask”  (แต่ละเอาไว้ในานที่เข้าใจ)  จึงต้องตามด้วยกริยาช่องที่    ที่ไม่มี   “To”  นำหน้า  (Infinitive without to) ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

  • Buy me a newspaper.  (ซื้อหนังสือพิมพ์ให้ผมฉบับหนึ่งนะ)
  • Go out.  (ออกไปห่างๆ – ออกไปให้พ้น)
  • Open the window, please.  (กรุณาเปิดหน้าต่างหน่อยครับ)
  • (Please) come into the room.  (โปรดเข้ามาในห้อง)

                                       ในกรณีที่เป็นคำคุณศัพท์   (Adjective)  ให้ขึ้นต้นประโยคด้วย   “Be” เสมอ เช่น

  • Be careful.   (จงระวัง)
  • Be patient.   (อดทนหน่อยนะ)
  • Be thoughtful to other people.   (จงนึกถึงคนอื่นบ้าง)

                                     อนึ่ง  ถ้าเป็นประโยคที่สั่งหรือขอร้องไม่ให้ทำ   ก็ยังถือเสมือนว่ามี   “You” เป็นประธานนำหน้าประโยค   ดังนั้น   จึงต้องขึ้นต้น   “ประโยคคำสั่ง-ขอร้องไม่ให้ทำ” ด้วย   “Don’t”  เสมอ   เช่น

  • Don’t make a loud noise.   (จงอย่าทำเสียงดัง)
  • Don’t get up late.   (อย่าตื่นสายนะ)
  • Don’t bother me while I’m working.

     (อย่ากวนผมในขณะที่ผมกำลังทำงาน)

                                    ในกรณีที่เป็นคำคุณศัพท์  (Adjective)  ให้ขึ้นต้นประโยคด้วย   “Don’t be” เสมอ   เช่น

  • Don’t be late for class.    (อย่าเข้าห้องเรียนสายนะ)
  • Don’t be careless while walking across the street.

     (จงอย่าประมาทขณะเดินข้ามถนน)

  • Don’t be too serious with your work.

     (จงอย่าเอาจริงเอาจังกับงานมากเกินไป)

 

5. In the United States, the eroded value of the dollar is considered to be a result of inflation.

(ในสหรัฐฯ  ค่าที่ (ถูก)    กัดกร่อน-ทำให้สึกกร่อน    ของเงินดอลลาร์  ถูกถือว่าเป็นผล ลัพธ์ของเงินเฟ้อ)

(a) earned    (หาได้, หามาได้, ได้รับ, มีรายได้, ได้กำไร)

(b) stabilized    (ทำให้มั่นคงหรือมีเสถียรภาพ)

(c) recorded    (บันทึก)

(d) diminished    (ลดลง, ลดน้อยลง)

 

6. In southwestern Australia, horses are still valued for their stamina and speed in controlling cattle.

(ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย  ม้ายังคงถูกให้คุณค่า (ราคา) สำหรับ    ความแข็งแรง-ความแข็งแกร่ง-ความทรหดอดทน    และความเร็วในการควบคุมฝูงวัว)  (คือพวกคาวบอยยังขี่ม้าไล่ต้อนวัว)

(a) stability    (ความมั่นคง, เสถียรภาพ)

(b) courage    (ความกล้าหาญ)

(c) endurance    (ความอดทน, ความทนทาน, ความอดกลั้น)

(d) efficiency    (ประสิทธิภาพ)

 

7. Newton’s explanation of gravity enabled astronomers to predict events such as eclipse with great precision.  

(คำอธิบายเรื่องแรงโน้มถ่วงของนิวตัน    ทำให้ นักดาราศาสตร์ สามารถ ทำนายเหตุการณ์  เช่น สุริยคราส-จันทรคราส  ด้วยความแม่นยำอย่างยิ่ง)

(a) challenged    (ท้าทาย)

(b) compelled    (บังคับ)

(c) trained    (ฝึกฝน, ฝึกซ้อม, อบรม)

(d) allowed    (ยอมให้, ทำให้เป็นไปได้, อนุญาตให้)

 

8. _____________________ the rock hit the window, the glass _____________________.

( _____________________ หินกระแทก (ชน) หน้าต่าง  กระจก _____________________ )

(a) While _____________ shattered    (ในขณะที่ ............ แตกเป็นเสี่ยงๆ)

(b) When _____________ shatters

(c) While _____________ is shattering

(d) When _____________ shattered    (เมื่อ  .....................  แตกเป็นเสี่ยงๆ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ต้องใช้ในรูป  “Past tense”  (Shattered)  ซึ่งเป็นกริยาในประโยคใหญ่  (Main clause)  เพื่อให้รับกับกริยาในอดีต  (Hit)  ในอนุประโยค  (Subordinate clause)  สำหรับ  “While”  มักใช้ในโครงสร้าง  “Continuous tense”  (Past, Present)  {While he is (was) walking along the road}

 

9. As I was very tired, I ______________________________________ down to sleep.

(เนื่องจากผมเหนื่อยมาก  ผม _________________________________ ลงเพื่อจะหลับ)

(a) laid

(b) lay    (นอน)

(c) lain

(d) lying

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากมาจากกริยา  “Lie, Lay, Lain”  (นอน, ตั้งอยู่, วางอยู่)   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                              ตัวอย่างที่ 

  • This hen has _____________________________ more than one hundred eggs.

(แม่ไก่ตัวนี้ได้ __________________________________________ มากกว่า  ๑๐๐  ฟอง)

(a) lied    (นอน, ตั้งอยู่, วางอยู่, พูดปด, โกหก)

(b) lain

(c) laid    (ออกไข่, วางไข่, วางลง)

(d) lay    (ออกไข่, วางไข่, วางลง)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   (lie,  lied,  lied  =  พูดปด, โกหก)  (lie  lay  lain  =  นอน, ตั้งอยู่, วางอยู่   -  ไม่ต้องมีกรรมมารับ)  (lay,  laid,   laid  = ออกไข่, วางไข่, วางลง  -  ต้องมีกรรมมารับและหลัง  “Has”  ต้องเป็นกริยาช่องที่ 

 

10. There are two broken pencils in the box and five ___________________________.

(มีดินสอหัก  ๒  แท่งในกล่อง  และ  ๕  _______________________________________)

(a) good pencils

(b) good ones    (แท่งดี)  (คือ  ไม่หัก)

(c) goods

(d) pencils

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ใช้  “Ones”  แทน  “Pencils”   เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวซ้ำ

 

11. In the past, the work of women was very different from ___________________ of men.

(ในอดีต  งานของผู้หญิงแตกต่างอย่างมากจาก _________________________ ของผู้ชาย)

(a) one

(b) that    (งาน)

(c) this

(d) which

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ใช้  “That”  แทนคำนามนับไม่ได้   “Work”  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนี้ซ้ำ   ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                            ตัวอย่างที่ 

  • The air of the hills is cooler than ________________________________.

(อากาศของเนินเขาเย็นกว่า __________________________________________ )

(a) one of the plains

(b) of the plains

(c) that of the plains    (อากาศของที่ราบ)

(d) the plains

ตอบ   –   ข้อ    (c)   เนื่องจาก  “Air”  เป็นคำนามนับไม่ได้  จึงต้องแทนด้วย “That”  (เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวคำนี้ซ้ำ)  และตามด้วย  “of the plains”  เพื่อให้สมดุลกัน  ในกรณีเป็นนามนับได้  เอกพจน์  ให้ใช้  “One”  แทน  และถ้าเป็นนามพหูพจน์  ให้ใช้   “Those” แทน   (สำหรับเหตุผลที่ไม่เลือกข้อ  (d)  เนื่องจาก  จะเป็นการเปรียบเทียบระหว่าง  “อากาศ”  และ  “ที่ราบ”  มิใช่  “อากาศของเนินเขา”   และ   “อากาศของที่ราบ”   ซึ่งผิดความหมายที่ต้องการเปรียบ เทียบ)  ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

            -  The water in this well is cleaner than that in the river.

(น้ำในบ่อนี้สะอาดกว่าน้ำในแม่น้ำ)  (ใช้  That”  แทน  “Water เนื่องจากเป็นคำนามนับไม่ได้)

           -  The book you gave me is more informative than the one I bought from a bookstore.

(หนังสือที่คุณให้ผมให้ข้อมูลข่าวสารมากกว่าเล่มที่ผมซื้อจากร้านหนังสือ)  (book เป็นนามเอกพจน์นับได้ จึงต้องใช้  one  แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

            -  The students in this class are more hard-working than those in that class.

(นักเรียนในห้องนี้ขยันมากกว่านักเรียนในห้องนั้น) (students เป็นนามพหูพจน์ จึงต้องใช้   those  แทน เมื่อจะกล่าวซ้ำ)

 

12. Despite these initial handicaps, she intends to make a success of it.

(ทั้งๆที่มีความเสียเปรียบ    ในตอนแรก-ตอนเริ่มต้น    เหล่านี้  เธอตั้งใจที่จะทำมันให้สำเร็จ)

(a) quickest    (เร็วที่สุด)

(b) longest    (ยาวที่สุด, นานที่สุด)

(c) last    (สุดท้าย, ที่แล้ว)

(d) first    (ตอนเริ่มแรก, ตอนแรก, ครั้งแรก)

 

13. Apes have been taught to produce sentences, but whether or not they can actually think when they do so is a vehemently debated issue among scientists.

 (ลิงไร้หางหรือหางสั้น  -  เช่น ลิงกอริลล่า  อุรังอุตัง -  ถูกสอนให้สร้างประโยค  แต่ว่ามันจะสามารถคิดได้จริงๆเมื่อมันทำเช่นนั้น (คือ สร้างประโยค) หรือไม่ก็ตาม  เป็นประเด็นที่ถูกอภิปราย    อย่างดุเดือด-เร่าร้อน-รุนแรง-กระตือรือร้น    ในบรรดานักวิทยาศาสตร์)

(a) recently    (เมื่อเร็วๆมานี้, หมู่นี้)

(b) wisely   (อย่างฉลาด)

(c) hotly    (อย่างเผ็ดร้อน, อย่างรุนแรง,  อย่างดุเดือด)

(d) constantly    (อย่างสม่ำเสมอ, อย่างต่อเนื่อง)

 

14. In low temperature areas, bats shun winter conditions by migrating or hibernating. 

(ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ  ค้างคาว    หลีกเลี่ยง    สภาวะหน้าหนาว  โดยการอพยพหรือจำศีล)  (คืออยู่ในถ้ำไม่ออกไปหากิน)

(a) endure    (อดทน, ทนทาน)

(b) avoid    (หลีกเลี่ยง)

(c) live through   (มีชีวิตตลอด)

(d) overcome    (เอาชนะ, พิชิต, มีชัยเหนือ)

 

15. It is important that the microscope slides _____________ thoroughly cleaned before use.

(มันสำคัญที่ว่า  ภาพสไลด์ของกล้องจุลทรรศน์ ___________________  ทำความสะอาดอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนใช้งาน)

(a) is

(b) are

(c) to be

(d) be   (ถูก,  ได้รับการ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากเป็น   “Present subjunctive”  ในแบบ   “Passive voice”  โดยย่อมาจาก   “……….slides should be thoroughly cleaned………..”  โดยไม่ใส่   “Should”  ลงไป  ดูเพิ่มเติมเรื่องนี้จากประโยคข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

  • It was in 1934 that an official government report recommended that trade priority _____________________ to Southeast Asia.

(มันเป็นในปี  ๑๙๓๔  ที่รายงานของรัฐบาล (สหรัฐฯ) อย่างเป็นทางการ  แนะนำว่า ความสำคัญด้านการค้า (ควร) _______________________ กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)  (หมายถึง รายงานฯ แนะนำว่า  สหรัฐฯ ควรให้ความสำคัญด้านการค้าแก่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

(a) is given

(b) was given

(c) were given

(d) be given    (ถูกให้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากลดรูปมาจาก  “Should be given”  (ละ “Should”ไว้ในฐานที่เข้าใจ)

                            ตัวอย่างที่ 

  • I will recommend that the student __________________________ to the director.

(ผมจะแนะนำว่าเด็กนักเรียนคนนั้น ________________________ กับผู้อำนวยการโรงเรียน)

(a) speak    (พูดคุย)

(b) will speak

(c) had better speak

(d) would speak

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากกริยาของอนุประโยค  (ในที่นี้ คือ  “Speak”)  ที่ตามหลังกริยา  “Recommend, Suggest, Demand, Ask, etc.”  จะต้องตามด้วย  “Infinitive without to” (Verb 1) ซึ่งเรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า “Present Subjunctive

                              ตัวอย่างที่ 

  • Many customers have requested that we ____________ them notice of our sales.

(ลูกค้าจำนวนมากได้ร้องขอว่า ให้เรา ____________________ โนติส (เอกสารแจ้งเหตุหรือข้อมูลล่วงหน้า) แก่พวกเขาในเรื่องการลดราคาสินค้าของเรา)  (หมายความว่า  ถ้าจะมีการลดราคาสินค้าเมื่อใด  ให้แจ้งลูกค้าทราบล่วงหน้า)

(a) send   (ส่ง)

(b) sends

(c) sent

(d) sending

หมายเหตุ   –   ตอบข้อ  (a)  เนื่องจากเป็นการใช้   “Present subjunctive” คือการใช้กริยาช่องที่    ที่ไม่มี  “To”นำหน้า  (Infinitive without to)  และไม่มีการเติม “s”  หรือ  “ed”  เข้าข้างหลังคำกริยาที่อยู่ใน  “Noun clause”  ที่เป็นอนุประโยค  (ซึ่งมักมี  “that” นำหน้า  “Clause”)   ที่ตามหลังกลุ่มคำกริยาประเภท  “Present subjunctive”   ไม่ว่าประธานของกริยาตัวนี้  จะเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ก็ตาม  และไม่ว่ากริยาตัวข้างหน้า  (กริยาใน  “Main clause”  หรือประโยคใหญ่)  จะอยู่ใน  “Tense”  ใดก็ตาม  จะไม่มีการเติม  “s”  หรือ  “ed”  ที่กริยาตัวนี้  (เนื่องจากเสมือนมี   “Should”  นำหน้า  แต่ไม่เขียนลงไป  คือละไว้ในฐานที่เข้าใจ  เป็นการแนะนำว่า  “ควรทำเช่นนั้น เช่นนี้)   สำหรับในกรณีที่เป็น  “Verb to be”   ให้ใช้  “Be”  ตลอดไป   (เพราะเสมือนว่า มี    “Should”  นำหน้า)  อนึ่ง เราใช้รูป  “Present subjunctive”  ใน ๒ กรณี  คือ

                                          1. อยู่หลัง  “กริยา + that”  ซึ่งได้แก่ คำกริยาต่อไปนี้

-  demand that   (เรียกร้อง-ต้องการว่า)

-  require that   (ขอร้อง-เรียกร้อง-ต้องการ-กำหนดว่า)

-  propose that   (เสนอว่า)

-  request that   (ขอร้องว่า)

-  recommend that   (แนะนำว่า)

-  ask that   (ขอร้องว่า)

-  order that   (สั่งว่า)

-  urge that   (เร่งเร้า-กระตุ้น-เสนอว่า)

-  suggest that   (แนะนำว่า)

-  advise that   (แนะนำว่า)

-  insist that   (ยืนกรานว่า)

-  prefer that   (เห็นสมควรว่า)

                                      ดังตัวอย่างประโยคต่อไปนี้

  • The doctor advised (that) I take a rest.

(หมอแนะนำว่าผมควรพักผ่อน)

  • He suggested (that) she not go there alone.

(เขาแนะนำว่าเธอไม่ควรไปที่นั่นตามลำพัง)

  • The father demands (that) Peter go to see a doctor at once.

(พ่อเรียกร้องให้ปีเตอร์ไปหาหมอในทันที)

  • I suggest (that) he come early.

(ผมแนะนำว่าเขาควรจะมาแต่เช้า)

  • The hostess urged (that) we all stay for dinner.

(เจ้าของบ้านรบเร้าให้อยู่กินอาหารเย็นก่อน)

  • The teacher recommended (that) every student buy a dictionary.

(ครูแนะนำให้นักเรียนทุกคนซื้อพจนานุกรม)

  • The doctor recommends (that) she take this medicine.

(หมอแนะนำว่าเธอควรกินยานี้)

  • She requested (that) he telephone her family.

(เธอขอร้องให้เขาโทรฯไปหาครอบครัวของเธอ)

  • The teacher advised (that) students not speak loudly in the class.

(ครูแนะนำว่านักเรียนไม่ควรพูดเสียงดังในชั้น)

  • I suggested (that) he be more careful.

(ผมแนะนำว่าเขาควรระวังให้มากขึ้น)

  • He suggested (that) she be punctual.

(เขาแนะนำว่าเธอควรตรงต่อเวลา)

  • Our mother suggests (that) we not be lazy.

(แม่ของเราแนะนำว่าเราไม่ควรขี้เกียจ)

  • They requested (that) the contract be signed.

(พวกเขาร้องขอว่าสัญญาควรได้รับการลงนาม)  (เป็น  Passive voice = สัญญาถูกลงนาม)

  • She asks (that) she be allowed to see her ailing mother.

(เธอขอร้องว่าเธอควรได้รับอนุญาตให้พบแม่ของเธอที่กำลังป่วย)  (เป็น  Passive voice = เธอได้รับอนุญาต)

หมายเหตุ   –   เหตุผลที่คำกริยาในอนุประโยคที่เป็น  “Noun clause”  อยู่ในรูป “Present Subjunctive”  คือ กริยาเหล่านี้เสมือนกับว่ามี  “Should” นำหน้า แต่ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ   ซึ่งจริงๆแล้วอาจจะเขียนหรือพูดเติม  “Should”  ลงไปด้วยก็ได้ เช่น

  • I suggested (that) he (should) be more careful.
  • She asks (that) she (should) be allowed to go to the party.

                                           2. “Noun clause”  ที่ตามหลังคำคุณศัพท์ต่อไปนี้   (มักอยู่ในรูป  “It is + Adjective + That + Subject + Verb 1 ไม่มี  “To”นำหน้า)   กริยาใน  “Noun clause”  นั้นจะต้องอยู่ในรูป  “Present subjunctive”  เช่นเดียวกัน  คุณศัพท์ดังกล่าว  คือ  “Important” (สำคัญ),  “Necessary”  (จำเป็น),  “Urgent(จำเป็นด่วน),  “Imperative”  (จำเป็น),  “Essential”  (จำเป็น),  “Advisable”  (ควร),“  Crucial”  (สำคัญยิ่ง)   ดังตัวอย่าง  เช่น

  • It is advisable that she study harder.

(เธอควรเรียนหรือขยันให้มากขึ้น)

  • It was essential that we buy food yesterday.

(เป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องซื้ออาหารเมื่อวานนี้)

  • It is advisable that he take exercise every morning.

(เป็นการสมควรที่เขาออกกำลังกายทุกเช้า)

  • It is necessary that she go home at once.

(เป็นเรื่องจำเป็นที่เธอจะต้องกลับบ้านในทันที)

  • It is imperative that Jim practice driving a car.

(เป็นเรื่องจำเป็นที่จิมจะต้องฝึกหัดขับรถ)

  • It is crucial that Tom find a new job.

(เป็นเรื่องจำเป็นยิ่งที่ทอมจะต้องหางานใหม่)

  • It is important that he be brave.

(เป็นสิ่งจำเป็นที่เขาจะต้องกล้าหาญ)

  • It is urgent that everyone be on time for work.

(เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกคนจะต้องมาทำงานให้ทันเวลา)

 

16. ___________________________________ the value of x, we can find the value of y.

(__________________________________________ ค่าของ  x  เราสามารถหาค่าของ  y)

(a) To know

(b) Knowing    (ทราบ)

(c) Known

(d) Know

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากต้องใช้รูป  “Verb + ing” (Present participle)   เพื่อแสดง   “Active voice” เนื่องจากประธานของประโยค  (We)  เป็นผู้ทำกริยา“ทราบ”  (Knowing)   ดูเพิ่มเติม   “Present participle”  ในประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • _________________________ how the engine worked, Peter began to study books that told about the techniques used.

(_____________________________ ว่าเครื่องจักรทำงานอย่างไร  ปีเตอร์เริ่มศึกษาหนังสือ  ซึ่งบอกเกี่ยวกับเทคนิคต่างๆ ที่ถูกใช้  –  ในเครื่องจักร)

(a) Wonder

(b) Wondered

(c) To wonder

(d) Wondering    (รู้สึกประหลาดใจ-สงสัย) 

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากประธานของประโยค  (Peter)  เป็นผู้ทำกริยา  “รู้สึกประหลาดใจ-สงสัย”  คำกริยาที่นำหน้าวลี  ขยายความ  “ปีเตอร์”  จึงต้องอยู่ในรูป  “Verb + ing” (Present participle)  แสดง  “Active voice”  ว่าปีเตอร์เป็นผู้ทำกริยา

                                       ทั้งนี้  เมื่อประธานซึ่งอยู่ข้างในประโยค   (หลังคอมม่า)   เป็นผู้กระทำกริยา (Active voice)  จะต้องนำหน้าประโยคด้วย “Verb + ing” (Present participle)  ดังตัวอย่าง เช่น

                -  Walking along the road, he met his old friend.

(เดินไปตามถนน  เขาพบเพื่อนเก่าของเขา) (เขาเป็นผู้ทำกริยา “เดิน”)

               -  Seeing her teacher, Jane went to greet him.

(เห็นครูของเธอ  เจนเข้าไปทักทายเขา)  (เจนเป็นผู้ทำกริยา “เห็น”)

                -  Looking out of the window, we could see beautiful scenery.

(มองออกไปนอกหน้าต่าง  เราสามารถเห็นทัศนียภาพที่สวยงาม)  (เราเป็นผู้ทำกริยา “มอง”)

                -  Hoping to be there in time, Kim started early in the morning.

(หวังว่าจะไปที่นั่นให้ทันเวลา  คิมเริ่มออกเดินทางแต่เช้าตรู่)  (คิมเป็นผู้ทำกริยา “หวัง”)

                                        สำหรับ  “Present participle” (Verb + ing)  ถือเป็นคำคุณศัพท์ประเภทหนึ่ง  จึงสามารถใช้ขยายคำนามได้เหมือนกับคำคุณศัพท์ทั่วๆไป  (โดยอาจอยู่หน้าหรือหลังคำนามที่มันขยาย)   เพื่อที่จะบอกว่า  คำนามนั้นเป็นผู้ทำกริยานั้นๆ   (แสดง  “Active voice”)   เช่น

  • Working men are constructing a bridge.

(คนทำงานกำลังก่อสร้างสะพาน)

  • Drinking horses were seen near the bank of the river.

(ม้าที่ดื่มน้ำถูกมองเห็นใกล้ตลิ่งของแม่น้ำ)

  • The mother took good care of her sleeping baby.

(แม่ดูแลทารกที่นอนหลับเป็นอย่างดี)

  • The audience appreciated the good works of the producing team.

(ผู้ชมยกย่อง-ชื่นชมผลงานที่ดีของทีมผู้สร้าง – ภาพยนตร์)

  • The people working in the office are my colleagues.

(ผู้คนที่ทำงานในสำนักงาน  คือเพื่อนร่วมงานของผม)

  • The woman walking across the street is my sister.

(ผู้หญิงที่เดินข้ามถนนเป็นน้องสาวของผม)

  • The man living next door is a bank manager.

(ชายที่อาศัยอยู่บ้านหลังถัดไปเป็นผู้จัดการธนาคาร)

  • The children playing in the field are my neighbors’ kids.

(เด็กๆที่เล่นอยู่ในสนามเป็นลูกของเพื่อนบ้านของผม)

 

17. In Russia, foreign companies compete with _______________ for a share of the market.

(ในรัสเซีย  บริษัทต่างชาติแข่งขัน ______________________ เพื่อ (การมี) ส่วนแบ่งของตลาด)

(a) one another   (ซึ่งกันและกัน)  (ตั้งแต่  ๓  คน หรือ สิ่ง ขึ้นไป)

(b) each other   (ซึ่งกันและกัน)  (ระหว่าง  ๒  คน)

(c) the other

(d) the others

 

18. Every town or village, large or small, has a rich and _____________________ history.

(ทุกๆ เมือง หรือหมู่บ้าน  (ไม่ว่า) ใหญ่หรือเล็ก  มีประวัติศาสตร์ที่อุดมสมบูรณ์ (หรือมีค่า) และ  _______________________)

(a) fascinate    (ทำให้หลงใหล, ดึงดูดใจ)

(b) fascinated    (หลงใหล, หลงเสน่ห์)

(c) fascinating    (มีเสน่ห์, น่าหลงใหล)

(d) fascination    (เสน่ห์, อำนาจดึงดูดใจ, การทำให้หลงเสน่ห์)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ต้องใช้รูป   “Fascinating”  เมื่อหมายถึง   “น่าหลงใหล, มีเสน่ห์”  ดูเพิ่มเติมกริยาประเภทเดียวกันนี้  (Excite, Interest, Satisfy, Please, Annoy, Irritate, etc.)   ในหมวดข้อสอบ  TOEIC  (ตอนที่  ๒๐๙)  ข้อ  ๑๙

 

19. A: This is the best solution to the problem.

(A: นี่เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด)

     B: ___________________________________________________.

(a) What’s wrong with that?    (นั่นเป็นอะไรไปล่ะ  หรือ เกิดอะไรขึ้นกับสิ่งนั้น)

(b) Every problem is like this    (ปัญหาทุกอย่างก็เหมือนเช่นนี้แหละ)

(c) What makes you so sure?    (อะไรทำให้คุณมั่นใจเช่นนั้น)

(d) Nobody likes to solve difficult problems    (ไม่มีใครชอบแก้ปัญหายากๆ หรอก)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากข้อความที่ทั้ง  ๒  คนพูดรับกัน

 

20. The atoms-for-peace program is aimed at making the world ____________ place to live in.

(โครงการปรมาณูเพื่อสันติ  มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้โลกเป็นสถานที่ที่ ________ สำหรับอยู่อาศัย)

(a) a best    (ดีที่สุดแห่งหนึ่ง)

(b) best    (ดีที่สุด)

(c) a better    (ดีขึ้น)

(d) the better

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากมิได้มีการชี้เฉพาะเจาะจงลงไป  จึงไม่ใช้ข้อ  (d) ส่วนอีกคำตอบที่อาจใช้ได้คือ  “the best”  ซึ่งถูกหลักไวยากรณ์  แต่ความหมายสู้   “a better”  ไม่ได้  เพราะโครงการนี้เพียงแต่ทำให้โลกน่าอยู่มากขึ้นเท่านั้น  ไม่ถึงขนาดว่าเป็นสถานที่  “ดีที่สุด”  สำหรับอยู่อาศัย  ข้อนี้จึงไม่มี  Choice  “the best”  มาให้เลือก  (ถ้ามีให้เลือก  ก็อาจตอบข้อนี้ได้)   ส่วน ข้อ  (a)  และ  (b)  ผิดหลักไวยากรณ์

 

21. He walked quickly ________________________________________ miss the last bus.

(เขาเดินอย่างเร็ว _______________________________________ ตกรถเมล์เที่ยวสุดท้าย)

(a) so as to not

(b) not so as to

(c) so as not to    (เพื่อมิให้, เพื่อที่จะไม่ต้อง)

(d) so not as to

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “So as to” (= In order to)  =   “เพื่อที่จะ”   ส่วน   “So as not to” (= In order not to)  =  “เพื่อที่จะไม่ต้อง”   ตัวอย่างอื่นๆ  เช่น

          -  He studied hard to (= so as to = in order to) pass the exam.

(เขาเรียนหนังสือหนัก  เพื่อสอบให้ผ่าน)

         -  They come to school to (= so as to = in order to) learn.

(พวกเขามาโรงเรียนเพื่อเรียนรู้)

          -  She did not come to the party so as not to (= in order not to) meet her ex-boyfriend.

(เธอไม่มางานเลี้ยง  เพื่อจะได้ไม่ต้องพบกับอดีตแฟนเก่า)

(ห้ามใช้   “She did not come to the party not to meet her…………”)

            -  We practiced a great deal so as not to (= in order not to) lose the match.

(เราฝึกซ้อมอย่างมากมาย  เพื่อจะได้ไม่แพ้การแข่งขัน)

(ห้ามใช้   “We practiced a great deal not to lose the match.”)

 

22. A: Would you like a cup of coffee?

(เอากาแฟสักแก้วไหมครับ)

      B: ____________________________________________.

(a) Yes, I would    (ครับผมชอบ  หรือ อยาก)

(b) Yes, I do    (ครับ  ผม.................)

(c) No, please    (ไม่ละครับ  ได้โปรดเถอะ)

(d) Yes, please    (เอาครับ  ได้โปรดเถอะ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากมีหลักว่า  เมื่อมีการเชื้อเชิญให้ดื่ม หรือกิน  ถ้าตอบตกลง  ให้ใช้   “Yes, please”  แต่ถ้าตอบปฏิเสธ  ให้ใช้   “No, thanks”  เสมอ   เนื่องจากถือเป็นความสุภาพ  ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้