หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 250)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Peter used to live here, ____________________________?

(ปีเตอร์เคยอาศัยที่นี่ __________________________________ )

(a) wasn’t he

(b) didn’t it

(c) didn’t he    (ใช่หรือไม่)

(d) hadn’t he

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Used to”  (เคย)  เป็นอดีตเสมอ  เมื่อทำเป็นรูปปฏิเสธ  ต้องใช้   “Did”  ช่วย

 

2. You must keep this dog of yours __________________________ control.

(คุณต้องคอยดูให้เจ้าหมาตัวนี้ของคุณ (อยู่)  __________________ การควบคุม)

(a) in

(b) under    (ภายใต้)

(c) inside

(d) within

ตอบ   -   ข้อ   (b)  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “Under”  ได้แก่    “under pressure”  (ภายใต้ความกดดัน)  -  “You can’t do a good job if you do it under pressure.”  (คุณทำงานไม่ได้ดี  ถ้าคุณทำมันภายใต้ความกดดัน),  “under repair”  (กำลังได้รับการซ่อมแซม)  -  “The bridge is under repair.”  (สะพานอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม)“under his arm”  (หนีบอยู่ใต้รักแร้ของเขา), “in his hand”  (อยู่ในมือของเขา)  “under age”  (อายุน้อยเกินไป, ยังไม่โตพอ, ยังไม่บรรลุนิติภาวะ), “under arrest” (ถูกจับกุมโดยตำรวจ),  “under cover”  (ภายใต้กำบัง, อย่างซ่อนเร้น, อย่างปิดบังอำพราง)  - (The prisoners escaped under cover of darkness. – นักโทษหลบหนีไปภายใต้กำบังของความมืด  หรือ โดยซ่อนเร้นไปกับความมืด)  “under fire” (ถูกยิงหรือถูกโจมตี, ถูกโจมตีด้วยอาวุธปืนหรือคำพูด),  “under one’s breath” (ในแบบกระซิบ, ด้วยเสียงที่แผ่วเบา),  (I told Jim the news under my breath, but Tom overheard me.  –   ผมบอกข่าวแก่จิมด้วยเสียงที่แผ่วเบาหรือแบบกระซิบ  แต่ทอมแอบได้ยินผมพูด),  “under one’s nose  (= under the nose of)”   อยู่ในสายตา, เห็นอยู่ตำตา, ต่อหน้าต่อตา,  อยู่ในที่ที่สามารถมองเห็นหรือสังเกตเห็นได้ง่าย,  (The thief walked out of the museum with the painting, right under the nose of the guards.  –  เจ้าขโมยเดินออกไปจากพิพิธภัณฑ์พร้อมกับภาพวาด  ต่อหน้าต่อตา รปภ. เลยทีเดียว  -   โดยที่ รปภ. ไม่เห็น),  “under one’s wing”  (ภายใต้การดูแลเอาใจใส่ หรือปกป้องคุ้มครองของ,   “under the circumstances   (= in the circumstances)”   (ในสถานการณ์ที่เป็นอยู่, ในสภาวะปัจจุบัน, ตามที่สิ่งต่างๆเป็นอยู่),  “under the sun”  (บนโลกนี้, ในโลกนี้  -  ใช้เพื่อแสดงการเน้น),  (The President’s assassination shocked everyone under the sun.    การลอบสังหารท่านประธานาธิบดีทำให้ทั้งโลกตกตะลึง),  (Where under the sun could I have put my purse? – ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ที่ไหนบนโลกนี้),  “under the counter”  (แอบซื้อหรือขายกันอย่างลับๆ  –  เปรียบเหมือนใต้เคาน์เตอร์), (The liquor dealer was arrested for selling beer under the counter to teenagers.  –  คนขายสุราถูกตำรวจจับเพราะขายเบียร์ให้เด็กวัยรุ่นอย่างผิดกฎหมาย   -   คือลักลอบขาย),  “under the table”  (ใต้โต๊ะ),  “under the bench”  (ใต้ม้านั่ง),  “under the blanket”  (ใต้ผ้าห่ม หรือห่มผ้าห่ม),  “under the earth (the ground)”  (ใต้ดิน),  “under the sea”  (ใต้ทะเล),   “under difficult circumstances”  (ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบาก), “China under Chairman Mao”  (จีนภายใต้การปกครองของประธานเหมา),  “Vietnam under communist rule”  (เวียดนามภายใต้การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์),  “under capitalism”  (ภายใต้ระบอบทุนนิยม),  “under repair” (กำลังอยู่ระหว่างการซ่อมแซม),  “under investigation” (กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน-สอบสวน),  “under construction”  (กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง),  “under discussion”  (กำลังอยู่ระหว่างการปรึกษาหารือกัน), “under supervision”  (ภายใต้การกำกับดูแล)  “under cultivation” (กำลังอยู่ระหว่างการเพาะปลูก),  “under surveillance”  (อยู่ภายใต้การสอดส่องดูแล-สำรวจตรวจตรา),  “under attack”  (ถูกโจมตี),  “under guard” (ได้รับความคุ้มครอง),  “under suspicion” (ถูกระแวงสงสัย),  “under his influence”  (ภายใต้อิทธิพลของเขา),  “under the impression” (มีความประทับใจ),  “under the assumption”  (มีหรือภายใต้ข้อสมมติฐาน),  “under pressure”  (อยู่ภายใต้ หรือได้รับความกดดัน),  “under stress” (อยู่ภายใต้ หรือได้รับความเครียด),  “under immediate threat”  (อยู่ภายใต้ หรือได้รับการคุกคาม-อันตรายโดยตรง),  “under treatment”  (ได้รับการเยียวยารักษา),  (He is under treatment for an ulcer.)  –   (เขากำลังได้รับการเยียวยารักษาแผลพุพอง-เน่าเปื่อย),  “under his real name”   (เขียนหนังสือ) โดยใช้ชื่อจริง  -  มิได้ใช้นามแฝงหรือชื่อคนอื่น),  “land under cash crops”  (ที่ดินที่กำลังใช้ปลูกพืชเศรษฐกิจ),  “He studied under Professor Thomas.”  (เขาเรียนภายใต้การสอนโดยอาจารย์โทมัส),  “John worked under his supervisor.” (จอห์นทำงานภายใต้การสอนหรือกำกับของผู้ควบคุมดูแลของเขา),  “I’ve got two clerks under me in my section.”  (ผมมีเสมียนเป็นลูกน้อง ๒ คนในแผนก),  “children under 12”  (เด็กอายุต่ำกว่า ๑๒),  “expenditure under $ 10 million”  (ค่าใช้จ่ายต่ำกว่า ๑๐ ล้านเหรียญ),   “under retirement age”  (อายุต่ำกว่าวัยเกษียณ  คือ ต่ำกว่า ๖๐ ปี)   เป็นต้น

 

3. This essay is good.  There are ______________________ mistakes in int.

(เรียงความนี้ดี  มีที่ผิดอยู่ _______________________________________ )

(a) little    (น้อย, นิดหน่อย)  (จนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้)

(b) a little    (น้อย, นิดหน่อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง)   (ใช้กับคำนามนับไม่ได้)

(c) few    (น้อย, นิดหน่อย)  (จนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)

(d) a few    (น้อย, นิดหน่อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง)  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   ดูเพิ่มเติมการใช้  “Few, A few, Little, A little”  จากประโยคข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

  • Few people can keep healthy on _______________ food and sleep.

(น้อยคนจะสามารถรักษาสุขภาพให้ดีได้  ด้วย (การกิน) อาหารและการนอนหลับ __________ )

(a) few    (นิดหน่อย, น้อยมาก)  (แทบจะไม่มีเลย)

(b) a few    (เล็กน้อย, นิดหน่อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง)

(c) little    (นิดหน่อย, น้อยมาก)  (แทบจะไม่มีเลย)

(d) a little    (เล็กน้อย, นิดหน่อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง)

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เนื่องจากใช้กับคำนามนับไม่ได้  (Food and sleep)  และมีความหมายว่า  “น้อยมาก”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง)

                           ตัวอย่างที่ 

  • Though the question was difficult, __________________ boys could answer it.

(แม้ว่าคำถามจะยาก ______________________________ เด็กชายสามารถตอบมัน)

(a) few    (มี –  เด็กชาย – น้อยมาก)  (ใช้ในความหมายเป็นลบ)

(b) little    (มี –  เด็กชาย – น้อยมาก)  (ใช้ในความหมายเป็นลบ)

(c) a few    (พอมี – เด็กชาย – อยู่บ้าง)  (คือ พอมีเด็กอยู่บ้างที่สามารถตอบคำถามได้)  (ใช้ในความหมายเป็นบวก)

(d) a little    (พอมี – เด็กชาย – อยู่บ้าง)  (คือ พอมีเด็กอยู่บ้างที่สามารถตอบคำถามได้)  (ใช้ในความหมายเป็นบวก)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “A few”   ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์  (Boys)  และใจความมีความหมายทาง  “บวก”  คือ  “แม้คำถามจะยาก  แต่พอมีเด็กอยู่บ้างที่ตอบได้”

                              ตัวอย่างที่ 

  • Let’s go and have a bottle of beer.  I still have ________________ money left.

(เราออกไปดื่มเบียร์กันสักขวดเอาไหม  ผมยังคงมีเงินเหลืออยู่ ________________)

(a) few    (น้อยมากจนแทบไม่มีเลย)  (ความหมายเป็นลบ)    

(b) a few    (นิดหน่อย หรือเล็กน้อย  แต่พอมีอยู่บ้าง)  (ความหมายเป็นบวก)     

(c) little    (น้อยมากจนแทบไม่มีเลย)  (ความหมายเป็นลบ)    

(d) a little    (นิดหน่อย หรือเล็กน้อย  แต่พอมีอยู่บ้าง)  (ความหมายเป็นบวก) 

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Little,  A little”  ใช้กับคำนามนับไม่ได้  (ในที่นี้ คือ “Money”)  ส่วน   “Few,  A few”  ใช้กับคำนามนับได้  และเป็นพหูพจน์  (ข้อนี้ความหมายเป็นบวก  คือ พอมีเงินอยู่บ้าง  จึงชวนเพื่อนไปดื่มเบียร์) 

                             ตัวอย่างที่ 

  •  I’m always so busy that I have __________________ time for amusements.

(ผมมีงานยุ่งมากเสมอ  จนกระทั่งผมมีเวลา ________ สำหรับอารมณ์ขัน-กิจกรรมสันทนาการ)

(a) very few    (น้อยมาก)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)

(b) very little    (น้อยมาก)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)

(c) a few    (น้อย  แต่พอมีอยู่บ้าง)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)

(d) a little    (น้อย  แต่พอมีอยู่บ้าง)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)

ตอบ   -  ข้อ   (b)  เนื่องจาก  “Time”  เป็นนามนับไม่ได้  และต้องใช้ว่า  “น้อยมาก”  เพราะว่า  “มีงานยุ่งมากเสมอ”  (ความหมายเป็นลบ)   สำหรับข้อนี้  อาจตอบ  “Little”  ก็ได้   (ความหมายเป็นลบเช่นกัน)   เนื่องจากมีความหมายเหมือน  “Very little”  (น้อยมาก)  

                              ตัวอย่างที่  

  • Since the weather was bad, ______________________ people came.

(เพราะว่าอากาศเลว  ผู้คน _______ มา)  (ดูการแข่งขัน, ซื้อของที่ตลาด, เที่ยวในงานแสดงสินค้า ฯลฯ)

(a) little    (น้อยมาก  จนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)

(b) a little   (น้อย  แต่พอมีอยู่บ้าง)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)

(c) few    (น้อยมาก  จนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)

(d) a few   (น้อย  แต่พอมีอยู่บ้าง)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากข้อความในประโยค  มีความหมายเป็น   “ลบ”  อากาศเลว  คนจึงมากันน้อยมาก 

                                 ตัวอย่างที่ 

  • There are ______________________ apples left.  Let’s have them for dessert.

(มีแอปเปิ้ลเหลืออยู่ _______________________ พวกเรามากินมันเป็นของหวานกันเถอะ)

(a) little    (น้อย)  (จนแทบไม่มีเลย –  ความหมายเป็นไปในทางลบ)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ)

(b) a little   (น้อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง –  ความหมายเป็นไปในทางบวก)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ)

(c) few    (น้อย) (จนแทบไม่มีเลย  –  ความหมายเป็นไปในทางลบ)  (ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์)

(d) a few    (น้อย, เล็กน้อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง  –  ความหมายเป็นไปในทางบวก)  (ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์)

(e) the few    (น้อย  ใช้แสดงการเน้นจำนวนที่เหลือจากจำนวนทั้งหมดที่ได้กล่าวไปแล้ว)  (ใช้กับคำนามพหูพจน์)

(f) very few    (น้อยมากๆ)  (ใช้กับคำนามพหูพจน์)

ตอบ   -    ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องการบอกว่า   “มีแอปเปิลเหลืออยู่บ้าง  จึงชวนกันกินเป็นของหวาน”  (ความหมายเป็นบวก)   ดังนั้น   การจะเลือกข้อใด   จึงต้องดูว่าใช้ขยายคำนามนับได้  (พหูพจน์)  (ใช้  “Few”หรือ “A few”)   หรือนับไม่ได้ (เอกพจน์เสมอ)  (ใช้ “Little” หรือ  “A little”)   และดูด้วยว่า   “มีน้อยมาก”  (ความหมายเป็นลบ)   (ใช้ “Few” หรือ “Little” )  หรือ  “พอมีอยู่บ้าง”  (ความหมายเป็นบวก)    (ใช้ “A few” หรือ  “A little”)   ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

              -  She has a few friends at school, so she is not lonely.

(เธอมีเพื่อนอยู่บ้างที่โรงเรียน  ดังนั้น  เธอจึงไม่เหงา)

              -  She has few friends at school, so she is very lonely.

(เธอมีเพื่อนน้อยมากที่โรงเรียน  ดังนั้น  เธอจึงเหงามาก)

               -  I have a little money, so I’ll buy you some coffee.

(ผมพอมีเงินอยู่บ้าง  ดังนั้น  ผมจะเลี้ยงกาแฟคุณ)

              -  I have little money, so I can’t lend you some.

(ผมมีเงินน้อยมาก  ดังนั้น  ผมไม่สามารถให้คุณยืมได้)

 

4. Ten is _________________________________________ of fifteen.

(สิบเป็น __________________________________________ ของสิบห้า)

(a) two third

(b) two-third

(c) two thirds

(d) two-thirds    (เศษสองส่วนสาม)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เลขเศษส่วน  (Fraction)  ตัวหน้า (เศษ) (Remainder) จะเป็นเลขแสดงจำนวน  (Cardinal number)  เช่น  ๑, ๒, ๓  ส่วนตัวหลัง (ส่วน)  (Element)   จะเป็นเลขแสดงลำดับที่  (Ordinal number) (First, Second, Third)    ทั้งนี้  ต้องมีขีด  (Hyphen) (-) คั่นระหว่างเศษและส่วน  และถ้าเศษมากกว่า     ส่วนจะต้องเติม   “S” ด้วย  เช่น

                1/3   =  one-third

                 ½   =  one half (= a half)  (ไม่ใช้ “one-second”)

                  ¼  =  a quarter (= a fourth = one-fourth)

                1/5  =  a fifth (= one-fifth)

              1/12  =  one-twelfth

             1/50  =  one-fiftieth

           1/100  =  one-hundredth

              2/3  = two-thirds

              3/5  = three-fifths

             5/7  =  five-sevenths

         28/51  =  twenty-eight over fifty-firsts

      347/3257  =  three hundred and forty-seven over  three thousand two hundred and fifty-sevenths

 

5. The stray dog was picked up by the dogcatcher because he had no collar. 

(เจ้าหมา    เร่ร่อน-พเนจร-ข้างถนน    ถูกจับมาโดยพนักงานจับสุนัข  เพราะว่ามันไม่มีปลอกคอ)  (ซึ่งแสดงว่าไม่มีเจ้าของ)

(a) dirty    (สกปรก)

(b) sick   (เจ็บป่วย)

(c) ferocious    (ดุร้าย, ทารุณ, โหดร้าย, รุนแรง)

(d) homeless    (เร่ร่อน, ไม่มีบ้านหรือที่อยู่อาศัย)

 

6. The holiday crowds littered the park.

(ฝูงชนที่มาเที่ยววันหยุด    ทิ้งขยะเกลื่อนกลาด-เรี่ยราด    สวนสาธารณะ)

(a) cleaned    (ทำความสะอาด)

(b) left    (ออกจาก, จากไป)

(c) dirtied    (ทำให้สกปรก)

(d) filled    (ทำให้เต็ม, เติมให้เต็ม)

 

7. The charges brought against the government official finally hurt nothing but his vanity (แว้น-นิ-ที่)

(ข้อหาที่ตั้งแก่ข้าราชการคนนั้น  ในที่สุดมิได้ทำให้ (เขา) เจ็บปวดหรือเป็นอันตรายแต่อย่างใด  ยกเว้น  ความทะนงตัว-ความภูมิใจในตนเอง-ความหยิ่งยโส    ของเขา)  (คือ  เพียงแต่ทำให้เสียหน้า)  (but = ยกเว้น)

(a) family  (ครอบครัว)

(b) pride  (ความภาคภูมิใจ)

(c) prospect  (ความคาดหวัง)

(d) image  (ภาพลักษณ์, ภาพ)

 

8. He is the strongest ______________________________ the four men.

(เขาแข็งแรงที่สุด ____________________________________ ผู้ชาย  ๔  คน)

(a) among

(b) between

(c) of     (ในบรรดา, ในระหว่าง)

(d) in

ตอบ   -   ข้อ   (c)  การเปรียบเทียบ  “ขั้นสูงสุด”  (Superlative degree)   ใช้  “Of

 

9. Mrs. Green ______________________________ a little sugar in her tea.

(มิสซิสกรีน ___________________________ น้ำตาลนิดหน่อยในน้ำชาของเธอ)

(a) is like    (เหมือนกับ หรือคล้ายกับ)

(b) like

(c) likes    (ชอบ)

(d) looks like    (มีลักษณะ หรือท่าทางคล้ายกับ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Mrs. Green”   เป็นนามเอกพจน์  กริยาจึงต้องเติม  “S

 

10. We have to stay inside the house because it ___________ for two days and nights now.

(เราจำเป็นต้องพักอยู่ภายในบ้าน  เพราะว่า ___________ เป็นเวลา  ๒  วัน  และ  ๒  คืน  จนถึงบัดนี้)

(a) was raining

(b) is raining

(c) has been raining    (ฝนได้กำลังตก)

(d) rains

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ต้องใช้รูป  “Present perfect continuous tense”  {Subject + has (have) + been + Verb + ing}   เนื่องจากเหตุการณ์ (ฝนตก) เกิดต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่  ๒  วันก่อน  จนกระทั่งถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูดประโยคนี้)  เป็นการแสดงความต่อเนื่อง และยาวนานของเหตุการณ์   ดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ  “Tense” นี้จากประโยคข้างล่าง

                              ตัวอย่างที่  

  •  Although Mark ___________ for years, he ___________ has not graduated. 

(แม้ว่ามาร์ค _____________ เป็นเวลาหลายปี  เขา _____________ ไม่จบการศึกษา)

(a) has been studying …….. already   (ได้กำลังศึกษา.................แล้ว)

(b) has been studied ………still

(c) has been studying ……..still    (ได้กำลังศึกษา.................ยังคง)

(d) has been studied……….already

ตอบ    -    ข้อ   (c)  ใช้โครงสร้าง  “Present perfect continuous tense” {Subject + has (have) + been + Verb + ing}  ในแบบ  “Active voice”  (ข้อ  (b)  และ  (d)   เป็น  “Passive voice”  ของ  “Present perfect tense” )  เนื่องจาก มาร์คเป็นผู้กระทำ  (ศึกษา)  สำหรับข้อนี้หมายความว่า  “มาร์คเรียนหนังสือมาหลายปี  แต่ยังคงไม่จบการศึกษา” 

                             ตัวอย่างที่  

             -   Miss Kim ______________________ with us since last October.

(มิสคิม ______________________________ กับเราตั้งแต่เดือนตุลาคม  ปีที่แล้ว)

(a) works

(b) worked

(c) has been working     (ได้กำลังทำงาน)

(d) is working

หมายเหตุ   –    ตอบ ข้อ  (c)  เนื่องจากเป็น  “Present perfect continuous tense”  {Subject + Have (Has) + Been + V. ing}   โดยสังเกตจาก  “Since last October”  ทั้งนี้   “Present perfect continuous”  ใช้บอกเหตุการณ์ในอดีตที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  และเน้นความยาวของช่วงเวลา  ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันด้วย   ซึ่งอาจจะเป็นหลายๆ วัน  เดือน  ปี  หลายๆ ปี   หรือเพียง ๒ – ๓ ชั่วโมง ก็ได้   ซึ่งประโยคข้างบนมีความหมายว่า   “มิสคิมทำงานกับเราตั้งแต่ตุลาฯ ปีที่แล้ว”  คือ  ปัจจุบันก็ยังคงทำอยู่   และเน้นความต่อเนื่องของการทำงาน   ว่าทำมานานหลายเดือนแล้ว   

                                   อนึ่ง สามารถใช้รูป  “Present perfect” {Subject + Have (Has) + Verb 3}  แทนก็ได้   โดย   “Present perfect”  ก็บอกถึงเหตุการณ์ที่เกิดในอดีตและต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเช่นกัน   แต่ไม่เน้นความต่อเนื่องหรือยาวนานเหมือนกับ “Present perfect continuous”  นอกจากนั้น  “Present perfect”  ยังบอกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งจะจบสิ้นลงไปแล้ว  หรือเหตุการณ์ที่เกิดในอดีต  แต่ไม่ระบุเวลาที่แน่ชัด  หรือใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำๆในอดีต

                                  รูปแบบของ  “Tense”  ทั้ง  ๒  ที่กล่าวมาข้างต้น  มักจะมีคำจำพวกนี้อยู่ในประโยค ได้แก่  since  (ตั้งแต่)  for  (เป็นเวลา)  recently  (หมู่นี้)  lately  (เมื่อเร็วๆนี้)  so far  (เท่าที่ผ่านมาหรือเป็นมา)  up to now  (จนกระทั่งถึงบัดนี้)  up till now  (จนถึงบัดนี้)  up to the present  (จนถึงปัจจุบัน)  already  (แล้ว)  yet  (ใช้ในประโยคคำถาม)  not yet  (ใช้ในประโยคปฏิเสธ)  ever  (เคย)  never  (ไม่เคย)  just  (เพิ่งจะ)  this is the first (second) time  (นี่เป็นครั้งแรก – ครั้งที่สอง)  หรือตามด้วยประโยคที่เป็น   “Past tense   เช่น   since we were born”  (ตั้งแต่เราเกิด)   “since they were at college”  (ตั้งแต่พวกเขาเรียนมหา วิทยาลัย)   ตัวอย่างประโยค   เช่น

  • I have already eaten my breakfast.

(ผมกินอาหารเช้าแล้ว– เน้นว่ากินแล้ว และยังไม่นานนัก)

  • She has not eaten her dinner yet.

(เธอยังมิได้กินอาหารเย็นเลย – เน้นว่ายังไม่ได้ทำ)

  • He has just gone out.

(เขาเพิ่งจะออกไป – เน้นว่าเพิ่งจะจบสิ้น)

  • I have seen her on TV several times.

(ผมได้เห็นเธอทางทีวีหลายครั้ง – เน้นว่าทำซ้ำๆ)

  • They have lived here for ten years.

(พวกเขาอยู่ที่นี่มา ๑๐ ปีแล้ว – เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)

  • We have not seen each other since 2010.

(เราไม่ได้เจอกันตั้งแต่ปี ๒๐๑๐ – เน้นว่าต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน)

  • They have been playing since the morning.

(พวกเขาเล่นกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว – เน้นว่าต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความยาวของเวลาว่าหลายชั่วโมง)

  • They have been waiting here for two hours.

(พวกเขารอคอยอยู่ที่นี่มา ๒ ชั่วโมงแล้ว – เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันและความนานของเวลาคือ ๒ ชั่วโมง)

  • We have been living here since we were born.

(เราอาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เราเกิด - เน้นความต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน  และความยาวนานของการอาศัยที่นี่  คือหลายสิบปีแล้ว)

 

11. Affluent nations have an obligation to help their neighbors.

(ประเทศที่    มั่งคั่ง-ร่ำรวย    มีพันธะหน้าที่ที่จะ (ต้อง) ช่วยเหลือเพื่อนบ้านของตน)

(a) large     (ใหญ่)

(b) industrialized     (ที่เป็นอุตสาหกรรม)

(c) advanced     (ก้าวหน้า, ทันสมัย)

(d) wealthy    (มั่งคั่ง, ร่ำรวย)

 

12. Since technology introduces new products, words are often coined (คอยน)  to describe what these new products do.

(เนื่องจากเทคโนโลยีนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเข้ามา  คำต่างๆได้ถูก    สร้าง-ประดิษฐ์ขึ้น    เพื่ออธิบายว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เหล่านี้ทำอะไรบ้าง)

(a) neglected   (เพิกเฉย, ละเลย, ไม่เอาใจใส่, ไม่สนใจ)

(b) borrowed    (ขอยืม)

(c) misused    (ใช้ในทางที่ผิด, ใช้ในทางที่ไม่ควร)

(d) invented    (ประดิษฐ์, คิดค้น, สร้าง)

 

13. It is futile to argue with him once he has made up his mind.

(มัน    ไร้ผล-ไม่มีประโยชน์    ที่จะโต้เถียงกับเขา  ในทันทีที่เขาได้ตัดสินใจลงไปแล้ว)

(a) helpful    (ให้ความช่วยเหลือ, มีประโยชน์)

(b) encouraging    (ซึ่งให้กำลังใจ, ซึ่งส่งเสริม)

(c) unpleasant    (ไม่น่ารื่นรมย์, ไม่น่ายินดีหรือพอใจ)

(d) useless    (ไม่มีประโยชน์, ไม่ได้ผล, ใช้การไม่ได้)

 

14. Physicists have made discoveries that challenge our most fundamental theories of the universe.

(นักฟิสิกส์ได้ทำการค้นพบ  ซึ่งท้าทายทฤษฎีของจักรวาล    ที่เป็นรากฐาน-ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ    (หมายถึงทฤษฎี) ที่สุดของเรา

(a) permanent    (ถาวร)

(b) basic    (ที่เป็นพื้นฐาน)

(c) interesting    (น่าสนใจ)

(d) controversial    (ซึ่งโต้เถียงกัน, ซึ่งขัดแย้งกัน, ซึ่งทะเลาะวิวาทกัน)

 

15. We don’t hear English ______________________________ enough.

(เราไม่ได้ยินภาษาอังกฤษ ________________________________ เพียงพอ)

(a) speak

(b) speaking

(c) spoken    (ถูกพูด)

(d) is spoken

(e) to speak

ตอบ   -   ข้อ   (c)  หมายถึง  “เราได้ยินคนพูดภาษาอังกฤษกันน้อย”  ทำให้ไม่เก่งอังกฤษ  เช่น  ฟังภาษาอังกฤษแล้วไม่เข้าใจ  เป็นต้น  สำหรับโครงสร้างการใช้   “Hear” มีดังนี้  คือ

                         1.  “Hear” + กรรม + Verb 1 =  “ได้ยินกรรมทำกริยา

    -  We heard her sing in a bar.

(เราได้ยินเธอร้องเพลงในบาร์)

                         2.   “Hear” + กรรม + Verb + ing =   “ได้ยินกรรมกำลังทำกริยา

   -  They heard people screaming in the old house.

(พวกเขาได้ยินคนกำลังกรีดร้องในบ้านหลังเก่านั้น)

                         3.   “Hear” + กรรม + Verb 3 =   “ได้ยินกรรมถูกกระทำ

   -  I hear that song sung several times.

(ผมได้ยินเพลงนั้น (ถูก) ร้องหลายครั้งหลายหน)

    -  We heard the bad news announced on the radio.

(เราได้ยินข่าวร้าย (ถูก) ประกาศทางวิทยุ)

(สำหรับประโยคใน ข้อ  ๑๕  เข้าตามหลักเกณฑ์ ข้อ  )

 

16. I have coffee for breakfast.  ________________________ tea or coffee?

(ผมดื่มกาแฟสำหรับอาหารเช้า ___________________________ ชาหรือกาแฟ)

(a) Have you

(b) You have

(c) Do you have    (คุณดื่ม)

(d) Don’t you have

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เมื่อ   “Have”  หมายถึง  “ดื่ม หรือ กิน”  ถือเป็นกริยาธรรมดาทั่วๆไป  เหมือนกับ  “Walk,  Swim,  Play,  Run,  Sing,  Love,  etc.”  ดังนั้น  เมื่อทำเป็นประโยคคำถาม หรือปฏิเสธ  ต้องใช้  “Verb to do” (Do, Does, Did)  ช่วยเสมอ 

 

17. The pen _____________________________ to Tim has just been stolen.

(ปากกา ____________________________________ ทิม  เพิ่งจะถูกขโมยไป)

(a) belongs

(b) belonged

(c) belonging    (ซึ่งเป็นของ)

(d) belong

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากลดรูปมาจากประโยคย่อย  “Adjective clause”  (which belongs to Tim)  สำหรับประโยคใหญ่  (Main clause)  คือ  “The pen has just been  stolen.” ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง  

                             ตัวอย่างที่  

  • The students _____________________ Spanish may come to this lecture.

(นักเรียน (ผู้ซึ่ง)  ______________________ ภาษาสเปน  อาจจะมาฟังการบรรยายนี้)

(a) who studies

(b) studied

(c)study

(d) studying    (ศึกษา)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยคแบบ  “Adjective clause” (…….students who study………)   หรือ  (…….students who are studying...........)  สำหรับประโยคที่มีโครงสร้างแบบนี้  เช่น

  • The people working (= people who work) in the office are my colleagues.

(ผู้คนที่ทำงานในสำนักงาน  คือเพื่อนร่วมงานของผม)

  •  The woman walking (= woman who walks) across the street is my sister.

(ผู้หญิงที่เดินข้ามถนนเป็นน้องสาวของผม)

  •  The man living (= man who lives) next door is a bank manager.

(ชายที่อาศัยอยู่บ้านหลังถัดไปเป็นผู้จัดการธนาคาร)

  •  The children playing (= children who play) in the field are my neighbors’ kids.

(เด็กๆที่เล่นอยู่ในสนามเป็นลูกๆของเพื่อนบ้านของผม)       

    

18. A: Where do you go to buy your books?

(คุณไปที่ไหนเพื่อซื้อหนังสือของคุณ)

      B: _______________________________.

(a) To the bookstore    (ไปที่ร้านขายหนังสือ)

(b) To the books-store

(c) To the storebooks

(d) To the store book

ตอบ   -   ข้อ    (a)  เป็น  “นามประกอบ”  (Compound noun)  แปลจากคำหลังย้อนมาคำหน้า  (ร้านขายหนังสือ หรือ ร้านหนังสือ)  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                         ตัวอย่างที่  

A: “Jim was late for two classes this morning.” 

(จิมเข้าห้องเรียนสาย  ๒  วิชา  เมื่อเช้านี้)

B: “He said that he forgot both of the ______________________.”

(เขาพูดว่า  เขาลืม _____________________________ ทั้ง  ๒  หมายเลข)

(a) rooms number

(b) room number

(c) room’s numbers

(d) room numbers    (หมายเลขห้องเรียน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นนามประกอบ  (นามขยายนาม)   (Compound noun)  มักแสดงรูปพหูพจน์ที่คำนามตัวหลัง  

                               ตัวอย่างที่  

          -   My father is working on a ______________ plan for Northeastern Thailand.  

(พ่อของผมกำลังทำงานในเรื่องแผน _________ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย)

(a) develop

(b) developed    (ที่พัฒนาแล้ว)

(c) developing    (กำลังพัฒนา)

(d) development    (การพัฒนา)

ตอบ    -    ข้อ  (d)  สำหรับ ข้อ  (b) และ  (c)  มักใช้ขยาย  “ประเทศ, เมือง, พื้นที่”  เช่น   “Developed countries”  (ประเทศที่พัฒนาแล้ว)   หรือ  “Developing countries”  (ประเทศที่กำลังพัฒนา)   ส่วน  “Development plan”  เป็นการใช้คำนามขยายคำนาม หรือ“นามประกอบ”  (Compound noun)

                              ตัวอย่างที่  

          -   Thailand’s population _____________ is an average of 0.8 percent each year.

(___________________ ของประชากรประเทศไทย  คือ  โดยเฉลี่ย  ๐.๘ เปอร์เซนต์ ทุกปี)

(a) increases

(b) increase    (การเพิ่มขึ้น)

(c) to increase

(d) increased

ตอบ   –   ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นการใช้คำนามขยายคำนาม  (Compound noun)หรือ   “นามประกอบ”  (Population increase)  ในกรณีนี้  คำนามตัวหน้าจะไม่อยู่ในรูปพหูพจน์  คือไม่เติม  “s”  แต่จะแสดงรูปพหูพจน์ที่คำนามตัวหลัง   ตัวอย่าง   เช่น

   -  service buses   (รถบริการ – คือรถรับ-ส่งพนักงาน)

   -  bus service   (บริการรถประจำทาง)

   -  flower garden  (s) (สวนดอกไม้)

   -   wood house   (บ้านไม้)

   -  steel table (s)   (โต๊ะเหล็ก)

   -  government policy  (นโยบายรัฐบาล)

   -  personnel development   (การพัฒนาบุคลากร)

   -  insurance policy   (กรมธรรม์ประกันภัย)

   -  growth rate   (อัตราการเติบโต)

    -  oil price rise  (การขึ้นราคาน้ำมัน)

    -  birthday party   (งานเลี้ยงวันเกิด)

    -  dividend payment   (การจ่ายเงินปันผล)

    -  debt payment  (การชำระหนี้)

    -  income tax deduction   (การหักภาษีเงินได้)

    -  motor insurance   (การประกันภัยรถยนต์)

    -  fire insurance   (การประกันอัคคีภัย)

    -  capital market   (ตลาดทุน)

    -  exchange rate (s)   (อัตราการแลกเปลี่ยน)

    -  traffic problem (s)  (ปัญหาจราจร)

    -  greenhouse gas   (กาซเรือนกระจก)

    -  tourism sector   (ภาคการท่องเที่ยว)

    -  climate change   (การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ)

    -  terrorism risk (s)  (การเสี่ยงภัยการก่อการร้าย)

    -  commodity price (s)  (ราคาสินค้า)

    -  price competition   (การแข่งขันด้านราคา)

    -  household debt   (หนี้ครัวเรือน)

    -  car sale (s)   (การขายรถยนต์)

    -  distribution channel   (ช่องทางการจำหน่าย)

    -  accident occurrence   (การเกิดอุบัติเหตุ)

    -  branch office (s)   (สำนักงานสาขา)

    -  insurance company   (บริษัทประกันภัย)

    -  business partner (s)   (คู่ค้า)

    -  leather belt   (เข็มขัดหนัง)

   - business transaction (s)   (การดำเนินธุรกิจ)

 

19. Come early ____________________________ there won’t be any seats left.

(มาแต่เนิ่นๆ นะ ___________________________________ (จะ) ไม่มีที่นั่งเหลือ) 

(a) unless    (ถ้า.................ไม่)

(b) or    (มิฉะนั้น, ไม่เช่นนั้น)   

(c) if

(d) whether    (หรือไม่)

 

20.  She was disappointed __________________________ his conduct.

(เธอผิดหวัง _________________________________ ความประพฤติของเขา)

(a) by

(b) in    (ใน,  กับ)

(c) at

(d) with

ตอบ   -   ข้อ   (b)   สำหรับวลีที่ใช้กับ   “In”  ได้แก่   “Play a role in”  (แสดง หรือ มีบทบาทใน)  -  “The ear also plays a role in maintaining balance besides hearing.”  (หูยังมีบทบาทในการรักษาสมดุลด้วย  นอกจากการได้ยิน),  “be deficient in”  (ขาดแคลนหรือบกพร่องในด้าน หรือ เรื่อง)  -  “His diet was deficient in vitamins.”  (อาหารลดน้ำหนักของ เขา  ขาดแคลนวิตามิน),  “in an accident”  (ในอุบัติเหตุ)  -   “Her father was killed in an accident.”  (= His father died in an accident.  –  พ่อของเขาตายในอุบัติเหตุ)  “In a plane = By plane”  (โดยทางเครื่องบิน),  “In a car = By car”  (โดยรถยนต์),  “In a bus = By bus”  (โดยรถประจำทาง),  “in danger”  (ตกอยู่ในอันตราย),   “in use”  (ใช้งาน),  “in his name”  (โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  -  เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน)  -  The car was rented in his name.  (รถถูกเช่าในนามของเขา), “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน)  -  He was in a hurry because he was late.  (เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว),  “in a jam”  (อยู่ในฐานะลำบาก),  “in a nutshell”  (กล่าวโดยย่อๆ, กล่าวโดยสรุป),  “in a way”  (บางครั้ง, บ้างเหมือนกัน),  “in any case”  (อย่างไรก็ดี, อย่างไรก็ตาม, ในทุกกรณี),  “in any event”  (อย่างไรก็ตาม, ทุกกรณี),  “in advance”  (ล่วงหน้า)  -  “If you need any help from me, please tell me in advance.”  (ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือจากผม  โปรดบอกผมล่วงหน้า),  “in bad shape”  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, อยู่ในฐานะลำบาก)  -  “After his wife died, he was in bad shape.”  (หลังจากที่ภรรยาของเขาตาย  เขาอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่  -  คือ สำมะเลเทเมา  กินเหล้าหัวราน้ำ  มีแต่ความทุกข์),  “in charge of”  (รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ)  -  “He is in charge of the newly established business.”  (เขาดูแล-รับผิดชอบธุรกิจที่จัดตั้งขึ้นใหม่),  “in fact”  (แท้ที่จริงแล้ว, อันที่จริงแล้ว),  “in order”  (อย่างมีระเบียบ, เรียบร้อย)  -  “The room was in order when I came in.”  (ห้องเป็นระเบียบเรียบร้อยดี  เมื่อผมเข้าไป),  “in time  (ทันเวลา, ไม่สาย, พอดี, ตามจังหวะ, พอดีจังหวะ), “in the bag”  (แน่นอน, แหงแก๋, ของตาย, อยู่ในกำมือแล้ว, สำเร็จเรียบร้อย),  “in the long run (term)”  (ในระยะยาว),  “in the pink”  (สภาพดีเยี่ยม, สมบูรณ์, มีสุขภาพดี),  “in tune with”  (สอดคล้องกับ, ไปกันได้กับ),  “in vain”  (ไม่สำเร็จ, ไร้ประโยชน์, ปราศจากผล),  “in writing” (เป็นลายลักษณ์อักษร, เป็นภาษาเขียน),  “deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน)  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน,  ธนาคาร, วัด,  บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),  “interested in” (สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง)  -  “He is weak in English.”  (เขาอ่อนภาษาอังกฤษ), “deficient in”  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง)  -  “The university is deficient in qualified faculty members.”  (มหาวิทยาลัยขาดแคลนคณาจารย์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า), “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath” (ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),  “in the area” (ในพื้นที่),  “in the garden”  (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ),  “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง), “in the direction of”  (ในทิศทางของ),  “in a restaurant”  (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้อง น้ำ), “in school”  (ในโรงเรียน), “in hospital”  (ในโรงพยาบาล),  “in the kitchen”  (ในครัว)“in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil”  (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว),  “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years” (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้)  -  “There has been considerable development of the country’s infrastructures in recent years.”  (มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างมากมายในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime” (= meanwhile)  (ในระหว่างนั้น, ในขณะเดียวกัน)  Big cuts in the tax on luxury goods benefited only a few.  In the meantime thousands of families find it hard to make end meet.”  (การลดภาษีอย่างมากมายแก่สินค้าฟุ่มเฟือย  ให้ประโยชน์กับคนเพียงไม่กี่คน  ในขณะเดียวกัน  หลายพันครอบครัวพบว่ายากลำบากที่จะหาให้พอกิน), “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour”  (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes”  (ใน ๒ นาที), “in ancient society”  (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)“in the dark”   (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ),  “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ),  “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก)  “People in love are usually optimistic.”  (คนที่กำลังมีความรัก  มักมองโลกในแง่ดีเสมอ),  “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี)  -  “Democratic government is always in favor of free speech.”  (รัฐบาลประชาธิปไตยจะเห็นด้วยกับการพูดอย่างเสรี – ของประชาชน – เสมอ), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  “They studied hard in an effort to past the exam.”  (พวกเขาขยันเรียน  ด้วยความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน), “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ)  -  Clearly, they did it in response to external pressures.”  (ชัดเจนทีเดียว  พวกเขาทำมันเพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันจากภายนอก), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ),  “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน), “take interest in”  (สนใจใน),  “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....)  -  He is an expert in computer.”  (เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านคอมพิวเตอร์),  “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ),  “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา)  -  “He faced financial difficulty in his old age.”  (เขาพบกับความยากลำบาก (ปัญหา) ทางการเงิน  เมื่อตอนวัยชรา) ,  “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙),  “in my opinion”  (ในความเห็นของผม)  -  “In my opinion, she is the best student the school ever has.”  (ในความเห็นของผม  เธอเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดที่โรงเรียนเคยมี)“in her view” (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน),  “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม),  “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ),  “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร), “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน),  “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญ), “dressed in black” (ใส่ชุดสีดำ)  -  People are generally dressed in black when they go to a funeral.”  (ผู้คนมักแต่งชุดดำโดยทั่วไป  เมื่อพวกเขาไปงานศพ),  “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวางแผน), “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕), “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม),  “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิร์ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน),  “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการ  เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลประการแรกที่ต้องการจะกล่าว)  เป็นต้น

 

21. I think you and I had better ______________________ our work now.

(ผมคิดว่า  คุณและผมควรจะ ____________________ งานของเราในบัดนี้)

(a) to start

(b) starting

(c) start    (เริ่มต้น)

(d) started

(e) to be starting

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Had better” + Verb 1 (Infinitive without to)

 

22. He left Bangkok in 1985 and I haven’t seen him _____________________.

(เขาจากกรุงเทพฯไปในปี  ๑๙๘๕  และผมก็ไม่ได้เห็นเขาอีก _______________ )

(a) then    (ต่อจากนั้น)

(b) since    (นับตั้งแต่นั้นมา,  ตั้งแต่นั้นมา)

(c) before

(d) meanwhile    (ในระหว่างนั้น,  ในขณะเดียวกัน)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้