หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 248)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Not until the late 1870’s ______________ an outlet for her talents and sympathies in charitable work.

(ไม่จนกระทั่งในปลายทศวรรษ  ๑๘๗๐  (ที่) ____________________ ทาง (ระบาย) ออกสำหรับพรสวรรค์และความรู้สึกเห็นอกเห็นใจของเธอ  ในงานการกุศล)

(a) that Anna Hallowell found

(b) did Anna Hallowell find    (แอนนา  แฮลโลเวลล์  พบ)

(c) when did Anna Hallowell find

(d) when Anna Hallowell found

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้   “Not until”  จากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • It was not ____________ last week that Bill ____________ guilty.

(มันไม่ ________________ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  ที่บิล _______________ ว่ามีความผิด)  (หมายถึง  บิลถูกพบ (ถูกตัดสิน) ว่ามีความผิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง)

(a) when ______________ had found

(b) until ______________ was found    (จนกระทั่ง  ________  ถูกพบ)

(c) after ______________ was found

(d) before ______________ found

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากเราใช้  “Not”  คู่กับ  “Until”  ซึ่งมีความหมายว่า  “ไม่................จนกระทั่ง”  เช่น

  • It was not until 1904 that the first train came into service.

(รถไฟขบวนแรกออกให้บริการในปี  ๑๙๐๔)  (มันไม่จนกระทั่งในปี  ๑๙๐๔  ที่รถไฟขบวนแรกออกให้บริการ)

                                  อย่างไรก็ตาม  เมื่อนำ   “Not until”  มาไว้ข้างหน้าประโยค  จะต้องเปลี่ยนโครงสร้างเป็น  “Not until + วลี + Verb (พิเศษ)  + Subject + Verb (แท้)”  เช่น 

  • Not until 1997 did the United States resume its diplomatic relationship with North Vietnam.

(สหรัฐฯดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตต่อไปกับเวียดนามในปี  ๑๙๙๗  -  หลังจากที่ตัดความสัมพันธ์ไปหลายปี)  (ไม่จนกระทั่งปี  ๑๙๙๗  ที่สหรัฐฯดำเนินความ...............)

  • Not until when she had come into the room dis she see what had happened.

(เธอมิได้เห็นว่าอะไรได้เกิดขึ้น  จนกระทั่งเมื่อเธอได้เข้ามาในห้อง)  (ไม่จนกระทั่งเมื่อเธอได้เข้ามาในห้อง  ที่เธอได้เห็นว่าอะไรได้เกิดขึ้น)

                                  สำหรับตัวอย่างอื่นๆ ได้แก่

  • Ali did not become champion again until 1974.

(อาลีไม่ได้ตำแหน่งแชมเปี้ยนคืนมาอีก  จนกระทั่งปี  ๑๙๗๔)  (คือ  ได้เป็นแชมเปี้ยนอีกวาระหนึ่งในปี  ๑๙๗๔)

  • She missed the 7 o’clock train and did not get to the office until ten o’clock.

(เธอพลาดรถไฟเที่ยว  ๗  โมง  และกว่าจะไปถึงที่ทำงานก็  ๑๐  โมงเข้าไปแล้ว)  (คือ  ไปไม่ถึงที่ทำงาน  จนกระทั่ง  ๑๐  โมง)

 

2. ________________________ astrology and alchemy may be regarded as fundamental aspects of thought is indicated by their apparent universality.

(______________________________ วิชาโหราศาสตร์และอัลเคมี (การเล่นแร่แปรธาตุ)  อาจจะถูกถือว่าเป็นแง่มุมพื้นฐานของความคิด  ได้รับการบ่งชี้โดยความเป็นสากลที่เห็นได้ชัดเจนของมัน)  (คือ  ของทั้ง  ๒  วิชา)

(a) Both are

(b) What both

(c) Both

(d) That both    (ที่ว่าทั้ง)  (คือ  ทั้ง  ๒  วิชา)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นคำนำหน้า  “Noun clause”  (That both astrology and alchemy may be regarded as fundamental aspects of thought)  ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Is indicated”  เป็นกริยา   ดูเพิ่มเติม  “Noun clause”  จากประโยคข้างล่าง

                                 ตัวอย่างที่ 

  • The fact ____________ money orders can usually be easily cashed has made them a popular form of payment.

(ข้อเท็จจริง ___________________ ธนาณัติโดยปกติแล้วสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้อย่างง่ายดาย  ทำให้มัน (ธนาณัติ) เป็นรูปแบบของการชำระเงินที่เป็นที่นิยมกัน)

(a) of

(b) that    (ที่ว่า)

(c) is that

(d) which is

ตอบ   -   ข้อ    (b)  เนื่องจากข้อความ   “The fact that money orders can usually be easily cashed”   เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Has made”  เป็นกริยา

                                  ตัวอย่างที่ 

  • _____________ dog was the first animal to be domesticated is generally agreed upon by authorities in the field.

(_________________ สุนัขเป็นสัตว์ชนิดแรกที่ถูกทำให้เชื่อง  ได้รับการเห็นด้วยโดยทั่วไปโดยผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้)

(a) Until the

(b) It was the

(c) The

(d) That the    (ที่ว่า)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากข้อความ   “That the dog was the first animal to be domesticated”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  โดยมีข้อความส่วนที่เหลือเป็นกริยาและส่วนขยายกริยา

                                   ตัวอย่างที่ 

  • Did you hear _________________________________ he said to his wife?

(คุณได้ยิน ___________________________________ เขาพูดกับภรรยาของเขาหรือไม่)

(a) that

(b) what    (สิ่งที่, เรื่องที่)

(c) when

(d) (No word is needed.)   (ไม่ต้องการคำมาเติม)

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “What he said to his wife”  เป็น  “Noun clause”    ทำหน้าที่เป็น  “กรรม”  ของกริยา  “Hear”  ดูคำอธิบาย   “Noun clause” จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  •    She was unable to tell us _____________________ house she had gone into by mistake.

(เธอไม่สามารถบอกเราว่า  บ้านหลังใด ____________________________ เธอเข้าไปโดยเข้าใจผิด)

(a) what    (อะไร)
(b) where    (ที่ไหน)

(c) that

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เพราะได้ใจความดีที่สุด   และไม่สามารถใช้ข้อ  (c)  ได้  เนื่องจากข้อความ  “which house she had gone into by mistake”  เป็น “Noun clause”  จึงต้องขึ้นต้นด้วย  “Question word”  (What, When, Where, Why, How, Which, etc.)

                                    ตัวอย่างที่ 

             -  I don’t think I’ll buy this dress; it is not ______________________ I really want.   

(ผมไม่คิดว่าผมจะซื้อเสื้อผ้าชุดนี้  มันไม่ใช่ ____________________ ผมต้องการอย่างแท้จริง)

(a) what    (สิ่งที่)

(b) whatever    (อะไรก็ตาม)

(c) that    (ที่, ซึ่ง)

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

(e) whom    (ผู้ซึ่ง, ผู้ที่)  (ใช้เป็นกรรม)

ตอบ    -    ข้อ   (a)  เนื่องจาก   “What I really want” เป็น “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น “Complement”  (สิ่งที่มาช่วยทำให้สมบูรณ์)  ของ “Verb to be” (Is) 

                                  ตัวอย่างที่ 

  • Tell me ________________________________________________.

(บอกผมซิว่า ___________________________________________________)

(a) what do you want?

(b) you want what

(c) what you want   (คุณต้องการอะไร)

(d) that what you want

ตอบ   –   ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น “กรรมตรง” ของกริยา  “Tell”  ทั้งนี้  “Noun clause”  มักขึ้นต้น  (นำหน้า) ด้วย  “Question words” (what, when, where, why, how, how much, how many, how often, who, whom, that, whether, if – หรือไม่(โดยไม่ต้องมี  “That”  อยู่ข้างหน้าคำเหล่านี้)   ทั้งนี้ โครงสร้างของ  “Noun clause”  คือ  “Question word + Subject + Verb”  (และต้องเรียงคำแบบประโยคบอกเล่า)   สำหรับ  “Noun clause” ทำหน้าที่ดังนี้  คือ

                                      1. เป็นประธานของ  “Verb” หรือประโยค  เช่น

           - What he wants is a new house.

(สิ่งที่เขาต้องการคือบ้านหลังใหม่)

           - How he did it surprised everyone.

(วิธีการที่เขาทำมัน – หรือ เขาทำมันอย่างไร – ทำให้ทุกคนประหลาดใจ)

           - Where he lives is not known.

(ที่ที่เขาอาศัยอยู่ – หรือ เขาอาศัยอยู่ที่ไหน – ไม่มีใครรู้)

            - Why he killed his wife is a mysterious thing.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเขาฆ่าภรรยา  - หรือ ทำไมเขาฆ่าภรรยา – เป็นเรื่องลึกลับ)

           - That he is a smart person is certain.

(ที่ว่าเขาเป็นคนฉลาดเป็นเรื่องแน่นอน)

          - That we, the Earth, live alone in the universe is still a question.

(ที่ว่าเรา, มนุษย์บนโลก, มีชีวิตอยู่ตามลำพังในจักรวาล  ยังคงเป็นปัญหา (เป็นที่สงสัย) อยู่)  (คือ  เชื่อกันว่ามีมนุษย์ต่างดาวในดาวอื่นๆ ด้วย)

         - That she was not compatible with her husband was known to all.

(ที่ว่าเธอไปกันไม่ได้กับสามีของเธอ  เป็นที่รู้กันกับทุกคน)

          - Whether she will come or not is not my business.

(ไม่ว่าเธอจะมาหรือไม่ก็ตาม  ไม่ใช่ธุระของผม)

                                       ๒.  เป็นกรรมของ  “Verb”  หรือประโยค เช่น

            - I don’t know when he left.

(ผมไม่ทราบว่าเขาจากไปเมื่อใด)

           - She asked me where I lived.

(เธอถามผมว่าผมอาศัยอยู่ที่ไหน)

           - They did what they had promised.

(พวกเขาทำในสิ่งที่ได้ให้สัญญาไว้)

           - We believe that he is innocent.

(เราเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์)

            - She did not believe what he told her.

(เธอไม่เชื่อในสิ่งที่เขาบอกเธอ)

            - The police investigated how the bank was robbed.

(ตำรวจสืบสวนวิธีการที่ธนาคารถูกปล้น – หรือ ธนาคารถูกปล้นอย่างไร)

             - I don’t know whether (if) she is happy with her new workplace.

(ผมไม่รู้ว่าเธอมีความสุขกับสถานที่ทำงานแห่งใหม่ของเธอหรือไม่)

                                      ๓.  เป็นกรรมของ “Preposition”   เช่น

              - She is interested in what he says.

(เธอสนใจในสิ่งที่เขาพูด)

               - They believed in what the minister preached.

(พวกเขาศรัทธาในสิ่งที่บาทหลวงเทศน์)

               - We are surprised at how he could do it.

(เราประหลาดใจว่าเขาสามารถทำมันได้อย่างไร)

               - They were satisfied with what she had provided to them.

(พวกเขาพอใจในสิ่งที่เธอได้จัดหาให้กับพวกเขา)

                                         ๔.  วางไว้ข้างหลังคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่แสดงความรู้สึก  (Sure, Confident,  Happy, Sorry, Grateful, Doubtful, Suspicious, Certain, Delighted,  Delightful,  Anxious,  Worried, etc.) เช่น

               - I am sure that he will arrive here on time.

(ผมมั่นใจว่า  เขาจะมาถึงที่นี่ตรงเวลา)

              - He is sorry that he could not keep his words.

(เขาเสียใจว่า  เขาไม่สามารถรักษาคำพูดได้)

               - They are confident that they will get the job.

(พวกเขามั่นใจว่าพวกเขาจะได้งานทำ)

               - We are anxious that the plane will be delayed for a few hours.

(เราวิตกกังวลว่า  เครื่องบินจะล่าช้าไป ๒ - ๓ ชั่วโมง)

                                         ๕.  ใช้แทนคำนาม  (Noun)  ที่มาข้างหน้ามัน   เช่น

              - The fact that he graduated with first-class honor is known to all.

 (ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ ๑เป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  (“The fact”  คือ “that he graduated with first-class honor”ดังนั้น“that he graduated with first-class honor” จึงเป็น  “Noun clause”) อย่างไรก็ตาม  ในประโยค  “The fact that (which) he told me is known to all.(ข้อเท็จจริงซึ่งเขาบอกผมเป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  The fact”  ไม่ใช่ “that (หรือ which) he told me”  แต่เป็นสิ่งอื่นต่างหาก  ดังนั้น“that (which) he told me” จึงเป็น “Adjective clause” มาขยาย “the fact

           - The belief that all men are born equal is not held by everyone. 

(ความเชื่อที่ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน   มิได้ยึดถือ (ยอมรับ) กันโดยทุกคน)   (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause)

         - The notion that wealthy men are always happy is rejected by many people. 

(ความคิดที่ว่าคนที่ร่ำรวยมีความสุขเสมอ  ถูกปฏิเสธโดยคนจำนวนมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause)

หมายเหตุ   –   จากตัวอย่างข้างบน   ถ้าเป็น “Noun clause” จะใช้  “that”(ที่ว่า) นำหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น   (ไม่ใช้ “which”)   และ  “that”  จะไม่ทำหน้าที่ประธาน หรือกรรม   แต่ถ้าเป็น   “Adjective clause”  จะใช้  “that”  หรือ “which”  ก็ได้   (และแปลว่า “ที่” หรือ “ซึ่ง”)   และมันจะทำหน้าที่ประธาน หรือกรรมของอนุประโยค  (Adjective clause)  อย่างใดอย่างหนึ่ง  เช่น

              -  The book which (that) is on the table is mine.

(หนังสือซึ่งอยู่บนโต๊ะเป็นของผม)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น   “Adjective clause”  ขยาย  “The book”   โดย   “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นประธานของ  Clause

          -  The book which (that) you gave me is very interesting.

(หนังสือซึ่งคุณให้ผมน่าสนใจอย่างมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Adjective clause”  ขยาย   “The book”   โดย  “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของ  “Clause”  ส่วน “me”  เป็นกรรมรอง)

 

3. Author Edith Wharton thoroughly understood the society ________________________.

(นักเขียน  เอดิธ วอร์ตัน  มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง (ใน) สังคม _______________________ )

(a) she has grown up

(b) which had she grown up in

(c) in which she had grown up    (ซึ่งเธอได้เติบโตขึ้นมา)

(d) which she had grown up in it

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากมาจากโครงสร้าง  “………….the society which she had grown up in”  (คือ  “เธอเติบโตมาในสังคมนั้น”)  ต้องมี   “In”  แต่ไม่ต้องมี  “It”  เนื่องจาก  “Which”  แทน  “It”  อยู่แล้ว

 

4. We have ____________________________________________ reading to do.

(เรามีการอ่าน (หนังสือ) _______________ ที่จะต้องทำ)  (คือ  มีหนังสือที่จะต้องอ่านมากมาย)

(a) a large number of    (มากมาย)  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)

(b) so a lot of    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(c) a good deal of     (มากมาย)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้)

(d) a great amount    (มากมาย)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้) (แต่ต้องมี “Of” ด้วย)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก  “Gerund” (Verb + ing)  (Reading)  ถือเป็นคำนามนับไม่ได้  สำหรับข้อนี้  อาจตอบ  “A great deal of, A great amount of, A large amount of, Lots of, A lot of”  ก็ได้  สำหรับ  “Lots of, A lot of”  ยังสามารถใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์  อีกด้วย

 

5. Some experts believe that the functions of the print media will be replaced by audio or visual media. 

(ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่า    หน้าที่    ของสื่อสิ่งพิมพ์  จะถูกแทนที่โดยสื่อทางเสียงหรือภาพ)  (เช่น  หนังสือพิมพ์หรือวารสารถูกแทนที่ด้วยสื่อออนไลน์  เว็บไซต์หรืออี-บุ๊ค)

(a) influences  (อิทธิพล)

(b) distribution  (การจำหน่าย, การแจกจ่าย)

(c) roles (บทบาท)

(d) popularity  (ความเป็นที่นิยมชมชอบ)

 

6. Eddy was such a shrewd (ชรูด) businessperson that he never lost money in any transaction. 

(เอ็ดดี้เป็นนักธุรกิจที่    เฉลียวฉลาด-เฉียบแหลม-หลักแหลม    มาก  จนกระทั่งเขาไม่เคยสูญเสียเงินในการทำธุรกรรมใดๆ เลย)

(a) fortunate    (โชคดี, เคราะห์ดี)

(b) clever    (ฉลาด)

(c) wealthy    (มั่งคั่ง, ร่ำรวย)

(d) well-liked    (เป็นที่ชื่นชอบหรือโปรดปราน)

 

7. There was no trace of poison in the coffee the chemist analyzed.

(ไม่มี    ร่องรอย    ของยาพิษในกาแฟที่นักเคมีได้วิเคราะห์)

(a) indication   (สิ่งที่บ่งชี้-ชี้บอก, การชี้บอก, เครื่องหมายแสดง)

(b) taste   (รสชาติ)

(c) color   (สี)

(d) smell   (กลิ่น)

 

8. A dozen of people have applied _____________________ the post of headmaster.

(คน  ๑๒  คน  ได้สมัคร ___________________________________ ตำแหน่งอาจารย์ใหญ่)

(a) to

(b) at

(c) on

(d) for    (สำหรับ, เพื่อ)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   สำหรับวลีที่ใช้กับ  “For”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                    สำหรับคำคุณศัพท์ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job. = เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ)  -  “Are you ready for your new job?”  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  “Thailand is famous for the hospitality of its people.”  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  “I’m sorry for any damage I may incur.”  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม)  -  “These clothes are fit for me.”  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมาก  สำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                                  ส่วนคำกริยาที่ใช้กับ  “For” เช่น  “Buy something for someone”  (ซื้ออะไรให้ใคร)  -  “I bought a present for her on her birthday.”  (ผมซื้อของขวัญให้เธอสำหรับวันเกิด),  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “They will vote for the Republican only.”  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “I’ ll pay for the meal this time.”  (ผมจะจ่ายค่าอาหารให้มื้อนี้),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  “Thank you for your help.”  (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ), “Search  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  “She is looking for her lost watch.”  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  “They have to struggle for their survival.” (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  “The criminals begged for the judge’s mercy.”  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  “We hope for better life in the future.”  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตเป็นต้น

                                 สำหรับวลีอื่นๆที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป  ๑ เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐ เปอร์เซนต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน๊ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),  “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ), เป็นต้น

 

9. To become a member of the club, you must apply __________________ the secretary.

(เพื่อที่จะเป็นสมาชิกของสโมสร  คุณจะต้องสมัคร ____________________ เลขานุการ  -  สโมสร)

(a) for

(b) at

(c) to    (กับ)

(d) with

ตอบ   -   ข้อ   (c)   

                                     สำหรับคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่ใช้กับ  “To”   ได้แก่  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ)  -  “His office is very close to my home.”  (ที่ทำงานของเขาอยู่ใกล้บ้านผมมาก),  cruel  (โหดร้ายกับ)  -  “Nobody likes those who are cruel to animals.”  (ไม่มีใครชอบคนที่โหดร้ายต่อสัตว์),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ)  -  “She was hostile to her ex-husband’s family.”  (เธอมุ่งร้าย-ปองร้ายต่อครอบครัวของอดีตสามี),  obvious  (ชัดเจนแก่)  -  “It is obvious to me that she didn’t like her job.”  (มันเห็นได้ชัดกับผมที่ว่า  เธอไม่ชอบงานของเธอ),  obedient  (เชื่อฟังต่อ)  -  “Those students are obedient to their teacher.”  (นักเรียนพวกโน้นเชื่อฟังครูของตน),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ)  -  “Her behavior last night was peculiar to everyone.”  (พฤติกรรมของเธอเมื่อคืนนี้  เป็นที่ประหลาดใจกับทุกคน),  equal  (เท่ากันกับ),  grateful  (ขอบคุณ),  harmful  (เป็นอันตรายต่อ),  kind  (กรุณาต่อ)  -  “They are very kind to me.”  (พวกเขากรุณาต่อผมมาก),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธา-จงรักภักดีต่อ)  -  “They are very faithful to their King.”  (พวกเขาจงรักภักดีต่อกษัตริย์มาก) ,  junior  (อาวุโสน้อยกว่า)  -  “That soldier is junior to me in rank.”  (ทหารคนนั้นอาวุโสน้อยกว่าผม  ในเรื่องยศ),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  “I’m senior to them in the army.”  (ผมอาวุโสมากกว่าพวกเขาในกองทัพ),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ),  familiar  (คุ้นเคยกับ),  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  “They are accustomed to hot weather.”  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ)  -  “It is necessary to do one’s best.”  (มันจำเป็นที่คนเราต้องทำให้ดีที่สุด),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  “She is identical to her younger sister.”  (เธอเหมือนกับน้องสาวเป๊ะ),  satisfactory (เป็นที่พอใจของ)  -  “His secretary’s performance is satisfactory to him.”  (การทำงานของเลขาฯ เป็นที่พอใจต่อเขา),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)  -  “Everyone must be loyal to his country.”  (ทุกคนต้องจงรักภักดีต่อประเทศของตน)  เป็นต้น

                                    สำหรับคำกริยาที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   happen  (เกิดขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขานานมาแล้ว), occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับ)  -  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำแนะนำของอาจารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยินยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)  -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาดเจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  -  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)  -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)  -- The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),   เป็นต้น

 

10. She thought they ______________________________________ cards.

(เธอคิด (ว่า) พวกเขา __________________________________________ ไพ่)

(a) had not better play

(b) had better not to play

(c) had better not play    (ไม่ควรเล่น)

(d) not had better play

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Had better + Verb 1”  (ควรจะ...............)  ส่วน  “Had better + Not + Verb 1”  (ไม่ควรจะ.................)

 

11. The intricate directions were difficult to understand.

(การชี้ทาง (หรือทิศทาง)    ที่ซับซ้อน-ยุ่งยาก    เข้าใจได้ยาก)  (หมายถึง  ป้ายบอกทาง (ข้างถนน) ทำให้คนอ่านสับสน)

(a) vague    (เว้ก)  (คลุมเครือ, เคลือบคลุม, ไม่ชัดแจ้ง, เลือน, เลอะเลือน)

(b) unusual    (ผิดปกติ, ผิดธรรมดา, เป็นข้อยกเว้น)

(c) routine    (เป็นกิจวัตรประจำวัน, ตามปกติ, ประจำวัน, เกี่ยวกับงานประจำวัน, กิจวัตรประจำวัน, งานประจำ)

(d) complicated    (ซับซ้อน, ยุ่งยาก, ยากที่จะเข้าใจหรืออธิบาย)

 

12. Since I have been ill, my appetite has diminished.

(ตั้งแต่ที่ผมป่วยไข้    ความอยากอาหาร    ของผมได้ลดน้อยลงไป)

(a) desire for exercise    (ความต้องการออกกำลังกาย) 

(b) desire for visitors    (ความต้องการผู้มาเยือนหรือนักท่องเที่ยว)

(c) desire for sleep    (ความต้องการนอน)

(d) desire for food    (ความต้องการกินอาหาร)

 

13. The night was so foggy that the murderer was easily able to escape his pursuers. 

(คืนนั้น    มีหมอกลง-เต็มไปด้วยหมอก    มากเสียจนกระทั่งเจ้าฆาตกร  สามารถหลบหนีผู้ติดตาม (จับตัว) เขาได้อย่างง่ายดาย)

(a) moist    (ชื้น)

(b) misty    (มีหมอกคลุม, พร่ามัว, ไม่ชัด, คลุมเครือ)

(c) mild    (ไมลด์)  (อ่อนโยน, อ่อน, เบา, ไม่รุนแรง, ไม่มากเกินไป, ไม่ฉุนหรือเผ็ด, ไม่แรง, เมตตา, กรุณา)

(d) messy    (สกปรก, ไม่เป็นระเบียบหรือยุ่งเหยิง, ยุ่งยากใจ, ลำบากใจ)

 

14. The city of Montreal ______________________________________ over 70 square miles.

(เมืองมอนทรีอัล (เมืองหลวงของรัฐควีเบค  ในแคนาดา) ____________ พื้นที่กว่า  ๗๐  ตารางไมล์)

(a) covers    (ครอบคลุม)

(b) that covers

(c) covering

(d) is covered

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากเป็นกริยาของประโยค  โดยมี  “The city”  เป็นประธานฯ  และ  “Of Montreal”  เป็นส่วนขยายประธาน

 

15. Microscopes make small things appear larger than ______________________.

(กล้องจุลทรรศน์ทำให้สิ่งเล็กๆ ดูเหมือนใหญ่กว่า (ที่) __________________________ )

(a) really are

(b) are really

(c) are they really

(d) they really are    (มันเป็นอยู่จริงๆ)   

 

16. Jim Thorpe, Pennsylvania, a town in the eastern part of the state, was named ____________________ one of the greatest American athletes.

(เมือง  จิม ธอร์ป  รัฐเพนซิลเวเนีย –  เมืองหนึ่งทางด้านตะวันออกของรัฐ  -  ได้รับการตั้งชื่อ ______________________ หนึ่งในบรรดานักกีฬาอเมริกันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด)

(a) in honor for

(b) in honor of    (เพื่อเป็นเกียรติแก่)

(c) to honoring

(d) for honoring

ตอบ   -   ข้อ    (b)   สำหรับคำกริยา,  คุณศัพท์  หรือ  วลีที่ใช้กับ  “Of”  ได้แก่  “In charge of” (= take charge of)  (ดูแล, รับผิดชอบ)  -  “They are in charge of organizing the meeting.”  (พวกเขารับผิดชอบการจัดประชุม), “inform someone of something”  (บอกใครเกี่ยวกับเรื่องอะไร)  -  Please inform me of your decision.  (โปรดบอกผมเกี่ยวกับการตัดสินใจของคุณ),   “of age”  (โตพอที่จะทำอะไรบางอย่าง, อายุมากพอที่จะลงคะแนนเลือกตั้งหรือซื้อเหล้า-เบียร์, ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่)  -  Mary will be of driving age on her next birthday  (แมรี่จะถึงวัยที่ได้รับอนุญาตให้ขับรถได้  ในวันเกิดของเธอปีหน้า),  “of course”  (แน่นอน, ไม่ต้องสงสัยเลย, เป็นเรื่องธรรมดา, เหมือนที่คาดหวังไว้)  -  Of course you know that girl; she is in your class  (แน่นอน  คุณรู้จักเด็กผู้หญิงคนนั้น  เธอเป็นเด็กนักเรียนของคุณ  -  หรือ เธอเรียนอยู่ในชั้นเดียวกับคุณ  –  คือเป็นเพื่อนคุณ),  “remind someone of”  (เตือนใครให้นึกถึงเรื่อง.........)  -  She reminded me of her mother.  (เธอเตือนให้ผมนึกถึงแม่ของเธอ  -  ด้านรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยใจคอ),  “approve”  (อนุมัติ, เห็นชอบ)  -  “The company doses not approve of women smoking.”  (บริษัทไม่เห็นชอบให้ผู้หญิงสูบบุหรี่),  “boast”  (คุยโม้)  -  “He often boasts of his wealth.”  (เขามักคุยอวดความร่ำรวย), “think”  (คิดถึงเรื่อง)  -  “We are thinking of buying her a present.”  (พวกเรากำลังคิดถึงเรื่องซื้อของขวัญให้เธอ),  “warn”  (เตือน)  -  “She warned me of the danger.”  (เธอเตือนผมถึงอันตราย),   “accuse someone of”  (กล่าวหาใครในเรื่อง..........)  -  They accused him of stealing their car.  (พวกเขากล่าวหาเขาว่าขโมยรถยนต์),  “suspect”  (สงสัย),  “consist”  (ประกอบด้วย),  “be composed of”  (ประกอบด้วย)  -  Our team is composed of a number of experts in several fields.   (ทีมของเราประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากจากหลายสาขา),  “dream”  (ฝัน)  -  She never dreams of traveling abroad.  (เธอไม่เคยฝันว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ),  “hear”  (ได้ยิน),  “beware”  (ระวัง),  “complain”  (บ่น, ร้องทุกข์)  -  They never complain of their hardship.  (พวกเขาไม่เคยบ่นอุทธรณ์ความยากลำบากเลย),  “convince”  (ทำให้เชื่อ),  “disapprove”  (ไม่อนุมัติ, ไม่เห็นด้วย),  “assure”  (รับรอง),  “cure”  (รักษาให้หายจากโลก),  “smell”  (ได้กลิ่น),  “full”  (เต็มไปด้วย)  - The street was full of water.   (ถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำ), “fond”  (ชอบ, หลงใหล)  -  She is fond of music.  (เธอชอบดนตรี), “careful”  (ระวัง, รอบคอบ), “frightened”  (ตกใจกลัว)  -  She is frightened of the dark.  (เธอกลัวความมืด), “confident”  (มั่นใจ)  -  You should be confident of yourselves.  (พวกคุณควรมั่นใจในตนเอง), “short”  (ขาดแคลน)  -  They were short of food and water.  (พวกเขาขาดแคลนอาหารและน้ำ), “tired”  (เบื่อ, เหนื่อย), “sure”  (มั่นใจ), “aware”  (ตระหนัก, รู้ดี), “certain” (มั่นใจ, แน่นอน), “free”  (ยกเว้น), “proud”  (ภูมิใจ), “hopeful”  (มีความหวัง), “glad”  (ดีใจ), “capable”  (สามารถ), “ashamed”  (ละอายใจ), “suspicious”  (สงสัย, ระแว), “tolerant”   (อดทนต่อ, ใจกว้างต่อ), “considerate”  (เกรงใจ), “ignorant”  (ไม่รู้), “convinced”  (เชื่อ), “ahead”  (ล่วงหน้า), “shy”  (อาย, ละอาย), “conscious”  (รู้สึกถึง), “jealous”  (อิจฉา, หึงหวง), “envious”  (อิจฉา, หึงหวง),  “a cup of tea”  (ชา ๑ ถ้วย),  “a sheet of paper”  (กระดาษ ๑ แผ่น),  “a number of dogs”  (หมาจำนวนมาก),“the number of students”  (จำนวนนักเรียน),  “a pair of trousers”  (กางเกงขายาว ๑ ตัว), “millions of dollars”  (เงินหลายล้านดอลลาร์),  “two gallons of water”  (น้ำ ๒ แกลลอน),  “10% of the population”  (๑๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร),  “a town of 2,000 people”  (เมืองที่มีประชากร ๒,๐๐๐ คน),  “Half of the boats sank.”  (เรือจำนวนครึ่งหนึ่งจมลง),  “a bag of gold”  (ทองถุงหนึ่ง),  “at a rate of 20 dollars a day”  (ในอัตรา ๒๐ เหรียญต่อวัน),  “a boy of sixteen”  (เด็กอายุ ๑๖ ปี),  “at the age of five”  (ตอนอายุ ๕ ขวบ),  “a baby of 6 months”  (ทารกอายุ ๖ เดือน),  “the first of a series of movies”  (ตอนแรกของภาพยนตร์ซีรี่ส์),  “one of the problems”  (หนึ่งในหลายปัญหา),  “two of the three”  ( ๒ ใน ๓),  “many of the students”  (นักเรียนหลายคน),  “a meeting of executives”  (การประชุมผู้บริหาร),  “a map of Sweden”  (แผนที่ประเทศสวีเดน),  “a picture of the refugees”  (ภาพของผู้อพยพ),  “an account of the event”  (เรื่องราวของเหตุการณ์),  เป็นต้น

 

17. I don’t mind _______________________ to bed early, but I don’t like to get up early.

(ผมไม่รังเกียจ ____________________________ นอนแต่หัวค่ำ  แต่ผมไม่ชอบตื่นแต่เช้าตรู่)

(a) go

(b) to go

(c) going    (ไป, เข้า)

(d) gone

ตอบ   -   ข้อ    (c)  “Mind + Verb + ing” สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Gerund”  (Verb + ing)  ดูจากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

  •  He keeps ____________________ the most outrageous things.

(เขา _________ ไม่หยุด (ต่อไปเรื่อยๆ) ในสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เจ็บแค้นใจ (หรือ เกะกะระราน, รุนแรง) มากที่สุด)

(a) to say

(b) say

(c) saying    (พูด)

(d) having said

ตอบ   -   ข้อ  (c)  กริยา  “Keep” =  (.........ต่อไปเรื่อยๆ, ไม่ยอมหยุด)  ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  เช่น  (Keep walking  (เดินต่อไปเรื่อยๆ), Keep reading  (อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ),  Keep talking  (คุยไปเรื่อย  ไม่ยอมหยุด)  

                                 ตัวอย่างที่  

  • Instead of playing as a small boy, he enjoyed nothing _____________ the farm machines.

(แทนที่จะเล่นเหมือนเด็กเล็กๆ  เขามิได้สนุกเพลิดเพลินกับอะไร ___________ เครื่องจักรกลในไร่นา)

(a) more to fix

(b) more than fix

(c) more than fixing    (มากไปกว่าการซ่อมแซม)

(d) more than having fixed

ตอบ   -   ข้อ  (c)   เนื่องจาก   {Enjoy + (nothing more than) + Verb + ing  (Fixing)} 

                                   ตัวอย่างที่  

  • I can’t help ____________________________ him in spite of his faults.

(ผมอดไม่ได้ที่จะ _____________________________ เขา  ทั้งๆที่เขามีข้อผิดพลาด)

(a) admire

(b) admired

(c) admiring    (ยกย่อง, ชื่นชม)

(d) to admire

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Can’t help + Verb + ing” สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  ได้แก่  “Feel like”  (อยาก, ต้องการ)“Avoid”  (หลีกเลี่ยง),  “Consider” (พิจารณา),  “Suggest”  (แนะนำ),  “Enjoy” (สนุกสนาน),  “Finish”  (ทำเสร็จ),  “Keep  หรือ  Keep on”  (ทำต่อไป),  “Go on”  (ทำต่อไป),  “Insist on”  (ยืนกราน),  “Object to”  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย),  “Put off”  (เลื่อน, ผัดไป),  “Be opposed to”  (คัดค้าน)“  Appreciate”  (ยกย่อง, เห็นคุณค่า),  “Allow” (อนุญาต), “Permit” (อนุญาต), “Postpone”  (เลื่อนออกไป), Practice”  (ฝึกหัด, ฝึกซ้อม),  “Prohibit”  (ห้าม),   Mind”  (รังเกียจ), “Deny” (ปฏิเสธ),  “Resist”  (ยับยั้ง, ระงับ), “Recall”  (นึกได้, ระลึกได้)“Resent”  (ไม่ชอบ, ไม่พอใจ), “Cannot stand”  (ทนไม่ได้)“Admit” (ยอมรับ),  “Delay” (ประวิงเวลา), “Confess”  (สารภาพ)“Imagine”  (นึกคิด, จินตนาการ)“Cannot help”  (อดไม่ได้, ช่วยไม่ได้),  “Excuse”  (ให้อภัย), “Forgive” (ให้อภัย), “Dislike”  (ไม่ชอบ),  “Miss”  (พลาดโอกาส)“Discuss”  (ประชุมปรึกษาหารือ, อภิปราย, สาธยาย)    ตัวอย่างประโยค   เช่น

  • She enjoys reading novels.    (เธอสนุกสนานกับการอ่านนิยาย)
  • I cannot stand listening to his complaints any more.   (ผมทนการฟังข้อร้องเรียนของเขาไม่ไหวต่อไปอีกแล้ว)
  • We could not avoid meeting him.    (เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบกับเขา)
  • They enjoyed listening to music.   (พวกเขาสนุกกับการฟังดนตรี)
  • She dislikes talking a lot.   (เธอไม่ชอบการพูดมาก)
  • Jim finished writing a report last night.   (จิมเสร็จสิ้นการเขียนรายงานเมื่อคืนที่ผ่านมา)
  • The man admitted taking the bicycle.   (นายคนนั้นยอมรับว่าเอารถจักรยานไป)
  • She is sorry that she missed meeting you.   (เธอเสียใจว่าเธอพลาดโอกาสการได้พบคุณ)
  • They practice speaking French every day.   (พวกเขาฝึกซ้อมการพูดภาษาฝรั่งเศสทุกวัน)
  • We consider buying a new home.   (เราพิจารณาจะซื้อบ้านหลังใหม่)
  • They allow smoking in this room.   (เขาอนุญาตให้สูบบุหรี่ในห้องนี้ได้)
  • Do you mind opening the window?   (คุณรังเกียจที่จะเปิดหน้าต่างไหมครับ)
  • The teacher suggested working harder. (ครูแนะนำ   (นักเรียน) ให้ขยันมากขึ้น)

                                                 สำหรับคำคุณศัพท์และวลีที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  ดูจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                     ตัวอย่างที่  

  • Victor’s car was too badly damaged to be worth ___________________.

(รถยนต์ของวิคเตอร์ได้รับความเสียหายมากจนเกินกว่าที่จะคุ้มค่า _________________ )

(a) repaired

(b) repair

(c) to repair

(d) repairing    (การซ่อมแซม)

(e) to be repaired

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “To be worth  (คุ้มค่า, ควรค่า) + Verb + ing”  ทั้งนี้   มีคำคุณศัพท์  ๒  ตัว  ที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  คือ  “Worth”  (คุ้มค่า, ควรค่า)  และ “Busy” (ยุ่งอยู่กับ)  ดังประโยคข้างล่าง

  • She was busy reading in the library. 

(เธอยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือในห้องสมุด)

  • They are busy preparing for the party.

(พวกเขายุ่งอยู่กับการเตรียมงานเลี้ยง)

  • Lots of things in this shop are worth buying.

(หลายสิ่งในร้านนี้ควรค่า (คุ้มค่า) ต่อการซื้อ)

  • These newspapers are not worth reading.

(หนังสือพิมพ์เหล่านี้ไม่ควรค่าต่อการอ่าน)

                                   นอกจากนั้น  ยังมีอีก  ๒  วลี ที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  คือ  “It is no good”  (ไม่ดีที่จะ)  และ  “It is no use”  (ไม่มีประโยชน์ที่จะ)   เช่น

                -  It’s no good crying like a baby.

(ไม่ดีเลยที่จะร้องไห้เหมือนเด็ก)

               -  It’s no use talking to him.

(ไม่มีประโยชน์ที่จะคุยกับเขา)

 

18. Since the weather was bad, _________________________ people came.

(เพราะว่าอากาศเลว  ผู้คน ____________ มา  -  ดูการแข่งขัน, เที่ยวในงานแสดงสินค้า ฯลฯ)

(a) little     (น้อยมาก  จนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)

(b) a little     (น้อย  แต่พอมีอยู่บ้าง)  (ใช้กับนามนับไม่ได้)

(c) few    (น้อยมาก  จนแทบไม่มีเลย)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)

(d) a few    (น้อย  แต่พอมีอยู่บ้าง)  (ใช้กับนามนับได้  พหูพจน์)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากข้อความในประโยคเป็น  “ลบ”  (อากาศเลว)  คนจึงมากันน้อยมาก  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                   ตัวอย่างที่  

  • There are ____________________ apples left.  Let’s have them for dessert.

(มีแอปเปิลเหลืออยู่ _______________________ พวกเรามากินมันเป็นของหวานกันเถอะ)

(a) little   (น้อย)  (จนแทบไม่มีเลย – ความหมายเป็นไปในทางลบ)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ)

(b) a little   (น้อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง – ความหมายเป็นไปในทางบวก)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้ – เอกพจน์เสมอ)

(c) few   (น้อย) (จนแทบไม่มีเลย – ความหมายเป็นไปในทางลบ)  (ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์)

(d) a few    (น้อย, เล็กน้อย)  (แต่พอมีอยู่บ้าง –  ความหมายเป็นไปในทางบวก)  (ใช้กับคำนามนับได้พหูพจน์)

(e) the few    (น้อย  ใช้แสดงการเน้นจำนวนที่เหลือจากจำนวนทั้งหมดที่ได้กล่าวไปแล้ว)(ใช้กับคำนามพหูพจน์)

(f) very few    (น้อยมากๆ)  (ใช้กับคำนามพหูพจน์)

ตอบ  -  ข้อ   (d)   เนื่องจากต้องการบอกว่า  “มีแอปเปิลเหลืออยู่บ้าง  จึงชวนกันกินเป็นของหวาน”  ดังนั้น การจะเลือกข้อใด  จึงต้องดูว่าใช้ขยายคำนามนับได้ (พหูพจน์) (ใช้  “Few” หรือ  “A few”)  หรือนับไม่ได้  (เอกพจน์เสมอ)  (ใช้ “Little” หรือ  “A little”)  และดูด้วยว่า   “มีน้อยมาก”  (ใช้ “Few” หรือ “Little” )  หรือ  “พอมีอยู่บ้าง”  (ใช้ “A few” หรือ  “A little”)   ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

           -  She has a few friends at school, so she is not lonely.

(เธอมีเพื่อนอยู่บ้างที่โรงเรียน  ดังนั้น  เธอจึงไม่เหงา)

           -  She has few friends at school, so she is very lonely.

(เธอมีเพื่อนน้อยมากที่โรงเรียน  ดังนั้น  เธอจึงเหงามาก)

           -  I have a little money, so I’ll buy you some coffee.

(ผมพอมีเงินอยู่บ้าง  ดังนั้น  ผมจะเลี้ยงกาแฟคุณ)

           -  I have little money, so I can’t lend you some.

(ผมมีเงินน้อยมาก  ดังนั้น  ผมไม่สามารถให้คุณยืมได้)

 

19. Christmas is only a month _____________.  We’ve got to think of Christmas presents.

(คริสต์มาสอยู่ ___________ แค่เพียงเดือนเดียว  เราจำเป็นต้องนึกถึงของขวัญวันคริสต์มาสแล้วละ)

(a) long    (ยาวนาน)

(b) far    (ไกล)

(c) away    (ห่างออกไป)

(d) later    (ต่อมา) 

 

20. I need _______________________________________, I think. 

(ผมต้องการ ____________________________________ ผมคิดอย่างนั้นนะ)

(a) petrol 30 litres

(b) 30 litres petrol

(c) petrol of 30 litres

(d) 30 litres of petrol    (น้ำมัน  ๓๐  ลิตร)

 

21. You will have plenty of chances to ___________________________ them. 

(คุณจะมีโอกาสมากมายที่จะ _____________________________________ พวกเขา)

(a) make a friend with

(b) make the friends with

(c) make friend with

(d) make friends with    (ผูกมิตรกับ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ในวลี  “ผูกมิตรกับ”  “Friends”  ต้องมี  “S” เสมอ

 

22. It was in this village _____________________________________ I was born.

(มันเป็นในหมู่บ้านแห่งนี้ ____________________________________ ผมได้เกิดมา) 

(a) where

(b) in which

(c) that    (ซึ่ง, ที่)

(d) which

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) + วลี  (มักนำหน้าด้วย  “in, on, at, etc.” )  + That + Subject + Verb”   ดูจากประโยคข้างล่าง

                                      ตัวอย่างที่  

  • _______________________ on Saturday morning that we had our meeting.

(_____________________________________  เช้าวันเสาร์  ที่พวกเรามีการประชุมกัน)

(a) There had

(b) It was    (มันเป็น)

(c) It is

(d) There was

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ต้องใช้   “It was”  เพราะกริยาในอนุประโยค  คือ   “Had”  และยังเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) + วลี  (มักนำหน้าด้วย  “Preposition”) + That + Subject + Verb”  เช่น

          -  It is in this house that I was born.

(มันเป็นในบ้านหลังนี้แหละที่ผมเกิด)

           -  It is at night that we go to bed.

(มันเป็นเวลากลางคืนที่พวกเราเข้านอน)

           -   It is on Sunday morning that people go to church.

(มันเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ผู้คนไปโบสถ์)

           -   It is in the country that we like to stay.

(มันเป็นในชนบทที่พวกเราชอบพัก)

           -  It was in January that we went to England.

(มันเป็นในเดือนมกราคมที่เราไปอังกฤษ)

           -  It was by mistake that she took my book.

(มันเป็นการเข้าใจผิดที่เธอเอาหนังสือของผมไป)

          -  It was in 1917 that the First World War took place.

(มันเป็นในปี  ๑๙๑๗  ที่สงครามโลกครั้งที่  ๑  เกิดขึ้น)

          -  It was under the sea that the nuclear weapon had been tested.

(มันเป็นใต้ทะเลที่อาวุธนิวเคลียร์ถูกทดลอง)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้