หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 243)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. James likes reading, hiking, and _____________________________. 

(เจมส์ชอบการอ่านหนังสือ  การเดินทางไกลด้วยเท้า  และ _________________ )

(a) he listens to music

(b) to listen to music

(c) listen to music

(d) listening to music    (การฟังดนตรี)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากต้องให้ข้อความสมดุลกัน   คือ  “Like + Gerund (Verb + ing)”    คือ  “Like reading, hiking and listening…….”   ทั้งนี้   กริยา  “Like”  อาจตามด้วย  “Infinitive with to” (To + Verb 1    ก็ได้   ดังนั้น  ข้อนี้จึงอาจตอบ  “Like to read, to hike, and to listen to music”  โดยต้องให้สมดุลกัน  คือ  เป็น  “Format”  เดียวกัน

 

2. I ate 3 sandwiches this morning because I was ___________________ hungry.

(ผมกินแซนด์วิช  ๓  คู่ เมื่อเช้านี้  เพราะว่าผมหิว ___________________________ )

(a) more than usual

(b) unusual

(c) more usually

(d) unusually    (เป็นพิเศษ, ผิดปกติ)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากขยายคำคุณศัพท์  “Hungry”  จึงต้องอยู่ในรูปกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ทั้งนี้   อาจตอบ  “…….was hungry more than usual”  ก็ได้  ถ้าต้องการหมายความว่า  “หิวมากกว่าปกติ”

 

3. The old woman bought flowers _____________ her sister _____________ the plant shop.

(หญิงชราซื้อดอกไม้ ______________ น้องสาวของเธอ _______________ ร้านขายพันธุ์ไม้)

(a) to ___________ at

(b) for ___________ of

(c) for ___________ at    (สำหรับ  ______________  ที่)

(d) to ___________ in

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ตามโครงสร้าง  “Buy something for someone”  (Buy a book for me)  หรือ  “Buy someone something”  (Buy her sister flowers)  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “For”  ดูจากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่ 

                          -   Do you have horses _______________________ hire?

(คุณมีม้า____________________________________________ เช่าหรือไม่)

(a) to

(b) on

(c) of

(d) for    (ให้,  สำหรับ)

(e) at

ตอบ   -   ข้อ   (d)   สำหรับวลีที่ใช้กับ  “For”  ดูจากพารากราฟข้างล่าง

                                    สำหรับคำคุณศัพท์ที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “Responsible”  (He is responsible for the job. = เขารับผิดชอบต่องาน),  “Ready”  (เตรียมพร้อมต่อ)  -  “Are you ready for your new job?”  (คุณเตรียมพร้อมสำหรับงานใหม่หรือเปล่า),  “Qualified”  (มีคุณสมบัติเหมาะสมกับ) – She was qualified for the job.  (เธอมีคุณสมบัติตรงกับงาน),  “Essential”  (จำเป็นอย่างยิ่ง),  “Good”  (เป็นประโยชน์ต่อ)  -  “It is good for you to get up early.”  (มันดีสำหรับคุณที่ตื่นนอนแต่เช้าตรู่), “Suitable”  (เหมาะสม),  “Famous”  (มีชื่อเสียง)  -  “Thailand is famous for the hospitality of its people.”  (เมืองไทยมีชื่อเสียงในเรื่องความเอื้อเฟื้อของผู้คน),  “Eager”  (กระตือรือร้น), “Sorry”  (เสียใจกับ)  -  “I’m sorry for any damage I may occur.”  (ผมเสียใจสำหรับความเสียหายใดๆ ที่ผมอาจทำให้เกิดขึ้น), “Sufficient”  (เพียงพอ), “Fit”  (เหมาะสม)  -  “These clothes are fit for me.”  (เสื้อผ้าพวกนี้เหมาะสำหรับผม), “Unfit”,  “Perfect”  (สมบูรณ์แบบ), “Grateful”  (ขอบคุณต่อ) -  I am very grateful to you for your assistance.  (ผมขอบคุณคุณอย่างมาก  สำหรับความช่วยเหลือของคุณเป็นต้น

                                    ส่วนคำกริยาที่ใช้กับ  “For” เช่น  “Wait”  (รอคอย)  -  They were waiting for their old friends at the airport.  (พวกเขากำลังรอคอยเพื่อนเก่าที่สนามบิน),  “Vote”  (ลงคะแนนให้)  -  “They will vote for the Republican only.”  (พวกเขาจะลงคะแนนให้เฉพาะกับพรรครีพับริกันเท่านั้น),  “Pay”  (จ่ายเงินค่า)  -  “I’ ll pay for the meal this time.”  (ผมจะจ่ายค่าอาหารให้มื้อนี้),  “Thank”  (ขอบคุณ)  -  “Thank you for your help.”  (ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ), “Search  (ค้นหา)  -  “I’ll search for the data in the library.”  (ผมจะค้นหาข้อมูลในห้องสมุด),  “Look”  (ค้นหา)  -  “She is looking for her lost watch.”  (เธอกำลังค้นหานาฬิกาที่หายไป),  “Struggle”  (ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อ)  -  “They have to struggle for their survival.” (พวกเขาจำเป็นต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด),  “Exchange”  (แลกเปลี่ยนเพื่อ),  “Beg”  (ขอร้อง)  -  “The criminals begged for the judge’s mercy.”  (เจ้าอาชญากรขอความเมตตาจากผู้พิพากษา),  “Ask”  (ขอร้อง),  “Call”  (เรียกร้องให้มี, จำเป็นต้องมี)  -  “The country called for peaceful co-existence.”  (ประเทศนั้นเรียกร้องให้อยู่ร่วมกันโดยสันติ),  “Apologize”  (ขอโทษ),  “Charge”  (คิดค่า),  “Provide”  (จัดให้มี, เตรียมไว้สำหรับ)  -  “The company provided for comprehensive training.”  (บริษัทจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างกว้างขวาง),  “Substitute”  (เอามาแทน),  “Hope”  (หวังจะได้-มี)  -  “We hope for better life in the future.”  (พวกเราหวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตเป็นต้น

                                    สำหรับวลีอื่นๆที่ใช้กับ  “For”  ได้แก่  “For good”  (อย่างถาวร, ตลอดกาล, ตลอดไป)  -  The lost money was gone for good.  (เงินที่หายไปหาไม่เจออีกเลย  -  คือสาบสูญอย่างถาวร)  -  He hoped that the repairs would stop the leak for good.  (เขาหวังว่าการซ่อมจะทำให้ท่อหยุดรั่วไหลไปตลอดกาล),  “For all I Know  (เท่าที่ผมรู้มา, บางที, เป็นไปได้)  -  For all I know, they had eloped a month before the girl’s parents knew  (บางที หรือ เป็นไปได้ที่ว่า  หนุ่มสาวคู่นั้นได้หนีตามกันไป  ๑ เดือน ก่อนหน้าที่พ่อแม่ของฝ่ายหญิงจะรู้  -  คือ ผมบอกไม่ได้ว่า  เป็นอย่างนั้น จริงๆ  ๑๐๐ เปอร์เซนต์  หรือไม่  แต่คิดว่า บางที  อาจจะเป็นเช่นนั้น),  “For the time being”  (เดี๋ยวนี้, ในขณะนี้, ชั่วขณะ, ชั่วคราว)  -  I haven’t any note paper, but this envelop will do for the time being.  (ผมไม่มีกระดาษโน๊ตเลย  แต่ว่าซองจดหมายนี้ก็ใช้แทนได้  สำหรับในขณะนี้)  -  She hasn’t found an apartment yet; she is staying with her aunt for the time being.  (เธอยังหาห้องเช่าไม่ได้เลย  เธอกำลังพักอยู่กับป้าชั่วคราว  จนกว่าจะห้องเช่าได้)“For instance (= For example)”  (ตัวอย่างเช่น),  “For sure (= For certain”  (อย่างแน่นอน, อย่างไม่ต้องสงสัยเลย, แน่นอนทีเดียว)  -  He didn’t know for sure ( for certain) which bus to take.  (เขาไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าจะต้องขึ้นรถเมล์คันไหน  -  คือ ไม่แน่ใจ), เป็นต้น

 

4. It is the __________________________________ grade he’s ever made.

(มันเป็นคะแนนที่ ___________________________________ ที่เขาเคยทำได้)

(a) bad

(b) badly

(c) worse    (แย่กว่า, เลวกว่า, ห่วยกว่า)

(d) worst    (แย่ที่สุด, เลวที่สุด, ห่วยที่สุด)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นสุด”  (Superlative degree)  (Bad, Worse, Worst)  สังเกตจากมี  “The”  นำหน้า

 

5. According to a number of physicians, high doses of vitamin C have little or no effect on the common cold.

(สอดคล้องกับ    แพทย์    จำนวนมาก   (การกิน) วิตามินซีในปริมาณที่มาก  มีผลกระทบเล็กน้อย  หรือไม่มีเลย  กับไข้หวัดธรรมดา)

(a) reports    (รายงาน)

(b) authorities    (เจ้าหน้าที่)

(c) druggists    (ดรั๊ก-กิสท) (เภสัชกร, ผู้ปรุงยาตามใบสั่งแพทย์)

(d) doctors    (แพทย์, หมอ)

 

6. Soap manufacturing was among the first industries in which using coal for fuel was a widespread practice.

(การผลิตสบู่เป็นหนึ่งในบรรดาอุตสาหกรรมแรกๆ  ซึ่งการใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในการผลิต  เป็นการกระทำที่    แพร่หลาย)

(a) clever    (ฉลาด)

(b) useful    (มีประโยชน์)

(c) broad-minded    (ใจกว้าง)

(d) common    (ธรรมดา, สามัญ, ปกติ,  ร่วมกัน, พร้อมกัน, เหมือนกัน)

 

7. The Connecticut shore is a popular summer resort area, and, with its protected portion of the Long Island Sound, lures boating enthusiasts.

(ชายฝั่งของรัฐคอนเนคติกัตเป็นพื้นที่ตากอากาศในฤดูร้อนที่เป็นที่นิยม  และ -  ด้วยส่วนที่ได้รับการคุ้มครองของอ่าว (หรือช่องแคบ) ลองไอซ์แลนด์ (ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชายฝั่ง)  –  ดึงดูดใจ-ล่อใจ    ผู้มีความกระตือรือร้น-สนใจการพายเรือ – หรือการแล่นเรือ)

(a) shelters    (ให้ที่พักที่กำบัง, ที่พักที่กำบัง)

(b) delights    (ทำให้ยินดีหรือปลาบปลื้ม)

(c) attracts    (ดึงดูดใจ, ทำให้หลงใหล, ทำให้หลงเสน่ห์)

(d) astounds    (ทำให้งงงวย, ทำให้ตกใจ – ด้วยความประหลาดใจ)

 

8. I have very _________________________________ money to spend.

(ผมมีเงินใช้จ่าย ___________________________________________ มาก)

(a) few    (น้อย, สองหรือสาม)  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)

(b) little    (น้อย)  (ใช้กับคำนามนับไม่ได้)

(c) small    (เล็ก, น้อย)  (ใช้บอกขนาด-ปริมาณ)  (a small house, a small amount of money)

(d) many    (มาก)  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)

 

9. I bought this cloth ___________________________ eighty baht a yard.

(ผมซื้อผ้านี้ ___________________________________ ราคา  ๘๐  บาทต่อหลา)

(a) for

(b) by

(c) at    (ที่)

(d) with

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เนื่องจากเป็นเรื่องของ  “อัตรา”  ดูเพิ่มเติมจากข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่        (จงเลือกส่วนที่ขีดเส้นใต้ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์)

                          -   Hurricanes are (1) tropical storms in which winds attain (2) speeds above seventy-five miles (3) the hour and carry (4) heavy rains with them.  

(พายุเฮอริเคนเป็นพายุในเขตร้อน  ซึ่งลมมีความเร็วสูงกว่า ๗๕ ไมล์ต่อชั่วโมง  และพาฝนที่ตกหนักไปพร้อมกับมัน)

ตอบ   -   ข้อ   ๓   แก้เป็น  “an hour” ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                    ตัวอย่างที่        (จงเลือกส่วนที่ขีดเส้นใต้ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์)

                          -   (1) All the blood in the body (2) passes through the heart (3) at least twice (4) the minute.

(เลือดทั้งหมดในร่างกาย  ไหลผ่านหัวใจ  อย่างน้อยที่สุด  ๒  ครั้ง ต่อ  ๑  นาที)

ตอบ  –  ข้อ    (4)   แก้เป็น  “a minute”  เนื่องจากต้องใช้  “a” และ“an”  นำหน้าคำนามเอกพจน์ที่บอกถึง   “ราคา”  “อัตราส่วน”  “น้ำหนัก”  “ความเร็ว”  และ  “เวลาเช่น     -   a pound a dozen  (โหลละ ๑ ปอนด์)

                         -  ten dollars a pair  (คู่ละ ๑๐ เหรียญ)

                         -  50 baht a kilo  (๕๐ บาทต่อ ๑ กิโล)

                         -  100 baht a yard  (๑๐๐ บาทต่อ ๑ หลา)

                         -  once a month  (เดือนละ ๑ ครั้ง)

                         -  twice a year  (ปีละ ๒ ครั้ง)

                         -  three times a year  (ปีละ ๓ ครั้ง)

                         -  ninety miles an hour  (๙๐ ไมล์ต่อชั่วโมง)

 

10. The landlord said that the tenant owed several ______________________.

(เจ้าของบ้านกล่าวว่า  ผู้เช่าบ้านเป็นหนี้ _________________________________ )

(a) rent weeks

(b) weeks rent

(c) week rent

(d) weeks’ rent    (ค่าเช่าหลายสัปดาห์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ดูคำอธิบายจากประโยคข้างล่าง

                                      ตัวอย่างที่ 

                             -   They understood the problem after half an __________________ explanation.

(พวกเขาเข้าใจปัญหา  หลังจากการอธิบายครึ่ง _______________________________ )

(a) hours

(b) day’s

(c) hour’s    (ชั่วโมง)

(d) our

ตอบ   -   ข้อ   (c) 

                                          ตัวอย่างที่ 

                              -   The mountain was a __________________________ from the village.

(ภูเขานั้นเป็น______________ จากหมู่บ้าน)  (คือ  ภูเขาลูกนั้นใช้เวลาเดินทาง  ๑  วัน จากหมู่บ้าน)

(a) day’s journey   (การเดินทาง (ระยะ)  ๑  วัน)

(b) journey of a day

(c) journey for a day

(d) journey in a day

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เป็นการใช้ในแบบ  “Apostrophe S”  คือ  แสดงความเป็นเจ้าของ  “การเดินทางของ  ๑  วัน”  หรือ อาจเขียนได้อีกแบบ  คือ  “a one-day journey from……..”  ดูตัวอย่างเพิ่มเติมจากข้างล่าง

                         -  A week’s holiday  (วันหยุด  ๑  สัปดาห์)

                         -  Two months’ notice  (การแจ้งให้ทราบล่วงหน้า  ๒  เดือน)

                         -  Three weeks’ journey  (การเดินทางนาน  ๓  สัปดาห์)

                         -  Four years’ time  (ระยะเวลา  ๔  ปี)

 

11. _____________________________ I’ve told you my story, what do you think of it?

(______________ ผมได้เล่าเรื่องของผมให้คุณฟังแล้ว  คุณคิดเกี่ยวกับมัน (เรื่องที่เล่า) อย่างไร)

(a) When    (เมื่อ)

(b) Now then    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(c) Now that    (เพราะว่า)

(d) If    (ถ้า)

 

12. Pandemonium arose in the hall when the unbelievable election consequences were proclaimed.

(ความโกลาหล-ความสับสนวุ่นวาย    เกิดขึ้นในห้อง  เมื่อผลการเลือกตั้งที่ไม่น่าเชื่อ ถูกประกาศออกมา)

(a) wild uproar    {ความเอะอะ-สับสนวุ่นวาย-โกลาหล-อึกทึกครึกโครม (uproar) ในแบบยุ่งเหยิง-ไม่มีการควบคุม-ไม่เป็นระเบียบ (wild)}

(b) political unrest    (ความวุ่นวาย-ปั่นป่วนทางการเมือง)

(c) anticipated diseases    (โรคที่ได้รับการคาดหวังไว้แล้ว)

(d) amazement    (ความงงงวย, ความประหลาดใจ, ความทึ่ง)

 

13. She tried to clarify the problematic issues as most participants didn’t understand them completely.

(เขาพยายาม    ทำให้  ประเด็นที่เป็นปัญหา  มีความกระจ่าง    เนื่องจากผู้เข้าร่วม (ประชุม)  ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจมันอย่างสิ้นเชิง)  (“Clarify”  =   “ทำให้กระจ่าง”)

(a) bury    (ฝัง)

(b) inquire    (สอบถาม)

(c) make clear    (ทำให้ชัดเจน, ทำให้กระจ่าง)

(d) raise   {ยกขึ้นมาพูด, ยกขึ้น (มือ, แขน), การขึ้นเงินเดือน}

 

14. They agreed that it was not in their interest to repudiate the treaty.

(พวกเขาเห็นพ้องต้องกันว่า  มันมิใช่ผลประโยชน์ของพวกเขาที่จะ   ปฏิเสธ-ไม่ยอมรับ-บอกปัด    สนธิสัญญานั้น  –  คือ  เห็นว่าควรยอมรับสนธิสัญญานั้น  เนื่องจากเป็นผล ประโยชน์ของพวกตน)

(a) compensate    (ชดเชย, ทดแทน, เยียวยา)

(b) concede to    (ยอม, ยอมรับ, ยินยอม, ยอมให้, ยอมอ่อนข้อให้)

(c) reject    (ปฏิเสธ, ไม่ยอมรับ, บอกปัด, ทิ้ง)

(d) terminate    (สิ้นสุดลง, ยุติ, ทำให้สิ้นสุดลง, ทำให้ยุติ)

 

15. “I have no alternative; I cannot do __________________________,” he said.

(ผมไม่มีทางเลือก, ผมไม่สามารถทำ _____________________________ ,  เขากล่าว)

(a) other

(b) different

(c) otherwise    (เป็นอย่างอื่น, มิฉะนั้น)

(d) any difference

ตอบ   -   ข้อ    (c)  หรืออาจตอบ  “Differently”  (I cannot do differently.  =  ผมไม่สามารถทำแตกต่าง  -  ไปจากที่ทำไปแล้ว)  ก็ได้

 

16. This one and that one are _______________________________.

(อันนี้และอันนั้น ______________________________________________ )

(a) like

(b) likes

(c) alike    (เหมือนกัน, คล้ายกัน)

(d) same

ตอบ   -   ข้อ    (c)  หรืออาจตอบ  “The same”  หรือ  “Similar”  ก็ได้  ดูเพิ่มเติมจากข้างล่าง

                                     ตัวอย่างที่ 

                            -   Are your plans for this week-end still ______________________?

(แผนของคุณสำหรับสุดสัปดาห์นี้ยังคง ________________________________ หรือเปล่า)

(a) like

(b) the alike

(c) same

(d) the same    (เหมือนเดิม, เหมือนกัน)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ข้อนี้อาจใช้  “Alike” หรือ “Similar” (เหมือนกัน, คล้ายกัน)  ก็ได้  ซึ่งถูกหลักไวยากรณ์  แต่ความหมายไม่ดี  เนื่องจาก “Alike”  มักใช้ในการเปรียบเทียบคน หรือของ  ๒  สิ่งที่เหมือนกัน หรือ คล้ายกัน  (แต่ประโยคข้างบน  ต้องการบอกว่า  “เหมือนเดิม”)  เช่น

                          -  My plans for this week and the previous week are still alike. (= the same= similar)

(แผนของผมสำหรับสัปดาห์นี้  และสัปดาห์ที่แล้วยังคงเหมือนกัน-คล้ายกัน)  (มิใช่  “เหมือนเดิม”)

 

17. We can employ you __________________________________ a clerk.

(เราสามารถจ้างคุณ _________________________________________ เสมียน)

(a) to be

(b) be

(c) being

(d) as    (ในฐานะ, เป็น)

(e) are

 

18. Compare the copy ___________________________________ the original.

(จงเปรียบเทียบสำเนานี้  ________________________________________ ต้นฉบับ)

(a) to

(b) with    (กับ)

(c) from

(d) by

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เปรียบเทียบสิ่งเดียวกัน  ใช้  “With”  แต่ถ้าเปรียบเทียบสิ่งนี้เป็นสิ่งนั้น  ใช้   “To” เช่น  “Some people compare sleep to death.”  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับ  เหมือนกับความตาย)

 

19. Can that man _________________________________________?

(ชายคนนั้นสามารถ ________________________________________ ได้หรือไม่)

(a) rely

(b) be relied

(c) be relied upon    (พึ่งพาอาศัย)

(d) be relying

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ต้องใช้ในรูป  “Passive voice”  เนื่องจาก ชายคนนั้น  “ถูกพึ่งพาฯ” (ถูกกระทำ)  โดยผู้อื่น  และต้องต่อท้ายด้วย  “Upon” หรือ  “On”  เสมอ

 

20. I wonder what ____________________________ if you told him what you think of him.

(ผมสงสัยว่าอะไร ________________________ ถ้าคุณบอกเขาว่า  คุณคิดเกี่ยวกับตัวเขาอย่างไร  -  หรือ คุณคิดว่าเขาเป็นคนเช่นไร)

(a) happens

(b) will happen

(c) had happened

(d) would happen    (จะเกิดขึ้น)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เป็น  “If clause” แบบที่  ๒  (What would happen if………….of him)  คือ เป็นเรื่องเกิดได้ยากในปัจจุบัน  คือ  ผู้พูดเชื่อว่า  “คุณคงจะไม่บอกเขาว่า  คุณคิด..............”  (เหตุการณ์นี้คงจะไม่เกิดขึ้น)  ทั้งนี้   กริยาใน  “If clause”  ใช้  “Told”  ส่วนกริยาใน  “Main clause”   ใช้  “Would happen

 

21. Where is the ASEAN ________________________________ situated?

(_____________________________________________  ของอาเซียนตั้งอยู่ที่ใด)

(a) head quarters

(b) headquarters    (สำนักงานใหญ่)

(c) head quarter

(d) headquarter

 

22. I _________________________ in Phuket for 3 years when you return from France.

(ผม ____________________________ ในภูเก็ตเป็นเวลา  ๓  ปี  เมื่อคุณกลับมาจากฝรั่งเศส)

(a) have lived

(b) have been living

(c) shall live

(d) shall have been living    (จะได้กำลังอาศัยอยู่)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจากเป็นการพูดถึงเหตุการณ์ในอนาคต  ว่า  เมื่อถึงเวลานั้นๆในอนาคต  อีกเหตุการณ์หนึ่งคงจะได้เกิดขึ้นแล้ว  (ใช้ Present perfect tense -  Subject + Has (Have) + Verb 3)  หรือ  จะได้กำลังเกิดขึ้นแล้ว  (ใช้  Present perfect continuous tense -  Subject + Has (Have) + Been + Verb + ing )  (คือในกรณีของประโยคข้างบน)  สำหรับข้อนี้  อาจตอบว่า  “Shall have lived”   ก็ได้เช่นกัน 

 

23. I am now very old.  I’m sure I ___________________________ by the end of this year.

(ผมแก่มากในขณะนี้  ผมมั่นใจว่า  ผม _______________________________ ในตอนสิ้นปีนี้)

(a) am dying

(b) die

(c) have died

(d) shall have died    (จะได้ตายไปแล้ว)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ดูอธิบายเพิ่มเติมจากใน  ข้อ  ๒๑  ของข้อสอบชุดนี้ และจากประโยคข้างล่าง

                                       ตัวอย่างที่  

                                -   By the year 2095 all of us ______________________________.

(ในปี –  หรือราวๆปี  -  ๒๐๙๕  พวกเราทุกคน __________________________________ )

(a) will die

(b) will have died    (จะได้ตายไปแล้ว)

(c) will be dying

(d) may have died

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากอยู่ในโครงสร้าง   “Future perfect tense”  {Subject + Will (Shall) + Have + Verb 3}  ซึ่งใช้ใน  ๓  กรณี  คือ

                                                1. ใช้กับเหตุการณ์  ๒  เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอนาคต  ซึ่งขณะที่พูดเป็นเพียงคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่า  ถ้าถึงเวลานั้นแล้ว  เหตุการณ์อันหนึ่งจะได้เกิดขึ้น (เสร็จ) สมบูรณ์อยู่ก่อนแล้ว  จึงมีเหตุการณ์ที่  ๒  เกิดขึ้นตามมา  โดยมีโครงสร้างประโยค  ดังนี้

                              -  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน  ใช้  “Future perfect tense

{Subject + Will (Shall) + Have + Verb 3}

                              -  เหตุการณ์ที่เกิดทีหลัง  ใช้  “Present simple tense

(Subject + Verb 1)

                              -  The match will have started before we reach the stadium.

(การแข่งขัน (คง) จะได้เริ่มต้นไปแล้ว  ก่อนที่เราจะไปถึงสนามกีฬา)  (เป็นการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต  เช่น เย็นวันนี้  หรือ เที่ยงวันพรุ่งนี้  ว่า  การแข่งขันคงจะได้เริ่มไปแล้ว  ก่อนที่เราไปถึงสนาม  เหตุการณ์แรก  (การแข่งขันเริ่มต้น)  เกิดก่อน  จึงใช้  “Future perfect tense”   ส่วน  “เราไปถึงสนาม”  เกิดทีหลัง  จึงใช้  “Present simple tense”)

                                -   We will have left home when the party begins tomorrow.

(เราคงจะได้ออกจากบ้านไปแล้ว  เมื่องานเลี้ยงเริ่มต้นวันพรุ่งนี้)  (ออกจากบ้าน  เกิดขึ้นก่อน  จึงใช้   “Future perfect tense”  ส่วน “งานเลี้ยงเริ่มต้น”  เกิดทีหลัง  จึงใช้  “Present simple tense)

                                               ๒. ใช้กับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  ณ เวลาใดเวลาหนึ่งตามที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในประโยค  โดยวลีที่บอกเวลาในอนาคตดังกล่าว  มักนำหน้าด้วย   “By”  เช่น   “By 2030” (ในปี  หรือ ราวๆปี  ๒๐๓๐), By the year 2095, By tomorrow, By next week (month, year), By the end of September, By next winter, By this time tomorrow (ราวๆเวลานี้ของวันพรุ่งนี้), By the time I graduate next year  (ราวๆเวลาที่ผมเรียนจบปีหน้า),  เช่น

                            -  We shall have graduated by the end of this year.

(เราคงจะได้เรียบจบไปแล้ว  ในตอนปลาย (หรือราวๆปลาย) ปีนี้)

                          -  I will have finished my work by this time tomorrow.

(ผมคงจะได้ทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ในเวลานี้  (หรือราวๆเวลานี้) ของวันพรุ่งนี้)

                           -  They will have moved into a new house by next April.

(พวกเขาคงจะได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่แล้ว  ในเดือน (หรือราวๆเดือน) เมษายนปีหน้า)

                            -  By the end of this month, we will have lived here for 10 years.

 (ในปลาย (หรือราวๆปลาย) เดือนนี้  เราจะได้อาศัยอยู่ที่นี่ (ครบ)  ๑๐ ปีแล้ว)

                                               ๓. ใช้พูดเพื่อแสดงความสงสัยว่า  “คงจะได้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นอย่างนี้ขึ้นแล้ว”  เช่น

                             -  I think you will have heard that she is going to divorce her husband next month.

(ผมคิดว่า  คุณคงจะได้ยินแล้วนะว่า  เธอจะหย่าร้างกับสามีในเดือนหน้า)

                             -  It is six o’clock.  They will have arrived home by now.

(ตอนนี้  ๖  โมงแล้ว  พวกเขาคงจะกลับถึงบ้านแล้วขณะนี้)

                             -  She will have slept now because she is very tired.

(เธอคงจะได้หลับไปแล้วขณะนี้  เพราะว่าเธอเหนื่อยมาก)

                              -  They will (must) have gone out as the door is locked.

(พวกเขาคงจะออกไปข้างนอกกันแล้ว  เพราะว่าประตูล้อก)

 

24. The stationer has not yet delivered the yellow paper, but when ____________ I will give you some.

(คนขายเครื่องเขียนยังไม่ได้ส่งกระดาษสีเหลืองมาให้เลย  แต่เมื่อ _____________ ผมจะแบ่งให้คุณบ้าง)

(a) they do

(b) they will

(c) he does    (เขาส่งมาให้)

(d) he will

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจาก  “Stationer” เป็นคำนามเอกพจน์  จึงต้องแทนด้วย   “He” และใช้   “Verb to do”  (Does, Do, Did) แทนคำกริยาที่กล่าวถึงมาก่อนแล้ว  (ในที่นี้  คือ  “Deliver”)  โดยต้องให้สอดคล้องกับประธานฯ  และ  “Tense”  ของประโยค  เพื่อหลีกเลี่ยงการกล่าวกริยานั้นซ้ำ

 

25. Thomas Alva Edison ____________ inventions using electricity during his long career.

(โธมัส อัลวา เอดิสัน ___________ สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้ไฟฟ้า  ในระหว่างอาชีพที่ยาวนานของเขา)

(a) patented with many

(b) patented for many

(c) was patented many

(d) patented many    (ได้รับสิทธิบัตร  ..........สิ่งประดิษฐ์ฯ.............  จำนวนมาก)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Patent” เมื่อเป็นคำกริยา   ไม่ต้องใช้กับ  “Preposition” (For, With)

 

26. ___________________________ no one is sure who discovered America. 

(_____________________________ ไม่มีใครแน่ใจว่า  ใครเป็นผู้ค้นพบทวีปอเมริกา)

(a) As the matter of fact

(b) As a matter of fact    (ตามความเป็นจริง, ตามข้อเท็จจริง – มิได้นึกคิดเอาเอง)

(c) As the fact of matter

(d) As a factual matter

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้