หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 240)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Some research has shown that many assembly line occupations are unskilled, poorly paid, ______________________.

(การวิจัยบางเรื่องได้แสดงให้เห็นว่า  อาชีพประกอบชิ้นส่วนบนสายพานจำนวนมาก  ขาดทักษะ  ได้รับค่าจ้างต่ำ __________________ )

(a) prestige is lacking

(b) and lacking in prestige    (และไม่มี (ขาด) เกียรติภูมิ-ศักดิ์ศรี)

(c) and the lack of prestige

(d) lack prestige in

ตอบ   -   ข้อ    (b)   ต้องมี  “And”  ด้วย  เนื่องจากเป็นการเชื่อมข้อความสุดท้าย  ต่อจาก  “ขาดทักษะ”  “ได้รับค่าจ้างต่ำ”  และต้องใช้  “Lacking”  เพราะถือว่าอยู่หลังกริยา  “Are”  (Present continuous tense)

 

2. __________________________ the ancestors of the sloth were as large as elephants, the modern animal is seldom more than two feet long.

(_________________________ บรรพบุรุษของตัวสลอธ (สัตว์เคลื่อนไหวช้า มีขนยาวและอุ้งเท้ายาวเหมือนตะขอสำหรับจับกิ่งไม้) จะตัวใหญ่เท่ากับช้าง  สัตว์ (สลอธ) ในยุคปัจจุบัน  มักไม่ใคร่จะ (ตัว) ยาวเกินกว่า  ๒  ฟุต)

(a) Why

(b) Except for    (ยกเว้น)

(c) Even though    (แม้ว่า)

(d) How

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Even though, Although, Though”  (แม้ว่า)   ใช้กับ  ๒  ข้อความที่ขัดแย้งกัน  เช่น  “แม้ว่าเขาจะจน  เขามีความสุข”  “แม้ว่าเธอจะสวย  ไม่มีผู้ชายใดชอบเธอ”  และ  “พวกเขาออกไปปิกนิก  แม้ว่าจะมีพายุแรง”  เป็นต้น

 

3. A vaccine______________________ to manufacture substances called antibodies that fight bacteria, toxins, and viruses.

(วัคซีน ______________________ ผลิตสารที่ (ถูก) เรียกว่า “โปรตีนในร่างกายที่มีฤทธิ์ต้านพิษ”  ซึ่งต่อสู้กับแบคทีเรีย  สารพิษที่ทำให้เกิดโรค  และไวรัส)

(a) caused the body

(b) causes the body    (ทำให้ร่างกาย)

(c) the body causes

(d) of the body causing

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริง  จึงถือเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน  และใช้กับ  “Present simple tense”  จึงไม่เลือก  ข้อ (a)

 

4. The leaves and stems of the alfalfa plant are the only parts of the plant_________________.

(ใบและลำต้นของพืชแอลแฟลฟา (ถั่วมีฝักในยุโรป ใช้เลี้ยงสัตว์) เป็นเพียงส่วนเดียวของพืชที่ ____________ )

(a) for using livestock feed.

(b) they are used for livestock feed

(c) used for livestock feed    {(ถูก) ใช้สำหรับอาหารสัตว์ของปศุสัตว์} (คือ  ม้า-วัว-ควาย)

(d) the uses for livestock feed

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยคแบบ  “Adjective clause” (…..………only parts of the plant which (that) are used for livestock feed)   โดยขยายนาม  “Parts of the plant”  (ขยาย  “Parts”)

 

5. Politicians nowadays, like those in ancient Roman times, are mostly adroit public speakers.

(นักการเมืองในปัจจุบัน  เหมือนกับนักการเมืองในสมัยโรมันโบราณ  ส่วนใหญ่เป็นนักพูดในที่สาธารณะที่    คล่องแคล่ว-ชำนาญ)

(a) rapid    (เร็ว)

(b) dull     (ดัล)  (น่าเบื่อ, ไม่น่าสนใจ, จืดชืด, ไม่มีรสชาติ, ซบเซา, ไม่มีชีวิตชีวา, ทื่อ, ทึ่ม, ปัญญาทึบ)

(c) ambiguous    (คลุมเครือ, กำกวม, มีหลายความหมาย, ยากที่จะเข้าใจ)

(d) skillful    (มีทักษะ, เชี่ยวชาญ, ชำนาญ, คล่องแคล่ว, มีฝีมือ, ช่ำชอง, มีความสามารถ)

 

6. He is known to be a workaholic and gets immense satisfaction from his job.

(เขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะคนบ้างาน  และได้รับความพึงพอใจอย่าง    ใหญ่หลวง-มากมายจากงานของเขา)

(a) slight    (เล็กน้อย)

(b) enormous    (มหึมา,  มากมาย, ใหญ่โต) (ถ้าเป็นขนาด คือ ใหญ่   ปริมาณ คือ มาก)

(c) durable    (ทนทาน, คงทน)

(d) genuine    (เจ๊น-ยู-อิ้น) (จริง, แท้, ไม่ปลอม, จริงใจ, ไม่เสแสร้ง)

 

7. ________________________ choose to live in or near metropolitan areas simply because they like the rapid pace of city life.

( __________________________ เลือกที่จะอาศัยใน หรือ ใกล้พื้นที่เมืองใหญ่หรือนครหลวง  เพียงเพราะว่าพวกเขาชอบย่างก้าว (อัตราการเคลื่อนไหว) ที่รวดเร็วของชีวิตเมือง)  (คือ  ชอบอยู่ในหรือใกล้เมืองใหญ่  เพราะชอบความคึกคักของชีวิตเมือง)

(a) There are large numbers of people

(b) Large numbers of people who

(c) Large numbers of people    (ผู้คนจำนวนมาก)

(d) So large numbers of people to

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็นประธานของประโยคใหญ่  (Main clause)  คือ  “Large numbers of people choose to live in or near metropolitan areas  

 

8. California’s agricultural supremacy dates from 1947, when its farm output first ______________________ any other state.

(ความสำคัญ (หรือยิ่งใหญ่) ที่สุดด้านเกษตรกรรมของรัฐแคลิฟอร์เนีย  นับเวลาจากปี  ๑๙๔๗  เมื่อผลผลิตจากไร่นาของรัฐฯ ________________________ รัฐอื่นใด (ในสหรัฐฯ) เป็นครั้งแรก)

(a) that exceeded

(b) exceeded that

(c) that exceeded of

(d) exceeded that of    (เกินกว่า-มากกว่า-เหนือกว่า  ผลผลิตจากไร่นาของ)

 

9. He took part in an expedition to make a survey of creatures and study how people live in the coldest environment in the arctic.

(เขามีส่วนร่วมใน    การเดินทางสำรวจ    เพื่อสำรวจสัตว์ต่างๆ  และศึกษาว่าผู้คนดำรง ชีวิตอยู่อย่างไร  ในสภาพแวดล้อมที่หนาวเย็นที่สุดในบริเวณขั้วโลกเหนือ)

(a) tournament    (การแข่งขัน, การแข่งขันชิงชนะเลิศ) (เทนนิส, หมากรุก, กอล์ฟ)

(b) journey    (การเดินทาง)

(c) adventure    (การผจญภัย, การเสี่ยงภัย, อันตรายที่คาดไม่ถึง, อันตราย, ประสบการณ์ที่ตื่นเต้น)

(d) discovery    (การค้นพบ)

 

10. The Chinese President, Si Jin Ping, has strongly hoped to terminate the corruption that has long subverted the country.

(ประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง ของจีนหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะ    ทำให้สิ้นสุด-ยุติ    การคอร์รัปชั่น  ซึ่งได้บ่อนทำลายประเทศมาเป็นเวลานานแล้ว)

(a) support    (สนับสนุน)

(b) destroy    (ทำลาย, ดับ, ผลาญ, ฆ่า, ทำให้ไม่ได้ผลหรือใช้การไม่ได้)

(c) fabricate    (กุเรื่องขึ้นมา, ปลอม, ปลอมแปลง, สร้าง, ประดิษฐ์, ทอ)

(d) find out    (ค้นพบ, พบว่า)

 

11. The fragrances of many natural substances come from oils, ______________________ these oils may be used in manufacturing perfumes.

(กลิ่นหอม-ความหอมของสารธรรมชาติจำนวนมาก  มาจากน้ำมัน _______________________ น้ำมันเหล่านี้อาจถูกใช้ในการผลิตน้ำหอม)

(a) of

(b) from

(c) whether

(d) and    (และ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากเป็นคำเชื่อม  (ประเภทบอกข้อมูลเพิ่มเติม  แบบเดียวกับ  “Furthermore, Moreover, In addition, Besides, Similarly, Likewise)ประโยค  “Simple sentence”  ๒  ประโยค  ให้กลายเป็นประโยคผสม (ประกอบ)  หรือ  “Compound sentence

 

12. If it hadn’t been __________________ you, we would have finished much sooner.

(ถ้ามันมิได้เป็น __________________________ คุณ  เราคงทำได้เสร็จเร็วกว่านี้มาก)

(a) for    (เพราะ)

(b) to

(c) with

(d) because of

ตอบ   -   ข้อ   (a)  ประโยคข้างบนเป็น  “If clause”  แบบที่  ๓  (Past unreal)  คือ  “ไม่เป็นจริงในอดีต”  หรือ  เหตุการณ์เกิดตรงกันข้ามกับข้อความในประโยค  ทั้งนี้  ความหมาย หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง  คือ  “เป็นเพราะคุณนั่นแหละ  (หรือ สาเหตุมาจากคุณนั่นแหละ)  ทำให้เราทำเสร็จได้ช้า”

 

13. In order _____________ children _____________, they must be treated with respect.

(เพื่อ ___________ เด็กๆ __________ , พวกเขาจะต้องได้รับการ (ต้องถูก) ปฏิบัติด้วยความเคารพ)

(a) that ___________ felt loved

(b) to ____________ for feel loved

(c) for __________ to feel loved    (สำหรับ ...........(เด็กๆ)........... ที่จะรู้สึกถูกรัก)

(d) that ____________ to feel loved

 

14. A large number of people thought that the newly published book defamed Islam.

(ผู้คนจำนวนมากคิดว่า  หนังสือที่พิมพ์ใหม่เล่มนั้น    ทำลายชื่อเสียง-สบประมาท-ใส่ร้ายป้ายสี    ศาสนาอิสลาม)

(a) extoled    (สรรเสริญ, ยกย่อง)

(b) slandered    (ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง, ใส่ร้ายป้ายสี, หมิ่นประมาท)

(c) criticized    (วิพากษ์วิจารณ์)

(d) ignored    (เพิกเฉย, ละเลย, ไม่สนใจ, ไม่เอาใจใส่)

 

15 . The residents firmly believe that the relentless push for economic growth is deeply damaging to the environment.

(ผู้อยู่อาศัย (ชาวบ้าน) เชื่ออย่างแน่นแฟ้นว่า  การผลักดันอย่าง    ทรหด-ไม่ระย่อท้อถอยเพื่อความเติบโตทางเศรษฐกิจ  กำลังทำความเสียหายให้กับสิ่งแวดล้อมอย่างลึกซึ้ง)

(a) unyielding    (ไม่ยอมแพ้, ไม่ระย่อท้อถอย, เด็ดเดี่ยว)

(b) unwise    (ไม่ฉลาด, โง่)

(c) unaware    (ไม่ตระหนัก, ไม่รู้, ไม่รู้ตัว, ไม่ได้คาดคิดมาก่อน, ไม่ได้เตือนมาก่อน)

(d) swift    (รวดเร็ว)

 

16. We congratulated the winner _________________________ his success.

(เราแสดงความยินดีกับผู้ชนะ ___________________________ ความสำเร็จของเขา)

(a) with

(b) to

(c) on    (ใน, ในเรื่อง)

(d) for

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Congratulate”  ใช้กับ “On”   สำหรับคำกริยา  และวลีที่ใช้กับ“On”   ได้แก่on request (เมื่อมีการร้องขอ),on page 5” (ในหน้าที่ ๕), “Waste his time on(ใช้เวลาของเขาอย่างสิ้นเปลือง-สุรุ่ยสุร่ายกับ), on business (ด้วยเรื่องธุรกิจ), keep on (ดำเนินต่อไป), rely on (ไว้วางใจ, เชื่อใจ, พึ่งพาอาศัย), depend on (upon) (พึ่งพาอาศัย, ขึ้นอยู่กับ, อยู่ที่), insist on (ยืนกราน, ยืนหยัด, เรียกร้อง), on the floor (บนพื้น), on a hill (บนเนินเขา), on the top shelf (บนชั้นบนของหิ้ง), on a sofa (บนเก้าอี้โซฟา), to turn his back on his country  (หันหลังให้กับประเทศของตน  -  หมายถึงละทิ้งประเทศ  เช่น  หนีการเกณฑ์ทหาร  หรือไปเข้ากับฝ่ายศัตรู), on the contrary (ในทางตรงกันข้าม), on the drawing board (กำลังอยู่ในขั้นวางแผนหรือเตรียมการ  คือยังไม่ได้ลงมือทำ หรือนำมาใช้งานจริงๆ ),  on the dot (on the button)  (ตรงเวลาเผ็ง, ตรงเวลาเป๊ะ)  -  Susan arrived at the party at 3:00 p.m. on the dot.  (ซูซานมาถึงที่งานเลี้ยงเวลาบ่าย ๓ โมงตรงเป๊ะ)get (climb, jump) on the bandwagon  (ทำตามอย่างที่คนอื่นทำ  แม้จะไม่ใช่เรื่องที่จำเป็น, เข้าร่วมในกิจกรรมที่มีคนนิยมทำกันมาก  และล่าสุด  เช่น ถีบจักรยาน หรือ เล่นฟิตเนส,  โยคะ  -  แปลตรงๆตัว คือ ปีนหรือกระโดดขึ้นไปบนรถดนตรีในขบวนแห่)  -  When all Jim’s friends decided to vote for Bill, Jim climbed on the bandwagon too.  (เมื่อเพื่อนทุกคนของจิมตัดสินใจลงคะแนนให้บิล  จิมก็ตัดสินใจลงคะแนนให้บิลเช่นเดียวกัน  -  คือทำตามเพื่อนๆ แบบไม่ต้องมีเหตุผล), on the (an) average (โดยเฉลี่ย),   a dog peeing (pissing) on a tree (หมาเยี่ยวรดต้นไม้),  on condition that  (โดยมีเงื่อนไขว่า)  -  I will lend you the money on condition that  you pay it back in one month.  (ผมจะให้คุณยืมเงินโดยมีเงื่อนไขว่า  คุณต้องใช้คืนภายใน ๑ เดือน),  on deck (อยู่บนดาดฟ้าเรือ, เตรียมพร้อมที่จะทำอะไรบางอย่าง, มาปรากฏตัว หรือมาถึงที่นัดหมาย) – The passengers are relaxing on deck.  (ผู้โดยสารกำลังพักผ่อนหย่อนใจอยู่บนดาดฟ้าเรือ)  -  The scout leader told the boys to be on deck at 8:00 Saturday morning for the hike.  (ผู้นำลูกเสือบอกให้ลูกเสือมาถึงที่นัดหมายเวลา ๘.๐๐ น. เช้าวันเสาร์  เพื่อออกเดินทางไกล),  on deposit (ในธนาคาร)  -  I have $ 500 on deposit in my account. (ผมมีเงินอยู่  ๕๐๐ดอลล่าร์ในบัญชีธนาคาร),  on duty  (อยู่ปฏิบัติหน้าที่, ขณะปฏิบัติหน้าที่)  -  There is always one teacher on duty during study hour.  (มีครูอยู่ ๑คนเสมอ  อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างชั่วโมงเรียน  -  คือคอยให้คำแนะนำปรึกษาแก่นักเรียน)on earth (= in the world) (ใน หรือ บนโลกนี้, เกิดขึ้นได้ หรือเป็นไปได้อย่างไร  มักใช้แสดงการเน้นในประโยคคำถาม) - Where on earth did I put my wallet? (ไม่รู้ว่าผมเอากระเป๋าสตางค์ไปวางไว้ตรงไหนในโลกนี้   -   คือบ่นคร่ำครวญเนื่องจากหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ)-  The boys wondered how on earth the mouse got out of the cage. (พวกเด็กๆสงสัยว่า เป็นไปได้อย่างไรที่หนูออกจากกรงไป  -  ทั้งๆที่ล๊อคทางออกไว้อย่างแน่นหนา), have, (keep, with) one eye on  (คอยเฝ้าดูหรือเอาใจใส่  -  บุคคลหรือสิ่งของ  -  ในขณะที่กำลังทำสิ่งอื่นไปด้วย)  -  Mother had one eye on baby as she ironed.  (แม่รีดผ้าและดูแลลูกน้อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน)  -  Chris tried to study with one eye on the TV set.  (คริสพยายามอ่านหนังสือ  และดูทีวีไปด้วยในในเวลาเดียวกัน), on account of  (เนื่องมาจาก, เพราะว่า),  -  The picnic was held in the gym on account of the rain.  (ปิ๊คนิกถูกจัดในโรงยิม  -  แทนในสนาม  -  เนื่องมาจากฝนตก),  on a shoestring  (ด้วยเงินจำนวนเล็กน้อยสำหรับใช้จ่าย, ด้วยงบประมาณที่น้อยมาก  -  แปลตรงๆตัว คือ ด้วยเชือกผูกรองเท้า)  -  The couple was seeing Europe on a shoestring.  (สามี-ภรรยาคู่นั้นกำลังเที่ยวยุโรป  ด้วยเงินจำนวนเพียงนิดเดียว  -  คือ  แบบประหยัดสุดๆ),  to walk on air  (รู้สึกมีความสุขและตื่นเต้น)  -  Kim has been walking on air since she won the prize.  (คิมมีความสุขและตื่นเต้นมาโดยตลอด  ตั้งแต่ที่เธอได้รับรางวัล),  to wait on (upon)  (รับใช้, ให้บริการ)  -  The clerk in the store waits on all customers.  (เสมียนในร้านนั้นให้บริการ (รับใช้) ลูกค้าทุกคน),  (sitting) on top of the world  (ปลาบปลื้มยินดีและมีความสุข, รู้สึกประสบความสำเร็จ)  -  John was (sitting) on top of the world when he found out that he got into college.  (จอห์นดีใจและมีความสุข  เมื่อเขาพบว่าเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้),  on behalf of  (ในนามของ),  on board  (บนเรือ)  -  A ship was leaving the harbor, and we saw the people on board waving.  (เรือลำหนึ่งกำลังออกจากท่า  และเราเห็นผู้คนบนเรือโบกไม้โบกมือ  -  เพื่ออำลาญาติพี่น้องที่มาส่ง),  off and on (= on and off)  (ไม่สม่ำเสมอ, เป็นครั้งคราว หรือบางโอกาส)  -  It rained off and on all day.  (ฝนตกๆหยุดๆตลอดทั้งวัน  -  คือ ตกแล้วหยุด  แล้วก็ตกแล้วหยุดอีก  สลับกันไปแบบนี้ตลอดทั้งวัน),the posters on the walls (โปสเตอร์บนกำแพง), a sticker on her car (สติ๊กเกอร์ติดรถของเธอ), pictures on the screen (รูปภาพบนจอ), on the ceiling (บนเพดาน), on the roof (บนหลังคา), on all fours (คลาน ๔ เท้า), get on a bus (ขึ้นรถเมล์), on a highway (บนทางหลวง), on the plane (บนเครื่องบิน), on foot (โดยทางเท้าหรือเดินไป), to walk on tiptoe (เดินบนปลายเท้าหรือเขย่งส้นเท้า), on horseback (บนหลังม้า), on a bicycle (โดยรถจักรยาน), on Monday (ในวันจันทร์), on a Sunday afternoon (ตอนบ่ายวันอาทิตย์), on an occasion like this (ในโอกาสเช่นนี้), on April10th (ในวันที่ ๑๐ เมษายน), on Thursday night (ในคืนวันพฤหัสฯ), on the first day of term (ในวันแรกของภาคการศึกษา), books on art and religion (หนังสือเกี่ยวกับศิลปะและศาสนา), on the subject of rents (ในเรื่องเกี่ยวกับค่าเช่า), ideas on how films should be made (ความคิดเกี่ยวกับว่าควรจะสร้างหนังอย่างไร), to comment on the issue (แสดงความคิดเห็นในประเด็นนั้น), a talk on agriculture (การสนทนาเกี่ยวกับเกษตรกรรม), cars running on petrol (รถยนต์ที่วิ่งด้วยน้ำมัน), appear on TV (ปรากฏตัวทางทีวี), to hear it on the radio (ได้ยินมันทางวิทยุ), on stage (บนเวที), on the phone (ทางโทรศัพท์ หรือกำลังพูดโทรศัพท์), on and on   (ไม่รู้จักจบสิ้น, ไม่หยุดหย่อน, ไม่สิ้นสุด), on edge  (รุ่มร้อน, กระวนกระวาย, ตื่นเต้น, ประสาทเสีย, ปวดสมอง), on one’s own (ด้วยตนเอง, เป็นอิสระ, หาเลี้ยงตนเอง), on purpose  (โดยเจตนา, โดยตั้งใจทำ), on the carpet (ดุด่าว่ากล่าว, สวด), on the fence  (ยังไม่แน่ใจ, ยังไม่ตัดสินใจ-ตกลงใจ), on the hook  (อยู่ในฐานะลำบาก), on the spot  (ที่กำลังพูดถึง-เอ่ยถึง), to be on  (กำลังปรากฏ, กำลังฉายอยู่. กำลังแสดง),on the go  (มีธุระยุ่ง, เคลื่อนไหวทำโน่นทำนี่อยู่ตลอด)  –  I’m usually on the go all day long.  (ผมมักมีธุระยุ่งตลอดทั้งวัน), on the market  (มีขาย, เสนอขาย) – I had to put my car on the market.  (ผมจำเป็นต้องเอารถออกขาย) - This is the finest home computer on the market.  (นี่เป็นคอมพิวเตอร์ประจำบ้านที่ดีที่สุดที่วางขายในตลาด), on the mend  (สบายดี, หายป่วยไข้)– My cold was terrible, but I’m on the mend now.  (ไข้หวัดของผมย่ำแย่มากเลย  แต่ตอนนี้ผมหายไข้แล้ว) – What you need is some hot chicken soup.  Then you’ll really be on the mend.  (สิ่งที่คุณต้องการ คือ ซุปไก่ร้อนๆ  แล้วคุณจะหายป่วยจริงๆเลย), on the tip of one’s tongue  (ติดอยู่แค่ริมฝีปาก  คือ เกือบจะพูดออกมาแล้ว หรือ เกือบจะนึกออกแล้ว) – I have his name right on the tip of my tongue.  I’ll think of it in a second  (ผมมีชื่อของเขาติดอยู่ที่ริมฝีปาก  ผมจะนึกมันออกในอีกวินาทีเดียว) – John had the answer on the tip of his tongue, but Ann said it first  (จอห์นเกือบจะบอกคำตอบออกมาแล้ว  แต่แอนพูดออกมาเสียก่อน  -  คือชิงบอกคำตอบก่อน), on the wrong track  (ไปหรือเดินผิดลู่หรือราง, ทำตามสมมติฐานที่ผิด)  – You’ll never get the right answer.  You’re on the wrong track.  (คุณไม่มีวันจะได้คำตอบที่ถูกต้องหรอก คุณเดินผิดทางนี่ หรือ คุณตั้งสมมติฐานไว้ผิดนี่), be (skate) on thin ice  (อยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงหรือมีอันตราย) – If you try that, you’ll really be on thin ice.  That’s too risky.  (ถ้าคุณลองทำสิ่งนั้น  คุณจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง  มันเสี่ยงเกินไป) – If you don’t want to find yourself (skating) on thin ice, you must be sure of your facts  (ถ้าคุณไม่ต้องการพบตัวเองตกอยู่ในอันตราย  คุณต้องมั่นใจในข้อเท็จจริง  - ไม่เช่นนั้นคุณอาจแพ้คดีและต้องจ่ายเงินมากมาย), on tiptoe  (เดินเขย่างเท้า), on vacation  (เดินทางไปเที่ยวในวันหยุดพักผ่อน)  – Where are you going on vacation this year?  (คุณจะเดินทางไปพักผ่อนที่ไหนในวันหยุดปีนี้) – I’ll be away on vacation for three weeks.  (ผมจะเดินทางไปพักผ่อนวันหยุดเป็นเวลา ๓ สัปดาห์),   เป็นต้น

 

17. Your father is very kind ___________________________ me.

(คุณพ่อของคุณกรุณา __________________________________ ผมมาก)

(a) for

(b) on

(c) with

(d) to    (ต่อ, กับ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  “Kind”  ใช้กับ  “To”  สำหรับคำคุณศัพท์ (Adjective)   ที่ใช้กับ“To”   ได้แก่  “new”  (It is new to me.  –  มัน (เป็นเรื่อง) ใหม่สำหรับผม), close  (ใกล้ชิดกับ)  -  “His office is very close to my home.”  (ที่ทำงานของเขาอยู่ใกล้บ้านผมมาก),  cruel  (โหดร้ายกับ)  -  “Nobody likes those who are cruel to animals.”  (ไม่มีใครชอบคนที่โหดร้ายต่อสัตว์),  hostile  (มุ่งร้าย หรือเป็นปฏิปักษ์กับ)  -  “She was hostile to her ex-husband’s family.”  (เธอมุ่งร้าย-ปองร้ายต่อครอบครัวของอดีตสามี),  obvious  (ชัดเจนแก่)  -  “It is obvious to me that she didn’t like her job.”  (มันเห็นได้ชัดกับผมที่ว่า  เธอไม่ชอบงานของเธอ),  obedient  (เชื่อฟังต่อ)  -  “Those students are obedient to their teacher.”  (นักเรียนพวกโน้นเชื่อฟังครูของตน),  peculiar  (แปลกประหลาดแก่, เฉพาะกับ)  -  “Her behavior last night was peculiar to everyone.”  (พฤติกรรมของเธอเมื่อคืนนี้  เป็นที่ประหลาดใจกับทุกคน),  equal  (เท่ากันกับ),  grateful  (ขอบคุณ),  harmful  (เป็นอันตรายต่อ),  kind  (กรุณาต่อ)  -  “They are very kind to me.”  (พวกเขากรุณาต่อผมมาก),  dear  (เป็นที่รักแก่),  faithful  (ศรัทธา-จงรักภักดีต่อ)  -  “They are very faithful to their King.”  (พวกเขาจงรักภักดีต่อกษัตริย์มาก) ,  junior  (อาวุโสน้อยกว่า)  -  “That soldier is junior to me in rank.”  (ทหารคนนั้นอาวุโสน้อยกว่าผม  ในเรื่องยศ),  senior  (อาวุโสมากกว่า)  -  “I’m senior to them in the army.”  (ผมอาวุโสมากกว่าพวกเขาในกองทัพ),  inferior  (ด้อยกว่า, เลวกว่า, แย่กว่า),  superior  (ดีกว่า, เหนือกว่า),  polite  (สุภาพต่อ),  familiar  (คุ้นเคยกับ),  useful  (เป็นประโยชน์กับ),  similar  (คล้ายกับ),  rude  (หยาบคายกับ),  previous  (ก่อน),  used  (เคย),  accustomed  (คุ้นเคย, เคยชิน)  -  “They are accustomed to hot weather.”  (พวกเขาคุ้นเคยกับอากาศร้อน),  clear  (ชัดเจนกับ),  essential  (จำเป็นกับ),  necessary  (จำเป็นต่อ)  -  “It is necessary to do one’s best.”  (มันจำเป็นที่คนเราต้องทำให้ดีที่สุด),  good  (ปฏิบัติดีต่อ),  identical  (เหมือนกับ)  -  “She is identical to her younger sister.”  (เธอเหมือนกับน้องสาวเป๊ะ),  satisfactory (เป็นที่พอใจของ)  -  “His secretary’s performance is satisfactory to him.”  (การทำงานของเลขาฯ เป็นที่พอใจต่อเขา),  important  (สำคัญต่อ),  significant  (สำคัญต่อ),  equivalent  (เท่ากับ, เสมือนกับ),  loyal  (จงรักภักดีต่อ)  -  “Everyone must be loyal to his country.”  (ทุกคนต้องจงรักภักดีต่อประเทศของตน)  เป็นต้น

                                สำหรับคำกริยาที่ใช้กับ  “To”  ได้แก่   happen  (เกิดขึ้น)  -  The accident happened to his family a long time ago.  (อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับครอบครัวของเขานานมาแล้ว), occur  (เกิดขึ้น),  resort  (หันไปใช้)  -  You must never resort to violence.  (คุณจะต้องไม่หันไปใช้ความรุนแรง),  compare  (เปรียบเทียบว่าเหมือนกับ)  -  Some people compare sleep to death.  (บางคนเปรียบเทียบการนอนหลับว่าเหมือนกับความตาย),  belong  (เป็นของ)  -  That car belongs to me.  (รถยนต์คันนั้นเป็นของผม),  attend  (เอาใจใส่)  -  You should attend to your teacher’s advice.  (คุณควรเอาใจใส่คำแนะนำของอาจารย์),  see to it  (ดูแลในเรื่อง, จัดการในเรื่อง)  -  I will see to it that you get what you want.  (ผมจะดูแลให้ว่า  คุณได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ),  consent  (ยินยอมต่อ)  -  He consented to postponement of the trip.  (เขายินยอมกับการเลื่อนการเดินทางออกไป),  attribute  (มีสาเหตุมาจาก)  -  He attributed the worsening situation to increased conflicts between the government and the people.  (เขาคิดว่าสถานการณ์ที่แย่ลง  มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชน),  apply  (สมัคร, ขอ),  reply  (ตอบ),  appeal  (อุทธรณ์, ชวนให้เกิดความสนใจ หรือ หลงใหล),  confine  (จำกัดอยู่ใน),  turn  (หันไปหา, หันไปใช้),  amount  (รวมเป็นจำนวน),  surrender  (ยอมจำนนต่อ),  listen  (ฟัง),  recommend  (แนะนำว่าดี),  devote  (อุทิศแก่),  accustom  (ทำให้คุ้นเคยกับ),  object  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วยกับ),  succumb  (พ่ายแพ้ต่อ, ยอมจำนนกับ)  -  He finally succumbed to injury.  (เขาในที่สุดพ่ายแพ้ต่อการบาดเจ็บ  -  คือตาย),  complain  (บ่น หรือ ร้องเรียนกับ)  -  They complained to me about the noise.  (เขาร้องเรียนกับผมเกี่ยวกับเรื่องเสียงดัง),  suggest  (แนะนำกับ)  -  I suggested to him that he should work harder.  (ผมแนะนำกับเขาว่า  เขาควรขยันมากขึ้น),  respond  (ตอบสนองต่อ)  -- The government should quickly respond to its people’s demand.  (รัฐบาลควรตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างรวดเร็ว),  look forward to  (ตั้งหน้าตั้งตารอคอย),  refer  (อ้างถึง, แนะนำให้ไปหา),  yield  (จำนน หรือพ่ายแพ้ต่อ),  introduce  (แนะนำให้รู้จักกับ),  reduce  (ลดลงจนต้อง),  be used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get used to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  be accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),  get accustomed to  (คุ้นเคยหรือเคยชินกับ),   เป็นต้น

 

18. __________________________ his poor health, he could not work in a tropical country.

(______________________ สุขภาพที่แย่ของเขา  เขาไม่สามารถทำงานในประเทศในเขตร้อน)

(a) Because    (เพราะว่า)

(b) In spite of    (ทั้งๆที่)

(c) Because of    (เนื่องมาจาก)

(d) As    (เพราะว่า, ในขณะที่)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ดูเพิ่มเติมการใช้“Because of”  และ  “In spite of”  จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

                           -   _______________ her friendly personality, she is admired by all her friends.

(___________________  บุคลิกที่เป็นมิตรของเธอ  เธอได้รับการยกย่องโดยเพื่อนๆ ทุกคน)

(a) Because    (เพราะว่า)  (ตามด้วยประโยค “Subject + Verb”)

(b) Because of    (เนื่องมาจาก)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(c) In spite of    (ทั้งๆที่)  (ตามด้วยคำนาม หรือวลี)

(d) Although    (ถึงแม้ว่า)  (ตามด้วยประโยค “Subject + Verb”)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   ดูเพิ่มเติมการใช้ “Because of (= Due to = On account of = Owing to)  และ  “In spite of (= Despite = Notwithstanding)  จากประโยคข้างล่าง

                        -  Because of (= On account of = Owing to = Due to) the heavy rain, we could not go out.

(เนื่องมาจากฝนตกหนัก  เราไม่สามารถออกไปข้างนอก)

                       -  Because of (= On account of = Owing to = Due to) an accident, the train was delayed for 2 hours.  

(เนื่องมาจากอุบัติเหตุ  รถไฟถูกทำให้ล่าช้าไป ๒ ชั่วโมง)

                        -  He could not go to university because of (=owing to = on account of = due to) his poverty.  

(เขาไม่สามารถเรียนมหาวิทยาลัย  เนื่องมาจากความยากจน) 

                        -  He hasn’t been able to get a good job in spite of (= despite = notwithstanding) his having had an expensive education.

(เขาไม่สามารถหางานดีๆทำได้  ทั้งๆที่มีการศึกษาที่แพง)  (ไม่สามารถหางานดีได้  ทั้งๆมีการศึกษาหรือ เสียค่าเรียนราคาแพง)

                         -  In spite of (= Notwithstanding= Despite)the bad storm John delivered his papers on time.  

(ทั้งๆที่มีพายุเลวร้าย  ทอมก็ยังไปส่งหนังสือพิมพ์ได้ตรงเวลา-  ทอมเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์)

                          -  In spite of (= Notwithstanding = Despite) all their differences, Mary and Ann remain friends.

(ทั้งๆที่แตกต่างกันอย่างมากมายอย่างนั้น  แมรี่และแอนยังคงเป็นเพื่อนกันได้)

                          -  They went out in spite of (= notwithstanding = despite) the heavy rain.

(พวกเขาออกไปข้างนอกทั้งๆที่ฝนตกหนัก)

 

19. I don’t believe that the problem _________________________.

(ผมไม่เชื่อว่า  ปัญหา ________________________________________ )

(a) to be solved

(b) is being solved    (กำลังถูกแก้ไข, กำลังได้รับการแก้ไข)

(c) being solved

(d) been solved

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจากเป็นกริยาแท้ของประโยคย่อย  (that the problem is being solved)  ซึ่งเป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา “Believe”  สำหรับ  “is being solved” อยู่ในรูป  “Present simple tense”  ในแบบ  “Passive voice”  เนื่องจากประธานของประโยคย่อยคือ  “the problem”  ถูกกระทำกริยา  คือ  “กำลังถูกแก้ไข”  สำหรับโครงสร้างในแบบ  “Passive voice”  ของ  “Present continuous tense”  คือ   “Subject + Is (am, are) + Being + Verb 3”

 

20. The food is ________________________________ that I can’t eat it.

(อาหาร __________________________________ จนกระทั่งผมไม่สามารถกินมัน)

(a) very hot

(b) too hot    (ร้อนเกินไป)

(c) so hot    (ร้อนมาก)

(d) hot enough    (ร้อนพอ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ดูโครงสร้างวลีในแต่ละข้อจากประโยคข้างล่าง

                                    ตัวอย่างที่  

                           -   I am _________________________ weak to lift this heavy stone.

(ผมอ่อนกำลัง (อ่อนแอ) ____________________________ ที่จะยกหินหนักก้อนนี้)

(a) so

(b) very

(c) too    (เกินไป, มากเกินไป)

(d) quite

ตอบ   -   ข้อ   (c)  สำหรับโครงสร้างที่แตกต่างกัน  แต่มีความหมายเหมือนกันมีดังนี้ คือ

                          -  I am too weak to lift this heavy stone.

                          -  I am very (หรือ so, quite) weak and I cannot lift this heavy stone.

                          -  I am not strong enough to lift this heavy stone.

                          -  I am so weak that I cannot lift this heavy stone.

                          -  I am such a weak person that I cannot lift this heavy stone.

(ประโยคทั้ง  ๕  ประโยคข้างบนมีความหมายเหมือนกัน)

                                            ตัวอย่างประโยคอื่นๆที่มีโครงสร้างต่างกัน  แต่ความหมายเหมือนกัน เช่น

                         -  The car is too small for us to get into it.

(รถยนต์คันนั้นเล็กเกินไปสำหรับเราที่จะเข้าไปนั่งได้)

                        -  The car is very (หรือ so, quite) small and we cannot get into it.

                        -  The car is not big enough for us to get into it.

                        -  The car is so small that we cannot get into it.

                        -  It is so small a car that we cannot get into it.

                        -  It is such a small car that we cannot get into it.

หมายเหตุ  -  ประโยคทั้งหมดข้างบนมีความหมายเหมือนกัน

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้