หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 237)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. ________________________ definite boundary exists between the Earth’s atmosphere and interplanetary space.

(________________________ มีขอบเขตที่แน่นอนระหว่างบรรยากาศของโลกและห้วงอวกาศระหว่างดาวเคราะห์)  (คือ  เวิ้งว้างโดยไม่มีขอบเขต  ต่างจากน่านฟ้าหรือน่านน้ำของประเทศต่างๆ ในโลก  ที่มีการกำหนดขอบเขตที่แน่นอน)

(a) Not

(b) No    (ไม่)

(c) None

(d) There is no

ตอบ   -   ข้อ    (b)    เนื่องจาก  "No definite boundary"  เป็นประธานของประโยค  โดยมี  "Exists"  เป็นกริยา  หรืออาจใช้โครงสร้าง  “There is no definite boundary between the ………………”   ก็ได้  ดูเพิ่มเติมการใช้  “No”  และ  “Not”  จากประโยคข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

                          -   An invertebrate is an animal with ________________ spine.

(สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง  คือสัตว์ที่ ______________________ กระดูกสันหลัง)

(a) not

(b) no    (ไม่มี)

(c) none

(d) and no

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ใช้  “No” นำหน้าคำนาม  (Spine)

                               ตัวอย่างที่ 

                         -   Some people take ___________________ pride in their work.

(คนบางคน ___________________________________ มีความภูมิใจในงานของตน)

(a) none

(b) no    (ไม่)

(c) not

(d) nothing

ตอบ   -   ข้อ   (b) 

                                   ตัวอย่างที่ 

                           -    I am very sorry that you have __________________ good books to read.

(ผมเสียใจอย่างมากว่า  คุณ ______________________________ มีหนังสือดีๆอ่าน)

(a) some

(b) any

(c) no    (ไม่)

(d) a few    (พอมีอยู่บ้าง แม้ไม่มาก)

ตอบ  -  ข้อ   (c)   เนื่องจากดูจากข้อความ   “ผมเสียใจอย่างมาก”  จึงควรบอกว่า  “ไม่มีหนังสือดีๆอ่าน” 

                                 ตัวอย่างที่            จงเลือกข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์ จากข้อ (๑) – (๔)

                          (1) Not woman held a presidential cabinet (2) position in the United States (3) until 1933 when Frances Perkins (4) became Secretary of Labor.  

(ไม่มีผู้หญิงดำรงตำแหน่งในคณะรัฐบาลของประธานาธิบดี – หมายถึงผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี – ในสหรัฐฯ  จนกระทั่งปี  ๑๙๓๓  เมื่อฟรานเซส  เพอร์คินส์  ได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน)

ตอบ  -  ข้อ      แก้เป็น  “No”  เนื่องจาก   “No”  ใช้นำหน้าคำนาม  (Woman)   ส่วน  “Not”  มักใช้วางไว้ข้างหน้า   “A, A, The, Any”  ซึ่งขยายหน้าคำนามอีกทีหนึ่ง   ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                       -  No city in Laos is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองใน สปป. ลาว  ใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

                      -  No other city in Thailand is as big as Bangkok.

(ไม่มีเมืองอื่นใดในประเทศไทยที่ใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ)

                      -  We saw no difference between them.  (= We did not see any difference in them.)

(เราไม่เห็นความแตกต่างระหว่างพวกเขาเลย)

                      -  She has no book. (= She has no books.)

(เธอไม่มีหนังสือ)

                      -  He has not a book. (= He does not have a book.)

(เขาไม่มีหนังสือ)

                      -  They have not any books. (= They do not have any books.)

(พวกเขาไม่มีหนังสือเลย)

                     -  No one man can do it.

(ไม่มีใครสักคนเดียวสามารถทำมันได้)  (ใช้  “No”  แสดงการเน้น  จะเป็นเพศหญิงหรือชายก็ได้  เพราะ  “Man”  ในที่นี้ หมายถึง  “บุคคล”)

                      -  No two men think alike.

(ไม่มีใคร (บุคคล)  ๒  คน  ที่คิดเหมือนกัน)  (แสดงการเน้นเหมือนประโยคข้างบน)

หมายเหตุ  -  Not”  อาจจะใช้กับคำนามได้  โดยหมายถึง  “ไม่ใช่”  แต่  “No + Noun”  =  ไม่มี  ดังตัวอย่าง

                       -  You must go to the bank, not the post office.

(คุณต้องไปที่ธนาคารนะ  ไม่ใช่ที่ทำการไปรษณีย์)

                       -  No post office is close to my home.

(ไม่มีที่ทำการไปรษณีย์อยู่ใกล้บ้านผม)

                                   นอกจากนั้น  เรายังสามารถใช้  “Not”  กับ  “Infinitive with to”  และ  “Gerund” (Verb + ing) ได้  ดังประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                       -  He was careless in not crossing the street at a zebra crossing.

(เขาประมาทในการไม่ข้ามถนนตรงทางม้าลาย)

                     -  You were wrong in not coming to see me last week.

(คุณผิดนะ – หรือ คิดผิดนะ  -  ที่ไม่มาพบผมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว)

                    -  She promised not to do it again.

(เธอสัญญาที่จะไม่ทำแบบนั้นอีก)

                    -  They asked me not to blame them.

(พวกเขาขอร้องไม่ให้ผมตำหนิพวกเขา)

                                        ในกรณีเป็นการห้ามทำ  ต้องใช้รูป  “No + Verb + ing”  เช่น  “No Swimming” (ห้ามว่ายน้ำ)  “No Fishing” (ห้ามตกปลา)  “No Parking” (ห้ามจอดรถ)  “No Smoking(ห้ามสูบบุหรี่)

                                 สำหรับตัวอย่างของ  “No” และ  “Not”   ในความหมายต่างๆ  ได้แก่

                         -  No matter what he says, she does not believe him.

(ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรก็ตาม  เธอก็ไม่ยอมเชื่อเขา)

                        -  You can’t go in no matter who you are.

(คุณจะเข้ามาข้างในนี้ไม่ได้นะ  ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม)  (หมายถึง จะใหญ่ขนาดไหนก็ตาม  ก็เข้ามาไม่ได้)

                       -  He has to get the car fixed no matter how much it costs.

(เขาจำเป็นต้องเอารถไปซ่อม  ไม่ว่าจะราคา (ค่าซ่อม) เท่าใดก็ตาม)

                         -  She no longer loves him.  (= She does not love him any longer.)

(เธอไม่รักเขาต่อไปอีกแล้ว)

                       -  The two men no longer talk to each other.

(ชาย ๒ คนนั้นไม่พูดคุยกันอีกต่อไป  -  คือโกรธกัน)

                       -  The shore was no longer in sight.

(มองไม่เห็นชายฝั่งอีกต่อไปแล้ว (ไม่อยู่ในสายตา)  -  คือ เรือออกมาไกลมากแล้ว)

                       -  He could no longer be trusted, and we had to let him go.

(เขาเชื่อถือไม่ได้อีกต่อไป  และเราจำเป็นต้องให้เขาไป  -  คือไล่เขาออก)

                       -  There was no end to the letters pouring into the post office.

(มีจดหมายหลั่งไหลเข้ามาที่ทำการไปรษณีย์อย่างมากมาย  -  ไม่รู้จบรู้สิ้น)

                        -  Bob and Dick become close friends, and have no end of fun together.

(บ๊อบและดิ๊กกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน  และสนุกด้วยกันอย่างมากมาย  -  ไม่รู้จบรู้สิ้น)

                      -  No doubt Susan is the smartest girl in her class.

(ไม่ต้องสงสัยเลย (แน่นอนทีเดียว) ซูซานเป็นเด็กหญิงที่ฉลาดที่สุดในชั้นเรียนของเธอ)

                      -  Jim is no doubt one of the best staff in the company.

(จิมเป็นพนักงานที่ดีที่สุดคนหนึ่งของบริษัทอย่างไม่ต้องสงสัยเลย  -  อย่างแน่นอนเลย)

                      -  There is no saying what will happen.

(ไม่มีทางที่จะพูด (บอก) ได้หรอกว่า  อะไรจะเกิดขึ้น)

                       -  There is no denying that more difficulty will come.

(ไม่มีทางที่จะปฏิเสธได้ว่า  ความยากลำบากยิ่งขึ้นกำลังจะมาถึง)

                        -  It is no good (no use) complaining about the weather.

(ไม่มีประโยชน์ใดๆ  ที่จะบ่น-ร้องทุกข์เกี่ยวกับดินฟ้าอากาศ)

                     -  There is not the book you want in the bookstore.

(ไม่มีหนังสือที่คุณต้องการในร้านขายหนังสือ)

                        -  There is not any car in the street right now.

(ไม่มีรถอยู่ในถนนเลยในขณะนี้)

                        -  There is not even a single man on the bus.

(ไม่มีแม้กระทั่งคนเดียวบนรถประจำทาง)

                                        สำหรับในตัวอย่างที่    Few”  (มีน้อยมาก  -  ใช้ในทางลบ คือไม่ดี)    และ  “A few”  (พอมีอยู่บ้าง  แม้ไม่มาก  -  ใช้ในทางบวก  คือดี)  ทั้ง  ๒  คำนี้ต้องตามด้วยคำนามนับได้-พหูพจน์  ดังตัวอย่างประโยคข้างล่าง

                       -  She has few friends, so she is very lonely.

(เธอมีเพื่อนน้อยมาก  ดังนั้น  เธอเหงามาก)  (ความหมายในทางลบ)

                      -  She has a few friends, so she is happy.

(เธอพอมีเพื่อนอยู่บ้าง  ดังนั้น  เธอมีความสุข)  (ความหมายในทางบวก)

                      -  It was a rainy day, so few people came to see the football match.

(มันเป็นวันที่ฝนตก  ดังนั้น  มีคนน้อยมากมาดูการแข่งขันฟุตบอล)  (ความหมายในทางลบ)

                      -  It was a sunny day, so a few people came to see the football match.

(มันเป็นวันที่แดดจ้า  ดังนั้น  พอมีคนมาดูการแข่งขันฟุตบอลอยู่บ้าง)  (ความหมายในทางบวก)

 

2. Very little is known ________________________ the family life of most cat species.

{(คน) รู้กันน้อยมาก ___________________ ชีวิตครอบครัวของพันธุ์ต่างๆ ส่วนใหญ่ของแมว}

(a) because

(b) that

(c) about    (เกี่ยวกับ)

(d) and

ตอบ   -   ข้อ    (c)  สำหรับวลีที่ใช้กับ  “About”  ได้แก่  “a book about computer”  (หนังสือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์),  “The program is about nuclear power.”  (โครงการนี้เกี่ยวกับอำนาจ – หรือประเทศมหาอำนาจ – ทางด้านนิวเคลียร์),  “be about to”  (เกือบจะ, กำลังจะ, พร้อมที่จะ)  -  “The train was about to leave.”  (รถไฟกำลังจะออกแล้ว),  “You have to think about that.”  (คุณจำเป็นต้องคิดถึงเรื่องนั้นนะ),  “There is no doubt about it.”  (ไม่มีข้อสงสัยเลยเกี่ยวกับเรื่องนั้น),  “We cannot do anything about it.”  (เราทำอะไรไม่ได้เลยเกี่ยวกับเรื่องนั้น),  “This is what our job is all about.”  (นี่คือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับงานทั้งหมดของเรา  -  หรือ  งานทั้งหมดของเราคือสิ่งนี้),  What I like about him is his sense of humour.”  (สิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับตัวเขา  คือ อารมณ์ขันของเขา),  “They got  married about a year ago.”  (เขาแต่งงานกันประมาณ  ๑  ปีมาแล้ว),  “We went about 60 miles when there was a flat tire.”  (เราเดินทางได้ประมาณ  ๖๐  ไมล์  ตอนรถเกิดยางแบน).  We saw them walking about.”  (เราเห็นพวกเขาเดินกันเพ่นพ่าน  -  คือ  เดินกันสับสนไปหมด  ไม่มีทิศทางที่แน่นอน), 

                                   สำหรับ  “Adjective”  ที่ใช้กับ  “About”  ได้แก่  “anxious”  (วิตกกังวล, ห่วงใย)  -  “He is anxious about the safety of his family.”  (เขาวิตกเกี่ยวกับความปลอดภัยของครอบครัว),  dubious  (สงสัย, แคลงใจ)  -  “We were dubious about his choice of meeting place.”  (เราสงสัย – แคลงใจ - เกี่ยวกับการเลือกสถานที่ประชุมของเขา),  “happy” -  “She is happy about her exam result.”  (เธอมีความสุขเกี่ยวกับผลสอบของเธอ),  “enthusiastic”  (กระตือรือร้น, ใจจดใจจ่อ)  -  “He was enthusiastic about learning Japanese.”  (เขาใจจดใจจ่อกับการเรียนภาษาญี่ปุ่น),  “doubtful”  (สงสัย, ไม่แน่ ใจ, ไม่แน่นอน, ลังเล)  -  “She was a little doubtful about accepting his invitation.”  (เธอยังไม่แน่ใจ  -  ไม่แน่นอน  -  อยู่นิดหน่อยเกี่ยวกับการรับคำเชิญของเขา),  “honest”  (ซื่อสัตย์, พูดจริงแบบไม่ปิดบัง)  -  “At least you’re honest about why you want the money.”  (อย่างน้อยที่สุด  คุณก็พูดเรื่องจริงว่าทำไมคุณจึงต้องการเงิน),  “reluctant”  (ไม่เต็มใจ)  -  “She was reluctant about wearing her swimsuit.” (= She was reluctant to wear her swimsuit.)  (เธอไม่เต็มใจเกี่ยวกับการสวมชุดว่ายน้ำ),  “right”  (ถูกต้อง ในเรื่องคำพูด, ความคิดเห็น, วิจารณญาณ)  -  “The father was right about the repairs which the house needed.”  (พ่อพูดถูกเกี่ยวกับการซ่อมแซมที่บ้านต้องการ),  “wrong”  (ผิด  ในเรื่องคำพูด, ความคิดเห็น, วิจารณญาณ)  -  “John was wrong about the election result.”  (จอห์นคิดผิดเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง),  “sad”  (โศกเศร้า)  -  “They were sad about the bad news.”  (= They were sad to hear the bad news.) (พวกเขาเศร้าเกี่ยวกับข่าวร้ายนั้น),  “excited” (ตื่นเต้น)  -  “We’re excited about our trip abroad next week.”  (เราตื่นเต้นกับการเดินทางไปต่างประเทศสัปดาห์หน้า),  เป็นต้น

 

3. The crane is _________________________ of the wading birds.

(นกกระเรียน _____________________________ ในบรรดานกที่ลุยน้ำได้)

(a) the tallest    (สูงที่สุด)

(b) the most tall    (รูปนี้ไม่มีใช้)

(c) which is the tallest

(d) which the tallest is     

 

4. Leather is put to numerous _____________________ the greatest portion by far goes into the manufacture of footwear.

(หนังฟอกถูกนำมาสู่ _____________________ มากมาย _____________________ ส่วนมากที่สุด (ของหนังฟอก) , เท่าที่ผ่านๆ มา, นำไปใช้ในการผลิตสิ่งที่ใช้สวมเท้า  -  คือ ถุงเท้า, รองเท้า)

(a) uses of

(b) uses

(c) uses when

(d) uses, although    {การใช้ประโยชน์ (มากมาย),   แม้ว่า}

 

5. The letters of the English alphabet ___________________ from Greece, Phoenicia, and Egypt.

(ตัวอักษรของพยัญชนะภาษาอังกฤษ ____________________ จากประเทศกรีซ, โฟนิเซีย  และอียิปต์)

(a) came    (มา)

(b) coming

(c) that came

(d) which have come

ตอบ   -  ข้อ    (a)   เนื่องจากเป็นกริยาของประโยค  โดยมี  “The letters”  เป็นประธาน   และ  “Of the English alphabets”  เป็นส่วนขยายประธาน

 

6. _________________ to think of all tribesmen’s handicrafts as being more art than usability.

( _________________________ ที่คิดว่า  งานหัตถกรรมทั้งหมดของสมาชิกชนเผ่า (คนเผ่าต่างๆ)  เป็นเรื่องของศิลปะมากกว่าความสามารถในการใช้ประโยชน์ได้)  (คือ  จริงๆ แล้ว  หัตถกรรมบางประเภทสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้  มากกว่าการเป็นเพียงศิลปะที่ใช้แสดงเท่านั้น)

(a) A mistake is

(b) Mistakenly

(c) It is a mistake    (มันเป็นความเข้าใจผิด-ความนึกคิดที่ผิด-ความผิด-ความผิดพลาด)

(d) A mistake is it

 

7. The neutron _________________________ no electrical charge.

(นิวตรอนไม่ __________________________________ ประจุไฟฟ้า)

(a) with

(b) that

(c) has    (มี)

(d) but

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เนื่องจากเป็นกริยาของประโยค

 

8. Generally rocks _______________________ according to the way they were formed.

(โดยทั่วไป  หิน _________________________________ ตามวิธีที่มันถูกก่อตัวขึ้นมา)

(a) classify

(b) they are classified

(c) are classified    (ถูกจัดประเภท,  ถูกแบ่งหมวดหมู่)

(d) which are classified

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เนื่องจากเป็นกริยาของประโยค  ในแบบ  “Passive voice”  คือ  ประธาน  (Rocks)  เป็นผู้ถูกกระทำ (ถูกจัดประเภท)

 

9. Scientists think ___________________ helps some trees to conserve water in the winter.

(นักวิทยาศาสตร์คิด _____________________ ช่วยต้นไม้บางต้นรักษา (เก็บ) น้ำไว้ในหน้าหนาว)

(a) when losing leaves

(b) leaves are lost

(c) that losing leaves    (ว่า  การสูญเสียใบ)

(d) the leaves losing

ตอบ   -   ข้อ    (c)   เนื่องจากข้อความ   “Losing leaves helps some trees to conserve water in the winter”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยาในประโยคใหญ่  (Main clause)  คือ “Think”  โดยมี  “Losing” เป็นประธานของ  “Noun clause”  และมี  “Leaves”  เป็นส่วนขยายประธาน  โดยมี  “Helps”  เป็นกริยาของ  “Noun clause”  และจงสังเกตว่า  เนื่องจาก  “Losing”  เป็นคำเอกพจน์  จึงต้องใช้กริยา  “Helps” 

 

10. During adolescence many young people begin to question _____________ held by their families.

(ในระหว่างวัยหนุ่มสาว  คนหนุ่มสาวจำนวนมากเริ่มตั้งคำถาม __________ ซึ่งยึดถือโดยครอบครัวของพวกตน)

(a) the values    (ค่านิยม)

(b) of the values

(c) the values are

(d) are the values

ตอบ   -   ข้อ    (a)   เนื่องจากเป็นกรรมของกริยาไม่แท้  (Non-Finite Verb)  คือ  “Question”  โดยกริยาแท้ของประโยค  คือ  “Begin

 

11. East Liverpool, Ohio, __________________ the pottery capital of the United States.

(เมืองลิเวอร์พูลตะวันออก  รัฐโอไฮโอ _________ เมืองหลวงของเครื่องปั้นดินเผา (เครื่องเคลือบ) ของสหรัฐฯ)

(a) to call

(b) calling

(c) and called

(d) is called    (ถูกเรียกว่า)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากเป็นกริยาของประโยค  ในแบบ  “Passive voice” เนื่องจากประธานฯ  (East Liverpool)  เป็นผู้ถูกกระทำ  (ถูกเรียก)

 

12. True hibernation takes place only among ___________________ animals.

(การจำศีลหน้าหนาวของสัตว์อย่างแท้จริง  เกิดขึ้นเฉพาะในบรรดาสัตว์ _________________)

(a) whose blood is warm

(b) warm-blood

(c) warm-blooded    (เลือดอุ่น)

(d) they have warm blood

ตอบ   -   ข้อ    (c)  ประโยคข้างบนต้องใช้  “Warm-blooded”  เนื่องจากมีโครงสร้างเป็น (Compound adjective) คือ คำ  ๒  คำ ที่รวมกันเป็นคุณศัพท์ (Adjective) คำเดียว จะต้องมีขีด  ( - )  คั่นกลางเสมอ  และเป็นกรณีเดียวที่สามารถเติม  “Ed” หลังคำนามได้  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

                         -   Guava fruit is round or _____________ and about the size of a hen’s egg.

(ผลฝรั่งมีลักษณะกลม  หรือ _________________________ และมีขนาดประมาณไข่ไก่)

(a) shape of a pear

(b) pear in shape

(c) shaped pear

(d) pear-shaped    (มีรูปร่างเหมือนลูกแพร์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)

                                ตัวอย่างที่ 

                         -   They are _____________________________ people.

(พวกเขาเป็นคน ___________________________________________ )

(a) skin-dark

(b) dark-skin

(c) skinned-dark

(d) dark-skinned    (ผิวดำคล้ำ)

ตอบ   -   ข้อ   (d) 

                                  ตัวอย่างที่ 

                           -   A woman with white hair is a ___________________ woman.

(ผู้หญิงที่มีผมสีขาว  คือผู้หญิง ____________________________________ )

(a) white hair

(b) white-hair

(c) white haired

(d) white-haired    (ผมขาว)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  ดูการใช้โครงสร้างแบบนี้จากวลีข้างล่าง

                       -  public-minded staff – พนักงานจิตอาสา

- a right-minded person – บุคคลที่มีความคิดเห็น หรือความเชื่อที่ถูกต้อง

                      -  a shame-faced look – ท่าทางเสียใจเพราะความละอาย

                      -  an absent-minded man – คนใจลอย

                      -  service-minded people – คนจิตอาสา

                      -  a short-sighted girl – เด็กหญิงสายตาสั้น หรือไม่มีวิสัยทัศน์

                      -  a black-haired boy – เด็กชายผมดำ

                      -  a big-eyed girl – เด็กหญิงตาโต

                      -  red-faced people คนหน้าแดง (เป็นเผ่าพันธุ์)

                      -  a baby-faced man คนหน้าเด็ก (หน้าอ่อนกว่าวัย)

                     -  a thick-skinned boy – เด็กหน้าด้าน (เด็กหนังหนา)

                     -  a right-handed man – ผู้ชายถนัดมือขวา

(a right-hand man  =  ลูกสมุนมือขวา, ผู้ช่วยคนสำคัญ)

(He is my right-hand man.  =  เขาเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของผม)

                     -  a left-handed woman – ผู้หญิงถนัดมือซ้าย

                     -  a light-fingered boy – เด็กมือไว (มือเบา)

                     -  a cold-blooded animal – สัตว์เลือดเย็น

                     -  a long-sighted woman – ผู้หญิงสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์

                     -  a long-legged man – ผู้ชายขายาว

                     -  a big-footed man – ชายเท้าใหญ่ (คนตีนโต)

                     -  a big-headed boy – เด็กหัวโต

                     -  a right-angled triangle – สามเหลี่ยมมุมฉาก

                     -  a far-sighted person – คนสายตายาว หรือมีวิสัยทัศน์

                     -  a round-eared girl – เด็กผู้หญิงหูกลม

                     -  a long-bearded man – ชายเครายาว

 

13. She did not have _________________________ time to answer his letter.

(เธอไม่มีเวลา ___________________________________ ที่จะตอบจดหมายของเขา)

(a) many    (มาก)  (ใช้กับคำนามนับได้  พหูพจน์)  

(b) a lot    (มาก)  (“A lot of”  ใช้กับทั้งนามนับได้พหูพจน์  และนามนับไม่ได้)

(c) plenty    (มาก)  (“Plenty of” ใช้กับทั้งนามนับได้พหูพจน์  และนามนับไม่ได้)

(d) enough    (เพียงพอ)  (ใช้ได้ทั้งกับนามนับได้และนับไม่ได้)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Time” เป็นนามนับไม่ได้   จึงไม่สามารถใช้กับข้อ  A   ส่วน ข้อ  B, C  ตก   “Of”  ไป  จึงใช้ไม่ได้   เหลือข้อ   D  ให้เลือกเพียงข้อเดียว

 

14. Most of the students got high marks in the examination, _____________ one or two getting full marks.

(นักเรียนส่วนใหญ่ได้คะแนนสูงในการสอบ ________________________ คนหรือสองคนได้คะแนนเต็ม)

(a) and

(b) by

(c) with    (โดย)

(d) except    (ยกเว้น)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  ใช้   Preposition  “With”  เพราะตามด้วย   Verb + ing (Getting)  ส่วน  Preposition  “Except”  มักใช้กับ  ๒  ข้อความที่ขัดแย้งกัน  หรือ  แตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น  “นักเรียนส่วนใหญ่ได้คะแนนต่ำ  ยกเว้น  คนหรือสองคนได้คะแนนเต็ม  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                         -  All the boys except Billy started to cry.  

(เด็กชายทุกคนยกเว้นบิลลี่  เริ่มร้องไห้)

                         -  He no longer went out, except when Jeanne forced him.

(เขาไม่ออกไปข้างนอกต่อไปอีกแล้ว  ยกเว้น  เมื่อจีนนี่บังคับเขา) 

                         -  There was little I could do except wait.

(มีเพียงนิดหน่อยที่ผมทำได้  ยกเว้นรอคอย)

                         -  I can scarcely remember what we ate, except that it was plentiful and simple.

(ผมจำไม่ใคร่ได้ว่าเรากินอะไรบ้าง  ยกเว้นว่า  มันมากมายและง่ายๆ) 

                        -  I knew nothing about Judith except what I had heard at second hand.

(ผมไม่ทราบอะไรเลยเกี่ยวกับจูดิธ  ยกเว้นสิ่งที่ผมได้ยินได้ฟังมาจากคนอื่น)     

       

15. If my father moved away, I suppose I would live with my uncle____________ I went with him.

(ถ้าพ่อของผมย้ายออกไป  ผมคาดคะเน (คิด) ว่า  ผมจะอาศัยอยู่กับลุง _____________ ผมไปกับพ่อ)

(a) or    (หรือ, มิฉะนั้น)    

(b) accordingly    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

(c) unless    (ถ้า................ไม่)  (= ถ้า  (ผม)  ไม่  ไปกับพ่อ)

(d) otherwise    (มิฉะนั้น)  

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เพราะได้ใจความดีที่สุด   และ  “Unless” +   “ประโยคบอกเล่าเสมอ)   เช่น

                               ตัวอย่างที่  

                         -   Don’t open a shop _________________ to smile.  (Chinese proverb)

(จงอย่าเปิดร้าน (ทำการค้า) _____________________________ ที่จะยิ้ม)  (สุภาษิตจีน)

(a) if you like

(b) as you don’t like

(c) not like

(d) unless you like   (ถ้าคุณไม่ชอบ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   ดูตัวอย่างการใช้  “Unless”  จากประโยคข้างล่าง

                                  ตัวอย่างที่  

                           -   He won’t pass his examination _______________________.

(เขาจะสอบไม่ผ่าน _____________________________________ )

(a) if he is not enough diligent    (ต้องใช้  “diligent enough”)

(b) unless he is not diligent enough    (หลัง “Unless” ต้องเป็นรูปบอกเล่า)

(c) unless he is not enough diligent

(d) unless he is diligent enough    (ถ้าเขาไม่ขยันเพียงพอ)

ตอบ   –   ข้อ  (d)  เนื่องจาก   “Unless = If…………… not”  แต่ต้องอยู่ในโครงสร้าง  “Unless + Subject + Verb  (บอกเล่า)  ทั้งนี้  “อนุประโยคที่ตามหลัง “Unless” จะต้องอยู่ในรูปบอกเล่าเสมอ”  เนื่องจาก “Unless”  มี  “not”  ซึ่งเป็นปฏิเสธรวมอยู่ในคำด้วยแล้ว   ตัวอย่าง  เช่น

                         -  He will not come unless he has time.

(เขาจะไม่มาถ้าเขาไม่มีเวลา)

                         -  I shall not help him unless he asks me.

(ผมจะไม่ช่วยเขา ถ้าเขาไม่ขอร้องผม)

                         -  You couldn’t get a grant unless you had five years’ teaching experience.

(คุณไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือ  ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์สอน ๕ ปี)

                         -  Unless you work hard, you won’t succeed.

(ถ้าคุณไม่ขยัน  คุณจะไม่ประสบความสำเร็จ)

                         -  She said nothing unless she was spoken to.

(เธอไม่พูดอะไร  ถ้าเธอไม่ถูกพูดด้วย  -  คือ ถ้าไม่มีใครพูดกับเธอ)

                         -  Unless they respected us, we wouldn’t care for what they said.

(ถ้าพวกเขาไม่เคารพเรา  เราจะไม่ใส่ใจในสิ่งที่เขาพูด)

 

16. ______________________ help will be given to the people in the flooded provinces.

(ความช่วยเหลือ _________________________ จะถูกมอบให้แก่ผู้คนในจังหวัดที่ถูกน้ำท่วม)

(a) Many    (มากมาย, จำนวนมาก)  (ใช้กับนามนับได้ พหูพจน์)

(b) Many more    (จำนวนมากยิ่งขึ้น)  (ใช้กับนามนับได้ พหูพจน์)

(c) A great number of    (จำนวนมาก)  (ใช้กับนามนับได้ พหูพจน์)  

(d) A lot of    (จำนวนมาก, มากมาย)  (ใช้กับทั้งคำนามนับไม่ได้  และคำนามนับได้ พหูพจน์)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  “Help”  เป็นคำนามนับไม่ได้   ต้องใช้กับ  “Much” หรือ  “A lot of  =  Lots of”  (มากมาย)   หรือ  “Every kind of” (ทุกชนิด)  หรือ   “A large amount of ,   A great amount of,  A great deal of,  A good deal of,  Plenty of”  (ทุกคำ  หมายถึง  “มากมาย”)  ก็ได้  สำหรับคำนามนับไม่ได้  (Uncountable noun)  อื่นๆ  ได้แก่   Information  (ข้อมูล, ข่าวสาร), Paper(กระดาษ), Equipment  (อุปกรณ์, เครื่องมือ), Furniture  (เครื่องเรือน), Scenery  (ทิวทัศน์), Damage  (ความเสียหาย), Advice  (คำแนะนำ), Traffic  (การจราจร, ยวดยาน), Machinery (เครื่องยนต์กลไก), Evidence  (หลักฐาน), Bread  (ขนมปัง), Clothing  (เสื้อผ้า), Work  (งาน), Luggage  (กระเป๋าเดินทาง), Baggage  (กระเป๋าเดินทาง), Knowledge  (ความรู้), Progress (ความก้าวหน้า), Power  (อำนาจ), News, Fruit, Behavior  (พฤติกรรม)   เป็นต้น  

                                           สำหรับ   “A lot of,  Lots of, A few, Few”  มีการใช้ดังตัวอย่างข้างล่าง
                                  ตัวอย่างที่  

                         -   There was a _____________ over; it would have fed a dozen more people. 

(มี________________,  มันสามารถเลี้ยงคนได้อีกเป็นโหล)  (แต่ก็ไม่ได้เลี้ยง  คือ ทิ้งไปเสียเปล่าๆ)

(a) lot of food leaving

(b) lots of food left

(c) lot of food left    (อาหารมากมายเหลือทิ้งไว้)

(d) few of food leaving

ตอบ   -   ข้อ  (c)  เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  (Adjective clause) “……food which was left  หรือ…….food which had been left” สำหรับ  “A lot of = Lots of” (มากมาย)  สามารใช้กับทั้งนามนับไม่ได้ (เอกพจน์เสมอ)  และนามนับได้  พหูพจน์   ส่วน  “A few  (น้อย  แต่พอมีอยู่บ้าง), Few (น้อยมากจนแทบไม่มีเลย)   ต้องตามด้วยนามนับได้  พหูพจน์เท่านั้น   ในที่นี้  “Food” (อาหาร)   เป็นนามนับไม่ได้   เช่น

                         -  There is a lot of (= lots of) furniture (food) in the room.

(มีเฟอร์นิเจอร์  (อาหาร)  มากมายในห้อง)

                         -  There are a lot of (= lots of) books on the table.

(มีหนังสือมากมายบนโต๊ะ)

                         -  There are a few (few) cars in the street.

{มีรถอยู่บ้าง (น้อยมาก) บนถนน}

 

17. A: _______________________________ did they get in?

(พวกเขาเข้ามา _____________________________________ )

      B: Ten minutes ago.

(๑๐ นาทีมาแล้ว  หรือ  ๑๐ นาทีที่ผ่านมา)

(a) How long    (นานเท่าใด)

(b) How much time    (เวลามากเท่าใด)

(c) How many minutes    (กี่นาที)

(d) When    (เมื่อใด, เมื่อไร)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  นื่องจากคำถามสอดรับกับคำตอบ

 

18. Now is the time when everyone must do ____________________ best.

(ปัจจุบันเป็นเวลาที่ทุกคนจะต้องทำ _______________________________ ให้ดีที่สุด)

(a) your

(b) their

(c) his or her

(d) his    (ของตนเอง,  ของเขาเอง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจาก   “Everyone”  เป็นสรรพนามเอกพจน์  และถือเป็นเพศชาย  จึงต้องแทนด้วย   “His”  (Possessive adjective)

 

19. Chiengmai is __________________________ from Bangkok than Lampang.

(เชียงใหม่เป็น _______________________________ จากกรุงเทพฯ เมื่อเทียบกับลำปาง)

(a) a long way

(b) the long way

(c) a longer way   (ระยะทางไกลกว่า)

(d) the longer way

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นกว่า”   และใช้   “A longer”   ไม่ใช้   The longer”  เพราะเป็นการเปรียบเทียบโดยทั่วไป  มิได้มีการชี้เฉพาะเจาะจงลงไป

 

20. “Have you any idea how long he will stay here?”

(คุณทราบไหมว่า  เขาจะพักอยู่ที่นี่นานเท่าใด)

‘Have you any idea’ means ‘_______________’.

(‘Have you any idea’  หมายถึง......................)

(a) Do you remember    (คุณจำได้ไหม)

(b) Do you understand    (คุณเข้าใจไหม)

(c) Do you know    (คุณทราบไหม,  คุณรู้ไหม)

(d) Can you imagine    (คุณนึกภาพออกไหม)

 

21. The shop was full of clothing, __________________ was too expensive for us to buy.

(ร้านนี้เต็มไปด้วยเสื้อผ้า-เครื่องแต่งกาย __________________ แพงเกินไปสำหรับเราที่จะซื้อ)

(a) much of which    (ซึ่งมีจำนวนมากที่)

(b) much of them

(c) many of them

(d) much of it

ตอบ   -   ข้อ   (a)  ต้องใช้   “Which”  เพราะแทน  “Clothing”   ซึ่งเป็นคำนามนับไม่ได้  และต้องใช้กับ  “Much

 

22. Of all the girls over there, the one in the green dress is _________________.

(ในบรรดาเด็กผู้หญิงทุกคนที่อยู่ตรงนั้น   คนที่สวมชุดสีเขียว ___________________ )

(a) prettier

(b) prettiest

(c) the prettier

(d) the prettiest   (สวยที่สุด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ข้อความ  “ในบรรดา” หมายถึง  ตั้งแต่  ๓  คน หรือ  ๓  สิ่งขึ้นไป  จึงเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นสูงสุด”  (Superlative degree)   และต้องใช้  “The”   นำหน้าคำคุณศัพท์ด้วย

 

23. I’ll leave for Hua-Hin on Saturday if I _________________ my work finished in time.

(ผมจะไปหัวหินในวันเสาร์  ถ้าผม _________________________ งานของผมเสร็จทันเวลา)

(a) get    (ทำ)

(b) got

(c) had

(d) could get

ตอบ   -   ข้อ  (a)  เนื่องจากเป็น   “If clauseแบบที่  ๑  ที่ใน  “If clause”  ใช้  “Present simple tense” (get)  ส่วนใน  “Main clause”   ใช้  “Future tense” (will leave)

 

24. The thing they were dragging across the sand ____________________ a boat.

(สิ่งที่พวกเขากำลังลากข้ามทราย (ที่ชายหาด) ____________________________ เรือบด)

(a) was looking like

(b) which looked like

(c) looked alike    (มีลักษณะเหมือน หรือคล้ายกัน)

(d) looked like    (มีลักษณะเหมือน หรือคล้าย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  ต้องใช้   “Looked  like”  เนื่องจากเป็นกริยาแท้ของประโยคใหญ่  (Main clause)  ที่มี   “The thing” เป็นประธานฯ

 

25. We are thinking ________________ Judy some flowers when we visit her at the hospital.

(เรากำลังคิดที่จะ ____________________ ดอกไม้ไปให้จูดี้   เมื่อเราไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาล)

(a) to take

(b) will take

(c) of taking    (นำ)

(d) we take

ตอบ   -   ข้อ   (c)  “Think of + Verb + ing” =  “คิดถึงเรื่อง, นึกถึงเรื่อง, คิดที่จะ.................

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้