หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 235)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Steam turbines weigh ___________________ that produce the same amount of power.

(กังหันไอน้ำมีน้ำหนัก __________________ ซึ่งผลิตพลังงาน (หรือไฟฟ้า) ในปริมาณที่เท่ากัน)

(a) less than piston engines and

(b) less than piston engines    (น้อยกว่าเครื่องจักรที่ใช้ลูกสูบ)

(c) piston engines are less than

(d) in piston engines less than

 

2. The sleeping habits of porpoises are ________________________ mammals.

(นิสัยการหลับนอนของปลาโลมา _____________ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม _____________ )

(a) most others of them are unlike

(b) unlike those of most other    (ไม่เหมือนกับนิสัยการหลับนอนของ..............(สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม)................ ชนิดอื่นๆ ส่วนใหญ่)

(c) unlike most of them are other

(d) most unlike other

ตอบ   -   ข้อ    (b)   เนื่องจากมีการเรียงคำที่ถูกต้อง

 

3. The ear is the organ of hearing, but it also plays a role in _______________ balance.

(หูเป็นอวัยวะของการได้ยิน  แต่มันก็มีบทบาทใน _____________________ สมดุลด้วยเช่นกัน)

(a) to maintain

(b) maintaining    (การรักษา, การธำรงไว้-ผดุงไว้-ค้ำ-เกื้อกูล-อนุรักษ์-บำรุง)

(c) it maintains

(d) maintained

ตอบ   -   ข้อ   (b)  หลัง  “Preposition” (In)  ต้องเป็นคำนาม หรือ “Gerund” (Verb + ing)  ทั้งนี้  นอกจากวลี  “Play a role in”  (แสดง หรือ มีบทบาทใน)  แล้ว  วลีอื่นๆ ที่ใช้กับ  “In”  ได้แก่  “be deficient in”  (ขาดแคลนหรือบกพร่องในด้าน หรือ เรื่อง)  -  “His diet was deficient in vitamins.”  (อาหารลดน้ำหนักของ เขา  ขาดแคลนวิตามิน),   “Her father was killed in an accident.”  (= His father died in an accident.  –  พ่อของเขาตายในอุบัติเหตุ)  “In a plane = By plane”  (โดยทางเครื่องบิน),  “In a car = By car”  (โดยรถยนต์),  “In a bus = By bus”  (โดยรถประจำทาง),  “in danger”  (ตกอยู่ในอันตราย),   “in use”  (ใช้งาน),  “in his name”  (โดยใช้ชื่อของเขา,  ในนามของเขา  -  เช่น  เช่ารถยนต์  หรือบริจาคเงิน)  -  The car was rented in his name.  (รถถูกเช่าในนามของเขา), “in a hurry’  (เร่งรีบ, รีบร้อน, ใจร้อน)  -  He was in a hurry because he was late.  (เขารีบเร่งเพราะเขาสายแล้ว),  “in a jam”  (อยู่ในฐานะลำบาก),  “in a nutshell”  (กล่าวโดยย่อๆ, กล่าวโดยสรุป),  “in a way”  (บางครั้ง, บ้างเหมือนกัน),  “in any case”  (อย่างไรก็ดี, อย่างไรก็ตาม, ในทุกกรณี),  “in any event”  (อย่างไรก็ตาม, ทุกกรณี),  “in advance”  (ล่วงหน้า)  -  “If you need any help from me, please tell me in advance.”  (ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือจากผม  โปรดบอกผมล่วงหน้า),  “in bad shape”  (เสื่อมโทรม, ทรุดโทรม, อยู่ในฐานะลำบาก)  -  “After his wife died, he was in bad shape.”  (หลังจากที่ภรรยาของเขาตาย  เขาอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่  -  คือ สำมะเลเทเมา  กินเหล้าหัวราน้ำ  มีแต่ความทุกข์),  “in charge of”  (รับผิดชอบ, ดูแล, จัดการ)  -  “He is in charge of the newly established business.”  (เขาดูแล-รับผิดชอบธุรกิจที่จัดตั้งขึ้นใหม่),  “in fact”  (แท้ที่จริงแล้ว, อันที่จริงแล้ว),  “in order”  (อย่างมีระเบียบ, เรียบร้อย)  -  “The room was in order when I came in.”  (ห้องเป็นระเบียบเรียบร้อยดี  เมื่อผมเข้าไป),  “in time  (ทันเวลา, ไม่สาย, พอดี, ตามจังหวะ, พอดีจังหวะ), “in the bag”  (แน่นอน, แหงแก๋, ของตาย, อยู่ในกำมือแล้ว, สำเร็จเรียบร้อย),  “in the long run (term)”  (ในระยะยาว),  “in the pink”  (สภาพดีเยี่ยม, สมบูรณ์, มีสุขภาพดี),  “in tune with”  (สอดคล้องกับ, ไปกันได้กับ),  “in vain”  (ไม่สำเร็จ, ไร้ประโยชน์, ปราศจากผล),  “in writing” (เป็นลายลักษณ์อักษร, เป็นภาษาเขียน),  “deep in water and mud”  (จมลึกอยู่ในน้ำและโคลน)  “arrive in”  (มาถึงในเมือง หรือ ประเทศ)  (แต่ถ้ามาถึง โรงเรียน,  ธนาคาร, วัด,  บ้าน ฯลฯ ใช้  “arrive at”),  “interested in” (สนใจใน), “qualified in”  (มีคุณสมบัติในเรื่อง), “weak in”  (อ่อนในเรื่อง), “deficient in”  (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in”  (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in”  (ประสบความสำเร็จในเรื่อง), “disappointed in”  (ผิดหวังในเรื่อง), “in a box”  (ในกล่อง), “in a pocket”  (ในกระเป๋า), “sit in an armchair”  (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed”  (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath” (ในอ่างน้ำ), “in her hand”  (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน),  “in the area” (ในพื้นที่),  “in the garden”  (ในสวน), “in the air”  (ในอากาศ),  “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง), “in the direction of”  (ในทิศทางของ),  “in a restaurant”  (ในภัตตาคาร), “in the bathroom”  (ในห้อง น้ำ), “in school”  (ในโรงเรียน), “in hospital”  (ในโรงพยาบาล),  “in the kitchen”  (ในครัว)“in the shop window”  (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror”  (ในกระจก), “in a lake”  (ในทะเลสาบ), “in black suit”  (ในชุดดำ), “in the water”  (ในน้ำ), “write in ink”  (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil”  (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter”  (ในบทที่ ๑), “in the film”  (ในภาพยนตร์), “wait in the queue”  (รออยู่ในแถว),  “be in a play”  (ร่วมแสดงละคร), “in April”  (ในเดือนเมษายน), “in  2016”  (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)”  (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years” (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้)  -  “There has been considerable development of the country’s infrastructures in recent years.”  (มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างมากมายในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)”  (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime” (= meanwhile)  (ในระหว่างนั้น, ในขณะเดียวกัน)  Big cuts in the tax on luxury goods benefited only a few.  In the meantime thousands of families find it hard to make end meet.”  (การลดภาษีอย่างมากมายแก่สินค้าฟุ่มเฟือย  ให้ประโยชน์กับคนเพียงไม่กี่คน  ในขณะเดียวกัน  หลายพันครอบครัวพบว่ายากลำบากที่จะหาให้พอกิน), “in two months”  (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence”  (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident”  (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour”  (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes”  (ใน ๒ นาที), “in ancient society”  (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature”  (ในธรรมชาติ), “in these circumstances”  (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation”  (ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos”  (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others”  (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun”  (ท่ามกลางแสงอาทิตย์)“in the dark”   (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ),  “in her voice”  (ในน้ำเสียงของเธอ),  “in love”  (ในความรัก-ตกหลุมรัก)  “People in love are usually optimistic.”  (คนที่กำลังมีความรัก  มักมองโลกในแง่ดีเสมอ),  “in a state of shock”  (อยู่ในสภาวะช้อค), “in low spirits”  (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper”  (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech”  (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี)  -  “Democratic government is always in favor of free speech.”  (รัฐบาลประชาธิปไตยจะเห็นด้วยกับการพูดอย่างเสรี – ของประชาชน – เสมอ), “cry out in pain”  (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise”  (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to”  (ในความพยายามที่จะ)  -  “They studied hard in an effort to past the exam.”  (พวกเขาขยันเรียน  ด้วยความพยายามที่จะสอบให้ผ่าน), “in response to”  (เพื่อตอบสนองต่อ)  -  Clearly, they did it in response to external pressures.”  (ชัดเจนทีเดียว  พวกเขาทำมันเพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันจากภายนอก), “in answer to”  (เพื่อเป็นการตอบ),  “have confidence in”  (มีความเชื่อมั่นใน), “take interest in”  (สนใจใน),  “a course in Chinese”  (คอร์สภาษาจีน), “an expert in”  (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....)  -  He is an expert in computer.”  (เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านคอมพิวเตอร์),  “make money in business”  (หาเงินในธุรกิจ),  “make his career in music”  (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age”  (ในวัยชราของเขา)  -  “He faced financial difficulty in his old age.”  (เขาพบกับความยากลำบาก (ปัญหา) ทางการเงิน  เมื่อตอนวัยชรา) ,  “a woman in her twenties”  (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙),  “in my opinion”  (ในความเห็นของผม)  -  “In my opinion, she is the best student the school ever has.”  (ในความเห็นของผม  เธอเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดที่โรงเรียนเคยมี)“in her view” (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds”  (รับคนงานเป็นร้อยๆคน),  “in my experience”  (จากประสบการณ์ของผม),  “in her own eyes”  (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian”  (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ),  “his complaints in writing”  (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร), “in financial difficulty”  (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน),  “$100,000 in cash”  (เป็นเงินสด ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญ), “dressed in black” (ใส่ชุดสีดำ)  -  People are generally dressed in black when they go to a funeral.”  (ผู้คนมักแต่งชุดดำโดยทั่วไป  เมื่อพวกเขาไปงานศพ),  “in real danger”  (ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage”  (ในขั้นตอนการวางแผน), “10 meters in length”  (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two”  (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size”  (มีขนาดเล็กลง-หดลง), “join in”  (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success”  (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕), “the pain in my feet”  (การเจ็บที่เท้าของผม),  “the hole in his shirt”  (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิร์ตของเขา), “was shot in the leg”  (ถูกยิงที่ขา),  “in fashion”  (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death”  (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in”  (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน),  “in the first place”  (ในประการแรก)  (กล่าวเมื่อจะบอกเหตุผลหลายๆ ประการ  เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  แล้วตามด้วยเหตุผลประการแรกที่ต้องการจะกล่าว)  เป็นต้น

 

4. The first library ______________ in the Nebraska Territory was built in Fort Atkinson in 1870

(ห้องสมุดแห่งแรก ________________________ ในอาณาเขต-เขตแดนเนบราสกา (ก่อนจะมารวมกันกับรัฐอื่นๆ ของสหรัฐฯ และกลายเป็นรัฐเนบราสกาในเวลาต่อมา)  ถูกสร้างขึ้นที่  ป้อม (ทหาร) แอตคินสัน  ในปี  ๑๘๗๐)

(a) to be established    (ซึ่งถูกสร้างขึ้น)

(b) was established

(c) could establish

(d) to establish

ตอบ   -   ข้อ   (a)  หลัง  “The first, The second, ………….The last”  ตามด้วย   “Noun + To + Verb 1”  เมื่อเป็น  “Active voice”  และตามด้วย   “Noun + To + Be + Verb 3”  เมื่อเป็น  “Passive voice”  ดูเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                    -  The first man to come here was John

(= The last man coming here was John.)

(ชายคนแรกที่มาที่นี่คือจอห์น)

                    -  The last person to meet me was Mr. Smith.

(= The last person meeting me was Mr. Smith.)

(บุคคลสุดท้ายที่พบผมคือมิสเตอร์สมิธ)

                    -  The first church to be constructed in Texas in 1784 was Anglican.

(= The first church constructed in Texas in 1784 was Anglican.)

(โบสถ์แห่งแรกที่ถูกสร้างขึ้นในรัฐเทกซัสในปี  ๑๗๘๔  คือ  โบสถ์นิกายแองกลิคันของอังกฤษ)

                    -  The last criminal to be hanged in New York in 1983 was William Robinson, a rapist and serial killer.

(= The last criminal hanged in New York in 1983 was William Robinson, a rapist and serial killer.)

(อาชญากรคนสุดท้ายที่ถูกแขวนคอในรัฐนิวยอร์คในปี  ๑๙๘๓  (ก่อนจะยกเลิกโทษประหารชีวิตโดยการแขวนคอ) คือ วิลเลียม โรบินสัน  นักข่มขืนและฆาตกรต่อเนื่อง)

                                     อย่างไรก็ตาม  ประโยคใน  ข้อ  ๔  อาจตอบ  “Established”  ก็ได้  เนื่องจากลดรูปมาจากอนุประโยค  (Adjective clause)  “The first library ………..which (that) was established in the Nebraska Territory ….”

 

5. In the financial world, where knowledge is power, anyone __________________ information in advance is in a position to profit.

(ในโลกการเงิน  ที่ซึ่งความรู้คืออำนาจ  ใครก็ตาม ___________________________ ข่าวสารข้อ มูลล่วงหน้า  อยู่ในฐานะที่ได้เปรียบ)

(a) receives

(b) who receives    (ผู้ซึ่งได้รับ)

(c) who does he receive

(d) if he receives

ตอบ   -   ข้อ    (b)  เนื่องจาก  “Who receives information in advance”  เป็นอนุประโยค  (Adjective clause)  ขยาย  “Anyone”  ซึ่งเป็นประธานของประโยคใหญ่  (Anyone is in a position to profit)  ส่วน  “In the financial world” เป็นกริยาวิเศษณ์บอกสถานที่  (Adverb of place)  ขยายกริยา  “Is” (Is in a position to profit)  โดยมีอนุประโยค  (Adjective clause)  (Where knowledge is power)  เป็นส่วนขยายกริยาวิเศษณ์ดังกล่าว

 

6. ________________________ estimated that a forty-percent literacy rate is necessary for steady economic development.

(______________________________ ประมาณการว่า  อัตราการอ่านออกเขียนได้  ๔๐  เปอร์เซ็นต์ (ของประชากร) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง)

(a) Being

(b) Although

(c) There were

(d) It has been    (มันได้ถูก)

ตอบ   -   ข้อ    (d)  เนื่องจาก  “It has been estimated”  เป็นประธาน  (It)  และกริยา  (Has been estimated)  ของประโยค  ส่วน  “That a forty-percent literacy rate is necessary for steady economic development”  เป็น   “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Estimated”  คล้ายกับข้อความข้างล่าง

                    -  It is (has been) expected that + Subject + Verb

(มันถูกคาดหวังว่า.....................)

                    -  It is (has been) believed (เชื่อ) that + Subject + Verb

                    -  It is (has been) hoped that + Subject + Verb

                    -  It is (has been) thought (คิด) that + Subject + Verb

                    -  It is (has been) found (พบ) that + Subject + Verb

                    -  It is (has been) said (กล่าว) that + Subject + Verb

                    -  It is (has been) predicted (ทำนาย) that + Subject + Verb

 

7. ______________________, her father moved his family to a farm in Scotland.

(________________  พ่อของเธออพยพครอบครัวของเขาไปยังท้องไร่ท้องนาในสกอตแลนด์)

(a) It was while Margaret William was a child

(b) When Margaret William was a child    (เมื่อมาร์กาเร็ต วิลเลียม เป็นเด็ก)

(c) When was Margaret William a child

(d) As a child, Margaret William

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากเป็นอนุประโยค  “กริยาวิเศษณ์บอกเวลา”  (Adverb clause of time)  ขยายกริยา  “Moved”  ในประโยคใหญ่   (Her father moved his family to a farm in Scotland)  สำหรับประโยคข้างบนอาจตอบโดยใช้โครงสร้าง  “It was when Margaret William was a child that her father moved his family to a farm in Scotland.”  (มันเป็นเวลาเมื่อมาร์กาเร็ต วิล เลียม  เป็นเด็ก  ที่พ่อของเธออพยพครอบครัวของเขาไป.......................)  ก็ได้  ซึ่งมีความหมายเหมือนกัน  ดูเพิ่มเติมโครงสร้างแบบนี้จากประโยคข้างล่าง

                                ตัวอย่างที่ 

                         -   It is because he is very rich __________________ she loves him.

(มันเป็นเพราะว่าเขารวยมาก __________________________________ เธอรักเขา)

(a) so     (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

(b) that     (ที่)

(c) why

(d) therefore     (ดังนั้น, เพราะฉะนั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) +วลี {มัก

นำหน้าด้วย  “Preposition” (in, on, at, with, during)  หรือ  “Because” + ประโยค} + That + Subject + Verb

                                  ตัวอย่างที่  

                             -   ___________________ on Saturday morning that we had our meeting.

(_____________________________________ เช้าวันเสาร์  ที่พวกเรามีการประชุมกัน)

(a) There had

(b) It was    (มันเป็น)

(c) It is

(d) There was

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ต้องใช้   “It was”  เพราะกริยาในอนุประโยค  คือ   “Had” และยังเป็นไปตามโครงสร้าง  “It + Is (Was) + วลี (มักนำหน้าด้วย  “Preposition”) + That + Subject + Verb”  เช่น

                        -   It is in this house that I was born.

(มันเป็นในบ้านหลังนี้แหละ  ที่ผมเกิด)

                        -  It is at night that we go to bed.

(มันเป็นเวลากลางคืนที่พวกเราเข้านอน)

                         -  It is on Sunday morning that people go to church.

(มันเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ผู้คนไปโบสถ์)

                        -  It is in the country that we like to stay.

(มันเป็นในชนบท  ที่พวกเราชอบพัก)

                       -  It was in January that we went to England.

(มันเป็นในเดือนมกราคม  ที่เราไปอังกฤษ)

                       -  It was by mistake that she took my book.

(มันเป็นการเข้าใจผิด  ที่เธอเอาหนังสือของผมไป)

                        -  It was in 1917 that the First World War took place.

(มันเป็นในปี  ๑๙๑๗  ที่สงครามโลกครั้งที่  ๑  เกิดขึ้น)

                       -  It was because he was lazy that he failed.

(มันเป็นเพราะว่าเขาเกียจคร้าน  ที่เขาล้มเหลว)

                       -  It was under that sea that the nuclear weapon had been tested.

(มันเป็นใต้ทะเล  ที่อาวุธนิวเคลียร์ถูกทดลอง)

 

8. Lead __________________ as a material for sculpture since the time of the early Greeks.

(ตะกั่ว ____________________________ เป็นวัสดุสำหรับการแกะสลัก (การปั้นรูป, การหล่อรูป) ตั้งแต่สมัยชาวกรีกยุคแรกๆ)

(a) has used

(b) has been used    (ได้ถูกใช้)

(c) being used

(d) used

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากต้องอยู่ในรูป  “Passive voice”  (ถูกกระทำ  คือ ถูกใช้)  และอยู่ในรูป  “Present perfect tense”  {Subject + Has (Have) + Verb 3เมื่อเป็น  “Active voice” และ {Subject + Has (Have) + Been + Verb 3} เมื่อเป็น  “Passive voice”  เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากอดีต  มาจนถึงปัจจุบัน  (ขณะที่พูดประโยคนี้)  (คือ  ตะกั่วถูกใช้เป็นวัสดุสำหรับ..................ตั้งแต่สมัยกรีกยุคแรกๆ จนถึงปัจจุบัน)

 

9. Most species of octopus ____________________________ color quickly.

(พันธุ์ชนิดต่างๆ ส่วนใหญ่ของปลาหมึกยักษ์ _____________________ สีอย่างรวดเร็ว)

(a) can be changed

(b) can change    (สามารถเปลี่ยน)

(c) changing

(d) that change

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจากเป็นกริยา (แท้) ของประโยคข้างบน

 

10. In the year 1990 ___________ of personal computer software reached one billion dollars in Sweden.

(ในปี  ๑๙๙๐  ____________________________ ซอฟต์แวร์ของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล  ได้ขึ้นถึง  ๑,๐๐๐  ล้านดอลลาร์  ในประเทศสวีเดน)

(a) were sales

(b) though sales

(c) when sales

(d) sales    (การจำหน่าย)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากเป็นประธานของประโยคข้างบน  โดยมี  “Of personal computer software”  เป็นส่วนขยายประธาน

 

11. ________________________, newspaper reporters, and businessmen were among the first to recognize the telephone’s value.

(_____________________________________ นักรายงานข่าวหนังสือพิมพ์ และนักธุรกิจ  อยู่ในกลุ่มคนแรกๆ ที่ยอมรับคุณค่าของโทรศัพท์)

(a) That nurses

(b) Nurses    (นางพยาบาล)

(c) There were nurses

(d) They were nurses

ตอบ   -   ข้อ    (b)  เนื่องจากเป็นประธานของประโยคตัวที่  ๑  ใน  ๓  ตัว  ซึ่งประธานอีก  ๒  ตัว  คือ  นักรายงานข่าวหนังสือพิมพ์ และนักธุรกิจ  สำหรับกริยาของประโยค  คือ  “Were

 

12. A climbing helmet ___________________________ protection for a rock-climber’s head from falling rocks and other hazards.

(หมวกเหล็กสำหรับปีนเขา ______________________________ ความคุ้มครองศีรษะนักปีน-ไต่หิน  จากหินที่ร่วงหล่นลงมา (จากตอนบนของเขา) และภัยอันตรายอื่นๆ)

(a) providing

(b) to provide

(c) provides    (ให้, จัดหาให้, เตรียมการ, จัดหาหนทางเลี้ยงชีพ)

(d) that provides

ตอบ   -   ข้อ    (c)  เนื่องจากเป็นกริยาของประโยค  สำหรับประธานฯ คือ  “A climbing helmet

 

13. Dry cleaning is a scientific method of removing dirt from fabrics ___________ washing them in soap and water.

(การซักแห้งเป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์  ของการกำจัดสิ่งสกปรกจากผ้า ________ การซักล้างมัน (ผ้า) ในสบู่และน้ำ)

(a) not

(b) but

(c) and no

(d) without    (โดยปราศจาก, โดยไม่มี, ภายนอก, นอกเหนือ, พ้น)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   “Without”  เป็น   “Preposition”  ต้องตามด้วยคำนาม  หรือ  “Gerund”  (Verb + ing)

 

14. The fact _________________________ money orders can usually be easily cashed has made them a popular form of payment.

(ข้อเท็จจริง ____________________________ ธนาณัติโดยปกติแล้วสามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้อย่างง่ายดาย  ทำให้มัน (ธนาณัติ) เป็นรูปแบบของการชำระเงินที่เป็นที่นิยมกัน)

(a) of

(b) that    (ที่ว่า)

(c) is that

(d) which is

ตอบ   -   ข้อ    (b)  เนื่องจากข้อความ   “The fact that money orders can usually be easily cashed”   เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  โดยมี  “Has made”  เป็นกริยา  ดูเพิ่มเติมหน้าที่ของ  “Noun clause” จากประโยคข้างล่าง

                                   ตัวอย่างที่ 

                             -   __________________________ dog was the first animal to be domesticated is generally agreed upon by authorities in the field.

(____________________________________ สุนัขเป็นสัตว์ชนิดแรกที่ถูกทำให้เชื่อง  ได้รับการเห็นด้วยโดยทั่วไปโดยผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้)

(a) Until the

(b) It was the

(c) The

(d) That the    (ที่ว่า)

ตอบ   -   ข้อ    (d)   เนื่องจากข้อความ   “That the dog was the first animal to be domesticated”  เป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค  โดยมีข้อความส่วนที่เหลือเป็นกริยาและส่วนขยายกริยา

                                   ตัวอย่างที่ 

                             -   Did you hear _______________________ he said to his wife?

(คุณได้ยิน __________________________________ เขาพูดกับภรรยาของเขาหรือไม่)

(a) that

(b) what    (สิ่งที่, เรื่องที่)

(c) when

(d) (No word is needed.)   (ไม่ต้องการคำมาเติม)

ตอบ   -   ข้อ  (b)  เนื่องจาก  “What he said to his wife”  เป็น  “Noun clause”    ทำหน้าที่เป็น  “กรรม”  ของกริยา  “Hear”  ดูคำอธิบาย   “Noun clause” จากประโยคข้างล่าง

                                    ตัวอย่างที่  

                              -   She was unable to tell us _______________ house she had gone into by mistake.

(เธอไม่สามารถบอกเราว่า  บ้านหลังใด ___________________________ เธอเข้าไปโดยเข้าใจผิด)

(a) what    (อะไร)
(b) where    (ที่ไหน)

(c) that

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เพราะได้ใจความดีที่สุด   และไม่สามารถใช้ข้อ  (c)  ได้  เนื่องจากข้อความ  “which house she had gone into by mistake”  เป็น “Noun clause”  จึงต้องขึ้นต้นด้วย  “Question word”  (What, When, Where, Why, How, Which, etc.)

                                    ตัวอย่างที่ 

                             -   I don’t think I’ll buy this dress; it is not ______________ I really want.   

(ผมไม่คิดว่าผมจะซื้อเสื้อผ้าชุดนี้  มันไม่ใช่ _______________________ ผมต้องการอย่างแท้จริง)

(a) what    (สิ่งที่)

(b) whatever    (อะไรก็ตาม)

(c) that    (ที่, ซึ่ง)

(d) which    (ที่, ซึ่ง)

(e) whom    (ผู้ซึ่ง, ผู้ที่)  (ใช้เป็นกรรม)

ตอบ    -    ข้อ   (a)  เนื่องจาก   “What I really want” เป็น “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น “Complement”  (สิ่งที่มาช่วยทำให้สมบูรณ์)  ของ “Verb to be” (Is) 

                                    ตัวอย่างที่ 

                              -   Tell me _______________________________.

(บอกผมซิว่า ____________________________________________)

(a) what do you want?

(b) you want what

(c) what you want   (คุณต้องการอะไร)

(d) that what you want

ตอบ   –   ข้อ   (c)  เนื่องจากเป็น  “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็น “กรรมตรง” ของกริยา  “Tell”  ทั้งนี้  “Noun clause”  มักขึ้นต้น  (นำหน้า) ด้วย  “Question words” (what, when, where, why, how, how much, how many, how often, who, whom, that, whether, if – หรือไม่)  (โดยไม่ต้องมี  “That”  อยู่ข้างหน้าคำเหล่านี้)   ทั้งนี้ โครงสร้างของ  “Noun clause”  คือ  Question word + Subject + Verb”  (และต้องเรียงคำแบบประโยคบอกเล่า)   สำหรับ  “Noun clause” ทำหน้าที่ดังนี้  คือ

                                    1. เป็นประธานของ  “Verb” หรือประโยค  เช่น

                        -  What he wants is a new house.

(สิ่งที่เขาต้องการคือบ้านหลังใหม่)

                        -  How he did it surprised everyone.

(วิธีการที่เขาทำมัน – หรือ เขาทำมันอย่างไร – ทำให้ทุกคนประหลาดใจ)

                        -  Where he lives is not known.

(ที่ที่เขาอาศัยอยู่ – หรือ เขาอาศัยอยู่ที่ไหน – ไม่มีใครรู้)

                        -  Why he killed his wife is a mysterious thing.

(เหตุผลที่ว่าทำไมเขาฆ่าภรรยา  - หรือ ทำไมเขาฆ่าภรรยา – เป็นเรื่องลึกลับ)

                       -  That he is a smart person is certain.

(ที่ว่าเขาเป็นคนฉลาดเป็นเรื่องแน่นอน)

                       -  That we, the Earth, live alone in the universe is still a question.

(ที่ว่าเรา, มนุษย์บนโลก, มีชีวิตอยู่ตามลำพังในจักรวาล  ยังคงเป็นปัญหา (เป็นที่สงสัย) อยู่)  (คือ  เชื่อกันว่ามีมนุษย์ต่างดาวในดาวอื่นๆ ด้วย)

                        -  That she was not compatible with her husband was known to all.

(ที่ว่าเธอไปกันไม่ได้กับสามีของเธอ  เป็นที่รู้กันกับทุกคน)

                        -  Whether she will come or not is not my business.

(ไม่ว่าเธอจะมาหรือไม่ก็ตาม  ไม่ใช่ธุระของผม)

                                       ๒.  เป็นกรรมของ  “Verb”  หรือประโยค เช่น

                         -  I don’t know when he left.

(ผมไม่ทราบว่าเขาจากไปเมื่อใด)

                         -  She asked me where I lived.

(เธอถามผมว่าผมอาศัยอยู่ที่ไหน)

                         -  They did what they had promised.

(พวกเขาทำในสิ่งที่ได้ให้สัญญาไว้)

                         -  We believe that he is innocent.

(เราเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์)

                          -  She did not believe what he told her.

(เธอไม่เชื่อในสิ่งที่เขาบอกเธอ)

                          -  The police investigated how the bank was robbed.

(ตำรวจสืบสวนวิธีการที่ธนาคารถูกปล้น – หรือ ธนาคารถูกปล้นอย่างไร)

                           -  I don’t know whether (if) she is happy with her new workplace.

(ผมไม่รู้ว่าเธอมีความสุขกับสถานที่ทำงานแห่งใหม่ของเธอหรือไม่)

                                        ๓.  เป็นกรรมของ “Preposition”   เช่น

                            -  She is interested in what he says.

(เธอสนใจในสิ่งที่เขาพูด)

                            -  They believed in what the minister preached.

(พวกเขาศรัทธาในสิ่งที่บาทหลวงเทศน์)

                             -  We are surprised at how he could do it.

(เราประหลาดใจว่าเขาสามารถทำมันได้อย่างไร)

                             -  They were satisfied with what she had provided to them.

(พวกเขาพอใจในสิ่งที่เธอได้จัดหาให้กับพวกเขา)

                                            ๔.  วางไว้ข้างหลังคำคุณศัพท์  (Adjective)  ที่แสดงความรู้สึก  (Sure, Confident,  Happy, Sorry, Grateful, Doubtful, Suspicious, Certain, Delighted,  Delightful,  Anxious,  Worried, etc.) เช่น

                               -  I am sure that he will arrive here on time.

(ผมมั่นใจว่า  เขาจะมาถึงที่นี่ตรงเวลา)

                              -  He is sorry that he could not keep his words.

(เขาเสียใจว่า  เขาไม่สามารถรักษาคำพูดได้)

                              -  They are confident that they will get the job.

(พวกเขามั่นใจว่าพวกเขาจะได้งานทำ)

                              -  We are anxious that the plane will be delayed for a few hours.

(เราวิตกกังวลว่า  เครื่องบินจะล่าช้าไป ๒ - ๓ ชั่วโมง)

                                            ๕.  ใช้แทนคำนาม  (Noun)  ที่มาข้างหน้ามัน   เช่น

                               -  The fact that he graduated with first-class honor is known to all.

 (ข้อเท็จจริงที่ว่าเขาจบการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ ๑เป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  (“The fact”  คือ “that he graduated with first-class honor”ดังนั้น“that he graduated with first-class honor” จึงเป็น  “Noun clause”) อย่างไรก็ตาม  ในประโยค  “The fact that (which) he told me is known to all.(ข้อเท็จจริงซึ่งเขาบอกผมเป็นที่ทราบกันโดยทุกคน)  The fact”  ไม่ใช่ “that (หรือ which) he told me”  แต่เป็นสิ่งอื่นต่างหาก  ดังนั้น“that (which) he told me” จึงเป็น “Adjective clause” มาขยาย “the fact

                               -  The belief that all men are born equal is not held by everyone. 

(ความเชื่อที่ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกัน   มิได้ยึดถือ (ยอมรับ) กันโดยทุกคน)   (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause)

                               -  The notion that wealthy men are always happy is rejected by many people. 

(ความคิดที่ว่าคนที่ร่ำรวยมีความสุขเสมอ  ถูกปฏิเสธโดยคนจำนวนมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Noun clause)

หมายเหตุ   –   จากตัวอย่างข้างบน   ถ้าเป็น “Noun clause” จะใช้  “that”(ที่ว่า) นำหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น   (ไม่ใช้ “which”)   และ  “that”  จะไม่ทำหน้าที่ประธาน หรือกรรม   แต่ถ้าเป็น   “Adjective clause”  จะใช้  “that”  หรือ “which”  ก็ได้   (และแปลว่า “ที่” หรือ “ซึ่ง”)   และมันจะทำหน้าที่ประธาน หรือกรรมของอนุประโยค  (Adjective clause)  อย่างใดอย่างหนึ่ง  เช่น

                              -  The book which (that) is on the table is mine.

(หนังสือซึ่งอยู่บนโต๊ะเป็นของผม)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น   “Adjective clause”  ขยาย  “The book”   โดย   “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นประธานของ  Clause

                               -  The book which (that) you gave me is very interesting.

(หนังสือซึ่งคุณให้ผมน่าสนใจอย่างมาก)  (ข้อความที่ขีดเส้นใต้เป็น  “Adjective clause”  ขยาย   “The book”   โดย  “which (that)”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของ  “Clause”  ส่วน “me”  เป็นกรรมรอง)

 

15. Each of them __________________________________ answers very well.

(พวกเขาแต่ละคน _____________________________ คำตอบ (ของตนเอง) อย่างดีมาก)

(a) know his    

(b) know their

(c) knows his    (รู้  -  คำตอบ  -  ของตนเอง)

(d) knows their

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจาก   Each  เมื่อใช้เป็นคุณศัพท์  (Adjective)  ขยายคำนาม  จะมีโครงสร้าง   Each + นามเอกพจน์ (นับได้) + กริยาเอกพจน์ (เช่น  “Is, Was, Plays, Works”  ฯลฯ)   หรือ   Each + of + the + นามนับได้  พหูพจน์ + กริยาเอกพจน์    หรือ   Each + of + them (us, you) + กริยาเอกพจน์  (ดังประโยคข้างบน)    ดูเพิ่มเติมประโยคข้างล่าง

                             -  Each boy has his own books.

(เด็กแต่ละคนมีหนังสือของตัวเอง)

(= Each of the boys has his own books.)

                                            แต่เมื่อใช้   Each เป็นกริยาวิเศษณ์  (Adverb)  ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรูปกริยา  ต้องใช้กริยาในประโยคเป็นพหูพจน์  คือตามประธานพหูพจน์   เช่น

                             -  The women each play a significant role in their family.

(= Each woman plays a significant role in her family.)

(ผู้หญิงแต่ละคนมีบทบาทสำคัญในครอบครัวของตน)

                              -  The boys each have their own books.

(= Each boy has his own books.)

(เด็กชายแต่ละคนมีหนังสือของตัวเอง)

                               -  The eggs cost 2 baht each.

(= Each egg costs 2 baht.)

(ไข่แต่ละฟองราคา  ๒  บาท)

                                            และ   Each  แม้จะเชื่อมด้วย   And  ก็ต้องใช้กริยาเอกพจน์  เช่น

                                 -  Each boy and each girl has to bring his or her clothes. 

(เด็กชายและหญิงแต่ละคน  จำเป็นต้องนำเสื้อผ้ามาเอง)

 

16. A:“Who went to Hua-Hin with you?”

(ใครไปหัวหินกับคุณ)

      B: “_________________________________.”

(a) My brother went

(b) My brother did    (น้องชายของผมไปครับ)

(c) No, my brother didn’t

(d) Yes, my brother went with me

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เมื่อคำถามขึ้นต้นด้วย   “Question words”  (What, When, Where, Why, How, How much, How many, How long, How often, etc.)   ไม่ต้องตอบด้วย   “Yes” หรือ  “No”  แต่ต้องตอบให้ตรงคำถาม   และต้องใช้กริยาช่วย  (Do, Does, Did  -  ซึ่งแล้วแต่ประธานและ Tense)   แทนกริยาที่พูดไปแล้วก่อนหน้า  เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กริยาตัวนั้นซ้ำ  (ในที่นี้คือ “Went” จึงต้องใช้  “Did” แทน)

 

17. Peter: Oh, Sally, you look so fabulous today!

(โอ้  แซลลี่  คุณดูวิเศษ-ยอดเยี่ยม เหลือเกินวันนี้) 

      Sally: ___________________________________.

(a) Oh!  It is terrible, right?    (โอ้ มันแย่มาก-ร้ายกาจมาก  ใช่ไหม)

(b) Yeah, I feel a bit dizzy now.    (จ้ะ  ฉันรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย  ตอนนี้)

(c) Thanks, you’re so sweet.     (ขอบคุณค่ะ  คุณ (ปีเตอร์) ช่างปากหวานเหลือเกินนะ)

(d) I have been working so hard since the morning.    (ฉันทำงานหนักมากตั้งแต่เช้าเลย)

 

18. A: My wife will bring you a drink.  What would you like?

(ภรรยาของผมจะนำเครื่องดื่มมาให้คุณ  คุณอยากดื่มอะไรล่ะ) 

      B: I feel like _______________________________ something cool.

(ผมอยาก ____________________________________________ อะไรที่เย็นๆ)

(a) to drink

(b) drinking    (ดื่ม)

(c) to be drinking

(d) being drunk

ตอบ   -   ข้อ    (b)  “Feel like” =  “รู้สึกอยากจะ..........”  +   คำนาม หรือ  Verb + ing   เช่น

                             -  We feel like going shopping this weekend.

(เรารู้สึกอยากไปซื้อของสุดสัปดาห์นี้)

                              -  They feel like a walk in the park.

(พวกเขาอยากจะไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ)

                                             สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วยคำนาม  หรือ  “Verb + ing” ดูจากประโยคข้างล่าง

                                     ตัวอย่างที่  

                               -    He keeps ________________________ the most outrageous things.

(เขา __________ ไม่หยุด (ต่อไปเรื่อยๆ) ในสิ่งต่างๆ ที่ทำให้เจ็บแค้นใจ (หรือ เกะกะระราน, รุนแรง) มากที่สุด)

(a) to say

(b) say

(c) saying   (พูด)

(d) having said

ตอบ   -   ข้อ  (c)  กริยา  “Keep” =  (.........ต่อไปเรื่อยๆ, ไม่ยอมหยุด)  ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  เช่น  (Keep walking  (เดินต่อไปเรื่อยๆ), Keep reading  (อ่านหนังสือไปเรื่อยๆ),  Keep talking  (คุยไปเรื่อย  ไม่ยอมหยุด)

                                    ตัวอย่างที่  

                              -   Instead of playing as a small boy, he enjoyed nothing _____________ the farm machines.

(แทนที่จะเล่นเหมือนเด็กเล็กๆ  เขามิได้สนุกเพลิดเพลินกับอะไร ___________ เครื่องจักรกลในไร่นา)

(a) more to fix

(b) more than fix

(c) more than fixing   (มากไปกว่าการซ่อมแซม)

(d) more than having fixed

ตอบ   -   ข้อ  (c)   เนื่องจาก   {Enjoy + (nothing more than) + Verb + ing  (Fixing)} 

                                   ตัวอย่างที่  

                            -   I can’t help _________________________ him in spite of his faults.

(ผมอดไม่ได้ที่จะ __________________________________ เขา  ทั้งๆที่เขามีข้อผิดพลาด)

(a) admire

(b) admired

(c) admiring   (ยกย่อง, ชื่นชม)

(d) to admire

ตอบ  -  ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “Can’t help + Verb + ing” สำหรับคำกริยาที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  ได้แก่  “Feel like”  (อยาก, ต้องการ)“Avoid”  (หลีกเลี่ยง),  “Consider” (พิจารณา),  “Suggest”  (แนะนำ),  “Enjoy” (สนุกสนาน),  “Finish”  (ทำเสร็จ),  “Keep  หรือ  Keep on”  (ทำต่อไป),  “Go on”  (ทำต่อไป),  “Insist on”  (ยืนกราน),  “Object to”  (คัดค้าน, ไม่เห็นด้วย),  “Put off”  (เลื่อน, ผัดไป),  “Be opposed to”  (คัดค้าน)“  Appreciate”  (ยกย่อง, เห็นคุณค่า),  “Allow” (อนุญาต), “Permit” (อนุญาต), “Postpone”  (เลื่อนออกไป), Practice”  (ฝึกหัด, ฝึกซ้อม),  “Prohibit”  (ห้าม),   Mind”  (รังเกียจ), “Deny” (ปฏิเสธ),  “Resist”  (ยับยั้ง, ระงับ), “Recall”  (นึกได้, ระลึกได้)“Resent”  (ไม่ชอบ, ไม่พอใจ), “Cannot stand”  (ทนไม่ได้)“Admit” (ยอมรับ),  “Delay” (ประวิงเวลา), “Confess”  (สารภาพ)“Imagine”  (นึกคิด, จินตนาการ)“Cannot help”  (อดไม่ได้, ช่วยไม่ได้),  “Excuse”  (ให้อภัย), “Forgive” (ให้อภัย), “Dislike”  (ไม่ชอบ),  “Miss”  (พลาดโอกาส)“Discuss”  (ประชุมปรึกษาหารือ, อภิปราย, สาธยาย)    ตัวอย่างประโยค   เช่น

                         -  She enjoys reading novels.    

(เธอสนุกสนานกับการอ่านนิยาย)

                         -  I cannot stand listening to his complaints any more.   

(ผมทนการฟังข้อร้องเรียนของเขาไม่ไหวต่อไปอีกแล้ว)

                         -  We could not avoid meeting him.    

(เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการพบกับเขา)

                         -  They enjoyed listening to music.   

(พวกเขาสนุกกับการฟังดนตรี)

                         -  She dislikes talking a lot.  

(เธอไม่ชอบการพูดมาก)

                         -  Jim finished writing a report last night.  

(จิมเสร็จสิ้นการเขียนรายงานเมื่อคืนที่ผ่านมา)

                         -  The man admitted taking the bicycle.  

(นายคนนั้นยอมรับว่าเอารถจักรยานไป)

                         -  She is sorry that she missed meeting you.   

(เธอเสียใจว่าเธอพลาดโอกาสการได้พบคุณ)

                         -  They practice speaking French every day.   

(พวกเขาฝึกซ้อมการพูดภาษาฝรั่งเศสทุกวัน)

                         -  We consider buying a new home.   

(เราพิจารณาจะซื้อบ้านหลังใหม่)

                         -  They allow smoking in this room.  

(เขาอนุญาตให้สูบบุหรี่ในห้องนี้ได้)

                         -  Do you mind opening the window?  

(คุณรังเกียจที่จะเปิดหน้าต่างไหมครับ)

                         -  The teacher suggested working harder.

(ครูแนะนำ (นักเรียน) ให้ขยันมากขึ้น)

                                      สำหรับคำคุณศัพท์และวลีที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  ดูจากประโยคตัวอย่างข้างล่าง

                                      ตัวอย่างที่  

                            -   Victor’s car was too badly damaged to be worth __________________.

(รถยนต์ของวิคเตอร์ได้รับความเสียหายมากจนเกินกว่าที่จะคุ้มค่า _____________________ )

(a) repaired

(b) repair

(c) to repair

(d) repairing   (การซ่อมแซม)

(e) to be repaired

ตอบ  -  ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “To be worth  (คุ้มค่า, ควรค่า) + Verb + ing”  ทั้งนี้   มีคำคุณศัพท์  ๒  ตัว  ที่ต้องตามด้วย  “Gerund” (Verb + ing)  คือ “Worth”  (คุ้มค่า, ควรค่า)  และ “Busy” (ยุ่งอยู่กับ)  ดังประโยคข้างล่าง

                         -  She was busy reading in the library. 

(เธอยุ่งอยู่กับการอ่านหนังสือในห้องสมุด)

                         -  They are busy preparing for the party.

(พวกเขายุ่งอยู่กับการเตรียมงานเลี้ยง)

                         -  Lots of things in this shop are worth buying.

(หลายสิ่งในร้านนี้ควรค่า (คุ้มค่า) ต่อการซื้อ)

                         -  These newspapers are not worth reading.

(หนังสือพิมพ์เหล่านี้ไม่ควรค่าต่อการอ่าน)

                                         นอกจากนั้น    ยังมีอีก  ๒  วลี ที่ต้องตามด้วย  “Verb + ing”  คือ  “It is no good”  (ไม่ดีที่จะ)  และ  “It is no use”  (ไม่มีประโยชน์ที่จะ)   เช่น

                           -  It’s no good crying like a baby.

(ไม่ดีเลยที่จะร้องไห้เหมือนเด็ก)

                           -  It’s no use talking to him.

(ไม่มีประโยชน์ที่จะคุยกับเขา)

 

19. A: Is it poison?

(มันเป็นยาพิษใช่ไหม)

      B: Yes, you _______________________________ drink it.

(ใช่แล้ว  คุณ ______________________________________ ดื่มมัน)

(a) may not    (อาจจะไม่  -  คือ  ไม่ต้อง...........ก็ได้)

(b) need not    (ไม่จำเป็นต้อง)

(c) must not    (จะต้องไม่)

(d) should not    (ไม่ควร)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  จะต้องใช้ว่า  “จะต้องไม่ดื่ม”  เนื่องจากเป็นยาพิษ  ความหมายหนักแน่นกว่า  “ไม่ควร

 

20. A: I can write and read German.

(ผมสามารถเขียนและอ่านภาษาเยอรมันได้)

      B: I would like to ask you _________________________ to study German.

(ผมอยากจะถามคุณ (ว่า) _______________________________ ศึกษาภาษาเยอรมัน)

(a) when did you begin

(b) began

(c) when you began    (เมื่อใดคุณเริ่ม)  (= คุณเริ่ม  -  ศึกษาภาษาเยอรมัน  -  เมื่อใด)

(d) when you will begin

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากข้อความ   “when you began to study German”  เป็น   “Noun clause”  ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา  “Ask”   (กรรมรอง  คือ  “You”)   โดยต้องเรียงในแบบประโยคบอกเล่า  คือ “When + Subject + Verb + ส่วนขยาย Verb”    ตัวอย่างอื่นๆของ  “Noun clause”   ได้แก่

                                   ตัวอย่างที่  

                            -   My friend would not tell me __________________ for his new car.

(เพื่อนของผมจะไม่บอกผม (ว่า) _____________________ สำหรับรถยนต์คันใหม่ของเขา)

(a) how much did he pay

(b) how much he paid   (เขาได้จ่ายเงินไปมากเท่าใด)

(c) how he paid much

(d) how he would pay very much

ตอบ  -  ข้อ   (b) “how much he paid” เป็น  “Noun clause” ทำหน้าที่เป็นกรรมตรงของกริยา  “Tell”  (กรรมรอง  คือ “Me”

                                   ตัวอย่างที่  

                             -   I can’t do exactly ___________________________ you want.

(ผมไม่สามารถทำได้ตรงเป๊ะ หรือได้ตรงเผง _________________________ คุณต้องการ)

(a) like

(b) while

(c) what   (ในสิ่งที่)

(d) that

ตอบ   -   ข้อ  (c)  เนื่องจาก  “What you want”  (ในสิ่งที่คุณต้องการ)  เป็น  “Noun clause” ทำหน้าที่เป็นกรรมของกริยา  “Do”  สำหรับประโยคข้างบน  อาจใช้   “As you want”  (ดังที่ หรือ ตามที่คุณต้องการ)  ก็ได้ 

                              ดูรายละเอียดหน้าที่ของ   “Noun clause”  ใน  ข้อ  ๑๔  ของข้อสอบชุดนี้

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้