หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 230)

 

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Chemistry is the science of substances _____________ the science of energy.

(วิชาเคมีเป็นศาสตร์ของสสาร _______________________ ศาสตร์ของพลังงาน)

(a) is physics

(b) or physics

(c) how physics

(d) and physics is    (และวิชาฟิสิกส์เป็น)

 

2. The greater an object’s mass, the more difficult it is ________________.

(ยิ่งมวลสารของวัตถุมากขึ้น  ก็ยิ่งยากมากขึ้น __________________________ )

(a) it speeds up or slows down

(b) to speed it up or slow it down    (ที่จะเร่งมันให้เร็วขึ้น  หรือชะลอมันให้ช้าลง)

(c) than speeding it up or slowing it down

(d) than speeding up or slowing down

 

3. Venus is perpetually covered by thick, opaque clouds __________ the planet’s surface from view.

(ดาวศุกร์ถูกปกคลุมตลอดกาลด้วยเมฆที่หนาและทึบแสง _______________ ผิวหน้าของดาวเคราะห์ (ดาวศุกร์) จากสายตา-การมองเห็น)

(a) they shield

(b) the shield is

(c) that they shield

(d) that shield    (ซึ่งซ่อนเร้น-ซ่อน-เป็นโล่ป้องกัน)

 

4. The Rocky Mountain goat of North America is not a true goat _____________ a goat antelope.

(แพะเทือกเขารอกกี้แห่งทวีปอเมริกาเหนือมิใช่แพะที่แท้จริง __________________ ละมั่งแพะ)

(a) and

(b) but    (แต่เป็น)

(c) any

(d) yet

 

5.  A good waiter ________________________ to explain the menu.

(พนักงานเสิร์ฟที่ดี _______________________ ที่จะอธิบายเมนูอาหาร – ให้ลูกค้าทราบ)

(a) never too busy is

(b) is never too busy    (ไม่เคยมีงานยุ่งมากเกินไป) (คือต้องหาเวลาให้ได้เสมอ)

(c) is too busy never

(d) being never too busy

 

6. Ms. Brandon is __________________ an accountant when totaling the receipts.

(มิสแบรนดัน _______________________ นักบัญชี  เมื่อเธอบวกตัวเลขในใบเสร็จรับเงิน)

(a) as careful

(b) careful as

(c) as careful as    (ระมัดระวัง-รอบคอบเท่ากันกับ)

(d) careful than

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เพราะเป็นข้อเดียวที่ถูกหลักไวยากรณ์

 

7. The President was giving his speech when the microphone _________________.

(ท่านประธานาธิบดีกำลังกล่าวสุนทรพจน์เมื่อไมโครโฟน ______________________ )

(a) fails

(b) had failed

(c) failed    (ขัดข้อง)

(d) is failing             

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ในอดีต โดยดูจาก “was giving”  สำหรับข้อ  (b) เป็น  “Past perfect”  ซึ่งมักใช้คู่กับ  “Past simple”

 

8. All travel arrangements must be completed ___________________ June 15.

(การเตรียมการเดินทางทั้งหมดจะต้องแล้วเสร็จ ___________________ วันที่  ๑๕ มิถุนายน)

(a) with

(b) in

(c) for

(d) by    (ภายใน, ประมาณ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากถูกหลักไวยากรณ์ ไม่เช่นนั้นต้องตอบ  On”  เนื่องจากถือ “วันที่  ๑๕”  เป็นสำคัญ

 

 9. Mrs. Lucy had her maid _______________ the bed so that she could sleep in it.

(มิสลูซี่ให้สาวใช้ _____________________ เตียงนอน เพื่อที่ว่าเธอจะได้นอนบนเตียงนั้น)

(a) make    (จัดหรือปู) (หมายถึงเตรียมจัดเตียงเพื่อให้คนนอน)

(b) made

(c) making

(d) makes

 

10. The technicians in the research division ______________ the process confidential.

(พวกช่างในแผนกวิจัย _______________________ ขบวนการ (ผลิต) เป็นเรื่องลับ)

(a) is keeping

(b) are keeping    (กำลังเก็บรักษา)

(c) has kept

(d) to keep

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจากประธานของประโยคเป็นพหูพจน์ (technicians) สำหรับข้อ  (a) และ (c) ต้องใช้กับประธานเอกพจน์

 

11. This year the annual meeting takes place __________________ Seattle.

(ปีนี้  การประชุมประจำปีจัดขึ้น (เกิดขึ้น) ____________________ เมืองซีแอ็ตเติ้ล)

(a) on

(b) for

(c) in    (ใน)

(d) by

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจาก  “เมือง”  และ  “ประเทศ” ต้องใช้   “Preposition” “in

สำหรับวลีที่ต้องใช้กับ   Preposition  “in”  มีดังนี้   “interested in” (สนใจใน), “qualified in” (มีคุณสมบัติในเรื่อง), “weak in” (อ่อนในเรื่อง), “deficient in” (ขาดหรือบกพร่องในเรื่อง), “proficient in” (ชำนาญหรือคล่องแคล่วในเรื่อง), “successful in” (ประสบความสำเร็จ), “disappointed in” (ผิดหวัง), “in a box” (ในกล่อง), “in a pocket” (ในกระเป๋า), “sit in an armchair” (นั่งในเก้าอี้ท้าวแขน), “in bed” (ในเตียงหรือบนเตียง), “in the bath” (ในอ่างน้ำ), “in her hand” (ในมือของเธอ), “in each other’s arms” (ในอ้อมแขนของกันและกัน), “in the area” (ในพื้นที่), “in the garden” (ในสวน), “in the air” (ในอากาศ), “in the middle of the room” (ที่กลางห้อง), “in the direction of” (ในทิศทางของ), “in a restaurant” (ในภัตตาคาร), “in the bathroom” (ในห้อง น้ำ), “in school” (ในโรงเรียน), “in hospital” (ในโรงพยาบาล), “in the kitchen” (ในครัว), “in the shop window” (ในตู้โชว์กระจกของร้าน), “in a mirror” (ในกระจก), “in a lake” (ในทะเลสาบ), “in black suit” (ในชุดดำ), “in the water” (ในน้ำ), “write in ink” (เขียนด้วยหมึก), “write in pencil” (เขียนด้วยดินสอ), “in the first chapter” (ในบทที่ ๑), “in the film” (ในภาพยนตร์), “wait in the queue” (รออยู่ในแถว), “be in a play” (ร่วมแสดงละคร), “in April” (ในเดือนเมษายน), “in 2016” (ในปี ๒๐๑๖), “in the morning (afternoon, evening)” (ในตอนเช้า-บ่าย-เย็น), “in recent years” (ในช่วงไม่กี่ปีมานี้), “in the winter (summer, spring)” (ในหน้าหนาว-ร้อน-ใบไม้ผลิ), “in the meantime” (ในระหว่างนั้น), “in two months” (ภายใน ๒ เดือน), “in my absence” (ตอนที่ผมไม่อยู่), “in the aftermath of the accident” (ภายหลังจากอุบัติเหตุ), “in half an hour” (ภายในครึ่งชั่วโมง), “in two minutes” (ใน ๒ นาที), “in ancient society” (ในสังคมสมัยโบราณ), “in nature” (ในธรรมชาติ), “in these circumstances” (ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้), “in this situation” (ในสถานการณ์เช่นนี้), “in a state of near chaos” (อยู่ในสภาวะใกล้จลาจล), “in a position to help others” (อยู่ในฐานะที่ช่วยคนอื่นได้), “in the sun” (ท่ามกลางแสงอาทิตย์) “in the dark” (ในหรือท่ามกลางความมืด), “in the dim light” (ท่ามกลางแสงสลัวๆ), “in her voice” (ในน้ำเสียงของเธอ), “in love” (ในความรัก-ตกหลุมรัก), “in a state of shock” (อยู่ในสภาวะช็อค), “in low spirits” (ในสภาพจิตใจหดหู่หรือตกต่ำ), “in a temper” (ด้วยความโกรธหรือในอารมณ์โกรธ), “in favor of free speech” (เห็นด้วยกับการพูดแบบมีเสรี), “cry out in pain” (ร้องด้วยความเจ็บปวด), “look up in surprise” (เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ), “in an effort to” (ในความพยายามที่จะ), “in response to” (เพื่อตอบสนองต่อ), “in answer to” (เพื่อเป็นการตอบ), “have confidence in” (มีความเชื่อมั่นใน), “take interest in” (สนใจใน), “a course in Chinese” (คอร์สภาษาอังกฤษ), “an expert in” (ผู้เชี่ยวชาญในเรื่อง.....), “make money in business” (หาเงินในธุรกิจ), “make his career in music” (ประกอบอาชีพทางดนตรี), “in his old age” (ในวัยชราของเขา), “a woman in her twenties” (ผู้หญิงในวัย ๒๐ – ๒๙), “in my opinion” (ในความเห็นของผม), “in her view” (ในทัศนะของเธอ), “recruit workers in hundreds” (รับคนงานเป็นร้อยๆ), “in my experience” (จากประสบการณ์ของผม), “in her own eyes” (ในสายตาของเธอ), “speak in Italian” (พูดภาษาอิตาเลียน), “speak in a calm voice” (พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ), “his complaints in writing” (การร้องเรียนของเขาเป็นลายลักษณ์อักษร), “in financial difficulty” (ในสภาวะยุ่งยากทางการเงิน), “$ 100,000 in cash” (เป็นเงินสด ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญ), “dressed in black” (ใส่ชุดสีดำ), “in real danger”(ตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง), “in the planning stage” (ในขั้นตอนการวางแผน), “10 meters in length” (ยาว ๑๐ เมตร), “cut it in two” (ตัดมันออกเป็น ๒ ส่วน), “shrink in size” (มีขนาดเล็กลง), “join in” (ร่วมวงด้วย), “a one in five chance of success” (โอกาสสำเร็จ ๑ ใน ๕), “the pain in my feet” (การเจ็บที่เท้าของผม), “the hole in his shirt” (รู – รอยขาด – ในเสื้อเชิร์ตของเขา), “was shot in the leg” (ถูกยิงที่ขา), “in fashion” (กำลังเป็นที่นิยม), “result in his death” (ส่งผลให้เขาตาย), “believe in” (เชื่อมั่น-ศรัทธาใน), “in the first place”  (ในประการแรก)  (แล้วตามด้วยเหตุผลที่ต้องการจะบอก)   เป็นต้น

 

12. Every morning, a member of the kitchen staff turns on the ovens and ____________ the coffee.

(ทุกเช้า  สมาชิกคนหนึ่งของคนงานในครัวจะเปิด (สวิทช์) เตาอบ  และ _________________ กาแฟ)

(a) brewed

(b) has brewed

(c) brewing

(d) brews    (ชง, ต้มกลั่นเบียร์-เหล้า, ก่อหวอด, ตั้งเค้า, ทำให้เกิด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากเป็นการบอกเหตุการณ์ในปัจจุบัน (ทุกเช้า) จึงใช้  “Present simple tense” และเมื่อประธานของประโยคเป็นเอกพจน์  (a member)  กริยาจึงเติม  “S”  นอกจากนี้  ข้อนี้ไม่มีใจความใดที่บ่งชี้อดีต จึงไม่เลือกข้อ (a)

 

13. Our _______________________ are trying to hire our best employees.

( _________________________________ ของเรากำลังพยายามจ้างพนักงานที่ดีที่สุดของเรา – คือพยายามจะแย่งพนักงานไปจากเรา)

(a) competition    (การแข่งขัน)

(b) competitive    (เกี่ยวกับการแข่งขัน, ซึ่งสามารถแข่งขันได้)

(c) competitors    (คู่ต่อสู้, คู่แข่ง, ผู้แข่งขัน, ผู้แข่ง)

(d) competitively

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เพราะได้ความหมายดีที่สุด

 

14. The workers were loading the truck when the boxes ___________________.

(คนงานกำลังขนของขึ้นรถบรรทุกเมื่อกล่องต่างๆ _________________________)

(a) fall

(b) are falling

(c) have fallen

(d) fell    (หล่น, ตกลงมา)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากเป็นการใช้  “Past simple tense” คือกริยาช่องที่  ๒  (fell) ในประโยคย่อย (อนุประโยค) คู่กับ  “Past continuous tense” (were loading) ในประโยคใหญ่  กล่าวคือมีเหตุการณ์ในอดีต ๒ เหตุการณ์  เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นก่อนและกำลังดำเนินอยู่ {ใช้ “past continuous” (subject + was หรือ  were + V. ing)} แล้วมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดแทรกขึ้นมาในระหว่างที่เหตุการณ์แรกกำลังดำเนินอยู่  เหตุการณ์ที่เกิดแทรกนี้ใช้ “Past simple” (Subject + V.2)  เช่น

                  - We were watching TV when the light went out .

(เรากำลังดูทีวีอยู่  เมื่อตอนไฟฟ้าดับ)

                  - She was cooking when her husband arrived home.

(เธอกำลังปรุงอาหารอยู่  เมื่อสามีมาถึงบ้าน)

 

15. The train from Paris arrives _______________________ noon.

(รถไฟจากปารีสมาถึง _______________________________ เที่ยงวัน)

(a) in

(b) on

(c) at    (ณ เวลา)

(d) over

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจาก “Noon”  ต้องใช้กับ   “Preposition”  “At”

 

16. The proposal is due at the client’s office ____________________ Friday.

(ข้อเสนอ – ที่ผู้รับจ้างจะต้องมาพรีเซนต์ให้ฟัง - จะครบกำหนดที่สำนักงานของลูกค้า __________ วันศุกร์)

(a) at    (ที่)

(b) on    (ใน)

(c) for    (สำหรับ)

(d) with    (ด้วย, กับ)

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เนื่องจาก  “วัน”  หรือ  “วันที่”  ต้องใช้  “On”

 

17. Of all our tour buses, this one is our ________________________.

(ในบรรดารถบัสท่องเที่ยวทั้งหมดของเรา  คันนี้เป็นคันที่ _________________ ของเรา)

(a) big

(b) bigger    (ใหญ่กว่า)

(c) more bigger

(d) biggest    (ใหญ่ที่สุด)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบ  “ขั้นสุด”  (Superlative) คือเปรียบเทียบคนหรือสิ่งของที่มีจำนวนมากกว่า  ๒  ขึ้นไป  ซึ่งสังเกตได้จาก “of all our tour buses”  ส่วนการเปรียบเทียบรถ  ๒  คัน จะใช้  “of our two tour buses” สำหรับ ข้อ (c)  ใช้ผิด เนื่องจาก “big”  เป็นคำพยางค์สั้น จึงต้องใช้เป็น “bigger”  เพียงอย่างเดียว ไม่ต้องใช้  “more”  นำหน้า  เราจะใช้ “more” นำหน้าคำคุณศัพท์พยางค์ยาวเท่านั้นในการเปรียบเทียบ “ขั้นกว่า” (Comparative)  เช่น

               -  This issue is more important than that one.

(ประเด็นนี้สำคัญกว่าประเด็นนั้น)

               -  The red car is more expensive than the black one.

(รถคันสีแดงแพงกว่ารถคันสีดำ)

               -  She is more economical than her sister.

(เธอประหยัดมากกว่าน้องสาวของเธอ)

 

18. The new manager, ____________________ was just hired, will start tomorrow.

(ผู้จัดการคนใหม่, ______________________ เพิ่งจะได้รับการว่าจ้างมา, จะเริ่มทำงานวันพรุ่งนี้)

(a) he

(b) she

(c) who    (ผู้ซึ่ง)

(d) which    (ซึ่ง, ที่)

ตอบ   -   ข้อ   (c)   เนื่องจากใช้นำหน้าประโยคย่อย  “..............เพิ่งจะได้รับการว่าจ้าง”  และใช้ขยาย  “ผู้จัดการ”  ซึ่งเป็น  “คน”  สำหรับ “which”  จะใช้ขยาย  “สัตว์”  หรือ “สิ่งของ”  เท่านั้น   เช่น

                    -  The book which is on the table is mine

                    -  The car which you see belongs to my brother.

                    -  The cat which killed the bird had run away.

หมายเหตุ  –  เราสามารถใช้ “that”  แทน “which”  ได้ใน ๓ ข้อข้างต้น

 

19. The company has quit ________________________ in that magazine.

(บริษัทได้ยุติ ________________________________ ในวารสารฉบับนั้นแล้ว)

(a) advertise    (โฆษณา – เป็นคำกริยา)

(b) to advertise

(c) advertisement    (โฆษณา – เป็นคำนาม)

(d) advertising    (การโฆษณา)

ตอบ   -   ข้อ (d) เนื่องจากคำกริยาที่ตามหลัง “Quit”  จะต้องเป็นคำนามหรืออยู่ในรูป  “Gerund”  (V. + ing) ซึ่งถือเป็นคำนามประเภทหนึ่ง  ทั้งนี้ ถ้าจะใช้ข้อ (c)  มักจะมี article “the”  นำหน้า

 

20.  The results of the traveler preference survey are ______________________.

(ผลลัพธ์ของการสำรวจความนิยมของนักเดินทาง – ท่องเที่ยว - __________________ )

(a) surprised    (มีความรู้สึกประหลาดใจ)

(b) surprises

(c) surprise    (ทำให้ประหลาดใจ)

(d) surprising    (น่าประหลาดใจ)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจาก “Surprise”  เป็นคำกริยาที่มีความหมายว่า “ทำให้ประหลาดใจ” แต่ถ้าใช้ในรูป “is (are, was, were) surprising” จะมีความหมายว่า “น่าประหลาดใจ” ส่วนเมื่อใช้ในรูป “is (am, are, was, were) surprised” จะมีความหมายว่า  “มีความรู้สึกประหลาดใจ”  ดังตัวอย่างประโยค  เช่น

                    -  The result of the exam surprised her.

(ผลสอบทำให้เธอประหลาดใจ)

                    -  She was surprised at the result of the exam.

(เธอมีความรู้สึกประหลาดใจกับผลสอบ)

                    -  The result of the exam was surprising.

(ผลสอบน่าประหลาดใจ)

                               คำกริยาประเภทเดียวกับ “Surprise” ได้แก่

satisfy – ทำให้พอใจ

excite – ทำให้ตื่นเต้น

disappoint – ทำให้ผิดหวัง

attract – ทำให้หลงใหล, ดึงดูด

interest – ทำให้สนใจ

amuse – ทำให้สนุกหรือขบขัน

please – ทำให้ยินดี-พอใจ

annoy – ทำให้รำคาญ-ขุ่นเคือง

bore – ทำให้เบื่อ

tire – ทำให้เหน็ดเหนื่อยหรือเบื่อ

frighten – ทำให้ตกใจ

confuse – ทำให้สับสนหรืองุนงง

surprise – ทำให้ประหลาดใจ

amaze – ทำให้ทึ่ง, ทำให้ตะลึง

delight – ทำให้ยินดี

exhaust – ทำให้หมดแรง

fascinate – ทำให้หลงใหล, ทำให้หลงเสน่ห์

charm – ทำให้หลง

convince – ทำให้เชื่อ

tempt – ทำให้หลงใหล, ยั่วยวน-ล่อใจ

entertain – ทำให้เพลิดเพลิน

embarrass – ทำให้ขวยเขิน-กระดากอาย

puzzle – ทำให้งง

thrill – ทำให้ตื่นเต้น

upset – ทำให้รำคาญ-ไม่สบายใจ

irritate – ทำให้โมโห, ทำให้ระคายเคือง

exasperate – ทำให้โกรธ

astonish – ทำให้ประหลาดใจ, ทำให้ตกใจ

infuriate – ทำให้โกรธ, ทำให้เดือดดาล

horrify – ทำให้กลัว, ทำให้ขนพองสยองเกล้า

         

                                กลุ่มคำกริยาข้างบนนี้ มีหลักการใช้ คือ

                                   1.  ถ้าใช้ในรูป “subject + verb + object”  จะมีความหมายว่า “ทำให้” คือตัวประธานเป็นผู้ทำให้เกิดอาการนั้นๆขึ้นแก่ผู้อื่น เช่น

                    -  The accident frightened the passengers a great deal. (past tense)

(อุบัติเหตุทำให้ผู้โดยสารตกใจอย่างมาก)

                    -  The exam result disappointed him so much. (past tense)

(ผลสอบทำให้เขาผิดหวังมากทีเดียว)

                    -  The chairman’s speech confused everyone. (past tense)

(คำพูดของท่านประธานทำให้ทุกคนสับสนงุนงง)

                    -  The new film interests all viewers. (present tense)

(หนังเรื่องใหม่ทำให้คนดูทั้งหมดสนใจ)

                    -  The professor’s lecture bores all the class. (present tense)

(การบรรยายของศาสตราจารย์คนนั้นทำให้นักเรียนทั้งชั้นเบื่อ)

                                    2.  ถ้าใช้รูป “verb + ing” {subject + is (am, are, was, were) + V. ing} หรือ      (V. ing + noun)  มีความหมายว่า “น่า............” หรือ  “ซึ่งน่า............”  กริยาที่เติม  “ing” พวกนี้ ถือเป็นคำคุณศัพท์  จะวางไว้หลัง “verb to be”  หรือหน้าคำนามก็ได้  เช่น

                    -  His work is boring. (present tense)

(งานของเขาน่าเบื่อหน่าย)

                    -  It is a very exciting football match. (present tense)

(มันเป็นการแข่งขันฟุตบอลที่น่าตื่นเต้น)

                    -  The landscape was so fascinating. (past tense)

(ภูมิประเทศ (ที่นี่) น่าหลงใหลมาก)

                    -  The employee’s work was disappointing. (past tense)

(งานของลูกจ้างรายนั้นน่าผิดหวัง)

                    -  The children’s table manners were very embarrassing. (past tense)

(กิริยามารยาทบนโต๊ะอาหารของพวกเด็กๆน่าอับอายมาก)

                    -  The book is interesting. (present tense)

(หนังสือน่าสนใจ)

                    -  Her beauty is charming. (present tense)

(ความงามของเธอน่าหลงใหล – มีเสน่ห์)

                    -  It is surprising to see him at his ex-wife’s wedding. (present tense)

(มันน่าประหลาดใจที่เห็นเขาที่งานแต่งงานของอดีตภรรยา)

{มิได้หมายความว่า “มันกำลังประหลาดใจ”  เหมือนกับประโยค “He is walking.  (เขากำลังเดิน)present continuous tense}

                                    3.  ถ้าเติม “ed” ข้างหลังคำกริยากลุ่มนี้ แล้ววางตามหลัง “verb to be” (is, am, are, was, were)  จะมีลักษณะเป็น “passive voice” (subject + is (am, are, was, were) + verb + ed) จะมีความหมายว่า  ประธานเป็นผู้เกิดความรู้สึกนั้นๆขึ้นมา ซึ่งถ้าแปลตรงๆก็คือ “..........ถูกทำให้รู้สึก............ตื่นเต้น, ตกใจ, ผิดหวัง, พอใจ ฯลฯ..........” แต่ในภาษาไทยนิยมพูดว่า “............มีความรู้สึก........ตื่นเต้น, ตกใจ, ผิดหวัง, พอใจ.....”  เช่น

                    -  We are interested in German. (present tense)

(เรามีความสนใจในภาษาเยอรมัน)

                    -  They are very pleased to see their old friends. (present tense)

(พวกเขาดีใจมากที่ได้พบเพื่อนเก่า)

                    -  I was amazed to know of his death. (past tense)

(ผมตะลึงที่ได้รู้ข่าวการตายของเขา)

                    -  He was very tired of hard work. (past tense)

(ผมเหน็ดเหนื่อยมากกับงานหนัก)

                    -  She was interested in the ballet performance. (past tense)

(เธอมีความสนใจในการแสดงบัลเล่ต์)

                    -  We were disappointed to lose the match. (past tense)

(พวกเราผิดหวังที่แพ้การแข่งขัน)

                    -  Most people are frightened of the snakes. (present tense)

(คนส่วนมากกลัวงู)

                    -  Jim is fascinated by astronomy. (present tense)

(เขามีความหลงใหลในวิชาดาราศาสตร์)

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้