หมวดข้อสอบ TOEIC (ตอนที่ 223)

การประปาส่วนภูมิภาค  “มุ่ง-มั่น-เพื่อปวงชน”

 

Part V: Sentence Completion   (ส่วนที่ 5 :  การเติมประโยคให้สมบูรณ์)

Choose the best alternative to make a correct sentence.

(จงเลือกข้อที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ประโยคมีความถูกต้อง)

 

1. Though I wanted to eat the nuts we found on our hike, John questioned whether they were ____________________________.

(แม้ว่าผมต้องการกินลูกนัทที่ผมพบในระหว่างเดินทางไกล  จอห์นตั้งคำถามว่ามัน (ลูกนัท) ______________________________ หรือไม่)

(a) eligible    (มีสิทธิ์ได้รับเลือก, เหมาะสม, เข้าเกณฑ์)

(b) credible    (เชื่อถือได้, น่าเชื่อ)

(c) potable    {(น้ำ) ดื่มได้}

(d) edible    (กินได้)

 

2. The bomb explosion in a village school in Iraq a month ago was a _________________________; 18 youngsters were killed.

(การระเบิดของลูกระเบิดในโรงเรียน  ของหมู่บ้านในอิรักเมื่อเดือนที่ผ่านมา  เป็น __________________________; เด็กหนุ่มสาว  ๑๘  คนถูกฆ่าตาย)

(a) drought    (เดร้าท)  (ความแห้งแล้ง, ความขาดแคลนน้ำ)

(b) famine    (แฟม-มีน)  (ความอดอยาก, ความขาดแคลนอาหาร)

(c) tragedy    (แทร้จ-จิ-ดี้)  (โศกนาฏกรรม, เรื่องน่าเศร้า, ละครโศก)

(d) charity    (แช้-ริ-ที่)  (การกุศล, การทำทาน, งานสงเคราะห์, ความใจบุญ, ความมีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่, เงินทำทาน)

 

3. Mary saw Tom off at the airport.  She asked him to drop her a line when he arrived at his destination.  The underlined phrase means……….

(แมรี่ไปส่งทอมที่สนามบิน  เธอขอร้องให้เขา __________________________ ถึงเธอเมื่อเขาไปถึงจุดหมายปลายทาง  วลีที่ขีดเส้นใต้  หมายถึง.........................)

(a) forget her

(b) send her a piece of string

(c) write to her    (เขียนจดหมายสั้นๆ)

(d) remember her to his family

 

4. Dr. Collin’s lecture was so __________________ that I could not make it out.

(การบรรยายของด็อกเตอร์คอลลิน ___________ มาก  จนกระทั่งผมไม่สามารถที่จะเข้าใจมัน)

(a) well organized    (จัดระเบียบเป็นอย่างดี)

(b) confusing    (น่าสับสน, น่างุนงง)

(c) restrictive    (จำกัด, จำกัดวง, มีขอบเขต, คับแคบ, มีลักษณะจำกัด)

(d) informative    (ให้ข่าวสารข้อมูล, ให้ความรู้)

 

5. Cathy said Cindy reminds her of Julia.  From this we understand that ___________.

(เคธี่กล่าวว่า  ซินดี้เตือนใจให้เธอรำลึกถึงจูเลีย  -  จากสิ่งนี้  เราเข้าใจว่า ____________)

(a) Cindy succeeds Julia    (ซินดี้สืบทอดอำนาจต่อจากจูเลีย)

(b) Cindy remembers Julia to Cathy    (ซินดี้ฝากความรำลึกถึงตัวจูเลียไปยังเคธี่)

(c) Cindy resembles Julia    (ซินดี้ละม้ายคล้ายคลึงกับจูเลีย)

(d) Cathy asked Cindy to say hello to Julia for her    (เคธี่ขอร้องซินดี้ให้บอกฮัลโหล (สวัสดี) แก่จูเลียแทนตัวเธอ)

 

6. Yuko plans to attend summer school in England this summer to __________ her English.

(ยูโกะวางแผนที่จะเข้าเรียนในโรงเรียนภาคฤดูร้อนในอังกฤษ  เพื่อที่จะ _________ ภาษาอังกฤษของเธอ)

(a) improvise    (พูดโดยไม่ได้เตรียมหรือฝึกซ้อม, ว่ากลอนสด)

(b) brush up on    (รื้อฟื้น, ปัดฝุ่น)

(c) move up    (เลื่อนตำแหน่ง, เคลื่อนที่ต่อไป)

(d) impair    (ทำให้เลวลง-อ่อนแอ-เสียหาย, ลดคุณค่า, ทำให้ได้รับบาดเจ็บ)   

 

7. Exercise is essential to health because it leads to ___________________.

(การออกกำลังเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ  เพราะว่ามันนำไปสู่ ___________________ )

(a) a good reputation    (ชื่อเสียงที่ดี)

(b) competition    (การแข่งขัน)

(c) physical fitness    (ความสมบูรณ์ทางร่างกาย)

(d) an athlete    (นักกีฬา)

 

8. War stole his youth and his home.  Everything in his life changed ________________.

(สงครามได้ขโมยวัยหนุ่มและบ้านของเขาไป  ทุกสิ่งในชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไป _____________ )

(a) as a result    (ซึ่งเป็นผลที่ตามมา)

(b) moreover    (นอกเหนือจากนั้น)

(c) by and large    (โดยทั่วไป, ตามปกติ)

(d) therefore    (เพราะฉะนั้น, ดังนั้น)

ตอบ   -   ข้อ   (a)  ซึ่งมีความหมายเหมือนกับ  “As a result, everything in his life changed.”  (ผลที่ตามมา คือ  ทุกสิ่งในชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไป)

 

9. Tom was often absent from class.  He slept late every night __________________________ the advice the doctor had given him.

(ทอมขาดเรียนบ่อยๆ  เขานอนดึกทุกคืน ________________ คำแนะนำที่หมอให้กับเขา)

(a) in spite    (“In spite of”  =  ทั้งๆที่)

(b) despite of    (“Despite”  =  ทั้งๆที่)

(c) regardless of    (โดยไม่คำนึงถึง)

(d) instead of    (แทนที่จะ)

ตอบ   -   ข้อ   (c)  หรืออาจตอบ   “In spite of”  หรือ  “Despite”  ก็ได้

 

10. It has been hypothesized that differences in the behavior of the sexes may be ________________________ differences in metabolism.

(มันได้รับการตั้งสมมติฐานว่า  ความแตกต่างในพฤติกรรมทางเพศอาจจะ _______________________ ความแตกต่างในปฏิกิริยาของร่างกาย)

(a) due to    (เนื่องมาจาก, เพราะว่า)

(b) in addition to    (นอกเหนือจาก)

(c) the result from    (ต้องใช้ “the result of “)

(d) the cause of    (สาเหตุของ)

 

11. Neither the chairs nor the table ______________________ in good condition.

(ไม่ทั้งเก้าอี้ หรือ โต๊ะ __________ ในสภาพที่ดี)  (คือ  ทั้งเก้าอี้และโต๊ะอยู่ในสภาพที่ไม่ดี หรือ ชำรุด)

(a) are

(b) were

(c) is    (อยู่)

(d) being

ตอบ   -   ข้อ   (c)  เนื่องจากประธาน  ๒  ตัว เชื่อมด้วย   “Either…….or”  (ประธาน  ตัวใดตัวหนึ่ง)   “Neither……..nor”  (ประธาน  ไม่ทั้ง  ๒  ตัว)   “Not only………but also”  (ไม่เพียงแต่ประธานตัวแรก.......แต่ยังตัวที่  ๒  ด้วย)   “……..or……..”  (ประธานตัวแรก  หรือ  ตัวที่  ๒)   ให้ใช้กริยาตามประธานตัวหลัง  สำหรับในประโยคข้างบน   ใช้กริยา  “Is”  ตามประธานตัวหลัง  คือ   “The table”  ดูคำอธิบายเพิ่มเติมจากประโยคข้างล่าง

                            ตัวอย่างที่  

                        -   Neither I nor my sister _____________________ going to the dance.

(ไม่ทั้งผมและน้องสาว _____________ ไปเต้นรำ – คือ ทั้งผมและน้องสาวไม่ไปเต้นรำ)

(a) is

(b) am

(c) are

(d) aren’t

ตอบ   –   ข้อ  (a)  เนื่องจาก ประธานประโยค  ๒  ตัว เชื่อมด้วย  “Or, Either… …..or, Neither…….nor, Not only……..but also   ให้ใช้กริยาตามประธานตัวหลัง  สำหรับประโยคข้างบน  ใช้กริยา  “Is” ตามประธานตัวหลัง  คือ  “My sister” ตัวอย่างการใช้คำเชื่อมอื่นๆ   เช่น

                 - You or I am to blame for the error.

(ไม่คุณก็ผมที่ควรถูกตำหนิสำหรับความผิดพลาด)  (ใช้กริยาตามประธานตัวหลัง คือ  “I”)

               - When I came in, neither the radio nor the television was on.

(เมื่อผมเข้ามา  ทั้งวิทยุและทีวีมิได้เปิดอยู่)  (ใช้กริยาตามประธานตัวหลัง คือ “the television”)

                - Neither you nor I was glad.

(ทั้งคุณและผมไม่ดีใจ)  (ใช้กริยาตามประธานตัวหลัง คือ “I”)

               - Although we have been living in Thailand for 5 years, neither my husband nor I speak Thai fluently.

(แม้ว่าเราได้อยู่เมืองไทยมา ๕ ปีแล้ว  ทั้งสามีและฉันพูดไทยไม่คล่อง) (ใช้กริยาตาม “I”)

                 - Either excessive social obligation or just plain laziness has kept him from his work.

(ภาระทางสังคมที่มากเกินไป  หรือ เพียงแค่ความเกียจคร้านธรรมดา (อย่างใดอย่างหนึ่ง) ที่ทำให้เขาไม่ทำงาน)  (ใช้กริยาตามประธานฯ ตัวหลัง คือ “plain laziness”)

               -  Either John or his sister is coming to my party.

(จอห์นหรือน้องสาวของเขาคนใดคนหนึ่ง (ระหว่างเขากับน้องสาว) กำลังมางานเลี้ยงของผม)(ใช้กริยาตาม  “his sister”)

               -  Neither you nor I am able to achieve the goals.

(ไม่ทั้งคุณและผมสามารถบรรลุจุดหมาย –คือทั้งคุณและผมไม่สามารถบรรลุจุดหมาย)(ใช้กริยาตามประธานตัวหลัง คือ  “I”)

               -  Not only Peter but also Frank passes the test.

(ไม่เพียงแต่ปีเตอร์  แต่ยังแฟร้งค์อีกด้วยที่ผ่านการสอบ – คือสอบผ่านทั้ง ๒ คน)  (ใช้กริยาตาม“Frank”)

               -   Both Mary and her sister have divorced their husbands.

(ทั้งแมรี่และพี่สาวของเธอได้หย่าร้างกับสามี)  (ประธานฯ  ๒  ตัว เชื่อมด้ว  “Both………….and”  ให้ใช้กริยาเป็นพหูพจน์  (have divorced)  เนื่องจากถือว่ามีประธานฯ มากกว่า  ๑  คน หรือ  ๑  สิ่ง)

 

12. After the ice _________________ for about three days, we could skate on it.

(หลังจากน้ำแข็ง __________________ เป็นเวลา  ๓  วัน  เราจึงสามารถเล่นสเกต บนมันได้)

(a) was froze

(b) is froze

(c) had been froze

(d) had been frozen    (ถูกทำให้เย็นจัดจนกลายเป็นน้ำแข็ง)

ตอบ   -   ข้อ   (d)   เนื่องจากเหตุการณ์  “น้ำแข็งถูกทำให้เย็นจัดฯ”  เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์  “เราสามารถเล่นสเกตฯ”  จึงต้องใช้รูป  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)  และในกรณีนี้ต้องอยู่ในรูป  “Passive voice”  (Subject + Had + Been + Verb 3) (ถูกทำให้เย็นจัดจนแข็ง)  ดูเพิ่มเติมการใช้  “Past perfect tense”  และ  “Past simple tense”  (Subject + Verb 2)  จากประโยคข้างล่าง

                          ตัวอย่างที่  

                      -   In his evidence the policeman said that the accused _________________________ dismissed from his employment three weeks before.

(จากพยานหลักฐาน  ตำรวจกล่าวว่า  ผู้ถูกกล่าวหา ___________________________ ไล่ออกจากงาน  ๓  สัปดาห์ก่อนหน้านั้น  -  คือ ก่อนหน้าที่ตำรวจกล่าว)

(a) has been

(b) had been    (ได้ถูก)

(c) was being

(d) is

ตอบ   -   ข้อ   (b)  ป็นการใช้โครงสร้าง   “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)  ในรูป  “Passive voice”  (Subject + Had + Been + Verb 3)  (สำหรับประโยคข้างบน  ผู้ถูกกล่าวหา “ถูกกระทำ” คือ ถูกไล่ออกจากงาน) 

                              ตัวอย่างที่         (จงหาข้อที่ผิดหลักไวยากรณ์  จาก ข้อ (๑) – (๔)

                          -   The front porch was (1) a common feature of (2) wooden houses that (3) had built in the U.S. (4) around 1900.

(ระเบียงหน้าบ้านเป็นลักษณะธรรมดา-สามัญของบ้านไม้  ซึ่งถูกสร้างขึ้นในสหรัฐฯ  ราวๆ ปี ๑๙๐๐)  (หมายถึงในยุคนั้น  บ้านไม้ในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่จะมีระเบียงหน้าบ้าน)

ตอบ   -    ข้อ  ๓  แก้เป็น   “had been built”   เนื่องจากต้องอยู่ในรูป “Passive voice”  ของ  “Past perfect tense”  (Subject + Had + Verb 3)  ซึ่งเมื่ออยู่ในรูปของ  “Passive voice”   จะมีโครงสร้าง  “Subject + Had + Been + Verb 3)

                           ตัวอย่างที่  

                       -   Cash awards were given to employees who ______________________ suggestions to improve quality and raise production.

(รางวัลเงินสดถูกมอบให้กับพนักงานผู้ซึ่ง________________________________ คำแนะนำเพื่อปรับปรุงคุณภาพและยกระดับการผลิต)

(a) had offered    (ได้เสนอ)

(b) had been offered

(c) have offered

(d) are offering

ตอบ   -   ข้อ   (a)   เนื่องจากเป็นการใช้รูป  “Past perfect tense” (had offered)  ควบคู่กับ  “Past simple tense” (were givenในที่นี้อยู่ในรูป  “Passive voice”)  กล่าวคือ   มีเหตุการณ์ในอดีตเกิดขึ้น  ๒  เหตุการณ์  (จบลงไปแล้วทั้งคู่)  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนและจบลงก่อน  ใช้  “Past perfect” (Subject + Had + Verb 3)   ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดทีหลังและจบทีหลัง  ใช้  “Past simple” (Subject + Verb 2)  ทั้งนี้   ในประโยคข้างบน  ข้อความ  “รางวัลเงินสดถูกมอบให้กับพนักงาน”   เกิดขึ้นภายหลังข้อความ  “(พนักงาน) ผู้ซึ่งเสนอคำแนะนำเพื่อปรับปรุง ............”  กล่าวคือ  “เสนอคำแนะนำ”   เกิดขึ้นก่อน จึงใช้  “Past perfect”  ส่วน “มอบรางวัล หรือรางวัลถูกมอบ”  เกิดขึ้นทีหลัง  เพื่อเป็นการตอบแทน   จึงใช้  “Past simple”ประโยคในลักษณะนี้  ส่วนใหญ่จะมีคำ  Before” “After” หรือ  “When”ปรากฏอยู่ด้วย  ตัวอย่างประโยคลักษณะนี้  ได้แก่

               -  Dang had learnt English before he went to England.

(แดงได้เรียนภาษาอังกฤษก่อนแล้ว  ก่อนที่เขาจะไปอังกฤษ)  (การเรียนเกิดก่อน ใช้ “Past perfect” การไปอังกฤษเกิดทีหลัง ใช้“Past simple”)

               -  When I called on Jim, his sister told me that he had left home.

(เมื่อผมไปเยี่ยมจิม  น้องสาวของเขาบอกผมว่า  เขาได้ออกจากบ้านไปแล้ว)  (“ออกจากบ้าน” เกิดก่อน  จึงใช้ “Past perfect”  “บอกผม”  เกิดทีหลัง  ใช้ “Past simple”)

               -  We went out for a walk after we had eaten dinner.

(เราออกไปเดินเล่นหลังจากที่เราได้กินอาหารค่ำแล้ว)  (กินอาหารค่ำเกิดก่อน ใช้“Past perfect”ออกไปเดินเล่นเกิดทีหลัง ใช้ “Past simple”)

               -  When we reached the theater, the movies had started.

(เมื่อเราไปถึงโรงหนัง  หนังได้เริ่มฉายไปแล้ว)  (ไปถึงโรงหนังเกิดทีหลัง ใช้ “Past simple”หนังฉายเกิดขึ้นก่อน ใช้ “Past perfect”)

 

13. The criminal ___________________________ two weeks later.

(อาชญากร ___________________________________ สองสัปดาห์ต่อมา)

(a) is hanged

(b) was hung    (ถูกแขวน  -  เช่น  เสื้อผ้า, หมวก)

(c) will be hung    (จะถูกแขวน)

(d) was hanged    (ถูกแขวนคอ)

ตอบ   -   ข้อ  (d)  เนื่องจาก  “Hang,  Hanged,  Hanged  =  “แขวนคอ”  (ในประโยคข้างบน  ต้องใช้รูป  “Passive voice”  เนื่องจากอาชญากร  “ถูกแขวนคอ”) ส่วน  “Hang,  Hung,   Hung”  =  “แขวน”  เช่น  แขวนเสื้อผ้า,  หมวก ฯลฯ

 

14. I would rather ___________ for a walk than __________ a movie tonight.

(ผมอยากจะ ______________ เดินเล่น  มากกว่าที่จะ ____________  ภาพยนตร์  ในคืนนี้)

(a) go ______________ seeing

(b) go ______________ see    (ไป ____________________  ดู)

(c) going ______________ see

(d) to go _____________ to see

ตอบ   -   ข้อ   (b)  “Would rather”  (อยากจะ)  ต้องตามด้วย  “Infinitive without to”  (Verb 1)  รวมถึงหลัง  “Than” (มากกว่า)  ด้วย

 

15. __________________ much you may acquire, you will always wish to acquire more.

( _______________________ คุณจะได้มามาก ____________________, คุณก็จะปรารถนาให้ได้มามากขึ้นอีกอยู่เสมอ)  (คือ  ยิ่งมีมาก  ก็ยิ่งโลภมาก)

(a) As long as   (ตราบใดที่, ตราบเท่าที่)

(b) However   (ไม่ว่า ............................ อย่างไรก็ตาม)

(c) Even   (แม้กระทั่ง)

(d) Whatever   (อะไรก็ตาม)

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจาก   “However”  (ใช้กับ  ๒  ประโยค หรือ ข้อความที่มีความขัดแย้งกัน)  มีการใช้  ๒  โครงสร้าง  คือ

                               ๑.  However (อย่างไรก็ตาม), + Subject + Verb  เช่น

                - He is very rich; however, he is never happy.

(เขารวยมาก  อย่างไรก็ตาม  เขาไม่เคยมีความสุข)

                - They were lazy; however, they passed the exam.

(พวกเขาขี้เกียจ  อย่างไรก็ตาม  พวกเขาสอบผ่าน)

                           ๒.  However (ไม่ว่า ................... อย่างไรก็ตาม) + Adjective (Adverb) + Subject + Verb

                -  However beautiful she is, nobody likes her.

(ไม่ว่าเธอจะสวยอย่างไรก็ตาม  ไม่มีใครชอบเธอ)

                - However rich he is, he is never happy.

(ไม่ว่าเขาจะร่ำรวยเพียงไร  เขาไม่เคยมีความสุข)

                 -  She didn’t pass her exam however hard-working she was.

(เธอสอบไม่ผ่าน  ไม่ว่าเธอจะขยันเพียงไรก็ตาม)

                 -  However quickly we walked, we could not catch the bus.

(ไม่ว่าเราจะเดินเร็วเพียงไรก็ตาม  เราไปไม่ทันรถเมล์)

                 -  However carefully she walked, she fell down on a slippery road.

(ไม่ว่าเธอจะเดินระมัดระวังเพียงไรก็ตาม  เธอล้มลงบนถนนที่ลื่น)

                -  He failed however hard (Adverb) he might try.

(เขาล้มเหลว  ไม่ว่าเขาจะพยายามหนักเพียงไรก็ตาม)

 

16. The number of Europeans on the road, on the rails or in the air this summer _______________________ a record of 120 million, triple the level of 15 years ago. 

(จำนวนของชาวยุโรปบนถนน  บนราง (รถไฟ)  หรือ ในอากาศ (เครื่องบิน)  (หมายถึงที่เดินทางท่องเที่ยว)  ในฤดูร้อนนี้  ________________________ สถิติของ  ๑๒๐  ล้านคน  -  เป็น  ๓  เท่าของระดับเมื่อ  ๑๕  ปีมาแล้ว)

(a) have reached

(b) has reached     (ได้ถึง, ได้มาถึง, ได้เจาะทะลุ)

(c) were reaching

(d) had reach

ตอบ   -   ข้อ   (b)  เนื่องจาก   “The number of + Noun (Plural)  =  จำนวนของ”  {เป็นประธานของประโยค  โดยมีข้อความ  “On the road, on the rails or in the air this summer”  เป็นส่วนขยาย}  ถือเป็นเอกพจน์ (จำนวนรวม)  จึงต้องใช้กับกริยาเอกพจน์  (Has, Is, etc.)  (จึงตัดข้อ  A  และ  C  ทิ้ง)  สำหรับ  “This summer” จะถือเป็นปัจจุบัน  หรือ อดีตก็ได้  (โดยถ้าเป็นอดีต  สามารถใช้  “Past simple” (Reached)   หรือ   “Past perfect” (Had reached)  ได้)  แต่ไม่อาจเลือกข้อ  D  ได้ เพราะผิด  (ต้องเป็น  “Had reached”)  จึงเหลือ   B  เพียงข้อเดียว  โดยถือว่า  “This summer”  เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน

 

17. Take exercises _______________________________.

(จงออกกำลังกาย  _____________________________________)

(a) whenever you will have time    (เมื่อใดก็ตามที่คุณมีเวลา)

(b) or otherwise you will be missing it    (มิฉะนั้น คุณจะพลาดมันไป หรือคิดถึงมัน)

(c) while you shall have to work    (ในขณะที่คุณจำเป็นต้องทำงาน)

(d) if you want to keep well    (ถ้าคุณต้องการมีสุขภาพดี)

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เนื่องจากได้ความหมายดีที่สุด   สำหรับ ข้อ  (a)   กริยาในอนุประโยคที่นำด้วย  “Whenever”  (เมื่อใดก็ตาม)  จะอยู่ในรูป  “Simple tense” (Present simple or Past simple)  ขึ้นอยู่กับ  “Tense”  ในประโยคใหญ่  เช่น  “He liked to invite me whenever he had a party.”  (เขาชอบเชิญผม  เมื่อใดก็ตามที่เขามีงานเลี้ยง)  หรือ  “She comes to visit me whenever she has time.”  (เธอมาเยี่ยมผม  เมื่อใดก็ตามที่เธอมีเวลา)   ทั้งนี้  ในข้อ  (a)  ความหมายเป็นปัจจุบัน  เนื่องจากเป็นคำแนะนำทั่วๆไป  จึงต้องใช้รูป  “Present simple tense”  ว่า  “whenever you have time”  ส่วนในข้อ   (b)  เป็นการใช้คำซ้ำ  คือ  “Or  และ Otherwise”  ซึ่งทั้ง  ๒  คำ หมายถึง  “มิฉะนั้น”  จึงเลือกข้อนี้ไม่ได้   ส่วนในข้อ  (c) ผิดทั้งความหมายและไวยากรณ์  กล่าวคือ  “Shall” เมื่อใช้กับ  “You, They, He, She, It” (นอกจาก“I, We”หมายถึง  “จะต้อง, จำเป็นต้อง”  ถือเป็น “คำสั่ง หรือ ข้อบังคับ”   ให้ต้องทำเช่นนั้นเช่นนี้  เช่นในประโยค  “All company’s staff shall come to work on time.” (พนักงานของบริษัททุกคน  จะต้องมาทำงานให้ทันเวลา)  ซึ่งไปซ้ำกับ   “have to work”  จึงเลือกข้อนี้ไม่ได้

 

18. Mary wanted neither the assignment in Tokyo nor ___________________.

(แมรี่ไม่ต้องการทั้งงานในโตเกียว  และ _______________________________)

(a) to be sent to Chicago    (ถูกส่งไปชิคาโก)

(b) did he want to go to the Chicago   {(ไม่) ต้องการไปชิคาโก}

(c) the job in Chicago    (งานในชิคาโก)

(d) at Chicago    (ชื่อเมือง ต้องใช้กับ  “In”)

ตอบ   -   ข้อ  (c)   เนื่องจากต้องเลือกใช้ข้อความให้สมดุลกัน  ในที่นี้  “the assignment (in Tokyo)”   เป็นกรรม (ตัวแรก  และอยู่ในรูปคำนาม)  ของกริยา “wanted”  โดยอยู่หลัง  “neither”  จึงต้องใช้  “the job (in Chicago)”  ซึ่งอยู่หลัง   nor”  และเป็นกรรมตัวที่  ๒  และอยู่ในรูปคำนามเช่นเดียวกัน  ซึ่งกล่าวได้ว่า  เป็นการใช้กรรม  ๒  ตัว ให้มีลักษณะเดียวกัน  หรือสมดุลกันนั่นเอง

 

19. The silence was broken by the clash of the garden gate, a tap at the door, and ___________.

(ความเงียบถูกทำให้หมดไปโดยเสียงปะทะกันดังโครมของประตูสวน  เสียงเคาะเบาๆที่ประตู  และ  __________)

(a) the door is opened    (ประตูถูกเปิด)

(b) is opened

(c) being opened

(d) its opening    {การเปิดออกของมัน  (ประตู)}

ตอบ   -   ข้อ   (d)  เป็นการใช้  “กรรม” (คำนาม  ซึ่งในที่นี้มีส่วนขยาย  เรียกว่า “วลี”) ของ  “By”  ให้สมดุลกันทั้ง  ๓  ตัว  คือ   “the clash (of the garden gate)”  “a tap (at the door)”  และ “its opening”  โดยกรรมทั้ง  ๓  ตัวนี้  ล้วนอยู่ในรูปของวลี

 

20. Along with its mountains, Louisiana’s cities are famous __________________.

(เช่นเดียวกันกับภูเขาของมัน (รัฐฯ)  เมืองต่างๆ ของรัฐหลุยเซียน่า  มีชื่อเสียง ____________ )

(a) for its beauty

(b) on their beauty

(c) for their beauty    (ในเรื่องความสวยงามของมัน)

(d) in its beauty

ตอบ   -   ข้อ  (c)  “Famous for” =   “มีชื่อเสียงในเรื่อง หรือในด้าน.........”  ส่วน  “ความสวยงามของมัน”  หมายถึงของเมืองต่างๆ (หลายๆ เมือง)  จึงต้องใช้   “Their

 

21. We turn to books in moments of ____________________.

(เราหันไปหา (อ่าน) หนังสือ  ในช่วงเวลาของ ________________________ )

(a) sorrow, having boredom, or solitude is with us

(b) sorrow, boredom, or solitude    (ความเศร้าโศกเสียใจ  ความเบื่อหน่าย  หรือ ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง)

(c) sorrow and solitude as well as boredom

(d) sorrow that attacks us

ตอบ   -   ข้อ   (b)   เป็นการใช้กรรม  ๓  ตัว  หลัง  “Preposition” (Of) ให้สมดุลกัน  คือ   Sorrow, Boredom, Solitude”  สำหรับ ข้อ  (c)  ก็ใช้ได้เช่นกัน  แต่ต้องแก้เป็น   “sorrow, solitude as well as boredom

 

เรียน  ท่านผู้ติดตามอ่านเว็บไซต์  “everydayenglish.pwa.co.th”

                  ถ้าท่านมีคำแนะนำให้ปรับปรุงเว็บไซต์นี้ประการใด  กรุณาส่ง   e-mail ไปที่  ดร. วัชรินทร์  ภูเขาทอง  อดีต  ผอ. สำนักวิทยาการ  การประปาส่วนภูมิภาค  ผู้จัดทำเว็บไซต์นี้  ตาม   “Address” wpookaotong@yahoo.com   (โปรดระบุหัวเรื่องด้วยว่า  “ปรับปรุงเว็บไซต์”)   เพื่อที่ผู้จัดทำฯ จะได้ปรับปรุงเนื้อหาได้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านเว็บไซต์นี้